ALDO ปลดล็อกเวทมนตร์และความมหัศจรรย์ กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ Wicked x ALDO

https://www.naewna.com/lady/840023

ALDO ปลดล็อกเวทมนตร์และความมหัศจรรย์  กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ Wicked x ALDO

ALDO ปลดล็อกเวทมนตร์และความมหัศจรรย์ กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ Wicked x ALDO

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อม พบกับความมหัศจรรย์ไปกับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ จากการร่วมมือกันระหว่าง Wicked และ ALDO ร่วมปลดปล่อยพลังของสไตล์ผ่านคอลเลคชั่นแคปซูลลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ผสมผสานความสวยงามและจิตวิญญาณของทั้งสองแบรนด์อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์สไตล์โมเดิร์นที่โดดเด่นและดีเทลสุดแฟนซี ที่จะร่ายมนต์ให้กับทุกก้าวของคุณ โดยคอลเลคชั่นนี้มีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย อาทิ พราว – อรณิชากรินชัย, อาชิ-อาชิตา ศิริภิญญานนท์,เอพริล-นภัสรดา กาญจนเจริญ เป็นต้น ร่วมถ่ายทอดความพิเศษของคอลเลคชั่นแคปซูล Wickedx ALDO ในครั้งนี้

ALDO แบรนด์รองเท้าและแอคเซสซอรี่แฟชั่นระดับโลก ร่วมกับ Universal Products & Experiences มีความยินดีที่จะประกาศการเปิดตัวคอลเลคชั่นแคปซูลรุ่นลิมิเต็ดครั้งแรกWicked x ALDO ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Wicked นำเสนอสไตล์และจิตวิญญาณที่มีเสน่ห์ของทั้งสองแบรนด์ ผสมผสานการออกแบบร่วมสมัยเข้ากับดีเทลที่แสนงดงามเพื่อเพิ่มเสน่ห์ในทุกก้าว

คอลเลคชั่นนี้นำเสนอโลกแห่งเวทมนตร์ของ Oz ผ่านรองเท้าผู้หญิง กระเป๋าและแอคเซสซอรี่ต่างๆ เพื่อ ฉลองความสัมพันธ์ที่น่ารักระหว่างเอลฟาบาและกลินดา คอลเลคชั่นนี้มีตั้งแต่รองเท้าส้นสูงที่สวยงามไปจนถึงกระเป๋าที่มีเสน่ห์และรองเท้าหุ้มส้นที่ประดับด้วยอัญมณี ทั้งหมดออกแบบในโทนสีเขียวมรกตลึกลับของ เอลฟาบาและโทนสีชมพูสุดแกลมแบบของกลินดา นอกจากนี้ทุกสไตล์รองเท้าในคอลเลคชั่นนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี ALDO Pillow Walk™ ที่ผลิตด้วยโฟมแบบผสมสองชั้นและพื้นรองเท้าแบบรองรับแรงกด เพื่อให้รู้สึกเหมือนเหมือนกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน

“การร่วมงานกับ Wicked และทีม Universal Products & Experiences ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง การได้ร่วมงานกับภาพยนตร์ที่นำเสนอธีมที่ทรงพลังและสัญลักษณ์ที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเชื่อได้ สำหรับทีมของเรา การได้มีโอกาสผสมผสาน DNA ของ ALDO กับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอลฟาบาและ กลินดานั้นเป็นแรงบันดาลใจอย่างมาก และเราหวังว่าผู้บริโภคจะรู้สึกถึงความหลงใหลที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์นี้” Daianara Grullon Amalfitano หัวหน้าฝ่ายแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ ALDO กล่าว

“เป้าหมายของเราคือการออกแบบคอลเลคชั่นที่ไม่เพียงเฉลิมฉลองความหลากหลายของตัวละคร เหล่านี้ แต่ยังเพิ่มความสนุกสนานในชิ้นงานที่สามารถเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืนได้ คอลเลคชั่นนี้เป็นตัวแทนที่แท้จริงของเวทมนตร์และความประหลาดอันน่าหลงใหลที่ทั้ง Wicked และ ALDO นำเสนอ”

คอลเลคชั่น Wicked x ALDOวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ทั้งออนไลน์ที่ aldo.co.th และ ที่ร้าน ALDO สาขา centralwOrld, Icon Siam, Central Festival Pattaya และ Central Festival Phuket ส่วนการเปิดตัวภาพยนตร์ที่มีสองภาคแรก Wicked จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2024

คุณแหน : 8 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/840021

คุณแหน : 8 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 8 พฤศจิกายน 2567

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ประสพ เรียงเงิน เป็นประธานเปิดเสวนางาน “สัมมนาพัฒนาความรู้ด้านการจัดการ MICROCINEMA” จัดโดยสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ร่วมกับ ชมรมไมโครซีนีมาไทยแลนด์ ได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ThailandCreative Content Agency (THACCA)…

●● มิตรสหายยินดีกับ พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ที่เทศมนตรีนครยะลา ได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตรรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีประจำปี พ.ศ.2567 อันดับ 1 ประเภทดีเลิศจากสนง.คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี..

●● ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาเป็นวิทยากรให้หลักสูตร Net Zero CEO ตามคำเชิญของ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล..

●● วันเกิดปีนี้ จีรานุช ภิรมย์ภักดี ได้ไปทำบุญถวายอาหารเพล ณ วัดสระเกศ เหมือนเช่นทุกปี โดยมีลูกชายที่น่ารักสุนิษฐ์ สก๊อต ควง ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุลมาร่วมฉลองให้คุณแม่น้องด้วย..

●● ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ พร้อมคณะกรรมการสมาคมการตลาดฯ ร่วมยินดีกับ ณรงค์เวทย์วจนพานิช และ สุรศักดิ์ เหลืองอุษากุลที่ได้รับรางวัล TBS Alumni Awards 2024 ของสมาคมนักศึกษาเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ธรรมศาสตร์..

●● ชาว Digital CEO#6 ร่วมยินดีกับ นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ที่ได้เป็น ว่าที่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข..

●● รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ พร้อมคณาจารย์ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ร่วมยินดีกับ ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร..

●● ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ต้อนรับ ดร.ปรีสาร รักวาทิน นำชาวคณะดิจิทัลจั๊มสตาร์ท รุ่นที่ 2 มาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ของ รพ.เวชธานี..

●● ชื่นชม ศูนย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อธรรมศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีนวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม แบบลดเจ็บปวด ฟื้นตัวไว กลับบ้านได้เร็วภายในวันผ่าตัดหรือภายใน 1 วันหลังผ่าตัด ลดภาระค่าใช้จ่ายในการนอน รพ.ของผู้ป่วย..

●● สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ กกร.-สคร. และ ม.หอการค้าไทย ประกาศรางวัล “CEO Econmass Awards 2024” ยก 18 ซีอีโอ
ต้นแบบนำพาองค์กรฝ่าวิกฤต หวังสร้างแรงบันดาลใจทั้งภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มอบรางวัล..

●● ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่จำกัด (มหาชน) จัดงาน ครบรอบ 41 ปีจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ “WE ARE WORLD WIDEWOW CREATORS”  11 พ.ย. 10.30 น. ณอาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส…●●

น้องใหม่

หอการค้าไทย-อิตาเลียน มอบรางวัล Ospitalità Italiana ครั้งที่ 11 เชิดชูร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไทย สะท้อนวัฒนธรรมอิตาเลียนอันโดดเด่นและเป็นเลิศ

https://www.naewna.com/lady/840020

หอการค้าไทย-อิตาเลียน มอบรางวัล Ospitalità Italiana ครั้งที่ 11 เชิดชูร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไทย สะท้อนวัฒนธรรมอิตาเลียนอันโดดเด่นและเป็นเลิศ

หอการค้าไทย-อิตาเลียน มอบรางวัล Ospitalità Italiana ครั้งที่ 11 เชิดชูร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไทย สะท้อนวัฒนธรรมอิตาเลียนอันโดดเด่นและเป็นเลิศ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) ร่วมกับสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวอิตาลี ISNART (Istituto Nazionale Ricerche Turistiche) จัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ Ospitalità Italiana 2024 ครั้งที่ 11 เพื่อการยกย่องร้านอาหารอิตาเลียนทั่วประเทศไทยเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นด้านรสชาติที่ดั้งเดิมและความเป็นเลิศด้านอาหาร โดยค่ำคืนสุดพิเศษครั้งนี้จัดขึ้น ณ The Crystal Box, Gaysorn Urban Resort ชั้น 19 Gaysorn Tower พร้อมจัดแสดงอาหารอิตาเลียนต้นตำรับที่ปรุงโดยเชฟชั้นนำที่ได้รับรางวัลต่างๆ เพื่อนำเสนอเมนูอาหารอิตาเลียนอันเป็นเอกลักษณ์และสะท้อนถึงวัฒนธรรมอันโดดเด่น อาทิ เจลาโต้ต้นตำรับและพิซซ่าแบบดั้งเดิมอีกด้วย

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 รางวัลอันทรงเกียรติ Ospitalità Italianaได้กลายเป็นสัญลักษณ์และการการันตีแห่งคุณภาพที่ยกย่องร้านอาหารอิตาเลียน ร้านพิซซ่า ร้านไอศกรีมเจลาโต้ที่สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจและมีแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนที่เป็นเลิศในประเทศไทย

ในปีนี้ พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติมีเเขกผู้มีเกียรติตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 600 ท่าน ประกอบด้วย ผู้สนับสนุนในอุตสาหกรรมกว่า 60 ราย ไม่ว่าจะสปอนเซอร์ต่างๆแบรนด์ร้านและอาหาร และเครื่องดื่มผู้เชี่ยวชาญของวงการด้านการบริการและการท่องเที่ยว แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ อีกทั้งแขกผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียน ซึ่งทุกท่านร่วมมาเป็นสักขีพยานในการเฉลิมฉลองร้านอาหารอิตาเลียนที่โดดเด่นชั้นนำ วัฒนธรรมอิตาเลียนที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงกิจกรรมเนตเวิร์กกิ้งกับแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานชั้นนำในวงการอาหาร

มัลลิกา มาการิต้า รองประธานหอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) ได้กล่าวขอบคุณถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนที่เป็นเลิศของผู้ประกอบการ ตามด้วย จาโคโม อิบิซซี่เลขาธิการ กล่าวถึงผลงานอันโดดเด่นของหอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC)ที่ผ่านมา และปิดท้ายด้วย มิเคเล่ โทเมอาผู้จัดการทั่วไปของหอการค้าไทย-อิตาเลียน ที่มาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Ospitalità Italiana ทั้งในด้านการโปรโมทวัฒนธรรมอิตาเลียนและการส่งเสริมสินค้า รวมถึงแบรนด์คุณภาพจากประเทศอิตาลี

ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างงานพิธีครั้งนี้ หอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) ยังได้มอบรางวัลแก่ร้านอาหารถึง 30 แห่ง ที่ได้ผ่านเกณฑ์การตัดสินและมาตรฐานระดับประเทศที่ได้มีการกำหนดไว้ในโครงการ Ospitalità Italiana รวมทั้งการกล่าวถึง รางวัลกิตติมศักดิ์จากทางหอการค้าในปีนี้ทั้ง 8 ท่าน และผู้ชนะ 2 ท่าน จากการแข่งขันในโครงการ The Best Tiramisu โดยค่ำคืนของงานพิธีมอบรางวัลจบลงด้วยกิจกรรมเนตเวิร์กกิ้ง และ “Aperitivo Italiano” (อาเปรีติโว อิตาเลียโน) หรือการดื่มเครื่องดื่มก่อนมื้ออาหารในวัฒนธรรมอาหารของอิตาลี ซึ่งทำให้แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานได้พูดคุยกันและเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนที่น่าประทับใจปิดท้ายค่ำคืนได้อย่างประทับใจ

“เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้มีชื่อเสียงในวงการอาหารของประเทศไทยสู่งานพิธีมอบรางวัล Ospitalità Italiana ครั้งที่ 11 นี้ซึ่งงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความทุ่มเทของเราในการรักษาความยิ่งใหญ่และความเป็นเลิศของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียน อีกทั้ง เฉลิมฉลองร้านอาหารที่แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจและมีแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนที่เป็นเลิศในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ค่ำคืนนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐานที่เข้มงวดและส่งเสริมคุณค่าต่อประสบการณ์ “Made in Italy” ที่ช่วยให้นักชิมชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างแท้จริง และสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับมรดกอันล้ำค่าทางวัฒนธรรมอิตาเลียน” มัลลิกา มาการิต้า รองประธานหอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC)กล่าว

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ หอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) และกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ สามารถติดตามอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ https://www.thaitch.org/

สองยักษ์ใหญ่ในธุรกิจรีเทลระดับโลก จับมือเปิดตัว ‘ฟิวเจอร์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์’

https://www.naewna.com/lady/840016

สองยักษ์ใหญ่ในธุรกิจรีเทลระดับโลก จับมือเปิดตัว ‘ฟิวเจอร์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์’

สองยักษ์ใหญ่ในธุรกิจรีเทลระดับโลก จับมือเปิดตัว ‘ฟิวเจอร์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์’

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

CPFC ร่วมกับ CP AXTRA,CP All และ TRUE จับมือ IKEA และ Decathlon ผนึกกำลังพลิกโฉมอนาคตร้านสะดวกซื้อ นำร่องบนทำเลแม็คโคร หางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมีนาคม 2568

บริษัท ซีพี ฟิวเจอร์ ซิตี้ดีเวลลอปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ CPFC ร่วมกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี กรุ๊ป) ได้แก่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CP AXTRA), ซีพี ออลล์ (CP ALL) และ ทรู (TRUE) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ อิเกียและ ดีแคทลอน สองยักษ์ใหญ่ในธุรกิจรีเทลระดับโลก เปิดตัว“ฟิวเจอร์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์” (FCS) มิติใหม่ของร้านสะดวกซื้อบนพื้นที่รีเทลที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนต่างๆทั่วประเทศไทย ผ่านการนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย และให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตของผู้คน และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในชุมชนแต่ละพื้นที่ 

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ฟิวเจอร์ ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPFC) กล่าวว่า “CPFC ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำเสนอมิติใหม่ๆ ให้กับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ หรือคอนวีเนียนซ์สโตร์ โดยการผนึกกำลังกันในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ร้านสะดวกซื้อแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับชุมชน ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเราได้รวบรวมแบรนด์ชั้นนำที่สามารถตอบสนองความต้องการการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยพัฒนามาในคอนเซ็ปต์ท์ร้านสะดวกซื้อที่ไม่เหมือนใครเป็นครั้งแรกของประเทศไทย มาในสเกลที่เหมาะกับการจับจ่ายใช้สอยอย่างสะดวกสบาย พร้อมสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ โดย FCSโลเกชั่นหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นสาขานำร่อง หรือสาขาต้นแบบที่แรก ก่อนที่บริษัทฯจะขยายโมเดลธุรกิจดังกล่าวนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ CPFC มีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีกหลายแห่งภายใน 3-5 ปีข้างหน้า”

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนปณิธานของซีพีเอฟซี (CPFC) ในการมุ่งมั่นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ด้วยการผสมผสานโมเดลธุรกิจรีเทลที่ล้ำสมัยเข้ากับการสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืน โดย FCS ที่แม็คโครหางดง ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และพร้อมต้อนรับผู้เข้าใช้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2568 ทั้งนี้บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายสาขาไปในจังหวัดอื่นๆ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคในชุมชนนอกกรุงเทพมหานคร

เปิดศูนย์ทางเดินอาหารโฉมใหม่ ‘AI-Assisted Digestive Health Screening for Early Detection’ เคลียร์ชัด โรคทางเดินอาหาร

https://www.naewna.com/lady/839959

เปิดศูนย์ทางเดินอาหารโฉมใหม่ ‘AI-Assisted Digestive Health Screening for Early Detection’ เคลียร์ชัด โรคทางเดินอาหาร

เปิดศูนย์ทางเดินอาหารโฉมใหม่ ‘AI-Assisted Digestive Health Screening for Early Detection’ เคลียร์ชัด โรคทางเดินอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.15 น.

ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านบริการทางการแพทย์โซนกรุงเทพฯ ตะวันออกและภาคตะวันออก’ไทยนครินทร์’ เปิดศูนย์ทางเดินอาหารโฉมใหม่ ‘AI-Assisted Digestive Health Screening for Early Detection’ เคลียร์ชัด โรคทางเดินอาหาร รู้เร็ว รักษาไว ส่องกล้องชัด พร้อมนวัตกรรม AI

โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เผยกลยุทธ์ไตรมาส 4 ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านบริการทางการแพทย์ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกและภาคตะวันออก ตอกย้ำความเป็น ‘HOSPITAL OF CHOICE IN EASTERN BANGKOK & EASTERN THAILAND’ ชู ‘ศูนย์ทางเดินอาหาร’ โฉมใหม่พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางโรคทางเดินอาหาร (GI ENDOSCOPY TEAM) ทีมศัลยแพทย์ผ่าตัดส่องกล้อง (MIS GI SURGICAL TEAM)  และทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เช่น ท้องผูก ท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเรื้อรัง กลืนลำบาก โรคกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร  มะเร็งลำไส้ เป็นต้น โดยดูแลตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยรอยโรคที่ผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ไปจนถึงการรักษา พร้อมยกระดับการวินิจฉัยโรคด้วยวิธีการส่องกล้องทางเดินอาหารด้วยนวัตกรรม AI – ASSISTED COLONOSCOPY รู้เร็ว แม่นยำ รักษาตรงจุด

นพ.เจริญ มีนสุข ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี โรงพยาบาลไทยนครินทร์มีผู้มารับบริการเพิ่มมากขึ้น และเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยการบริหารที่มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ในราคาที่เหมาะสม และมีคุณภาพ โดยโรงพยาบาลมีการพัฒนาด้านการให้บริการทางการแพทย์ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการตรวจรักษาและให้บริการ รองรับการเติบโตของตลาดสุขภาพที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสังคมผู้สูงวัย

“โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาโรคเฉพาะทาง จึงได้มีการเปิดศูนย์เฉพาะทางขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยล่าสุดโรงพยาบาลฯ ได้เปิดศูนย์ทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์เฉพาะทางที่มีผู้ให้ความไว้วางใจเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้น และเรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมให้การดูแล มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเมื่อมารับบริการที่ศูนย์ทางเดินอาหารโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ท่านจะต้องได้รับการบริการที่ดี”

ศ.คลินิก นพ.ทิพชาติ บุณยรัตพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไทยนครินทร์ กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน Lifestyle การใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ที่เร่งรีบมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดความเครียด ประกอบกับการมีพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการขับถ่ายที่ไม่เป็นเวลา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร และมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลไทยนครินทร์เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้มีการปรับปรุงและขยายพื้นที่บริเวณชั้น 12 เป็นศูนย์ทางเดินอาหารโฉมใหม่ ที่พร้อมให้การบริการแบบ One stop service โดยเน้นการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร ไปจนถึงโรคยากและซับซ้อน และมีการนำเทคโนโลยีการส่องกล้องด้วย Artificial Intelligence (AI) ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาจากศูนย์ฟูจิที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยโรค ซึ่งทำให้การรักษามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น

“นอกจากการใช้เทคโนโลยี AI ที่เป็นนวัตกรรมการแพทย์ล่าสุดที่ทันสมัยแล้ว เรายังมีทีมแพทย์เฉพาะทางโรคทางเดินอาหาร (GI ENDOSCOPY TEAM) พร้อมทีมศัลยแพทย์  (MIS GI SURGICAL TEAM)  ที่มีความชำนาญการด้านการผ่าตัดแผลเล็ก รวมถึงมีวิสัญญีแพทย์พร้อมดูแลความปลอดภัยระหว่างการทำหัตถการตลอดเวลา และยังมีทีมสหสาขาวิชาชีพที่จะให้การดูแลหลังการผ่าตัด พร้อมให้บริการการดูแลฟื้นฟูสุขภาพแบบมืออาชีพและอบอุ่น (Hospitality)  รวมถึงยังมีการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare) จนเรียกได้ว่าโรงพยาบาลไทยนครินทร์นั้น มีการดูแลผู้ป่วยแบบครอบคลุมทุกมิติ”

นพ.สิทธิยศ จันทรสาขา หัวหน้าแพทย์ศูนย์ทางเดินอาหารโรงพยาบาลไทยนครินทร์ กล่าวถึงจุดเด่นในการให้บริการของศูนย์ทางเดินอาหารใหม่ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ว่ามีความโดดเด่นในด้านการให้บริการ การรักษา โดยอายุรแพทย์ที่มีความชำนาญการด้านการส่องกล้อง (Endoscopy) ทั้งการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ (Gastroscopy & Colonoscopy)  และยังมีวิสัญญีแพทย์และวิสัญญีพยาบาลให้การดูแลในระหว่างการส่องกล้อง ซึ่งถือเป็นมาตรฐานในการดูแลให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารของศูนย์ฯ  และที่ถือเป็นอีกจุดเด่นสำคัญของการบริการก็คือ การผสมผสานเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI-Assisted Colonoscopy เข้ามาช่วยในการตรวจวินิจฉัยรอยโรคในระยะเริ่มต้น ทำให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยเสริมการมองเห็นและประสิทธิภาพในการตรวจของแพทย์ ทำให้สามารถตรวจพบรอยโรคที่อาจมองข้ามไปในวิธีการตรวจแบบเดิม ช่วยลดความเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสการรักษาโรคในระยะแรกเริ่ม และเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้การรักษาเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งในด้านสุขภาพกายและความพึงพอใจของผู้มารับบริการ”

รศ.นพ.ไชยรัตน์ ทรัพย์สมุทรชัย ศัลยแพทย์ที่ปรึกษา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ กล่าวถึงความพร้อมของทีมแพทย์ศัลยแพทย์(MIS GI SURGICAL TEAM) ในการดูแลรักษาผู้ป่วยว่า “การผ่าตัดส่องกล้อง หรือ Minimally Invasive Surgery (MIS) ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีและเทคนิคที่ทันสมัย รวมถึงการใช้แขนกลหุ่นยนต์ (robotic surgery) และการผ่าตัดผ่านกล้องที่มีความละเอียดสูงสุดระดับ Medical Grade 4K Display ซึ่งช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น การผ่าตัดผ่านกล้องมีข้อดีหลายประการ เช่น เจ็บปวดน้อยลง เสียเลือดน้อย ฟื้นฟูสุขภาพได้เร็วขึ้น และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการผ่าตัดแบบเปิดทั่วไป

นอกจากนี้ เราได้ใช้เทคโนโลยี Indocyanine Green (ICG) ร่วมกับกล้องตรวจแบบ Fluorescence เพื่อช่วยในการมองเห็นเนื้อเยื่อหรือหลอดเลือดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จของการผ่าตัดและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งและการตรวจหาต่อมน้ำเหลือง การใช้เทคโนโลยี ICG ยังช่วยให้การเชื่อมต่ออวัยวะ (Anastomosis) เป็นไปอย่างสมบูรณ์

ลดความเสี่ยงในการรั่วซึมหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ นับเป็นศูนย์ฯ ที่มีความพร้อมในการให้บริการ โดยทีมศัลยแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะทาง  ทีมศัลยแพทย์ที่ชำนาญการด้านการผ่าตัดส่องกล้องและทีมสหสาขาวิชาชีพ พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้ผู้ป่วยมั่นใจในคุณภาพการรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพที่ดี”

สำหรับผู้ที่มีปัญหาหรืออาการปวดท้องบ่อย ๆ แน่นท้อง ท้องอืด กลืนลำบาก  ถ่ายเป็นเลือด กระเพาะอาหารอักเสบ สามารถปรึกษาหรือติดต่อนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหาร โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ชั้น 12 โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ถ.เทพรัตน (ถ.บางนา-ตราด) กม.3.5  เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. โทรศัพท์ 02-034-7777 หรือ Facebook: Thainakarin Hospital

-(016)

เปิดตัว ‘New Doublo 2.0’ นวัตกรรมการยกกระชับผิว มุ่งปฏิวัติสู่มาตรฐานใหม่วงการความงาม

https://www.naewna.com/lady/839955

เปิดตัว ‘New Doublo 2.0’ นวัตกรรมการยกกระชับผิว มุ่งปฏิวัติสู่มาตรฐานใหม่วงการความงาม

เปิดตัว ‘New Doublo 2.0’ นวัตกรรมการยกกระชับผิว มุ่งปฏิวัติสู่มาตรฐานใหม่วงการความงาม

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.12 น.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ออปติมาแอสเทติค จํากัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือเลเซอร์สำหรับความงามคุณภาพสูง ได้จัดงานเปิดตัว New Doublo 2.0 นวัตกรรมเครื่องยกกระชับประสิทธิภาพสูงเหนือชั้นล่าสุด ที่นำเข้าจากเกาหลีอย่างเป็นทางการ โดยเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย โดยมีผู้ร่วมงานจากแวดวงความงาม คลินิก มาร่วมงานอย่างคับคั่ง  ทั้งนี้ภายในงานยังมี KOL สายการแพทย์ และอินฟลูเอ็นเซอร์ที่เป็นคุณหมอ ได้แก่  พญ.ต้องหทัย  ตั้งสินมั่นคง   พญ.ฉัตรบงกช   เขมาชีวะกุล  พญ.ภคมน  เดชส่งจรัส  และ นพ.กฤษณ์  บูรณโยชน์กุล มาร่วมพูดคุยครั้งนี้ด้วย

นพ.ฐิติคมน์ ลิ้มรัตนเมฆา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริษัท ออปติมาแอสเทติค จํากัด เปิดเผยว่า New Doublo 2.0 เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการยกกระชับผิวหน้าที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่รวม 2 พลังงานยกกระชับผิวเข้าด้วยกัน คือ MFU+RF

“นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ได้มีการนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้มาให้บริการในการดูแลผิวหน้า ซึ่งมีข้อดี คือ ไม่ทำให้เจ็บ และใช้เวลาในการรักษาน้อยโดยไม่ต้องทำศัลยกรรม เป็นการรวม 2 พลังงานสำคัญในการกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว ด้วยคลื่นเสียง – MFU (Micro Focused Ultrasound) และคลื่นวิทยุ – RF (Redio Frequency) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีเฉพาะในเครื่อง New Doublo 2.0 ถือเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวเท่านั้นในเมืองไทยตอนนี้”

นพ.ฐิติคมน์ ลิ้มรัตนเมฆา ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า New Doublo 2.0 ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลีใต้ จากการนำเสนอประสบการณ์ยกกระชับแบบเหนือระดับ ตอบโจทย์ความต้องการสวยย้อนวัยไว้ในเครื่องเดียว จึงเป็นนวัตกรรมยกกระชับใบหน้าล่าสุดที่จะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย และผิวดูแก่ก่อนวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะมาใช้นวัตกรรมตัวนี้จะมีหลากหลาย เริ่มตั้งแต่วัยที่เริ่มดูแลตัวเอง ไปจนถึงคนที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้าอย่างมาก เนื่องจากเครื่องดังกล่าวมีหลายหัว สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกช่วงอายุ เทคโนโลยีตัวนี้จึงมีความปลอดภัยสูง มีระบบเซฟตี้อย่างที่แบรนด์อื่นไม่มีในท้องตลาด”

สำหรับในแง่การลงทุน เครื่อง New Doublo 2.0 ยังให้ความคุ้มค่าสุด และคืนทุนไวสำหรับคลินิกความงาม เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการดูแลผิวหน้าอย่างเห็นผลลัพธ์ชัดเจน และยังมีความแตกต่างในเรื่องเทคโนโลยีที่สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาใช้บริการได้อีกด้วย เนื่องจาก New Doublo 2.0 สามารถให้บริการได้หลากหลาย มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสานพลังงาน MFU + RF Synergy เข้าด้วยกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ในการยกกระชับผิวที่เหนือกว่าเครื่องมืออื่น ๆ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้การมีเครื่อง New Doublo 2.0 ไว้ให้บริการ ยังช่วยทำให้คลินิกมีความแตกต่างจากคู่แข่ง  และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับคลินิกได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

อีกหนึ่งความโดดเด่นของเครื่อง New Doublo 2.0 คือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงมาก เพราะผลิตโดย “HIRONIC” ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดเกาหลีค่อนข้างสูงมาก ถือเป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันในเมืองไทยยังไม่มีบริษัทใดนำเข้ามาทำตลาด ซึ่ง บริษัท ออปติมาแอสเทติค จํากัด ถือเป็นผู้นำนวัตกรรมตัวนี้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเป็นเจ้าแรก โดยได้สิทธิ์เป็น Exclusive Distributor รายเดียวในประเทศไทย

“เราเพิ่งได้รับการอนุมัติจาก อ.ย. มา เมื่อประมาณเดือน 7 และเริ่มมาทำการตลาดจริงจังในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้เรามียอดขายประมาณ 30 เครื่องแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าคลินิกเป็นหลัก ส่วนมากจะอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดก็จะมีตามหัวเมืองใหญ่ หัวเมืองหลัก ๆ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี โคราช เป็นต้น สำหรับเป้าหมายตอนนี้เราจะเน้นโฟกัสที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก โดยตั้งเป้าภายในนี้ประมาณ 80 เครื่อง ส่วนปีหน้าคาดว่าจะแตะที่ 150 เครื่อง สำหรับแนวทางการตลาดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกสำหรับกลุ่มหมอ และหมอที่เป็น KOLโดยเรามีการจัดเวิร์คช็อปเพื่อที่จะให้คนที่ซื้อเครื่องไปมีความมั่นใจในเครื่องมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนงานวิจัยในโรงพยาบาลให้ใช้เครื่องในการทำวิจัยประมาณนี้ สำหรับอีกส่วนหนึ่ง จะเป็นเอ็นยูเซอร์หรือประชาชนทั่วไป เราจะเน้นใช้กลยุทธ์ KOL Marketing และหาอินฟลูเอนเซอร์มารีวิวและไปลงในช่องทางของตัวเองเป็นหลัก และในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เราจะมีเวิร์คช็อปที่เชิญโปรเฟสเซอร์จากเกาหลีมาสอนคุณหมอในไทย และยังจัดให้มีเวิร์คช็อปสำหรับแพทย์ที่มีความสนใจหรือซื้อเครื่องแล้วได้ใช้เครื่องอย่างถูกต้องหรือมีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจ ทำแล้วสามารถเห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น ส่วนแผนการขยายธุรกิจในปีหน้า อาจจะมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เข้ามาทำตลาด แต่เรื่องหลัก ๆ ยังคงเน้นสร้างการรับรู้นวัตกรรมตัวนี้ให้เป็นที่รู้จักอย่างดีก่อน โดยเฉพาะให้เอ็นยูเซอร์ได้รู้จักในวงกว้าง เพื่อให้คลินิกได้ทำการตลาดง่ายขึ้น และเรายังมีทีมงานวิศวกรที่ชำนาญพิเศษพร้อมจะเข้าซ่อมบำรุงตลอด 24 ชั่วโมง และยังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการซัพพอร์ตงานวิจัยและเคสรีวิวต่าง ๆ รวม ไปถึงการอบรมหลังการขายอีกด้วย”

คุณหมอ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เนื่องจากขณะนี้ได้มีเครื่องปลอมจากจีนเข้ามาระบาด ปลอมทั้งชื่อ และหน้าตาเครื่องที่ดูเหมือนกันมาก ซึ่งจะมีวิธีการตรวจสอบว่าเป็นเครื่องแท้หรือไม่ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์ https://newdoublo2.com เพื่อให้แน่ใจว่าได้เครื่องของแท้และมีคุณภาพสูงจากเกาหลี มีความปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และเกิดความสบายใจแก่ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการด้วย

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรม New Doublo 2.0 ได้ที่ https://optimaaesthetic.com และแอดไลน์เพื่อเพิ่มเพื่อนที่ https://lin.ee/Qu9V0vj หรือติดต่อ Facebook : Optima Aesthetic จำหน่ายเครื่องมือแพทย์

-(016)

โรงแรมเรเนซองส์ฯ ชวนร่วมงาน ‘Global Day of Discovery’ และคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

https://www.naewna.com/lady/839949

โรงแรมเรเนซองส์ฯ ชวนร่วมงาน 'Global Day of Discovery' และคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

โรงแรมเรเนซองส์ฯ ชวนร่วมงาน ‘Global Day of Discovery’ และคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.00 น.

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ขอชวนร่วมงาน Global Day of Discovery และคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ขอเชิญชวนผู้สนใจและสมาชิก Marriott Bonvoy ทุกท่าน ร่วมเฉลิมฉลอง Global Day of Discovery ในบรรยากาศอันสุดแสนประทับใจ โดยงานนี้ได้รวบรวมกิจกรรมสุดพิเศษ ตั้งแต่การสำรวจชุมชนย่านสถานีรถไฟหัวลำโพงพร้อมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ไปจนถึงปาร์ตี้สุดเหวี่ยงกับคอนเสิร์ต จากศิลปินดัง  บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ มาร่วมเดินทางผ่านวัฒนธรรมที่หลากหลายของกรุงเทพฯ ในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยการเดินทางสุดพิเศษให้คุณได้สำรวจสถานที่ลับในย่านชุมชนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ รวมถึงเวิร์กชอปศิลปะทำมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือทำจริง พร้อมกันนี้ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศจะเปลี่ยนไปสู่ตลาดร่มหุบที่มีชีวิตชีวา โดยคุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารสตรีทฟู้ดจานเด็ด สินค้าหัตถกรรมที่โดดเด่น และเครื่องดื่มที่เสิร์ฟแบบไม่อั้น ที่จะสร้างความประทับใจให้คุณและคนพิเศษแบบไม่รู้ลืม

พร้อมด้วยไฮไลต์ของค่ำคืนกับ คอนเสิร์ต โดย บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ศิลปินดิสโก้ระดับตำนานของไทย ที่จะมามอบความสุขผ่านเสียงเพลงและการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา โดยเฉพาะสมาชิก Marriott Bonvoy สามารถร่วมประมูลแพ็กเกจสุดพิเศษนี้ได้ ผ่าน Marriott Bonvoy Moments ซึ่งประกอบด้วยประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ การพบปะพูดคุยกับบุรินทร์ บัตรคอนเสิร์ต 2 ใบ ที่พักสุดหรู 1 คืน ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เครื่องดื่มไม่อั้นตลอดงาน และอาหารเช้าสุดพิเศษในเช้าวันถัดไป

แพ็กเกจและรายละเอียดการจอง

•             บัตรเข้าชมคอนเสิร์ต: ราคา 2,000 บาทสุทธิ หรือ เพียง 1,500 บาทสุทธิ ภายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567

•             Marriott Bonvoy Moments สุดพิเศษ: สมาชิกสามารถใช้คะแนนแลกเพื่อสัมผัสประสบการณ์ VIP ได้ โดยเริ่มต้นที่ 50,000 คะแนน สำหรับแพ็กเกจห้องพัก + คอนเสิร์ต เปิดให้ประมูลถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 สำรองสิทธิ์ ที่นี่

วันจัดงาน: 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา: 18:00 น. – 24:00 น. สถานที่: โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ สำรองที่นั่งได้ที่: https://bit.ly/GDODNight2024 

-(016)

Grand Opening เผยนิยามใหม่แห่ง Haute Living การใช้ชีวิตแบบพิถีพิถัน ผ่านดีไซน์ ศิลปะ ดนตรี และรสชาติอาหาร

https://www.naewna.com/lady/839948

Grand Opening เผยนิยามใหม่แห่ง Haute Living การใช้ชีวิตแบบพิถีพิถัน ผ่านดีไซน์ ศิลปะ ดนตรี และรสชาติอาหาร

Grand Opening เผยนิยามใหม่แห่ง Haute Living การใช้ชีวิตแบบพิถีพิถัน ผ่านดีไซน์ ศิลปะ ดนตรี และรสชาติอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.57 น.

OL Atelier จัดงาน Grand Opening สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เผยนิยามใหม่แห่ง Haute Living (โอต์ลีฟวิ่ง) การใช้ชีวิตแบบพิถีพิถัน ผ่านดีไซน์ ศิลปะ ดนตรี และรสชาติอาหาร

ก้าวสู่ปีที่ 11 อย่างสง่างาม Olivia Living (โอลิเวีย ลีฟวิ่ง) แบรนด์ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน   พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูสู่ OL Atelier โชว์แกลลอรี่เฟอร์นิเจอร์จากอิตาลีระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ด้วย DNA ของแบรนด์ที่มุ่งเน้นการ “คัดสรร เลือกสรร สร้างสรรค์” ประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้า โดย 3 ผู้บริหารหญิงมากความสามารถ คุณสายรุ้ง ภวานุรักษ์ (CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) คุณอัจจิมา รุ่งโรจน์ธนทวี (Sales Director ผู้อำนวยการฝ่ายขาย) และคุณสรญา วิโรจน์เมฆาวณิชย์ (Executive Director ผู้อำนวยการบริหาร)

ล่าสุด “OL Atelier” (โอแอล อะทิลิเย่) จัดงาน Grand Opening สุดเอ็กซ์คลูซีฟ หลังจาก ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ Tumidei และ Meridiani ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีเหล่านักแสดง เซเลบริตี้ และดีไซน์เนอร์ชื่อดัง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ปริญ สุภารัตน์, พิชญ์นาฏ สาขากร, มิลิน ยุวจรัสกุล, ศิลป์ศุภา โชติวิจิตร, ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์, อัครวัชร คงสิริกาญจน์, อรรถพร คบคงสันติ, ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง, อัญชลี เลิศสุวรรณรัชต์ และอีกมากมาย

Curated Experiences: ประสบการณ์เหนือระดับ

ภายในงานพบกับประสบการณ์ Curated ที่ผสมผสานศิลปะ ดนตรี และรสชาติอาหารไว้อย่างลงตัว อาทิ Live Performance Art โดยศิลปินป๊อปอาร์ตระดับโลก Rudy Meyer (รูดี้ เมเยร์) และการแสดงดนตรีโอเปร่า “โอมจงรวย” โดย พัดชา ชนุดม มา ร่วมสัมผัส 4 ประสบการณ์ Curated ที่ OL Atelier ตั้งใจคัดสรร เลือกสรร และสร้างสรรค์ ขึ้นเป็นพิเศษ สร้างความประหลาดใจและตอกย้ำความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ดังนี้

●             Curated Art: ป๊อปอาร์ตกับความ ‘subtle’ ที่ไม่เคยมีมาก่อน พบกับผลงานศิลปะ one-of-a-kind “Icons, Now and Then” โดยศิลปินป๊อปอาร์ตชื่อดังระดับโลก รูดี้ เมเยร์ ที่สร้างสรรค์ขึ้นสดๆ ในงานเปิดตัว ผลงานชิ้นนี้จะท้าทายทุกความคาดหมาย ด้วยการตีความใหม่ของศิลปะป๊อปอาร์ตอย่างละเมียดละไมในทุกๆ ขั้นตอน

●             Curated Music: ดื่มด่ำกับเสียงเพลง “โอมจงรวย” ในเวอร์ชั่นโอเปร่าสุดคลาสสิค ขับร้องโดย พัชชา ชนุดม (เทพสามตา) บทเพลงที่เคยเป็นไวรัลกับมิติใหม่ในการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเป็นไทยและตะวันตก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์!

●             Curated Food: ลิ้มลองอาหารที่ไม่ได้มีเพียงรสชาติอร่อย แต่ยัง curated ให้เกิดสิ่งใหม่โดยการนำอาหารไทยผสมผสานกับอาหารอิตาเลียน ทั้งการจัดเรียงคอร์ส รวมถึงวิธีการทานในแบบต่าง ๆ สัมผัสรสชาติที่ทวิสต์ (twisted) กลมกล่อมระหว่างเอกลักษณ์ของอาหารไทยและภาพลักษณ์แบบตะวันตก

●             Curated Journey: สัมผัสประสบการณ์ในแต่ละมิติที่ถูกออกแบบไว้อย่างพิถีพิถัน ผ่าน sequence ของงานที่เปรียบเสมือนแผนที่นำทาง (route map)

“OL Atelier” : นิยามใหม่แห่ง Haute Living

“OL Atelier” ไม่ใช่เพียงแค่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ แต่คือพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่จะพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัดของการอยู่อาศัย สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่ง Haute Living (โอต์ลีฟวิ่ง) การใช้ชีวิตแบบพิถีพิถัน ผ่านดีไซน์ ศิลปะ เสียงเพลง และรสชาติ ที่จะเติมเต็มทุกความรู้สึกและสร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืม พบกับสองแบรนด์ดังจากอิตาลี Tumidei และ Meridiani ที่ OL Atelier ภูมิใจนำเสนอเป็นพิเศษ

●             Tumidei: เฟอร์นิเจอร์แกลเลอรี่แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านซิสเต็มเฟอร์นิเจอร์ (System Furniture) โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าและวอล์คอินโคลเซ็ต (Walk-in closet) โดดเด่นด้วยดีไซน์ฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายและนวัตกรรมล้ำสมัยควบคุมการผลิตด้วยระบบ AI

●             Meridiani: สัมผัสปรัชญา “Quiet Luxury” ในการตกแต่งบ้าน ที่เน้นความเรียบหรู สง่างาม และเหนือกาลเวลา ผ่านการใช้วัสดุคุณภาพสูงสุดอย่างประณีต

 ร่วมสัมผัสกับนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตด้วยตนเองได้ที่ เฟอร์นิเจอร์แกลอรี่ “OL Atelier” สุขุมวิท 39 เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10:00-18:00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11:00-19:00 น. หรือติดต่อได้ที่โทร: 096 880 9898, 02 096 5589  เว็บไซต์ http://www.olivia-living.com Line OA: @olivialiving Facebook: OL ATELIER https://www.facebook.com/OLAtelier IG: ol_atelier

-(016)

คปภ. ประกาศผลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย ‘OIC InsurTech Award 2024’

https://www.naewna.com/lady/839945

คปภ. ประกาศผลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย ‘OIC InsurTech Award 2024’

คปภ. ประกาศผลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย ‘OIC InsurTech Award 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.55 น.

ทีม Scamtify จากประเภทนักเรียน นิสิตฝนักศึกษา คว้าแชมป์ด้วยนวัตกรรม “AI แพลตฟอร์มป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ตรวจจับและแจ้งเตือนภัย เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ” และทีม สาติ  จากประเภทบุคคลทั่วไป คว้าแชมป์ด้วยนวัตกรรม “แพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับโรงพยาบาล พร้อมทั้งช่วยให้บริษัทประกันภัยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง และอนุมัติเคลมได้รวดเร็ว

นาย ชูฉัตร ประมูลผล  เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ประธานคณะกรรมการตัดสิน มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย “OIC InsurTech Awrd 2024” ภายใต้โจทย์ “ยกระดับประกันภัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีของประชาชน” โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทนักเรียน นิสิต/นักศึกษา และประเภทบุคคลทั่วไป ซึ่งในครั้งนี้มีผู้เข้าสมัครร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมากกว่า 400 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมกว่า  500,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จำนวนทั้งสิ้น 10 รางวัล โดยมี 5 หลักเกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย  (1) Wow factor & Pitching Presentation การนำเสนอโครงการได้อย่างน่าสนใจ ภายในเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งตอบคำถามได้อย่างชัดเจนครบถ้วน ฟังแล้วน่าตื่นเต้น สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีในการฟังครั้งแรกได้  (2) Problem & Pain Point ปัญหาที่เสนอนั้นมีอยู่จริง และเกิดผลกระทบกับผู้คนจำนวนมาก (3) Product & Solution สิ่งที่เสนอมานั้น สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ครบทุกมิติ และมีความเป็นไปได้ในบริบทประเทศไทย (4) Market Opportunities มีโอกาสทางการตลาดมากน้อยเพียงใด และ (5) Technology ที่นำมาใช้ เป็น Technology ใหม่ ที่มีความน่าสนใจ ทันสมัย ประยุกต์ใช้ได้อย่างตอบโจทย์ และยังไม่มีการใช้งานแพร่หลายในธุรกิจประกันภัยมากนัก

โดยมีคณะกรรมการตัดสินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 ท่าน ดังนี้ นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตรกรรมแห่งชาติ (NIA), ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์   ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), นางสาวทิพวัลย์ เวชชการัณย์  ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund), นางสาวกัลยา จุกหอม รองผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย, นายชาญฤทธิ์ สันตินานาเลิศ ผู้แทนจากสมาคมประกันชีวิตไทย, นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน และการประกาศผลรางวัล

สำหรับผลการตัดสินการประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย “OIC InsurTech Award 2024” ประเภทนักเรียน นิสิต/นักศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Scamtify เสนอ “AI แพลตฟอร์มป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ตรวจจับและแจ้งเตือนภัย เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม TeleHalfBies เสนอแนวคิด “Carbon Neutral Insurance บริหารการปล่อยคาร์บอนด้วยเทคโนโลยี AI และ IOT ช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน และได้รับสิทธิประโยชน์ของเบี้ยประกันภัยที่ลดลง” รับเงินรางวัลมูลค่า 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม HealthGuard เสนอ “แพลตฟอร์มฟื้นฟูผู้ป่วยหลังผ่าตัดด้วย Machine Learning และ Computer Vision เพื่อติดตามแผล และเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟู พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายประกันภัย” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลชมเชยลำดับที่ 1 ได้แก่ ทีม ลิงกังแลเล เสนอแนวคิด “ประกันภัยที่ผสานเทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ชาวประมง” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท และรางวัลชมเชยลำดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Log(x) เสนอแนวคิด “ประกันขนส่งยาบนระบบ Cold Chain ใช้ AI และ IoT มาควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยง รักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพยา” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท

ส่วนผลการตัดสินประเภทบุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม สาติ  เสนอ “แพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับโรงพยาบาล พร้อมทั้งช่วยให้บริษัทประกันภัยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง และอนุมัติเคลมได้รวดเร็วขึ้น” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม PoliSEE เสนอ “AI Assistant ตัวช่วยที่ทำให้ผู้เอาประกันเข้าใจและใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์ได้เต็มที่ ด้วยการแปลงข้อมูลซับซ้อนให้เข้าใจง่าย” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม หมดห่วง เสนอแนวคิด “แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็ว ลดการบาดเจ็บและค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทน” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลชมเชยลำดับที่ 1 ได้แก่ ทีม MMAT เสนอ  “ แอปพลิเคชั่น MR.Rehab : AI เพื่อการกายภาพบำบัดผู้ป่วย Stroke ที่บ้าน และช่วยบริษัทประกันภัยลดภาระค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทน” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท และรางวัลชมเชยลำดับที่ 2 ได้แก่ ทีม ManGroveAI ภายใต้แนวคิด “AI ประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง เชื่อมโยงประกันภัย และการคำนวณเบี้ยประกันภัยที่แม่นยำ” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท

จากการดำเนินงานตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ขยายผลการจัดกิจกรรม OIC InsurTech Roadshow ไปยัง 4 ภาคทั่วประเทศไทย ทำให้สามารถเข้าถึงสถาบันการศึกษาทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด และหลากหลายสาขาวิชามากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อกระจายและส่งต่อองค์ความรู้ด้าน InsurTech ให้มากขึ้น เพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้ การนำไปประยุกต์ และสร้างสรรค์ “นวัตกรรม” ให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้ จึงส่งผลให้การประกวด OIC InsurTech Award 2024 ในปีนี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วม ทั้งหมดจำนวนมากกว่า 400 ทีม และมีจำนวนผู้ที่สนใจมากขึ้นในทุกๆ ปี

หลังจากการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนได้ 30 ทีมสุดท้าย และได้มีการจัดกิจกรรม Intensive Bootcamp โดยทุกๆ ทีม จะได้พบกับมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมา Workshop หัวข้อ  Pitch Deck Structure, Minimum Viable Product (MVP), Pitch Like a Pro เทคนิคการนำเสนอ และ มีทีมให้คำปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคอยเป็น Mentor ให้คำปรึกษา และคำแนะนำแบบ Intensive Coaching เพื่อช่วยกระตุ้นความคิด และเสริมความแกร่งของผลงานให้สามารถตอบโจทย์ในด้านต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และสามารถนำเสนอนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการประกันภัย ให้มีความน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ในการต่อยอดไปสู่ภาคธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ

ถึงแม้ว่าการประกวดจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม ผู้สมัคร และผู้ที่สนใจยังสามารถเข้าเว็บไซต์การเรียนรู้ https://course.oicinsurtechaward.com  เพื่อศึกษาเพิ่มเติมองค์ความรู้ และนำไปปรับใช้ในการต่อยอดและพัฒนาผลงานเทคโนโลยีด้านการประกันภัย หรือ InsurTech ได้กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. และศูนย์ CIT พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง และร่วมกันสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์เป็นอันมากต่อธุรกิจประกันภัยของไทยในอนาคต

สอบถามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม Email : cit@oic.or.th , Facebook: https://www.facebook.com/InsurTechThailand , Instagram : https://www.instagram.com/citthailand/  , Website: https://cit.oic.or.th/

-(016)

สายเกา-สายกินห้ามพลาด! ‘Spice Boy’ ไก่ทอดต้นตำรับจากเกาหลี โดยฝีมือเชฟจากกรุงโซล

https://www.naewna.com/lady/839942

สายเกา-สายกินห้ามพลาด! 'Spice Boy' ไก่ทอดต้นตำรับจากเกาหลี โดยฝีมือเชฟจากกรุงโซล

สายเกา-สายกินห้ามพลาด! ‘Spice Boy’ ไก่ทอดต้นตำรับจากเกาหลี โดยฝีมือเชฟจากกรุงโซล

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.48 น.

สายเกาและสายกินไม่ควรพลาด!! Spice Boy ไก่ทอดต้นตำรับจากเกาหลี โดยฝีมือเชฟระดับมืออาชีพจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

Spice Boy เกิดจากแรงบันดาลใจของ “หมอพลอย พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม เจ้าของ ลลลนาคลินิก แต่เป็นผู้ชื่นชอบการทานอาหาร fine dining มีความฝันอยากจะมีร้านอาหารเกาหลีที่อร่อย มีคุณภาพ ในราคาเข้าถึงง่าย จึงได้ติดต่อเชฟ Mr.Kim Dylan ชาวเกาหลีใต้ผู้มีประสบการณ์ในการทำอาหารมากกว่า 10 ปี ซึ่งตัวเชฟมีมุ่งมั่นที่จะนำรสชาติเกาหลีแท้ๆ มาให้คนไทยได้ลิ้มลอง โดยยังคงไว้ซึ่งความดั้งเดิมและคุณภาพสูงสุด Spice Boy จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารไก่ทอดเกาหลีที่แท้จริงให้กับคนไทย

โดยครั้งนี้ Spice Boy ขอส่ง 4เมนูไฮไลท์ เพื่อให้คนไทยได้ทดลองชิมก่อน เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

1. ไก่ทอด+ซอสเกาหลี 6 รสชาติ: ทั้งแบบผงและแบบซอส ให้คุณได้เลือกตามความชอบ

**ไก่ทอดซอส SaeMaeDal**: เมนูซิกเนเจอร์ที่ใช้เนื้อไก่คุณภาพสูง หมักด้วยสูตรลับเฉพาะของเชฟ Mr. Kim ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ผสมผสานความกรอบของไก่ทอดเข้ากับซอสเกาหลีรสเผ็ดหวานกลมกล่อมพิเศสูตรลับเฉพาะของเชฟ Kim

2. **โรเซ่ต๊อกบ๊กกี** เมนูเด็ดที่เข้มข้น จัดจ้าน ถ่ายทอดรสชาติแท้จากเกาหลี ความนัวของชีสผสมความแซ่บของซอส Spice boy ทานคู่กับความนุ่มหนึบของต๊อก ที่คุณจะไม่ลืมความอร่อย

3. **หมี่ไก่ทอด Spice boy** การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความกรอบของไก่ทอดเกาหลีแท้ๆ กับความนุ่มของเส้นหมี่คุณภาพพรีเมียม มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับรสชาติได้ดี พร้อมซอสสูตรลับ ซอสที่ปรุงขึ้นพิเศษ ผสมผสานความ หวาน เปรี้ยวได้อย่างกลมกล่อม

4.กิมจิสดทำใหม่: เครื่องเคียงแบบเกาหลีแท้ๆ ที่ทำสดใหม่ทุกวัน กิมจิของ Spice Boy ไม่ใช่แค่เครื่องเคียงธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์รสชาติที่แท้จริงของเกาหลี เข้ากันได้ดีกับทุกเมนูของทางร้าน

* ทำสดใหม่ทุกวัน: รับประกันความสดกรอบและรสชาติที่สมบูรณ์แบบ

* ไม่มีรสเปรี้ยว: เนื่องจากทำใหม่ทุกวัน จึงไม่มีรสเปรี้ยวที่เกิดจากการหมักนาน

* รสชาติเฉพาะตัว: สัมผัสรสชาติกิมจิที่แท้จริง ซึ่งหาได้ยากในเมืองไทย

* สูตรพิเศษจากเชฟ Mr. Kim: ใช้สูตรดั้งเดิมจากครอบครัวของเชฟ ผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดี

Spice Boy ภูมิใจนำเสนอไก่ทอดเกาหลีที่เป็น “ต้นตำรับเกาหลีแท้” โดยมีจุดเด่นดังนี้:

– **วัตถุดิบนำเข้าจากเกาหลี**: เครื่องเทศและซอสหลักทั้งหมดนำเข้าโดยตรงจากเกาหลีใต้ เพื่อรักษาความเป็นต้นตำรับ

– **สูตรลับเฉพาะของตระกูล Kim**: เชฟ Kim ใช้สูตรที่สืบทอดมาจากครอบครัวกว่า 2 รุ่น ผ่านการปรับแต่งให้เข้ากับรสนิยมของคนไทย แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเกาหลี

– **เทคนิคการทอดแบบพิเศษ**: ใช้เทคนิคการทอดแบบพิเศษ ที่ทำให้ไก่กรอบนอกนุ่มใน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Spice Boy พร้อมกลิ่นเครื่องเทศหอมอ่อนๆ ที่เกิดจากส่วนผสมเครื่องเทศต่างๆกว่า10ชนิด

ราคาสุดคุ้ม ลิ้มลองได้ทุกระดับ แต่คุณภาพระดับเชฟมืออาชีพ!!

Spice Boy นำเสนอประสบการณ์การรับประทานไก่ทอดเกาหลีระดับพรีเมียมในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ:

* ไก่ทอดเริ่มต้นเพียง 2 ชิ้น 29 บาท (เฉลี่ยเพียงชิ้นละ 14.50 บาท)

* โรเซ่ต๊อบบ๊กกี 169 บาท

* หมี่ไก่ทอด 79 บาท

* กิมจิสด 49 บาท

นี่คือโอกาสที่คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับเกาหลี ที่ปรุงโดยเชฟมืออาชีพ ในราคาที่เอื้อมถึง

Spice Boy พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบเกาหลีแท้ให้คุณแล้ววันนี้ ที่สาขาแรก ห้าง JAS Urban ศรีนครินทร์ ชั้น G เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 21.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Spice Boy Thailand หรือ IGl: @spiceboythailand หรือโทร : 06-2546-5524

-(016)