‘จูน กษมา’ ใช้จิตวิทยา แนะ!! เลี้ยงลูกเล็กอย่างไรไม่ให้กลัวหมอ!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753821

‘จูน กษมา’ ใช้จิตวิทยา แนะ!! เลี้ยงลูกเล็กอย่างไรไม่ให้กลัวหมอ!

‘จูน กษมา’ ใช้จิตวิทยา แนะ!! เลี้ยงลูกเล็กอย่างไรไม่ให้กลัวหมอ!

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.17 น.

จูน กษมา ศิลาชัย ภรรยาสุดแซ่บของเปิ้ล นาคร เผยวิธีปลูกฝังนิสัยให้ลูก ๆ ออกู๊ด ออเกรซ ไม่กลัวคุณหมอเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ในรายการ Are you ok ? สบายดีหรือเปล่า โดย 2 พิธีกร ก้อง-ปิยะ และ ได๋-ไดอาน่า จึงจัดให้ได้พูดคุยกับแพทย์หญิงศรัยอร ธงอินเนตร แพทย์เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ถึงเรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกวิธีของสมาชิกตัวน้อยในครอบครัว โดยจูนเผยว่า “ลูกบ้านเราไม่ค่อยกลัวคุณหมอคะ  เพราะเราสร้างนิสัยในการพาลูก ๆ ไปโรงพยาบาลตั้งแต่เด็ก บางทีก็ไปกันเอง แต่ถ้าพี่เปิ้ลไปด้วย ครอบครัวก็จะได้กำลังใจเต็มที่ สำหรับลูกเล็ก เราใส่ใจเรื่องการให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนมาตั้งแต่เด็กพบว่า มีวัคซีนหลายชนิดที่ต้องฉีดในวัยเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงตอนโต และวัคซีนชนิดไหนมีความจำเป็นกับเด็กทุกช่วงวัยคะ

อีกทั้งได้ร่วมพูดคุยกับแพทย์หญิงพิสุทธิกานต์ รังคกูลนุวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในเรื่องของจิตวิทยาเด็กในการสื่อสารกับลูก ๆ อย่างไรเมื่อต้องพาไปหาหมอ พร้อมแนะการตรวจสุขภาพเด็กมีความสำคัญอย่างไร และต้องตรวจอะไรบ้าง พบคำตอบทั้งหมดได้ในรายการ Are you ok? สบายดีหรือเปล่า อาทิตย์ที่ 3 กันยายนนี้ เวลา 06.55-07.20 น. ทางหน้าจอช่อง 3 กด 33 สุขภาพดีไปกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อย่าลืมติด #AreYouOkสบายดีหรือเปล่าxCRA แชร์เรื่องราวสุขภาพดีๆ ในโลกโซเชียลกันนะคะ…

-(016)

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน ประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753680

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน  ประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน ประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะกรรมการตัดสิน และผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน เดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน ตามแนวความคิด EMpower for Community จัดการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ประเดิมปีแรกกับความสำเร็จอย่าล้นหลาม ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ 151 ราย จาก 37 จังหวัด ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการประกวดฯ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนอันโดดเด่น เพื่อลุ้นโอกาสการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกธนาคารฯ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดโครงการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน หรือที่รู้จักกันว่า ผลิตภัณฑ์โอท็อป (OTOP) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคาร ในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ชุมชน และเป็นไปตามแนวหลักปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารไทยเครดิต “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ” โดยเน้นส่งเสริม สนับสนุนชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยการรวมตัวกันเพื่อดำเนินงาน และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมเพื่อช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และนำจุดเด่นของชุมชนด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์

วิญญู ไชยวรรณ

ในการประกวดรอบแรก มีผู้ประกอบการ 151 ราย จาก 37 จังหวัด ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือพรีเมียม ประเทศ ชุมชน และทั่วไป ผู้เข้าร่วมประกวด 12 ราย ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นชุมชนต่อคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศของการประกวด โดยผู้เข้าร่วมประกวดที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจะได้รับโล่รางวัลจากธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) และโอกาสการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกธนาคารฯ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ผลรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับพรีเมียมและทั่วไป ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจากสเตนเลส” โดย โพธิ์ทองอรัญญิก แฮนด์ดิเวอร์ค จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับประเทศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “ชาอู่หลงสี่ฤดู” โดย จตุพล ชาไทย (ดอยแม่สลอง)จากจังหวัดเชียงราย และระดับชุมชน ได้แก่ผลิตภัณฑ์ “กิฟต์เซตสบู่หอมจากธรรมชาติ” โดย เนเจอร์ไลฟ์เฮิร์บ จากจังหวัดปราจีนบุรี

ทศมนพร พุทธจันทรา และ กฤษณา อร่ามกุลชัย

นางทศมนพร พุทธจันทรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวด กล่าวถึงเกณฑ์การให้คะแนนซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ คุณภาพผลิตภัณฑ์การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น“ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่นำเสนอเพื่อการคัดสรรมีความหลากหลาย โดดเด่นไม่แพ้กันผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ มีเอกลักษณ์ในตัวเอง เรื่องราวที่น่าประทับใจ และองค์ประกอบครบถ้วนตามเกณฑ์การตัดสินที่กำหนดไว้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลิศทุกท่าน” นางทศมนพร กล่าวเพิ่มเติม

ผู้ชนะเลิศระดับพรีเมียมและระดับทั่วไป สิริเพ็ญ นาคะบุตร บจก. โพธิ์ทองอรัญญิก แฮนด์ดิเวอร์ค จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับผลิตภัณฑ์ “เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสเตนเลส” กล่าวว่า “ขอขอบคุณธนาคารฯ ที่จัดโครงการเพื่อชุมชนและสังคมดีๆ เช่นนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชนต่อคณะกรรมการ ซึ่งให้คำแนะนำ ติชมที่เป็นประโยชน์ สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นในอนาคต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการได้ทำงานร่วมกับธนาคารฯ ในอนาคตจะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกในชุมชน ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ผู้ชนะเลิศระดับพรีเมียม และ ระดับทั่วไป พสิษฐ์-สิริเพ็ญ นาคะบุตร

ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ ฐิตาภา ชีวินเฉลิมโชติ บจก.จตุพล ชาไทย (ดอยแม่สลอง) จ.เชียงราย กับผลิตภัณฑ์ “ชาอู่หลงสี่ฤดู” กล่าวว่า “การเข้าร่วมโครงการประกวดฯ ครั้งนี้ หวังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับประเทศ ขอขอบคุณท่านคณะกรรมการที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานของพวกเรา”

ผู้ชนะเลิศระดับชุมชน โรฒวศิน รัตนะเสาวคนธ์ บ.เนเจอร์ไลฟ์เฮิร์บ จ.ปราจีนบุรี กับผลิตภัณฑ์ “กิฟต์เซตสบู่หอมจากธรรมชาติ” กล่าวว่า “ดีใจและภูมิใจที่ผลิตภัณฑ์จากชุมชนของเราได้รับรางวัลชนะเลิศ และคัดเลือกเป็นของที่ระลึกของธนาคารฯ ขอขอบคุณธนาคารฯ ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้
ให้แก่คนในชุมชน”

ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ ฐิตาภา ชีวินเฉลิมโชติ

ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ ฐิตาภา ชีวินเฉลิมโชติ

ผู้ชนะเลิศระดับชุมชน โรฒวศิน รัตนะเสาวคนธ์

ผู้ชนะเลิศระดับชุมชน โรฒวศิน รัตนะเสาวคนธ์

อุลตร้า วี ประเทศไทย ยกระดับแพทย์ไทยอัปเดตความรู้นวัตกรรม ‘ไหมน้ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753678

อุลตร้า วี ประเทศไทย ยกระดับแพทย์ไทยอัปเดตความรู้นวัตกรรม ‘ไหมน้ำ’

อุลตร้า วี ประเทศไทย ยกระดับแพทย์ไทยอัปเดตความรู้นวัตกรรม ‘ไหมน้ำ’

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์

บริษัท อุลตร้า วีเมดิคอล เอสเทธิค (ประเทศไทย) จำกัด โดย กัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ และ นายแพทย์ไพศาล รัมณีย์ธร คณบดีสำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง จัดบรรยายความรู้และอบรมเรื่อง ULTRACOL PDO microsphere (อัลตร้าคอล พีดีโอไมโครสเฟียร์) นวัตกรรมความงามที่กำลังเป็นที่นิยมด้วยเทคนิคการเติมเต็ม (ไหมน้ำ) เพื่อเพิ่มขีดจำกัดยกระดับฝีมือแพทย์ไทยให้ทันเทรนด์โลก โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ร่วมงานกว่า 50 คน ที่ตึก พี เอส ทาวเวอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

กัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอุลตร้า วี เมดิคอล เอสเทธิคประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยได้เดินทางไปเสริมความงามที่ต่างประเทศกันค่อนข้างมาก ทางบริษัทฯ เล็งเห็นว่าธุรกิจความงามกำลังเติบโตและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่ม-สาว แม้แต่คนสูงวัย รวมถึงเทรนด์ความงามของปีนี้เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากงานผิว ผิวดี ผิวสวยดูเป็นธรรมชาติ ดังนั้น แพทย์ไทยที่มีความสามารถไม่แพ้ประเทศใดในโลกอยู่แล้ว ทางบริษัทที่เป็นผู้นำด้าน Skin Quality ในไทย จึงนำ “ULTRACOL” PDO microsphere นวัตกรรมแห่ง Aesthetic ที่ใช้สาร PDO หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งในวงการแพทย์ว่า “ไหมน้ำ” ได้ผ่านการรับรองของอย. เป็นที่เรียบร้อย และตอบโจทย์คนไทย เป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังติดเทรนด์ที่ใช้กันทั่วโลก รวมทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองความปลอดภัยจาก Korea Food and Drug Administration จากประเทศเกาหลี รวมถึงได้จดสิทธิบัตรเฉพาะของ Ultra V และได้รับรางวัลยอดเยี่ยม IR52 Jang Young Sill award จากเกาหลีใต้ และงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกระดับฝีมือแพทย์ไทย อีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ จากการจัดอบรมแพทย์ (Training) ใน44 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว

นพ.ไพศาล รัมณีย์ธร

นายแพทย์ไพศาล รัมณีย์ธร คณบดีสำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า เวชศาสตร์ชะลอวัยคือศาสตร์ในการป้องกันความเสื่อมในร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพโดยมีจุดประสงค์ให้คนเรามีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อเสริมสร้างซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ปัจจุบันนี้วงการแพทย์ด้านความงามมีการพัฒนาความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างมาก รวมถึงคนในสมัยใหม่มีการดูแลสุขภาพใบหน้า ผิวพรรณกันมากขึ้น รวมถึงการเติมเต็มบนใบหน้า ให้ดูสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองมาตรฐานจึงตอบโจทย์ความทันสมัยด้วยเทคนิคการเติมเต็มนี้ ULTRACOL (ไหมน้ำ)โดยมีลักษณะเป็นผงไหมน้ำในรูปแบบฉีด นวัตกรรมนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนจากภายใน โดยไหมน้ำจะช่วยทำให้กระจายตัวได้ทั่วบริเวณใบหน้าเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นบริเวณกว้าง เพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ลดการบาดเจ็บ ลดการบวมช้ำ เมื่อเราอายุมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือผิวที่หย่อยคล้อย Telomere ลดลงจึงต้องมีตัวช่วย ผลิตภัณฑ์ “ULTRACOL” ตัวนี้จะช่วยในเรื่องผิวหน้าให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่ใช้บริการและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตาม ULTRACOL PDO microsphere หรือไหมน้ำ สามารถฉีดได้แม้ในบริเวณที่บอบบางที่สุดอย่างใต้ดวงตา และฉีดได้ทุกจุดบนใบหน้าไม่มีข้อห้ามใดๆ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะช่วยในเรื่องผิวหน้าให้มีความยืดหยุ่นด้วยการกระตุ้นผิวให้ผลิตคอลลาเจน และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่ใช้บริการได้

ค้นพบความสุขและความนิรันดร์ที่‘พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753683

ค้นพบความสุขและความนิรันดร์ที่‘พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย’

ค้นพบความสุขและความนิรันดร์ที่‘พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย’

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เกอร์ริท ดับเบิลยู. กอง มอบของที่ระลึกให้แก่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และ ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม.

ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย จัดกิจกรรมโอเพ่นเฮ้าส์ให้สื่อมวลชนและผู้สนใจได้เยี่ยมชม “พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย” พระวิหารแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งที่ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นพระวิหารลำดับที่ 185 ของศาสนจักร ซึ่งพระวิหารถือว่าเป็นพระนิเวศน์ของพระเยซูคริสต์ ผู้ที่เข้าภายในพระวิหารได้จะต้องเป็นสมาชิกศาสนจักรเท่านั้นในการนี้ มี เกอร์ริท ดับเบิลยู.กอง อัครสาวก, เอ็ลเดอร์เควิน อาร์. ดันแคน ผู้อำนวยการบริหารแผนกพระวิหาร, เอ็ลเดอร์เจมส์ อาร์. ราสแบนด์ สาวกเจ็ดสิบเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ในงานมอบหมายสำหรับแผนกพระวิหาร, เอ็ลเดอร์เบนจามิน เอ็ม. ซี. ไทประธานฝ่ายประธานภาคเอเชีย, เอ็ลเดอร์เคลลี อาร์. จอห์นสัน ฝ่ายประธานภาคเอเชีย และ เอ็ลเดอร์สุชาติ ไชยชะนะ สาวกเจ็ดสิบภาคในประเทศไทย พร้อมด้วย คณะเจ้าหน้าที่ศาสนจักรให้การต้อนรับ โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเยี่ยมชม เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

เอ็ลเดอร์เจมส์ อาร์. ราสแบนด์, เอ็ลเดอร์สุชาติ ไชยชะนะ, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,ดร.พิจิตต รัตตกุล, เอ็ลเดอร์เคลลี อาร์. จอห์นสัน และ เอ็ลเดอร์เบนจามินเอ็ม. ซี. ไท

เกอร์ริท ดับเบิลยู. กองอัครสาวก กล่าวว่า “ประเทศไทยให้อิสรภาพในการนับถือศาสนาในประเทศไทยมีบุคคลและครอบครัวกว่า 23,000 คน ที่เป็นสมาชิกของศาสนจักร มีพระวิหารหลายแห่งในประเทศต่างๆ ทั่วโลก สำหรับพระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยนี้ จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะเป็นสื่อกลางและรู้สึกถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้าผ่านพิธีการต่างๆ ของศาสนจักรที่เป็นประโยชน์และเป็นพรต่อครอบครัวและบุคคลในชีวิตนี้และชีวิตหน้า พระวิหารยังเป็นสถานที่แห่งความคารวะ เป็นที่หลบภัยอันเงียบสงบจากความกังวล ความฟุ้งซ่านและความมัวหมองของโลกนี้ นี่เป็นเหตุผลที่เรากล่าวว่า “ศักดิ์สิทธิ์แด่พระเจ้า พระนิเวศน์ของพระเจ้าอยู่เหนือประตูพระวิหาร” พระวิหารที่สวยงามนี้จะรับใช้สมาชิกของศาสนจักรจากทั่วทั้งประเทศไทย และยินดีต้อนรับสมาชิกศาสนจักรจากทุกพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “พระวิหารกรุงเทพฯ นับว่าเป็นพระวิหารที่มีความสวยงาม และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ในอนาคต การมีพระวิหารแห่งศาสนจักรนี้ แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครนั้นเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรมที่แท้จริง เพราะไม่ว่าจะศาสนาใด วัฒนธรรมใดก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ สำหรับกรุงเทพมหานคร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งและพร้อมร่วมงานกับศาสนจักรในทุกมิติที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน”

เอ็ลเดอร์เคลลี อาร์. จอห์นสัน และ ซิสเตอร์เทอร์รี่ จอห์นสัน ให้การต้อนรับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล

พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 1645/6 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เป็นพระวิหารลำดับที่ 185 ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย การออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ ได้รับการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อแสดงถึงการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมศาสนจักรพระวิหารกรุงเทพฯ มีขนาด 48,525 ตารางฟุตสะท้อนลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมไทย อาทิ ลวดลายซ้อนทับรูปทรงข้าวหลามตัดหลายรูปแบบที่มีส่วนประกอบของดอกบัวและลายก้างปลา โคมไฟรูปทรงฉัตรคว่ำ พระวิหารมียอดแหลม 9 ยอดหลายขนาด แต่ละยอดครอบด้วยแผ่นลายฉลุที่ออกแบบให้กลมกลืนกับท้องฟ้าได้อย่างลงตัวและส่องแสงเรืองรองในยามค่ำคืน ภายในพระวิหารประกอบไปด้วยห้องพิธีกรรม เช่น ห้องรับคำสอน ห้องบัพติศมาห้องผนึก แม้พระวิหารจะตั้งอยู่ย่านเศรษฐกิจที่มีการจราจรหนาแน่น แต่เมื่อเข้าสู่เขตพระวิหารแล้วจะได้พบกับความสงบอย่างน่าอัศจรรย์

ทั้งนี้ จะมีพิธีอุทิศ พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย ในวันที่ 22 ตุลาคม 2566 การอุทิศหมายถึงการถวายพระวิหารไว้เพื่องานของพระเจ้าโดยพิธีจะประกอบด้วยบทเพลงนมัสการพระเจ้า คำปราศรัยจากผู้นำศาสนจักร การสวดอ้อนวอนอุทิศ เพื่อแยกอาคารนี้ไว้สำหรับงานของศาสนจักรและการแสวงหาพรจากสวรรค์บนโครงสร้างพระวิหารและบริเวณโดยรอบ เมื่อประกอบพิธีอุทิศแล้ว ผู้ที่เข้าสู่พระวิหารได้จะมีแต่เพียงสมาชิกศาสนจักรเท่านั้น

ห้องรับคำสอน

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการสร้างพระวิหารกรุงเทพฯ เสร็จสมบูรณ์ รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม ทำความรู้จักกับพระวิหารและศาสนจักร ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมโอเพ่นเฮ้าส์ได้ระหว่างวันที่ 1-16 กันยายน 2566 (ยกเว้นวันอาทิตย์) สามารถลงทะเบียนเข้าชมได้ที่ BangkokTemple.ChurchofJesusChrist.org

ห้องผนึก สำหรับพิธีจัดแต่งงาน

ห้องผนึก สำหรับพิธีจัดแต่งงาน

พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย สถาปัตยกรรมเรียบง่ายแต่สง่างาม

พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทย สถาปัตยกรรมเรียบง่ายแต่สง่างาม

เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล 2 พระมิ่งขวัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753685

เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล 2 พระมิ่งขวัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ

เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล 2 พระมิ่งขวัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ พระประธานในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯเป็นประธานฝ่ายฆราวาส จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ ในการนี้มีข้าราชการสำนักพระราชวังที่ประจำอยู่ที่วังเทเวศร์ พร้อมด้วยกรรมการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติและเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ เข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

พระพรหมวชิรมุนี ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์พร้อมนำผู้ร่วมพิธีร่วมกันเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล

ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เป็นประจำต่อเนื่องทุกเดือน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 โดยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ถวายผ้าไตรจีวร ตาลปัตรมูลนิธิฯเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ในครั้งนี้ได้รับความเมตตามี พระพรหมวชิรมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ รวม 10 รูป พระสงฆ์ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์พร้อมทั้งนำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกันเจริญจิตตภาวนา นำนั่งสมาธิขอให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง คือการร่วมกัน ระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และ จิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯตลอดระยะเวลา 28 ปี มูลนิธิฯปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถวายความเคารพหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร
มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิฯ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีิพ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถวายความเคารพหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิฯ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีิพ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถวายความเคารพหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร
มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิฯ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีิพ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถวายความเคารพหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิฯ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีิพ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ,
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, (แถวยืน) ผาณิต พูนศิริวงศ์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ร่วมด้วย
พิริยะ เข็มพล, พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล และ สันติ สาทิพย์พงษ์

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, (แถวยืน) ผาณิต พูนศิริวงศ์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ร่วมด้วย พิริยะ เข็มพล, พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล และ สันติ สาทิพย์พงษ์

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถ่ายภาพร่วมกับ ทีมเครือข่ายเตือน
ภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถ่ายภาพร่วมกับ ทีมเครือข่ายเตือน ภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ

พล.ต.มิตรอนันต์ จิตต์โสภา นำข้าราชบริพารวังเทเวศร์ ร่วมพิธี

พล.ต.มิตรอนันต์ จิตต์โสภา นำข้าราชบริพารวังเทเวศร์ ร่วมพิธี

ผาณิต พูนศิริวงศ์, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์ และ รศ.สุทธิมา
ชำนาญเวช

ผาณิต พูนศิริวงศ์, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์ และ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช

กัญฑนล ภู่ระหงษ์, มณฑิชา สุขจันทร์, ปาริชาต ธีระศิลป์
และ ไตรวินิจ ตู้จินดา

กัญฑนล ภู่ระหงษ์, มณฑิชา สุขจันทร์, ปาริชาต ธีระศิลป์ และ ไตรวินิจ ตู้จินดา

จิตอาสาจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระอุปถัมภ์ฯ และเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

จิตอาสาจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระอุปถัมภ์ฯ และเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์

ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อม คณะกรรมการและผู้ร่วมพิธี พร้อมใจกัน
สวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระกุศล

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อม คณะกรรมการและผู้ร่วมพิธี พร้อมใจกัน สวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระกุศล

คุณแหน : 1 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753684

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ สมปอง สุจริตกุล อดีตเอกอัครราชทูตไทย 3 ก.ย.17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส..2 ก.ย. 18.30 น. บำเพ็ญกุศลออกเมรุ ณ ศาลาเตชะอิทธิพร(ศาลา 1)..ถ่ายเถา-สมเถา-ดร.นฎาประไพ-เปรมิกา สุจริตกุล ฝากเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้..

ll จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ รอง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับอาเซียนชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “CPU’1 ASEAN GRAND PRIX YOUTH ROBOTIC COMPETTION 2023”..

llยินดีกับ วิทัย รัตนากร ผอ.ธนาคารออมสิน รับรางวัลผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ และรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ ประจำปี 2566 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน..

ll ธานินทร์ พานิชชีวะ ประธานรุ่น Digital CEO#6 จัดงานสังสรรค์ของกลุ่ม DM มีเพื่อนๆ มากว่า 50 คน โดยมีสมศักดิ์ กุญชรยาคง เป็นตากล้องกิตติมศักดิ์งานนี้ นิติ เมฆหมอก,สุเมธ สุรบถโสภณ,จารุพรรณอินทรรุ่ง,ไขแข เชิดวิศวพันธุ์,ผศ.นพ.บุญชัยหวังศุภดิลก,ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์,ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์,จิรพล ตังทัตสวัสดิ์,เกศนรี จองโชติศิริกุล,ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย,ณัฐพล สืบอ่ำ,นวลศิริ เมธาวิวัฒน์, รังสรรค์ พวงปราง,ชุติลักษณ์ พานิชชีวะ,รุ้งเพชรลิ้มสวัสดิ์วงศ์,ลักษณ์ชฎา หวังพนาวงศ์,พีรพงศ์ กรินชัย,ธนพล กองบุญมา,ธีรัสบุญ-หลง,ศิริพร วงศ์ตรีภพ,ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา,อรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร,อติพรประทีปมงคล,ยอดฤดี สันตติกุล,ภญ.โสภาพิมพ์สิริพานิชย์ ไม่ยอมพลาด..

ll ศาสนาจารย์ ดร.บัณฑูร บุญอิต,รศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทน์,ประสิทธิ์ อิทธิกำจร,วุฒิกรวุฒิพรพงษ์ เป็นตัวแทนศิษย์เก่า BCC#129ร่วมงานไว้อาลัย อ.ประกอบ พรหมบุตรอดีต ผอ.รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ณ คริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์..

ll เพื่อนๆ ปลื้มใจกับ ดร.ฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ ซีอีโอ บจ.รพ.ธนบุรี บํารุงเมือง ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ New Zealand Alumni Hall of Fame 2023 จาก โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ในงาน New Zealand Education Fair 2023..

ll อโนทัย ทรงไท ปธพ.6 ร่วมบริจาคในโครงการ“Pay It Forward ส่งต่อรักจากใจให้สมอง”ของ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและคณะแพทยฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย..

ll มิตรสหายและลูกศิษย์ร่วมยินดีกับ นพ.สมเกียรติ สรรพวีรวงศ์ ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น ศาสตราจารย์สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์..

ll ใครสนใจแนวทางการบริหารสมาชิกกองทุน กบข.ของ ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการติดตามชมได้ที่ https://youtu.be/g4rFG11hn2Y?si=fZq0WyNsh3Et8sF6..ll

น้องใหม่

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน ประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753679

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน  ประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน ประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะกรรมการตัดสิน และผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน เดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน ตามแนวความคิด EMpower for Community จัดการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ประเดิมปีแรกกับความสำเร็จอย่าล้นหลาม ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ 151 ราย จาก 37 จังหวัด ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการประกวดฯ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนอันโดดเด่น เพื่อลุ้นโอกาสการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกธนาคารฯ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดโครงการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน หรือที่รู้จักกันว่า ผลิตภัณฑ์โอท็อป (OTOP) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคาร ในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ชุมชน และเป็นไปตามแนวหลักปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารไทยเครดิต “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ” โดยเน้นส่งเสริม สนับสนุนชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยการรวมตัวกันเพื่อดำเนินงาน และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมเพื่อช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และนำจุดเด่นของชุมชนด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์

วิญญู ไชยวรรณ

ในการประกวดรอบแรก มีผู้ประกอบการ 151 ราย จาก 37 จังหวัด ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือพรีเมียม ประเทศ ชุมชน และทั่วไป ผู้เข้าร่วมประกวด 12 ราย ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นชุมชนต่อคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศของการประกวด โดยผู้เข้าร่วมประกวดที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจะได้รับโล่รางวัลจากธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) และโอกาสการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกธนาคารฯ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ผลรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับพรีเมียมและทั่วไป ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจากสเตนเลส” โดย โพธิ์ทองอรัญญิก แฮนด์ดิเวอร์ค จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับประเทศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “ชาอู่หลงสี่ฤดู” โดย จตุพล ชาไทย (ดอยแม่สลอง)จากจังหวัดเชียงราย และระดับชุมชน ได้แก่ผลิตภัณฑ์ “กิฟต์เซตสบู่หอมจากธรรมชาติ” โดย เนเจอร์ไลฟ์เฮิร์บ จากจังหวัดปราจีนบุรี

ทศมนพร พุทธจันทรา และ กฤษณา อร่ามกุลชัย

นางทศมนพร พุทธจันทรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวด กล่าวถึงเกณฑ์การให้คะแนนซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ คุณภาพผลิตภัณฑ์การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น“ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่นำเสนอเพื่อการคัดสรรมีความหลากหลาย โดดเด่นไม่แพ้กันผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ มีเอกลักษณ์ในตัวเอง เรื่องราวที่น่าประทับใจ และองค์ประกอบครบถ้วนตามเกณฑ์การตัดสินที่กำหนดไว้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลิศทุกท่าน” นางทศมนพร กล่าวเพิ่มเติม

ผู้ชนะเลิศระดับพรีเมียมและระดับทั่วไป สิริเพ็ญ นาคะบุตร บจก. โพธิ์ทองอรัญญิก แฮนด์ดิเวอร์ค จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับผลิตภัณฑ์ “เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสเตนเลส” กล่าวว่า “ขอขอบคุณธนาคารฯ ที่จัดโครงการเพื่อชุมชนและสังคมดีๆ เช่นนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชนต่อคณะกรรมการ ซึ่งให้คำแนะนำ ติชมที่เป็นประโยชน์ สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นในอนาคต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการได้ทำงานร่วมกับธนาคารฯ ในอนาคตจะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกในชุมชน ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ผู้ชนะเลิศระดับพรีเมียม และ ระดับทั่วไป พสิษฐ์-สิริเพ็ญ นาคะบุตร

ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ ฐิตาภา ชีวินเฉลิมโชติ บจก.จตุพล ชาไทย (ดอยแม่สลอง) จ.เชียงราย กับผลิตภัณฑ์ “ชาอู่หลงสี่ฤดู” กล่าวว่า “การเข้าร่วมโครงการประกวดฯ ครั้งนี้ หวังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับประเทศ ขอขอบคุณท่านคณะกรรมการที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานของพวกเรา”

ผู้ชนะเลิศระดับชุมชน โรฒวศิน รัตนะเสาวคนธ์ บ.เนเจอร์ไลฟ์เฮิร์บ จ.ปราจีนบุรี กับผลิตภัณฑ์ “กิฟต์เซตสบู่หอมจากธรรมชาติ” กล่าวว่า “ดีใจและภูมิใจที่ผลิตภัณฑ์จากชุมชนของเราได้รับรางวัลชนะเลิศ และคัดเลือกเป็นของที่ระลึกของธนาคารฯ ขอขอบคุณธนาคารฯ ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้
ให้แก่คนในชุมชน”

THAI FIGHT HOTEL นำอัตลักษณ์มวยไทย คว้ารางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753682

THAI FIGHT HOTEL นำอัตลักษณ์มวยไทย  คว้ารางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์

THAI FIGHT HOTEL นำอัตลักษณ์มวยไทย คว้ารางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศมาแล้ว กับ “THAI FIGHT” เวทีการแข่งขันมวยไทยภายใต้การบริหารงานของ ดร.นพพร วาทิน ผู้สร้างตำนานศิลปะการต่อสู้ของมวยไทย และสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับวงการมวยไทย มีผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคนครองเรตติ้งอันดับหนึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นการจัดการแข่งขันมวยไทยที่ดีที่สุดในโลก

ล่าสุดกับการทุ่มเปิดโรงแรม “THAI FIGHT HOTEL” แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโปรเจกท์ยักษ์ที่นำอัตลักษณ์ของ “แม่ไม้มวยไทย” มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบได้อย่างลงตัวให้เป็นโรงแรมเดียวในประเทศไทยและในโลก มุ่งมั่นเป็น SOFT POWER THAILAND ภายใต้การออกแบบในคอนเซ็ปต์ THAI FIGHT SIGNATURE PROJECTS สามารถคว้ารางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Excellence Awards หรือ CE Awards) ประเภท Creative Business Awards กลุ่มรางวัล Value Creation Award จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ได้ขึ้นรับรางวัลจาก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ดร.นพพร วาทิน ขึ้นรับรางวัล CE Awards จาก สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี

รางวัล “Value Creation Awards” เป็นรางวัลของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างคุณค่าเพิ่มในเชิงธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ หรือโครงการ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างมิติทางเศรษฐกิจและมิติความยั่งยืนอย่างลงตัวนอกจากนี้ รางวัล CE Awards จะเป็นเครื่องการันตีรับรองความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนสร้างมูลค่าและความแตกต่างให้บุคคล หน่วยงาน และองค์กรที่ได้รับรางวัล รวมถึงยกระดับเส้นทางการทำงานในวงการสร้างสรรค์ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยสามารถขยายผลงานและต่อยอดไปสู่ระดับนานาชาติได้ ทั้งยังจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างให้กับนักสร้างสรรค์ในการพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์ของประเทศต่อไป

ดร.นพพร วาทิน กล่าวว่า “โรงแรม THAI FIGHT HOTEL บนเกาะสมุย เป็นโรงแรมสุดหรูภายใต้ธีม “มวยไทย” โรงแรมตั้งอยู่หาดละไม เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ผมตั้งใจใช้ศิลปะมวยไทยขยายไปสู่ระดับโลกภายใต้คอนเซ็ปต์ THAI FIGHT SOFT POWER เพราะศิลปะการต่อสู้ด้วยมวยไทย หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นศิลปะที่งดงาม เข้มแข็ง และเต็มไปด้วยพละกำลัง การต่อสู้ที่ได้รับการยกย่องและได้รับการยอมรับว่าเป็นศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวแนวตั้งที่ดีที่สุดในโลก ผมตั้งใจสร้างไทยไฟท์ให้เป็นหนึ่งในตำนานแห่งมวยไทย เพื่อให้นานาชาติเราได้หลงรัก เรียนรู้และสัมผัสถึงศิลปะมวยไทยของเรา ซึ่งเราสามารถพูดได้ว่าทำได้สำเร็จอย่างงดงาม คนทั่วโลกต่างรู้จักมวยไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และ THAI FIGHT SIGNATURE PROJECTS คือพลังแห่ง SOFT POWER ที่มีพลังมหาศาลของประเทศไทยที่จะไปดึงเอาเม็ดเงินมาจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้จริง”

THAI FIGHT HOTEL เป็นสถานที่พักผ่อนริมชายหาดที่คุณจะไม่สามารถหาที่ไหนได้ในโลกนี้มีพื้นที่เกือบ 5 ไร่ มีความยาวของชายหาดบนหาดละไม เกาะสมุย เกือบ 500 เมตร ตัวอาคารประกอบด้วย อาคาร 3 หลัง มีจำนวนห้อง 50 ห้อง และ 4 พูลวิลล่า โดยแต่ละส่วนของโรงแรมจะเป็นสไตล์ไทยโมเดิร์น มีความต่างอย่างที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ห้องพัก ทุกห้องเป็นธีมมวยไทย มีกระสอบทราย นวม และยังมีอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ห้องของคุณสมบูรณ์แบบประหนึ่งคุณคือ ยอดมวยไทย พร้อมกันนี้ยังมีมงคลสวมศีรษะ หรือ ประเจียดแขน ที่เราจัดไว้ให้อีกด้วย นอกจากนั้น โรงแรมยังมีบริการด้านต่างๆ อาทิ “THAI FIGHT PHYSPORTS” สถานที่ฝึกสอนมวยไทย โดยนักมวยไทยชื่อดังของ “THAI FIGHT” โดยสามารถมาเรียนมวยตัวต่อตัวกับนักมวยไทยไฟท์ เป็นสิทธิพิเศษหนึ่งเดียวในโลก อาทิ แสนชัย, กิตติ, ป.ต.ท., เต็งหนึ่ง, ไทรโยค, สุดสาคร, น้องโอ, พยัคฆ์สมุย ฯลฯ

ผู้สนใจสามารถเข้าไปชมที่ https://www.thaifighthotel.com/

อิเกีย สนับสนุนความเท่าเทียมทุกความต่างในสังคม จัดมื้ออาหารกลางวันให้คนพิการบ้านราชาวดี (หญิง)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753677

อิเกีย สนับสนุนความเท่าเทียมทุกความต่างในสังคม จัดมื้ออาหารกลางวันให้คนพิการบ้านราชาวดี (หญิง)

อิเกีย สนับสนุนความเท่าเทียมทุกความต่างในสังคม จัดมื้ออาหารกลางวันให้คนพิการบ้านราชาวดี (หญิง)

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อิเกีย ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนทั่วไปในทุกๆ วัน พร้อมสนับสนุนความเท่าเทียมสำหรับทุกความต่างในสังคม นำพนักงานอาสาสมัครจากอิเกีย ร่วมกิจกรรมการมอบมื้ออาหารกลางวันตามหลักโภชนาการที่ปรุงจากมีทบอล และเครื่องดื่มของอิเกีย แก่สมาชิกและบุคลากรกว่า 350 คนของสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

วรันธร เตชะคุณากร ผู้อำนวยการด้านการตลาดและดีไซน์ อิเกีย ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของอิเกียในการเสริมสร้างและสนับสนุน
ทุกการดำเนินการโดยเชื่อว่าทุกคนควรได้รับความเคารพและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมยอมรับความแตกต่างและความหลากหลาย อิเกียได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานอิเกียได้มีโอกาสเข้าไปสนับสนุนและร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่โดยรอบสโตร์อิเกีย ในครั้งนี้ พนักงานทุกคนที่อาสามาร่วมกิจกรรมต่างก็ภูมิใจที่ได้มาร่วมมอบอาหารมื้อกลางวันที่นอกจากจะคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ยังมีเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของทางอิเกียอย่างสวีดิชมีทบอล ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูสุดฮิตที่ลูกค้าของอิเกียต่างก็โปรดปราน ให้สมาชิกและบุคลากรของสถานคุ้มครองฯ แห่งนี้ได้ลิ้มลองอีกด้วย”

นอกจากนี้ อิเกีย ประเทศไทย ยังส่งเสริมการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย เป็นมิตร และเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของทุกคนในชุมชน เพื่อให้สมาชิกในชุมชนเข้าถึงชีวิตที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน ผ่านกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การร่วมกับ STEPS Community ออกแบบและจัดพื้นที่ออฟฟิศสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางการรับรู้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ต้อนรับทุกความต่าง การนำรายได้จากการจำหน่ายถุงสีรุ้งและเสื้อยืดคอลเลคชั่นพิเศษจากอิเกีย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย นำไปมอบให้แก่สมาคมฟ้าสีรุ้งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำรถคลินิกเคลื่อนที่ ให้คำแนะนำแก่บุคคลทั่วไป ด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจโดยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ อิเกียจะยังคงมุ่งมั่นมองหาโอกาสการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในทุกๆ วันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างเท่าเทียมกัน

นักโภชนาการชื่อดัง‘ดร.ลูอิจิ แกรทตัน’เผยสุขภาพชีวิตดีด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753443

นักโภชนาการชื่อดัง‘ดร.ลูอิจิ แกรทตัน’เผยสุขภาพชีวิตดีด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ

นักโภชนาการชื่อดัง‘ดร.ลูอิจิ แกรทตัน’เผยสุขภาพชีวิตดีด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.00 น.

ดร.ลูอิจิ แกรทตัน

เพียงชั่วข้ามคืน การระบาดของโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนนับล้านทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนมากมายตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและส่งผลให้หลายคนต้องหันกลับมามองวิธีการดูแลร่างกายและรับมือกับสุขภาพจิตของตัวเองในแต่ละวัน

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังถูกตอกย้ำให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านผลการสำรวจลำดับความสำคัญด้านสุขภาพของ เฮอร์บาไลฟ์เอเชียแปซิฟิก ที่จัดทำ
ขึ้นในเดือนเมษายนปี 2566 ซึ่งพบว่า การแพร่ระบาดทำให้ผู้คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีการประเมินลำดับความสำคัญใหม่ โดยจำนวนกว่า 77% หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นและหากเจาะลึกลงผลการสำรวจลงไป จะพบว่าเกือบ 7 ใน 10 คน มีการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญด้านสุขภาพ โดยเป้าหมายด้านสุขภาพอันดับแรกที่ผู้คนกำลังทำอยู่คือ การมีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น 51% รองลงมาคือ การเพิ่มภูมิคุ้มกัน 46% รวมทั้งการนอนหลับที่ดี 46% มีนิสัยการกินเพื่อสุขภาพ 42% และสุขภาพจิตที่ดีขึ้น 40%

นอกจากนี้ ยังพบว่า 46% ของคนอายุน้อยให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากขึ้นหลังการแพร่ระบาด เทียบกับคนอายุมากกว่าอยู่ที่ 34% ในขณะที่ 50% ของ Gen X และ Baby Boomers ให้ความสำคัญกับการมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากกว่าคนรุ่น Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสำคัญอยู่ที่ 42%

ดร.ลูอิจิ แกรทตัน (Dr.Luigi Gratton) รองประธานฝ่ายการฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ออกมาเปิดเผยว่า การจะบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพข้างต้นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ซับซ้อน แค่มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 อย่าง คือ 1.การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม 2.การออกกำลังกายเป็นประจำ และ 3.การได้รับแรงสนับสนุนจากเพื่อน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดีได้เช่นกัน

โภชนาการที่ดี มีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพโดยรวม ทั้งในแง่ของรูปร่างและความแข็งแรง ดังนั้น ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุที่เหมาะสม รวมถึงของเหลวเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ ที่ เฮอร์บาไลฟ์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำถึงปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับในแต่ละวันว่า 30% ต้องมาจากพืชหรือโปรตีนไร้มันจากสัตว์และอีก 40% มาจากคาร์โบไฮเดรตที่เป็นประโยชน์ เช่น ธัญพืช ถั่ว ผักและผลไม้ นอกจากนี้ ไขมันยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างเหมาะสม โดยไขมันที่บริโภคต้องเป็นไขมันดี เช่น ไขมันจากปลา ถั่ว น้ำมันมะกอกและอะโวคาโดอย่างไรก็ตาม ไม่ควรบริโภคไขมันเกิน 30% ของปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวันและสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งได้จากผักและผลไม้ หรือทานอาหารเสริมเพื่อชดเชยปริมาณที่ไม่เพียงพอ รวมทั้งอย่าลืมรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ

ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงและการออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้สุขภาพโดยรวมและความเป็นอยู่ดีขึ้น และที่สำคัญยังเป็นวิธีที่ดีในการต่อสู้กับความเครียดอีกด้วย โดยหัวใจสำคัญในการรักษาความกระตือรือร้นไว้คือ การวางแผนและการกำหนดเป้าหมายที่สมจริง รวมทั้งรู้จักเลือกกิจกรรมที่สนุกสนานช่วยให้มีแรงบันดาลใจและอยากทำตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งโดยปกติควรออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อยประมาณ 30 นาทีต่อวัน และออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ควรปรับตารางเวลาออกกำลังกายนี้ให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง เพราะความยืดหยุ่นและไม่ยึดติดตามตารางมากไปจะทำให้การออกกำลังกายปราศจากความเครียดและสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ โดยให้เลือกกิจกรรมจากความชอบของตัวเอง

พลังจากคอมมูนิตี้เป็นแรงขับเคลื่อนบนเส้นทางสายสุขภาพ การทำตามแผนการออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพต้องใช้ความพยายาม ความมุ่งมั่น และความทุ่มเท ซึ่งบางครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ได้ตามเป้า จากการสำรวจของเฮอร์บาไลฟ์ เฮลธ์ ไพรออริตี้ พบว่า ผู้บริโภคในเอเชีย-แปซิฟิก ต้องเผชิญกับความท้าทายหลักที่ขัดขวางไม่ให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพคือ การไม่มีเวลา 45% และการขาดแรงจูงใจ 39%

เพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กว่า 84% ตระหนักถึงความสำคัญของการมีกลุ่มหรือคอมมูนิตี้ที่จะช่วยสนับสนุนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี แน่นอนว่าแรงสนับสนุนทางสังคมสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มจะทำให้เรารู้สึกไม่เดียวดายและการมีเพื่อนที่มีเป้าหมายคล้ายกันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจไปด้วยกัน รวมทั้งแรงสนับสนุนทางสังคมยังช่วยกระตุ้นความรับผิดชอบ และเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ไม่ย่อท้อแม้ต้องเผชิญกับความล้มเหลว

การรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี คือความมุ่งมั่นตลอดชีวิตที่เกิดขึ้นในทุกวัน ตั้งแต่การกินให้ดี การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการอยู่ร่วมกับคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทุกคนมีความสุขบนเส้นทางแห่งการมีสุขภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน