Asava Autumn/Winter 2024 บนรันเวย์ BIFW 2024

https://www.naewna.com/lady/836019

Asava Autumn/Winter 2024 บนรันเวย์ BIFW 2024

Asava Autumn/Winter 2024 บนรันเวย์ BIFW 2024

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Asava (อาซาว่า) โดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ได้ก้าวเข้าสู่ซีซั่นใหม่ด้วยคอลเลคชั่นที่ยังคงย้ำถึงตัวตนของผู้หญิงอย่างชัดเจน พร้อมนำเสนอมิติใหม่ของผู้หญิงที่เป็นแก่นแท้ของแบรนด์ผ่าน “Asava Autumn/Winter 2024 Collection” ครั้งแรกในงาน “Bangkok International Fashion Week 2024” (BIFW) ที่ผสมผสานระหว่างความสง่างามแบบคลาสสิกเหนือกาลเวลา กับเสน่ห์และความมีชีวิตชีวาที่เป็นตัวแทนของยุคสมัย

ในซีซั่นนี้ Asava กลับมาโฟกัสที่รากฐานของการออกแบบ (Foundation) และจิตวิญญาณของแบรนด์ โดยเน้นความเรียบง่ายแบบมินิมอล พร้อมนำเสนอองค์ประกอบสำคัญทางดีไซน์อย่างรูปทรง (Shape), ซิลูเอท (Silhouette), ฟอร์ม (Form), วอลลุ่ม (Volume), พาเลตสี (Color Palette) และเทกเจอร์ (Texture) ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ผสานกับวัสดุและเทคนิคที่หลากหลายรังสรรค์เป็นผลงานที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยจินตนาการ สีสันและลายเส้นที่ปรากฏในคอลเลคชั่นนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของผู้หญิงในแบบฉบับAsava ที่เปี่ยมด้วยพลังและไม่หยุดนิ่ง คอลเลคชั่นนี้จึงเป็นมากกว่าเสื้อผ้า แต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้หญิง

ความหลากหลายของซิลูเอทในคอลเลคชั่นนี้นับเป็นจุดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้ ซิกเนเจอร์ซิลูเอทอย่างเสื้อและเดรสแบบไหล่เดียว (One-shoulder) เดรสแขนกุด (Sleeveless Dress) เดรสกระโปรงบาน(A-line dress) และเทรนช์เดรส (Trench Dress) ยังคงปรากฏให้เห็นในคอลเลคชั่นนี้ พร้อมนำเสนอซิลูเอทแบบใหม่ที่ไม่เพียงแต่สร้างความน่าสนใจให้กับคอลเลคชั่น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะการเล่นกับฟอร์มและวอลลุ่ม เช่น ปกเสื้อขนาดใหญ่ (Oversize Lapel) เสื้อแขนบอลลูน (Balloon-sleeved Blouse) โครงเสื้ออสมมาตร (Asymmetrical) ชุดราตรีแขนบอลลูน (Balloon-sleeved Gown) ตลอดจนกระโปรงโกเดท (Godet Skirt) ที่ทำให้แต่ละชุดมีความโดดเด่นและน่าจดจำ ทั้งหมดนี้ยังคงอยู่บนพื้นฐานของโครงสร้างเสื้อผ้าที่มีความคลาสสิก แต่ได้เพิ่มเติมรายละเอียดที่ทำให้ไอเทมแต่ละชิ้นมีความสดใหม่และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

หนึ่งในไฮไลต์ของคอลเลคชั่นนี้คือ การเลือกใช้เนื้อผ้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าผิวสัมผัสเงา (Satin Fabric), ผ้าดัชเชสผิวสัมผัสด้าน (Duchess Matt Fabric) ผ้าคอตตอน (Cotton Fabric) รวมถึงผ้าคอนตอนลายทาง (Striped Cotton) ผ้ายืดทอย่น (Smocked Jersey) และผ้าชีฟอง (Chiffon Fabric) ที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นชุดที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ยังเลือกใช้ผ้าลูกไม้ 3 มิติ (3D Floral Lace Applique) ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู ช่วยเพิ่มมิติและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่นำเสนอผ่านพาเลทสีที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อย่างสีขาว สีดำสีเทา และสีเบจ ไปจนถึงพาเลทสีที่สดใสและมีชีวิตชีวา อย่างสีเขียว สีแดง และสีเหลืองสด เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาและน่าสนใจให้คอลเลคชั่น

ตามไปอัปเดต Asava Autumn/Winter 2024 Collection ได้แล้วที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอทเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ และอาซาว่ากรุ๊ป แฟลกชิปสโตร์ ซอยสุขุมวิท 45 รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ Website : http://www.asavagroup.com, Line Official : @asavagroup, Lazada : https://bit.ly/AsavaXLazada, Shopee : https://bit.ly/AsavaxShopee และ Central Online : http://www.central.co.th/th/asava/women

มูลนิธิมาดามแป้งนำทีมอาสากล้าใหม่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง

https://www.naewna.com/lady/836020

มูลนิธิมาดามแป้งนำทีมอาสากล้าใหม่  ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง

มูลนิธิมาดามแป้งนำทีมอาสากล้าใหม่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง ส่งต่อความห่วงใยและความช่วยเหลือแก่คนไทยในยามเกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ส่งทีมอาสากล้าใหม่ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดหนองคาย ล่าสุดส่งทีมอาสากล้าใหม่ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ทำอาหารกล่อง ส่งมอบแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านท่าใหม่อิ ตำบลป่าแดด อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่, ชุมชนสันกับตองใต้ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และชุมชนเทศบาลตำบลประตูป่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า “จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือมวลน้ำได้ไหลจากจังหวัดเชียงรายสู่จังหวัดเชียงใหม่และเคลื่อนไปยังจังหวัดลำพูน ซึ่งมวลน้ำที่ไหลลงมานี้เป็นน้ำป่าทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ทันได้ตั้งรับบางส่วนยังไม่สามารถขนของออกจากพื้นที่อยู่อาศัยได้ ทำให้มีความยากลำบากต่อการอยู่อาศัย นอกจากข้าวของเครื่องใช้และอาหารแห้งแล้ว ส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านต้องการก็คืออาหารกล่องที่รับประทานได้ทันที เพื่อช่วยบรรเทาในยามวิกฤตเช่นนี้”

ครัวมาดาม โดยมูลนิธิมาดามแป้ง ยังคงร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยทั่วประเทศไทย เรามุ่งหวังว่าจะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ร่วมส่งกำลังใจ แทนความห่วงใย ไปยังพี่น้องคนไทยผู้ประสบภัยทุกคน และเราจะร่วมส่งต่อน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน

มูลนิธิมาดามแป้ง ยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ ผู้ที่สนใจสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิมาดามแป้ง สามารถร่วมสมทบทุนได้ด้วยการบริจาคเงินผ่าน QR Code ที่ปรากฏในภาพ ชื่อบัญชี “มูลนิธิมาดามแป้ง” โดยผู้บริจาคสามารถนำยอดเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

เผยโฉม‘ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา’เวลเนสรีทรีตระดับโลกรูปแบบใหม่

https://www.naewna.com/lady/836018

เผยโฉม‘ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา’เวลเนสรีทรีตระดับโลกรูปแบบใหม่

เผยโฉม‘ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา’เวลเนสรีทรีตระดับโลกรูปแบบใหม่

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา (Layan Life by Anantara) ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับโลกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพ ได้เปิดให้บริการแล้วที่ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท รีสอร์ทริมทะเลที่เป็นมิตรกับครอบครัว โดย ลายัน ไลฟ์ ได้นำความเชี่ยวชาญทางด้านสปาเพื่อสุขภาพของเครืออนันตราที่มีมากว่าสองทศวรรษ มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและศาสตร์การบำบัดแบบไทย เพื่อรังสรรค์โปรแกรมการดูแลสุขภาพสำหรับทุกช่วงสำคัญของชีวิตในรูปแบบ “Whole of Life” โดยมีตั้งแต่โปรแกรมแบบ 3 วัน ไปจนถึง 10 วัน

ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 1,767 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบตามหลักการไบโอฟิลิก (Biophilic) ที่เชื่อมโยง ลายัน ไลฟ์ เข้ากับความสดชื่นของธรรมชาติโดยรอบและท้องทะเลที่อยู่ไม่ไกล เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับพลังการบำบัดของธรรมชาติ

ทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทยของ ลายัน ไลฟ์ ได้ผสานการประเมินและวินิจฉัยสุขภาพตามแนวทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาไทย ควบคู่ไปกับการคุมอาหารตามหลักโภชนาการและแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์แห่งการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรและตอบสนองเป้าหมายทางด้านสุขภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายการควบคุมน้ำหนัก การลดภาวะความเครียดการดูแลสมรรถภาพร่างกาย ไปจนถึงการดูแลในแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย

โปรแกรมสุขภาพที่ ลายัน ไลฟ์ ออกแบบเฉพาะบุคคลตามวิธี Life Method ซึ่งผสมผสานสี่เสาหลักสำคัญของสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมเอาไว้ ได้แก่ เวชศาสตร์ชะลอวัย (Longevity Medicine) การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) การแพทย์ทางเลือก (Complementary Medicine) และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) อีกทั้ง ยังมีรากฐานของความเป็นไทยในแบบฉบับอนันตรา และชูองค์ประกอบธาตุทั้งสี่ตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย ซึ่งประกอบด้วย ธาตุดิน ธาตุน้ำธาตุลม และธาตุไฟ โดยผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การบำบัดตามตำราโบราณนี้ จะใช้สมุนไพรและการบำบัดแบบลงมือปฏิบัติ หรือ hands-on therapies เพื่อสร้างความสมดุลของสุขภาวะทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เสริมด้วยการบำบัดทางการแพทย์แบบองค์รวมที่ทันสมัย

ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา มีห้องออกกำลังกาย สตูดิโอโยคะ และพิลาทิส ที่พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน ห้องนั่งสมาธิ พื้นที่วารีบำบัดที่มีสระวารีบำบัด ซาวน่า ห้องอบไอน้ำในตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น ห้องสำหรับให้คำปรึกษา ห้องกายภาพบำบัด ห้องการแพทย์แผนไทย ห้องหัตถการความงาม ห้องวิตามินบำบัด และห้องต่างๆ ที่มีอุปกรณ์การบำบัดทางการแพทย์ ทั้งเครื่องบำบัดด้วยความเย็น (Ice-pod) เครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric chamber) รวมถึงการดีท็อกซ์ลำไส้ (hydro colonic therapies) นอกจากนี้ ยังมีห้องสำหรับบริการจ่ายยาสมุนไพรไทยโดยเฉพาะอีกด้วย

นอกจากนี้ ลายัน ไลฟ์ ยังสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างด้วยหลักการความสุขจากการได้เลือกทำกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น Active Zone ที่มีทั้งสนามเทนนิส เวทีมวยไทย หน้าผาจำลอง เป้าธนู กิจกรรมสันทนาการในร่ม โซนพิเศษสำหรับเด็ก หรือจะสนุกไปกับกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติอื่นๆ อาทิ การเล่นซิปไลน์ การปั่นจักรยานเสือภูเขา และบูธแคมป์ชายหาด หรือกีฬาทางน้ำอย่าง พายเรือคายัค แพดเดิ้ลบอร์ด และวินด์เซิร์ฟ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสันทนาการที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและการเรียนรู้ เช่น เวิร์กช็อปงานฝีมือ คลาสเรียนภาษาและวัฒนธรรมไทย ทัวร์เที่ยวชมวัด คลาสเรียนทำอาหาร การดื่มชาไทยและการเที่ยวชมหมู่เกาะใกล้เคียง ซึ่งนอกจากความสุขจากการได้ทำสิ่งที่ตนเองชอบแล้ว การเล่นหรือได้ทำกิจกรรมยังก่อให้เกิดพลังบำบัดที่เป็นอีกหนึ่งในเสาหลักสำคัญตามปรัชญาความเป็นอยู่ที่ดีและการดูแลสุขภาพ

ดูข้อมูล ลายัน ไลฟ์ เพิ่มเติมได้ที่ www.layanlifephuket.com หรือสอบถามได้ที่ โทร. 076-317200 อีเมล layanlife@anantara.com

อลังการสมการรอคอย ELLE Fashion Week 2024 แฟชั่นโชว์แห่งปี

https://www.naewna.com/lady/835986

อลังการสมการรอคอย ELLE Fashion Week 2024 แฟชั่นโชว์แห่งปี

อลังการสมการรอคอย ELLE Fashion Week 2024 แฟชั่นโชว์แห่งปี

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อลังการสมการรอคอย ELLE Fashion Week 2024 ครั้งที่ 26 ที่สุดแห่งประสบการณ์แฟชั่นครั้งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ YOUTH ENERGY แสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์ผ่านผลงานแฟชั่นที่สดใหม่ พร้อมมอบพื้นที่เพื่อผลักดันดีไซเนอร์เจเนอเรชั่นใหม่ของไทย จัดโดย บริษัท แมส ดิจิทัล จำกัด ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ ELLE และ ELLE MEN Thailand นิตยสารชั้นนำระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง ICONSIAM (ไอคอนสยาม) เดสติเนชั่นระดับโลก ริมแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย, Don Julio (ดอน ฮูลิโอ้) เตกีล่าระดับพรีเมียมเจ้าแรกของโลก, Laura Mercier (ลอร่า เมอร์ซิเอ้) แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ The Flawless Face, TRESemmé (เทรซาเม่) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพ, ZEEKR (ซีเคอร์) บริษัท ซีเคอร์ประเทศไทย แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักซ์ชัวรี่ และ KIRINATU (คิรินาทู) แบรนด์น้ำหอมและสกินแคร์จากฝรั่งเศส

โดยงานนี้ได้เนรมิตแลนด์มาร์คริมเจ้าพระยาให้กลายรันเวย์แฟชั่นสุดอลังการนำเสนอผลงานทั้งดีไซเนอร์ชั้นนำระดับประเทศและระดับโลก ทั้งหมด ทั้งหมด 13 โชว์ จาก 15 ดีไซเนอร์ ได้แก่ HOOK’S PRESENTED BY ZEEKR, SRETSIS, LA BOUTIQUE, VVON SUGUNNASIL, ANURUQ, SIRAPOP, BEENET CORSET, WACAY, PETCHPLOY, NICHp และมีไฮไลต์เป็น ICONCRAFT ที่นำเสนอความงดงามเหนือกาลเวลาของผ้าบาติกไทยครั้งแรกบนรันเวย์แห่งนี้กับโชว์ชุดพิเศษ “Timeless Crafting with Batik” ผลงานการออกแบบของ 3 ไทยดีไซเนอร์ระดับแนวหน้า HOME Studio SHOP, WISHARAWISH และ KANAPOT และอีกหนึ่งโชว์ที่ขาดไม่ได้คือ THE ONE TO WATCH จาก 3 Young Designers แบรนด์ LAROBE8, O.D.C X BBMP, YUNCHANNY รวมถึงแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในประเทศไทยของ TONY WARD Couture แบรนด์กูตูร์ระดับโลก ก่อตั้งโดยTony Ward นักออกแบบแฟชั่นผู้ที่ได้ฉายาว่า “The Architect of Detail”

อาลี ซีอานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมส ดิจิทัล จำกัด เผยว่า เป็นครั้งแรกของ ELLE Fashion Week กับรันเวย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนสถานที่ใหม่ ICONSIAM แลนด์มาร์คสำคัญของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก และตอกย้ำความแข็งแกร่งของ ELLE และ ELLE MEN Thailand นิตยสารชั้นนำระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส ที่ร่วมผลักดันศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นประเทศไทย ด้วยการจัดแสดงแฟชั่นโชว์จาก TONY WARD Couture ครั้งแรกในไทย และเป็นครั้งแรกที่มีแบรนด์กูตูร์ระดับโลกมาร่วมโชว์บนรันเวย์ของ ELLE Fashion Week แห่งนี้ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้กับ Young Designers รวมถึงแบรนด์ใหม่ๆ ได้มาแสดงความสามารถอีกด้วย

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ICONSIAM ในฐานะ Global Destination แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยาของไทย รวบรวมสุดยอดประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม และแฟชั่นของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งสอดคล้องวิสัยทัศน์กับการจัดงาน Elle Fashion Week ถือเป็นงานที่ยกระดับวงการแฟชั่นไทย ช่วยส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับดีไซเนอร์ไทยได้แสดงออกและพัฒนาศักยภาพ ผลักดันให้วงการแฟชั่นไทยเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับสากลมากยิ่งขึ้น โดยไอคอนสยามได้นำผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ไทยมาร่วมจัดแสดงแฟชั่นในครั้งนี้ด้วยผ่านโชว์พิเศษของ ICONCRAFT ซึ่งนำผ้าบาติกไทยมาออกแบบและสรรค์สร้างสู่ ไฮแฟชั่นสมัยใหม่โดย 3 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมอุตสาหกรรม
แฟชั่นไทย

อัปเดตโลกแห่งแฟชั่น และติดตาม ELLE Fashion Week 2024 ได้ที่ ELLE และ ELLE Men ตามร้านหนังสือชั้นนำใกล้บ้านหรือช่องทาง ออนไลน์ได้ที่ https://ellethailand.com/, https://ellementhailand.com/, IG @ellethailandofficial และ @ellementhailand และ Facebook : ELLE Thailand และ ELLE MEN Thailand

‘คิเรอิคิเรอิ’เปิดข้อมูลพฤติกรรมการล้างมือของคนไทย พร้อมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อผู้ป่วยเด็ก

https://www.naewna.com/lady/835936

‘คิเรอิคิเรอิ’เปิดข้อมูลพฤติกรรมการล้างมือของคนไทย  พร้อมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อผู้ป่วยเด็ก

‘คิเรอิคิเรอิ’เปิดข้อมูลพฤติกรรมการล้างมือของคนไทย พร้อมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อผู้ป่วยเด็ก

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผลิตภัณฑ์ล้างมือ คิเรอิคิเรอิ (Kirei Kirei) ภายใต้บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการล้างมือของคนไทยทั่วประเทศ เนื่องในวันล้างมือโลก 15 ตุลาคม ของทุกปี พร้อมส่งต่อและมอบเงินสมทบทุนโครงการบริบาลผู้ป่วยเด็กทางระบบหายใจที่บ้าน ผ่านแคมเปญ 1 ขวด = 1 บาท ทุกการซื้อ คิเรอิคิเรอิ 1 ขวด ร่วมบริจาค1 บาท ให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจต่อไป

ผลิตภัณฑ์ล้างมือ คิเรอิคิเรอิ (Kirei Kirei) ภายใต้บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการล้างมือของคนไทยทั่วประเทศ จากจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 2,800 คน อายุ 6-74 ปี ผู้ชาย 40% ผู้หญิง 60% ซึ่งการสำรวจพบว่า 54% ล้างมือเมื่อมีโอกาส 29% ล้างมือเมื่อมีความจำเป็น 15% ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และ 2% ไม่สนใจการล้างมือ โดย 10 สถานการณ์ที่จะล้างมือบ่อยที่สุด ได้แก่ เมื่อหยิบจับสิ่งของไม่สะอาด เมื่อรู้สึกว่ามือไม่สะอาด หลังเข้าห้องน้ำ ก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน หลังสัมผัสสัตว์ ก่อนปรุงอาหาร หลังสัมผัสประตู บันไดเลื่อนหรือสถานที่สาธารณะ หลังจากโดยสารรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งผลสำรวจยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการล้างมือ เกิดจาก
ความกังวลกับโรคต่างๆ เช่น คนส่วนใหญ่กว่า 18% กังวลกับการเกิดโรคมือเท้าปาก 17% โรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ 14% วัณโรค 14% ไข้หวัด 10% อุจจาระร่วง 8% อหิวาตกโรค 8% โรคเชื้อรา 5% โรคพยาธิ และอื่นๆ อีก 8% นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความถี่ในการล้างมือของคนไทยต่อวัน โดยพบว่าเฉลี่ยทั่วประเทศมีการล้างมือ 4.80 ครั้งต่อวัน กรุงเทพฯและปริมณฑลมีการล้างมือ 4.28 ครั้งต่อวัน และในต่างจังหวัดมีการล้างมือ 4.94 ครั้งต่อวันขณะที่แคมเปญรณรงค์ให้ล้างมือได้ผลดีที่สุดกับคนวัย 6-14 ปี

ผลการสำรวจดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนพฤติกรรมของคนไทยที่มีต่อการล้างมือ โดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อการล้างมือมากขึ้น

นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ผู้จัดการบริหารธุรกิจสหพัฒน์ ฝ่ายการตลาด HBA และ นางสาววรรัช เอกอวัสดาพร ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ล้างมือ “คิเรอิคิเรอิ” กล่าวว่า ในฐานะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ล้างมือที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในไทย มาอย่างยาวนาน ยังคงเดินหน้าให้ความสำคัญต่อสุขอนามัยและความสะอาดของการล้างมือ ซึ่งเป็นไปตาม Brand Purpose หรือเจตจำนงของแบรนด์ คิเรอิคิเรอิ ที่ต้องการส่งเสริมให้การล้างมือด้วยผลิตภัณฑ์ล้างมือเป็นพฤติกรรมและสุขนิสัยที่ทำเป็นประจำของคนไทย โดยที่ผ่านมาได้มุ่งสร้างการรับรู้ในเรื่องความสำคัญในการล้างมือด้วยผลิตภัณฑ์ล้างมือที่ถูกวิธีมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและครอบครัว เช่น การไปสอนการล้างมือด้วยผลิตภัณฑ์ล้างมือคิเรอิคิเรอิ ให้กับนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ การทำตู้ล้างมือเคลื่อนที่ไปติดตั้งไว้ตามโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก รวมทั้งการบริจาคผลิตภัณฑ์คิเรอิคิเรอิจำนวนมาก เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนและการแพร่ระบาดของโรคทุกครั้งที่มีการระบาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่ำ มีการเจ็บป่วยได้ง่าย

ล่าสุด คิเรอิคิเรอิ ได้จัด “โครงการ คิเรอิคิเรอิ ร่วมส่งต่อมือสะอาดเพื่อผู้ป่วยเด็ก” ผ่านแคมเปญ 1 ขวด = 1 บาท ทุกการซื้อ คิเรอิ คิเรอิ 1 ขวด ร่วมบริจาค 1 บาท นำไปสมทบทุนโครงการบริบาลผู้ป่วยเด็กทางระบบหายใจที่บ้าน มูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งโครงการได้เริ่มดำเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้ และเมื่อสิ้นสุดโครงการได้กำหนดให้วันที่ 15 ตุลาคม ของปีนี้ หรือ “วันล้างมือโลก” เป็นวันดีๆ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คิเรอิคิเรอิ พร้อมสมทบทุนเงินบริจาคจำนวน 300,000 บาท ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจต่อไป

ทั้งนี้ วันที่ 15 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับ “วันล้างมือโลก” ซึ่งถูกกำหนดโดย สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN: UNITED NATIONS) ที่ต้องการรณรงค์และกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญของการล้างมืออย่างถูกวิธี และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของการล้างมือ และพร้อมสร้างวัฒนธรรมการล้างมือให้สะอาดถูกสุขอนามัยเพื่อสุขภาพที่ดี

สุดยอดศิลปินรุ่นใหม่‘วิทยา หอทรัพย์’ คว้ารางวัลประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสฯ

https://www.naewna.com/lady/835985

สุดยอดศิลปินรุ่นใหม่‘วิทยา หอทรัพย์’  คว้ารางวัลประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสฯ

สุดยอดศิลปินรุ่นใหม่‘วิทยา หอทรัพย์’ คว้ารางวัลประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสฯ

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการ ประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสฯ ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้การดูแลของ บริษัทเอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) นำโดยหัวเรือใหญ่อย่าง
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร ซึ่งในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาศิลปินหน้าใหม่และศิลปินมืออาชีพจากวงการศิลปะ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดถึง 338 ชิ้นงานภายใต้ธีมการประกวด “ภาพในใจ”

โดยผู้ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ได้แก่ วิทยา หอทรัพย์ กับผลงาน “สถานะ-กาล” รับรางวัล 300,000 บาท, รางวัลอันดับ 2 ได้แก่ ธีรพล โพธิ์เปี้ยศรี ผลงาน “ธรรมชาติของสัตว์โลก” รับเงินรางวัล 200,000 บาท, รางวัลอันดับ 3 ได้แก่ พงศ์ศิริ คิดดี ผลงาน “มโนทัศน์แห่งความงามและความศรัทธาในดินแดนล้านนา2567 หมายเลข 1”, รางวัล CEO Award ได้แก่ วชิระ ก้อนทอง ผลงาน “พื้นที่สุดท้าย” รับเงินรางวัล 100,000 บาท, รางวัล Popular Vote มี 2 รางวัล ได้แก่ ธณมฬ วงษา ผลงาน “ผู้ที่ย้ายไปดวงจันทร์” และ จักรกฤษณ์ มูลอินต๊ะ ผลงาน“วิถีอยู่ที่ใจ” รับเงินรางวัล 100,000 บาท, รางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ จักรชัย เพ็ชรปานกัน ผลงาน “ความทรงจำ ความผูกพันวัยเด็ก”, มูฮัมหมัดตอฮา หะยียูโซ๊ะ ผลงาน “Local architecture in the multiverse”, จรัญ พานอ่อนตา ผลงาน “หมุนเวียนเปลี่ยนแปลง” รับเงินรางวัล 50,000 บาท

ซึ่งภาพที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้จะนำไปจัดแสดงในนิทรรศการ จิตรกรรมเอเซีย พลัสฯ ครั้งที่ 12 ในวันที่ 22 ตุลาคม-วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) โถงชั้น L เวลา 10.00- 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)

‘จิรภัทร์ กาญจะโนสถ’แห่ง สปา-ฮาคูโฮโด เผยแนวคิด Positive Energy ตอบโจทย์ ‘The Era Of Growth’ เติบโตทั้งธุรกิจและพนักงานอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/835935

‘จิรภัทร์ กาญจะโนสถ’แห่ง สปา-ฮาคูโฮโด เผยแนวคิด Positive Energy  ตอบโจทย์ ‘The Era Of Growth’ เติบโตทั้งธุรกิจและพนักงานอย่างยั่งยืน

‘จิรภัทร์ กาญจะโนสถ’แห่ง สปา-ฮาคูโฮโด เผยแนวคิด Positive Energy ตอบโจทย์ ‘The Era Of Growth’ เติบโตทั้งธุรกิจและพนักงานอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้บริหารสาวเก่ง จิรภัทร์ กาญจะโนสถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด ครีเอทีฟ เอเจนซี่ แถวหน้าของเมืองไทยมากว่า 40 ปี เผยหัวใจสำคัญในการพาองค์กรพุ่งสู่ความสำเร็จแบบก้าวกระโดดตามเป้าหมาย ท่ามกลางบริบทของภาคธุรกิจและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในตลาดการแข่งขันในปัจจุบัน ด้วยการบริหาร “คนในองค์กร” ด้วยหัวใจตามแนวคิด Positive Energy แนวทางการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีศักยภาพสูงสุด ด้วยการสร้างพลังเชิงบวกและความเข้าใจ มั่นใจคุณภาพผลงานที่ดีจะสะท้อนผ่านความสุขที่พนักงานมีและทัศนคติที่มีต่อองค์กร

นางสาวจิรภัทร์ กาญจะโนสถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจของบริษัทในยุคนี้ว่า “ความสุขของพนักงาน” คือหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรมีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้นการที่พนักงานมีความสุขในการทำงาน ย่อมส่งผลดีต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของงานที่ทำให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำบริษัทฯ ไปสู่ความสำเร็จที่สุด ดังนั้น สปา-ฮาคูโฮโด จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Well-Being) เพื่อให้พวกเขามีความสุขและมีสุขภาพที่ดีในการทำงานในโลกยุคใหม่ไปด้วยกัน

“สปา-ฮาคูโฮโด ตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ค่อนข้างท้าทาย ด้วยแนวคิด Partnership Spirit ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของเรา เราเน้นการทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพาร์ทเนอร์ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การให้บริการในฐานะเอเจนซี่เท่านั้น แต่เป็นการร่วมมือกันเพื่อก้าวไปข้างหน้าเคียงข้างกันอย่างยั่งยืน ทำให้เราตั้งเป้าเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมตลาดโฆษณา และมั่นใจว่าภายในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ถึง 10% จากปีที่แล้ว เพราะเรามั่นใจในศักยภาพของทีมงาน เหมือนกับที่มั่นใจว่าพนักงานก็เชื่อมั่นในองค์กรเราและรู้ว่าจะได้รับการซัพพอร์ตทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจจากบริษัทฯ เต็ม 100% เช่นกัน”

ทั้งนี้ สปา-ฮาคูโฮโด ให้ความสำคัญกับการเติบโตระยะยาว ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนาทั้งธุรกิจและบุคลากรไปพร้อมๆ กันในขณะที่หลายองค์กรอาจให้ความสำคัญกับผลกำไรระยะสั้นเป็นหลัก โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทโดดเด่นและเติบโตอย่างยั่งยืน คือ การมี Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจและใส่ใจพนักงานอย่างแท้จริง โดยมีหลักคิดว่า พนักงานไม่ใช่แค่ทรัพยากรที่ต้องบริหารจัดการ แต่คือคนในครอบครัวที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลเอาใจใส่ บริษัทฯจึงใส่ใจในทุกแง่มุมของการทำงาน รวมถึงการไม่นิ่งนอนใจที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยเสริมสร้างพลังบวกและความสุขในการทำงาน

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานในวงการเอเจนซี่มีความเครียดสูง แต่จะทำอย่างไรที่จะช่วยให้พนักงานมาทำงานที่เครียดได้อย่างมีความสุข นั่นคือโจทย์ที่ท้าทายและสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพนักงานรุ่นใหม่คิดไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเขามองหามิติต่างๆ ของการทำงานมากกว่าแค่ค่าตอบแทนทางการเงิน เช่น ความสุขความรู้ และสังคมที่ดี เราจึงเน้นให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการเหล่านี้ ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างความรู้และความสัมพันธ์ต่างๆ สวัสดิการเพิ่มเติมต่างๆ เพื่อให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน (Work with happiness) แม้ว่าจะต้องทำงานในช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่เรามั่นใจว่าความเข้าใจและการดูแลที่ดีจะทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและสนุกกับงาน และเราก็ทำสำเร็จ เสียงตอบรับจากพนักงานทำให้เรามั่นใจว่าเราเดินมาถูกทางแล้วกับแนวคิด “Happy Workplace, Happy Workpiece” ที่จะทำให้พนักงานมีความสุขในทุกวันที่มาทำงาน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรและสร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลาย สนับสนุนให้พนักงานได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน” นางสาวจิรภัทร์ กล่าวปิดท้าย

นิทรรศการ ‘คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 : ตชด. รฦก’ ย้อนรำลึก-สืบสานพระราชปณิธาน ที่มีต่องาน ตชด. ส่งต่อแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจ

https://www.naewna.com/lady/835997

นิทรรศการ 'คิดถึง...สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 : ตชด. รฦก' ย้อนรำลึก-สืบสานพระราชปณิธาน ที่มีต่องาน ตชด. ส่งต่อแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจ

นิทรรศการ ‘คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 : ตชด. รฦก’ ย้อนรำลึก-สืบสานพระราชปณิธาน ที่มีต่องาน ตชด. ส่งต่อแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 20.18 น.

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 : ตชด. รฦก” ย้อนรำลึกถึงพระเมตตา สืบสานพระราชปณิธาน ที่มีต่องาน ตชด. ส่งต่อแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่วันนี้ – 20 ตุลาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี  บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสยามพิวรรธน์กรุ๊ป ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จย่า” ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ร่วมกันจัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27” ตั้งแต่วันนี้ – 20 ตุลาคม 2567  โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรงาน (เป็นการส่วนพระองค์) ในวันพุธที่ 16 ตุลาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า “นิทรรศการ คิดถึง…สมเด็จย่า จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย โดยปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 27 ภายใต้ชื่อ ‘ตชด. รฦก’ เพื่อถ่ายทอดพระราชกรณียกิจและบอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่มีต่อตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งได้ถวายงานด้านต่างๆ แด่พระองค์ท่าน โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าสมเด็จย่าทรงห่วงใยตำรวจตระเวนชายแดนที่ตั้งฐานปฏิบัติการตามตะเข็บชายแดน ทั้งยังทรงใส่พระราชหฤหัยไปถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล จนเกิดเป็นโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมากมาย การนำเสนอพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ ตชด. ผ่านนิทรรศการ คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 นี้ จึงคาดหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนทั่วไประลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมกันสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ให้ก่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยสืบต่อไป”

ด้าน พล.ต.อ. สมศักดิ์ บุบผาสุวรรณ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ผู้เคยถวายงานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เผยถึงนิทรรศการครั้งนี้ว่า “นับเป็นเวลาหลายสิบปีที่สมเด็จย่าทรงห่วงใย เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนตำรวจตระเวนชายแดนถึงถิ่นฐาน รวมถึงราษฎรทั่วประเทศ พร้อมพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ภาพพระองค์ทรงชุดพลร่มตำรวจชายแดนยังคงประทับอยู่ในใจของ ตชด. ทุกนายมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ กล่าวได้ว่าพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่มีต่อตำรวจตระเวนชายแดนนั้นมีมากมายอเนกอนันต์ การจัดนิทรรศการ คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 ภายใต้ชื่อ ‘ตชด. รฦก’  จึงมีความหมายอย่างมากต่อ ตชด.ทุกนาย อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงพระเมตตาและน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ในมุมที่ผู้คนทั่วไปอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน”

ทั้งนี้นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27” ภายใต้ชื่องาน “ตชด. รฦก” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระเมตตาและถ่ายทอดพระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีต่อตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตลอดจนสืบสานพระราชปณิธานและส่งต่อแรงบันดาลใจที่ทรงห่วงใย ใส่พระราชหฤทัยในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพสกนิกร โดยแบ่งเนื้อหานิทรรศการออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

– ส่วนที่ 1 “กำเนิด ตชด.” นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการก่อตั้งหน่วยงาน “ตำรวจตระเวนชายแดน” (ตชด.) ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยและสนองงานพัฒนาด้านต่างๆ แด่สมเด็จ

พระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพันธกิจสำคัญในปัจจุบัน ในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ บังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรมทางอาญา และรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของราชอาณาจักร

– ส่วนที่ 2 “ให้มีอานามัยดี การศึกษาดี” เผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้านการสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน  ซึ่งนอกจากพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้าง และพระราชทานนามโรงเรียนหลายแห่งแล้ว ยังทรงชักชวนพระบรมวงศานุวงศ์ พระสหาย และเอกชนให้มาช่วยสนับสนุนกิจการของโรงเรียน ทั้งเสด็จ

พระราชดำเนินเยี่ยม ตชด. ในหลายพื้นที่ ตลอดจนทรงเอาพระทัยใส่ มีพระเมตตาต่อผู้ปฏิบัติงาน และพระราชปณิธานยังคงสืบสานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนถึงปัจจุบัน

– ส่วนที่ 3 “ความสงสารเพื่อนมนุษย์” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของ

พสกนิกร โดยเฉพาะผู้ยากไร้ และด้อยโอกาส นำมาซึ่งการก่อตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มูลนิธิขาเทียม และพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งได้รับการสานต่อจากพระบรมวงศ์ เพื่อสร้างประโยชน์และเป็นที่พึ่งของพสกนิกรตลอดมา

นอกจากนี้ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง อาทิ เมนูอร่อยจาก “ครัวตำหนัก” ร้านอาหารเหนือรสเลิศจากดอยตุง จังหวัดเชียงราย กาแฟรสกลมกล่อมจากเมล็ดกาแฟที่ชาวเขาปลูกแทนการปลูกฝิ่นและเครื่องดื่มหลากหลายจาก “Café DoiTung” รวมถึงสินค้าหัตถกรรมและสินค้าเกษตรจากร้าน “DoiTung Lifestyle” พร้อมเพลิดเพลินกับไม้ดอกไม้ประดับเมืองเหนือที่แต่งแต้มสีสันและเพิ่มความสดชื่นตลอดงาน โดยนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า ครั้งที่ 27 : ตชด. รฦก” เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ -20 ตุลาคม 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1333 หรือ Facebook : ICONSIAM

ไทยเจ้าภาพจัด ‘งานเทศกาลหุ่นโลก 2024’ ความสนุก – ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/lady/835987

ไทยเจ้าภาพจัด 'งานเทศกาลหุ่นโลก 2024' ความสนุก - ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

ไทยเจ้าภาพจัด ‘งานเทศกาลหุ่นโลก 2024’ ความสนุก – ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.59 น.

ไทยเจ้าภาพจัด “งานเทศกาลหุ่นโลก 2024”  ความสนุก –  ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี วันที่ 13 – 17 พ.ย.นี้ ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชมการแสดงสุดยอดหุ่นจากนานาชาติกว่า 10 ประเทศทั้งญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก แคนาดา เมียนมา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว ฮ่องกง ไต้หวันและไทย

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM และนายนิมิตร พิพิธกุล ผอ.มูลนิธิหุ่นสายเสมา สมาพันธ์หุ่นนานาชาติประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลหุ่นโลก 2024 หรือ Harmony World Puppet Innovation Festival 2024 ภายใต้ธีมงาน PUPPET MAKER จัดระหว่างวันที่ 13 – 17 พ.ย.2567 ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผศ.ดร.รวิน กล่าวว่า งานเทศกาลหุ่นโลก 2024 ประเทศไทยโดย อพวช.หรือ NSM เป็นเจ้าภาพหลัก ได้เนรมิต 3 พื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารจัดเต็มความสนุกตลอด 5 วัน โดยมีการแบ่งพื้นที่การจัดแสดงและกิจกรรมให้สอดคล้องกับรูปแบบของแต่ละพิพิธภัณฑ์ โดยพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จัดแสดงหุ่นและกิจกรรมการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เน้นเรื่องราวที่เชื่อมโยงด้านนวัตกรรมหุ่นและ INNOVATION ต่าง ๆ รวมทั้งหุ่นยนต์ และพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จัดแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านเรื่องราวของพืช สัตว์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“งานเทศกาลหุ่นโลก 2024 เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นำไปสู่การต่อยอดด้านอาชีพได้ในอนาคต พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ   โดย NSM ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ภาคีเครือข่ายอย่างมูลนิธิหุ่นสายเสมา สมาพันธ์หุ่นนานาชาติประเทศไทย, TCEB และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทุกคนจะได้เรียนรู้ศิลปะที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมนุษย์ในการประยุกต์ใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์เพื่อนวัตกรรมตามนโยบายของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว. ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและเสริมประสบการณ์ความรู้ให้กับเยาวชนไทย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะ และกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์” ผศ.ดร.รวิน กล่าว

ด้านนายนิมิตร กล่าวว่า งานเทศกาลหุ่นโลก 2024 จะได้พบกับการแสดงหุ่นไทยและหุ่นนานาชาติกว่า 10 ประเทศ  อาทิ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก แคนาดา เมียนมา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว ฮ่องกง ไต้หวัน และ ไทย โดยไฮไลท์การแสดงหุ่นที่น่าสนใจจากประเทศไทย อาทิ  หนังใหญ่จากหนังใหญ่วัดบ้านดอน, หนังตะลุงเพชรบุรี จากคณะมหาฟลุ๊ค, การแสดงหุ่นชาติพันธุ์ลาวเวียง จากคณะคนรักษ์หุ่นโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์  , การแสดงหุ่นสินไซ จากคณะละครแห่งชาติ (หุ่นกระบอกลาว) ,การแสดงหุ่นกระบอง ชุด ระบำสวัสดิรักษาจากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, การแสดงโอเปราเรื่อง The Story of the Long-Gone Animals – สรรพสัตว์ที่หายไป โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับมูลนิธิหุ่นสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคมและการแสดงชุด ทาเล้นโชว์ (Talent Show) รวม 5 เรื่องสั้นที่สร้างสรรค์ โดยใช้ของใช้ในครัวเรือนประกอบการโชว์ เป็นต้น

ไฮไลท์การแสดงหุ่นนานาชาติ อาทิ  การแสดงหุ่นจีนประเพณี จาก SKYBIRD PUPPET จากฮ่องกง โดยนักแสดงจะแต่งเป็นตัวตลกและเชื่อมโยงการแสดงเพื่อโต้ตอบกับผู้ชม,การแสดงหุ่นสายดั้งเดิม จาก HTW OO MYANMAR ประเทศพม่า ที่ใช้สำหรับเทศกาลฉลองเจดีย์ของเมียนมาร์ ,การแสดงเรื่อง MY CLOUD จาก PAPER MONKEY ประเทศสิงคโปร์ นําทุกคนเดินทางผจญภัย พร้อมสร้างโลกอิสระอย่างสร้างสรรค์ ,การแสดง Moondance ประเทศแคนาดา การแสดงหุ่นเงาที่เคลื่อนย้ายได้และแสดงได้ทุกที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวที่จัดการกับความเหงา ค้นหาเวทมนตร์ และออกไปผจญภัย

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมอื่น ๆ ที่มาเพิ่มสีสันให้กับเทศกาลมากมาย เช่น นิทรรศการ ชีวิตในแสงเงา A Life in Shadows โดยConstantine Korsovitis จากออสเตรเลีย นิทรรศการภาพถ่ายสารคดี สู่หนังสือบันทึกเรื่องราวจากภาพถ่าย, STOP MOTION WORKSHOP โดยคุณป๋อง แท่งทอง นิทรรศการ Science & Culture in the world to Puppet จัดแสดงเกี่ยวกับหุ่นทางวัฒนธรรม หุ่นสมัยใหม่ สนุกไปกับการทำแอนิเมชั่นจากดินน้ำมัน Automata กิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์ LEGO Brick Challenge จากแกมมาโก้ และกิจกรรมเวิร์คช็อปของเล่นพื้นบ้าน การทำหุ่นเงา เป็นต้น 

ผู้สนใจเข้าชมงานเทศกาลหุ่นโลก 2024 สามารถติดตามรายละเอียดตารางกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : NSMThailand เว็บไซต์ http://www.nsm.or.th หรือ Facebook : Harmony Puppet Thailand

-(016)

‘ก้อง ปิยะ – หมอก้อง’ นำทีมแพทย์พยาบาล จิตอาสา ลงพื้นที่ ‘ตั้งใจทำ’ ครั้งที่ 2

https://www.naewna.com/lady/835978

‘ก้อง ปิยะ – หมอก้อง’ นำทีมแพทย์พยาบาล จิตอาสา ลงพื้นที่  ‘ตั้งใจทำ’ ครั้งที่ 2

‘ก้อง ปิยะ – หมอก้อง’ นำทีมแพทย์พยาบาล จิตอาสา ลงพื้นที่ ‘ตั้งใจทำ’ ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.36 น.

โครงการ “ตั้งใจทำ” เกิดจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของบุคลากรหลายหน่วยงานรวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เป็นหนึ่งเดียว ที่ต้องการเห็นคนไทยในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง  และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อย     

โครงการ “ตั้งใจทำ” จึงเป็นอีกหนึ่งกำลังเสริม สร้างสมดุลแห่งความสุข โดยจัดกิจกรรมลงพื้นที่มอบโอกาสแบ่งปัน ช่วยเหลือรักษา บรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เป็นปัญหาความไม่สบายกายในการใช้ชีวิตของผู้คน รวมถึงได้มอบทุนการศึกษาและจัดกิจกรรมสันทนาการให้น้องๆ นักเรียน ในพื้นที่นั้นๆ โดยครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2  ซึ่งตรงกับวันที่13 และ 14 ตุลาคม 2567 ทีมผู้จัดทำจึงได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณถวายเป็นพระราชกุศล  เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นำทีมโดย ก้อง ปิยะ เศวตพิกุล,พันโท สรวิชญ์ สุบุญ (หมอก้อง) ร่วมด้วยดารานักแสดงจิตกุศล ป้าแจ๋ว ยุทธนา,ปู ปริศนา, ผัดไทย ใจดี, บูม สุภาพร, โบ๊ท ธารา, มาวิน พิธีกรบางกอกกระซิบ  และทีม แพทย์ พยาบาล เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ จากสำนักงานแพทย์ สำนักงานสนับสนุนสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มูลนิธิเทียนฟ้าและโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ร่วมด้วยดารานักแสดงต่างมีจิตกุศล จิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกัน ซึ่งครั้งนี้ได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังโรงเรียนวัดใหม่รัตนเจดีย์ และ โรงเรียนหรรษาสุจิตต์วิทยา2 จ. สุพรรณบุรี  โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ในส่วนของการดูแลรักษา ทีมแพทย์ พยาบาลได้มีการจัดเตรียมการให้บริการ  ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง   ตรวจวัดความดัน เจาะเลือดตรวจเบาหวาน ฝังเข็ม รักษาโรค และจ่ายยาให้กับผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วย นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษา 40 ทุนให้กับเด็กนักเรียน    และมอบตู้ยาสามัญประจำโรงเรียนจาก    บริษัท พอนด์เคมิคอล จำกัด/บริษัท มาซาแลบ จำกัด โดย คุณชาตรี อุดมวิทย์ พร้อมได้นำบุคลากรช่างตัดผมมาบริการตัดผมให้กับพี่ ป้า น้าอา นอกสถานที่  สำหรับกิจกรรมสันทนาการความบันเทิง ทีมดาราได้ช่วยกันมอบอุปกรณ์การศึกษา เครื่องเขียน ขนม นม จัดเต็มความบันเทิงให้น้องๆ นักเรียนได้ร่วมสนุก นอกจากนี้ชมรมนกบินอิสระสุพรรณบุรีนำนกแก้วมาคอว์ มาโชว์ให้กับน้องๆ ได้ตื่นตาตื่นใจเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของเหล่านกมาคอว์แสนรู้ สร้างความสุข ความสนุก ให้น้องๆ หนูอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมให้เด็กๆ เยาวชนได้เกิดแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนการเรียนรู้เป็นเยาวชนที่ดีต่อไป…

-(016)