5 ข้อดีของการฝึกโยคะ อีกทางเลือกของคนรักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752895

5 ข้อดีของการฝึกโยคะ อีกทางเลือกของคนรักสุขภาพ

5 ข้อดีของการฝึกโยคะ อีกทางเลือกของคนรักสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 07.10 น.

ทางเลือกของการออกกำลังกายในทุกวันนี้ มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเน้นในเรื่องการเผาผลาญไขมันในช่วงเวลาสั้นๆ การวิ่งมาราธอน การเต้นในรูปแบบต่างๆ ซึ่งก็อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกตามความชอบ และเป้าหมายของการออกกำลังกาย กับอีกหนึ่งทางเลือกดีๆ ที่ ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก แนะนำ เป็นเรื่องการออกกำลังกายในรูปแบบของการฝึกโยคะ จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง เรามาดูกันทีละข้อเลย

1. ดูเด็กลง ลองพิสูจน์ดูได้เลย เวลาไปคลาสโยคะ เรามักจะเจอแต่คนที่หน้าดูอ่อนกว่าวัยกันทั้งนั้น เหตุผลสำคัญนั้นเป็นเพราะการฝึกโยคะจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ประกอบกับท่วงท่าในการฝึกที่ต้องยืด เหยียด ที่ยิ่งช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้มากขึ้นไปอีกเมื่อเลือดไหลเวียนได้ดี ระบบต่างๆ ภายในร่างกายของเราก็ทำงานได้ดีตามไปด้วย นอกจากนั้น ยังเน้นเรื่องการกำหนดลมหายใจ ทำให้ออกซิเจนเข้าปอดได้อย่างเต็มที่ เลือดก็นำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างสะดวก ทั้งยังมีส่วนในการขจัดของเสียออกจากร่างกายผิวพรรณจึงดูสวยเปล่งปลั่งดูเด็กไปถนัดตาค่ะ

2.อกเป็นอก เอวเป็นเอวแบบไม่มีห่วงยาง เพราะการฝึกโยคะในแต่ละท่านั้นจะมีการใช้กล้ามเนื้อทั่วทุกส่วนของร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ซึ่งการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เป็นการใช้พลังงานส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ในรูปแบบของไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อตึงกระชับ ทั้งท่าทางในการบิดตัวต่างๆ นั้นยังช่วยให้สัดส่วนของคุณสาวๆ เข้าที่ เซ็กซี่ได้ตามบุคลิก

3.สง่าทุกท่วงท่า เพราะการฝึกโยคะนั้นนอกจากจะมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแล้ว ยังเน้นเรื่องการทรงตัวและความสมดุล โดยเป็นการฝึกการกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสมทั้งในส่วนของแขน ขา กล้ามเนื้อกระดูกสันหลัง รวมทั้งกระดูกข้อต่อที่จะได้รับการปรับให้เกิดความสมดุล จึงได้บุคลิกภาพที่ดีเป็นของแถมมาจากการฝึกโยคะอีกด้วย

4.สดใสไร้เครียด ก่อนจะฝึกโยคะทุกครั้งจำเป็นต้องมีการผ่อนคลายจากความคิด ความกังวลใจต่างๆ เพื่อให้มีสมาธิจดจ่อกับการฝึกในท่วงท่าต่างๆ โดยเริ่มต้นจากการฝึกการหายใจเข้า และออกให้ปอดสามารถเก็บลมได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ปอดได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การฝึกกำหนดลมหายใจนี้ เป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดต่างๆ และยังมีผลระยะยาวที่ทำให้จิตใจเยือกเย็นลง ไม่โกรธง่าย ไม่โมโหฉุนเฉียวง่ายอีกด้วย เมื่อเราห่างไกลจากความเครียดอารมณ์ก็จะผ่องใส ยิ้ม และหัวเราะได้มากขึ้น

5.สมองโปร่ง สมาธิดี ผลจากการฝึกลมหายใจเป็นการเพิ่มออกซิเจนที่จะไปช่วยเลี้ยงสมอง นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกจิตใจรูปแบบหนึ่งทำให้เราเกิดสมาธิที่ดี รวมไปถึงการฝึกโยคะท่าต่างๆ นั้นจะทำให้ผู้ฝึกมีจิตใจที่จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลาต่อเนื่อง และหากมีการฝึกโยคะเป็นประจำจะทำให้ผู้ฝึกมีสมาธิอยู่กับตนเอง ทั้งในท่าทาง และอิริยาบถในการเคลื่อนไหวของตนเองตลอดเวลา ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อมีสติ เกิดสมาธิ นำไปสู่ปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

เรื่องราวดีๆ และประโยชน์จากการฝึกโยคะยังมีอีกมาก แต่ 5 เหตุผลดีๆ ดังกล่าวข้างต้นน่าจะเพียงพอที่จะทำให้เราไม่อยากพลาดการออกกำลังกายในรูปแบบนี้ สมารถติดตามข้อมูลดีด้านสุขภาพได้ที่ ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com

คุณแหน : 29 สิงหาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752921

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll จะมีอะไรที่ทำให้ฝ่ายการเมืองและความมั่นคงสหรัฐอเมริกาปลื้มไปกว่านี้ ในเมื่อสหรัฐฯให้ความสำคัญกับอาเซียนเป็นทวีคูณเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังอุบัติส่อไปในทางโปรสหรัฐฯชัดเจนขึ้น พี่ใหญ่อาเซียนอินโดนีเซียก็มีปัญหาขัดแย้งกับจีน, สิงคโปร์ก็ผนึกกับยูเอสอย่างมั่นคง, กัมพูชาที่เคยหมางเมินก็เริ่มมีแนวทางใหม่โดยที่นายกฯคนใหม่ผ่านการฝึกฝนอบรมจากสหรัฐฯชนิดสมบูรณ์แบบคือ รร.นายร้อยอันดับหนึ่ง “WEST POINT” …ส่วนการโหวตทางรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีไทยที่เพิ่งผ่านไป ผลลัพธ์คือเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งสำเร็จหลักสูตรปริญญาตรีจาก MASSACHUSETTS UNIVERSITY, ต่อด้วยหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจจาก CLAREMONTUNIVERSITY, CALIF ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นศูนย์และเข้มข้นในเรื่องปรัชญาของ AMERICAN FREE ENTERPRISE…

ll วิจารณ์กันว่าเลยเถิดไปแล้วมีของดีแต่ไม่รู้จักถนอมไว้ เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าปัจจุบัน “THAIFOOD” และ “MUAYTHAI” ต่างก็เป็น SOFT POWER อันดับต้นของประเทศนำรายได้เข้าประเทศจำนวนมโหฬาร ในแต่ละมหานครโลกมีค่ายมวยไทยนับเป็นร้อยแห่ง ฝรั่งหายใจเข้า-ออกเป็นมวยไทย ทว่า กลับมีบุคคลบางฝ่ายนำมาโปรโมทเพื่อผลประโยชน์ แต่ระยะยาวอาจเป็นผลเสีย อาทิ มีประกาศข่าวจากโปรโมเตอร์ว่าจะมีรายการชกมวยไทยครั้ง “หยุดโลก” โดยจะนำเอา “บัวขาว” ยอดมวยไทยที่มีชื่อเสียงก้องทั่วจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี ให้ประกบชกมวยกำปั้นเปล่ากับ แสนชัย มวยไทยยิม ยอดมวยสยามที่ชาวยุโรปยกให้เป็นเทพเจ้า การต่อสู้ด้วยกำปั้นรุนแรงมากจนอาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บ…ธีระ วชิรขจร อดีตนักบริหารธุรกิจข้ามชาติชี้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมาร์ทเลยเพราะแต่ละคนเป็นสุดยอดนักมวยที่ชาวโลกหลงใหลอยู่แล้ว เมื่อมาปะทะกันเช่นนี้ บทสรุปประเทศไทยจะเสียของ…

ll เนื่องจากญาติๆ หลานๆ จากสหรัฐอเมริกายังไม่สะดวกกลับเมืองไทย ทำให้งานฌาปนกิจ สุดจิตต์ ภูมิจิตร จำต้องเลื่อนไปก่อนหลังสวดวันสุดท้าย 30 ส.ค. 18.00 น. ศาลาคุณแม่สุพร (ศาลา 27) วัดธาตุทอง…

ll สวด พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ อดีตประธานกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ศาลา 4-5-6 วัดธาตุทอง ถึง 29 ส.ค.18.00 น… พระราชทานเพลิงศพ 30 ส.ค.17.00 น. …งดรับพวงหรีด และขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อการกุศลบัญชีบริจาคการกุศล พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ บัญชีเลขที่ 205-0-70819-3 ชื่อบัญชี นายสีหศักดิ์ อารีราชการัณย์…

ll เพื่อนเรียนร่วมรุ่นเดียวกัน ทั้ง ดร.สุรพล ดวงแข, สาวิตรี ศรีสุข, ดร.เจริญวิชญ์ หาญแก้ว เคยเรียนภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.รามคำแหง รหัส 19 มาด้วยกันแต่ชะตาชีวิตลิขิตให้ 3 สหาย มาพบและร่วมงานกันอีกในวงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม…นับเป็นบุญสัมพันธ์กันอย่างแท้จริง…

ll อุษา พิพิธโภคา กราบนิมนต์เกจิอาจารย์มาที่บ้านครั้งใด จะมีญาติธรรมมาร่วมบุญด้วยทุกครั้ง อย่างเช่น เพื่อนพี่น้องวัฒนาวิทยาลัย หลากหลายรุ่น อาทิ 4 ดรุณีแห่งตระกูล “บัวสรวง” ดร.พาลาภ สิงหเสนีย์, ประภาศิริ สัตยธรรม, ศรีดา สัมพันธยุทธ์ ฯลฯ และครั้งล่าสุด มารดาของ อุษา ปัจจุบัน อายุ 106 ปีแล้ว มานั่งร่วมทำบุญด้วย…อนุโมทามิ !!…ll

บารอนเนส

วธ. แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 ‘เบิร์ด-ธงไชย’ และ ‘สมเถา สุจริตกุล’ คว้าสาขาศิลปะการแสดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752891

วธ. แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 ‘เบิร์ด-ธงไชย’ และ ‘สมเถา สุจริตกุล’ คว้าสาขาศิลปะการแสดง

วธ. แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 ‘เบิร์ด-ธงไชย’ และ ‘สมเถา สุจริตกุล’ คว้าสาขาศิลปะการแสดง

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศผลการคัดเลือก ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 ทั้งหมด 12 ราย หนึ่งในนั้นคือ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ได้รับเลือกในสาขาศิลปะการแสดง ด้านดนตรีไทยสากล-ขับร้อง รวมถึง สมเถา สุจริตกุลด้านดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัยและ “ราชินีหมอลำซิ่ง” นางราตรี ศรีวิไล ด้านหมอลำประยุกต์ ขณะที่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิต ในสาขาทัศนศิลป์ ด้านภาพพิมพ์ และ ศาสตราจารย์ เกริก ยุ้นพันธ์ สาขาวรรณศิลป์ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2527-2565 มีศิลปินแห่งชาติได้รับการยกย่องทั้งหมด 354 ราย

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)ในฐานะรองประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ปี 2565 จำนวน 12 คน ดังนี้ สาขาทัศนศิลป์ 4 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิต (ภาพพิมพ์) นายเจตกำจร พรหมโยธี (สถาปัตยกรรมผังเมือง) นายดิเรก สิทธิการ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) นายฤกษ์ฤทธิ์ แก้ววิเชียร (สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์)

สาขาวรรณศิลป์ 2 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์เกริก ยุ้นพันธ์ และ นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอักษรศาสตร์ สำหรับสาขาศิลปะการแสดง มี 6 คน ได้แก่ นางนพรัตน์ศุภาการหวังในธรรม (ละครรำ) นายสมชายทับพร (ดนตรีไทย- ขับร้อง) นางราตรี ศรีวิไล (หมอลำประยุกต์) นายธงไชยแมคอินไตย์ (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)นายสมเถา สุจริตกุล (ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัย) นายประดิษฐ ประสาททอง (ละครร่วมสมัย)

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนำศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2565ทั้ง 12 คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ ในวัน เวลา ตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และจัดงานนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ประวัติผลงานของศิลปินแห่งชาติให้ประจักษ์ต่อสาธารณะ ต่อไป

สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตรเจ้าของนามปากกา “พิษณุ ศุภ.” เป็นศิลปิน นักประพันธ์ นักวิจารณ์ศิลปะและอาจารย์สอนศิลปะ ที่มุ่งมั่นการเผยแพร่และการถ่ายทอดผลงานต่อสาธารณชนในประเทศและต่างประเทศ มีผลงานแพร่หลายทั้งนิทรรศการเดี่ยวและนิทรรศการกลุ่ม นอกจากนั้น ยังสร้างชื่อเสียงทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ได้รับรางวัลจากการสร้างสรรค์ผลงานหลายครั้ง อาทิ รางวัลเหรียญทองศิลปกรรมแห่งชาติ 2 ครั้ง และรางวัลจากต่างประเทศ 2 ครั้ง ผลงานศิลปะชุดที่สร้างชื่อเสียงโดดเด่น คือ ศิลปะนามธรรม (Abstract art) ได้รับแรงบันดาลใจความงดงามของรูปทรงจากธรรมชาติ อีกทั้ง ความภาคภูมิใจอันเป็นเกียรติประวัติสูงสุด คือการถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเป็นหัวหน้าคณะทำงานหนังสือภาพประกอบ “พระมหาชนก” และหนังสือเรื่อง “ทองแดง”

สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมผังเมือง) นายเจตกำจร พรหมโยธี อดีตนายกสภาสถาปนิก และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย เป็นสถาปนิกผู้มีศักยภาพในการบุกเบิกริเริ่มโครงการต่างๆ ควบคู่กับการดำเนินโครงการที่มาจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างเกียรติประวัติให้กับวงการสถาปนิกไทย รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันกิจกรรมวงการสถาปนิกของ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์เผยแพร่และถ่ายทอดผลงานสร้างสรรค์ โดยสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สาขาทัศนศิลป์ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) นายดิเรก สิทธิการประกอบอาชีพหัตถกรรมเกี่ยวกับการดุนสลักโลหะเครื่องเขินและเครื่องเงิน ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ต้องสลุง” ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนได้สร้างคุณูปการด้วยการพัฒนางานหัตถศิลป์ของชาติมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี อีกทั้ง ได้สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชน สืบสาน รักษาและต่อยอดงานหัตถศิลป์ “ต้องสลุง” ให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นถือเป็นผู้ทรงภูมิปัญญา เป็นที่ยอมรับของสังคม ด้วยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จึงได้รับการยกย่องเป็นครูศิลป์ของแผ่นดินพ.ศ.2544 ปัจจุบันยังคงถ่ายทอดความรู้งานดุนสลักโลหะหรือต้องสลุงสู่คนรุ่นหลัง ด้วยมุ่งหวังสืบสานงานประณีตศิลป์แขนงนี้ให้คงอยู่ตลอดไป

สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์) นายฤกษ์ฤทธิ์ แก้ววิเชียร อดีตนายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย 2 สมัย และเป็นรองประธานสภาสถาปนิก ฝ่ายสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ศิลปินผู้คร่ำหวอดในงานสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์มากว่า 60 ปี นอกจากการเป็นสถาปนิกแล้ว ยังเป็นวิทยากรผู้บรรยาย และอาจารย์พิเศษถ่ายทอดความรู้ให้แก่นิสิต และนักศึกษาในหลายสถาบัน อีกทั้ง ผลงานสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ต่างๆ ที่ออกแบบและตกแต่งล้วนเป็นที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติโรงแรมในประเทศ รวมทั้งยังได้ออกแบบและตกแต่งภายในให้แก่หน่วยงาน ธนาคาร ห้างร้านต่างๆ และบ้านพักอาศัยของบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก

สาขาวรรณศิลป์ ศาสตราจารย์เกริก ยุ้นพันธ์ เคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำาสาขาวิชาเอกวรรณกรรมสำหรับเด็กภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นศิลปินที่มุ่งมั่นสร้างผลงานวรรณศิลป์ประเภทหนังสือบันเทิงคดีสำหรับเด็ก โดยมีแนวคิด คือ สนุก สร้างสรรค์ สื่อสาร สวยงาม และส่งเสริมทัศนคติที่ดี อันได้แก่ ความดี ความงามและความรัก มีผลงานทั้งหมด 84 เรื่อง มีลักษณะสืบสานความเป็นไทยและสื่อความเป็นสากลผ่านกลวิธีนำเสนอที่สอดคล้องกับความเป็นหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน โดยได้รับรางวัลระดับชาติและนานาชาติมากมาย อีกทั้ง ได้พัฒนาและสร้างคุณูปการต่อวงการวรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนของไทยที่มีคุณภาพและคุณค่า เสริมสร้างจินตนาการและทัศนคติที่ดี รวมทั้งความบันเทิงให้แก่เด็กและเยาวชนไทย

สาขาวรรณศิลป์ นายบุญเตือนศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอักษรศาสตร์ สร้างสรรค์งานที่เกี่ยวข้องกับภาษาและวรรณคดีไว้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ กวีนิพนธ์ สารคดี บทความ และงานตรวจสอบชำระวรรณคดีไทยอย่างต่อเนื่อง เน้นการสืบทอดรูปแบบวรรณศิลป์ไทยที่บูรพกวีกำหนดแบบแผนมาแต่โบราณ โคลงอัฏฐมราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รวมทั้งแต่งคำประพันธ์ในวาระสำคัญต่างๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาและวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ วันสำคัญทางศาสนาในนามของกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร ตรวจสอบชำระวรรณคดีไทยและพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณชน เช่น ไตรภูมิ เอกสารจากหอสมุดแห่งชาติ กรุงปารีส (2554) นิราศหนองคาย (2559) จินดามณี ฉบับสมเด็จพระปรมานุชิต (2560) เป็นต้น ได้สร้างคุณูปการต่อวงการวรรณศิลป์ทางภาษาและวรรณคดีไว้มากมาย ซึ่งเป็นรากและมรดกทางวรรณศิลป์ที่แสดงอัตลักษณ์สำคัญยิ่งของสังคมไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

สาขาศิลปะการแสดง (ละครรำ)นางนพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรมผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จนถึงปัจจุบัน รวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่สถาบันการศึกษาต่างๆ เมื่อครั้งที่ยังศึกษาด้านนาฏศิลปนางนพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรม ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการแสดงทางด้านนาฏศิลป์ไทยจากปรมาจารย์ทางด้านละครรำในคณะละครของเจ้านายและผู้มีบรรดาศักดิ์ จึงเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการละครรำแนวอนุรักษ์อย่างสูงยิ่ง ได้รับเลือกให้แสดงบทบาทตัวเอกและตัวรองในการแสดงโขน ละครใน และละครนอก ละครพันทาง ละครดึกดำบรรพ์ และละครหลวงวิจิตรวาทการ รวมถึงการแสดงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมทั้งที่แสดงเป็นเรื่องราวและแสดงเป็นชุดวิพิธทัศนาในต่างประเทศหลายครั้ง สร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏศิลป์จนเป็นที่ยอมรับทั้งในแวดวงวิชาการและวิชาชีพ สร้างชื่อเสียงทั้งในระดับชาติและนานาชาติ จนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย

สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย-ขับร้อง) นายสมชาย ทับพร เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ทั้งทางดนตรีและทางขับร้อง มีผลงานประพันธ์เพลงใหม่ๆ ออกมาจำนวนมาก อาทิ บุหงามาลตี โชคดีปีใหม่เริงสามัคคี เริงกลองยาว ระบำอัปสรานฤมิต ฯลฯ สร้างเพลงร้องใหม่มากมาย โดยเฉพาะเพลงสำเนียงภาษา ทางร้องเพลงพม่า-มอญ จำนวนกว่า 40 เพลง เพื่อใช้ในละครเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ทางร้องสำเนียงจีนใหม่เพื่อใช้ในละครเรื่องสามก๊ก กั้นหยั่นคู่ทางร้องเพลงสำเนียงแขกใหม่ เพื่อใช้ในละครเรื่องอาบูฮะซัน มีผลงานการบรรจุเพลงประกอบงานโขนละครกว่า 70 เรื่อง ผลิตงานเทปบันทึกเสียงอย่างดีมีคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนราว 70 ชุดเป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ฟังเพลงไทยมาก และฝากเสียงไว้ในรายการวิทยุ ภาพยนตร์ละครโทรทัศน์ งานเด่น เช่น ภาพยนตร์การ์ตูนสุดสาคร เพลงนำละครโทรทัศน์สี่แผ่นดิน เป็นต้น เป็นแบบอย่างของวงการดนตรีไทยทั้งในด้านเสียงร้องที่ไพเราะเป็นเอกลักษณ์ และผู้อุทิศตนเพื่อรักษาและพัฒนาวิชาการขับร้องเพลงไทยมาตลอด อีกทั้ง เป็นผู้เชี่ยวชาญวิทยากรให้กับหน่วยงาน สถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ และได้รับรางวัลยกย่องจากองค์กรต่างๆ มากมาย

สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำประยุกต์) นางราตรี ศรีวิไล สนใจและได้ศึกษาศิลปะการแสดงพื้นบ้านหมอลำ จนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนอีสาน ทั้งยังมีความสามารถในการแต่งกลอนลำทุกประเภท ได้คิดพัฒนาหมอลำกลอนให้ทันสมัยในรูปการแสดงหมอลำกลอนประยุกต์ หรือ หมอลำซิ่ง มีการนำเครื่องดนตรีอีสานผสมผสานกับเครื่องดนตรีสากลอย่างลงตัว ออกแบบการแต่งกายที่ทันสมัย ปรับจังหวะทำนองการร้องหมอลำให้สนุกสนาน ผสมผสานกลอนลำแบบดั้งเดิมกับเพลงลูกทุ่งและสตริงสมัยใหม่ ภาษาที่ใช้ในการประพันธ์เพลงใช้ภาษาไทยถิ่นอีสานและภาษาไทยกลางผสมผสาน ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมแก่ยุคสมัย และเป็นผู้ออกแบบการแสดงโดยให้มีผู้ฟ้อนรำประกอบ หรือแดนเซอร์ ประกอบการลำประยุกต์เป็นคนแรก ตลอดจนพัฒนาเวที แสงสี เสียง เข้ามาสร้างอัตลักษณ์ใหม่ของหมอลำ จนครองความนิยมในภูมิภาคอีสาน ได้รับสมญาว่า “ราชินีหมอลำซิ่ง” ทั้งนี้ การสร้างสรรค์ผลงานการแสดงนั้นอยู่บนพื้นฐานของการรักษา สืบสาน และต่อยอดคุณค่าศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านหมอลำอีสานให้คงอยู่ในสังคมไทยร่วมสมัย

สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) นายธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องและมีผลงานเพลง 18 อัลบั้มด้วยกันประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและได้รับความนิยมแพร่หลายจากชาวไทยทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน ได้ทำการแสดงคอนเสิร์ตกว่า 200 รอบ ซึ่งในหลายๆ คอนเสิร์ตจะมีการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยผสมผสานอยู่ในการแสดงเสมอ เพื่อเผยแพร่และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาติไทยให้สาธารณชนได้ชื่นชมและเห็นคุณค่า อาทิ การละเล่นพื้นบ้าน รำกลองยาว ตีกลองสะบัดชัย หุ่นละครเล็ก เพลงฉ่อย ลำตัด ลิเก เป็นต้น คอนเสิร์ตแต่ละรอบจึงมีทั้งความสนุกและความน่าตื่นตาตื่นใจสมกับที่ได้รับความสนใจอย่างเกินความคาดหมายเสมอ ไม่เพียงเท่านั้นยังได้แสดงละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ภาพยนตร์โฆษณา เป็นพิธีกร นักพากย์ ผู้บรรยายและอื่นๆ เรียกได้ว่า เป็นผู้มีความสามารถด้านศิลปะการแสดงอย่างครบครัน มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานและการมีความคิดสร้างสรรค์ทันยุคสมัยอยู่เสมอ จึงกลายเป็นศิลปินนักร้อง “ขวัญใจมหาชน” ตลอดกาล อีกทั้ง ยังได้รับรางวัลเกียรติคุณมากมาย

สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัย) นายสมเถาสุจริตกุล เป็นผู้มีความรู้ลึกซึ้งและความเชี่ยวชาญอย่างแตกฉานด้านดนตรีสากลมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย มีประสบการณ์ยาวนานในฐานะเป็นผู้ประพันธ์บทเพลงคลาสสิก และอำนวยการเพลงให้แก่วงดุริยางค์มากมาย รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในแวดวงดนตรีสากลทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ และตั้งแต่พ.ศ.2515 ถึงปัจจุบัน ได้สร้างสรรค์ผลงานการประพันธ์ดนตรีสสำหรับวงออร์เคสตรา-คอนแชร์โต กว่า 26 บทเพลง มีทั้งแบบสากลคลาสสิกและมีทั้งแบบผสมผสานกับดนตรีไทย นอกจากนี้ ยังเป็นผู้มีบทบาทโดดเด่นในการจัดแสดงโอเปราในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งผลงานการประพันธ์เหล่านี้ได้ถูกนำไปใช้แสดงในโอกาสสำคัญต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้ง ยังเป็นผู้มีคุณูปการเป็นอย่างยิ่งต่อวงการดนตรีสากลสำหรับเยาวชนไทย นอกจากจะเป็นผู้ควบคุมวงสยาม ซินโฟนิเอตตา ที่ทุ่มเทและอุทิศตนโดยไม่หวังผลตอบแทนแล้ว ยังได้นำวงดุริยางค์เยาวชนจากประเทศไทยวงนี้ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ Summa Com Laude จากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ไปร่วมบรรเลงในโครงการ “Sounds of Summer”ในเทศกาลดนตรีนานาชาติ ณ คาร์เนกี ฮอลล์ มหานครนิวยอร์ก เมื่อพ.ศ.2557 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่วงดุริยางค์ของไทยได้ทำการแสดงบนเวทีอันทรงเกียรติและมีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้

สาขาศิลปะการแสดง (ละครร่วมสมัย) นายประดิษฐ ประสาททอง” ผู้อำนวยการโครงการสื่อชาวบ้าน และเลขาธิการมูลนิธิสื่อชาวบ้าน เป็นผู้นำการใช้ศิลปะการแสดงหลากหลายรูปแบบ ทั้งพื้นบ้านและขนบนิยมเพื่อการรณรงค์ปัญหาสังคม การแสดงละครเร่เพื่อสื่อสารเรื่องราวของผู้คนในเมืองและชนบท สร้างกลุ่มละครเยาวชนที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นของตน จัดกิจกรรมสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินนานาชาติ นอกจากผลงานละคร “มะขามป้อม” แล้ว ก็ยังได้ก่อตั้งคณะละคร “อนัตตา” ผลิตผลงานลิเกร่วมสมัย ละครร้องร่วมสมัย ละครเพลง ละครชาตรีร่วมสมัย ทำหน้าที่เป็นทั้งนักแสดงนำ นักเขียนบทละคร ผู้กำกับการแสดง ออกแบบการแสดงละคร ซึ่งเสนอความคิดที่คมคาย สะท้อนปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง อีกทั้ง ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเทศกาลละครกรุงเทพ พัฒนาพื้นที่ให้คนทำงานละครหลากหลายประเภทและผู้ชมละครรุ่นใหม่ได้มีโอกาสสื่อสารกันและกันอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่าสองทศวรรษ ซึ่งขอบข่ายของเทศกาลยังได้ขยายไปสู่มิติของศิลปะอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับงานละคร เช่น ดนตรี แสงเงา การวิจารณ์ เป็นหนึ่งในเทศกาลศิลปวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเครือข่ายละครเวทีทั้งระดับชาติและนานาชาติ

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.culture.go.th หรือ http://www.facebook.com/DCP.culture

BMHH โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต สร้างความต่าง ‘การรักษาแบบเฉพาะบุคคล’ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752896

BMHH โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต  สร้างความต่าง ‘การรักษาแบบเฉพาะบุคคล’ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

BMHH โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต สร้างความต่าง ‘การรักษาแบบเฉพาะบุคคล’ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากข้อมูลสถิติโลก พบว่าผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกในประเทศไทยจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 2 เท่าในระยะ 6 ปี ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมามีผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษามากถึง2.5 ล้านคน เมื่อความกังวลด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการบริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และประกอบกับปัจจุบันนี้คนไทยเปิดใจและเปิดรับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหา และให้ความสำคัญในเรื่องดูแลสุขภาพจิตมากขึ้น ซึ่งความเจ็บป่วยทางจิตย่อมมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ และความเป็นอยู่โดยรวมของตนเอง ครอบครัว และสังคม

โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต ภายใต้ชื่อ “Bangkok MentalHealth Hospital : BMHH” ตั้งอยู่ถนนติวานนท์ 39 พร้อมมอบผลลัพธ์การรักษาบริการที่ดีที่สุด สร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่นจากโรงพยาบาลทั่วไป ทั้งเรื่องบริการ ด้านการออกแบบโรงพยาบาล เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เครื่องมือทางการแพทย์และยาที่มีคุณภาพพร้อมด้วยความแข็งแกร่งของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช มั่นใจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะดูแลรักษาสุขภาพจิตใจให้แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แพทย์หญิงปวีณา ศรีมโนทิพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต BangkokMental Health Hospital หรือ BMHH เปิดเผยว่า จากข้อมูลดังกล่าวผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมทั้งในไทย ทำให้เราตระหนักดีว่าความเจ็บป่วยทางจิตมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ และความเป็นอยู่โดยรวมของบุคคล ครอบครัว และสังคม จึงได้ก่อตั้งโรงพยาบาล BMHH ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางสุขภาพจิตและจิตเวช และเป็นหนึ่งของเครือข่ายโรงพยาบาลเวชธานี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ บริการที่สำคัญของโรงพยาบาล BMHH ที่แตกต่างจากโรงพยาบาลด้านสุขภาพจิตและโรงพยาบาลทั่วไปคือ “การรักษาเฉพาะบุคคล” โดยนำเสนอบริการที่ครอบคลุมเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้รับบริการแต่ละราย มีการรักษาโดยสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ จิตแพทย์นักจิตวิทยา พยาบาล เภสัชกร นักกิจกรรมบำบัด และเจ้าหน้าที่ที่มีเฉพาะทาง เราเชื่อในการรักษาไม่เพียงแค่อาการดีขึ้นหรือหายแต่ยังป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำด้วยวิธีการแบบองค์รวม รวมถึงความตั้งใจในการให้บริการด้วยเจตคติที่ดีให้การรักษาทั้งสุขภาพกายและจิตใจ เพื่อพัฒนาแผนการรักษาที่เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละรายได้กลับมาดำเนินชีวิตในครอบครัว และสังคมได้อย่างมีความสุข

โรช จัดเสวนา HPV DNA Self-Sampling กุญแจสำคัญสู่ภารกิจพิชิตมะเร็งปากมดลูกในไทยให้สิ้นซาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752892

โรช จัดเสวนา HPV DNA Self-Sampling  กุญแจสำคัญสู่ภารกิจพิชิตมะเร็งปากมดลูกในไทยให้สิ้นซาก

โรช จัดเสวนา HPV DNA Self-Sampling กุญแจสำคัญสู่ภารกิจพิชิตมะเร็งปากมดลูกในไทยให้สิ้นซาก

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงานประชุมวิชาการสมาคมเทคนิคการแพทย์ (ACMTT) ครั้งที่ 45 จัดโดยสมาคมเทคนิคการแพทย์ประจำปี 2566จัดเสวนาวิชาการ “HPV DNASelf-Sampling กุญแจสำคัญสู่ภารกิจพิชิตมะเร็งปากมดลูกในไทยให้สิ้นซาก” เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบเก็บตัวอย่างด้วยตนเองแก่นักเทคนิคการแพทย์ อัปเดตสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพสำหรับประชาชน รวมทั้ง รณรงค์สตรีไทยที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือมีอายุตั้งแต่ 30-59 ปี ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเข้ารับการตรวจคัดกรองฯ ตอกย้ำแนวคิดตรวจพบเชื้อ HPV ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แพทย์ทำการรักษาได้ทันท่วงที และหากผลเป็นบวกอย่านิ่งนอนใจ ต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม จะช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก และเสียชีวิตได้!โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเสวนา

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 5 ของโรคมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยมีข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ถึงร้อยละ 80 หากได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจหาเชื้อ HPV อย่างสม่ำเสมอ โดยในปัจจุบันสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้บรรจุการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA และ HPV DNA Self-Sampling แบบเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง เป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ทั้งยังเพื่อแก้ปัญหาความเขินอาย และกังวลใจในการขึ้นขาหยั่ง ให้สตรีที่มีอายุ 30-59 ปี สามารถรับสิทธิ์ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง อย่างไรก็ตาม ยังมีสตรีจำนวนมากที่เมื่อตรวจพบเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกถึง 70% แล้ว กลับไม่ดำเนินการเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการรักษาก่อนที่เชื้อจะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง

ทันตแพทย์ อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่าปัจจุบันคนไทย 48ล้านคน มีสิทธิบัตรทองที่เมื่อเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเองแต่มี สปสช. เป็นตัวแทนรัฐบาลในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ นอกจากการรักษาพยาบาล สปสช.ยังมีสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งดูรายละเอียดได้ผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งจะมีการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคของผู้หญิงอยู่ 22 รายการ จำแนกตามเพศและกลุ่มอายุ สำหรับสิทธิประโยชน์คัดกรองมะเร็งปากมดลูกปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 1.2 ล้านคนดำเนินการไปแล้ว 7 แสน หรือราวๆ 56.8% จึงอยากเชิญชวนให้สตรีกลุ่มเสี่ยงมาใช้สิทธิ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะหากพบเชื้อระยะต้นๆ จะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที และหากผลออกมาเป็นลบ แปลว่าท่านปกติ อีก 3-5 ปี ค่อยมาตรวจใหม่

“ปัจจุบันการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของสตรีไทยอายุ 30-59 ปี สามารถขอรับชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้ที่โรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ และขอรับชุดเก็บตัวอย่างได้ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โรคมะเร็งปากมดลูกนับเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศไทย และแม้ว่าเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 5 ในผู้หญิงไทยและมีอัตราการเสียชีวิตปีละเกือบ 5,000 ราย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นมะเร็งที่รักษาได้หากพบในระยะแรกเริ่ม เนื่องจาก 70% ของโรคเกิดจากการติดเชื้อ HPV (เอชพีวี) สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงดังนั้น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพื่อหาการติดเชื้อเอชพีวีในระยะแรกเริ่ม เพื่อนำไปสู่การรักษา จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญเพื่อลดจำนวนหญิงไทยที่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก จึงหวังว่าการร่วมกับภาคเอกชนประชาสัมพันธ์ให้สตรีรับทราบข้อมูลมากขึ้น เกิดความเข้าใจ จะทำให้สตรีเข้ารับการตรวจคัดกรองฯมากขึ้นตามนโยบายของ สปสช.” ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ กล่าวเสริม

ด้าน นายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงศ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา สำนักส่งเสริมสุขภาพกรมอนามัย และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การตรวจคัดกรองด้วยวิธีเก็บตัวอย่างด้วยตนเองจะช่วยแก้ปัญหาอายแพทย์ และกังวลการขึ้นขาหยั่งได้ ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจมีความสะดวกมากขึ้นที่สำคัญปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศแล้วว่าการตรวจ HPV DNA Self-Sampling มีความคุ้มค่า แนะนำให้เป็นมาตรฐานการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สําหรับประเทศที่มีรายได้ปานกลาง รายได้ต่ำ ซึ่งในอดีตการตรวจแบบนี้จะมีเฉพาะในประเทศที่รายได้สูงแต่ล่าสุด WHO ได้ประกาศแล้วว่าการตรวจนี้มีความคุ้มค่า เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่าย เก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้ รวมทั้งประเทศไทยมีสิทธิประโยชน์ให้ตรวจฟรี จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยทางเลือกใหม่ที่เพิ่มเข้ามา จะช่วยให้ผู้หญิงเข้ารับการตรวจคัดกรองฯ มากขึ้น

“วิธีการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองไม่ยุ่งยาก หมอแนะนําให้ใช้เก้าอี้ หรือว่าเข้าห้องน้ำ ล้างมือให้สะอาด ยกขาข้างหนึ่งไว้ จับก้านไม้ตรวจแล้วสอดเข้าไปให้ลึกตามรอยเครื่องหมายที่อยู่บนก้านแปรงเก็บตัวอย่าง จากนั้นให้หมุนๆ ทำตามคู่มือ แล้วเก็บใส่หลอดเก็บตัวอย่าง ปิดฝา แล้วดำเนินการส่งให้ห้องแล็บตรวจต่อไป แนะนําว่าเมื่อรับชุดเก็บมาแล้ว ให้เก็บตัวอย่างด้วยตนเอง เก็บตัวอย่างเสร็จแล้ว ก็ส่งที่จุดตรวจ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางหน่วยงานที่เก็บจะส่งผลตรวจกลับมาที่แอปเป๋าตังเหมือนเดิม” นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์โอฬาริกกล่าวย้ำว่า เมื่อพบเชื้อเอชพีวี สิ่งที่สำคัญมากคือการตรวจเพิ่มเติม เช่น แพทย์ต้องทำการการส่องกล้องเข้าไปดูแบบขยายสี่สิบเท่า (Colposcopy) แล้วชโลมน้ำยาบางอย่างเพื่อให้เห็นรอยโรคชัดขึ้น และตัดเอาเนื้อชิ้นเล็กๆ ไปตรวจ ซึ่งผลชิ้นเนื้อนี้ จะบอกได้ว่าเป็นระยะใดนั่นเอง เช่น ระยะก่อนเป็นมะเร็ง ระยะหนึ่งระยะสอง เป็นต้น

“เมื่อพบเชื้อในระยะแรกเริ่ม การรักษาจะสามารถทำได้ง่าย สะดวก มีโอกาสรักษาได้ เช่น สมมุติว่าเป็นระยะศูนย์ จะตัดแค่บริเวณชิ้นเนื้อแค่ปากมดลูก ไม่ต้องถึงขั้นตัดมดลูก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ใช้วิธีฉีดยาชาที่ปากมดลูก แล้วก็ใช้ขดลวดไฟฟ้าตัด เสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย ดังนั้น นี่คือความสําคัญที่อยากจะบอกคนไข้ทุกคนว่าหากผลตรวจออกมาเป็นบวก ให้รีบมาพบแพทย์ บางคนอาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ หรือหากพบเชื้อจะได้ทําการรักษาแต่เนิ่นๆ อย่าลืมว่ามะเร็งในระยะแรกเริ่ม อาจจะแสดงอาการผิดปกติใดๆ กว่าจะไปรู้อีกทีก็กลายเป็นมะเร็งไปแล้ว และแม้ว่าโรคนี้ไม่ถึงกับรักษาไม่ได้ แต่มันต้องเสียทรัพยากรในการรักษา ซึ่งในเมื่อหลีกเลี่ยงได้ด้วยการเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยแล้ว จึงอยากรณรงค์ให้ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการตรวจคัดกรอง HPV DNA จะแบบคุณหมอตรวจให้ หรือจะเก็บตัวอย่างด้วยตนเองแบบ HPV DNA Self-Sampling ก็ได้ เพราะเชื้อ HPV ยิ่งตรวจพบไวยิ่งดีจะได้ทำการรักษาก่อนเชื้อพัฒนาไปเป็นมะเร็ง เพราะกันไว้ดีกว่าแก้ มดลูกแย่จะแก้ไม่ทัน!!” นพ.โอฬาริก กล่าวปิดท้าย

‘ราชประชานุเคราะห์’ 6 ทศวรรษแห่งพระมหากรุณาธิคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752915

‘ราชประชานุเคราะห์’ 6 ทศวรรษแห่งพระมหากรุณาธิคุณ

‘ราชประชานุเคราะห์’ 6 ทศวรรษแห่งพระมหากรุณาธิคุณ

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกมูลนิธิฯ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 เวลา 18.37 น.

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มเครื่องหมายมูลนิธิฯ เหรียญทองคำที่ระลึกฯ และหนังสือที่ระลึกครบ ๖๐ ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มเครื่องหมายมูลนิธิฯ เหรียญทองคำที่ระลึกฯ และหนังสือที่ระลึกครบ 60 ปีวันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลเบิกคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ที่ปฏิบัติงานเกิน 10 ปี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเข็มตราเครื่องหมายมูลนิธิฯ ต่อจากนั้นเบิกผู้มีอุปการคุณที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ และผู้แทนมหาวิทยาลัยที่ให้การสนับสนุนทุนการศึกษา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่คณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

ในวันเดียวกัน เวลา 09.09 น. พลากร สุวรรณรัฐองคมนตรี นายกมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในโอกาส “วันพระราชทานกำเนิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครบ 60 ปี” พร้อมพิธีมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัลพระราชทานแก่นักเรียนทุนพระราชทานฯ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 และเกียรตินิยมอันดับ 2และมอบทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียนทุนพระราชทาน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯได้ก่อกำเนิดขึ้นและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๐๖ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ โดยได้ทรงมีพระราชดำริว่าภัยธรรมชาติหรือสาธารณภัยอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ไม่มีผู้ใดจะคาดหมายได้ดังที่ได้เกิดขึ้นที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงพระราชทานเงินสามล้านบาทซึ่งเหลือจากเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ดังกล่าว ให้เป็นทุนประเดิมก่อตั้งมูลนิธิ และพระราชทานนามว่า “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ใน “พระบรมราชูปถัมภ์” กับทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภกแห่งมูลนิธินี้ด้วย ชื่อของมูลนิธิหมายความว่า “พระราชา และ ประชาชน อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน” เป็นการแสดงน้ำพระทัยว่า เวลาทำงานควรจะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย

ต่อมาเมื่อปี 2560 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับมูลนิธิไว้ในพระราชูปถัมภ์ และทรงดำรงตำแหน่ง “องค์พระราชูปถัมภก” แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทรงห่วงใยทุกข์ยากของราษฎรเป็นอันดับแรก ได้พระราชทานแนวทางในการปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยให้เป็นระบบ รวดเร็ว และไม่ซ้ำซ้อน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นำสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภค-บริโภค มอบแก่ราษฎรผู้ประสบภัย อีกทั้งได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆ ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเข้าถึง และทรงห่วงใยผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ โดยพระราชทานทุนการศึกษา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และเยียวยาผู้ได้รับความสูญเสีย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

สำหรับในปี 2566 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริครบ 60 ปี โดยสามารถช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยต่างๆ ไปแล้วกว่า 5,167,673 ครอบครัว และช่วยเหลือประชาชนกว่า 18,651,720 คน ในด้านการศึกษา ทรงรับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 9 แห่งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์เพิ่มเติม ทรงให้การสนับสนุนกิจการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ทั้ง 67 โรงเรียน พระราชทานโอกาสทางการศึกษาสูงสุดตามความสามารถของนักเรียน โดยไม่มีข้อผูกมัดแก่เด็กกำพร้าที่สูญเสียบิดาและมารดา หรือขาดผู้อุปการะจากสาธารณภัย รวมถึงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยทรงรับเป็นนักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนกว่า 4,787 คน

เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ด้านหน้าเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านหลังมีตราสัญลักษณ์มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ พร้อมข้อความแสดงการครบ ๖๐ ปี และมูลค่าของเหรียญ จำนวน 1,000,000 เหรียญเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานกำเนิดมูลนิธิ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว ได้ที่ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง

คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในโอกาสวันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ ครบ 60 ปี

คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในโอกาสวันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ ครบ 60 ปี

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิฯ ถวายราชสักการะและถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิฯ ถวายราชสักการะและถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิฯ กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิฯ กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ

พระราชทานโล่เชิดชูเกียรติผู้มีอุปการคุณที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ แก่ ดร.วันดี
กุญชรยาคง จุลเจริญ

พระราชทานโล่เชิดชูเกียรติผู้มีอุปการคุณที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ

ไพศาล ล้อมทอง กรรมการบริหารและรองเลขาธิการ, พล.อ.ต.ธีระ เชียงทอง กรรมการ
บริหารและเหรัญญิก, พันโท สมชาย กาญจนมณี รองประธานกรรมการบริหาร,
พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ ประธานกรรมการบริหาร, พลากร สุวรรณรัฐ นายก
มูลนิธิฯ, พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต กรรมการบริหารและเลขาธิการ, พลอากาศตรี
วีระพันธ์ ภูวจินดา กรรมการบริหารและรองเหรัญญิก

ไพศาล ล้อมทอง กรรมการบริหารและรองเลขาธิการ, พล.อ.ต.ธีระ เชียงทอง กรรมการ บริหารและเหรัญญิก, พันโท สมชาย กาญจนมณี รองประธานกรรมการบริหาร, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ ประธานกรรมการบริหาร, พลากร สุวรรณรัฐ นายก มูลนิธิฯ, พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต กรรมการบริหารและเลขาธิการ, พลอากาศตรี วีระพันธ์ ภูวจินดา กรรมการบริหารและรองเหรัญญิก

เธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จตุพร
โรจนพานิช อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

เธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ผู้บริหารมูลนิธิฯ ถ่ายภาพร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ ที่สนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ

ผู้บริหารมูลนิธิฯ ถ่ายภาพร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ ที่สนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ

ผู้บริหารมูลนิธิฯ ถ่ายภาพร่วมกับ ผู้บริหารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

ผู้บริหารมูลนิธิฯ ถ่ายภาพร่วมกับ ผู้บริหารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

ผู้บริหารมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำมูลนิธิ

ผู้บริหารมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำมูลนิธิ

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิฯ มอบประกาศนียบัตรและทุนพระราชทานแก่นักเรียนทุนพระราชทาน

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิฯ มอบประกาศนียบัตรและทุนพระราชทานแก่นักเรียนทุนพระราชทาน

สองคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ปริศนา กล่ำพินิจ

สองคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ปริศนา กล่ำพินิจ

นักเรียนทุนพระราชทานที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

นักเรียนทุนพระราชทานที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

เปิดตัว‘เอสเซนเชียลส์’บูทีคหรูสาขาแรก รวบรวมแบรนด์นํ้าหอมและเครื่องหอมทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752911

เปิดตัว‘เอสเซนเชียลส์’บูทีคหรูสาขาแรก รวบรวมแบรนด์นํ้าหอมและเครื่องหอมทั่วโลก

เปิดตัว‘เอสเซนเชียลส์’บูทีคหรูสาขาแรก รวบรวมแบรนด์นํ้าหอมและเครื่องหอมทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขให้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมระดับลักซ์ชัวรี ที่ล่าสุด แพทริก ช็อง (Patrick Chong)ผู้ก่อตั้งและประธานของกลุ่มบริษัทลัคซ์เอเซีย ได้จัดงานเปิดตัว“เอสเซนเชียลส์” (escentials) บูทีคสุดหรูที่รวบรวมแบรนด์เครื่องหอมระดับลักซ์ชัวรีและนิชแบรนด์จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเอาใจเหล่าคนรักกลิ่นหอมได้เลือกสรรกันได้แล้ววันนี้ที่ร้าน “เอสเซนเชียลส์” (escentials) ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ อาคาร B ชั้น G

แพทริก ช็อง (Patrick Chong) กล่าวว่า “ร้านบูทีคเอสเซนเชียลส์ (escentials) เป็นสาขาแรกในประเทศไทย โดยเราได้คัดเลือกทั้งน้ำหอมและเครื่องหอมจากแบรนด์ชั้นนำที่ส่งตรงมาจากทั่วทุกมุมโลกโดยทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคัดสรรที่ให้ความสำคัญในด้านคุณภาพและภาพลักษณ์ที่มีความพรีเมียมลักซ์ชัวรีเป็นหลัก รวมไปถึงนิชแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในการผลิตน้ำหอมที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์จะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แก่เหล่าคนรักกลิ่นหอม ที่สามารถเข้ามาเลือกสรรน้ำหอมและเครื่องหอมแบรนด์ลักซ์ชัวรีระดับโลกที่ถูกรวบรวมเอาไว้ที่นี่ที่เดียว”

โดย“เอสเซนเชียลส์” (escentials) ได้คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มน้ำหอม เครื่องหอมและของใช้สำหรับตกแต่งภายในบ้าน อาทิ เทียนหอม,เครื่องกระจายกลิ่นหอม (Diffuser), แว็กซ์ (Wax) สำหรับวางในตู้เสื้อผ้าและอื่นๆ อีกมากมายจากหลากหลายแบรนด์ลักซ์ชัวรี และนิชแบรนด์ระดับโลก ได้แก่ ดิปทิค (Diptyque) แบรนด์เครื่องหอมสัญชาติฝรั่งเศสที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยมีหัวใจการผลิตที่เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและกลิ่นหอมเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการสร้างกลิ่นหอมมาจากเรื่องราวแห่งการเดินทาง,อควา ดิ พาร์มา (Acqua di Parma) แบรนด์น้ำหอมสไตล์อิตาเลียนที่มีกลิ่นของความคลาสสิกเหนือกาลเวลาและความร่วมสมัยที่ลงตัว, ทรูดง (Trudon) แบรนด์เครื่องหอมระดับตำนานสัญชาติฝรั่งเศสที่มีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่างเทียนหอม พร้อมการรังสรรค์ไอเท็มใหม่อย่างน้ำหอมยูนิเซ็กส์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ผลิตขึ้นโดยสุคนธกรผู้คร่ำหวอดในวงการน้ำหอมมาอย่างช้านาน, อามูอาจ (Amouage) แบรนด์น้ำหอมสุดหรูจากประเทศโอมานที่โดดเด่นด้วยการสกัดส่วนผสมหัวน้ำหอมที่ใช้วิธีการแบบดั้งเดิมของตะวันออกกลาง,บียอร์ก แอนด์ เบอร์รี (Bjöṙk and Berries) แบรนด์สกินแคร์อีโค่ลักซ์ชัวรี (Ecoluxury Skincare) จากประเทศสวีเดน โดยมีจุดเด่นที่ทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ผลิตจากวัตถุดิบและส่วนผสมออร์แกนิกจากธรรมชาติ, คาริเย่ แฟร์ (Carriѐre Frѐres) แบรนด์เครื่องหอมเก่าแก่จากประเทศฝรั่งเศสที่มีความโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมที่สกัดมาจากเหล่าพฤกษชาติที่ได้จากธรรมชาติเป็นหลัก, วาลัวร์ แอบโซลู (Valeur Absolue) น้ำหอมนิชแบรนด์ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์โดยที่ไม่ต้องทำการตลาด ด้วยเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมที่คำนึงถึงหลัก Naturals Together ที่นำเอาส่วนผสมชั้นเลิศจากธรรมชาติ มาสรรค์สร้างนวัตกรรมน้ำหอมแห่งอนาคต,แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ (Van Cleef & Arpels) น้ำหอมสุดหรูจากแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงระดับตำนานจากประเทศฝรั่งเศส ที่นำเสนอกลิ่นหอมจาก Collection Extraordinaire น้ำหอมที่ชวนให้นึกถึงผลงานเครื่องประดับชั้นสูงที่ดีที่สุดของแวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์, มิลเล่อร์ แฮร์ริส (Miller Harris) น้ำหอมนิชแบรนด์จากสหราชอาณาจักรที่มีรากฐานและหัวใจหลักในการปรุงน้ำหอมที่แสดงถึงความร่วมสมัยของวัฒนธรรมในลอนดอน, แมททิเย่ พรีเมียร์ (Matiere Premiere)แบรนด์วีแกนน้องใหม่จากประเทศฝรั่งเศส กลิ่นหอมที่เน้นย้ำถึงความสวยงามตามธรรมชาติของวัตถุดิบที่ปลูกขึ้นเองในเมืองกราซรวมไปถึงแบรนด์ที่เปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรกอย่างแบรนด์ ซานต้ามาเรีย โนเวลล่า(Santa Maria Novella) แบรนด์ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 8 ศตวรรษ จากเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี โดยมีหัวใจสำคัญจากจุดเริ่มต้นด้านการแพทย์ ที่เดิมเป็นร้านยาสู่การรังสรรค์น้ำหอมที่ผสมผสานกลิ่นหอมจากธรรมชาติที่มีแรงบันดาลใจจากเรื่องราวสุดหรูหรา

ร่วมเปิดประสบการณ์สัมผัสความหอมระดับลักซ์ชัวรีกับร้านบูทีคสุดหรู “เอสเซนเชียลส์”พร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่ร้าน“เอสเซนเชียลส์” (escentials) ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ อาคาร B ชั้น G หรือติดตามทางเว็บไซต์ th.escentials.com และช่องทางออนไลน์ต่างๆ

ยาขับปัสสาวะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752897

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยาขับปัสสาวะ หมายถึง ยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มปริมาณปัสสาวะ กลไกการออกฤทธิ์หลักคือยับยั้งการดูดกลับสารน้ำและเกลือแร่ที่ตำแหน่งต่างๆ ของท่อไต ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับเกลือโซเดียม ทำให้ร่างกายมีการขับเกลือโซเดียมออกทางไตเพิ่มขึ้นซึ่งจะดึงให้น้ำถูกขับออกทางไตเพิ่มขึ้นด้วย

เนื่องจากยาขับปัสสาวะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันจึงถูกนำมาใช้ทางคลินิกด้วยข้อบ่งชี้ที่หลากหลายข้อบ่งชี้หลักของยาขับปัสสาวะคือใช้รักษาภาวะสารน้ำในร่างกายเกินซึ่งอาจเกิดจากภาวะหัวใจวาย ภาวะตับแข็ง ภาวะบวมน้ำจากโปรตีนรั่วทางไต ภาวะไตวายทั้งไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง ถึงแม้ว่ายาขับปัสสาวะจะช่วยเพิ่มปริมาณปัสสาวะให้ออกมากขึ้นแต่ไม่มีผลเพิ่มการขับของเสียออกจากร่างกาย จึงมีประโยชน์ในการจัดการภาวะสารน้ำเกินและถนอมปริมาณปัสสาวะที่เหลืออยู่ แต่ไม่ได้ช่วยให้ภาวะไตวายนั้นหายเร็วขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้ยาขับปัสสาวะยังถูกนำมาใช้เป็นยาลดความดันโลหิตได้อีกด้วยโดยจะมีประโยชน์อย่างมากในรายที่มีภาวะคั่งของเกลือและสารน้ำในร่างกาย มักนำมาใช้ในรายที่ยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้หลังจากใช้ยาลดความดันโลหิตหลายขนานแล้ว

ถึงแม้ว่ายาขับปัสสาวะจะมีประโยชน์ในทางคลินิกหลายประการ แต่ก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้หลายอย่างเช่นกัน กล่าวคือ ภาวะร่างกายขาดสารน้ำ ภาวะไตวายจากการขาดสารน้ำ ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ สามารถเกิดได้ทั้งภาวะโซเดียมในเลือดต่ำหรือสูง ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่วนใหญ่จะมีอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ ต้องอาศัยการตรวจเลือดติดตามเป็นระยะ นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ยาได้อีกด้วย

โดยสรุป ยาขับปัสสาวะมีหลายชนิด กลไกการออกฤทธิ์หลักคือการยับยั้งการดูดกลับโซเดียมที่ไตซึ่งทำให้ปริมาณปัสสาวะออกมากขึ้น มีประโยชน์และข้อบ่งชี้ในการรักษาผู้ป่วยได้หลายภาวะ ขณะเดียวกันก็มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้หลายอย่างเช่นกัน การใช้ยาขับปัสสาวะจึงควรใช้ตามคำสั่งแพทย์และภายใต้การควบคุมติดตามการรักษาจากแพทย์เท่านั้น ผู้ป่วยไม่ควรซื้อหรือหายาขับปัสสาวะมารับประทานเอง นอกจากนี้พบว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีว่าเป็นยาล้างไต ช่วยขับของเสียออกทางไต เช่น เมทิลีนบลู (methylene blue) ในความจริงยากลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยขับของเสียหรือเพิ่มปริมาณปัสสาวะแต่อย่างใด การใช้ยากลุ่มนี้อย่างไม่มีข้อบ่งชี้และไม่ถูกวิธีโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะไตทำงานบกพร่อง อาจก่อให้เกิดผลเสียมากขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกในผู้ป่วยที่เป็นโรคพร่องเอนไซม์จีซิกพีดี (G6PDdeficiency) ผู้ป่วยจึงไม่ควรไปหาซื้อมารับประทาน

อ.นพ.นภันต์ สุธารัตนพงศ์

อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

DITP จับมือ 8 นักออกแบบ เปิดตัวต้นแบบสินค้า ภายใต้โครงการ OTOP Premium Go Inter ครั้งที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752910

DITP จับมือ 8 นักออกแบบ เปิดตัวต้นแบบสินค้า ภายใต้โครงการ OTOP Premium Go Inter ครั้งที่ 8

DITP จับมือ 8 นักออกแบบ เปิดตัวต้นแบบสินค้า ภายใต้โครงการ OTOP Premium Go Inter ครั้งที่ 8

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

DITP จับมือ 8 นักออกแบบชั้นนำเปิดตัวต้นแบบสินค้า OTOP คอลเลคชั่นใหม่กว่า 170 รายการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคระดับสากล ในงาน Mini Trade Show กิจกรรมภายใต้โครงการ OTOP Premium Go Inter ครั้งที่ 8

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Mini Trade Show และ เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งจัดแสดงผลงานของผู้ประกอบการ OTOP ที่ผ่านการพัฒนาเชิงลึกจากโครงการพัฒนาและส่งเสริมการตลาดสินค้า OTOP สู่ตลาดสากลหรือ “OTOP Premium Go Inter” ครั้งที่ 8 จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สนับสนุน โดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ณ Creative Lab ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

นายพรวิช เปิดเผยว่า “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศมาโดยตลอด หนึ่งในภารกิจสำคัญคือโครงการ “OTOP Premium Go Inter” ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการโอท็อป ให้สามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และรสนิยมของผู้ซื้อต่างประเทศสมัยใหม่ เพื่อช่วยยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า อันเป็นไปตามยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” และสนับสนุนการผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก ด้าน “สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน” ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ

“งาน Mini Trade Show และเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เป็นกิจกรรมทดสอบตลาดภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการตลาดสินค้า OTOP สู่ตลาดสากล หรือ “OTOP Premium Go Inter” ครั้งที่ 8 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “คิด ผลิต ขาย” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้การตลาด ผ่านการคิด สร้างสรรค์ผลงาน และนวัตกรรม ที่สามารถขายได้จริง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ของชุมชนเมืองในระดับสากลแต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ประกอบการแต่ละราย ภายในงานมีการจัดแสดงต้นแบบสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่กว่า 170 รายการ จากผู้ประกอบการ OTOP ทั่วประเทศ 34 ราย ที่ถูกบ่มเพาะอย่างเข้มข้นจากกูรูชั้นนำด้านการออกแบบและการตลาดในระดับสากล ได้แก่ ธีระ ฉันทสวัสดิ์, ยุทธนา อโนทัยสินทวี, ดร.กรกต อารมย์ดี, วลงค์กรเทียนเพิ่มพูล, ศุภชัย แกล้วทนงค์, เอก ทองประเสริฐ,ศรัณย์ เย็นปัญญา และ ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ นอกจากนี้ DITP ยังได้เชิญผู้ซื้อและกลุ่มโปรเจกท์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเกือบ 20 ราย เข้าร่วมเจรจาการค้าภายในงานด้วย และคาดว่าผลการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะก่อให้เกิดมูลค่าซื้อขายทันทีและภายใน 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท”

และปีนี้เป็นปีแรกที่มีการมอบรางวัล OTOP Premium Star Award ให้แก่ผู้ที่สามารถพัฒนาสินค้าได้ในระดับดีเด่น ในด้านการออกแบบและการตลาด ตัดสินจากการโหวตโดยผู้ซื้อและนักลงทุนชั้นนำของประเทศ โดยผู้ได้รับรางวัลประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ : หัตถกรรมกระจูดวรรณี, รางวัลรองชนะเลิศ : บริรักษ์เครื่องปั้นดินเผา รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล : กลุ่มอาชีพสตรีนาสะแบง กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวง และเมซง ไทลื้อ

ด้าน ปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Retail Concept Shop และผู้บริหารบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนในการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เพื่อต้องการส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ไทย และสนับสนุนให้นักออกแบบและผู้ประกอบการ OTOP ไทย ได้มีเวทีในการประชาสัมพันธ์แสดงผลงาน ซึ่งสยามดิสคัฟเวอรี่มีพื้นที่สนับสนุนฝีมือคนไทย อีกทั้ง “ไอคอนคราฟต์” เป็นที่แห่งแรงบันดาลใจที่รวบรวมสุดยอดงานคราฟต์จากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ พร้อมเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นนำเสนองานฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าถือ เครื่องประดับ ไปจนถึงสินค้าชิ้นใหญ่อย่างเฟอร์นิเจอร์ไม้ฝีมือชาวเขา แฟชั่นผ้าไทยทอมือจากทายาทรุ่นสอง และงานคราฟต์ของคนไทยจากทั่วประเทศอีกมากมาย และยังมี “O.D.S” หรือ Objects of Desire Store แหล่งรวบรวมงานออกแบบของนักสร้างสรรค์ไทยที่ล้วนได้รับรางวัลการันตีจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) ซึ่งสยามดิสคัฟเวอรี่ได้จับมือกับ DITP ในการเฟ้นหาและคัดสรรนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์มายาวนาน ครั้งนี้จึงเป็นอีกงานที่จะแสดงให้เห็นว่าฝีมือของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ

บ้านยุคใหม่ เลือกใช้หลังคาเซรามิกก็มินิมอลได้ ตอบทั้งฟังก์ชันและความคุ้มค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752923

บ้านยุคใหม่ เลือกใช้หลังคาเซรามิกก็มินิมอลได้ ตอบทั้งฟังก์ชันและความคุ้มค่า

บ้านยุคใหม่ เลือกใช้หลังคาเซรามิกก็มินิมอลได้ ตอบทั้งฟังก์ชันและความคุ้มค่า

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.53 น.

ต้องยอมรับว่าเทรนด์การแต่งบ้านยุคใหม่ เน้นไปที่ความเรียบง่ายดูสบายตา หรือที่คุ้นเคยกัน “บ้านสไตล์มินิมอล” ซึ่งการแต่งบ้านแนวนี้จะเน้นไปที่ความเป็น Less is more น้อยแต่มาก เช่น โทนสีขาว เฟอร์นิเจอร์ไม้น้อยชิ้น ดูคลีนสบายตา ไม่ว่าภายในหรือภายนอกตัวบ้าน

สิ่งที่เจ้าของบ้านหลายคนอาจลืมไป และเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือการเลือกหลังคาให้แมตช์กับบ้านสไตล์มินิมอล ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลังคาให้เลือกหลายประเภท แต่หนึ่งในหลังคาที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้ที่กำลังจะสร้างบ้าน ไม่ว่าจะบ้านสไตล์ไหน หรือแม้แต่บ้านแนวมินิมอล ก็คือ หลังคาเซรามิก ที่สอดรับความเป็นมินิมอลได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์เทรนด์บ้านยุคใหม่ได้แบบคอมพลีทไม่มีที่ติ

หลายคนคงตั้งคำถามว่า..ทำไมหลังคาเซรามิก ถึงถูกใจสายบ้านมินิมอล? ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve กันก่อน นอกจากจะด้วยรูปลอนที่ทันสมัย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสีเอิร์ธโทนที่ตอบโจทย์เหมาะกับบ้านสไตล์มินิมอลได้อย่างลงตัว แต่แท้จริงแล้วหลัก ๆ เลยคือความคุ้มค่าและฟังก์ชันที่เหนือกว่าหลังคาคอนกรีต ให้สีสันสวยงาม ติดทน หมดปัญหาเรื่องหลังคาซีดจาง ด้วย 5 คุณสมบัติ

1) สีสวยทนกว่า เพราะหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve ผ่านกระบวนผลิตด้วยการเผาในอุณหภูมิสูง ทำให้เม็ดสีหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว และมีสีหลังคาที่สวยทนยาวนานมากกว่าหลังคาคอนกรีตทั่วไป

2) สวยเหมือนใหม่เสมอ หลังคาทั่วไปมักจะเจอปัญหาฝุ่นเกาะแน่น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้หลังคาดูเก่าเร็วกว่าระยะเวลาอันควร แต่สำหรับหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve มีผิวหลังคาที่เรียบเนียน ด้วยกระบวนการผลิตแรงอัดสูง จึงทำให้ไม่กักเก็บคราบฝุ่น และช่วยให้กระเบื้องดูใหม่อยู่เสมอ ยืดระยะเวลาความสวยออกไปได้นานขึ้นอีก

3) บ้านเย็นกว่า หลังคาเป็นส่วนแรกที่รับแสงแดดและความร้อนจากดวงอาทิตย์ หากเลือกกระเบื้องหลังคาบ้านที่ไม่มีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันความร้อน บ้านคงอบอ้าวไม่น่าอยู่อาศัยเป็นแน่ แต่หลังคาจากเอสซีจีมีคุณสมบัติช่วยทำให้บ้านเย็นสบาย ไม่กักเก็บความร้อน ด้วยคุณสมบัติหลักของหลังคาเซรามิก ปัญหาบ้านร้อนทั้งกลางวันและกลางคืนจึงหมดไป พักผ่อนได้อย่างสบายใจแน่นอน

4) น้ำหนักเบา หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบากว่าหลังคาคอนกรีตถึง 1 กิโลกรัม จึงช่วยประหยัดโครงสร้างได้มากกว่า

5) แข็งแรงทนทาน อีกหนึ่งคุณสมบัติเฉพาะตัวของหลังคาเซรามิก ความแข็งแรงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการใช้งาน เพราะหากหลังคาสวยแต่ไม่มีความแข็งแรง แตกหักง่าย ก็จะเกิดปัญหาหลังคารั่ว ต้องซ่อมแซมบ่อย สร้างความวุ่นวายให้การอยู่อาศัยอย่างแน่นอน ซึ่งเอสซีจีให้ความสำคัญเรื่องนี้ไม่แพ้ความสวยงามภายนอก จึงออกแบบหลังคาเซรามิกที่ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

นอกจากจะเป็นหลังคาที่ให้อารมณ์มินิมอล สีสวยคงทนยาวนานกว่าหลังคาคอนกรีตทั่วไปแล้ว ยังมีดีไซน์รูปลอนทันสมัย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับบ้านหลากสไตล์ และมีสีเอิร์ธโทนที่ตอบโจทย์สายมินิมอลให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีวู้ดเด้น บราวน์ (Wooden Brown), สีคาราเมล บราวน์ (Caramel Brown), สีชาร์โคล เกรย์ (Charcoal Grey) และ สีเพิร์ลลี เกรย์ (Pearly Grey)

สำหรับใครที่อยากมีบ้านอารมณ์มินิมอล กำลังมองหาหลังคาที่ตอบโจทย์อย่างหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/456W856

-(016)