พิสูจน์คุณค่าที่แท้จริง อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ ‘NCT 127’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ทั้งชาร์ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763493

พิสูจน์คุณค่าที่แท้จริง อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ ‘NCT 127’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ทั้งชาร์ต

พิสูจน์คุณค่าที่แท้จริง อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ ‘NCT 127’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ทั้งชาร์ต

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.47 น.

NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ที่นำเสนอหลากหลายแนวเพลงและการแสดงสุดแข็งแกร่ง จนกลายเป็นตัวตนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในวงการเค-ป๊อป ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘Fact Check’ (แฟ็คท์ เช็ก) ผลงานที่พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงและอัตลักษณ์ของทีมอย่างชัดเจน

โดย NCT 127 เริ่มต้นการโปรโมตอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘Fact Check’ อย่างเป็นทางการ ด้วยคอนเทนต์เทรลเลอร์เดี่ยวของแต่ละสมาชิกชื่อว่า ‘불가사의 (Mystery) in Seoul’ ที่มีฉากหลังเป็น ‘Seoul (กรุงโซล)’ ซึ่งเป็นรากฐานกับจุดเริ่มต้นของ NCT 127 (เนื่องจากชื่อวงมี ‘127’ ที่เป็นเส้นลองจิจูดของกรุงโซล) และนำเสนอ NCT 127 ออกมาในฐานะตัวตนที่มี ‘불가사의 (ความลึกลับ)’ ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของอัลบั้มชุดนี้ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีคอนเทนต์ทีเซอร์รูปแบบใหม่ ๆ ที่แสดงเสน่ห์และ ‘ตัวตนของ NCT 127’ อาทิ คอนเทนต์วาไรตี้สืบสวน ‘Fact Checkmate’ ที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสมาชิกที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพื่อตามหาคนร้ายตัวจริง, เทรลเลอร์ ‘NCT 127 : Deities of Seoul’ ถ่ายทอดข้อความของการเป็น ‘พระเจ้าแห่งโซล’ และเข้าไปสู่กรุงโซล, ภาพทีเซอร์ของเพลงไตเติล ‘Fact Check (불가사의; 不可思議)’ ที่เผยความผสมผสานระหว่างสมาชิกกับพระราชวังคยองบก ฯลฯ

ในอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘Fact Check’ (แฟ็คท์ เช็ก) ประกอบด้วยเพลงหลากหลายแนว ทั้งหมด 9 เพลง ได้แก่ เพลงไตเติล ‘Fact Check (불가사의; 不可思議)’, ‘무중력 (Space)’, ‘Parade’, ‘Angel Eyes’, ‘Yacht’, ‘Je Ne Sais Quoi’, ‘별의 시 (Love is a beauty)’, ‘소나기 (Misty)’ และ ‘Real Life’ โดยสามารถรับฟังได้แล้วตอนนี้ ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงทางออนไลน์ต่าง ๆ ทั่วโลก https://NCT127.lnk.to/FactCheck โดยเฉพาะเพลงไตเติล ‘Fact Check (불가사의; 不可思議)’ (แฟ็คท์ เช็ก) เป็นเพลงแดนซ์ที่เพิ่มจังหวะแอโฟรเข้าไปในซินธ์ ลูปหลักอันหนักหน่วง ด้านเนื้อเพลงที่เปรียบเทียบ NCT 127 กับ ‘ผลงาน’ และ ‘ความลึกลับ’ ที่มีคุณค่าอันเป็นนิรันดร์ในตัวเองนั้น มาพร้อมทัศนคติที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจว่า ต่อให้เราถูก ‘Fact Check’ (หรือตรวจสอบข้อเท็จจริง) ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกต่อไป และเราก็ทำได้ยอดเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกของวงอย่าง ‘TAEYONG’ (แทยง) ได้ร่วมออกแบบท่าเต้นของเพลงนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ NCT 127 ทำให้ความสมบูรณ์แบบสูงขึ้น

สำหรับมิวสิกวิดีโอของเพลงไตเติล ‘Fact Check (불가사의; 不可思議)’ ดึงดูดความสนใจได้อย่างถล่มทลาย เพราะสามารถสัมผัสได้ถึงความเท่และอัตลักษณ์ที่แท้จริงของ NCT 127 จากท่าเต้นกลุ่มที่มีฉากหลังเป็นพระราชวังคยองบก รวมถึงภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย อาทิ เฮลิคอปเตอร์, รถถัง, การเต้นบนสะพานที่สวยงามร่วมกับแดนเซอร์กว่า 100 คน มอบความรู้สึกของเทศกาลที่สนุกสนาน ฯลฯ นับเป็นมิวสิกวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของ NCT 127 ที่สร้างมิติใหม่ของ ‘Neo Seoul’ และยิ่งตอกย้ำถึงเสน่ห์ลึกลับตามสไตล์พวกเขาอย่างโดดเด่น กับการที่สมาชิก NCT 127 ยืนอยู่ใจกลางเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาดและไม่สมเหตุสมผล

หลังจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘Fact Check’ ของ NCT 127 ปล่อยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ก็ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประจำสัปดาห์ บนชาร์ตอัลบั้มหลักของประเทศเกาหลีใต้ (สถิติ ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2566) อาทิ Hanteo Chart, HOTTRACKS, CIRCLE Retail Album Chart ฯลฯ และได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทั่วโลก จนสามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ตต่าง ๆ อาทิ อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time Album Top 100 ของ LINE MUSIC ประเทศญี่ปุ่น, อันดับ 1 บนชาร์ต Rising ของแพลตฟอร์ม AWA ประเทศญี่ปุ่น, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music ประเทศจีน ฯลฯ ส่วนเพลงไตเติล ‘Fact Check (불가사의; 不可思議)’ ครองอันดับต้น ๆ บนชาร์ตเพลงหลักในประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงอันดับ 1 บนชาร์ตประจำวันของ Bugs ถึง 2 วันติดต่อกัน

ทั้งนี้ NCT 127 ประสบความสำเร็จกับการเปิดฉากเทศกาลสุดอลังการ ด้วยงานโชว์เคสคัมแบ็กสเกลใหญ่ ‘A Night of Festival’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ SAMPYO Remicon บริเวณ SEOUL FOREST กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยพวกเขาได้โชว์การแสดงเพลงจากอัลบั้มใหม่เป็นครั้งแรก ทั้งเพลงไตเติล ‘Fact Check (불가사의; 不可思議)’, ‘Parade’, ‘Angel Eyes’ และ ‘별의 시 (Love is a beauty)’ อีกทั้งยังพูดคุยแนะนำอัลบั้มใหม่, เบื้องหลังการทำอัลบั้ม, แผนการทำกิจกรรมโปรโมต และการแสดงเมดเลย์ EDM รีมิกซ์เพลงไตเติลที่ปล่อยมาตลอด 7 ปี

เปิดใจที่แรก! ‘บี๋ สวิช’แค้นใจจนอยากฆ่า ถูกคนใกล้ตัวยกเค้าหมดตัวสูญเกือบ 10 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763488

เปิดใจที่แรก! 'บี๋ สวิช'แค้นใจจนอยากฆ่า ถูกคนใกล้ตัวยกเค้าหมดตัวสูญเกือบ 10 ล้าน

เปิดใจที่แรก! ‘บี๋ สวิช’แค้นใจจนอยากฆ่า ถูกคนใกล้ตัวยกเค้าหมดตัวสูญเกือบ 10 ล้าน

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.32 น.

เปิดใจที่แรก “บี๋ สวิช” แค้นใจจนอยากฆ่า ถูกคนใกล้ตัวยกเค้าหมดตัวสูญเกือบ 10 ล้าน เจ็บปวดคนร้ายออกจากคุก – ไม่ได้ทรัพย์สินคืนแม้แต่บาทเดียว

“บี๋ สวิช” อดีตพระเอกดังยุค 90 เปิดใจที่แรกหลังบ้านโดนยกเค้า ของมีค่าหายเกลี้ยงสูญเสียทรัพย์สินมูลค่ารวมเกือบ 10 ล้านบาท จนหมดตัว รับแค้นใจเคยคิดอยากฆ่า เจ็บปวดมากที่คนร้ายติดคุกแค่ 2 ปีและตอนนี้ออกจากคุกแล้ว แต่ตนเองกลับไม่ได้ทรัพย์สินคืนแม้แต่บาทเดียว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ อาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ได้ข่าวว่าพี่บี๋โดนยกเค้า แต่ไม่คิดว่าหมดตัว?

“นับหนึ่งใหม่เลย มันงัดทั้งเซฟ รู้จักคนร้ายมาระยะนึง เขาเป็นอดีตพนักงานแบงก์อยู่ที่อำนาจเจริญ แล้วเขามาขายประกัน ขายอะไรให้ จากนั้นผ่านไปหลายเดือน เขาก็มาแจ้งเราว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งระยะ 2 ร่างกายไม่สามารถทำงานปกติได้ ตอนแรกเราก็ยังไม่เชื่อ แต่เขาบอกว่าที่บ้านเขา แม่ก็เป็นเนื้องอกในสมองด้วย พ่อก็หลบหนีคดีทางการเมืองอะไรสักอย่าง ทำให้เราเชื่อใจ เพราะเราเคยเจอกันเวลาเขาขายประกัน เขาบอกให้ช่วยหน่อย เขาไม่ไหวแล้ว การรักษาโรคมะเร็งต้องใช้ยา ราคามันสูงมาก ทำอะไรได้ก็ทำ ขอแค่ให้มีที่ทำงาน เราก็ถามว่าทำอะไรได้บ้าง เขาบอกทำได้หมด กับข้าว งานบ้านทำได้หมด ช่วงนั้นประกอบกับแม่บ้านผมกลับต่างประเทศไปเป็นปี ไม่กลับมาสักที มันจังหวะพอดี เราก็เห็นใจเขา สงสารนะ ถ้าเขาป่วยเป็นมะเร็ง บ้านแตกแยก เราก็รับมาเป็นแม่บ้าน คอยทำความสะอาด ซักผ้า ถูบ้าน”

ตอนเขามาทำแรกๆ เห็นพิรุธมั้ย?

“แรกๆ ไม่มีพิรุธ แรกๆ ทำงานดี เขามีทักษะที่เขาเคยทำงานแบงก์มาด้วย มันก็ช่วยจัดการบางอย่างได้ ช่วงแรกก็สามารถไว้ใจได้ เฝ้าบ้านได้ เราก็ไม่เคยคิด เรามีเมตตา ช่วยเหลือผู้คนได้เราก็ช่วย”

ในบ้านมีกี่คน?

“มีผม คุณแม่ คุณยาย แต่คุณแม่กับคุณยายไปๆ มาๆ เบื่อต่างจังหวัดก็กลับมาอยู่กับผม หลักๆ อยู่คนเดียว”

ระยะเวลาที่เขาอยู่มา นานขนาดไหน?

“3-4 ปี ก็นานพอสมควร แม่บ้านต่างชาติกลับบ่าย เดี๋ยวลา เดี๋ยวขาด”

 ระหว่าง 3-4 ปีไม่มีอะไรหาย?

“มีของหายบ้างเป็นบางอย่าง อย่างเสื้อผ้าที่เราซื้อไว้แล้วเก็บ ยังไม่ได้ใส่ แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้ชายไม่ได้คิดอะไรมาก เราก็ถามเขา เขาบอกเขาไม่เห็น ไม่ทราบ ช่วงนั้นมีญาติพี่น้องมาที่บ้านบ้าง บางทีญาติก็มาหยิบไปบ้างโดยไม่ได้บอก เราก็คิดว่าญาติเราเอาไป”

วันนึงมีตร.มาที่บ้าน เกิดอะไรขึ้น?

“ผ่านไป 3-4 ปี วันนึงมีตร.บุกมาที่บ้าน ยื่นหมายจับโจรที่ปลอมตัวมาเป็นแม่บ้านผม เขาไปก่อคดีทางแบงก์เอาไว้ แล้วหลบหนีมาซุกซ่อน เราก็ห๊ะ ตกใจ มันเกิดอะไรขึ้น ตร.เชิญไป ผมก็บอกว่าถ้างั้นคุณไปเคลียร์ตัวคุณเอง แบบนี้เราไม่โอเคแล้ว ขอกุญแจบ้านคืนทั้งหมด ตอนนั้นเขาโดนจับไปเลย แต่ไม่ถึงวันที่เราโดนยกเค้า หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ 7 วัน พอกลับมาปรากฏว่าเปิดประตูห้องไป เซฟโดนงัด เปิดออกหมดเลย โห ตอนนั้นใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะผมซื้อทองเอาไว้ เราเก็บหอมรอมริบ เราทำมาหากินสุจริต เราเผื่อไว้ยามแก่เฒ่า พ่อแม่เจ็บไข้ได้ป่วยตรงไหนเราจะได้ใช้ตรงนี้ในยามฉุกเฉิน ผมซื้อตอนนั้นมาขาดทุน ซื้อ 2.6 หมื่น 2.7 หมื่น ก็คิดว่าถ้าราคาขึ้นมาเท่าทุนเราจะขายเอาทุนคืน จะได้ไม่ขาดทุนเยอะ เราเก็บไว้เป็นสิบปี พอวันนึงเราจะเอาไปขาย ช่วงนั้นโควิดเริ่มเข้า แม่ก็เริ่มมีอาการป่วย”

เซฟใช้วิธีการงัดหรือรู้รหัส?

“งัดเลย” 

วันที่ขอกุญแจ ได้คืนทั้งหมดมั้ย?

“วันที่เขาขโมยของแล้วหนีไป ผมก็ประสานเจ้าหน้าที่ตร.ไปตามจับที่บ้านพ่อเขาที่เป็นอาจารย์เก่า อาจารย์เกษียณอยู่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ”

ของที่อยู่ในตู้เซฟ มีกี่บาท?

“ทอง 50 บาท 4 แท่ง ถ้าเทียบราคาตอนนี้ บาทละ 3.2 หมื่นก็คูณเข้าไป ไหนจะแหวนทองที่เป็นแหวนวงแรก ราคาไม่สูง แต่มีมูลค่าทางจิตใจ สลักชื่อผม VIT มีเพชรตรงตัว I วงนึงก็ญาติผู้ใหญ่เขาให้ตอนเราประสบความสำเร็จ เราก็อยากเก็บ ผมก็ตามไปเจอที่บ้านของเขา มีกุญแจสำรองที่เขาขโมยผมไป แล้วตร.ค้นเจอใบที่เอาไปจำนำ แหวนที่เอาไปจำนำ ดันจำนำร้านไม่มีชื่อ ไม่มีเบอร์โทร ไม่สามารถตามได้ อีกใบนึงเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาเอาไปจำนำ อันนั้นยังพอมีชื่อ ตามมาได้บ้าง แต่อย่างอื่นตามไม่ได้เลย”

เขาไม่บอกเหรอ?

“ตอนเขาจำคุกก็ไปเจรจา บอกว่าเอาไปซ่อนไว้ที่บ้าน ตรงท่อบ้าง ผมก็ไปหานะ ด้วยความซื่อ เรามีความเชื่อว่าเราจะได้ของเราคืน ไปหาก็ไม่มี บอกว่าไปซ่อนตรงนั้นเราไปหาก็ไม่มี สุดท้ายก็ไปคุยว่าให้พูดความจริงมา ขอของเราคืนเถอะ ศาลก็ให้ระยะเวลา แต่สุดท้ายโจรก็โกหกตอแหลไปเรื่อย มันผิดคำพูด สร้างเรื่องสร้างราว จนสุดท้ายที่ขึ้นศาล ตัวเขาก็บอกว่าเขายอมติดคุก ไม่ยอมคืนของให้ผม ผมก็จะทำยังไงดี ในเมื่อเราเป็นผู้เสียหาย ถูกกระทำแบบนี้ มันเจ็บปวดมาก”

ตอนนั้นเป็นยังไง?

“เครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำไมเป็นแบบนี้วะ ทำไมเกิดซ้ำกับเราอีก เราเจอเหตุการณ์โดนโกงมาหนึ่งรอบ นี่โดนอีก เราไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ คนที่ถูกกระทำ อยากให้เข้าใจความรู้สึก คุณมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ผมเดือดร้อน มันเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ผมจะเอามาดูแลตัวผม ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า แต่คุณมาขโมยไปหมด แล้วคุณคิดว่าคุณจะไปเสวยสุขเหรอ ทำไมไม่ทำมาหากินสุจริต ผมยังมีความรู้สึกว่าอยากให้บ้านคุณ ครอบครัวคุณ โดนปล้นแบบผมบ้าง คุณจะรู้สึกยังไง คนออกข้อกฎหมายอยากให้โดนบ้าง อยากให้เข้าใจหัวอกคนที่ถูกกระทำว่ามันเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน กับสิ่งที่เราถูกกระทำมา โห คุณใจร้ายมาก” 

ที่พูดถึงอยู่ผ่านมากี่ปีแล้ว?

“3 ปีแล้ว”

อารมณ์ยังคุกรุ่น เสียใจ?

“มันหมดเลย เราอายุมากขึ้น การทำงานมันยากขึ้นแล้ว เรารู้”

มูลค่าโดยรวมที่หมดไป ทั้งหมดเท่าไหร่?

“ประมาณ 6 ล้าน แต่ถ้าตีราคาทอง ณ ปัจจุบัน ล่อไป 7 ล้าน ทั้งหมดเกือบ 10 ล้าน”

ไปเจอที่บ้านเขาอำนาจเจริญ เจอใครบ้าง?

“เจอคุณพ่อเขา อดีตข้าราชการครูที่อำนาจเจริญ เป็นผู้ใหญ่ที่มีลูกศิษย์ลูกหาในอำนาจเจริญหลายคนเหมือนกัน ผมก็ได้คุยกับท่าน ว่าผมมาดีนะ ลูกสาวพ่อขโมยทรัพย์สินผมไป พ่อเขาน่าจะยังไม่รู้เรื่อง และเขาหนีกบดานไป พอตามไป ตอนแรกเราคิดว่าคนเป็นครูบาอาจารย์น่าจะมีศีลธรรม จริยธรรม เพราะสอนเด็กสอนนักเรียน ก็คิดว่าน่าจะทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีด้วย แต่กลายเป็นว่าคุณพ่อก็ไม่ได้ช่วยอะไร เหมือนกับสุดท้ายแล้วไม่ว่าลูกจะผิดอะไร ก็คอยโปรเทคลูกหรือเปล่า”

ประโยคไหนที่คิดว่าไม่น่าได้แล้ว?

“ตร.กันตัวผมออกมา เพราะทางผู้ต้องหาออกมาโวยวาย ด่าตร.เต็มไปหมดเลย เขาโวยวาย มากันทำไมเต็มบ้านไปหมด อับอายโน่นนี่นั่น แต่เขาก็ยอมรับว่าเขาทำ แล้วอ้างไปเรื่อย โดนจับไปวันนั้น ติดที่เรือนจำอำนาจเจริญ ฝากขังไว้ แล้วนำตัวมาเข้ากรุงเทพฯ เพราะเหตุเกิดที่กรุงเทพฯ ต้องเอามาที่เกิดเหตุ”

ไม่บอกเลยว่าของอยู่ที่ไหน?

“ไม่บอกเลย ตอนนั้นช่วงโควิดร้านย้ายเข้าย้ายออก เราก็ตามไม่ได้เลย ในฐานะเราเป็นผู้เสียหาย มีคำสั่งศาลมาให้เราไปตามทรัพย์สินเอง มีคำสั่งให้กรมบังคับคดีตามบังคับคดี เราก็ไปกรมบังคับคดี เขาก็บอกว่าคุณต้องไปตามเรื่องเองนะ หมายความว่าหน้าที่ของผู้เสียหายต้องไปตามทรัพย์สินเองในคดีแพ่ง ก็ต้องไปตามเอง ทุกสิ่งทุกอย่างตามเอง แต่เราไม่มีอำนาจเหมือนเจ้าหน้าที่ตร.ในการไปสอบถาม ผมก็เอาหมายศาลลองไปถามธนาคารเพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน เผื่อมีโจรเอาเงินไปซุกซ่อนธนาคารไหนบ้าง ปรากฏว่าไม่ได้รับความร่วมมือกับธนาคาร ธนาคารอ้างข้อกฎหมายบางข้อที่เข้ามาคือ pdpa เรื่องคุ้มครองสิทธิ์ แต่ผมก็มีคำถามที่สงสัยและอยากเรียนถามผู้พิพากษาท่าน จริงๆ ท่านให้ความยุติธรรมกับผมดี เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายช่วยเหลือผมดี ประเด็นตรงนี้เป็นข้อกฎหมายไปเอื้อประโยชน์กับโจรหรือเปล่า บางอย่างมันดีนะ บางข้อเอื้อต่อโจรหรือไม่ ขณะที่เราเป็นผู้เสียหาย แต่ผมไม่มีอำนาจ ผมได้รับคำสั่งศาลไป ผมไปยื่นกับแบงก์ขอตรวจสอบ แต่แบงก์ไม่ให้ แสดงว่าคำสั่งศาลตรงนี้มันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือเปล่า แล้วถ้าเกิดเคสอื่นเกิดขึ้นมาอีก อีกหน่อยจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีหรือเปล่า ผมไปขโมยเงินอาจารย์มาแล้วผมยอมติดคุกสองปี ได้รับโทษออกมา ไม่ต้องมาใช้จ่าย จบกันไป ทั้งที่เราสูญเสียเป็นมูลค่ามหาศาล”

เราได้รับความเป็นธรรมแต่ไม่เพียงพอ เงินหามาทั้งชีวิตเกือบ 10 ล้าน คนร้ายตัดสินติดคุก 2 ปี?

“ใช่ แล้วคดีก่อนหน้านั้นคดีฉ้อโกงอีก 4 ปี กลายเป็น 6 ปีแต่ติดจริงแค่ 2 ปี”

พีคกว่านั้นคือ เขาขโมยเงิน แต่พี่บี๋ไปเยี่ยมเขาในคุก?

“ผมยังมีความหวัง ตัวเขาเองก็เขียนจดหมายให้ไปเยี่ยมเขาบ้าง เขียนมาบอกว่าขอโทษที่ทำให้เสียใจ พี่คงเครียดมาก โน่นนี่นั่น เขาทำสิ่งไม่ดี เหมือนเขาสำนึกผิด ขณะนั้นแม่ผม ยายผม ไม่สบาย ป่วยเข้ารพ.ต้องรักษา ผมจะทำยังไงดี เงินที่เขาขโมยไปจะได้เอากลับมารักษาแม่กับยาย เราก็ไปเยี่ยมเขา เขาบอกว่าเงินยังอยู่นะ ไม่ได้หายไปไหน เดี๋ยวออกมาจะคืนให้แน่นอน เราก็ยังมีความหวัง ตราบใดที่เขายังอยู่ในคุก เราก็คิดว่าเงินจะไม่ถูกใช้ไปหรือเปล่า หรือเขายักย้ายถ่ายเทเราก็ไม่รู้ แต่ตอนนั้นเรายังมีความหวัง”

ตอนอ่านจดหมายไว้ใจเขามั้ย?

“ผมยังไม่ไว้ใจ ผมไม่เชื่อคำพูดเขานะ ว่าจะเป็นจริง เพราะเราเจรจากับเขาหลายรอบแล้ว วิธีคิดของโจรจะคิดไม่เหมือนกับเรา ที่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่โจรไม่แน่ใจว่าพอติดคุกไป 2 ปีสิ่งที่เขากระทำลงไปเขาได้รับโทษแล้ว ผมไม่รู้ว่าเขาจะสำนึกกับสิ่งที่เขาทำหรือเปล่า ถ้าเขาอยากเปลี่ยนในสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้อง ให้กลับมาทำให้ถูกต้องซะ มันไม่น่าภาคภูมิใจหรอก ที่คุณเอาเงินที่เขาทำมาหากินบริสุทธิ์ เขาเก็บสะสม เขาเก็บหอมรอมริบมา แล้วคุณเอาไปใช้ มันไม่น่าภาคภูมิใจหรอก อย่าทำเลย ถ้ามีโอกา หรือคุณพ่อคุณแม่คุณฟังอยู่ โปรดเอามาคืนผมเถอะ ผมเดือดร้อนจริงๆ ในสิ่งที่คุณทำ คุณเอาไปทั้งชีวิตผมเลย ที่ผมทำทุกอย่าง แล้วผมไปตามก็ต้องใช้เงิน มันไม่ง่ายเลย ถ้าอยากแก้ความผิด อยากทำผิดให้เป็นถูก สิ่งที่คุณได้รับโทษไปนั้น คุณสำนึกหรือไม่ก็อยู่กับคุณ”

อะไรทำให้มีความหวังว่าทองที่ยังเอาไปจะยังอยู่?

“ช่วงโควิดมันไม่น่าใช้อะไรได้มาก ตัวเขาเองการพนันก็ไม่ได้เล่น แต่อาจชอบเครื่องประดับอะไรต่างๆ ผมคิดว่าเงินไม่น่าถูกใช้ไปไหน ในความคิดผมเองนะ แต่เริ่มไม่รู้สึกอย่างนั้นแล้ว พอเขาออกไป เขาก็อาจเล่นแร่แปรธาตุเปลี่ยนไป  หรือครอบครัวญาติพี่น้องเขาจะเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไรในการจับจ่ายในรูปแบบต่างๆ ก็ฝากร้านทองหลายๆ ร้านทอง ถ้าท่านทราบเบาะแส ช่วยกรุณาแจ้งทางรายการหรือแจ้งผมก็ได้ แม่ทองใบนะครับ 50 บาท 4 แท่ง 200 บาทครับ ผมอดหลับอดนอนเสี่ยงอุบัติเหตุ กว่าจะเก็บหอมรอบริมมาได้ เราก็รู้ว่าอายุมากขึ้นก็เก็บไว้ใช้ยามแก่เฒ่า พ่อแม่เจ็บป่วย ก็อยากเก็บไว้เป็นเรื่องธรรมดา แล้วอยากแจ้งว่าเราไม่แน่ใจว่าเขาออกไปแล้วจะสำนึกหรือไม่ ก็อยากเตือนภัยหลายๆ คน ถ้าเจอคนเหล่านี้อีก ตอนนี้ผมกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น ฉะนั้นโปรดระมัดระวังนะครับ โจรจะมีวิธีการพูด ปลอมอะไรเยอะแยะ เปลี่ยนโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กส่วนใหญ่เขาใช้เป็นภาษาญี่ปุ่น ตอนนี้โจรมารอบทิศทางจริงๆ ต่อให้ป้องกัน แต่อันตรายอยู่รอบด้าน สิ่งสำคัญคือต้องป้องกันตัวเองให้มากที่สุด ก็อยากเตือนทุกท่านไว้ รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เขาใช้ความสงสารของเรา ทำให้เราตกเป็นเหยื่อเขา ผมต้องคอยพยุงจิตใจ คอนโทรลจิตใจไม่ให้มันตก”

พี่บี๋เคยคิดถึงขั้นจะทำร้ายตัวเอง?

“ครั้งแรกโดนโกงเคยคิด แต่ครั้งนี้เราเจ็บซ้ำน้ำใจมาก เหมือนโดนกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมต้องเป็นเรา”

แค้นถึงขนาดไหน?

“ผมอยากให้คนร้ายโดนปล้นโดนเหมือนที่ผมรู้สึก ให้ครอบครัวคุณโดนเหมือนที่ผมโดน จะได้เข้าใจความรู้สึกว่าคนถูกกระทำ คนไม่รู้เรื่อง เขาเจ็บปวดแค่ไหน มันสาหัสแค่ไหน เดือดร้อนแค่ไหนอย่างไร”

เวลาคนเครียดมากๆ อยากฆ่ามันเลย พี่มีมั้ย?

“มีแว๊บแรก สองสามเดือนแรก ทำไมต้องมาทำกับเราแบบนี้ เราอุตส่าห์ช่วยเหลือคุณ ให้คุณมีที่อยู่ที่กิน มีที่พักอาศัย แต่กลับมากินบนเรือนขี้รดบนหลังคาแบบนี้เหรอ ก็ต้องขอบคุณกำลังใจจากคุณแม่และคนรอบข้าง คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เราเอามาสงบจิตสงบใจ ข่มจิตเราให้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีเกิดแก่เจ็บตาย ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น เราต้องประคับประคองจิตใจ ทำให้จิตเราเข้มแข็งให้ได้ และผมจะตามเอาทรัพย์สมบัติเราคืนมา ยังไงผมจะตามล่าคุณแน่นอน ผมจะไม่ยอมให้โจรชั่วลอยนวล”

เล่าให้คุณแม่ฟังทุกเรื่อง?

“จริงๆ ผมไม่อยากเล่า กลัวเขาเครียดไปตามเรา กลัวช็อกโน่นนี่นั่น เราก็พยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน แต่มาบอกทีหลัง แม่ก็ตกใจ แต่ก็ให้กำลังใจ บอกว่าไปดูคนอื่นสิ เขาแย่กว่าเราจะลูก วันนี้ลูกยังมีชีวิต มีบ้าน มีรถอยู่ ยังมีแรง มีหน้าที่การงานที่ได้รับความเมตตา เราต้องดำเนินชีวิตต่อไป ความหวังอยู่ที่ตัวเรา กำลังใจก็อยู่ที่ตัวเรา เริ่มจากตัวเราก่อน แล้วค่อยแบ่งพลังไปให้คนอื่น”

ร้องไห้กับคุณแม่มั้ย?

“ผมเป็นผู้ชายไม่กล้าร้องไห้กับคุณแม่ ส่วนใหญ่จะร้องคนเดียว ไม่อยากให้เขาทุกข์ไปกับเรา อยากให้แกมีความสุขมากกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเราก็รับไว้ด้วยตัวเอง เราเป็นลูกผู้ชายพอ เราคิดอย่างเดียวว่าเราต้องเข้มแข็ง ต้องสู้ แต่ความเข้มแข็งบางทีก็ไหลออกมาเป็นน้ำตา”

ตอนนี้คนร้ายสู้พี่กลับ ตอนนี้ออกมาจากคุกแล้ว?

“เขาหายเงียบไปเลย ไม่ติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น หายสาบสูญไปเลย ผมไม่รู้จะไปสืบหายังไง ไม่รู้เขาไปซ่อนตัวที่ไหนยังไง ยังหาไม่เจอ วันที่เขาออกมา เผอิญทำงานอยู่ ไม่รู้จะไปตามยังไง”

เราก็เชื่อใจเพราะเขาบอกว่าจะเอาของมาคืนเรา?

“ใช่ ถ้าเขารักษาคำพูด ให้สัจจะสัญญา แต่แน่นอนสัจจะไม่มีในหมู่โจร”

อยากบอกอะไรเขา?

“ถ้าออกมาแล้ว ผมไม่รู้ในคุกได้อบรมขัดเกลาหรือทำให้คุณรู้สึกสำนึกบ้างแล้วหรือยัง ถ้าสำนึกแล้ว คุณเองก็ควรทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กลายเป็นเรื่องถูกต้องซะ เงินทุกบาทเป็นของผม ผมยังไม่ได้คืนแม้แต่สลึงเดียว เพราะฉะนั้นได้โปรดเถอะ แม้แต่พ่อแม่คุณ ครอบครัวคุณดูอยู่ ขอร้องล่ะ ผมเดือดร้อนจริงๆ ในสิ่งที่คุณทำ อย่ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเลย คนอื่นหามาด้วยความยากลำบาก เขาเหน็ดเหนื่อย เดือดร้อน มาทำแบบนี้มันเจ็บปวดนะครับ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวคุณบ้างคุณจะรู้สึกยังไง ผมหวังว่าสิ่งที่คุณได้โอกาสจากสังคมแล้ว ควรกลับเนื้อกลับตัวซะใหม่ ผมยังรอให้คุณติดต่อและรอให้คุณเอาของมามอบให้ผมอยู่ แนะนำว่าถ้าเกิดคนนี้ไปก่อคดีอีก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ตรวจสอบกันให้ดี เช็กก่อนว่าเคยมีประวัติหรือเปล่า สิ่งสำคัญก็ต้องให้กำลังใจตัวเราเอง ต้องอยู่เพื่อสู้ต่อไป ก็หวังว่าเสียงเล็กๆ หนึ่งเสียงจากผู้ถูกกระทำ จะไปถึงผู้พิพากษา ตร. กรมบังคับคดี กฎหมายบางอย่างได้โปรดเถอะ ถ้าแก้ได้ก็แก้ อย่าไปเอื้อให้คนที่ไม่ดีเลย”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘พรหมลิขิต’ ตอนที่ ๑ ‘ขุนหลวงนารายณ์’ สิ้นพระชนม์ พลัดเปลี่ยนสู่ยุคของ ‘ขุนหลวงเพทราชา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763463

‘พรหมลิขิต’ ตอนที่ ๑ ‘ขุนหลวงนารายณ์’ สิ้นพระชนม์ พลัดเปลี่ยนสู่ยุคของ ‘ขุนหลวงเพทราชา’

‘พรหมลิขิต’ ตอนที่ ๑ ‘ขุนหลวงนารายณ์’ สิ้นพระชนม์ พลัดเปลี่ยนสู่ยุคของ ‘ขุนหลวงเพทราชา’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.13 น.

“เกศสุรางค์” (ราณี  แคมเปน) หรือ ที่ปัจจุบันทุกคนเรียกเธอว่า แม่หญิงการะเกด เรื่องราวยังคงเล่าขณะที่กรุงศรีอยุธยาคานั้น “ขุนหลวงนารายณ์” (ปราปต์ปฎล  สุวรรณบาง) สิ้นพระชนม์ และพลัดเปลี่ยนสู่ยุคของ “ขุนหลวงเพทราชา” (ศรุต  วิจิตรานนท์) ขึ้นครองราชย์ การะเกดเองก็ให้กำหนดบุตรชายฝาแฝด นามว่า “พ่อเรือง” (ธนวรรธน์  วรรธนะภูติ) และ “พ่อริด” (ธนวรรธน์  วรรธนะภูติ) การะเกดผู้ที่มาจากอนาคตกาลข้างหน้าถึง 329 ปี หลายครั้งที่ “ออกญาวิสูตรสาคร” (ธนวรรธน์  วรรธนะภูติ) ถามเรื่องของประวัติศาสตร์ เขาสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น แต่ห่วงเรื่องของ “แม่มะลิ หรือ ตองกีมาร์” (สุษิรา  แอนจิลีน่า  แน่นหนา) การะเกดยืนยันกับออกญาฯ ว่าแม้ชะตากรรมของเธอจะต้องยากลำบาก เพราะ “กรมพระราชวังบวร” (จิรายุ  ตันตระกูล) อยากได้เธอเป็นเมีย แต่เธอไม่เคยยอม จนต้องทุกข์ทรมานแต่ก็ไม่ถึงจะตายจากกัน แถมบั่นปลายชีวิตเธอจะจบลงอย่างสวยงามแน่นอน ในขณะที่ขุนหลวงเพทราชาพยายามขับไล่พวกฝรังคีออกไปจากอยุธยา ด้าน “คุณหญิงจำปา” (ชไมพร  จตุรภุช) อยากให้พ่อริดพ่อเรืองได้มีน้องเสียที การะเกดจึงหาทางชวนคุณพี่หมื่นมีลูก จนได้ให้กำเนิดลูกสาวอีก 2 คน คือ “แม่แก้ว” และ “แม่ปราง”

‘ดีเจนุ้ย’พูดแล้ว! ปมโดนนางเอกดัง’แอน ทองประสม’ตบหน้าสั่นกลางเวทีENDเกมทรยศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763460

'ดีเจนุ้ย'พูดแล้ว! ปมโดนนางเอกดัง'แอน ทองประสม'ตบหน้าสั่นกลางเวทีENDเกมทรยศ

‘ดีเจนุ้ย’พูดแล้ว! ปมโดนนางเอกดัง’แอน ทองประสม’ตบหน้าสั่นกลางเวทีENDเกมทรยศ

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.49 น.

17 ตุลาคม 2566 เรียกได้ว่าทัวร์ไปลงที่นางเอกดังแอน ทองประสม หนักมากสำหรับดราม่าแอน ทองประสม ตบหน้าดีเจชื่อดังอย่าง ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ กลางเวทีขณะรับหน้าที่พิธีกรในงาน END เกมทรยศ ปิดโรงดูตอนจบของละครดังเกมรักทรยศ โดยเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงความไม่เหมาะสมกับพฤติกรรมที่นางเอกดังทำ

โดยล่าสุดดีเจนุ้ย ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า จริง ๆ ขอบคุณทั้งคนที่ส่งข้อความมาเป็นห่วงเรา ก็ขอบคุณที่เป็นห่วงเรา แต่เรื่องที่จะอธิบายคือ มันไม่มีอะไรเลย เรื่องกับพี่แอนคือเรื่องมันจบบนเวทีเลย คือมันเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว พี่แอนเขาปูเรื่องอยู่แล้วว่าเขาจะเล่นกับเราแบบนั้น เราก็คิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องมี คือคิดในหัวแล้วเลยไม่ได้ตกใจมาก มันก็ต้องเล่นรับแอคไปและต้องไปต่อ คือเรื่องเหตุการณ์บนเวที แต่ถ้าพุ่งเข้ามาแล้วตบเลยก็ค่อยว่ากัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรเลย ถ้าถามว่ามีนัดกันก่อนไหม คือไม่ได้นัด แต่ในสคริปต์พี่แอนเขาจะพูดถึงว่าเขาเล่นจริง เขาเป็นคนที่เล่นจริงอยู่แล้วเราก็เลยขยี้ตรงนี้ พี่แอนก็เลยพยายามอธิบายว่าถ้าตบปลอมมันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้นะ แต่ถ้าตบจริงมันจะเป็นแบบนี้ แอคชั่นมันจะคนละแบบกัน คือเราสดๆ ตรงนั้น

“อาการหลังจากนั้นก็มี แดง ตบเสียงดังมาก ดังแปะ กลับไปดูคลิปก็หน้าสั่นเลย คือท้าทายคอลลาเจนเรามากเลย รู้แล้วว่าเขาจะตีมาทางนี้ เราก็เจ็บแต่ก็ต้องไปต่อ วินาทีที่โดนก็กรี๊ดก่อน กรี๊ดแล้วก็หัวเราะต่อและสมองก็คิดว่าต่อไปคืออะไรยังไง แต่คือจริงๆ แล้วพี่แอนกับนุ้ยรู้จักกันมานานมากแล้ว พี่แอนก็คือเป็นคนที่ให้โอกาสนุ้ยทำรายการของพี่แอน วันปีใหม่ก็มีของขวัญมาให้เรา วันเกิดก็โทรศัพท์มาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ อวยพร คือนุ้ยกับพี่แอนค่อนข้างที่จะรู้จักกันอยู่แล้ว แล้วเวลาเจอกันกับพี่แอนทุกครั้งเขาก็จะชอบแซว เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องปกติสำหรับนุ้ยกับพี่แอน” ดีเจนุ้ย กล่าว 

ส่วนที่ชาวเน็ตเป็นห่วง ดีเจนุ้ยก็เผยว่า ขอบคุณชาวเน็ตและเคารพความคิดเห็นทุกคนคือทำให้เราเห็นว่าในยุคนี้มันมีความเท่าเทียมทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันไม่ใช่ว่าคุณจะเป็นใครคุณจะมาทำกับใครได้ หรือคุณจะมาลงกับใครก็ได้ มันทำให้เห็นมุมมองความคิดตรงนี้ สำหรับพี่แอนไม่ได้คุยอะไรกับเรา มองว่าเคลียร์กับนุ้ยบนเวทีไปเรียบร้อยแล้ว พอเห็นว่าเริ่มแดงแล้วเขาก็จะบอกว่า พี่ขอโทษนะนุ้ย คือพี่แอนก็บอก เมื่อวานเจอกันเขาก็บอกว่าพี่จำอะไรไม่ได้เลย เราก็เลยแซวเขากลับว่า ตอนแรกอะจำได้ พอโดนก็เริ่มจำอะไรไม่ได้แล้วก็แซวกันไปมาไม่ได้มีโกรธเลย และไม่มีอะไรเลย

ดีเจนุ้ย กล่าวต่ออีกว่า เข้าใจมุมมองความคิดของทุกคนทุกคอมเมนต์ที่เข้ามา ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เข้าใจหมดเลย แต่สำหรับใครที่กังวลแทน ก็คือจริง ๆ แล้วเราก็อย่างที่บอกว่าเคารพและเข้าใจคอมเมนต์ที่ทำให้เราเห็นในมุมมองต่างๆ ยุคสมัยนี้มันเป็นยังไง มันเป็นเรื่องของความรุนแรงก็ตาม เรื่องของความเสมอภาคก็ตาม ต้องขอขอบคุณทุกความคิดเห็นจริงๆ แล้วก็อยากให้ทุกคนสบายใจว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ

‘นิวหนวด’ควง3 สาวงาม ‘มิสไทยแลนด์เวิลด์2023’ เมาท์สนุก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763439

'นิวหนวด'ควง3 สาวงาม 'มิสไทยแลนด์เวิลด์2023' เมาท์สนุก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

‘นิวหนวด’ควง3 สาวงาม ‘มิสไทยแลนด์เวิลด์2023’ เมาท์สนุก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.20 น.

“นิวหนวด” ยกทีม สาวงาม มิสไทยแลนด์เวิลด์2023 เมาท์สุดชิล ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน “นิว พาซ่า”เสาร์ที่21 ตุลาคมนี้ครื้นเครงกันแบบสุด ๆ เมื่อ “นิวหนวด-ธนิศ แก้วนาค” พิธีกรอารมณ์ดีแห่งรายการ “นิว พาซ่า”ซีซัน2พาคนสวยขนม-ทารีน่าโบเทสเจ้าของตำแหน่ง“มิสไทยแลนด์เวิลด์2023”  พร้อมด้วยเฟิร์น-วรางคณาสิริสถาพรทรัพย์รองอันดับ 1และพลอย-พลอยวรินทร์แสนไชยรองอันดับ 2 มิสไทยแลนด์เวิลด์มาเมาท์มอยจัดเต็มฉบับ “นิว พาซ่า”ในบรรยากาศเป็นกันเองริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่“บ้านท่าน้ำนนท์”

งานนี้สาวขนม บอกว่ากำลังขะมักเขม้นกับการเตรียมความพร้อมที่จะเดินทางไปประกวดที่ประเทศอินเดียและมาทั้งทีจะไม่พูดถึงวลีเด็ดท็อปฮิตของสาวขนมในโซเชียลมีเดียไม่ได้เลยส่วน2 สาวงาม เฟิร์น-พลอยที่มาสมทบ ก็มาร่วมวงพูดคุยสนุกไม่แผ่วเลย แต่ละคนยอมเผยเรื่องลับแบบไม่มีเม้ม จะเด็ดขนาดไหน แฟนๆสามารถติดตามความสนุกทั้งหมดนี้ได้ในรายการ“นิว พาซ่า” ซีซัน 2 ในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคมนี้เวลา 15.30น.ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

โดนซะแล้ว!!’นุ๊ก-ปาย’ไอ้ต้าวคู่จิ้นเงินล้าน’พี่นก&พี่สิงห์’แท็กทีมFCจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763420

โดนซะแล้ว!!'นุ๊ก-ปาย'ไอ้ต้าวคู่จิ้นเงินล้าน'พี่นก&พี่สิงห์'แท็กทีมFCจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์

โดนซะแล้ว!!’นุ๊ก-ปาย’ไอ้ต้าวคู่จิ้นเงินล้าน’พี่นก&พี่สิงห์’แท็กทีมFCจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.19 น.

กลับมาเยือนเวที “ชุมทางดาวทอง” พร้อมกับเสียงกรี๊ดสนั่นลั่นสตูดิโอเหมือนเดิม สำหรับคู่จิ้นศิลปินอีสานแห่งยุค “นุ๊ก-ปาย” นำโดยหนุ่ม “นุ๊ก ธนดล” และ “ป๊ายปาย โอริโอ้” ที่จัดเพลงเซ็ทใหญ่มาเอาใจเหล่าแฟนคลับงานนี้พิธีกรพี่ใหญ่ใจป๋า “นก บริพันธ์” และเหล่า FC รวมตัวกันจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์แฮปปี้เบิร์ธเดย์ฉลองล่วงหน้าและย้อนหลังให้กับทั้ง “นุ๊ก-ปาย” โดยที่เจ้าของค่าย sing music “พี่สิงห์” ร่วมแจมด้วย

เพลิดเพลินเชิญชม “ชุมทางดาวทอง” รายการวาไรตี้ลูกทุ่งมาตรฐาน ทางช่อง 7HD กด 35 ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.45 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่[www.bugaboo.tv]www.bugaboo.tv][www.bugaboo.tv]www.bugaboo.tv, Youtube Channel ชุมทางดาวทอง ช่อง 7HD และเฟสบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/chumtangdaotong/ ความบันเทิงที่ไปกับคุณทุกที่ทุกเวลา

‘ริส &ซิล’แท็คทีมแก้แค้น“หมู” สั่งสอนรุ่นพี่นิสัยอันธพาล ในฟ้ามีตา ตอน ความลับของการแก้แค้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763411

'ริส &ซิล'แท็คทีมแก้แค้น“หมู” สั่งสอนรุ่นพี่นิสัยอันธพาล ในฟ้ามีตา ตอน ความลับของการแก้แค้น

‘ริส &ซิล’แท็คทีมแก้แค้น“หมู” สั่งสอนรุ่นพี่นิสัยอันธพาล ในฟ้ามีตา ตอน ความลับของการแก้แค้น

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.09 น.

ละครสั้นสร้างสรรค์สังคมรายการ “ฟ้ามีตา” ผลิตโดย “ดาราวิดีโอ” ขอเสนอตอน ความลับของการแก้แค้น กำกับการแสดงโดย “คณวัชร สังวริบุตร”  เป็นเรื่องราวของสองหนุ่มเพื่อนซี้ ซึ่งได้นักแสดงวัยรุ่นหน้าใสอย่าง ริส – วิชญพงษ์ เอี่ยมสะอาดและซิล – ฐณธรณ์ ธัญญกรกุล ที่ในเรื่องต้องถูกรุ่นพี่ในที่ทำงานกลั่นแกล้ง ก็คือ หมู – ภูษณะ บัวงาม ที่เห็นหน้าก็รู้ได้เลยว่าไม่ได้มาดีแน่ๆ  แต่สุดท้ายทั้งริสและซิลก็พยายามข่มใจไม่ตอบโต้กลับ ใช้ความเงียบสยบ เพราะสุดท้ายผลของการกระทำที่ไม่ดี จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง ยังไม่หมดเท่านี้นอกจากนี้ยังมีทัพนักแสดงมากฝีมืออีกหลายท่านอย่าง น้ำผึ้ง – ธนภัทร ดิษฐ์ไชยวงศ์และ จิ๊บ – เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ ที่จะมาเพิ่มเติมความสนุกและความเข้มข้นในฟ้ามีตาตอนนี้ให้มาขึ้นอีกด้วย มาร่วมเอาใจช่วยริสและซิลว่าจะผ่านบททดสอบของชีวิตครั้งนี้ไปได้หรือไม่และหมูจะได้รับผลกรรมนี้อย่างไร…โปรดติดตามชมละคร “ฟ้ามีตา” ตอนความลับของการแก้แค้นออกอากาศวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2566 เวลา 14.30น. ทาง ช่อง7 HD กด 35

‘สเกิร์ต-กชกานต์’สาวน้อยขี้อ้อน พร้อมขยุ้มหัวใจหนุ่ม!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763402

'สเกิร์ต-กชกานต์'สาวน้อยขี้อ้อน พร้อมขยุ้มหัวใจหนุ่ม!

‘สเกิร์ต-กชกานต์’สาวน้อยขี้อ้อน พร้อมขยุ้มหัวใจหนุ่ม!

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.45 น.

รายการ “RUSH Cuties” (รัช คิวตี้) สัปดาห์นี้ทำความรู้จัก สาวน้อยชื่อเก๋ “สเกิร์ต-กชกานต์ เพลาวรรณ์” ที่งานนี้เธอมาพร้อมกับคาแรคเตอร์สาวขี้อ้อน ในธีมถ่ายแฟชั่นหวานซ่อนเท่เพิ่มดีกรีความสดใสที่เตรียมจู่โจมขยุ้มหัวใจหนุ่ม ๆ ให้อยู่ในกำมือ รับชมได้เต็ม ๆ ในรายการ “RUSH Cuties” (รัช คิวตี้) วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคมนี้ เวลา 20.00 น. ทางช่อง RUSH Stories กด 203 บนกล่อง 3BB GIGATV พร้อมช่องทางการติดตามอื่นๆ ทาง เพจเฟสบุ๊ค และช่องยูทูป RUSH Stories

มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ก้าวสู่ปีที่ 10 จัดกิจกรรม ‘มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763382

มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ก้าวสู่ปีที่ 10 จัดกิจกรรม 'มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ'

มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ก้าวสู่ปีที่ 10 จัดกิจกรรม ‘มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.01 น.

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์มุ่งมั่น ตั้งใจสร้างสรรค์โอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ คนพิการ และผู้สูงอายุ ผ่านหลากหลายกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในทุกปี จากก้าวแรก…ก้าวสู่ปีที่10“ร่วมทศวรรษของเส้นทางแห่งการให้”ยังคงเดินหน้าส่งต่อทุกความรัก สู่ทุกหัวใจ ไม่สิ้นสุดด้วยการสร้างโอกาสทางการศึกษา ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับน้อง ๆ ด้อยโอกาสผ่าน3 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรม“เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม”, กิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” และ กิจกรรม “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” รวมทั้งอีก 1 กิจกรรม“ปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ที่ช่วยส่งเสริมให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้การปลูกผักกะละมัง ที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปี 2566

กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” กิจกรรมที่สร้างสรรค์โอกาสแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้น้อง ๆ คนพิการ และผู้สูงอายุได้เข้าชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ทุกสาขาของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ปทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดซึ่งมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้นำน้อง ๆ ผู้ด้อยโอกาสเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 299,271 คนและนำผู้สูงอายุเข้าชมภาพยนตร์แล้ว55,433 คน รวมทั้งหมด 354,704 คน

อีก1 กิจกรรม“มาเติมร้อยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”ที่เป็นการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ โดยได้มอบทุนการศึกษาปีละ 20 ทุน ทุนละ10,000บาท ให้กับน้องๆ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มน้อง ๆ ด้อยโอกาส 10 ทุน และกลุ่มน้องๆ พิการที่บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา อีก 10 ทุน สำหรับน้องๆ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมชมภาพยนตร์และได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรียงความถึงแรงบันดาลใจที่ได้จากภาพยนตร์ และได้รับคัดเลือกรับทุนการศึกษาไปแล้วรวม 140 ทุน

รวมทั้งกิจกรรม “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เพื่อส่งมอบห้องหนังให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนภายใต้แนวคิด “โลกกว้างแห่งโอกาส” เพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูนและสารคดีสร้างสรรค์ต่าง ๆจากระยะเวลา6 ปีที่ผ่านมาได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 58 โรงเรียน 58 จังหวัด และในปีนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าส่งมอบโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่7 ได้ทำการส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ให้กับอีก6 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนโสตศึกษา

ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร, โรงเรียนวังก้านเหลืองดรุณกิจ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ, โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรี, โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนบ้านเม็กดำ อ.พยัคฆภูมิพิสัยจ.มหาสารคาม และ โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน (ธรรมสุชาติอุทิศ) อ.เมือง จ.สุรินทร์โดยมีเป้าหมายจะส่งมอบให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม“ปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” เป็นกิจกรรมสอนน้องปลูกผักกะละมังส่งเสริมให้น้อง ๆ นักเรียนปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยอย่างยั่งยืนโดยนำมาทำเป็นอาหารกลางวันรับประทานและยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนได้อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับจัดกิจกรรม“มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”โบว์ลิ่งการกุศลและมอบทุนการศึกษาประจำปี2566 ในครั้งนี้ได้จับมือกับศิลปินนักวาดการ์ตูนชื่อดังเบล เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล หรือที่รู้จักกันในนามของ Painterbellเปิดตัวคาแรคเตอร์การ์ตูนสุดครีเอทีฟที่มีแรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก 4 กิจกรรมหลักของ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ภายใต้แนวคิด “โลกกว้างแห่งโอกาส”จนเกิดลวดลายเก๋ๆเพื่อเป็นการส่งแรงบันดาลใจผ่านตัวการ์ตูนที่นำมาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานเป็นคอลเลคชั่นของที่ระลึกเพื่อการกุศลทั้งเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าแคนวาสเริ่มจำหน่ายแล้วที่มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ชั้น M โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน สอบถามเพิ่มเติมโทร 02511-5427-36 ต่อ 532 โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายของที่ระลึกจะนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อน้อง ๆ ด้อยโอกาสในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลต่อไป

ภายในงานได้รับเกียรติจาก วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิวิเชฐ ตันติวานิช, อรุโณชา ภาณุพันธ์ และ คมกริช ศิริรัตน์ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้น้อง ๆ พบความสนุกสนานจากวงบอยกรุ๊ปTHE7ที่มาร่วมสร้างความสุขและเติมแรงบันดาลใจดี ๆผ่านเสียงเพลงพร้อมด้วยทัพศิลปินนำโดย2 หนุ่ม 789 TRAINEE อเล็กซ์อเล็กซานเดอร์และจีซังอคิรา คิม,ขวัญ อุษามณี, แอนโทเนีย โพซิ้วMiss Universe Thailand 2023, ชนนิกานต์ สุพิทยาพรนางสาวไทย 2566, ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตร, เจนนิเฟอร์ โจนส์, LAST IDOL, นักแสดงจากภาพยนตร์ธี่หยด จูเนียร์ กาจบัณฑิตใจดีและ รัตนวดี วงศ์ทอง, แม็คณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ ฯลฯที่มาร่วมมอบความสุขและความบันเทิงให้กับน้องๆ ณอินฟินีซิตี้ ฮอลล์ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

‘คนไทยหัวใจไม่ท้อ’ตอน ‘คณิตา โสมภีร์ บ้านนี้เพื่อหนูน้อย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763380

'คนไทยหัวใจไม่ท้อ'ตอน 'คณิตา โสมภีร์ บ้านนี้เพื่อหนูน้อย'

‘คนไทยหัวใจไม่ท้อ’ตอน ‘คณิตา โสมภีร์ บ้านนี้เพื่อหนูน้อย’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 12.53 น.

ทริปนี้ “แห้ว – โสภณ” พามาที่ชุมชนย่านรามคำแหง 39  กับการตามติดเรื่องราวดีๆ ของ “ครูส้ม – คณิตา โสมภีร์”ด้วยอุดมการณ์ที่อยากทำงานเพื่อเด็ก อยากให้เด็กทุกคนแม้กระทั่งเด็กไม่มีฐานะได้มีโอกาสทางการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เขาจึงตัดสินใจหยุดชีวิตครูโรงเรียนเอกชน หันมาเปิดบ้านที่ครูเช่าอยู่ในชุมชนย่านรามคำแหง 39  ดูแลเด็กตั้งแต่วัย 2 เดือนถึง 3 ขวบกว่า 20 ปี ของการอุทิศชีวิตและจิตวิญญาณ  เพื่อดูแลเด็กในชุมชนแออัดแห่งนี้ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพตามติดเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ใน วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม  09.30 น. ทางช่อง 5HD5 ดูช่อง 5 กดหมายเลข 5