คาเธ่ย์ เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่ ‘Feels Good to Move’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759383

คาเธ่ย์ เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่ ‘Feels Good to Move’

คาเธ่ย์ เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่ ‘Feels Good to Move’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คาเธ่ย์ (Cathay) ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าแบรนด์ใหม่ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในตลาดทั่วโลก เพื่อเฉลิมฉลองความหลงใหลในการเดินทางที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตภายใต้แบรนด์หลักอย่าง “Cathay” และเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับเราด้วยวิธีที่ง่ายขึ้น

คาเธ่ย์ (Cathay) เป็นมากกว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน ทั้งนี้ คาเธ่ย์ (Cathay) เป็นวิวัฒนาการของเราสู่การเป็นแบรนด์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่รวบรวมบริการไว้หลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบิน ที่พักผ่อนในวันหยุด การช้อปปิ้ง การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพ และการชำระเงิน โดยมี Asia Miles เป็นหน่วยที่สมาชิกสามารถสะสมและใช้แลกของรางวัลได้ โดย คาเธ่ย์ (Cathay) จะกลายเป็นแบรนด์หลักของเราทั่วโลก ขณะที่ คาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific) จะยังคงเป็นแบรนด์สายการบินที่เราภาคภูมิใจเช่นเดิม

Ronald Lam ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “เดือนกันยายนนี้ เป็นการก้าวสู่ปีที่ 77 ของ Cathay นับตั้งแต่วันที่เรื่องราวของเรา
เริ่มต้นขึ้นโดยมีเครื่องบินรุ่น Douglas DC-3 ที่มีชื่อเล่นว่า “Betsy” เพียงลำเดียว พร้อมกับความทะเยอทะยานที่จะให้ทั้งผู้คนและโลกใบนี้เชื่อมถึงกัน เนื่องจากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าของเราเปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจึงต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนสู่แบรนด์ Cathay ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบทใหม่อันน่าตื่นเต้นในหน้าประวัติศาสตร์ของเรา และยังสะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งให้ความสำคัญในด้านใหม่ๆ แก่ลูกค้า รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้วิสัยทัศน์ของเราในการเป็นหนึ่งในแบรนด์ด้านการบริการที่ดีที่สุดในโลกเป็นจริง ลูกค้าทั่วโลกจะได้พบข้อเสนอใหม่ๆ และน่าสนใจมากมาย ทั้งด้านวันหยุดพักผ่อน ช้อปปิ้ง การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพและการชำระเงิน ซึ่งจะช่วยให้เรามีโอกาสในการมีส่วนร่วมกับลูกค้าของเรามากขึ้นในทุกๆ วัน”

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวแบรนด์ Cathay ทั่วโลก ทางแบรนด์ได้เปิดตัวแคมเปญ Feels Good To Move ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความมุ่งหมายของแบรนด์ที่ต้องการจะขับเคลื่อนผู้คนไปข้างหน้า แคมเปญนี้เป็นแคมเปญระดับโลกครั้งแรกในรอบสามปี ที่จะเฉลิมฉลองความปรารถนาโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่ต้องการหยุดนิ่งอยู่กับที่ นับตั้งแต่วินาทีแรกที่หัวใจเต้น และคอนเทนต์ทุกชิ้นของแคมเปญนี้จะส่งเสริมให้ทุกคนไม่อยู่เฉยและออกเดินทาง

Edward Bell ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์ ข้อมูล และการสื่อสารการตลาด กล่าวว่า “แคมเปญนี้จะทำให้เราเห็นว่าทำไม Cathay จึงเป็นแบรนด์ด้านไลฟ์สไตล์และการเดินทางระดับพรีเมียม เพราะเรามีเป้าหมายที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีไลฟ์สไตล์และการเดินทางระดับพรีเมียมได้ในทุกๆ วัน ตั้งแต่วันเริ่มต้น Cathay ไม่เคยหยุดที่จะเดินไปข้างหน้า ความไม่ย่อท้ออยู่ในดีเอ็นเอของเรา แคมเปญนี้จึงเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเราไม่หยุดนิ่ง”

SUQQU 20th Anniversary Collection ความงดงามที่สร้างสรรค์เพื่อทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759368

SUQQU 20th Anniversary Collection ความงดงามที่สร้างสรรค์เพื่อทุกคน

SUQQU 20th Anniversary Collection ความงดงามที่สร้างสรรค์เพื่อทุกคน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สองผู้บริหาร SUQQU มร.อัตสึชิ ซูมิโนะ และ มร.มาซายูกิ อะคาโฮริ ต้อนรับ โมเม-นภัสสร บุณยเกียรติ บิวตี้กูรูชื่อดัง

SUQQU จัดงาน SUQQU 20th Anniversary & New Launching of The Foundation เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์SUQQU พร้อมเปิดตัว SUQQU 20th Anniversary Collection ไอเทมเมคอัพเนื่องในโอกาสพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ภายใต้แนวคิด “Spectrum of Beauty” ความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลเฉกเช่นกับแสงสเปกตรัมที่สะท้อนแสงออกมาได้หลากหลายแบบ และรองพื้นใหม่ล่าสุด SUQQU The Foundation ครีมรองพื้นที่มอบขีดสุดแห่งผิวเปล่งประกาย โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงาน ณโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ

SUQQU The Foundation รองพื้นคอลเลคชั่นใหม่ฉลอง 20 ปี SUQQU

งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก มร.มาซายูกิ อะคาโฮริ ประธานบริษัทอิควิป ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย SUQQU ที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี ในครั้งนี้โดยเฉพาะ ภายในงานมีการถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความสำเร็จในเส้นทางความงามตลอด 20 ปี ของแบรนด์ SUQQU ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปัจจุบัน และยังมีโซน จัดแสดงผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นใหม่อย่าง SUQQU 20th Anniversary Collection ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ มาพร้อมกับ SUQQU The Foundation และ SUQQU The Loose Powder ให้แขกทุกท่านได้สัมผัสและทดลองโดยมี มร.มาซารุ ยามาโซะเมคอัพอาร์ติสท์ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่น มาอัปเดตเทคนิคการแต่งหน้าด้วยผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นพิเศษและรองพื้น THE FOUNDATION

มร.มาซารุ ยามาโซะ อัปเดตเทรนด์เมคอัพจากคอลเลคชั่นพิเศษ

มร.มาซายูกิ อะคาโฮริ กล่าวว่า“ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความหมายกับ SUQQU มาก เพราะ SUQQU เปิดเคาน์เตอร์แรก
ในต่างประเทศที่ไทย โดยตลาดเครื่องสำอางในไทยถือว่าเติบโตมากในภูมิภาคอาเซียน สำหรับ SUQQU เองนอกจากลูกค้าชาวไทยแล้วเรายังมีลูกค้าต่างชาติที่แวะเวียนมาเที่ยวในไทยอีกด้วย เราพบว่าในยุคปัจจุบันนอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของ SUQQU เรายังมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางพรีเมียมอีกด้วย”

ทราย เจริญปุระ และ Tuniez83 -ชนกกานต์ วีรคติธรรม

ร่วมเฉลิมฉลอง 20 ปี กับความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ผ่านคำจำกัดความ “Spectrum of Beauty” เพราะความงดงามสามารถแสดงออกได้อย่างหลากหลาย ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับแสงสว่างที่ส่องสว่างจากภายใน พร้อมเปล่งประกายความสุขสะท้อนผ่านในทุกการเดินทางของชีวิตที่มีตัวคุณเองเป็นผู้ออกแบบ เปรียบได้กับแสงสะท้อนแห่งความงดงามจาก SUQQU ที่สร้างสรรค์เพื่อทุกความต้องการของคุณ

ติดตามข้อมูล SUQQU ได้ที่ www.suqqu.com และ http://www.facebook.com/suqquthailand

‘ทุกสิ่งดีขึ้นได้…เริ่มต้นที่ตัวเรา’ ไฮไลท์ในงาน Sustainability Expo 2023 ดีต่อเรา ดีต่อโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759377

‘ทุกสิ่งดีขึ้นได้…เริ่มต้นที่ตัวเรา’ ไฮไลท์ในงาน  Sustainability Expo 2023 ดีต่อเรา ดีต่อโลก

‘ทุกสิ่งดีขึ้นได้…เริ่มต้นที่ตัวเรา’ ไฮไลท์ในงาน Sustainability Expo 2023 ดีต่อเรา ดีต่อโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์กรธุรกิจชั้นนำ ชวนร่วมกันเปลี่ยนโลก ในงาน Sustainability Expo 2023 (SX 2023) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

งาน SX 2023 เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือขององค์กรชั้นนำระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมด้วยภาครัฐภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ที่จะมาร่วมกันสร้างพลังและปลุกกระแสด้านความยั่งยืนในมิติต่างๆ เพื่อสร้าง “สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า” Good Balance, Better World ในงาน Sustainability Expo (SX2023) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ตอกย้ำแนวคิดหลักของการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ที่จะชวนให้คุณได้ “ลงมือทำจริง” และร่วมกันสร้างอนาคตให้โลกใบนี้ น่าอยู่อย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน-8 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เพราะทุกสิ่งดีขึ้นได้…เริ่มต้นที่ตัวเรา และดีต่อเราดีต่อโลก กับอีกหนึ่งไฮไลท์ในงาน SX 2023 ที่จะชวนคุณมาส่องเทรนด์สุขภาพให้ทันโลก ตั้งแต่การเกิดการนอน การกิน การออกกำลังกาย มุมมองการใช้ชีวิต การปฏิบัติตนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน การลงมือทำเพื่อคนอื่น และเพื่อโลก ที่จะสร้างความเพลิดเพลินไปพร้อมกับความรู้แบบ ไม่มีเบื่อไปด้วยกันใน โซน Better Me ชั้น G เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 2-8 ตุลาคมนี้ เวลา10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ร่วมปรับมุมมองความคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พร้อมอัปเดตเทรนด์สุขภาพ และสุดยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ในรูปแบบของ Application และ AI ที่ดีต่อเรา ดีต่อโลกในหลากหลายมิติที่สายรักสุขภาพไม่ควรพลาด สุขภาพกายเราดี สุขภาพโลกของเราดี พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม สู่แนวทางการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้จริง (Healthy Life Healthy Earth)

พบกับ Smart Farming สุดยอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ในการพัฒนาภาคการเกษตรเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในผลผลิตทางการเกษตรและอาหารของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีอาหารเพียงพอในอนาคต ไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของมนุษย์ และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนหรือ Future Food ผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบใหม่ที่รับประทานได้สะดวก รวดเร็ว มีประโยชน์ และปลอดภัยต่อสุขภาพตอบโจทย์ความยั่งยืน และตอบสนองวิถีชีวิตของคนในโลกยุคใหม่ ก่อนที่จะคุณไปพบกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกช่วงวัย (Life Long Learning) ที่จะมาให้แนวคิดที่น่าสนใจที่ส่งเสริมการพัฒนาเยาวชน คนรุ่นใหม่และใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างคนที่มีคุณภาพ มีสุขภาพและทัศนคติที่ดี สู่การสร้างอาชีพที่เป็นจริงได้ ตลอดจนการส่งเสริมแนวคิดด้านธุรกิจเพื่อสังคมสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีต้นแบบเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้นำไปปรับใช้ ตามไลฟ์สไตล์ของตัวคุณ เพื่อเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) เรื่องใกล้ตัวที่ควรต้องรู้ การวางแผนก่อนเกษียณ เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขร่วมกันในสังคมต่างวัย

เกาะติดเทรนด์ยั่งยืนของโลกกับเวทีเสวนาที่จัดเต็มมุมมองคนทำจริง หาคำตอบสู่สังคม และโลกที่ยั่งยืนของวิทยากรชื่อดังจากทุกวงแวดวง และการแพทย์กับความยั่งยืนนิติต่างๆ จากโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพ กลุ่มการแพทย์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ที่จะมานำเสนอผลงานความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ที่มาชวนคุณเปลี่ยนโลกไปด้วยกันกับศาสตร์แห่งนวัตกรรมล้ำสมัย องค์ความรู้ใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเรา ปรับกาย…ฮีลใจทั้งด้านสุขภาพ การกิน การอยู่ การใช้ชีวิตในสังคมสูงวัย การเรียนรู้ไม่สิ้นสุดที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

และอีกหลากหลายกิจกรรมในโซนต่างๆ ให้คุณได้ตื่นตา และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้กันแบบไม่มีหลุดเทรนด์ ตลอดทั้ง 10 วัน
มาร่วมกันเปลี่ยนโลกเพื่อ สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า Good Balance, Better World กับสุดยอดไฮไลท์โซนต่างๆที่จะทำให้คุณไม่ตกเทรนด์โลก เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ในงานSustainability Expo (SX2023)

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ SX ได้ทาง Website SX : https://bit.ly/web_sx_pr และ Facebook SX : https://bit.ly/fb_sx_pr iOS App Store : https://bit.ly/iOS_SX_PR Play Store SX : https://bit.ly/Android_SX_PR และ @sxofficial เตรียมพบกับมุมมองดีๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนร่วมกิจกรรมมากมายเพื่อโลก ด้วยกันที่ Sustainability Expo 2023: Good Balance, Better World #good balance,better world

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอด Heritage ความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม และ Local

MBK Robotics Experience By Easykids Robotics การแข่งขันเขียนโปรแกรมประดิษฐ์หุ่นยนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759356

MBK Robotics Experience By Easykids Robotics  การแข่งขันเขียนโปรแกรมประดิษฐ์หุ่นยนต์

MBK Robotics Experience By Easykids Robotics การแข่งขันเขียนโปรแกรมประดิษฐ์หุ่นยนต์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์นับเป็น CENTER of THE YOUTH ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เพราะเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของคน
รุ่นใหม่ไว้อย่างครบครัน ทั้งเป็นที่สุดของศูนย์รวมสถาบันการศึกษาและติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศรวมไว้ในที่เดียวมากที่สุด ตลอดจนเป็นจุดนัดพบที่เหล่าวัยรุ่นมารวมตัวกันจับจ่ายใช้สอยบริโภคอาหารและใช้เวลาร่วมกันในการทำกิจกรรมต่างๆ รวมอีเวนต์ที่จัดอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะและศักยภาพ ต่อยอดการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมให้เด็กและเยาวชนในงาน MBK Robotics Experience By Easykids Robotics ซึ่งเพิ่งจบไปหมาดๆ โดยมีนักเรียนและโรงเรียนในเขตปทุมวัน เขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 56 ทีม 168 คน

กิจกรรมครั้งนี้ จัดโดย ศูนย์การเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและนวัตกรรมหุ่นยนต์ EasyKids Robotics เป็นกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ EasyKids Coding & Robotics Workshop การประดิษฐ์หุ่นยนต์ และเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์เพื่อแข่งขันทำภารกิจต่างๆ ชิงถ้วยรางวัลระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยมีศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ร่วมพิธีเปิดและให้การต้อนรับ ผศ.ดร.ณรงค์เดช กีรติพรานนท์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สมบูรณ์ ยั่งเจริญ จากทุนนิธิเพื่อนและญาติครูสมบูรณ์ และ ขจรศักดิ์ จันทร์แจ่มประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท Easykids Robotics บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกและลุ้นกับภารกิจที่ได้รับ กองเชียร์จากผู้เข้าชมตลอด 2 วัน โดยวันแรกเป็นการแข่งขันระดับประถมศึกษาตอนปลาย-มัธยมศึกษาตอนต้น ในการประดิษฐ์และแข่งหุ่นยนต์ การเขียนโปรแกรม Block-Based Programming โดยทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมโรบอทโรใจ จากโรงเรียนราชินีบน รองชนะเลิอันดับ 1 ได้แก่ ทีม TL DynamoZ จากโรงเรียนเทพลีลา รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม PUN-JUNG จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ส่วนวันที่ 2 เป็นการแข่งขันระดับมัธยมศึกษาในการประดิษฐ์และแข่งหุ่นยนต์ การเขียนโปรแกรมC/C++ Programming ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม 30 บาท จากโรงเรียนสายปัญญารังสิตและสาธิตรังสิตรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม AYW Stationจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Import จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

ด.ญ.ฐิติรัตน์ จันทร์จรุง และ ด.ญ.ปภินพิทย์ ศิริพันธ์ ทีมโรบอทโรใจ 2 สาวน้อยที่เพิ่งลงสนามแข่งขันเป็นครั้งแรกและสามารถคว้ารางวัลแห่งชัยชนะไปครองในระดับประถมศึกษาตอนปลาย-มัธยมศึกษาตอนต้น เผยความรู้สึกว่า “ไม่เคยแข่งที่ไหนมาก่อน ครั้งนี้เป็นสนามแข่งขันครั้งแรก รู้สึกสนุกไม่ได้กดดัน มีอุปสรรคบ้างแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยความพยายามค่ะ พอได้รับรางวัลก็เซอร์ไพรส์มากๆ สนุกมากๆ ค่ะ”

ปภาวิท ลามาติพานนท์ และ พศิน มากเจริญ จากทีม 30 บาท ชนะเลิศในระดับมัธยมศึกษา เผยความรู้สึกว่า “ตื่นเต้นมากครับ พยายามตั้งสติกับการแข่ง ดีใจที่ได้รางวัลชนะเลิศเกินความคาดหวังมาก แข่งมาหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ที่ 1 ปกติไม่ได้เล่นหุ่นยนต์รีโมทคอนโทรล ถือว่าได้สั่งสมประสบการณ์ใหม่ๆ และได้ความรู้วิธีการรีโมทคอนโทรลหุ่นยนต์ครับ”

น้องเจนวิทย์ และ น้องเขษมศักดิ์ทีม TL-DynamoZ จากโรงเรียนเทพลีลารับรางวัลอันดับ 2 ในระดับประถมศึกษาตอนปลาย-มัธยมศึกษาตอนต้น กล่าวว่า“ที่โรงเรียนมีการสอนเรื่องนี้และก็กำลังเรียนอยู่ด้วยครับ การมาอบรมและแข่งขันในครั้งนี้จึงช่วยให้ได้ประสบการณ์ในการเขียน code มากขึ้นครับ”

น้องปพนพัทธ์ และ น้องธนัตสิทธ์ทีม PUN-JUNG จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ลงแข่งในระดับประถม ศึกษาตอนปลาย-มัธยมศึกษาตอนต้น กล่าวว่า “เดินทางมาจากจังหวัดราชบุรีครับ เป็นการลงแข่งครั้งแรกและก็ได้รับรางวัลอันดับ 3 ตื่นเต้นมากๆและก็ดีใจมากๆ ครับ รู้สึกดีเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ”

น้องโดม และ น้องอศิรขวัญทีมชัยมงคล จากโรงเรียนวัดชัยมงคล กล่าวว่า “เพิ่งได้ลองแข่งเป็นครั้งแรกครับ ได้รับความรู้ในการเขียน code และการสร้างหุ่นยนต์ครับ”

ทุกวันนี้ เด็กๆ ให้ความสนใจการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งยังมีอีกหลายกิจกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คู่ความสนุก โดยสามารถติดตามกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายจากศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://mbk-center.co.th/หรือเฟซบุ๊กเพจmbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

ไฮเออร์ ปล่อยวิดีโอไวรัลตัวใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘ไฮเออร์ ไม่หยุดเติมเต็มชีวิตในแต่ละวัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759458

ไฮเออร์ ปล่อยวิดีโอไวรัลตัวใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘ไฮเออร์ ไม่หยุดเติมเต็มชีวิตในแต่ละวัน’

ไฮเออร์ ปล่อยวิดีโอไวรัลตัวใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘ไฮเออร์ ไม่หยุดเติมเต็มชีวิตในแต่ละวัน’

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 20.32 น.

ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 14 ปีซ้อน เปิดตัววิดีโอไวรัลใหม่ ภายใต้แนวคิด “ไฮเออร์ ไม่หยุดเติมเต็มชีวิตในแต่ละวัน” ถ่ายทอดความรู้สึกผ่าน ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตัน ดีกรีแชมป์โลกประเภทคู่ผสม โดยเป็นการนำเสนอการใช้ชีวิตทั้งการซ้อมการแข่งขัน และเวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านของปอป้อ โดยมีผู้เติมเต็มชีวิตในแต่ละวันอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ มาตอกย้ำคอนเซปต์ของแบรนด์ “Haier Inspired Living การใช้ชีวิตของคุณ คือ แรงบันดาลใจของเรา”

โดยวิดีโอไวรัลนี้นำเสนอแนวคิดและการใช้ชีวิตของปอป้อ ที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไฮเออร์เป็นส่วนหนึ่งของ การถ่ายทอด เช่น เครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมระบบผ่านแอปพลิเคชัน Haier Smart หรือ ตู้เย็น IOT ที่มีระบบ Food Management ซึ่งเป็นตู้เย็นที่มีจอ Touch Screen สำหรับการจัดการวัตถุดิบและสามารถดูอาหารผ่านจอได้ รวมไปถึงเครื่องซักผ้าที่มีระบบ Refresh Mode ที่ช่วยถนอมผ้า และเครื่องอบผ้าที่มีโปรแกรม Sport เหมาะสำหรับอบชุดกีฬาโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีทีวีที่สามารถควบคุมด้วยเสียง Hand-Free Voice Control โดยปราศจากรีโมตคอนโทรล พร้อมเครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก และเครื่องทำน้ำอุ่น ที่ช่วยให้ชีวิตของปอป้อ และ ทุกคนสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ซึ่งวิดีโอไวรัลนี้มีมากกว่า 10 ตอน ซึ่งสามารถรับชมแต่ละตอนผ่านทางช่องทาง Social Media ต่าง ๆ ของ ไฮเออร์ ประเทศไทย ได้แล้ววันนี้ จนถึงช่วงปลายปี

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier และ TikTok: @haier_thailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.haier.com/th

-(016)

ฉลองครบรอบ 1 ปี ‘Casarte’ ภายใต้คอนเซ็ป Master of Living Art ตอกย้ำความเป็นงานศิลปะของเครื่องใช้ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759457

ฉลองครบรอบ 1 ปี ‘Casarte’ ภายใต้คอนเซ็ป Master of Living Art ตอกย้ำความเป็นงานศิลปะของเครื่องใช้ไฟฟ้า

ฉลองครบรอบ 1 ปี ‘Casarte’ ภายใต้คอนเซ็ป Master of Living Art ตอกย้ำความเป็นงานศิลปะของเครื่องใช้ไฟฟ้า

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 20.28 น.

คาซาร์เต้ (Casarte) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับลักชัวรี จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปีของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ป ‘Master of Living Art’ โดยภายในงานได้บอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ Casarte ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เน้นการผสมผสานศิลปะและการออกแบบให้เข้ากับความทันสมัย มีการนำเสนอความเป็นมาของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับและความนิยมอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะและการออกแบบภายในบ้าน นอกจากนี้ ยังได้เผยถึงแผนการตลาดของ Casarte ซึ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย และเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Casarte ในปี 2023 นี้ด้วย

ตั้งแต่ปี 2006 เมื่อ Casarte เริ่มเปิดตัวจากแรงบันดาลใจและแนวคิด “Refined Living” ที่ต้องการมอบความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ ผ่านผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ยอดเยี่ยมในหลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ตลอดเวลาที่ผ่านมา และยังนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้ผสมผสานไปกับงานศิลปะอย่างลงตัวผ่านผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่สร้างมิติใหม่ให้กับการใช้ชีวิต ทำให้ Casarte เป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ และเป็นที่ชื่นชอบของครอบครัวทั่วโลกกว่าสิบล้านครอบครัว นอกจากนี้ยังเป็นแบรนด์ที่ครองอันดับสูงสุดในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ในประเทศจีนอย่างกว้างขวางอีกด้วย

เครื่องใช้ไฟฟ้า Casarte ได้เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยในปี 2565 และในงานฉลองครบรอบ 1 ปีของแบรนด์ในประเทศไทยครั้งนี้ ในงาน มร. จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวภายในงานว่า “ความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ” คือจิตวิญญาณ และ ความตั้งใจของแบรนด์ Casarte ในการให้บริการแก่ผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งงาน Master of Living Art ของ Casarte เป็นการรวมตัวกันครั้งยิ่งใหญ่ของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ โดยจัดขึ้นมาแล้วกว่า 8 ครั้งทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2015 แบรนด์ Carsate ไม่เพียงแค่เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับไฮเอนด์เท่านั้น แต่ยังเป็น “เทคโนโลยี ความประณีต และศิลปะ” ที่จะทำให้ชีวิตของผู้ใช้สะดวกสบายอย่างมีระดับอีกด้วย

ได้รับเกียรติจาก คุณสายวิภา พัฒนพงศ์พิบูล Executive Director บริษัท พี 49 ดีไซน์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด, คุณรินลดา ณ เชียงใหม่ ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ Jim Thomson Art Center และ คุณบิงฮาน (Bing Han) ศิลปินนักดนตรีชื่อดัง มาร่วมแชร์และพูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เน้นความสะดวกสบายและคุณค่าในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีผลิตภัณฑ์ Casarte เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำเสนอไม่เพียงเพื่อความสวยงามและดีไซน์เท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่ได้รับการนำเสนอในบ้านเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับทุกคนในครอบครัว นอกจากแขกรับเชิญทั้ง 3 ท่านแล้วยังมีแขกรับเชิญคนพิเศษอีก 2 ท่าน คือ คุณแอริน ยุกตะทัต ศิลปิน นักแสดง และ เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว ได้มาร่วมพูดคุยและแชร์เรื่องราวไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเซอร์ไพรส์พิเศษจากเชฟชุมพล ที่ได้รับแรงบันดาลใจของศิลปะแห่งบ้าน จาก Casarte ถ่ายทอดออกมาเป็นอาหารเมนูพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้กับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน โดยทุก ๆ เมนูนั้น ล้วนแต่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตจากสุดยอดเชฟระดับมิชลินสตาร์ ซึ่งแต่ละเมนูได้สะท้อนภาพลักษณ์ของ Casarte ออกมาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัส ความสุนทรีย์ และดื่มด่ำกับรสชาติอาหารของเมนูสุดพิเศษนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เหนือระดับ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากศิลปินระดับคุณภาพอย่าง คุณบิงฮาน (Bing Han) เป็นผู้มอบบทเพลงอันไพเราะ และนอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปิน นักเปียโน มายกระดับความสุขและสุนทรียภาพให้แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานนี้อีกด้วย

Casarte ได้คำนึงถึงความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมและการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในระดับสูงสุด ภายใต้แนวคิดที่มุ่งหวังเพื่อเพิ่มคุณค่าและความทันสมัยให้กับชีวิตผู้ใช้ในเมืองไทย ทุกครอบครัว โดยให้เกิดการสมดุลและความสุขในทุก ๆ วัน ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับไฮเอนด์ของ Casarte จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ใช้งาน แต่ทว่าเป็นแรงบันดาลใจที่สร้างความลงตัว อำนวยความสะดวกสบาย และความสุขสู่ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คน และในปี 2023 นี้ Casarte ยังคงมุ่งมั่นสู่การสร้างนวัตกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อเติมเต็มความต้องการและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของทุกครอบครัวให้เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความสมบูรณ์แบบทุกวัน ตามคอนเซปต์ของ Casarte Master of Living ที่จะยังคงเป็นเสน่ห์แห่งการใช้ชีวิตอย่างลงตัวและยิ่งใหญ่ที่สุด

ติดตามข่าวสารของคาซาร์เต้ ได้ที่ Facebook: Casarte Thailand , Instagram: @casartethailand_official , website: https://www.casarte-world.com/

-(016)

มช. จัดงาน ‘เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส’ ขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสังคม ส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759443

มช. จัดงาน ‘เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส’ ขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสังคม ส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

มช. จัดงาน ‘เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส’ ขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสังคม ส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.55 น.

ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดงาน “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ยกระดับและพัฒนาความปลอดภัยด้านอาหารส่งมอบสู่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 ที่ บริเวณลานน้ำพุชมดอย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต  นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ซึ่งศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (FIN มช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้หลักการสุขาภิบาลอาหาร สุขวิทยาส่วนบุคคลของผู้สัมผัสอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร สามารถให้บริการอาหารที่สะอาดปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

สำหรับกิจกรรม “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ในครั้งนี้ มีกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมการเสวนา “ท่องเที่ยวปลอดภัยอุ่นใจด้วยการสุขาภิบาลอาหารที่ยั่งยืน” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขาภิบาลอาหาร ,พิธีมอบป้ายสัญลักษณ์มาตรฐานอาหารสะอาดปลอดภัย (Clean Food Good Taste) แก่ร้านค้าที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร และมาตรฐานอาหารสะอาดปลอดภัย ระดับดีมาก (Clean Food Good Taste Plus) อีกทั้งยังมีการออกร้านอาหารและ food truck มาตรฐาน “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย” กว่า 20 ร้านค้า

 ทั้งนี้ อาหารไทย ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญในการสร้างจุดขายให้กับจังหวัดเชียงใหม่ และครองใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาอย่างยาวนาน ด้วยความที่มีวัฒนธรรมอาหารที่มีความอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นจุดขายและกลายเป็นตัวนำด้านการท่องเที่ยวของประเทศไปแล้ว  ไม่ว่าจะเป็น ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย แกงฮังเล ลาบเมือง น้ำพริกอ่อง หรือ ตำจิ้นแห้ง ที่กำลังฮิตเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

-(016)

เมืองสุขสยาม เปิดงาน ‘หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์’ ยกขบวนสินค้าจัดโปรแรง หวังนำรายได้กลับชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759394

เมืองสุขสยาม เปิดงาน 'หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์' ยกขบวนสินค้าจัดโปรแรง หวังนำรายได้กลับชุมชน

เมืองสุขสยาม เปิดงาน ‘หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์’ ยกขบวนสินค้าจัดโปรแรง หวังนำรายได้กลับชุมชน

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.16 น.

กาญจนบุรีจับมือเมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ เปิดงาน “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์” ยกขบวนสินค้าคุณภาพเสน่ห์แรงระดับแม่เหล็ก 50 ร้านค้าจากกาญจนบุรีมาจำหน่ายถึงกรุงเทพในราคาโดนใจ  โปรโมชั่นสุดคุ้ม ตลอด 5 วัน ตั้งแต่ 25-29 กันยายนนี้

โดยมี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดง และจำหน่ายสินค้าจังหวัดกาญจนบุรี งาน “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์”  โครงการส่งเสริมการพัฒนาการค้าทั้งในและระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนา ส่งเสริม และประชาสัมพันธ์ตลาดสินค้ากาญจนบุรีที่มีความโดดเด่น 50 ร้านดัง รวมทั้ง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบผู้ซื้อและนักท่องเที่ยวนานาชาติโดยตรง สร้างประสบการณ์ นำรายได้กลับชุมชน    

จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญทุกท่านมาเยี่ยมชม เลือกซื้อสินค้า และลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นเมืองกาญจน์
อาทิเช่น  แกงป่าเมืองกาญจนบุรี ห่อหมกปลาทูน่ากระป๋อง ทุเรียนทองผาภูมิรุ่นสุดท้าย  กาแฟรักษ์ป่าสาละวะไล่โว่    ผักกาดดองไร้สารสูตรโบราณ  มันม่วงทอดกรอบ   ผัดไทยสงครามโลก  มะขามแก้วกาญจน์ ขนมชั้นรสชาไทย ผลไม้สด ปลานิลเขื่อนรมควัน  สินค้าไลฟ์สไตล์เสื้อผ้า หมวก พระพิฆเนศนิล  เครื่องประดับนิล ลูกประคบศรีชัยยะปุระ  สารสกัดจากใยกัญชง  เรือสำเภาไม้เบญจมงคลจำลอง  และสินค้าอีกหลากหลายที่ยกขบวนกันมาครบครัน ตอบสนองชีวิตไลฟ์สไตล์ชาวกรุงเทพ และนักท่องเที่ยว ในราคาโดนใจ  พร้อมรับโปรโมชั่นสุดคุ้มซื้อ 500 บาทแลกคูปอง 50 บาท
หรือซื้อครบ 1,000 บาท จะได้รับคูปอง 100 บาท  นำไปซื้อสินค้าในงาน “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์” ตั้งแต่วันที่
25 – 29 กันยายน 2566 นี้ที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G  กรุงเทพฯ

นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีจุดเด่นเป็นจังหวัดที่สวยงาม และมีชื่อเสียงด้านสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ความงามของธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพหลายหลาย เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและต่างประเทศ  จังหวัดกาญจนบุรีได้เร่งพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้ สถานประกอบการก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์  มีการพัฒนาคุณภาพศักยภาพด้านการเกษตร การผลิตสินค้า และการให้บริการของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร มีมาตรฐานสูงขึ้นเพื่อยกระดับจังหวัดกาญจนบุรีสู่การการขยายการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง  โดยจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมสนับสนุนให้มีกิจกรรมสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าและบริการของจังหวัดฯ อาทิเช่น งานแสดงสินค้า “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์” ที่จะจัดขึ้น 2 ครั้งในกรุงเทพ และกาญจนบุรี เพื่อนำผลผลิตคุณภาพจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการทุกระดับและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีไปพร้อมกัน

นางสาวยุพา นาคา พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี มั่นใจว่า งาน “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์” จะมีส่วนช่วยพัฒนาตลาดสินค้ากาญจนบุรี ผลิตผลทางการเกษตร สินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี  ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการในจังหวัดกาญจนบุรี  แนวคิดการจัดกิจกรรม “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์” เพราะจังหวัดกาญจนบุรีมีจุดขายที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวหลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนสินค้าเกษตร และสินค้าแปรรูป ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาและได้รับการตอบรับจากตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศเป็นอย่างดี  เป็นผลิตภัณฑ์ดีเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในพื้นที่ทำเลทอง  งานแรกเน้นกลุ่มผู้ซื้อนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในกรุงเทพฯ  ระหว่างวันที่ 25 – 29 กันยายน 2566 ที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G  โดยคัดสรรผู้ประกอบการคุณภาพจำนวน 50 ร้านค้า จากการคัดสรรประเภทสินค้าที่ตอบโจทย์ ในราคาโดนใจ และหวังว่าจะสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยว นักช้อปเดินทางไปเที่ยวชมงานใหญ่ “หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์”จำนวนมากขึ้นถึง 100 ร้านค้า ในจังหวัดกาญจนบุรี ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นตอร์ กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 5 – 9 ตุลาคม 2566

-(016)

วธ.ศึกษา-ออกแบบการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ หวังเพิ่มสถานที่บริการทางวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759381

วธ.ศึกษา-ออกแบบการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ หวังเพิ่มสถานที่บริการทางวัฒนธรรม

วธ.ศึกษา-ออกแบบการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ หวังเพิ่มสถานที่บริการทางวัฒนธรรม

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.57 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จังหวัดนราธิวาส ศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส บนพื้นที่กว่า 18 ไร่ เพื่อเพิ่มสถานที่บริการทางวัฒนธรรมรองรับผู้ใช้บริการมากขึ้น

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อเพิ่มสถานที่บริการทางวัฒนธรรมรองรับผู้ใช้บริการมากขึ้น และครอบคลุมการให้บริการ อาทิ เพิ่มห้องจัดแสดงเรื่องราวทางสังคมวัฒนธรรมของพิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาสให้สมบูรณ์ จัดสร้างโรงละคร ลานศิลปวัฒนธรรม ปรับปรุงอาคารสำนักงาน เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ห้องประชุมสัมมนา ห้องถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญา พัฒนาพื้นที่และภูมิทัศน์ ให้เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ และจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีขนาดและรูปแบบหลากหลาย เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ทั้งในเชิงอนุรักษ์ สืบสาน พัฒนาสร้างสรรค์ ต่อยอดนวัตกรรมต่าง ๆ สำหรับเยาวชน ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย ตลอดถึงภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติ

สืบเนื่องจากในปี 2565 สำนักงานต่าง ๆ จำนวน 10 หน่วยงานในจังหวัดนราธิวาส จะต้องย้ายสำนักงานออกไปอยู่ ณ ศาลากลางแห่งที่ 3 บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดนราธิวาส กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้มีแผนที่จะพัฒนาพิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาสบนพื้นที่ 18 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา เป็นศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ จึงได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2563 ณ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 – 21 มกราคม 2563 โดยนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสม (Feasibility Study) ของการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ ณ จังหวัดนราธิวาส โดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ การสร้างวัฒนธรรมภายใต้อัตลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลาย และความพร้อมในการบริหารจัดการโครงการหลังก่อสร้างแล้วเสร็จเพื่อความยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน สถาบันการศึกษาภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดความขัดแย้ง รวมทั้งการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

การศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบศูนย์วัฒนธรรมฯ ในครั้งนี้ ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวมถึงจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา โดยการออกแบบมีแนวคิดที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และเชื่อมโยงกับความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ ที่จะสามารถสร้างความรู้และความเข้าใจของการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งผลการศึกษาและออกแบบจะนำไปสู่การพิจารณาให้มีการก่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมชายแดนใต้ที่นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดแรกที่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน มาแวะชมก่อนไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ เช่น พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล อำเภอเมืองนราธิวาส พิพิธภัณฑ์วิถีวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์เรียนรู้   อัลกุรอานคัดด้วยลายมือ ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชขุนละหาร อำเภอยี่งอ มัสยิดตะโละมาเนาะ ซึ่งปัจจุบันมีอายุกว่า 400 ปีแล้ว ทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีและยะลา ตลอดจนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน อีกทั้ง เชื่อมโยงไปยังเมืองสุไหงโก-ลก ที่ถูกกำหนดให้เป็นเมืองการค้าชายแดนประตูเชื่อมต่อไทย – มาเลเซีย ที่สามารถรองรับการเข้า – ออกของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ได้เป็นอย่างดี

-(016)

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ มอบรางวัลประกวดคลิปโปรโมตท่องเที่ยว 25 อำเภอในติ๊กต๊อก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759344

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ มอบรางวัลประกวดคลิปโปรโมตท่องเที่ยว 25 อำเภอในติ๊กต๊อก

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ มอบรางวัลประกวดคลิปโปรโมตท่องเที่ยว 25 อำเภอในติ๊กต๊อก

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.22 น.

ภาครัฐ-เอกชน เชียงใหม่  กระตุ้นท่องเที่ยวเชียงใหม่บูม จัดพิธีมอบรางวัล กิจกรรมผลิตสื่อวิดิโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok  เน้นโปรโมตเชียงใหม่ 25 อำเภอ ผ่านกลุ่มติ๊กต็อกเกอร์ TikTokers หน้าใหม่และหน้าเก่า  พร้อมมอบรางวัลยอด View ยอด Like ยอดShare  สูงสุด  และรางวัลรักษ์โลก(BCG)

 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดพิธีมอบรางวัล กิจกรรมผลิตสื่อวิดิโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมมอบรางวัล ประกอบด้วย นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับนายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ , นายศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ,  Mr Arthur Yen General Manager Chiang mai Branch,China Airlines และนายญาญเดช ชุ่มชูวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ  หวงฟู่หลง ณ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์สปา เชียงใหม่ ในวันที่ 26 กันยายน 2566

 นายศุภมิตร กล่าวว่า การประกวด ผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอปพลิเคชัน TikTok ภายใต้แนวคิด ‘เที่ยวเชียงใหม่ มิติใหม่ 25 อำเภอ (Unseen Chiang Mai) ซึ่งทางสมาคมฯ เองมองว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวจะรู้จักแหล่งท่องเที่ยวจากคลิปสั้นโดยแอปพลิเคชัน TikTok เป็นคลิปสั้นที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ จึงต้องการกระตุ้นให้กลุ่มติ๊กต็อกเกอร์ TikTokers หน้าใหม่หรือที่ทำมาอยู่แล้ว ส่งคลิปความยาว 30-90 วินาที เน้นโปรโมตจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 25 อำเภอ ในเรื่องของ 1. ภูมิศาสตร์-ภูมิทัศน์ 2. ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนาและชาติพันธุ์ 3. ที่พักและอาหาร และเรื่องสุดท้ายคือ CBG หรือการรักษ์โลกส่งมาให้กับทางสมาคมฯ ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. จนถึงวันที่ 20 ก.ย. 66 เวลา 12.00 น. และในวันนี้วันที่ 26 กันยายน 2566 เป็นการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศทั้งใน 25 อำเภอ และ รางวัลยอด View มากที่สุด ,รางวัลยอด Like สูงสุด , รางวัลยอดShare มากที่สุด , รางวัลรักษ์โลก(BCG) และรางวัลชมเชย รวมถึง รางวัลถูกใจคณะกรรมการ  

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า การส่งคลิปเข้าประกวดในครั้งนี้มีจำนวนกว่า 1,000 คลิป คัดเหลือประมาณ 40 กว่ารางวัล ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เข้ามาชมและหาข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่กว่า 17 ล้านครั้ง ทั้งนี้การต่อยอดความสำเร็จของโครงการนี้เราจะมีEp2 และ Ep3 ต่อไปซึ่งเราได้มีการประชุมหารือกันแล้ว โดยพันธมิตรของเราทั้งภาครัฐและเอกชนก็ให้ความร่วมมือด้วยดีอย่างเช่นเคย ทั้งท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

ด้านนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์  รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการประกวด ผลิตสื่อวีดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok ภายใต้แนวคิด ‘เที่ยวเชียงใหม่ มิติใหม่ 25 อำเภอ (Unseen Chiang Mai) เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเชียงใหม่ทั้ง 25 อำเภอ ให้เป็นที่รู้จักแบบแพร่หลาย สร้างแรงจูงใจแก่นักท่องเที่ยว และประชาชนในวงกว้างที่นิยมสื่อออนไลน์ แล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จึงได้สนับสนุนเงินรางวัลชนะเลิศแต่ละอำเภอ จำนวน 25 อำเภอ อำเภอละ 5,000 บาท และยังมีรางวัลชนะเลิศด้านต่างๆ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ที่จัดเตรียมไว้อีก 4 รางวัล, รางวัลถูกใจคณะกรรมการ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่นายศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่  กล่าวว่าการจัดการจัดกิจกรรมการประกวด ผลิตสื่อวีดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok ภายใต้แนวคิด ‘เที่ยวเชียงใหม่ มิติใหม่ 25 อำเภอ (Unseen Chiang Mai) ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่อีกรูปแบบหนึ่งในช่วง Green Season และเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์อีกรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในขณะนี้ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาว

ไทยและต่างชาติ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ จึงได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมนี้ โดยมอบรางวัลชนะเลิศยอด View มากที่สุด  ยอด Share มากที่สุด ยอด Like มากที่สุด และรางวัลรักษ์โลก(BCG) นอกจากนั้นยังมีการสนับสนุนรางวัลชนะเลิศแต่ละอำเภอทั้ง 25 อำเภอ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, รางวัลชนะเลิศถูกใจกรรมการ และรางวัล

อื่นๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลผู้ที่ได้รับรางวัลผลิตสื่อวิดิโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok รางวัลชนะเลิศ 25 อำเภอ อำเภอละ 1 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 25 รางวัล ได้แก่ อ.เมือง ผู้ชนะ ปุ่น เฉย เฉย , อ.แม่ริม  ผู้ชนะ Pchyz  , อ.สารภี  ผู้ชนะ ริชาร์ด เจิง Richard Cheng  , อ.สันทราย  ผู้ชนะ Piroonuton  , อ.สันกำแพง  ผู้ชนะ Tonten Nattapong  , อ.หางดง ผู้ชนะ yoyo_ghjk , อ.ดอยสะเก็ด ผู้ชนะ sk_y552  , อ.สันป่าตอง ผู้ชนะ Lady Sukjai  , อ.แม่ออน ผู้ชนะ Nicky.NIB , อ.แม่วาง ผู้ชนะNut Wanwanut , อ.แม่แตง  ผู้ชนะ Nicky.NIB, อ.ดอยหล่อ ผู้ชนะNicha aeng’aey , อ.สะเมิง ผู้ชนะ ทีมงาน7พับสะเมิงพิทยาคม  , อ.จอมทอง ผู้ชนะMuay Jiraporn  ,อ.เชียงดาว ผู้ชนะ รีวิวเชียงดาว , อ.พร้าว ผู้ชนะ nanpink70  , อ.ดอยเต่า ผู้ชนะ Pleng Manlika  ,อ.ไชยปราการ ผู้ชนะ พันล้าน นาที ,อ.เวียงแหง ผู้ชนะmanbikes  ,อ.ฝาง ผู้ชนะ Fanginside  , อ.แม่แจ่ม ผู้ชนะ แมวเซา เขามันใหญ่   , อ.แม่อาย ผู้ชนะ พันล้าน นาที, อ.อมก๋อย ผู้ชนะFunto Journeys และอ.กัลยาณิวัฒนา ผู้ชนะ May_pyp1450

ในขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับรางวัลผลิตสื่อวิดิโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok รางวัลยอด View มากที่สุด ได้แก่ Nicha aeng’aey  รับรางวัล  Voucher ที่พักโรงแรม Syn Hotel ห้อง Stylistic Room รวมอาหารเช้า  สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 2 คืน มูลค่า 6,600 บาท/voucher

2. Voucher Halfday Trip ท่องเที่ยวชุมชนออนใต้ครบรส ประกอบด้วย อาหารกลางวัน 1 มื้อ / อาหารว่าง 1 มื้อ / Workshop สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 1,500 บาท”  ,รางวัลยอด  Like  สูงสุดได้แก่   Do.Khongdee รับรางวัล 1.

Voucher ที่พักโรงแรม Syn Hotel ห้อง Stylistic Room รวมอาหารเช้า  สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 2 คืน มูลค่า 6,600 บาท/voucher 2. Voucher Halfday Trip ท่องเที่ยวชุมชนออนใต้ครบรส ประกอบด้วย อาหารกลางวัน 1 มื้อ / อาหารว่าง 1 มื้อ / Workshop สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 1,500 บาท” และ Aum_kamonlapat  รับรางวัล ห้องพักโรงแรมศิริปันนา Deluxe Lanna 3 วัน 2 คืน

  รางวัลยอดShare มากที่สุดได้แก่  Pchyz  รับรางวัล “1. Voucher ที่พักโรงแรม Syn Hotel ห้อง Stylistic Room รวมอาหารเช้า  สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 2 คืน มูลค่า 6,600 บาท/voucher

2. Voucher Halfday Trip ท่องเที่ยวชุมชนออนใต้ครบรส

ประกอบด้วย อาหารกลางวัน 1 มื้อ / อาหารว่าง 1 มื้อ / Workshop สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 1,500 บาท” , รางวัลรักษ์โลก(BCG)ได้แก่  Bigboss “1. Voucher ที่พักโรงแรม Syn Hotel ห้อง Stylistic Room รวมอาหารเช้า  สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 2 คืน มูลค่า

6,600 บาท/voucher

2. Voucher Halfday Trip ท่องเที่ยวชุมชนออนใต้ครบรส ประกอบด้วย อาหารกลางวัน 1 มื้อ / อาหารว่าง 1 มื้อ / Workshop สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 1,500 บาท” , รางวัลถูกใจคณะกรรมการ ได้แก่  Nicky.NIB รับรางวัล ตั๋วเครื่องบิน

สายการบิน China Airlines 1 ที่นั่ง ไป-กลับ เชียงใหม่-ไทเป  และรางวัลชมเชยทั้งหมด อีก 10 รางวัล รับรางวัล ตั๋ว Chiangmai CAD Khomloy Sky Lanterns Festival 2023 ประเภท STANDARD SEAT 4,600 THB.

-(016)