ลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภัยร้ายที่ป้องกันได้

https://www.naewna.com/lady/835764

ลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภัยร้ายที่ป้องกันได้

ลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภัยร้ายที่ป้องกันได้

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์โรคเลือดออกง่ายและหลอดเลือดอุดตัน ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง ภายใต้กลุ่มศูนย์เพื่อความเป็นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม โครงการลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภัยร้ายที่ป้องกันได้ ขึ้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรมจิตอาสา ชั้น 1 อาคารหลัก (อาคาร 1) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ ประชาชนมีความรู้และเข้าใจ อาการ และแนวทางการรักษาเพื่อให้มีความตระหนักและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ President of International Society on Thrombosis and Heamostasis กล่าวเปิดงาน และ เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมมากมาย ได้แก่ การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดอุดตัน โดย รศ.พญ.กชวรรณ บุญญวัฒน์ กิจกรรมพูดคุยเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดอุดตันในผู้ป่วยมะเร็ง อาการแสดง การรักษา การลดความเสี่ยง และการป้องกัน โดย ศ.พญ.นงนุช สิระชัยนันท์ หัวหน้าศูนย์โรคเลือดออกง่ายและหลอดเลือดอุดตัน อ.พญ.พิจิกา จันทราธรรมชาติ และ คุณจาคี ฉายปิติศิริ อดีตผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 4 ผู้สร้างและดูแลเพจ “จาคี มะเร็งไดอารี่” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม อาทิโต๊ะตอบปัญหาทางด้านสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจุดให้ความรู้เกี่ยวกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน และจุดรับบริจาคเงินเข้ากองทุนผ่านมูลนิธิรามาธิบดี และจุดจับสลากการกุศลสำหรับผู้ที่มาร่วมงาน

ศ.พญ.นงนุช สิระชัยนันท์ หัวหน้าศูนย์โรคเลือดออกง่ายและหลอดเลือดอุดตัน กล่าวว่า หลอดเลือดคือส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในร่างกายที่คอยลำเลียงเลือดและสารต่างๆ ไปตามอวัยวะและทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ เมื่อเกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำจะส่งผลทำให้เลือดผ่านหลอดเลือดนั้นได้ยาก และหากลิ่มเลือดนั้นหลุดไปตามกระแสเลือดไปอุดตันในหลอดเลือดที่ขาและปอด อาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลารวดเร็วถ้าไม่สามารถรักษาแก้ไขได้ทัน สาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดมักพบในคนที่มีความเสี่ยงจากภาวะ หรือโรคทางกาย เช่น ความจ็บป่วยทำให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย โรคที่ทำให้เกิดภาวะการอักเสบ และโรคมะเร็ง และ หากได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพ และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในคนไข้

จาคี ฉายปิติศิริ อดีตผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 4 กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยและบุคคลทั่วไปแล้วภาวะลิ่มเลือดอุดตันอาจจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งอาจจะไม่รู้เลยว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ การจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้นี้จะช่วยให้คนได้รู้จักและรู้ทันกับเรื่องนี้มากขึ้น และถ้าผู้ป่วยมีความผิดปกติอะไรเบื้องต้นจะได้แจ้งให้คุณหมอทราบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและป้องกันการเจ็บป่วยที่รุนแรงขึ้นจนเป็นอันตรายร้ายแรงได้

มอบรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดลประจำปีการศึกษา 2566

https://www.naewna.com/lady/835765

มอบรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดลประจำปีการศึกษา 2566

มอบรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดลประจำปีการศึกษา 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อเป็นเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจบุคลากรที่มีความวิริยอุตสาหะและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพจนมีผลงานดีเด่นในสาขาต่างๆ ทั้งนี้รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และมีการพิจารณามอบรางวัลมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปีการศึกษา 2566 มีผู้ได้รับรางวัลประเภทดีเด่น เฉพาะทางสาขาต่างๆ จำนวน 9 ราย จาก 4 สาขา ได้แก่ สาขาการวิจัย สาขาการแต่งตำรา สาขาการบริการ และสาขาความเป็นครู

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 136 ปีซึ่งได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องไม่เพียงจะทำหน้าที่ด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีพันธกิจสำคัญในการต่อยอดการศึกษาและการวิจัยไปสู่ผลสำเร็จใน Real World Impact ด้วยการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม (Holistic Well Being) ในระดับโลก โดยนำความเชี่ยวชาญสหสาขาวิชา มาเป็นกลไกในการเชื่อมโยงเพื่อมุ่งผลประโยชน์ต่อสังคม ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งเป็นปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “ประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้เท่านั้น แต่อยู่ที่การนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์กับมวลมนุษยชาติได้อย่างไร” ดังนั้น บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นส่วนสำคัญและมีค่าที่สุดที่จะสานต่อพลังและผลักดันให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

และสำหรับในปีการศึกษา 2566 นี้มีผู้ได้รับรางวัลประเภทดีเด่น เฉพาะทางสาขาต่างๆ จำนวน 9 ราย จาก 4 สาขา ได้แก่ สาขาการวิจัย สาขาการแต่งตำรา สาขาการบริการ และสาขาความเป็นครู ดังนี้

1.รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดลสาขาการวิจัย เป็นรางวัลที่มหาวิทยาลัยมหิดล มอบให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่มีความคิดริเริ่มในการวิจัย เพื่อสนองความต้องการ แก้ปัญหา พัฒนา หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่สังคม โดยเป็นผลงานที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่และอ้างอิงในวารสารวิชาการระดับชาติและนานาชาติในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการวิจัย จำนวน 2 ท่าน ได้แก่

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรุณี ธิติธัญญานนท์ ภาควิชาจุลชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานวิจัยเรื่อง “Empowering the Fight Against SARS-CoV-2 : Exploring Herb Antiviral Activities and Addressing Vaccine Limitations Through Robust Antiviral Assays” อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาผู้ปรับปรุงห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BSL3) ของภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ เพื่อรองรับงานวิจัยเกี่ยวกับเชื้อไวรัสอุบัติใหม่ การร่วมหาวิธีควบคุมโรค พัฒนาแพลตฟอร์มการตรวจคัดกรองยาต้านเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 และการพัฒนาวิธีทดสอบ neutralizing antibody : nAb (ตรวจวัดระดับภูมิต้านทานการติดเชื้อ) ซึ่งช่วยในการลดความสูญเสีย และสามารถควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้ในที่สุด

รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงอุษา ฉายเกล็ดแก้ว ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานวิจัยเรื่อง“ชุดงานวิจัยด้านการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายในการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ของสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า และพัฒนานโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติ ในระดับชาติและนานาชาติ” โดยศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของเทคนิคทางอณูชีววิทยา ด้วยวิธีต้นทุนอรรถประโยชน์ (Cost-Utility Analysis)

2.รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการแต่งตำรา เป็นรางวัลที่มอบให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีผลงานการแต่งตำราที่มีความโดดเด่นครบทั้ง 5 องค์ประกอบ ได้แก่ เนื้อเรื่อง รูปแบบ ความชัดเจนและถูกต้องของภาษา การสนองความขาดแคลนของตำราในสาขานั้นๆ และการเป็นที่ยอมรับของนักวิชาการในสาขาวิชานั้นๆ จำนวน 2 ท่าน ได้แก่

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงชนิกา ศรีธรา ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานการแต่งตำรา เรื่อง “หลักการและการประยุกต์ใช้เครื่องรังสีเอ็กซ์สองพลังงาน (Principles and Clinical Applications of Dual-Energy X-Ray Absorptiometry)” ตำราภาษาไทยเล่มแรกที่รวบรวมองค์ความรู้ของเครื่อง DXA (เครื่องตรวจวิเคราะห์ความหนาแน่นของกระดูก) ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ทศพล ลิ้มพิจารณ์กิจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานการแต่งตำรา เรื่อง “Carotid and Peripheral Vascular Interventions Textbook : Step-by-step Technique” โดยได้รวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการดูแลและรักษาผู้ป่วย ตลอดระยะเวลา 20 ปี ถ่ายทอดไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านตำราในรูปแบบE-book ภาษาอังกฤษ สามารถสืบค้นได้ทางสื่อออนไลน์ และลงทะเบียนเข้าอ่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

3. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการบริการ ที่มอบให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลผู้มีผลงานการให้บริการ มุ่งมั่นอุทิศตนให้แก่งาน มีความสามารถครบพร้อม ทั้งในด้านครองงาน ครองตน และครองใจ สำหรับในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการบริการ มีผู้ได้รับรางวัล จำนวน 2 ท่าน ได้แก่

รองศาสตราจารย์ ดร.นาวิน ห่อทองคำ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานการบริการ “การบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลศิริราช และการบริการทางวิชาการทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลศิริราช” ผู้ทุ่มเทเสียสละงานบริการวิชาการ ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) วางแผนจัดทำชุดทดสอบสำหรับการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อไวรัสในห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาลศิริราช และร่วมกับสถาบันวิทยสิริเมธี พัฒนาชุดตรวจสารพันธุกรรมแบบรวดเร็ว ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับห้องปฏิบัติการที่อยู่ห่างไกล โดยชุดทดสอบดังกล่าวได้ทำการประเมินทางคลินิกตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ และได้ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564

ดร.ณพล อนุตตรังกูร โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานการบริการ “การรับใช้สังคมในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์”จัดตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด(ชื่อปัจจุบัน ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ) ประสานงานระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่บึงบอระเพ็ด ลดความขัดแย้งบนฐานข้อมูลวิชาการ โดยดำเนินการจัดการที่ดิน การจัดการน้ำ และการพัฒนาอาชีพ

4. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาความเป็นครู สำหรับในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการบริการ มีผู้ได้รับรางวัล จำนวน 3 ท่าน ดังนี้

ศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา คูหากาญจน์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล “ครูเคมี” ผู้สร้างทัศนคติที่ดี ให้คำปรึกษา และฝึกฝนให้ลูกศิษย์มีกระบวนการคิด ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ และทักษะการทำงาน สอดแทรกจริยธรรมต่างๆ ในการครองตนที่ดี การวางตัวสังคมควบคู่ไปกับการปลูกฝังอุปนิสัยที่ดี เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพให้แก่สังคม และสิ่งสำคัญคือ “ลูกศิษย์” ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น หาประสบการณ์ข้ามศาสตร์ เรียนรู้เทคโนโลยีของงานวิจัยใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวทันโลกในยุคปัจจุบัน และเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็สามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสายงานได้อย่างเข้มแข็ง

อาจารย์ ดร.นายแพทย์พรนพ นัยเนตร ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล “อาจารย์แพทย์ ในดวงใจ” ผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากที่สอนเฉพาะเนื้อหาวิทยาภูมิคุ้มกัน ให้เป็นรูปแบบบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ โดยหลังจบการสอนจะให้นักศึกษาทำแบบประเมินการเรียนการสอน ซึ่งในปีการศึกษา 2564 และ 2565 ดร.นายแพทย์ พรนพ ได้รับการประเมินความพึงพอใจจากนักศึกษาแพทย์ ในการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์มาเป็นอันดับ 1 ของรายวิชาในชั้นปี 3 โดยท่านยังได้รับรางวัลอาจารย์ดีเด่นทางปรีดีคลินิก จากสภาอาจารย์ศิริราช ประจำปี พ.ศ. 2563 และรางวัลอาจารย์ดีเด่นระดับ ปรีคลินิก “ทุนเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี” ประจำปีการศึกษา 2565 จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

รองศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง จิตติมา ฐิตวัฒน์ ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์ผู้ริเริ่มออกแบบ และสร้างบทเรียนออนไลน์ ผลิตสื่อวีดีโอเพื่อใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ จัดคลิปวีดีโอในรูปแบบต่างๆ โดยใช้สื่อแสดงภาพเหตุการณ์ นำข่าวจากสื่อมวลชนมาดึงดูดความสนใจ ทำให้สื่อการเรียนการสอนนั้น เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อกระชับ และนับเป็นความท้าทายในการดำเนินการเชิงรุกที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน เร่งการนำการเรียนรู้ออนไลน์ไปใช้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การศึกษายังคง “เปิดกว้างสำหรับทุกคน”

Club 21 สร้างกระแสต่อเนื่องผ่านแคมเปญและภาพยนตร์โฆษณา ในงาน ‘DETAIL MATTERS: Club 21’s Vision Unveiled’

https://www.naewna.com/lady/835761

Club 21 สร้างกระแสต่อเนื่องผ่านแคมเปญและภาพยนตร์โฆษณา  ในงาน ‘DETAIL MATTERS: Club 21’s Vision Unveiled’

Club 21 สร้างกระแสต่อเนื่องผ่านแคมเปญและภาพยนตร์โฆษณา ในงาน ‘DETAIL MATTERS: Club 21’s Vision Unveiled’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Club 21 จัดงาน พรีวิวสุดยิ่งใหญ่ “DETAIL MATTERS : Club21’s Vision Unveiled” ณ Vertier กรุงเทพฯ(ราชดำริ) ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีต สะท้อนแก่นแท้ของแคมเปญแรกของคลับ 21 ประเทศไทย “SALUTE THE DETAIL” ผ่านการพูดคุยอันน่าตื่นเต้นจากตัวแทนของ คลับ 21 ประเทศไทย โสภาวดี เพชรชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท คลับ 21 (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมด้วยสธน ตันตราภรณ์ กูรูด้าน แฟชั่น, ทสร บุณยเนตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ บีบีดีโอ กรุงเทพ, วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร ผู้กำกับภาพยนตร์ เจ้าของรางวัลใหญ่ในเวทีโฆษณาระดับสากล ที่พาเข้าไปสำรวจรายละเอียดอันลึกซึ้งของการสร้างสรรค์แคมเปญในครั้งนี้

โสภาวดี เพชรชาติ อำนวยการฝ่ายการตลาดของ คลับ 21 ประเทศไทย กล่าวว่า “นี่ถือเป็นก้าวใหม่ที่กล้าหาญของ Club 21 ในการทำแคมเปญสื่อสารแบบ mass communication ครั้งแรกในประเทศไทย ตามกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ต้องการขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าเดิมได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญแคมเปญนี้ต้องสะท้อนถึงภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ Club 21 ได้อย่างลงตัว นั่นคือ เราได้คัดสรรแบรนด์ชั้นนำที่ล้วนมีความโดดเด่นในรายละเอียดและมีเอกลักษณ์มารวมไว้ในที่เดียว เพื่อตอบทุกความต้องการ ทุกสไตล์ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ”

จากนั้นได้เจาะลึกถึงกระบวนการสร้างสรรค์ไปพร้อมกับผู้สร้างสรรค์แนวคิดของแคมเปญที่มองเห็นว่า รายละเอียด ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนประกอบย่อยในแฟชั่น แต่มันคือพื้นฐานสำคัญของสไตล์ ทสร บุณยเนตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ บีบีดีโอ กรุงเทพเล่าให้ฟังถึงการเดินทางที่สนุกสนานในการร่วมมือกันจนเกิดเป็นแคมเปญ “SALUTE THE DETAIL” ขึ้นมาว่า “แคมเปญนี้เป็นหนึ่งในโปรเจกท์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ผมเคยทำมา มันเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามในรายละเอียด ด้วยการทำให้รายละเอียดเล็กๆ กลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นได้อย่างน่าหลงใหล”

และเมื่อการเดินทางดำเนินมาถึงจุดสำคัญในการรับชมภาพยนตร์โฆษณาทั้งสามเวอร์ชั่น ซึ่งแต่ละเวอร์ชั่นของภาพยนตร์โฆษณาได้นำเสนอรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร ผู้กำกับมือทองเจ้าของรางวัล Gold, Silver, และ Bronze ในหมวดภาพยนตร์จาก Cannes Lions ได้ถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังของภาพยนตร์ชุดนี้ผ่านการเล่าเรื่องอันชาญฉลาดและทรงพลัง “เราทำให้คุณนิสัยดีขึ้นไม่ได้ แต่เราทำให้คุณดูดีขึ้นได้” ประโยคสั้นๆ แต่ชวนให้ขบคิดสะท้อนให้เห็นถึงการตีความแคมเปญผ่านมุมมองของเขาได้อย่างชัดเจน

นอกจากทีมเบื้องหลังความสำเร็จของแคมเปญแล้ว Club 21 ยังได้รับเกียรติจากนักแสดงมากฝีมืออย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร และ โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Club21 มาอย่างยาวนานเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

งาน DETAIL MATTERS : Club21’s Vision Unveiled ครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบพร้อมจุดประกายความตื่นเต้น ต่อด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาอย่างเป็นทางการ
ในวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดเน้นย้ำถึงความสำคัญของรายละเอียดที่นิยามแฟชั่น โดยสามารถรับชมผ่านช่องทางดิจิทัลและเนื้อหาเบื้องหลังที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้าใจถึงคุณค่าและตัวตนของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา-คิง เพาเวอร์ สานต่อปณิธานแห่งการให้ ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ครั้งที่ 3

https://www.naewna.com/lady/835777

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา-คิง เพาเวอร์  สานต่อปณิธานแห่งการให้ ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ครั้งที่ 3

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา-คิง เพาเวอร์ สานต่อปณิธานแห่งการให้ ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ครั้งที่ 3

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 3 นำโดย เอมอร ศรีวัฒนประภา, อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา, อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา, วรมาศ ศรีวัฒนประภา, รวิ อิทธิระวิวงศ์ และ วรวิชยะ ศิรศีล ศรีวัฒนประภา พร้อมผู้บริหาร พนักงาน และประชาชนทั่วไปร่วมกันส่งต่อคุณค่าเพื่อพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ในวาระครบรอบ 20 ปี มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ทางมูลนิธิฯ และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมสานต่อปณิธานแห่ง“การให้” สู่การสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่จัดกิจกรรม“ให้โลหิต ให้ชีวิต” จำนวน 3 ครั้ง ตลอดปี 2567 ตั้งแต่เดือนเมษายน, กรกฎาคม, ตุลาคม มีพนักงานและประชาชนทั่วไปร่วมแสดงพลังแห่งความเป็นไปได้ โดยยอดการบริจาคโลหิตรวมกว่า 350,000 ซีซี ช่วยต่อชีวิต ส่งต่อลมหายใจให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้กว่า 2,600 คน ซึ่งการบริจาคเลือดปกติ 1 ครั้ง สามารถช่วยผู้ป่วยได้ถึง 3 คน ถือเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนโลหิต สร้างความสุขทั้งผู้ให้ และผู้รับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

‘ไลโอ’ (LYO) คว้ารางวัล

https://www.naewna.com/lady/835762

‘ไลโอ’ (LYO) คว้ารางวัล

‘ไลโอ’ (LYO) คว้ารางวัล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ “ไลโอ” (LYO) ยกทัพผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ “ไลโอ (LYO)” โชว์ความสำเร็จในฐานะแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 คว้ารางวัล Best of Hair Color ที่สุดของบิวตี้ไอเท็มในงาน Sudsapda Beauty Awards 2024  จัดโดย Sudsapda Entertainment ภายใต้ AME Imaginative ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป

โดย ผลิตภัณฑ์ไลโอ แชมพูปิดผมขาว (LYO Hair Color Shampoo) มีส่วนผสมธรรมชาติออร์แกนิค100% จากว่านหางจระเข้ อัญชัน และน้ำมันมะพร้าว ช่วยให้เส้นผมไม่แห้งเสีย นุ่มสลวย เงางาม โดยมีเทคโนโลยีล็อกสีผมให้ติดทนนานสีไม่หลุดลอก แม้สระบ่อย ปราศจากแอมโมเนีย กลิ่นไม่ฉุน ทั้งนี้ได้รับต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน

เชฟรอนคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 (WEPs) Awards จาก UN Women สาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม

https://www.naewna.com/lady/835760

เชฟรอนคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 (WEPs) Awards จาก UN Women  สาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม

เชฟรอนคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 (WEPs) Awards จาก UN Women สาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งสาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ “เชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต” ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย เพื่อเสริมแกร่งสตรีกลุ่มเปราะบางในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในงานประกาศรางวัล Women’s Empowerment Principles (WEPs) Awards ประจำปี 2567 ของ UN Women โดย นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เข้ารับรางวัลจาก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวถึงพันธกิจของเชฟรอนว่า “ในฐานะบริษัทพลังงานที่เชื่อมั่นในพลังคน เรามุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ มากมาย โดยรางวัลจาก UN Women 2024 Thailand WEPs Awards สะท้อนถึงความตั้งใจของเชฟรอนในการมุ่งเสริมศักยภาพสังคมให้แข็งแกร่ง พร้อมให้ความสำคัญในด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และศักยภาพของสตรี หนึ่งความสำเร็จสำคัญของโครงการฯ คือการที่หัวหน้ากลุ่มสตรี 137 คนในเครือข่าย ได้กลายเป็นอีกหนึ่งพลังที่ส่งต่อแรงบันดาลใจและเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาอาชีพ การจัดการทางการเงิน และความรุนแรงในครอบครัว แก่เพื่อนสมาชิกและผู้หญิงในชุมชน ซึ่งเราภาคภูมิใจกับผลการดำเนินงานของ “โครงการทุนเพื่อชีวิต” ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน พร้อมสนับสนุนโอกาสและเสริมพลังความเท่าเทียม ให้กับสตรีในสามจังหวัดจำนวนมากในตลอด 10 ปีที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สร้างความสูญเสียมากมาย ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องแบกรับหน้าที่ทั้งในฐานะ “แม่” และ “หัวหน้าครอบครัว” เชฟรอน จึงเดินหน้าโครงการฯ ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะและสนับสนุนอุปกรณ์อาชีพให้กับสตรีกลุ่มเปราะบาง โดยหัวใจหลักของ UN Women Asia-Pacific WEPs Awards ได้สะท้อนผ่านโครงการ “เชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต” ที่ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสทางอาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังผลักดันให้ผู้หญิงที่กำลังเผชิญอุปสรรคเดียวกันก้าวขึ้นมาเป็น “เสาหลัก” ของครอบครัวด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งจนถึงปัจจุบัน โครงการทุนเพื่อชีวิตได้สนับสนุนอุปกรณ์ให้กลุ่มอาชีพ 106 กลุ่ม รวมถึงมีผู้รับประโยชน์โดยตรง 4,666 คน อีกทั้งโดยอ้อมสำหรับสมาชิกในครอบครัวอีกกว่า 28,000 คน

รางวัล WEPs Awards จัดขึ้นโดย UN Women ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้า (DFAT) รัฐบาลออสเตรเลีย และองค์กรภาคีในประเทศไทย ได้แก่ Advantage Austria Bangkok สมาคมผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ไทยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย โดยมอบรางวัลใน 6 สาขา ได้แก่ สาขาผู้นําองค์กรที่สนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ สาขาสถานที่ทํางานที่มีความเท่าเทียมทางเพศ สาขาการตลาดที่คํานึงถึงมิติทางเพศ สาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม สาขาความโปร่งใสและการรายงาน สาขาการจัดหาเงินทุนเชิงนวัตกรรมพร้อมกับรางวัลพิเศษที่มอบให้กับองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมที่ส่งเสริมและดําเนินการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 6 สาขา อีก 3 รางวัล

รางวัลสาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม เป็นรางวัลสำหรับองค์กรที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศผ่านการมีส่วนร่วมกับชุมชน รวมถึงการบูรณาการกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านโครงการการกุศล หรือโครงการเพื่อสังคม รวมทั้งร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และ/หรือองค์กรอื่นๆ ที่มุ่งมั่นส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศภายในชุมชนให้เกิดความสมดุลมากขึ้น

ในฐานะรองชนะเลิศอันดับหนึ่งในสาขาการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศผ่านกิจกรรมชุมชนและอุตสาหกรรม เชฟรอนยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในสถานที่ทำงานและชุมชน การได้รับรางวัลนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการโอบรับวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความเท่าเทียมทางเพศ

กรมอนามัย แนะกินเป็นยา ขยับเป็นนิจ ลด NCDs เน้นส่งเสริมสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย

https://www.naewna.com/lady/835763

กรมอนามัย แนะกินเป็นยา ขยับเป็นนิจ ลด NCDs  เน้นส่งเสริมสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย

กรมอนามัย แนะกินเป็นยา ขยับเป็นนิจ ลด NCDs เน้นส่งเสริมสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมอนามัย  ผลักดัน กินเป็นยา ขยับเป็นนิจ หวังลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้ง เน้นส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย สร้างคนไทยรอบรู้ด้านสุขภาพ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดี

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมีภารกิจหลักในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพ การจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะที่ดี รวมถึงการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับหน่วยงานส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชนในการร่วมมือสร้างเสริมสุขภาพและจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

จากนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ปี 2568 โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยยังคงมีความมุ่งมั่นผลักดันการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1.ยกระดับ 30 บาท รักษาทุกที่ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ในระบบบริการทุกระดับโดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพขยายเครือข่ายการบริการระดับปฐมภูมิ Health Station ระบบปฐมภูมิดิจิทัล ให้ทันสมัย ครอบคลุม 2.คนไทยห่างไกลโรคและภัยสุขภาพส่งเสริมสุขภาพทุกมิติ เพื่อลดโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ (NCDS) ผลักดันแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิต และสุขภาพองค์รวม สู่การปฏิบัติ สนับสนุนแนวคิดสุขภาพดีสิทธิประโยชน์เพิ่ม 3.สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน ส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม 4.จัดระบบบริการสุขภาพเพื่อกลุ่มและพื้นที่พิเศษ ยกระดับ สถานชีวาภิบาล กุฏิชีวาภิบาล เพื่อกลุ่มเปราะบาง และส่งเสริมการผลิตและจ้างงานผู้ดูแลสุขภาพในชุมชน(Caregiver) 5.เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพสู่ Medical & Wellness Hub ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความปลอดภัยทุกมิติ 6.บริหารจัดการทรัพยากรสาธารณสุข เพิ่มการผลิตแพทย์ และบุคลากรด้านสาธารณสุข สร้างเสริมคุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจผลักดัน พระราชบัญญัติกระทรวงสาธารณสุข และส่งเสริมโรงพยาบาลสีเขียวให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“เรื่องที่สำคัญ คือ สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนไทย กรมอนามัยจะเร่งดำเนินการผลักดันร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่จะนําเอาสมุนไพรจากอาหารเพื่อสุขภาพมาวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ เสริมคุณค่าให้สมุนไพรไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ รวมทั้งขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ ผ่านโครงการ Long Life Thai Fit เพื่อให้คนไทยสุขภาพดีลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ครบทุกรอบด้าน”

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/835731

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2567

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ขอเชิญชวนประชาชนชมการซ้อมใหญ่เสมือนจริงขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม (ในวันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค.2567) ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 22 ต.ค. เวลา 15.00 น. ตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงวัดอรุณราชวรารามความงดงามที่มีหนึ่งเดียวในโลก…

●● ครบรอบวันเกิด วิเชียร เตชะไพบูลย์ 4 พ.ย. เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ เชิญญาติมิตรร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล ที่บ้านริมน้ำ พระราม 3 ..เจ้าภาพของดของขวัญ หากร่วมทำบุญสมทบมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งคุณวิเชียร เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ…

●● ศ.ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานกรรมการ มูลนิธิเจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) เชิญชวนญาติพี่น้องทายาทในสกุล บุนนาค, บุรานนท์,จาติกรัตน์, ศุภมิตร, ศรีเพ็ญ, วิชยาภัย บุนนาค,ภาณุวงศ์, อหะหมัดจุฬา, อากาหยี่,จุฬารัตน, ช่วงรัศมี, ชิตานุวัตร, สุวกูล, เศรษฐสุทธิ, นนทเกษ ฯลฯ ร่วมพิธีทำบุญอุทิศกุศลแด่ เจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) ปฐมจุฬาราชมนตรี พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่นศ.เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในวันที่ 23 พ.ย.10.00 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา…

●● ถึงแม้พระอาจารย์พระเทพวิมลญาณ (หลวงพ่อเจ้าคุณถาวร จิตตถาวโร) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ละสังขารไปหลายปีแล้ว..ชาติ รอบกิจ ลูกศิษย์ก้นกุฏิพร้อมศิษย์ทั้งหลาย ยังน้อมรำลึกถึงเสมอ ล่าสุดทำบุญถวายที่วัดป่าศรีถาวรนิมิต นครนายก เนื่องในวันละสังขาร 18 ต.ค. …

●● งานฉลองครบรอบ 77 ปี “ห้างเซ็นทรัล” ซีอีโอสาวคนเก่ง ณัฐธีรา บุญศรี เนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม ให้เป็นสวนดอกไม้สุดอลังการในคอนเซ็ปต์สร้างสรรค์ “อาวองก์ การ์ดีน่า” ด้วยดอกไม้นานาพันธุ์สวยงามตระการตา พร้อมนิทรรศการศิลปะจากดอกไม้สุดล้ำ พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมาย ที่เซ็นทรัล ชิดลมและห้างเซ็นทรัลทุกสาขา 8-31 ต.ค. และเตรียมไปชมเทศกาลดอกไม้ประจำปี 24-28 ต.ค. …

●● วาริน- ผาณิต พูนศิริวงศ์ เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี 3 พ.ย. 10.00 น. ที่วัดพระธาตุจอมกิตติ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ วัดพระธาตุจอมกิตติ ตั้งอยู่บนเขาติดสนามกอล์ฟ The Royal Chiang Mai Golf Resort เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์รูปทองปราสาท สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ นับเป็นพระเจดีย์ที่สำคัญและเก่าแก่กว่า 100 ปี ร่วมทำบุญบัญชี วัดพระธาตุจอมกิตติ ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่โจ้ เลขที่บัญชี 375-0-00332-7 (ใบอนุโมทนาหักภาษีได้) กรุณาส่งสำเนาโอนเงินที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า Fax : 02-5215674 Email : naewna@yahoo.com …●●

น้อง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมงานกาลาดินเนอร์ ‘อิสลามิก แฟชัน เฟสติวัล (ไอเอฟเอฟ) แบงค็อก 2024’

https://www.naewna.com/lady/835740

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมงานกาลาดินเนอร์  ‘อิสลามิก แฟชัน เฟสติวัล (ไอเอฟเอฟ) แบงค็อก 2024’

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมงานกาลาดินเนอร์ ‘อิสลามิก แฟชัน เฟสติวัล (ไอเอฟเอฟ) แบงค็อก 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงร่วมงานกาลาดินเนอร์ “อิสลามิก แฟชัน เฟสติวัล (ไอเอฟเอฟ) แบงค็อก 2024” (Islamic Fashion Festival (IFF) Bangkok 2024) ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ Her Royal Highness Tunku Hajha Azizah Aminah Maimunah Iskandariah พระชายาในสุลต่าน แห่งรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย ณ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมี Her Royal Highness Tunku Hajha Azizah Aminah Maimunah Iskandariah พระชายาในสุลต่านแห่งรัฐปะหัง Dato’ Seri Raia Rezza Shah ผู้ก่อตั้งและประธานองค์กร Islamic พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของโรงแรมแมนดาริน โอเรืยนเต็ล เฝ้าฯ รับเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการทูตเพื่อเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศระหว่างมาเลเซียและราชอาณาจักรไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานทรงร่วมงานกาลาดินเนอร์ และ ทรงเปิดงาน Islamic Fashion Festival (IFF) Bangkok 2024 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ Her Royal Highness Tunku Hajha Azizah Aminah Maimunah Iskandariah พระชายาในสุลต่านแห่งรัฐปะหัง ซึ่งมีพระราชวงศ์ระดับสูงจากรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซียเสด็จมาร่วมงานในครั้งนี้ อาทิ Her Royal Highness Sultanah Nur Zahirah พระชายาในสุลต่านแห่งรัฐตรังกานู Her Royal Highness Tengku Permaisuri Hajah Norashikin พระชายาในสุลต่านแห่งรัฐสลังงอร์ Her Royal Highness Sultanah Nur Diana Petra พระชายาในสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน Her Highness Raja Perempuan Tengku Anis พระราชชนนีของสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน Her Highness Princess Meriam Her Highness Princess Aishah พระโสทรเชษฐภคินีของสุลต่านแห่งรัฐปะหัง อันเป็นการแสดงให้ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองราชวงศ์ที่ดำเนินถักทอความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน

การนี้ เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงบริเวณงาน Dato’ Seri Raja Rezza Shah ผู้ก่อตั้งและประธานองค์กร Isiamic Fashion Festival (IFF) กราบบังคมทูลแนะนำดีไซเนอร์และนักแสดง ดังนี้ Dato’ Indera Tom Abang Sauf ดีไซเนอร์ชาวมาเลเซียMr. Shanell Harun ดีไซเนอร์ชาวมาเลเซีย Mrs. Ghea Panggabean ดีไชเนอร์ชาวอินโดนีเชีย นางสาวพิมพ์นรี โหตะไวทยกร เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ Primus Jewellery ประเทศไทย Mr. Ezuwan Ismail ดีไซเนอร์ชาวมาเลเซีย Ms. Liza Aziz นักร้องชาวมาเลเซีย Ms. Azlina Aziz นักร้องชาวมาเลเชีย และ Mrs. Salimah Mahmood นักร้องชาวสิงคโปร์

ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินไปยัง ห้อง Embassy พระราชทานพระราชวโรกาสให้ Dato’ Seri Raja Rezza Shah ผู้ก่อตั้งและประธานองค์กร Islamic FashionFestival (IFF) ทูลเกล้าฯ ถวายของขวัญจากแบรนด์ Royal Selangor แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับพระราชวงศ์ จากรัฐต่างๆ ของมาเลเชีย,ผู้ก่อตั้งและประธานองค์กร Islamic Fashion Festival (IFF) แล้วทรงมีพระราชปฏิสันถาร ตามพระราชอัธยาศัย

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้อง Royal Ballroom ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติมาเลเซีย พระราชทานพระราชวโรกาสให้ Dato’ Seri Raia Rezza Shah ผู้ก่อตั้งและประธานองค์กร Islamic กราบบังคมทูลรายงาน และเปิดงาน Islamic Fashion Festival (IFF) Bangkok 2024 เสวยพระกระยาหารค่ำ พร้อมทอดพระเนตรวีดิทัศน์ จากแบรนด์เครื่องประดับ Lotus Art de Vivre ประเทศไทย ทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ ชุดที่ 1 “Aisvarya” (ความมั่งคั่งรุ่งเรือง) เป็นการแสดงเครื่องแต่งกายพื้นเมืองที่ขุนนางมาเลเซียในสมัยก่อนสวมใส่ในงานพิธีการ แฟชั่นโชว์ ชุดที่ 2 “Manik” (ลูกปัด) แสดงผลงานการออกแบบของ Dato’ Indera Tom Abang Saufi ดีไซเนอร์ชาวมาเลเซียที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกปัดหลากหลายชนิดและผ้าทอจากฝีมือของนักโทษในเรือนจำรัฐปะหัง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงขับร้องเพลง โดย Ms. Liza Aziz นักร้องชาวมาเลเซีย วีดิทัศน์จาก TV Sarawak มาเลเซีย และ IFF Pekan รัฐปะหัง มาเลเซีย แฟชั่นโชว์ ชุดที่ 3 “Rachini” (ราชินี) แสดงผลงานการออกแบบของ Mr. Shanell Harun ดีไซเนอร์ชาวมาเลเซียที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายของพระราชินีจากทั่วโลก แฟชั่นโชว์ชุดที่ 4 “Maha Dewi” (มหาเทวี) แสดงผลงานการออกแบบของ Mrs. Ghea Pangabean ดีไซเนอร์ชาวอินโดนีเซียที่ใช้ผ้าทอลวดลายบาหลี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอาณาจักรโบราณศรีวิชัยและมัชปาหิต ทอดพระเนตรการแสดงขับร้องเพลง วีดิทัศน์ และแฟชั่นโชว์ อาทิ การแสดงขับร้องเพลง โดย Ms. Liza Aziz และ Ms. Azlina Aziz นักร้องชาวมาเลเซีย และ Mrs. Salimah Mahmood นักร้องชาวสิงคโปร์ วีดิทัศน์ จาก Royal Selangor มาเลเซีย และ Primus Jewe ประเทศไทย แฟชั่นโชว์ ชุดที่ 5 “Diamonds Are Forever” แสดงเครื่องประดับจากแบรนด์ Prinus Jewellery ประเทศไทย แฟชั่นโชว์ ชุดที่ 6 “Deserts of Love” แสดงผลงานการออกแบบชุดเจ้าสาวของ Mr. Ezuwan Ismal ดีไซเนอร์ ชาวมาเลเซีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลทราย และการแสดงชุดสุดท้าย (Finale) โดยนางแบบ ดีไซเนอร์ นักแสดงทั้งหมด

ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินขึ้นบนเวทีการแสดง ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ Dato’ Seri Raia Rezza Shah ผู้ก่อตั้งและประธานองค์กร Islamic เพื่อทรงร้องเพลง “You’ve Got A Friend” ร่วมกับพระราชวงศ์จากรัฐต่างๆ ของมาเลเซียและบุคคลสำคัญชาวมาเลเซีย

ทั้งนี้ งาน Islamic Fashion Festival ได้ดําเนินต่อเนื่องมาโดยตลอด และกระจายออกไปในระดับนานาชาติ ได้นําเสนอผลงานของนักออกแบบและแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 250 ราย ซึ่งมีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ แคเมอรูน ฝรั่งเศส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย โมร็อกโก ปาเลสไตน์ ด้วยการผลักดันที่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายบุคคลสําคัญต่างๆ ทั้งพระราชวงศ์ ผู้นํา นักการเมือง นักการทูต นักแสดง ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมต่างๆ ผลงานของ Islamic Fashion Festival ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เพียงการเผยแพร่วัฒนธรรมอิสลามเท่านั้น แต่ยังได้สร้างประโยชน์ ให้กับองค์กรการกุศลที่เกี่ยวกับเด็ก เด็กกําพร้า คนไร้บ้าน และผู้ป่วยโรคต่างๆ มากมาย

ไปรษณีย์ไทยเปิดคาเฟ่สุดฮิป‘POST Café สามเสนใน’แห่งแรก ก้าวสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์เต็มขั้นผ่านแนวคิด Cups of Connections

https://www.naewna.com/lady/835751

ไปรษณีย์ไทยเปิดคาเฟ่สุดฮิป‘POST Café สามเสนใน’แห่งแรก  ก้าวสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์เต็มขั้นผ่านแนวคิด Cups of Connections

ไปรษณีย์ไทยเปิดคาเฟ่สุดฮิป‘POST Café สามเสนใน’แห่งแรก ก้าวสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์เต็มขั้นผ่านแนวคิด Cups of Connections

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้ากลยุทธ์การสร้างแบรนด์ไปรษณีย์ไทย พร้อมก้าวสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์อย่างเต็มขั้น โดยเปิดตัวร้านกาแฟไปรษณีย์ไทยแห่งแรกใจกลางเมือง “POST Café สามเสนใน” พร้อมรังสรรค์พื้นที่เชื่อมโยงความสุขเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น ผ่านแนวคิด “Cups of Connections” เปิดให้บริการทุกวันจันทร์- อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น.

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ ซึ่งมุ่งส่งต่อบริการ ผลิตภัณฑ์ และคาแร็กเตอร์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทยไปสู่ชีวิตประจำวันของคนทุกเจเนอเรชั่น ล่าสุดได้เปิดตัวคาเฟ่สุดฮิปแห่งใหม่ “POST Café สามเสนใน” ที่ดำเนินงานโดยไปรษณีย์ไทยแห่งแรกบริเวณใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิด “Cups of Connections” พื้นที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์คนทุกวัยที่มาใช้บริการ การสัมผัสกับกลิ่นอายความเป็นไปรษณีย์ไทย และตอกย้ำการเป็นผู้นำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับคนไทยมากว่า 141 ปี ผ่านการดีไซน์ร้านเครื่องดื่ม อาหารว่าง ที่คัดสรรมาจากแหล่งวัตถุดิบคุณภาพ ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา

การริเริ่มดำเนินธุรกิจ “POST Café สามเสนใน” ของไปรษณีย์ไทยเป็นการตอกย้ำคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ที่มีความเป็นมิตร ออกแบบตกแต่งภายในเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เชื่อมโยงสายสัมพันธ์กัน สามารถมานั่งชิล ติวสอบ ตอบเมล เสวนา หาไอเดีย หรือจะรวมกลุ่มกันมาใช้พื้นที่จัดกิจกรรมกลุ่ม อบรม สัมมนา เวิร์กช็อป ก็สามารถทำได้ โดย “POST Café สามเสนใน” ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ไปรษณีย์ไทย ด้วยดีไซน์การออกแบบทางสถาปัตยกรรมของร้านที่มีความมินิมอล สะท้อนความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น ลูกเล่นฟันแสตมป์ที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ โลโก้ร้านที่มีริ้วตราประทับคู่กับรูปถ้วยกาแฟที่สะท้อนรอยพับของซองจดหมาย เลขรหัสไปรษณีย์อักษรไทยที่บ่งบอกพิกัดที่ตั้งร้าน “๑ ๐ ๔ ๐ ๐” รวมถึงการใช้สีแดง-ขาวเป็นสีหลักในการออกแบบ Mood & Tone ของร้านสร้างบรรยากาศที่ดีต่อใจได้อย่างลงตัว

สำหรับบริการในร้าน “POST Café สามเสนใน” มีราคาที่คุ้มค่า มีคุณภาพ รสชาติดี โดยปัจจุบันมีการนำสินค้าตัวท็อปจากท้องถิ่นมาบริการแล้ว เช่น เมล็ดกาแฟจาก จ.เชียงราย ซึ่งเป็นกาแฟเกรดพรีเมียม แหนมเนืองจาก จ.อุดรธานี ที่พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบ“แรปแหนมเนือง” ที่รับประทานง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้ ร้าน “POST Café สามเสนใน” ยังมีบริการตู้ iBox ซึ่งเป็นตู้ล็อกเกอร์ที่สามารถนำจ่ายพัสดุให้แก่ผู้รับได้ทั้งไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) และไปรษณีย์ลงทะเบียน เก็บสิ่งของไว้ในตู้ได้ 48 ชั่วโมง ถ้าไม่มีผู้รับ สิ่งของจะถูกส่งคืนไปยังผู้ส่ง รวมทั้งบริการตู้เช่าไปรษณีย์ P.O.Box ทั้งแบบรายเดือนและรายปี สำหรับเก็บรักษาพัสดุที่ยังไม่สะดวกรับ ซึ่งทั้ง 2 บริการเหมาะสำหรับลูกค้าที่เดินทางบ่อย หรือไม่สะดวกรับสิ่งของที่บ้าน สามารถมารับพัสดุในบรรยากาศสุดอบอุ่นไม่เหมือนใคร ได้ที่ร้าน “POST Café สามเสนใน”

ร้าน “POST Café สามเสนใน” (BTS สะพานควาย ทางออกที่ 1) เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม POSTCafeOfficial หรือติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทย เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post