ศาลให้ ‘นิพนธ์’ ประกันตัว คดีละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559723

28 ก.ย. 2566

ศาลให้ ‘นิพนธ์’ ประกันตัว คดีละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง

‘นิพนธ์’ เฮ ศาลให้ประกันตัว คดีละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้เอกชน ตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

จากกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริต สั่งจำคุก นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายก อบจ.สงขลา และอดีต รมช.มหาดไทย ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 9 ปี จากคดี มาตรา 157 การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้กับเอกชน เป็นจำนวน 50,850,000 บาท พร้อมทั้งสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับสมัครเลือกตั้ง 5 ปี

ภายหลัง ศาลอาญาคดีทุจริต สั่งจำคุก นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายก อบจ.สงขลา 9 ปี คดี 157 ละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้เอกชน 50,850,000 บาท เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 5 ปี แล้ว

นายนิพนธ์ บุญญามณีนายนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

‘เพื่อไทย’ ครองทีมผู้บริหารชุดใหม่ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559718

28 ก.ย. 2566

'เพื่อไทย' ครองทีมผู้บริหารชุดใหม่ 'กระทรวงวัฒนธรรม'

ส่องทีมผู้บริหารชุดใหม่ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’ อดีต สส. ‘เพื่อไทย’ ทั้งนั้น ‘พลภูมิ’ ขึ้น ผู้ช่วยย รมว.เสริมศักดิ์ ‘กานต์กนิษฐ์’ เป็นที่ปรึกษา

หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทยหลายสมัย และประธานสภาวัฒนธรรม กทม. ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยรัฐมนตรี” นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากเคยผ่านสนามการเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เป็น สก. เขตคันนายาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย และชนะเลือกตั้งติดต่อกันมารวม 4 สมัย เป็น สส.กทม.พรรคเพื่อไทย 2 สมัย และดำรงตำแหน่งกรรมาธิการหลายคณะ รวมทั้ง เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น 

นอกจากนี้แล้วยังพบว่า ทีมผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมล้วนแล้วมาจากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ประกอบด้วย 


น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขตยานนาวา-บางคอแหลม พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่ง “เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” เคยผ่านประสบการณ์ การทำงานด้านการเมือง โดยเป็นกรรมาธิการต่างประเทศ ประธานสภาวัฒนธรรม เขตบางคอแหลม ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค และที่ปรึกษารองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง นอกจากนี้ยังเคยเป็นกรรมการบริหาร บริษัท เวอร์เทคคอสโม จำกัด  และที่ปรึกษาด้านการศึกษา บริษัท คอนเนกชั่นทรีซิกตี้ จำกัด และยังเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชน ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา 

น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” ฝ่ายประสานกิจกรรมการเมือง ซึ่งเป้นลูกสาวของนายแก้ว แห้วสันตติ อดีต ส.ก.เขตพระนคร พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้น.ส.กานต์กนิษฐ์ได้เป็น สก.เขตพระนคร 2 สมัย และเป็น สส.กทม.เขตพระนคร-ป้อมปราบศัตรูพ่าย-สัมพันธวงศ์ และเขตดุสิต เมื่อปี 2562 ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ก่อนจะย้ายค่ายมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ (ทนายบิลลี่) อดีต สส.กทม.พรรคก้าวไกล ทนายบิลลี่ ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” ฝ่ายกฏหมาย 
เป็นลูกของ ดร.พรชัย อรัณยกานนท์ ผู้ก่อตั้งและเป็นอธิการบดีคนแรกวิทยาลัยทองสุข กับ นางสุนีย์ อรัณยกานนท์ เคยเป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย กรรมการสภาวิทยาลัยทองสุข พิธีกรร่วมรายการกฎหมายหน้าหนึ่ง ทีวีรัฐสภา ส่วนสนามการเมืองระดับชาติครั้งแรก ในการเลือกตั้งทั่วไป 24 มีนาคม 2562 สังกัดอนาคตใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 27 กทม. เขตตลิ่งชัน-เขตทวีวัฒนา-เเขวงหนองค้างพลู ชนะเลือกตั้ง ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม”  เป็นนักธุรกิจหนุ่ม โปรไฟล์อายุน้อยร้อยล้าน ก่อนจะหันมาทำงานด้านการเมือง เคยเป็นประธานสภาวัฒนธรรมเขตบางกะปิ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรม คือ หนึ่งในหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ เพื่อยกระดับคนไทยที่มีเงินรายได้ยังไม่ถึง 20,000 บาท ให้เป็นแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน การันตีรายได้ขั้นต่ำ 2 แสนบาทต่อปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธานกรรมการ 

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ

น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติน.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนานายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา

‘ก้าวไกล’ สนุกปาก เหน็บนายกฯ  เปิดทาง ต่อศักดิ์ ขึ้น ผบ.ตร. สร้างทฤษฎีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559714

28 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' สนุกปาก เหน็บนายกฯ  เปิดทาง ต่อศักดิ์ ขึ้น ผบ.ตร.   สร้างทฤษฎีใหม่

ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติดด่วนด้วยวาจา ปัญหาความขัดแย้งใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้ทีถล่ม นายกรัฐมนตรี สร้างบรรทัดฐานใหม่ เปิดทางผู้อาวุโสน้อยกว่าขึ้น “ผบ.ตร.” ระบุชัดหากใช้สูตรนี้ มีหวังตำรวจชั้นผู้น้อย มีโอกาสโตในหน้าที่

ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ในวาระญัตติดด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเสนอวิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล   อภิปรายการแก้ปัญหาการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า นายกรัฐมนตรี  ให้เหตุผลว่าแคนดิเดต ผบ.ตร. ทั้ง 4 ท่าน มีอาวุโสในทางราชการ และการขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารที่แตกต่างกันไม่มากนัก ทุกคนมีความรู้ความสามารถเท่าเทียมกัน ผ่านงานมาทุกรูปแบบ

แต่ ผบ.ตร.คนใหม่ จะต้องทำงานสนองนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ถึงมั่นใจว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล  สามารถทำงานส่วนนี้ได้  สิ่งที่นายกรัฐมนตรี  ระบุว่า ประสบการณ์เท่า ๆ กัน   แท้จริงผู้ที่อาวุโสที่สุด  คือ  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ มีอายุงานจากผู้กำกับจนมาเป็นรองผบ.ตร. 21 ปี  ส่วน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ว่าที่  ผบ.ตร. คนปัจจุบันขึ้นจากผู้กำกับมาเป็นผบ.ตร. ใช้เวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น  

“ผมต้องขอบคุณท่านนายกฯ ที่เลือกท่าน ต่อศักดิ์  เพราะเป็น เป็นความหวังให้ตำรวจชั้นผู้น้อยเป็นอย่างยิ่ง ว่าวันหนึ่ง  เขาจะสามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงานได้ไวขนาดนี้  ได้สร้างทฤษฎีใหม่  ผมขอบคุณท่านนายกฯ จริง ๆ” นายเท่าพิภพ กล่าว  ทั้งนี  “แคนดิเดต ผบ.ตร.” ในปีนี้ ได้แก่ รอง ผบ.ตร. 4 คน เรียงตามลำดับอาวุโส   1. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2567    2. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2574   3. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2569  4. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2567

นายเท่าพิภพ  กล่าวว่า   ปัญหาตำรวจมีทั้งเรื่องตั๋วช้าง ตามนาย ขายเพื่อน   กว่าจะเป็นตำรวจยศสูง ๆ ต้องผ่านการตามนาย เหยียบหัวเพื่อน ใส่ร้ายเพื่อน ตำรวจระดับล่าง ถ้าไม่มีเงินก็อยู่แบบนั้น ไม่มีเส้นก็อยู่ สน.เป็นนายดาบจนเกษียณ  สุดท้ายประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย  


นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปราย ด้วยว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า คำว่าปฏิรูป ให้ใช้คำว่า พัฒนาร่วมกัน กับทหาร ล่าสุดกับตำรวจ คำว่า “สังคายนา” ไม่ใช่คำเชิงลบแต่นายกรัฐมนตรีให้หลีกเลี่ยงดีกว่า ให้ใช้คำว่า แก้ไปทีละเรื่องไป สะท้อนว่าวันนี้นายกฯอาจจะยังไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง หรืออาจจะเห็นแล้ว แต่ไม่ยอมรับกับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น 

'ก้าวไกล' สนุกปาก เหน็บนายกฯ  เปิดทาง ต่อศักดิ์ ขึ้น ผบ.ตร.   สร้างทฤษฎีใหม่

การประชุม ก.ตร.  โดยมี  เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานการประชุม  โดยมีวาระสำคัญคือ ที่ประชุม ก.ตร.มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. คนใหม่ 

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ที่ปรากฎ ตำรวจข้าราชการระดับสูง มีการกล่าวหาใส่ความใส่ร้ายกันไปกันมา แทนที่จะไปจับโจร ก็กลายเป็นว่าตำรวจมาไล่จับกันเอง และเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ที่มีการเอาตำรวจคอมมานโดอาวุธครบมือเข้าไปค้นบ้าน   รองผบ.ตร. ที่อยู่บริเวณสโมสรตำรวจ ทุกคนรู้หมดว่าบ้านหลังไหน ตำรวจคนไหนอาศัยอยู่ แต่ปรากฏว่า อดีตผบ. ตร.ไม่รู้  , ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ก็บอกไม่รู้ แต่เอาอาวุธครบมือไปค้น ในขณะที่บ้านผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนครปฐม พบตำรวจระดับผู้การ ตำรวจชั้นยศสูง ๆ   ไปกุมเป้าร้องเพลง Happy Birthday ภาพแบบนี้สะท้อนถึงความผิดปกติ ต้องใช้คำที่แรงกว่าคำว่า สังคายนา ด้วยซ้ำ แต่นายกฯ ก็ยังบอกว่าหลีกเลี่ยงก่อนให้แก้ไปทีละเรื่อง 

เขา กล่าวว่า อาชญากรรมร้ายแรงทั้งหมดเหล่านี้ มีตำรวจบางนาย บางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่ควรใช้คำว่าตำรวจด้วยซ้ำเพราะมีพฤติกรรม เข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจร  “วันนี้ผู้มีอิทธิพลได้มีการแปลงเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นสปอนเซอร์ ให้กับตำรวจระดับบังคับบัญชา จนได้ตำรวจคนนั้นมาเป็นลูกน้อง
ดังนั้น การแก้ไขปัญหานี้คิดว่าการปฏิรูปตำรวจหลายคนพูดไปแล้ว กฎหมายที่ตำรวจบางนายเอามาใช้รีดไถ เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนผูกขาดก็ต้องแก้ ,โทษที่ไม่สมสัดส่วนก็ต้องทบทวน ,การกระจายอำนาจก็ต้องทำ , ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล การปกป้องผู้ให้เบาะแสการทุจริตก็ต้องจริงจังถึงจะจัดการได้ “นายวิโรจน์ ระบุ

‘กำนันอู๊ด’ แฉกลางสภา มีคนคุม ‘กลไกราคาไข่’ จี้ ‘รมว.พาณิชย์’ เร่งจัดการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559709

28 ก.ย. 2566

‘กำนันอู๊ด’ แฉกลางสภา มีคนคุม 'กลไกราคาไข่' จี้ ‘รมว.พาณิชย์’ เร่งจัดการ

‘กำนันอู๊ด’ ประสาท ตันประเสริฐ สส.นครสวรรค์ ชาติพัฒนากล้า แฉมีคนคุมกลไกราคาไข่ จี้ ภูมิธรรม เวชยชัย ‘รมว.พาณิชย์’ เร่งจัดการด่วนก่อนไข่ ‘เศรษฐา’ ราคาพุ่ง ทำประชาชนเดือดร้อนหนัก

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายประสาท ตันประเสริฐ หรือ กำนันอู๊ด สส.นครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนากล้า ได้ตั้งกระทู้ถาม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงปัญหาราคาไข่ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าคือราคาสินค้าต้องถูก โดยเฉพาะอาหารที่ทุกคนต้องบริโภคทุกวัน

กำนันอุ๊ด หรือสส.ประสาท ตันประเสริฐ พรรคชาติพัฒนากล้า กำนันอุ๊ด หรือสส.ประสาท ตันประเสริฐ พรรคชาติพัฒนากล้า

โดยเฉพาะไข่ ที่เป็นอาหารหลักของคนไทย ในช่วงชีวิตเราต้องรับประทานไข่ถึงคนละหลายหมื่นฟอง วันนี้ถ้าท่านสั่งข้าวกระเพรามารับประทานราคาจานละ 40 บาท แต่ถ้าสั่งไข่ดาวเพิ่มราคาจะเพิ่มเป็น 50 บาท

นายประสาท กล่าวว่า จากการสำรวจราคาไข่หน้าฟาร์มพบว่า เวลานี้ไข่ไก่ เบอร์ 3-4 ราคาต่อแพค (30 ฟอง) 137 บาท เบอร์ 2-3 ราคา 165 บาท ถ้าขนาดจัมโบ้ ราคาพุ่งไปที่ฟองละ 8.30 – 8.80 บาท และถ้าเราซื้อไข่ลวกในร้านสะดวกซื้อ ถ้าเป็นไข่ไก่เบอร์ 3-4 ราคาตกฟองละ 8.50 บาท ไข่ต้มฟองละ 11 บาท

ส่วนไข่เป็ด ราคาหน้าฟาร์มฟองละ 4 บาท ถ้าฟองใหญ่ราคา 4.60 บาท และเมื่อต้องผ่าน ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว กว่าจะถึงมือประชาชนราคาจะเพิ่มเป็นฟองละ 5-6 บาท แต่ชาวบ้านก็ต้องซื้อ เพราะเป็นอาหารหลัก

‘กำนันอู๊ด’ แฉกลางสภา มีคนคุม 'กลไกราคาไข่' จี้ ‘รมว.พาณิชย์’ เร่งจัดการ

“เราไม่โทษเกษตรกรที่ขายราคาแพง เนื่องจากต้นทุนต้นทางคืออาหารสัตว์ มันขึ้นราคามาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วจาก 400 บาทขึ้นเป็น 550 บาท ทำให้ราคาไข่หน้าฟาร์มแพงขึ้น 

แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ กลไกราคาของไข่ มันมีคนควบคุม ที่จะให้ถูกหรือแพง ถ้าต้องการให้ไข่แพง เขาก็เอาไข่เข้าห้องเย็น ให้ไข่หายจากท้องตลาด ราคาไข่จะพุ่งสูงขึ้น เพราะดีมานด์ซัพพลายมันต้องสัมพันธ์กัน 

ถ้าเขาอยากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เจ๊ง ก็นำไข่ออกมาจากห้องเย็น ดังนั้นจึงขอความกรุณา รมว.พาณิชย์ ช่วยมาจัดการในเรื่องนี้ เพื่อให้ไข่เศรษฐาราคาถูกลง ด้วยครับ” นายประสาท ตันประเสริฐ หรือ กำนันอู๊ด สส.นครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนากล้า ตั้งกระทู้ถามรมว.พาณิชย์ ในสภา

‘กำนันอู๊ด’ แฉกลางสภา มีคนคุม 'กลไกราคาไข่' จี้ ‘รมว.พาณิชย์’ เร่งจัดการ
‘กำนันอู๊ด’ แฉกลางสภา มีคนคุม 'กลไกราคาไข่' จี้ ‘รมว.พาณิชย์’ เร่งจัดการ

จุรินทร์ ให้ความมั่นใจ ‘พรรรคประชาธิปัตย์’ พร้อมร่วม ก้าวไกล ตรวจสอบรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559707

28 ก.ย. 2566

จุรินทร์  ให้ความมั่นใจ 'พรรรคประชาธิปัตย์' พร้อมร่วม ก้าวไกล ตรวจสอบรัฐบาล

รักษาการหัวหน้า “พรรคประชาธิปัตย์” มองการเข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล ของ ชัยธวัช ตุลาธน ที่มีผลไปถึงบทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในส่วนของ “ประชาธิปัตย์” พร้อมทำงานงานร่วมด้วย เพื่อผนึกกำลังในการเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ส่วนปัญหาภายในปชป. มั่นใจมีทางออก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคฯ   เปิดเผยว่า  ขอแสดงความยินดีกับนายชัยธวัช  ตุลาธน  ที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคก้าวไกล   ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล    ซึ่งจะรวมไปถึงการทำหน้าที่ในฐานะ   ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร   และด้วยบทบาทผู้นำฝ่ายค้าน   ยินดีที่จะทำงานร่วมกัน   ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์   พร้อมทำงานกับทุกพรรคการเมืองในการตรวจสอบรัฐบาล ยกเว้นเรื่องจุดยืนเฉพาะของแต่ละพรรคการเมืองเท่านั้น 


ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของ พรรคประชาธิปัตย์  พร้อมตรวจสอบนโยบายรัฐบาลเต็มที่ รวมถึงการตรวจสอบงบประมาณรัฐบาล ที่เป็นตัวชี้วัดหลายนโยบายต้องมีงบประมาณที่เพียงพอสำหรับการดำเนินการ และตรวจสอบพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ตามหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่การจงเกลียดจงชัง โดยจะทำอย่างเต็มที่   ฝากถึงรัฐบาลว่า นโยบายที่สัญญากับประชาชนแล้ว จะต้องดำเนินการ บนพื้นฐานความรับผิดชอบ เพราะการกำหนดนโยบายจะต้องรับผิดชอบผลกระทบที่จะตามมา เพื่อให้เกิดประโยชน์ของประเทศในภาพรวม

.
 เป้าหมาย “ประชาธิปัตย์” ขอเป็นที่พึ่งประชาชน

.

นายจุรินทร์   กล่าวด้วยว่า   การเลือกหัวหน้า และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่
 จะดำเนินการให้เร็วที่สุด  เชื่อว่าแต่ละฝ่ายจะหันหน้าเข้าหน้ากัน พูดคุยกัน เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ด้วยดี   ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ เคยผ่านวิกฤตที่หนักหน่วงกว่านี้มาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้าย ก็สามารถฟื้นกลับมาได้ ประชาชนยังไม่ทิ้งประชาธิปัตย์ และอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ต่อไป จึงทำให้พรรคฯ สามารถกลับมาเติบโตเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้  

” ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค  ในระหว่างรักษาการนี้ ก็พยายามจะทำให้พรรคเดินหน้าสู่ความเรียบร้อย ตามเป้าหมายเพื่อให้พรรคยืนหยัดเป็นที่พึ่งประชาชน  และจะไม่ให้ปัญหาภายในพรรค กระทบต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ”   เขา กล่าว

‘ก้าวไกล’ แฉ สหกรณ์ตร.ลำพูน ฉ้อโกงเงินสมาชิกกว่า 423 ราย เสียหาย 220 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559687

28 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' แฉ สหกรณ์ตร.ลำพูน ฉ้อโกงเงินสมาชิกกว่า 423 ราย เสียหาย 220 ล้าน

‘ก้าวไกล’ แฉ สหกรณ์ตร.ลำพูน ปลอมลายเซ็นเพิ่มยอดเงินกู้และสวมรอยสมาชิกแอบกู้แทน ผุ้เสียหายกว่า 423 ราย มูลค่า 220 ล้าน ‘วิโรจน์’ จี้ ผบ.ตร.คนใหม่ เร่งสะสางทั้วประเทศ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.ลำพูน พรรคก้าวไกล เปิดโปงกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จ.ลำพูน ปลอมแปลงเอกสารการกู้เงินสหกรณ์ ของตำรวจกว่า 423 ราย มูลค่าความเสียหายกกว่า 220 ล้านบาท

นายวิทวิสิทธิ์ เล่าว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบกลไกฉ้อโกงดำเนินการโดยการสังเกตสอดส่องพฤติกรรมของสมาชิกสหกรณ์ฯ ว่า ได้มาติดต่อสหกรณ์บ่อยหรือไม่ หากไม่บ่อยก็จะสวมสิทธิ์ปลอมแปลงเอกสาร เปลี่ยนยอดเงินกู้ แล้วยักยอกเอาส่วนเกินนั้นไป 

เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับนายตำรวจรายหนึ่ง ที่ขอกู้ยืมเงินสหกรณ์ฯ ตั้งแต่ปี 2541 เพื่อซื้อรถยนต์เป็นจำนวน 4 แสนบาท ผ่อนชำระมาจนคิดว่าใกล้จะปิดยอดครบแล้ว จึงกลับไปที่สหกรณ์เพื่อตรวจสอบสถานะการกู้เงิน แต่กลับพบว่าเหลือหนี้อยู่กว่า 7 แสนกว่าบาท และเมื่อตรวจสอบลงไปอีก ก็พบว่ามีการปลอมแปลงรายละเอียดในเอกสาร เปลี่ยนจากเงินกู้ 4 แสนบาท เป็น 9 แสนบาท 

จากนั้น ตำรวจคนดังกล่าวจึงได้แจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ด้วยความกังวลใจ ว่าคณะกรรมการสหกรณ์ส่วนหนึ่งเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาของตัวเองด้วย จึงตัดสินใจนำหลักฐานมามอบให้ตนและพรรคก้าวไกลเข้าไปดำเนินคดีต่อไป

นายวิทวิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางพรรคก้าวไกลจะนำเรื่องดังกล่าวส่งต่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกชุดส่งให้ประธานกรรมาธิการตำรวจของสภาผู้แทนราษฎร และจะได้ติดตามทวงความเป็นธรรมให้กับตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านนายวิโรจน์ กล่าวว่า เอกสารทั้งหมดล้วนถูกปลอมแปลงในภายหลัง มีการขีดฆ่ามูลหนี้เปลี่ยนยอดเงิน และปลอมแปลงลายเซนต์ มีทั้งกรณีการเพิ่มยอดเงินกู้ และการสวมสิทธิ์เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เคยกู้เงินเลย จนกลายเป็นหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้น ตนสงสัยเป็นอย่างมากว่ากรณีนี้ไม่ได้เกิดที่สหกรณ์ออมทรัพย์ จ.ลำพูนเพียงที่เดียว เพราะปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งต้องมีการขยายผลตรวจสอบไปที่อื่นๆ ต่อไป

ดังนั้นฝากไปยัง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. คนใหม่เร่งรัดกรณีนี้เป็นเรื่องแรก อย่ารอพรรคก้าวไกลและ สส.ก้าวไกล เพราะ ผบ.ตร.ตรวจสอบได้ทันทีและต้องตรวจสอบทั้งประเทศ ถ้าไม่มีการสั่งการโดยตรง การตรวจสอบย่อมดำเนินต่อไปได้ยาก กรรมการสหกรณ์ส่วนใหญ่ก็เป็นระดับบังคับบัญชาในพื้นที่ 

.

“เชื่อว่าเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตัวเล็กๆ ทำเพียงลำพังคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ คงไม่เป็นการเหนือบ่ากว่าแรงที่จะไปติดตาม ว่าเงินส่วนเกินที่เกิดจากการปลอมแปลงไปเข้าที่บัญชีของใคร และเชื่อมโยงกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนไหน” วิโรจน์กล่าว

รองเลขานายกฯ การันตี เศรษฐา พร้อมตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559684

28 ก.ย. 2566

รองเลขานายกฯ   การันตี  เศรษฐา พร้อมตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในตร.

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง อธิบายแทน หลังมีประเด็น รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ต่อว่า นายกรัฐมนตรี หนีตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในวงการสีกากี ย้ำที่ไม่สามารถไปตอบ เพราะผู้นำรัฐบาลติดภารกิจ ต้องเดินทางไปกัมพูชา แนะทำเรื่องมาใหม่ วางใจนายกฯ พร้อมตอบ

นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง  เปิดเผยว่ากรณี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  ตำหนิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  โดยอ้างถึง การหนีตอบกระทู้ถามสดปัญหาเกี่ยวกับตำรวจ ที่มีขึ้นในการประชุมสภาวันนี้  ( พฤหัสที่ 28 ) แต่กลับไปราชการที่กัมพูชา   การตั้งกระทู้ถามสดเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานกับสภา   ทราบเรื่องเวลา  09.00  น.  และตนได้ประสานกลับไปว่า นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ เนื่องจากติดภารกิจต่างประเทศ​  และก่อนหน้านี้ก็มีการนำเสนอข่าวว่านายกรัฐมนตรี มีภารกิจที่จะเดินทางไปกัมพูชา ซึ่งเมื่อกระทู้ถามมาแบบนี้ เจ้าหน้าที่ประสานงานจึงแจ้งไปยังสภาว่านายกฯไปกัมพูชา 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้หนีการตอบ กระทู้สด และพร้อมที่จะตอบคำถาม รวมไปถึงเคารพทุกคำถามของสมาชิกรัฐสภา และก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีก็กำชับ ถ้าไม่ติดภารกิจก็ให้ทุกคนไปตอบกระทู้  เช่นในวันนี้   นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ไปตอบกระทู้กรณีน้ำมันในค่ายทหาร มทบ.18 หาย รวมถึงนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายก​รัฐมนตรี​ก็ไปตอบกระทู้   ย้ำว่านายกฯไม่ได้หนีตอบกระทู้ แต่ติดภารกิจที่กัมพูชา ฝากไปยังพรรคก้าวไกล ถ้าอยากถามใหม่ในสัปดาห์หน้าก็พร้อมจะประสานงานให้ ทั้งนี้ตนได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว   ซึ่งนายกรัฐมนตรี   ก็ยืนยันว่าจะไปตอบ 

“ก้าวไกลก็ทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ที่จะตรวจสอบ  หรือสอบถาม ก็ถือเป็นหน้าที่  ตรงนี้เราเข้าใจและก็อยากให้ก้าวไกลเข้าใจเหมือนกัน เพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า นายกฯไปกัมพูชาเพราะข่าวออกไปทั่ว แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร   คลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยในการประสานงานก็เท่านั้นเอง  ” นายสมคิด  ระบุ

รองเลขานายกฯ   การันตี  เศรษฐา พร้อมตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในตร.

เศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  นำคณะเดินทางไปทำภารกิจที่ประเทศกัมพูชา 

.

ขอขอบคุณภาพจาก  thai govt

‘อดิศร’ เปรียบความขัดแย้ง ‘ตำรวจ’ คือ ภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559675

28 ก.ย. 2566

'อดิศร' เปรียบความขัดแย้ง 'ตำรวจ' คือ ภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน

‘อดิศร’ เผยความขัดแย้ง ‘ตำรวจ’ ควรคุยในสภา เปรียบภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน ไม่เห็นด้วย ‘ก้าวไกล’ ขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรค โดยไม่มีข้อหา

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเสนอญัตติด่วน เกี่ยวกับความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ว่า ตนไม่สบายใจที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถ้าเปิดข้อมูลออกมาจะตายกันหมดทั้งสตช. ซึ่งมองว่า ความขัดแย้งเช่นนี้ นำเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญ (กมธ.วิสามัญ) เพราะกรรมาธิการสามัญยังไม่ปรากฎเป็นรูปเป็นร่าง เรื่องของตำรวจควรมีการพูดคุยในสภา แม้จะมีแม้จะมีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ไปเรียบร้อย แต่เรื่องความขัดแย้งเปรียบเหมือนภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน 

ส่วนเรื่องที่ตำรวจแบ่งออกเป็นก๊กเป็นเหล่าต้องกล้าปฎิรูปตำรวจ เมื่อองค์กรเดินไม่ได้ ประชาชนเป็นผู้รับกรรม เชื่อว่าญัตตินี้ไม่ใช่ของฝ่ายใด แต่เป็นของทั้งสภาที่เห็นความสำคัญ จะมาทำเล่นๆ ไม่ได้ เพราะอยู่ในสายตาของประชาชน หากมีการตั้งกมธ. วิสามัญ ก็จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนทั้งหมด

ทั้งนี้นายอดิศร ไม่ขอก้าวก่ายกรณีการแต่งตั้งผบ.ตร. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งมีข้อมูลของการแต่งตั้งมาก่อนที่นายเศรษฐามาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว และตามธรรมเนียมนายกรัฐมนตรีต้องงดออกเสียงในที่ประชุม 

“ความขัดแย้งของตำรวจแก้ไม่ได้ พนันออนไลน์ก็แก้ไม่ได้ ผมได้ยินมาแบบนั้น จริงหรือเปล่าต้องไปถามตำรวจ ก็ต้องฝากไปถึง ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะต้องทำงานอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าท่านเติบโตมาจากสายปราบปราม วันแรกก็จับยาบ้า เฮโรอีนเลย ตอน 23.00 น. เมื่อคืนนี้” นายอดิศรกล่าว

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลอาจจะมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่ 1 ออกจากพรรคก้าวไกล นายอดิศร กล่าวว่า ขอไม่แทรกแซง แต่ยืนยัน ตนโหวตเลือกนายปดิพัทธ์ ขึ้นเป็นรองประธานสภา ด้วยความสง่างาม อยากให้คนที่ทำหน้าที่ได้ดี ได้ทำหน้าที่ต่อ แต่อย่าสร้างนิติกรรมอำพราง เพราะเดินขึ้นบัลลังก์จะไม่มีใครเคารพ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการขับนายปฏิพัทธ์ ไม่มีความผิด พร้อมเตือนทุกพรรคจะขับสมาชิกออก ต้องดูสังคมด้วย

อย่างไรก็ตาม นายอดิศร ยืนยันว่า จะไม่ยื่นตีความในเรื่องนี้ เพราเลือกรองประธานสภาคนนี้มากับมือ แต่นายปดิพัทธ์เดินในสภา จะมีเงาแห่งเกียรติยศตามหลังหรือไม่ หวังว่าพรรคการเมืองทุกพรรค จะไม่ขับใครโดยไม่มีข้อหา 

จำคุก 9 ปี ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ แพ้คดีสมัยเป็นนายก ‘อบจ.สงขลา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559674

28 ก.ย. 2566

จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'

คดีรถซ่อมบำรุงทาง ‘อบจ.สงขลา’ พ่นพิษ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ ถูกตัดสินจำคุก 9 ปี ไม่จ่ายเงินให้บริษัทเอกชนที่ชนะการประมูล

นายนิพนธ์ บุญญามณี ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาตัดสินลงโทษ จำคุก 9 ปี และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 5 ปี กรณีไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ผู้ชนะการประมูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา

ซึ่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องคดีอาญา นายนิพนธ์ บุญญามณี ในขณะดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา ละเว้นไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ 2 คัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,850,000 บาท

โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสงขลา ได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ อบจ.สงขลา ชำระหนี้ค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน ให้แก่ บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ผู้ฟ้อง เป็นจำนวนเงินรวมดอกเบี้ยกว่า 80 ล้านบาท ไปแล้ว

แต่คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริต ยังไม่ถือว่าเป็นที่สุด  นายนิพนธ์ บุญญามณี ยังมีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

คำพิพากษา นิพนธ์ บุญญามณี คดี อบจ.สงขลาคำพิพากษา นิพนธ์ บุญญามณี คดี อบจ.สงขลาจำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'

‘เศรษฐา’ ยันตั้ง ผบ.ตร.ด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ พร้อมเปิดใจไม่รับเงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559653

28 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ยันตั้ง ผบ.ตร.ด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ พร้อมเปิดใจไม่รับเงินเดือน

‘เศรษฐา’ ยันตั้ง ผบ.ตร.ด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ให้ความเป็นธรรมกับแคนดิเดตทุกคน พร้อมเผยตั้งใจไม่รับเงินเดินนายกฯตั้งแต่ต้น แต่ไม่กดดันรัฐมนตรีคนอื่น

วันที่ 28 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ถึงกรณีที่โฆษกรัฐบาลระบุนายกรัฐมนตรี ประกาศส่งต่อเงินเดือนและเบี้ยประชุมที่ได้รับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปให้มูลนิธิต่างๆว่าเป็นการรับมา จ่ายภาษี และบริจาคไป ซึ่งก็จะเปลี่ยนมูลนิธิไปเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นความประสงค์ของตนตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง 

เมื่อถามว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับรัฐมนตรีคนอื่นๆหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ใช่หรอก แต่เป็นความประสงค์ส่วนตัว อย่าไปกดดันท่านอื่นเลย ทุกคนมีความจำเป็นส่วนตัว 

ส่วนได้ปรึกษาในแง่กฏหมายแล้วหรือไม่ ว่าหากบริจาคเงินเกิน 3,000 บาทจะผิดกฏหมาย นายเศรษฐา ระบุว่ากำลังให้ฝ่ายกฏหมายดูอยู่ ซึ่งการบริจาคทุกอันจะกระจายไปตามมูลนิธิที่มีการตรวจสอบแล้ว เป็นการช่วยเหลือภาคส่วนที่มีความต้องการ พร้อมย้ำว่าเป็นเจตนารมณ์ ซึ่งทำมาก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนไม่อยากพูดเยอะเดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เงียบๆไปดีกว่า 

เมื่อถามถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ว่ามีความสบายใจคิดแล้วหรือไม่ นายเศรษฐา ตอบว่า ขอให้โปรดเกล้าฯ ก่อนทุกอย่างที่เสร็จสิ้นไปแล้วก็มีความสบายใจ 

ส่วนเหตุผลที่ไม่รอผลการตรวจสอบกรณีของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาลเพราะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยนั้น นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้รอให้มีการโปรดเกล้าฯ มา จบแล้วจะมีคณะกรรมการและมีโฆษกเป็นผู้แถลงชี้แจง ทั้งนี้ยืนยันในเรื่องข้อกฎหมายนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ส่วนกรณีที่พลตำรวจเอกเอก อังสนานนท์ โหวตไม่เห็นชอบให้ พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมลนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่เหมาะสมที่จะเอาเรื่องในห้องประชุมมาพูด 

เมื่อถามถึงกรณีที่อาจจะมีการฟ้องร้องกันภายหลังได้นั้น นายเศรษฐา ยืนยันว่าไม่กังวล เนื่องจากทำด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ ไม่ได้ลุด้วยอำนาจ และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในที่ประชุม ยืนยันมีการพูดให้ความเป็นธรรมกับแคนดิเดตทุกคน