คุณแหน : 22 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805986

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี ให้การต้อนรับ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ผอ.ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, จตุพร บุรุษพัฒน์, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, ขจร ศรีชวโนทัย และคณะ ที่ได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการไฟฟ้า การบริหารจัดการขยะเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ ปชช.ในพื้นที่…

●● นพ.สกานต์ บุญนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.ดนัย มโนรมณ์ และ พญ.อรุโณทัย มีแก้วกุญชร เป็นตัวแทนประเทศไทย นำเสนอข้อมูลการดำเนินงานด้านมะเร็งในไทย ผลการดำเนินงานการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในระดับฐานประชากร ในงานประชุม WHO South-East Asia Regional workshop on scaling up services for cancer and implementing ณ ประเทศเนปาล…

●● ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) พร้อมทีมผู้บริหาร ไปร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Opportunity Day ประจำไตรมาส 1/2567…

●● รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ เป็นประธานจัดกิจกรรม จากครูถึงศิษย์ จากพี่ถึงน้อง ครั้งที่ 14 พร้อมด้วยคณาจารย์มอบเสื้อกาวน์วิชาชีพเภสัชกรให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล…

●● ยินดีกับ ดร.มลวิภา เตชาวัฒนากูล และ อาภรณ์ บำรุงสุขที่จบการศึกษาหลักสูตร ปปร.รุ่น 27…

●● ยามนี้เพื่อนๆ Digital CEO#2 วางแผนเที่ยวเชียงรายและไปเยี่ยม น.ท.หญิง พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ที่เป็น รอง ผอ.รพ.ศูนย์การแพทย์ ม.แม่ฟ้าหลวง…

●● ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ราชิต ไชยรัตน์ และ นวลศิริ วรเมธาวิวัฒน์ ร่วมแสดงความยินดีกับ สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง ในงานเปิดตัวร้าน เชฟถนอม “Italian food lover party” มีเหล่าเซเลบฯและอินฟลูเอนเซอร์ ร่วมงานมาก ณ ร้านเชฟถนอม สาขาท่าเรือ…

●● อุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บจ.เรียล สมาร์ท ไปบรรยายพิเศษให้แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นที่ 7 เรื่องกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ AI และ Big Data ในองค์กร…

●● ถาวร เผด็จสุวันนุกูล พร้อมเพื่อนๆ CDA#3 ร่วมเสียใจกับ สมชาย คมพงษ์ปภา ที่สูญเสียคุณพ่อบุ้นจง แซ่เตีย…

●● สนง.นวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และ Education New Zealand (ENZ) ชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นิสิต นักศึกษา และอาชีวศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี ที่มีไอเดียสร้างผลงานนวัตกรรมและต้องการพัฒนาเพื่อส่งประกวดให้เป็นสุดยอดนวัตกรรมกับ “โครงการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทยครั้งที่ 24 โดยในปีนี้พิเศษสุดๆ สำหรับทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เรียนรู้การพัฒนาผลงานด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอนของ STEAM 4 INNOVATOR ใน “ค่ายนวัตกรรุ่นเยาว์ STEAM4INNOVATOR Camp 2024” ระหว่าง 12-14 ก.ค. 2567 สมัครได้ถึง 25 พ.ค. ที่ https://steam4i.nia.or.th/camp/detail/35 …●●

น้องใหม่

บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ ร่วมงาน ‘วันดื่มนมโลก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805959

บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ ร่วมงาน ‘วันดื่มนมโลก’

บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ ร่วมงาน ‘วันดื่มนมโลก’

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ นมทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักและใส่ใจในสุขภาพ นำโดยสุริยา มูลศรี ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทย เครือเฮอริเทจ ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “World Milk Day วันดื่มนมโลก @ Big C บิ๊กซีสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดี” เนื่องในโอกาสที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันดื่มนมโลก” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญและสนับสนุนการบริโภคนม ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยงานจัดต่อเนื่องขึ้นเป็นปีที่ 9ณ บิ๊กซี สะพานควาย เมื่อเร็วๆ นี้

ภายในงานมีกิจกรรมบูธเชียร์ชิม และโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน โดยปีนี้ อัลมอนด์ บรีซ ได้ปรับpackaging ใหม่สำหรับทั้ง 6 รสชาติ ได้แก่ รสจืด รสออริจินัล รสวานิลลา รสช็อกโกแลต รสมัทฉะ และรสลาเต้ รวมถึงได้ขยายตลาดออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “อัลมอนด์ บรีซ โยเกิร์ตพร้อมดื่มจากนมอัลมอนด์”เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการแพ้แลคโตสในนมวัว และผู้ที่ชื่นชอบนมทางเลือก เป็นการผสมผสานระหว่างน้ำนมอัลมอนด์และน้ำผลไม้แท้ซึ่งถือเป็นโยเกิร์ตพร้อมดื่มแพลนท์เบสแบรนด์แรกในประเทศไทยมี 2 รสชาติ ได้แก่ รสทรอปิคอล ฟรุตและรสมิกซ์เบอร์รี่

แอสตร้าเซนเนก้า ผนึกกำลัง บีเอ็นเอช พัฒนาความร่วมมือ นวัตกรรมรักษาโรคหืดรุนแรงและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปไวรัส RSV

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805949

แอสตร้าเซนเนก้า ผนึกกำลัง บีเอ็นเอช พัฒนาความร่วมมือ นวัตกรรมรักษาโรคหืดรุนแรงและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปไวรัส RSV

แอสตร้าเซนเนก้า ผนึกกำลัง บีเอ็นเอช พัฒนาความร่วมมือ นวัตกรรมรักษาโรคหืดรุนแรงและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปไวรัส RSV

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ลงนามกรอบความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศเพื่อการดูแลรักษาโรคหืดครบวงจร โดยทีมสหวิชาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยห่างไกลภัยร้ายจากไวรัส RSV หรือ “Collaborative excellence in multidisciplinary care network for RSV and Asthma” สร้างความรู้ความเข้าใจในไวรัส RSV และโรคหืด พร้อมดูแลผู้ป่วยด้วยทีมแพทย์มืออาชีพอย่างครบวงจร อีกทั้ง เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากร แลกเปลี่ยนความรู้ในงานวิจัย โดยมีการพัฒนาความร่วมมือในการนำ “นวัตกรรมภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับโรค RSV” ที่เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัส RSV และ “นวัตกรรมเพื่อการดูแลรักษาโรคหืดรุนแรงแบบแม่นยำเฉพาะบุคคล” ยกระดับการดูแลโรคระบบทางเดินหายใจให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล

นายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าประเทศไทย และ Frontier Markets เปิดเผยว่า การติดเชื้อไวรัส RSV และโรคหืดเป็นโรคที่มีความรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช จึงได้ร่วมลงนาม กรอบความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศเพื่อการดูแลรักษาโรคหืดครบวงจรและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยห่างไกลภัยร้ายจากไวรัส RSV หรือ“Collaborative excellence in multidisciplinary care network for RSV and Asthma” โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ อีกทั้งยังพัฒนาความร่วมมือในการนำ “นวัตกรรมเพื่อการดูแลรักษาโรคหืดรุนแรงแบบแม่นยำเฉพาะบุคคล” และ “นวัตกรรมภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับโรค RSV” ที่เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อไวรัส RSV ระดับรุนแรงในเด็กที่มีความเสี่ยงสูงในช่วง 2 ขวบปีแรกอีกด้วย

นายแพทย์นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล ผู้บริหารโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า กรอบความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศเพื่อการดูแลรักษาโรคหืดครบวงจรและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยห่างไกลภัยร้ายจากไวรัส RSV หรือ “Collaborative excellence in multidisciplinary care network for RSV and Asthma” มุ่งเน้นพัฒนาความเป็นเลิศในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืดครบวงจรโดยทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเป็นอย่างมาก โดยการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนล่างจากไวรัส RSV เป็นสาเหตุหลักในการนอนโรงพยาบาลของเด็กเล็กในช่วงขวบปีแรก มีการระบาดหนักในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม หรือช่วงฤดูฝน สำหรับการติดเชื้อไวรัส RSV ในช่วงทารกนั้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหืดในวัยเด็กได้ โดยความเสี่ยงในการเกิดโรคหืดในช่วง 5 ขวบปีแรกมีความสัมพันธ์กับระดับความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัส RSV ด้วยเช่นกันซึ่งเด็กที่ปลอดการติดเชื้อไวรัส RSV ในช่วงขวบปีแรกมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหืดในช่วง 5 ขวบปีแรกต่ำกว่าเด็กที่เคยติดเชื้อไวรัส RSV ในช่วงขวบปีแรก ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาโรคเป็นอย่างมาก

สำหรับกรอบความร่วมมือฯ ทางโรงพยาบาลบีเอ็นเอช และ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด วางแผนในการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกช่วงอายุ ด้วยการบริการและการให้การดูแลแบบครบวงจรผสานกับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพแม่และเด็ก อีกทั้ง การผสานนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษา อาทิ โรคหอบหืดรุนแรง โดยการประเมินเฉพาะบุคคลเพื่อการรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย และการทำงานเป็นทีมให้การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary teamwork) พร้อมให้การดูแลอย่างครอบคลุม และรักษาอย่างตรงจุด

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปโรคติดเชื้อไวรัส RSV ในเด็ก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนกกุมารเวช โทร.02-0220700 #2758, 2760 และนวัตกรรมการดูแลรักษาโรคหืดรุนแรง สอบถามได้ที่ศูนย์รักษาโรคหืดและภูมิแพ้โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BAAC (BNH Asthma & Allergy Centre) โทร.02-0220840 หรือ www.bnhhospital.com

ลอรีอัล เปิดรับสมัครชิงทุนวิจัย ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ครั้งที่ 22

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805968

ลอรีอัล เปิดรับสมัครชิงทุนวิจัย  ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ครั้งที่ 22

ลอรีอัล เปิดรับสมัครชิงทุนวิจัย ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ครั้งที่ 22

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ และนักวิจัยที่เคยได้รับทุนโครงการฯ

โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ สานต่อความสำเร็จปีที่ 22 เปิดรับสมัครนักวิจัยสตรีไทย อายุไม่เกิน 40 ปี ผู้เป็นเจ้าของงานวิจัยอิสระในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ หรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ เดินหน้ามอบทุนสูงสุดจำนวน 5 ทุน ทุนละ 250,000 บาท และโล่เกียรติคุณ พร้อมจัดงาน Conversations with the Fellows ไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อกระชับมิตรครอบครัวนักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุน เสริมเครือข่ายนักวิจัยสตรีไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเชิดชูเกียรติสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์และสนับสนุนงานด้านการค้นคว้าและวิจัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย

อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ บริษัทลอรีอัล ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก ลอรีอัล กรุ๊ป ยืนหยัดเคียงข้างผู้หญิงผ่านกิจกรรมและกองทุนต่างๆ เพื่อสร้างพลัง โอกาสและแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงเสมอมา โดยเฉพาะในสายงานวิทยาศาสตร์ผ่านโครงการทุนวิจัย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เรายังเสริมสร้างเครือข่ายด้วยกิจกรรม Conversations with the Fellows ที่จัดขึ้นเพื่อให้นักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุน ได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าเปิดรับสมัครชิงทุนวิจัยฯ เป็นปีที่ 22 เพื่อเฟ้นหาผลงานของนักวิจัยสตรีไทยที่สามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกในวงกว้างและผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถก้าวไปยังระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ สอดคล้องกับแนวคิดของโครงการที่ว่า โลกต้องการวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ต้องการสตรี”

ดร.กัญญวิมว์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการบริหารบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยและหนึ่งในคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ โครงการทุนวิจัย ลอรีอัลฯ กล่าวว่า “การมีโอกาสที่จะสื่อสารงานวิจัยในวงกว้าง เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้นักวิจัยสตรีรุ่นใหม่ สามารถพัฒนางานวิจัยของตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นได้อีก โครงการทุนวิจัย ลอรีอัลฯ เป็นโครงการฯ ที่สร้างโอกาสในการเป็นนักวิจัยระดับสากล และรางวัลนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผลงานวิจัยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายนอกจากนี้ยังมีเวทีรางวัลระดับนานาชาติที่จะเป็นก้าวต่อๆ ไปที่นักวิจัยที่ได้รับทุนจากทุนวิจัยลอรีอัลฯ จะได้ไต่ระดับขึ้นไปแสดงความสามารถ  การเป็นที่รู้จักในระดับสากลเปิดโอกาสให้ได้พบปะและสร้างเครือข่ายอันจะนำไปสู่การแบ่งปันองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือใหม่ๆ  สร้างโอกาสให้กับนักวิจัยที่จะได้รับทุนเพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือ เปิดโอกาสในการที่จะช่วยกันสร้างคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะสตรีให้รักวิทยาศาสตร์และก้าวสู่อาชีพนี้เพิ่มขึ้น จึงอยากสนับสนุนให้นักวิจัยรุ่นใหม่สมัครชิงทุนนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้แวดวงสตรีในงานวิทยาศาสตร์ต่อไป”

นักวิจัยสตรีที่สนใจสามารถสมัครเข้าชิงทุนโครงการทุนวิจัยลอรีอัลประเทศไทยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2567 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.FWISThailand.com สอบถามเพิ่มเติมที่อีเมล FWISTH@loreal.com

ดร.กัญญวิมว์ กีรติกร

ดร.กัญญวิมว์ กีรติกร

ปตท.สผ. สนับสนุนข้อมูลธรณีปิโตรเลียมครบวงจร เพิ่มทักษะและศักยภาพการเรียนรู้แก่นิสิตนักศึกษา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805969

ปตท.สผ. สนับสนุนข้อมูลธรณีปิโตรเลียมครบวงจร เพิ่มทักษะและศักยภาพการเรียนรู้แก่นิสิตนักศึกษา

ปตท.สผ. สนับสนุนข้อมูลธรณีปิโตรเลียมครบวงจร เพิ่มทักษะและศักยภาพการเรียนรู้แก่นิสิตนักศึกษา

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.จัดทำโครงการ “Subsurface Datafor U” เพื่อส่งมอบข้อมูลทางด้านธรณีศาสตร์จากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจริงของบริษัทแบบครบวงจร ให้กับมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนด้านธรณีศาสตร์และวิศวกรรมปิโตรเลียม เช่น ข้อมูลการสำรวจคลื่นไหวสะเทือน (Seismic data) ข้อมูลหลุมเจาะ (Well data) และข้อมูลด้านวิศวกรรมปิโตรเลียม รวมทั้ง ระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่พร้อมใช้งาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอน การศึกษาวิจัยและเพิ่มทักษะให้นิสิต นักศึกษาจากการเรียนรู้โครงสร้างทางธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์และวิศวกรรมปิโตรเลียมของแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่โครงการซึ่งบริษัทเป็นผู้ดำเนินการ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านธรณีศาสตร์ให้กับประเทศอีกด้วย โดย ปตท.สผ. ได้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรก และมีแผนจะส่งมอบข้อมูลให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต่อไป นอกจากนี้บริษัทผู้ให้บริการในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้แก่ ชลัมเบอร์เจอร์โอเวอร์ซีส์ เอส. เอ. (SLB) บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ยิบอินซอย จำกัด ยังร่วมสนับสนุนโครงการ “Subsurface Data for U” โดยมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และฮาร์ดดิสก์ ให้แก่สถาบันการศึกษาด้วย

“Subsurface Data for U”เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการ ในโครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ซึ่ง ปตท.สผ. ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพิ่มศักยภาพบุคลากรของทั้งสองฝ่ายผ่านการศึกษาวิจัยต่างๆ รวมทั้ง การส่งผู้เชี่ยวชาญของ ปตท.สผ. ไปร่วมสอนวิชาต่างๆ กับมหาวิทยาลัย และเปิดโอกาสให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยมาฝึกงานกับ ปตท.สผ. เพื่อร่วมกันสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น ธรณีศาสตร์ วิศวกรรมปิโตรเลียม ซึ่งเป็นความรู้ที่สำคัญของการสำรวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมซึ่งเป็นพลังงานหลักของประเทศ

สุดยอดกาแฟไทยไปเวทีโลก ‘Thailand Best Coffee Beans’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805957

สุดยอดกาแฟไทยไปเวทีโลก ‘Thailand Best Coffee Beans’

สุดยอดกาแฟไทยไปเวทีโลก ‘Thailand Best Coffee Beans’

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตร จัดงานแถลงข่าวจัดงาน “Thailand Best Coffee Beans” การประกวดหาสุดยอดกาแฟไทยประจำปี 2567 เชิญชวนให้เกษตรกรทั่วประเทศไทยผู้ปลูกกาแฟได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคิดค้นและพัฒนาเมล็ดกาแฟจากประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ถือเป็นการดำเนินงานตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ชนะรับพระราชทานถ้วยรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงประทานรางวัลต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งในปีนี้เพิ่มความพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย (Thailand Best Coffee Beans) 2.ประเภทการประกวดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับสวนกาแฟเพื่อความยั่งยืนตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู (GAP & Regenerative)

รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า “งาน Thailand Best Coffee Beans เป็นอีกหนึ่งเวทีที่จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำการพัฒนาเมล็ดพันธุ์กาแฟไทยให้ไปสู่ระดับสากล เพราะในปีนี้ผู้ชนะจะได้มีโอกาสไปโรดโชว์ในงานกาแฟระดับโลกที่ประเทศไต้หวัน เพื่อแสดงศักยภาพและยังเป็นการมุ่งเน้นพัฒนาเมล็ดพันธุ์กาแฟไทยไปอีกขั้น และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือ การเพิ่มการประกวดปฏิบัติการทางการเกษตรขึ้นมา เพื่อช่วยสนับสนุนการเพาะปลูกกาแฟจากเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรชาวไทยให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งยังพัฒนาศักยภาพห่วงโซ่ของการผลิตกาแฟไทยให้มีมาตรฐานพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดโลก โดยเรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากาแฟไทยทุกเมล็ดจะเป็นกาแฟที่รักษ์โลก จากกรรมวิธีการปลูกที่ไม่ทำลายป่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเกิด Carbon footprint ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยสร้างการรับรู้และอัตลักษณ์ของกาแฟไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและยกระดับสู่เวทีโลก”

ธงชัย คำโคตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กล่าวเสริมว่า “การประกวดครั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริมและยกระดับกาแฟที่เป็นพืชเศรษฐกิจจากประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และยังถือเป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอดตามแนวพระราชดำริ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพมาตรฐานตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู และช่วยลดปัญหา PM2.5 ในภาคการเกษตรไทยอีกด้วย”

ภายในงาน กอล์ฟ-สุรัมภา หยกโชติสกุล ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบกาแฟไทย กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจในการจัดงานนี้มากเลยค่ะเพราะเวลาที่ดื่มกาแฟเราจะมองไปแค่เรื่องรสชาติเป็นหลัก แต่พอมาวันนี้ได้มีโอกาสฟังทั้งฝั่งผู้เข้าประกวดและผู้ตัดสิน ทำให้รู้ว่า กาแฟไทยคือมีเสน่ห์ในตัวเองมาก ก่อนเข้างานมาได้มีโอกาสชิมกาแฟทางด้านหน้าคือชอบมากๆ กอล์ฟเชื่อว่าคอกาแฟหลายๆ คนถ้าได้มาอยู่ตรงนี้ก็คงอยากจะได้ลองกาแฟไทยแน่นอน ยินดีมากเลยค่ะที่ได้มาร่วมงานที่ให้ความสำคัญต่อกาแฟที่นับเป็น soft power ของไทยได้ต่อจากนี้ไปถ้าเห็นกาแฟร้านไหนที่ใช้กาแฟที่มีรางวัลนี้รองรับก็ยิ่งทำให้อยากชิมขึ้นไปอีกแน่นอนค่ะ อยากเชิญชวนพี่ๆ น้องๆ ชาวเกษตรกรมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกาแฟไทยสู่สากลครั้งนี้ไปด้วยกันเยอะๆ นะคะ”

การประกวดสุดยอดกาแฟไทย “Thailand Best Coffee Beans” สำหรับผู้ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระราชทานรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมเงินรางวัลสูงสุดถึง 100,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งรายการกว่า 700,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ติดตามตลอดทั้งการแข่งขัน ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและกติกาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.doa.go.th และสามารถส่งใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2567

เรียนรู้ ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารกับการลดน้ำหนักแบบไม่อด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805950

เรียนรู้ ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารกับการลดน้ำหนักแบบไม่อด

เรียนรู้ ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารกับการลดน้ำหนักแบบไม่อด

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ภาวะอ้วนปัจจุบันเป็นปัญหาที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงไปทั่วโลก เพราะโรคอ้วนเป็นโรคที่ซับซ้อนและเรื้อรังซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันมากเกินไปจนอาจทําให้สุขภาพแย่ลง โรคอ้วนสามารถนําไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกหลายชนิด ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอีกด้วย

ข้อมูลจาก รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ เปิดเผยว่า สาเหตุของการมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นผลมาจากความไม่สมดุลของการบริโภคพลังงาน (อาหาร) และการใช้พลังงาน (การออกกําลังกาย) สำหรับการวินิจฉัยภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนทําโดยการวัดนํ้าหนักและส่วนสูงของผู้คน และโดยการคํานวณดัชนีมวลกาย (BMI) จากสูตร: น้ำหนัก (กก.)/ส่วนสูง² (ตร.ม.) ค่าดัชนีมวลกายใช้เป็นตัวบ่งชี้ความอ้วน ร่วมกับการวัดค่าเพิ่มเติม เช่น ขนาดรอบเอวซึ่งสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคอ้วนได้ สําหรับผู้ใหญ่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กําหนดน้ำหนักเกินและโรคอ้วน คือ น้ำหนักเกินหมายถึง BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25 และ โรคอ้วนมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 30 สําหรับเด็กต้องพิจารณาอายุเมื่อกําหนดน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

สำหรับการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพควรเริ่มต้นด้วยการวางแผน ซึ่งควรรวมถึงการกำหนดเป้าหมายและการเลือกวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะสม การลดน้ำหนักด้วยการสร้างสมดุลพลังงาน โดยการรับพลังงานจากอาหารให้น้อยกว่าที่ร่างกายใช้ไปในกิจกรรมประจำวัน ร่างกายจะดึงเอาพลังงานสำรองที่สะสมไว้ในรูปของไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ น้ำหนักตัวลดลง แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การคำนวณปริมาณแคลอรีเป็นเรื่องที่ยากและอาจเกิดความผิดพลาดได้ เพราะนอกจากร่างกายของแต่ละคนจะเผาผลาญแคลอรีแตกต่างกันแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ยากอีกทั้งยังต้องมีวินัยและความตั้งใจ ด้วยเหตุนี้แนวทางการใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement, MP) จึงเข้ามามีบทบาทในการควบคุมน้ำหนัก และลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การควบคุมและลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งมีวิธีหลายวิธีที่สามารถทำได้ แต่ต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับตัวคุณเอง

ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารช่วยสร้างสมดุลพลังงาน

หลักสำคัญในการลดน้ำหนักคือการสร้างสมดุลพลังงาน โดยการรับพลังงานจากอาหารทดแทนให้น้อยกว่าที่ร่างกายใช้ไปในกิจกรรมประจำวัน เพื่อให้ร่างกายดึงเอาพลังงานสำรองที่สะสมไว้ในรูปของไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การคำนวณปริมาณแคลอรีเป็นเรื่องที่ยากและอาจเกิดความผิดพลาดได้ เพราะนอกจากร่างกายของแต่ละคนจะเผาผลาญแคลอรีแตกต่างกันแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ยาก อีกทั้งยังต้องมีวินัยและความตั้งใจ

สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมีประโยชน์หลายด้าน ดังนี้

l ควบคุมน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารช่วยให้คุณควบคุมปริมาณแคลอรีที่รับเข้าได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

l ความสะดวกสบาย การใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารทำให้คุณสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องคำนึงถึงการเตรียมอาหารหรือควบคุมปริมาณอาหารส่วนใหญ่ของมื้ออาหาร

l โภชนาการครอบคลุม ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมักมีสารอาหารที่ครอบคลุม รวมถึงโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

l ลดความอยากอาหาร ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารอาจช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้คุณรับประทานอาหารน้อยลง

l ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบางผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมีส่วนประกอบที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือเสี่ยงต่อเบาหวาน

l ความสมดุลของโภชนาการ การใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารช่วยให้คุณรับสารอาหารที่สมดุลโดยไม่ต้องคำนึงถึงการเตรียมอาหารหลายมื้อ

ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร หรือ Meal Replacement ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถบริโภคแทนมื้ออาหารหลัก โดยมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงมีแคลอรีต่ำกว่าอาหารปกติ การบริโภคผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารจึงช่วยในการควบคุมพลังงานอาหารที่บริโภคในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี

การทดแทนมื้ออาหารตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ อีกทั้งยังมีส่วนผสมและองค์ประกอบของสารอาหารที่แตกต่างกันดังนั้น ก่อนจะซื้อควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนและอ่านฉลากให้ดีก่อนซื้อมาบริโภค ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารต้องมีมาตรฐานตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

เมื่อเร็วๆ นี้ มีผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารจาก ประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายและมีจุดเด่นต่างๆ ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนักเพราะให้พลังงานเพียง 200 กิโลแคลอรี/มื้อประกอบไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการในปริมาณเหมาะสมกับการรับประทาน 1 มื้อ เช่น มีปริมาณโปรตีนสูง ถึง 22 กรัม/มื้อ โปรตีนมีคุณสมบัติที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานและช่วยสร้างกล้ามเนื้อในร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น และยังช่วยให้อิ่มนาน หิวน้อยลง เพราะร่างกายจะใช้เวลาย่อยนานกว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมัน จึงช่วยให้การลดน้ำหนักมีผลลัพธ์ดีขึ้น มีวิตามินและแร่ธาตุ ที่จำเป็น 21 ชนิด เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน การปรับความสมดุลของระบบต่างๆ ในร่างกาย และการเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพมีใยอาหารสูง 10 กรัม ใยอาหารสำคัญต่อระบบย่อยช่วยเพิ่มความอิ่ม ลดความต้องการในการบริโภคพลังงานเพิ่มเติมและช่วยเพิ่มกากอาหาร กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ป้องกันท้องผูก ในบางผลิตภัณฑ์ยังมีเสริมสารแอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ในปริมาณถึง 250 มิลลิกรัม ซึ่งสารแอลคาร์นิทีนมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และช่วยให้กล้ามเนื้อมีพลังงานและประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ยังมีรสชาติอร่อย และสะดวกต่อการบริโภค เพียงแค่ชงดื่มก็ช่วยให้อิ่มโดยไม่ต้องงดมื้อใดมื้อหนึ่งไปแม้จะเร่งรีบหรือเคร่งเครียดกับการทำงาน รวมถึงมีรสชาติที่โปรดปราน เช่น กาแฟและโกโก้ เป็นต้น ให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน

ข่าวประชาสัมพันธ์สำหรับคุณผู้หญิงอายุ 25-40 ปี ที่มีปัญหาอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ขอเชิญสมัครเข้าร่วมโครงการ “SUNTORY ชวนฟิต พิชิตหุ่น” ตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก โดยไม่ต้องอด ได้สารอาหารครบถ้วน เปิดรับสมัครได้ตั้งแต่วันนี้-15 มิ.ย. 2567 (รับจำนวนจำกัด เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด) สมัครเข้าร่วมโครงการและดูรายละเอียดได้ที่ @ LINE ID : @mrp2024 การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมจะมีความสำคัญต่อสุขภาพดีของเรา

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

สวธ.จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากมรดกภูมิปัญญาไทย งานเลี้ยงรับรองประชุมใหญ่สามัญสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805963

สวธ.จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากมรดกภูมิปัญญาไทย  งานเลี้ยงรับรองประชุมใหญ่สามัญสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74

สวธ.จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากมรดกภูมิปัญญาไทย งานเลี้ยงรับรองประชุมใหญ่สามัญสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในงานเลี้ยงรับรองสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74 (74th FIFACongress Bangkok 2024) ที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในงานเลี้ยงอาหารค่ำ พร้อมต้อนรับ จานนี่ อินฟานติโน่ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า และคณะผู้นำด้านฟุตบอลจากทั่วโลก ทั้งนี้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่าในการประชุมใหญ่สามัญของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติครั้งที่ 74 (74th FIFACongress Bangkok 2024) ที่รัฐบาลไทย เป็นเจ้าภาพการจัดในครั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม และความบันเทิง ในงานเลี้ยงรับรองสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติและแขก VVIP ประมาณ 400 คน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการแสดง4 ชุด ได้แก่ วิจิตรนาฏกร เฉลิมพรมงคล“รำฝรั่งคู่” การขับร้องเพลงประสานเสียงโดยคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย(TYC) ในบทเพลง สงกรานต์ ภาษาอังกฤษเพลง Can You Feel the Love Tonightและเพลง The Lion Sleeps Tonight ต่อด้วยการแสดง “หุ่นละครเล็ก” โดยคณะโจหลุยส์ซึ่งได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ ผสมผสานแบบร่วมสมัย โดยเหล่าพลวานรโชว์ลีลาเดาะฟุตบอล อีกทั้งหุ่นละคนจะนำของที่ระลึกไปมอบให้กับแขกผู้มีเกียรติ สร้างความสุข สนุกสนาน และปิดท้ายด้วยการแสดง โขน รามเกียรติ์ ตอนยกรบ

ในส่วนของที่ระลึกทรงคุณค่าสร้างสรรค์จากมรดกภูมิปัญญาไทยที่มอบให้กับผู้นำฟีฟ่าและแขกที่เข้าร่วมงานประกอบด้วย “หัวโขน หนุมาน” ขนาดเล็กฝีมือช่างจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ มอบให้กับประธานฟีฟ่า 1 ชิ้น “พวงมาลัยผ้าขาวม้า” ผ้าไหม สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดขอนแก่น เข็มกลัดพวงมาลัย สำหรับผู้เข้าร่วมงาน “เครื่องหอมไทย” สำหรับผู้นำ และยังมีผลิตภัณฑ์กระเป๋ากระจูด สำหรับผู้นำสตรี อีกด้วย

และสำหรับตอนค่ำของวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ณ ราชกรีฑาสโมสรกรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ยังได้จัดการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความสนุกสนาน ความรื่นเริงให้กับผู้แทนประเทศที่เข้าร่วมงาน FIFA Congress Party ภายหลังเสร็จจากภารกิจการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ ประกอบด้วยการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ได้แก่ การแสดงการตีกลอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 4 ภาค ประกอบด้วย ขบวนฟ้อนผางประทีป ภาคเหนือฟ้อนลำแคน ภาคอีสาน หนังตะลุงผืนใหญ่ พร้อมด้วยขบวนรำตารีบุหงา ภาคใต้ ขบวนกลองยาวหรรษา ภาคกลาง และปิดท้ายงานเลี้ยงรับรองด้วย การแสดงนางมโหธรเทวีนางสงกรานต์ประจำปี 2567 จำลองบรรยากาศความสนุกสนาน สดชื่นในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงาน

‘ช้อปสนุก สุขใจ ได้กุศล’ งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 57 มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805966

‘ช้อปสนุก สุขใจ ได้กุศล’ งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 57 มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี

‘ช้อปสนุก สุขใจ ได้กุศล’ งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 57 มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การค้าสยามพารากอน ทรงเปิดงานออกร้าน คณะภริยาทูต ครั้งที่ 57 โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย, ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, จันทร์ประภา วิชิตชลชัยรองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย, มาดาม อแมนด้า เจนแมคโดนัล ภริยาเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย และประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี2567 มาดาม ปรัชญา ซิงห์ ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย ประจำประเทศไทยและประธานจัดทำสลากคณะภริยาทูตประจำปี 2567 และคณะกรรมการจัดงานเฝ้าฯรับเสด็จ ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน เมื่อวันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2567

“งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 57”มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี จัดขึ้นโดย สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะภริยาทูตประจำประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “ช้อปสนุก สุขใจ ได้กุศล” (Shop for a Cause) จัดขึ้นระหว่างวันที่17-19 พฤษภาคม ที่ผ่านมาในรูปแบบHybrid Event และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ www.iredcross.org เพื่อนำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยสนับสนุนการดำเนินงาน ในโครงการต่างๆ ของสภากาชาดไทยต่อไป ภายในงานมีสถานทูตและสถานกงสุลจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมออกร้าน 57 ประเทศ กว่า224 บูธ รวมถึงสินค้าจากร้านโครงการส่วนพระองค์ อาทิ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, ร้านอุปนายิกา, มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, ร้านภูฟ้า, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นต้น

สำหรับการจำหน่ายสินค้าจากสถานทูตได้คัดสรรผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์พื้นเมืองและสินค้ายอดนิยมของแต่ละประเทศมาจัดแสดงและจำหน่ายในราคาพิเศษทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภค, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ,อาหารนานาชาติ, ของตกแต่งบ้านและอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ วัตถุดิบปรุงอาหารจากอิตาลี, ชีส จากฝรั่งเศส, ปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์, เมล็ดกาแฟ ชา จากบราซิล แคนาดา เยอรมนี เคนยา และชิลี, ซูเปอร์ฟู้ดจากเปรู, ขนมขบเคี้ยว อาหารว่าง และเครื่องดื่มหลากหลายประเภท จากมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงช็อกโกแลตจากเบลเยี่ยม สวิตเซอร์แลนด์ โดยปีนี้มีประเทศใหม่ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าเป็นปีแรก คือ ประเทศออสเตรีย และซาอุดีอาระเบีย นอกจากจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของสถานทูตประเทศต่างๆ แล้ว สภากาชาดไทย จำหน่ายกระเป๋าล้อลากอเนกประสงค์ ราคาใบละ500 บาท และสลากคณะภริยาทูต ราคาใบละ 50 บาท เพื่อร่วมทำบุญและลุ้นรับของรางวัลมากมาย โดยทำการจับผลรางวัลในวันสุดท้ายภายในงานออกร้านคณะภริยาทูต ณ พารากอน ฮอลล์ สามารถตรวจผลรางวัลสลากได้ที่ Facebookfanpage : งานออกร้านคณะภริยาทูต และ Redcrossfundraising และเว็บไซต์ www.iredcross.org

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 57

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 57

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิก
สภากาชาดไทย และ ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิก สภากาชาดไทย และ ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย

Mr.Stephen Senanayake คู่สมรส ออท.ศรีลังกา, Mrs.Thandiwe Doris Africa
ภริยา ออท.แอฟริกาใต้, Datin Catherina Christine Cherian ภริยา ออท.มาเลเซีย,
Mrs.Camilla Thorgaard ภริยา ออท.เดนมาร์ก, Ms.Amanda McDonald ภริยา ออท.นิวซีแลนด์ และประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2567,
Mrs.Pragjna Singh ภริยา ออท.อินเดีย และประธานจัดทำสลากคณะภริยาทูต ประจำปี 2567

Mr.Stephen Senanayake คู่สมรส ออท.ศรีลังกา, Mrs.Thandiwe Doris Africa ภริยา ออท.แอฟริกาใต้, Datin Catherina Christine Cherian ภริยา ออท.มาเลเซีย, Mrs.Camilla Thorgaard ภริยา ออท.เดนมาร์ก, Ms.Amanda McDonald ภริยา ออท.นิวซีแลนด์ และประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2567, Mrs.Pragjna Singh ภริยา ออท.อินเดีย และประธานจัดทำสลากคณะภริยาทูต ประจำปี 2567

คณะเอกอัครราชทูตจากนานาชาติ

คณะเอกอัครราชทูตจากนานาชาติ

แอนนา เสืองามเอี่ยม มิสยูนิเวิร์ส
ไทยแลนด์ ปี 2565

แอนนา เสืองามเอี่ยม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ปี 2565

Playmobil และ McDonald’s จับมือลดโลกร้อน สร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยของเล่นรักษ์โลกผลิตจากอ้อย 95%

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805929

Playmobil และ McDonald's จับมือลดโลกร้อน สร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยของเล่นรักษ์โลกผลิตจากอ้อย 95%

Playmobil และ McDonald’s จับมือลดโลกร้อน สร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยของเล่นรักษ์โลกผลิตจากอ้อย 95%

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.00 น.

Playmobil และ McDonald’s จับมือลดโลกร้อน สร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยของเล่นรักษ์โลกผลิตจากอ้อย 95%!

“ครั้งแรกของแบรนด์ระดับโลก Playmobil ผู้นำการผลิตของเล่นรักษ์โลกร่วมกับ McDonald’s  ผลิตฟิกเกอร์สัตว์จากพลาสติกชีวภาพ พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้ในชุด Happy Meal!”

ก้าวสำคัญในโลกแห่งความยั่งยืนของทั้งสองแบรนด์ที่ได้ร่วมกันจัดแคมเปญสุดพิเศษขึ้นมาเอาใจเด็กๆและนักสะสม Playmobil และ McDonald’s พร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟทั้งความสุขและจินตนาการตลอดหนึ่งเดือนเต็มในชุด Happy Meal พร้อมของเล่นสุดฮิตจาก Playmobil ในธีมของ Wiltopia ที่รวบรวมความมหัศจรรย์ของสัตว์จากทั่วทุกมุมโลกที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆมากมาย อีกทั้งยังเป็นของเล่นที่ทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 

‘ครั้งแรกกับของเล่นที่ผลิตด้วยพลาสติกชีวภาพจากอ้อยถึง 95 %’

Wiltopia ประสบความสำเร็จมากที่สุดในกลุ่มของเล่นยั่งยืนของแบรนด์เพลย์โมบิล ได้คว้ารางวัลมาแล้วมากมายในหลายประเทศในปี 2023 ด้วยการนำพลาสติกเก่าจากตู้เย็นมารีไซเคิลโดยเฉลี่ยถึง 80% และยังมีฟังก์ชันที่มอบความรู้เกี่ยวกับสัตว์และสิ่งแวดล้อมให้แก่เด็กๆอีกด้วย โดยของเล่น Wiltopia ในชุด Happy Meal นี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้พลาสติกชีวภาพจากอ้อยในการผลิตถึง 95% เลยทีเดียว Bahri Kurter, CEO ของ Playmobil ได้กล่าวว่า “Playmobil ยืนหยัดเพื่อประสบการณ์การเล่นที่ยั่งยืนตลอดมา เรากำลังดำเนินการตามเป้าหมายอย่างแน่วแน่ เพื่อลดการใช้พลาสติกจากฟอสซิลในการผลิตของเล่น และเปลี่ยนมาใช้พลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน”

‘ก้าวสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดีขึ้นในอนาคต’

McDonald’s ตามหาของเล่นรักษ์โลกที่มีคุณภาพและทนทานมาเป็นเวลากว่า 2 ปี “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเยอรมนี Playmobil เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของคุณภาพและเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานระดับสูงของของเล่น Happy Meal ของเรา นอกจากนี้เรายังภูมิใจในการใช้วัตถุดิบที่ทำจากอ้อยเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำไปสู่ ​​McDonald’s ที่ดีขึ้นในอนาคต” Tomasz Debowski, Vice President และ Chief Marketing Officer ของ McDonald’s Germany กล่าว ซึ่งแคมเปญนี้เป็นครั้งแรกสำหรับ McDonald’s ในการใช้พลาสติกชีวภาพในชุดของเล่นของ Happy Meal และสำหรับ Playmobil การร่วมมือกับ McDonald’s เป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ที่มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนเช่นกัน การร่วมมือกันครั้งนี้ของ Playmobil กับ McDonald’s ถือเป็นก้าวสำคัญในการก้าวไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในอนาคตของทั้งสองแบรนด์

‘แคมเปญที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Playmobil ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก’

Playmobil พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์การเล่นในโลกแห่งความสนุกสนานพร้อมสำรวจโลกกว้างไปกับมื้ออาหารแห่งความสุขให้กับทุกคน แคมเปญ Wiltopia ในชุด Happy Meal มีฟิกเกอร์สัตว์ให้สะสมมากถึง 8 แบบในประเทศไทย ได้แก่ หมีโพลาร์ สิงโต หมาป่า อุรังอุตัง เคแมน ปลาฉลามหัวค้อน โลมา และเต่าตนุ โดยจะออกให้ทุกคนได้สะสมสัปดาห์ละ 2 แบบในทุกสาขาของ McDonald’s ตั้งแต่ 17 พ.ค. – 13 มิ.ย. 2567 ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม! และในทั่วโลกยังมีแบบอื่นๆอีกให้สะสมรวมทั้งหมด 14 แบบ กระจายไปยังประเทศต่างๆมากถึง 72 ประเทศ รวมจำนวนของเล่นกว่า 52 ล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นแคมเปญที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Playmobil เลยทีเดียว

‘ความทะเยอทะยานที่มีเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนของ Playmobil’

Playmobil เป็นผู้นำในตลาดของเล่นในเยอรมนีมานานกว่า 50 ปีด้วยเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่าง “ฟิกเกอร์หน้ายิ้ม” ขนาด 7.5 ซ.ม. ที่สร้างความสนุกให้เด็กๆมาแล้วทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ของเล่นที่มีความพยายามอย่างหนักในด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานด้วยความต้องการบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี 2570 และกำลังดำเนินโครงการริเริ่มต่างๆ มากมาย เพื่อไม่ให้ใช้วัสดุพลาสติกใหม่อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นปี 2024 ได้ปรับเปลี่ยนวัสดุในการผลิตของเล่นในกลุ่มเด็กเล็กทั้งหมด จากการใช้วัสดุจากฟอสซิลแบบดั้งเดิมไปเป็นผลิตด้วยวัสดุจากพืช ภายใต้แบรนด์ Playmobil Junior แบบใหม่ที่ทำจากพลาสติก Plant-based ถึง 90% และจะเริ่มจำหน่ายในกลางปี 2024 นี้

แคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Playmobil นี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 50 ปีของ Playmobil แบรนด์ของเล่นที่เป็นมากกว่าของเล่น เป็นมรดกความมหัศจรรย์ ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสร้างแรงบันดาลใจในโลกที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ผ่านฟิกเกอร์ตัวละครที่สมจริง ช่วยส่งมอบประสบการณ์สู่ลูกหลาน ด้วยของเล่นที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และทนทาน Playmobil ของเล่นเพื่อสิ่งแวดล้อม มรดกแห่งความรู้ สู่โลกที่ยั่งยืน

Playmobil ของเล่นเสริมพัฒนาการจากเยอรมนี จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปและช่องทางออนไลน์ นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท โซลิด เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด สามารถสั่งซื้อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-8883500 หรือ http://www.playstorethailand.com  และไลน์: @Playstorethailand