เฉลิมฉลอง ’30 ปี มาลีฮวนน่า รีบอร์น ระบำ’กับคอนเสิร์ตริมหาดพร้อมทัพศิลปินครบเครื่อง

https://www.naewna.com/entertain/847760

เฉลิมฉลอง '30 ปี มาลีฮวนน่า รีบอร์น ระบำ'กับคอนเสิร์ตริมหาดพร้อมทัพศิลปินครบเครื่อง

เฉลิมฉลอง ’30 ปี มาลีฮวนน่า รีบอร์น ระบำ’กับคอนเสิร์ตริมหาดพร้อมทัพศิลปินครบเครื่อง

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.12 น.

คอนเสิร์ต 30 ปี มาลีฮวนน่า รีบอร์น ระบำ ของ “อาจารย์ไข่ คฑาวุธ ทองไทย” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ หาดเสาเอียง จ.เพชรบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งความสำเร็จที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังศิลปิน ตราตรึงใจแฟนเพลงทุกคน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าจดจำ งานนี้ได้รวบรวมศิลปินหลากหลายรุ่นมาร่วมโชว์เพลงฮิตที่แฟนๆ คุ้นเคย พร้อมทั้งกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ที่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจจากทุกฝ่าย โดยทาง Pazan และ อาจารย์ไข่ ได้เปิดประมูลกีตาร์ “30 ปี มาลีฮวนน่า” ตัวแรก serial no.1 งานไม้หน้าแท้ เป็นกีตาร์โปร่งไฟฟ้าจะมีลายเซ็น “อาจารย์ไข่” และส่งมอบให้ผู้ชนะประมูลบนเวที โดยเปิดประมูลเริ่มต้นที่ 50,000 บา ซึ่งรายได้จากการประมูลทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ โชว์สุดพิเศษชุดใหญ่ตลอดค่ำคืน คอนเสิร์ตเริ่มต้นด้วยการแสดงจาก “ไววิทย์” คลื่นลูกใหม่ในวงการเพื่อชีวิต เป็นการหยอดน้ำจิ้มที่ทำเอาแฟนๆ อิ่มเอมถ้วนหน้า ตามต่อด้วยสาวเสียงสวย “ปราง ปรางทิพย์” นักร้องจากเวที The Voice ขึ้นร่วมร้องเพลง “รำวง” กับ “พี่ไข่” พร้อมเพิ่มสีสันยามพลบค่ำด้วยการแสดงที่สนุกสนานของ “น้องภู่กัน” และ “น้องสีน้ำ” ให้แฟนๆ ได้โยกย้ายตามสเต็ป ที่พลาดไม่ได้คือโชว์สุดเพลินตาพาเพลินใจของ “มีนตรา อินทิรา” ที่มาส่งมอบเสียงร้องอันไพเราะในเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุง เช่น “ห้ามตั๋ว”,”เชพบ๊ะ”,”สาวอีสานรอรัก”,”ยังฮักอีกบ่ได้”,”วันที่ได้คำตอบ”,”จี่หอย”,”รักข้ามคลอง”,”กรวดน้ำตา” และ “ว่าว” แถมพิเศษด้วยเพลงมันส์ๆ อย่าง “นางแมว” เล่นเอาแฟนๆ ลุกขึ้นมาแดนซ์ไฟแทบลุกชายหาด ปิดท้ายด้วยเพลง “สวยขยี้ใจ + เมร่อน” เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ถล่มทลาย ในส่วนของ “พี่โป่ง หิน เหล็ก ไฟ” มาสะกดทุกคนด้วยเพลงดังอย่าง “ยอม,” “ค้างคาวไฟ,” และ “นางแมว” ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย “อ.ไข่ มาลีฮวนน่า” ที่มาพร้อมบทเพลงในตำนานมากกว่า 30 เพลง โดยในแต่ละโชว์แบ่งเป็น 3 ชุดใหญ่ๆ โดยมีเพลงฮิตอย่าง “แสงจันทร์”, “หัวใจพรือโฉ้” และ “โมรา” งานนี้ “อ.ไข่” มีเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ด้วยการร่วมร้องเพลง “วัยวุ่น” กับน้องๆ วง “Thug Life” ชิน & เป้ ที่มีท่อนแร็ปสุดปังฟังแล้วโดนใจมากๆ ถือเป็นงานเพลงร่วมสมัยที่เรียกความสนใจได้ไม่น้อย โดยศิลปินรุ่นใหม่วัยเยาว์ที่มาร่วมเติมเต็มความสนุกด้วยเพลงแร็ปนั้น เป็นการแสดงความผสมผสานแนวเพลงอื่นๆ เข้ากับเพลงเพื่อชีวิตเพิ่มความสนุกสนานให้กับผู้ชม และที่ลืมไม่ได้คือการอ่านบทกวีของ “จิระนันท์ พิตรปรีชา” ที่เติมเต็มบรรยากาศริมชายหาดให้ทรงพลังยิ่งขึ้นอีกด้วย ต่อมาเป็นทีของ “วงปากอง” และ “วงละมัย” ที่ออกมาขับกล่อมบทเพลงชิลล์ๆ สบายๆ สไตล์เพื่อชีวิตในยามดึก (ตี2 – ตี5) แต่พลังในตัวเหล่าศิลปินและแฟนเพลงยังไม่หมดสิ้น ทุกคนยังคงตื่นเต้นกับเพลงเบาๆ ที่ศิลปินบรรเลงเคล้าเสียงคลื่น ให้พี่น้องได้นั่งฟังอย่างอรุ่มใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นท่ามกลางชาวเพื่อชีวิตนับพัน ส่งมอบความรักให้กับแฟนๆ เมื่อถึงเวลายามรุ่งสาง “อ.ไข่” ออกมาร้องเพลงสุดไพเราะเพื่อส่งมิตรรักแฟนเพลงกลับบ้าน พร้อมทั้งแจกลายเซ็นอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย สร้างความประทับใจให้แก่แฟนๆ อย่างสุดหัวใจ น้ำใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อผู้ประสบภัย คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังเป็นเวทีที่ศิลปินและแฟนเพลงร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ ผ่านการประมูลกีตาร์ลิมิเต็ด และการบริจาคจากศิลปินและแฟนเพลง จนสามารถรวบรวมเงินได้ทั้งหมด 177,197 บาท โดยกีตาร์ตัวหนึ่งถูกประมูลได้สูงถึง 79,000 บาท ทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้ยิ่งใหญ่และมีความหมายมากขึ้น คอนเสิร์ต 30 ปี มาลีฮวนน่า รีบอร์นระบำ เป็นการแสดงที่ไม่เพียงแค่มีเพลงอันตราตรึงใจ แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือและน้ำใจของศิลปินและแฟนเพลงที่มาเติมเต็มบรรยากาศให้สมบูรณ์แบบ บทเพลงและการแสดงในค่ำคืนนี้จะเป็นความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในใจของทุกคนเสมอไป ขอขอบคุณจากใจทีมงานผู้จัดงาน “แคมป์ไฟดนตรี ภาคพิเศษ 30 ปี มาลีฮวนน่า รีบอร์น ระบำ” และขอน้อมรับทุกคำติชมเพื่อการปรับปรุงในครั้งต่อไป พบกันใหม่ ที่ Road For Life 3 วันที่ 1 มี.ค.68 เขาใหญ่ แสงสีเสียงจัดเต็ม ครับพี่น้อง 

‘ทนายเจมส์-แพรรี่’ตีแผ่วงการ! เผยมุมมองเรื่องกฎหมายและสื่อเมื่อคนดังมีบทบาทสำคัญ

https://www.naewna.com/entertain/847759

'ทนายเจมส์-แพรรี่'ตีแผ่วงการ! เผยมุมมองเรื่องกฎหมายและสื่อเมื่อคนดังมีบทบาทสำคัญ

‘ทนายเจมส์-แพรรี่’ตีแผ่วงการ! เผยมุมมองเรื่องกฎหมายและสื่อเมื่อคนดังมีบทบาทสำคัญ

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.09 น.

เรียกได้ว่าเป็น 2 บุคคลชื่อดังที่มักจะมีกระแสอยู่ในโซเชียลอยู่เสมอ ทนายเจมส์นิติธรและ แพรี่ ไพรวัลย์  โดยล่าสุดมาเปิดใจในรายการ WOODY INTERVIEWร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องปรากฏการณ์ที่คนดังมีบทบาทสำคัญเผยมุมมองวงการกฎหมายและสื่อเรื่องควรระวังในสังคมที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น

ตอนนี้คนเดือดร้อนกันเยอะมาก เห็นปรากฎการณ์อะไรบ้างกับข่าวคราวมากมายในช่วงที่ผ่านมา ?

ทนายเจมส์ :ผมเห็นถึงปรากฏการณ์อย่างหนึ่งก็คือ คนดัง ๆ ทั้งนั้นเลยที่ถูกดำเนินคดี ผมกำลังจะบอกว่ามันกำลังจะสะท้อนหรือเปล่าว่าคนดังไม่ได้แปลว่าดี และคนดีไม่ได้แปลว่าจะต้องดัง ทำงานอยู่เบื้องหลังก็มีอยู่เยอะแยะมากมาย แต่อีกอย่างนึงที่เราเห็นก็คือ ทำไมคนที่เดือดร้อนจำเป็นต้องไปหาคนดังหรืออินฟูลฯ แทนที่จะไปหาหน่วยงานราชการ หรือก็ไปหาหน่วยงานราชการแล้วแต่มันไม่ได้ผล มันช้า มันติดอะไรยังไงตรงไหน

แพรรี่ :ในยุคนี้มันเหมือนรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองเขาก็จะมีหน่วยงานที่เขาจะมีเพจมีอะไรให้คนแบบว่าสามารถร้องเรียนได้ แล้วยุคนี้เราจะเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นก็คือสมัยก่อนทนายแบบนี้ จะรู้สึกว่าทนายเป็นคนที่ไม่ควรเข้าใกล้ คนจะรู้สึกว่าอย่าไปคบทนาย

ทนายเจมส์ :บางคนเขาพูดแบบนี้เลยนะพี่ เจองูกับเจอทนายตีทนายก่อน (หัวเราะ)

แพรรี่ :ทนายหลาย ๆ ท่านก็ดี หนูไม่ได้เหมารวมนะคะ เขาก็จะมีช่องทางชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านจริง ๆ ในการที่เขาจะไปร้องเรียน เพราะรู้สึกว่าไปร้องเรียนแล้วเรื่องไม่เงียบ อย่างเคสหนูล่าสุดกำลังจะเดินทางขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพอยู่ดี ๆ ก็มีชาวบ้านโทรมาว่ามีเคสที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดรู้สึกว่าไม่ค่อยโปร่งใสเรื่องการใช้ปัจจัยเงินทอง หน้ากฐิน เงินมันเยอะอยากให้คุณแพรรี่เข้ามาดูหน่อย แค่นี้หนูก็รู้แล้วว่าชาวบ้านเขาพยายามร้องเรียนตามระบบ ตามกลไกล ร้องเรียนผ่านเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ คณะปกครอง คณะสงฆ์แต่  3 ปีแล้วเรื่องยังเงียบเหมือนเดิมเขาก็จึงรู้ว่าพึ่งไม่ได้กับกลไกลแบบรัฐ จึงตัดสินใจพึ่งคนที่เป็นชาวบ้านเหมือนกันแต่มีพื้นที่สื่อมีแสง

พูดถึงทนายในช่วงนี้ก็มีติดคดีเยอะมาก และเป็นทนายคนดังพอสมควร จากเหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อแวดวงทนายหลังจากนี้ไหม ?

ทนายเจมส์ :มองได้หลาย ๆ มุม ในมุมที่สอนตัวผมเองด้วยสอนหลาย ๆ คนด้วยว่าการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์อย่างที่แพรรี่พูดอันนี้จะเกิดประโยชน์ แต่การใช้สื่อในทางที่ผิดมันก็จะเกิดโทษอย่างที่เห็น พูดง่าย ๆ คืออย่าหลงกับแสงสี สิ่งเหล่านี้มันเป็นดาบสองคมได้เสมอ เพียงแต่ความดีขอให้มั่นคงเหมือนเกลือรักษาความเค็ม แต่ถ้าเกิดคุณใช้สื่อในทางที่ผิดแสวงหาผลประโยชน์มิชอบ สื่อหรือประชาชนนี่แหล่ะ จะลุกขึ้นจัดการกับคุณเอง ผมจะบอกว่าทุกวันนี้ทนายเจมส์เองไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะตัวของผม เกิดขึ้นจากสื่อและประชาชนให้การสนับสนุนผมถึงมีทนายเจมส์ เพราะฉะนั้นการใช้ชื่อเสียงที่ประชานชนให้มาไปหากินกับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง มันไม่สมควร

แพรรี่พอจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาบ้างไหม ในแง่ของการที่จะมาปรากฏตัวในรายการต้องมีค่าใช้จ่าย ?

แพรรี่ :เคยได้ยินอย่างในรายการดัง ๆ ที่เราจะอยู่ตลอดเวลา ก็คือมีการถูกแอบอ้างจริงว่าอยากไปนั่งในรายการนี้ไหม แล้วต้องจ่ายเงินเท่านี้ จนหนูต้องออกมาแซวว่าหนูออกรายการทุกครั้งว่าไม่เคยต้องจ่ายเงินนะ แล้วหนูแบบยังแอบเอาของไปขายอีกด้วยโดยไม่ต้องเสียค่า Tie in อะไรเลยแบบนี้ แต่มันมีอยู่จริง ๆ นะคะ แบบชาวบ้านบางทีเขารู้สึกแบบหมดหวัง ไม่มีหวังต่อให้เขาต้องจ่ายเงินราคาหลักพันหรือหลักหมื่น เขาก็รู้สึกว่าพร้อมที่จะจ่าย ถ้าสามารถได้เข้าไปนั่งพูด มันไม่ใช่แค่ประชาชนนะ คนที่ทำอะไรไม่สะอาด ไม่โปร่งใส ถ้าเขาได้จ่ายเงินแล้วสามารถฟอกตัวเองได้เขาก็ยินดีที่จะจ่าย

ทั้งหมดที่ได้เรียนรู้มา ทนายเจมส์ แนะนำหน่อยว่าการเป็นผู้ประกอบการหรืออินฟลูฯ เราควรจะมีหลักการอะไรบ้างเพื่อที่จะมั่นใจว่าจะไม่เดินไปในทางที่ผิด ?

ทนายเจมส์ :หลักการผมง่าย ๆ เลยครับ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน กินมูมมามจานข้าวก็ตกแตกไม่ได้กินเลย ผมบอกแค่นี้ เพราะฉะนั้นการทำอะไรก็แล้วแต่ทำให้เสมอต้นเสมอปลาย และท้ายที่สุดก็คืออย่าทำให้ใครเดือดร้อนเสียหาย นี่คือสิ่งที่สำคัญและอย่างที่ผมย้ำอีกก็คือประชาชนเป็นคนให้ชื่อเสียงคุณมา คุณอย่าเอาสิ่งที่เขาให้มาไปหากินกับเขา ปัจจุบันนี้พอมันมีเรื่องราวที่เสียหายอย่างหนึ่งเลยคือคุณจะโดนใช้กฎหมายปิดปาก พอมีเรื่องไม่ดีขึ้นมา เขาใช้กฎหมายปิดปากไม่ให้พูด หรือพูดก็พูดด้วยขีดจำกัดและเราก็ไม่สารมารถเข้าถึงตัวบุคคลคนนั้นได้ว่าบุคคคลนั้นมีข้อไม่ดีตรงไหนอย่างไร ด้วยเหตุผลนี้แหล่ะ จึงจำเป็นจะต้องมีเพจดาร์ก ๆ ขึ้นมาเพื่อแฉกระบวนการพวกนี้เพื่อไม่ให้คนเหลือบไรอาศัยของคำว่าคนดีไปหากิน

ได้ข่าวว่ามีบางเคสที่ขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นอาชีพเลยเหมือนกับว่าเป็นกลุ่มคนที่หากินจากการขึ้นโรงขึ้นศาลการฟ้องร้อง ?

ทนายเจมส์ :มีครับอาศัยคนมาแขวะนิดหนึ่ง ด่านิดหนึ่งก็แจ้งความ

แพรรี่ :มันเป็นระบบกล่าวหา ใครก็ฟ้องร้องได้แล้วก็ไปฟ้องร้องเป็นคดีอย่างหนูโดนบ่อยรู้สึกว่ามันเป็นภาระของคนที่ถูกกล่าวหาที่จะต้องไปพิสูจน์ตัวเอง ที่พี่วู้ดดี้ถามว่าทำไมใครหลาย ๆ คนถึงไม่ค่อยเชื่อมั่นในระบบศาลเพราะว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึง อาจจะพูดแบบนี้ในฐานะที่หนูเคยโดนมาก่อนมันไม่แฟร์กับทุกคน อย่างเหมือนอาจารย์จรงค์เคยไปพูดในรายการโหนกระแสว่าการใช้สิทธิ์ทางกฏหมายแบบพร่ำเพรื่อบางทีมันก็สร้างความเดือดร้อนให้ แล้วยิ่งแบบชาวบ้านตาดำ ๆ ที่เขาไม่มีเงินพอที่จะสู้คดี อย่างหนู สมมติหนูเคยถูกฟ้องร้องต้องใช้เงินในการประกันตัวสู้คดี สมมติคดีละ 10,000 โดนไป 3 คดีก็ 30,000 บาท แต่ 30,000 บาทสำหรับคนหาเช้ากินค่ำเอาที่ไหนถ้าเขาไม่มี เขาอาจจะไม่มีความผิดอะไรเลยแต่ถ้าเขาไม่มีหลักทรัพย์ในการประกันตัวก็ต้องเข้าไปนอนในเรือนจำ รู้สึกว่ามันเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ค่อยจะแฟร์เท่าไหร่

แบบนี้ก็น่าเป็นห่วงเพราะหลายคนที่ไม่มีเงินไม่มีรายได้ จะประกันตัวออกมายังไง โครงสร้างนี้ควรจะปรับเปลี่ยนอะไรไหม?

ทนายเจมส์: ควรปรับ ผมอยากให้ต้นทางของความยุติธรรม อำนวยความยุติธรรมให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาอย่างแท้จริง  บางคนกลัวครับ รู้ว่าคดีนี้ขึ้นศาลยังไงก็ยก แต่ตัวเองก็สั่งมีมูลหรือสั่งไปฟ้อง เพราะอะไรเพราะกลัวโดนร้องเรียนปัญหาเดียวเลย พอสั่งไม่ฟ้องปุ๊ปก็อย่างที่พี่วู้ดดี้ถามว่ามันเกิดข้อสงสัยว่ารับตังค์เปล่า ปัญหานี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองอำนวยความยุติธรรมให้ผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดนะครับ ตำรวจไม่ได้มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดเท่านั้น  เขามีหน้าที่รวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาด้วย แต่ส่วนใหญ่อันที่ 2 เขาไม่ค่อยทำกันไม่ค่อยใช้ เพราะมันยุ่งยากในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานระหว่างผู้กล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหา แต่ง่ายที่สุดเลบอกทางนี้ไม่ต้องให้การก็มีแค่คำกล่าวหาของผู้กล่าวหาอย่างเดียว หลักฐานของผู้กล่าวหาอย่างเดียวเขาก็สั่งฟ้องง่าย ผมจะบอกว่าเราในฐานะที่ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ถ้าไม่ให้การตำรวจสั่งฟ้องอย่างเดียวครับ แต่ถ้าเกิดเราให้การเอาพยานหลักฐานเข้าสู่ระบบ ตำรวจต้องชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของผู้กล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาว่าสามารถที่จะสั่งฟ้องได้หรือไม่

เห็นในหน้าสื่อวันนี้ก็คือผู้ต้องหาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้โดนพิสูจน์หรือว่าขึ้นศาลก็โดนตัดสินโดยสังคม ดูเหมือนกับว่าใครที่เป็นข่าวก็ผิดไปแล้ว ด้วยความรู้สึกของสังคมที่มองว่าเขาผิดมันจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการตัดสินด้วยหรือไม่ ?

แพรรี่ :หนูอาจจะยังเห็น ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมแล้วก็ในระบบศาลอยู่ว่าศาลเวลาท่านตัดสินท่านก็ไม่ได้เอาแต่สังคมเป็นหลัก มันก็มีพยาน เหมือนมีหลาย ๆ เคสที่ค้านสายตาเรา แล้วรู้สึกว่าทำไมแบบนี้ ยกฟ้องอย่างเช่นเคสคดีภูเก็ต ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุ หลาย ๆ เคสศาลก็ยกฟ้องแม้สังคมจะรู้สึกว่าฝรั่งผิด หลาย ๆ เคสศาลท่านก็ใช้ดุลยพินิจตามพยานหลักฐานที่มันควรจะเป็น

บางกรณีที่เป็นผู้ต้องหา แต่ภาพมันดูเป็นคนร้ายแล้วอันนี้จะมองรวมๆ ยังไงดี ?

แพรรี่ :มันก็รู้สึกไม่ค่อยแฟร์กับเขาถ้าสมมติหนูเป็นเองมันก็ไม่แฟร์ อย่างหลาย ๆ เคส ออกมาก็คือศาลยกฟ้องแต่ว่าเขาก็ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำอันนี้คิดว่ามันต้องมีกระบวนการอะไรบางอย่างในกระบวนการยุติธรรม ปรับปรุงเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่ทำยังไง ผู้ต้องหาที่ไม่ได้มีคำพิพากษาไม่ควรที่จะไปอยู่ในพื้นที่เดียวกับผู้ต้องขังที่มีคำพิพากษาจากศาลแล้ว รู้สึกว่าอยากให้ความเป็นธรรมกับคนเหล่านั้น เพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเราก็จะถือว่าถ้ายังไม่มีคำตัดสินถึงที่สุดผู้ถูกกล่าวหาก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แต่มันยังไม่มีตรงจุดนั้นไง

ทนายเจมส์ :ท้ายที่สุดแล้วผมอยากให้เสพข่าวอย่างมีสติ ฟังเขาเราวิพากษ์วิจารณ์ได้ในขอบเขตแต่อย่าไปด่าเขา อย่าไปว่าเขาจนเกินขอบเขตเพราะมันอาจจะนำมาสู่กระบวนการที่เรียกว่าใช้กฎหมายก็เป็นไปได้ แล้วอย่าไปบอกว่าคุณใช้กฎหมายปิดปากประชาชน ไม่ใช่ครับเพียงแต่คุณใช้สิทธิเกินส่วน เขาก็เลยจำเป็นต้องใช้กฎหมายจัดการกับคุณปกป้องสิทธิของเขาเหมือนกัน คุณมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะภายในขอบเขต แต่ถ้าเกินล่วงล้ำละมิดสิทธิส่วนบุคคลเมื่อไหร่อันนี้ก็จำเป็นจะต้องใช้กฎหมายปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นเดียวกัน

ถ้าเอาหลักธรรมมาอธิบายให้ใจมันร่มเย็นขึ้น จากการเสพข่าวทั้งหมด คิดว่าเราจะใช้อะไร ?

แพรรี่ :เวลาเราเห็นปรากฏการณ์ข่าวหรืออะไรเราอย่าพึ่งไปอินเกินเบอร์ หรือว่าเราอย่ามีส่วนร่วมเร็วเกินไป สังคมไทยเป็นสังคมที่มีอารมณ์ร่วมง่ายมากแล้วก็ฉาบฉวย อย่างสื่อดึงประเด็นดราม่าอะไรขึ้นมา คนก็จะไปอยู่ในประเด็น ดราม่านั้นซ้ำ ๆ คนไทยเป็นคนประเภทไม่ชอบจบ ชอบรื้อฟื้นแล้วก็ปั่นดราม่าไปเรื่อย รู้สึกว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ทุกดราม่าที่เกิดขึ้นในสังคมเราควรแค่ไปเรียนรู้อะไรบางอย่างกับมันก็พอแล้ว สังคมไทยเป็นอันหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเกิดขึ้นแล้วเดี๋ยวพอมันครบรอบปี จะมาอีกแล้วมันจะวนซ้ำ ๆ เหมือนเราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากเรื่องพวกนี้

แชร์ลูกโซ่ 30-40 ปีแล้วนะมันก็ยังมีแล้วมันก็ยังปรากฏขึ้นมาอีกเหมือนเราไม่ได้เรียนรู้ว่าเรื่องนี้มันก็เป็นแค่การตกแต่งใหม่แต่ไส้ในเหมือนกันหมด ?

แพรรี่ :กิเลสคนเป็นอะไรที่ไม่เคยล้าหลัง ธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงทันสมัยอยู่ตลอดเวลา อย่างที่พระพุทธเจ้าบอกว่า ติตฺติ กาเมสุ อตฺถิความอิ่มในความอยากมันไม่มี ตราบใดที่คนยังรู้สึกว่ายังมีความอยากอยู่ ยังมีความโลภที่มันเกินประมาณอยู่ ยังมีความเพ่งเล็งอยากได้ของๆ คนอื่น แบบที่มันไม่ควรจะได้อยู่ มันก็จะยังเกิดเคสแบบนี้ ต่อให้มันมีคนเตือนแล้วมันก็ยังมีอยู่

สามารถติดตามWOODYINTERVIEWได้ที่ช่องทางFacebook: Woody, Youtube: Woody

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=KJ_-EBRIucs

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODYINTERVIEW

Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk

TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk

‘ช่างเดี่ยว’ ลูกทีมโค้ชคิ้มคว้าแชมป์ The Voice Thailand 2024 ชนะใจผู้ชมด้วยเสียงสไตล์ไทยบ้าน กวาดคะแนนโหวตท่วมท้น

https://www.naewna.com/entertain/847747

‘ช่างเดี่ยว’ ลูกทีมโค้ชคิ้มคว้าแชมป์ The Voice Thailand 2024 ชนะใจผู้ชมด้วยเสียงสไตล์ไทยบ้าน กวาดคะแนนโหวตท่วมท้น

‘ช่างเดี่ยว’ ลูกทีมโค้ชคิ้มคว้าแชมป์ The Voice Thailand 2024 ชนะใจผู้ชมด้วยเสียงสไตล์ไทยบ้าน กวาดคะแนนโหวตท่วมท้น

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.26 น.

สิ้นสุดการรอคอย! กับการแข่งขันรายการประกวดร้องเพลงแนวหน้าของเมืองไทย The Voice Thailand 2024ที่กลับมาสร้างความสนุกให้คนไทยแบบจัดเต็มร่วม 4 เดือน ทางช่อง ONE31 ในที่สุดก็เดินทางมาถึงบทสรุป กับการประกาศชัยชนะของแชมป์คนใหม่ในรายการอย่าง ช่างเดี่ยว-ธีรพงษ์วรรณลักษณ์จากทีมโค้ชคิ้มที่โชว์เสียงร้องอันเป็นธรรมชาติออกมาจากหัวใจ กับการถ่ายทอดเรื่องราวความหวัง ความฝัน และความรักที่มีต่อครอบครัวผ่านบทเพลงสไตล์เพื่อชีวิตอย่าง‘วันที่ได้คำตอบ’จนสามารถเอาชนะใจผู้ชมคนไทยทั่วประเทศ กวาดคะแนนโหวตสูงสุด ขึ้นแท่นตำแหน่งแชมป์ The Voice คนล่าสุดของประเทศไทย พร้อมคว้าเงินรางวัลชนะเลิศจำนวน 500,000 บาท และมีโอกาสเซ็นสัญญากับค่ายเพลง Universal Music Thailand ตามมาด้วยอันดับที่ 2 อย่าง ‘เอก’จากทีมโค้ชจ๋าย ที่มาในบทเพลง ‘ตาสว่าง’

‘ช่างเดี่ยว’กล่าวถึงความรู้สึกหลังได้รับตำแหน่งแชมป์ว่า “ขอขอบคุณรายการ The Voice Thailand ที่ให้โอกาสได้ร้องเพลงตามความฝัน และโค้ชคิ้มที่คอยให้คำแนะนำดี ๆ เสมอมาตั้งแต่วันแรกจนถึงรอบสุดท้าย และที่สำคัญต้องขอขอบคุณกำลังใจจากผู้ชมทุกคนที่คอยสนับสนุนมาตลอด ซึ่งการได้ตำแหน่งแชมป์ในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพ และสร้างความสุขผ่านเสียงเพลงให้คนฟังต่อไป”

ด้านโค้ชคิ้มกล่าวชื่นชมว่า “ช่างเดี่ยวเป็นศิลปินที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์และความมุ่งมั่น ในฐานะโค้ชเจ้าของทีม เราได้เห็นพัฒนาของเขามาโดยตลอด ซึ่งทุกโชว์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าช่างเดี่ยวเป็นนักร้องมากฝีมือที่คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์ในปีนี้ และดีใจที่วงการเพลงไทยได้ค้นพบศิลปินคุณภาพเพิ่มอีกหนึ่งคน”

นอกจากนี้ ในการแข่งขันรอบสุดท้ายยังมีผู้เข้าแข่งขันมากฝีมืออีกหลายคนที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชม  ไม่ว่าจะเป็น อาลามินาเหวยเหวย,พลอยเอกแพทริคเก้า และ ป๊อปปี้โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าแข่งขันจาก The Voice Comeback Stage รอบออนไลน์ อย่างหนุ่มคลังจากทีมโค้ชโบกี้ โค้ชคนที่ 5 มาร่วมเพิ่มความเข้มข้นให้การแข่งขันดุเดือดมากยิ่งขึ้น พร้อมจับมือประสานเสียงร้อง ส่งโชว์สุดยิ่งใหญ่ปิดฉาก The Voice Thailand 2024 ในบทเพลง ‘ฤดูที่แตกต่าง’ จากผู้เข้าแข่งขันทั้ง 9 คน

พิเศษ! สัปดาห์หน้าเตรียมพบกับเซอร์ไพรส์ใหญ่ The Voice Charity รวมเซเลบริตี้คนดังมาจับไมค์ร้องเพลง เพื่อระดมทุนบริจาคให้มูลนิธิต่าง ๆ เป็นของขวัญส่งท้ายปีในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม นี้ เวลา 18.00 น. ทางช่องวัน 31 พร้อมประกาศข่าวดีให้แฟน ๆ เตรียมอุ่นเครื่องรอในโปรเจกต์พิเศษปี 2025 กับ ‘เสียงจริง ตัวจริง The Battle Concert’ การปะทะกันของตัวพ่อตัวแม่จากทุกซีซัน และ The Voice Pride  ฉลองความหลากหลายผ่านการร้องเพลง และสำหรับผู้ที่อยากชมวินาทีประวัติศาสตร์สุดประทับใจกับโชว์รอบ Final สามารถรับชมรายการ “The Voice Thailand 2024” ย้อนหลังได้ทาง Netflix และแฟน ๆ สามารถเข้าไปให้กำลังใจและติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของรายการ The Voice Thailand 2024 ได้ที่

YouTube: https://youtube.com/c/TheVoiceThailand

Facebook: http://www.facebook.com/TheVoiceThailand  

Twitter: https://twitter.com/TheVoiceThai

Instagram: https://www.instagram.com/thevoiceth/

TikTok: https://www.tiktok.com/@thevoicethailandofficial

#TheVoice2024 #TheVoiceTH2024#TheVoiceTH #ช่องวัน31

ล้างตารอ…การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ ‘ใบเฟิร์น VS ลูกเกด’

https://www.naewna.com/entertain/847745

ล้างตารอ...การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ ‘ใบเฟิร์น VS ลูกเกด’

ล้างตารอ…การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ ‘ใบเฟิร์น VS ลูกเกด’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.24 น.

หน่วงทุกฉาก หนักทุกอีพี ไม่เกินจริง สำหรับ ซีรี่ส์ “ทิชา” ทาง “ช่องวัน31” คอนเทนต์จาก “oneD ORIGINAL” ฝีมือการกำกับของ “กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข” เรียกว่า ทำถึง ทำเกิน ชนิดคนดูไม่เคยได้พักสักอีพี โดยเฉพาะ ศึกแม่ผัว-ลูกสะใภ้ “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” (ทิชา) และ “ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม” (บุษรา) ที่ซัดกันหมัดต่อหมัด จนดันเรตติ้ง ทั่วประเทศ สูงถึง 3.26 ,กรุงเทพ และคนเมือง สูงถึง 4.52 โดยยอดคนดูทั่วประเทศ อยู่ที่ 4.4 ล้านคน

ความแรงเกินต้านครั้งนี้ ส่งให้ “ช่องวัน” ขึ้นแท่น “สถานีโทรทัศน์ เรตติ้ง อันดับ 1” มาสัปดาห์นี้ สองตอนสุดท้าย ทุกความบรรลัยต้องมีบทสรุป เพราะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ สองนางพญาต่างรุ่น ใบเฟิร์น และลูกเกด ที่กำลังห้ำหั่นสงครามประสาท หลังจาก ทิชา (ใบเฟิร์น) แอบปล่อยคลิปเสียง บุษรา (ลูกเกด) จนอื้อฉาวไปทั้งประเทศ งานนี้ ความซวย ตกไปอยู่ที่ พู่ (เซียงเซียง-พรสรวง รวยรื่น) เด็กรับใช้ จนถูกส่งขึ้นเขียง เตรียมประเคนให้กับ ทนายสายหื่น อย่าง เมธี (อัค-อัครัฐ นิมิตรชัย) ไม่เพียงเท่านั้น พ่อหนุ่มคลั่งรัก อย่าง พัดชัย ที่รับบทโดย “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” ที่เตรียมสร้างครอบครัวในฝัน ก็ดันต้องสะดุด เมื่อพบว่า เรื่องราวในอดีตของทิชา เต็มไปด้วยการโกหกคำโต ความสับสน จนเสียศูนย์ครั้งนี้ ทิชาจะรับมือกับพัดชัยอย่างไร และ พู่จะหลุดพ้นจากชีวิตในขุมนรกครั้งนี้ ได้หรือไม่ ที่สำคัญ จับตาดู การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ของทิชา และบุษรา ให้ดี ความเหลี่ยมเยอะ เล่ห์แยะ ของคู่นี้ จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

ใครจะอยู่ ใครจะไป มาลุ้นกัน ในวันจันทร์ที่ 16 และ อังคารที่ 17 ธันวาคมนี้ (อีพี7-8) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

‘เพลง ชนม์ทิดา’กอด’ตู่ นันทิดา’ร้องไห้กลางงาน หลังได้ของขวัญสุดมีค่าของ’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’

https://www.naewna.com/entertain/847736

'เพลง ชนม์ทิดา'กอด'ตู่ นันทิดา'ร้องไห้กลางงาน หลังได้ของขวัญสุดมีค่าของ'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์'

‘เพลง ชนม์ทิดา’กอด’ตู่ นันทิดา’ร้องไห้กลางงาน หลังได้ของขวัญสุดมีค่าของ’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 10.42 น.

16 ธันวาคม 2567 หลังจากลูกสาวคนสวยของ’ตู่ นันทิดา’ และ ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ อย่าง ‘เพลง ชนม์ทิดา’ได้ถูกแฟนหนุ่ม’เป๊ก เศรณี’ลูกชายเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล คุกเข่าขอแต่งงานสุดโรแมนติกไปเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ล่าสุดหนุ่มเป๊กและสาวเพลง ได้จัดปาร์ตี้ฉลองการขอแต่งงานในครั้งนี้โดยมีแค่คนสนิทอยู่ในงานที่แสนจะสำคัญนี้ รวมไปถึงแม่ตู่ที่บินมาร่วมงานด้วยพร้อมของขวัญสุดพิเศษจากพ่อเอ๋ที่จะเอามาให้ลูกสาวสุดที่รักในวันสำคัญนี้

โดย’เพลง ชนม์ทิดา’ ได้โพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าโมเมนต์สุดพิเศษนี้ให้ฟังแล้วน้ำตารื่นไปด้วยกันว่า “To my Everything, thank you for being there for me every step of the way (even though it means only flying into Paris just for the weekend). Your presence and present means the world to me. I miss you so much @chonsawat28 

คนที่ขาดไม่ได้เลยในงานนี้คือแม่ตู่และพ่อเอ๋ แม่ตู่บินมาหาเพลง แค่ 2 วัน เพื่อเอาของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตมาให้เพลง นั่นคือ การเอา suit Tomford คู่ใจของพ่อมาห่มให้เพลง ให้เพลงได้อบอุ่นหัวใจ ว่าพ่อเอ๋ยังอยู่ตรงนี้ข้างๆเพลงเสมอ

จริงๆ แล้ว ความฝันของเพลงตั้งแต่เด็กน้อย คือการ มีพ่อเอ๋ เดินจูงมือเพลง down the aisle เหมือนเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยของพ่อ ยังจำได้ว่าหนึ่งเดือนก่อนพ่อเอ๋หลับพ่อยังส่งคู่พ่อลูกเต้น first dance ในงานแต่งมาให้ดูอยู่เลย… ยังชวนพ่อขำๆอยู่เลยว่าเราทำกันไหม แต่ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ในวันนี้ เพลงก็สัมผัสได้ถึงความรักของพ่อ และสัมผัสได้ถึงพลังของพ่อมากขึ้นไปอีก #รักพ่อสุดหัวใจ #คิดถึงทุกลมหายใจ

Thank you Mommy @nantida_tu for everything. My true love, my unconditional love.”

สุดเอ็นดู’น้องคากิ’วัย4เดือน ‘แจ๊ค’พาหัดเดิน แต่เจอคราม่าตามมา (คลิป)

https://www.naewna.com/entertain/847725

สุดเอ็นดู'น้องคากิ'วัย4เดือน 'แจ๊ค'พาหัดเดิน แต่เจอคราม่าตามมา (คลิป)

สุดเอ็นดู’น้องคากิ’วัย4เดือน ‘แจ๊ค’พาหัดเดิน แต่เจอคราม่าตามมา (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.34 น.

‘น้องคากิ’ ลูกชายของ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ และ ‘ใบหม่อน กิตติยา’ ที่ต่างก็มีแฟนๆเข้ามาชมความน่ารักกันอยู่เสมอ แต่ล่าสุดกลายเป็นดราม่าเบาๆ เมื่อแจ๊คโพสต์คลิปสอนลูกหัดเดินในวัย 4 เดือน พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ฝึกเดินแบบหน่อยครับ”  

ทำให้คลิปนี้มีชาวเน็ตเข้ามาเอ็นดูความน่ารักของหนูน้อยคากิ แต่ก็มีบางคอมเมนต์เข้ามาตำหนิคุณพ่อว่าทำไมหัดให้เดินเร็วจัง เดี๋ยวจะมีปัญหาตามมา อาทิ ขาจะโก่งนะคะ  , อย่าเพึ่งให้เดิน เดี๋ยวขาโก่ง , หมอเขายังไม่ให้เดิน น้องจะมีปัญหาตามมาเยอะ , เท้ายังเล็กอยู่เลย สงสารจัง 

กรี๊ดสนั่นทุกด้อม! ต่อ-พีพี-พี่จอง-คัลแลน-BUS แท็กทีม AIS Family ร่วมโชว์สุดพิเศษ บนเวที AIS FANTlVAL 2024

https://www.naewna.com/entertain/847722

กรี๊ดสนั่นทุกด้อม! ต่อ-พีพี-พี่จอง-คัลแลน-BUS แท็กทีม AIS Family ร่วมโชว์สุดพิเศษ บนเวที AIS FANTlVAL 2024

กรี๊ดสนั่นทุกด้อม! ต่อ-พีพี-พี่จอง-คัลแลน-BUS แท็กทีม AIS Family ร่วมโชว์สุดพิเศษ บนเวที AIS FANTlVAL 2024

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.43 น.

กรี๊ดสนั่นทุกด้อม! ต่อ พีพี พี่จอง-คัลแลน และ BUS แท็กทีม AIS Family ร่วมโชว์สุดพิเศษ เสิร์ฟโมเมนต์จัดเต็ม เอาใจแฟนๆ พร้อมขอบคุณลูกค้า บนเวที AIS FANTlVAL 2024   

เรียกได้ว่าจัดหนัก จัดเต็ม จัดใหญ่! ส่งท้ายปีแบบฟินสุดๆ กับครั้งแรกของการรวมตัวพรีเซ็นเตอร์ครอบครัวเอไอเอส ในงานพิเศษสุดยิ่งใหญ่  AIS FANTIVAL 2024 ที่ได้เนรมิตพื้นที่รวมความสนุกและเซอร์ไพรส์แบบไม่มีสิ้นสุด เพื่อมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้า พร้อมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขในช่วงส่งท้ายปี เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวบน Green Carpet ที่พรีเซ็นเตอร์ครอบครัวเอไอเอสได้เรียงคิวออกมาเดินอวดลุคสุดจึ้งอย่างใกล้ชิดกับแฟนๆ ต่อด้วยช่วงเวลาแห่งความสนุกกับโชว์พิเศษแบบจัดเต็ม จนพื้นที่ One Bangkok Park ถึงกับสั่นสะเทือนด้วยเสียงกรี๊ดของแฟนคลับหลากด้อมที่มาร่วมให้กำลังใจศิลปินคนโปรด รวมถึงทางบ้านที่รับชม Live Streaming ผ่านช่องทาง AIS PLAY พร้อมปั่นแฮชแท็กพุ่งทะยานขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของไทย และอันดับ 5 ของโลก

เปิดเวทีต้อนรับสู่ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน ด้วยโชว์สุดปังจาก พีพี-กฤษฏ์ จัดเต็มแสงสีเสียง พร้อมอวดลีลาทั้งการร้องและเต้นในเพลง ขอโทษละกัน และ ลังเล ทำเอาแฟนๆ แทบหยุดหายใจกับความร้อนแรงเกินต้านตั้งแต่เริ่มงาน ก่อนจะได้พบกับพระเอกหนุ่มหล่อ หรือคุณพระที่สาวๆ ต่างเรียกร้อง ต่อ-ธนภพ ที่ขึ้นมาโชว์เสียงนุ่มๆ พร้อมโปรยเสน่ห์ ในเพลงสุภาพบุรุษ ทำเอาแฟนคลับร้องตามกันสุดเสียง และยังเรียกเสียงกรี๊ดต่อเนื่องด้วยโมเมนต์น่ารักของสองพี่น้องแฝดคนละฝาของวงการ ต่อ-พีพี ที่ขึ้นมาร่วมเล่นเกมด้วยกัน เรียกรอยยิ้มจากคนดูแบบไม่ยั้ง ต่อด้วยโชว์พิเศษสุดจริงใจชวนให้ใจฟูจาก พี่จอง-คัลแลน สองหนุ่มเกาหลีขวัญใจมหาชนที่เตรียมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และยังได้ร่วมเล่นเกมกับแฟนคลับแบบใกล้ชิดสุดๆ อีกด้วย

ยังไม่ทันได้พักหายใจ เวทีก็ลุกเป็นไฟอีกครั้ง กับโชว์จากน้องๆ วง BUS (Because of you i Shine) ที่มาโชว์สเต็ปแดนซ์ในเพลง Watch your step และ Liar ต่อเนื่องจนเหงื่อท่วม ตามด้วยซิงเกิลใหม่ล่าสุด สุขสันต์วันคิดถึง เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลายจากด้อมบีอัส ต่อด้วยเซอร์ไพรส์ที่เรียกเสียงกรี๊ดให้ดังสนั่นอีกครั้งเมื่อ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ ที่งานนี้แม้เจ้าตัวจะไม่ได้มา แต่ยังได้ฝากความคิดส่งตรงมาจากลอนดอน เสิร์ฟโมเมนต์น่ารักร่วมกับ พีพี-กฤษฏ์ ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง ก่อนปิดท้ายฟินนาเล่ด้วยโชว์ชุดพิเศษที่เหล่าพรีเซ็นเตอร์ครอบครัวเอไอเอสได้ออกมาร่วมร้องเพลงจะรักเธอให้เหมือนวันแรก ส่งท้ายคนดูและแฟนคลับนับพันให้กลับบ้านพร้อมความสุขสุดประทับใจ

‘ชาล็อต’ยังอึ้ง7วันตร.จับคนร้ายได้แล้ว ‘บอสณวัฒน์’ฮึ่มธนาคารต้องรับผิดชอบด้วย

https://www.naewna.com/entertain/847720

'ชาล็อต'ยังอึ้ง7วันตร.จับคนร้ายได้แล้ว 'บอสณวัฒน์'ฮึ่มธนาคารต้องรับผิดชอบด้วย

‘ชาล็อต’ยังอึ้ง7วันตร.จับคนร้ายได้แล้ว ‘บอสณวัฒน์’ฮึ่มธนาคารต้องรับผิดชอบด้วย

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.28 น.

16 ธันวาคม 2567 จากเหตุการณ์นางงามสาวสังกัดมิสแกรนด์ ‘ชาล็อต ออสติน’ ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินไป 4 ล้านบาท ซึ่งทางสาวชาล็อตก็เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าและได้จับกุมเจ้าของบัญชีม้าได้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในขบวนการหลอกโอนเงินของแก๊งคอลเซนเตอร์ 

ล่าสุดทาง ‘บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล’ พร้อมด้วย ‘ชาล็อต ออสติน’ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีความดังกล่าว โดย’บอสณวัฒน์’ กล่าวว่า ล่าสุดก็คือจับได้แล้ว ตอนนี้ ณ เวลานี้กำลังสอบสวนอยู่ แล้วก็มีความคืบหน้าค่อนข้างดี เดี๋ยวจะนัดรวมทุกอย่างแล้วแถลงข่าวอีกทีหนึ่ง วันที่ 20 ตอนบ่ายโมง แต่สิ่งที่ดีมากๆ เลย ก็คือมันไม่ใช่บัญชีม้า น่าจะเผื่อคนที่ร่วมโครงการเดียวกัน เพราะว่าเราจับได้ว่าเขามีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน มีการสแกนน้าเข้าออกหลายรอบ แสดงว่าไม่ใช่แค่คนเปิดบัญชี เพียงแค่เป็นทางผ่านขายการเปิดบัญชี แต่ว่าเป็นคนที่เดินออกนอกประเทศไปด้วย เดินกลับและเดินออกหลายรอบอยู่ ในความรู้สึกและข้อเท็จจริง เขาเป็นผู้ร่วมกระบวนการ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดีสำหรับคนอื่นและคนหลายๆ กลุ่ม ก็ให้กำลังใจทุกคน น่าจะขยายผลไปได้เกือบร้อยเคส เคสน้องเด็กนักเรียนกับคุณยายที่อุดร ก็เป็นอยู่ในกลุ่มนี้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีโอกาสที่จะได้เงิน 4 ล้านบาทคืนใช่ไหม ‘บอสณวัฒน์’  กล่าวต่ออีกว่า มีโอกาส แต่จะได้ครบหรือเปล่าไม่รู้ อาจจะได้ 3 หรือ 4 ล้าน เนื่องจากเขาไปเปลี่ยนสกุลเงิน ซึ่งเราสามารถรู้ได้ว่าไปในเส้นทางไหน แล้วเราก็ขอยืนยันอีกที องค์กรที่เปลี่ยนเงินสดให้เป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใคร เพราะฉะนั้นให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ผมยังไม่พูดชื่อสถาบัน แต่ถ้ายังไม่ให้ความร่วมมือ หรือไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้ วันที่ 20 เราจะพูดชื่อสถาบันของคุณแบบชัดเจน โดยที่มีหลักฐาน เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันหรือสถาบันที่ขึ้นต้นด้วยตัว B กรุณารับผิดชอบด่วนที่สุด สำหรับเคสนี้

ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามได้มีอะไรบ้าง ?

“ก็คือจับได้แล้ว คืนนี้นอนคุก พรุ่งนี้จะไปฝากขังที่ศาล แล้วก็ค้านการประกันตัว ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล ว่าจะให้ประกันหรือไม่ แต่คาดการณ์ว่ามันพัวพันค่อนข้างเยอะ น่าจะไม่ได้รับการประกัน แล้วก็สืบไปถึงคนแวดล้อม เพราะลักษณะเหมือนร่วมกระบวนการแน่นอน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้าอย่างเดียว ตอนนี้จับได้ 1 คน คือผู้หญิงที่ชาล็อตโอนไป แต่ว่ามีอีกเยอะแยะเลย ไม่ใช่มีคนนี้คนเดียว แต่ประเด็นคือต้องขยายผลจากคนนี้ แต่คนนี้กำลังถูกสอบ น่าจะสอบเสร็จดึกๆ เลย สอบยาวเป็น 10 ชั่วโมง ก่อนมานี่ก็คุยกับผู้การฯ ว่าสถานการณ์เป็นยังไง น้องยังปากแข็งไหม ให้ความร่วมมือในการขยายผลยังไงบ้าง แต่ที่แน่ๆ น้องยอมรับว่าเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าเป็นบัญชีม้าก็คงไม่ได้ออกไปนอกประเทศ เป็นแอเรียที่เป็นสถานที่ตั้งของคนกลุ่มนี้ ยังไม่ได้ถามถอนรากถอนโคลนหรอก เพราะยังมีสถิติทุกวัน ถูกหลอกไปได้ประมาณ 100 ล้านบาทต่อวัน ต่อให้พูดขนาดไหนก็แล้วแต่ มันก็ยังไม่ลด ไม่รู้จะทำยังไง นอกจากตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แล้วก็พยายามอยากคุยเรื่องนี้ให้มันเป็นประโยชน์ ไม่รู้จะเป็นประโยชน์วันไหน แต่ก็เหนื่อย ก็ต้องคุยกันต่อไป” บอสณวัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า ตอนนี้เขาสารภาพอะไรแล้วบ้าง ซึ่งทางบอสณวัฒน์ กล่าว ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ แต่เขาก็คงไม่สารภาพอยู่แล้วตามปกติ เป็นเทคนิค แต่ถ้าเรามีหลักฐานเพียงพอ เราก็น่าจะสรุปได้ เพราะเจอเส้นเงินพอสมควร น่าจะขอความร่วมมือ เพราะเงินออกจากชาล็อตไปเข้าเขา แล้วเขาก็ไปเข้าตัวที่เปลี่ยนเงินเป็นอิเล็กทรอนิกส์เลยทันที โดยที่ไม่เป็น 1 2 3 4 เพราะสมัยก่อนพูดมาก็โยนไปให้คนอื่นให้มันกระจาย ซึ่งอันนี้มันอุกอาจเกิน ทั้งก้อนโยนตู้มเลย คนที่ขายให้ก็ต้องรับผิดชอบด้วย 

หลังจากนี้ต้องเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมไหม? “ฝ่ายเราหมดแล้ว แค่คุยกันอยู่ตลอด เหมือนเป็นการกระตุ้นในวงของการสืบสวน ให้มันเข้มข้นชัดเจนขึ้น อยากได้จริงจัง ตอนนี้ก็ขอเปิดประเด็นว่าบริษัทหรือหน่วยงานที่จำหน่ายเงินประเภทนี้ รับเงินมาจากบัญชีของผู้หญิงคนนี้เต็มร้อยจากชาล็อตแล้วโอนเลย ต้องออกมารับผิดชอบ ถือว่าเป็นการรับของโจร ถ้าไม่รับผิดชอบผมจะเอาเรื่องครับ รวมถึงธนาคารกสิกรไทยด้วย เดี๋ยวก็จะฟ้องเหมือนกัน ในเมื่อเราฝากเขา แอปพลิเคชันเป็นของเขา อย่างน้อยต้องจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ พูดตรงๆ ไม่ต้องแอ๊บครับ กฎหมายมีการลงโทษธนาคารเรียบร้อยแล้วในเคสที่ผ่านมา แต่ธนาคารมักจะไม่ยอมให้เป็นข่าว เพราะกลัวว่าทุกคนจะใช้เงื่อนไขนี้ ซึ่งธนาคารต้องรับผิดชอบ ใครที่เสียหายไปฟ้องธนาคารได้นะครับ”

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ‘ชาล็อต’ รู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์นี้ว่า ชาล็อตได้ตอบว่า “ก็ดีใจที่จับได้ค่ะ หนูเข้าใจในบัญชีม้ามันจะมี 3 ประเภท หนึ่งคือไม่รู้ตัวว่าเป็นบัญชีม้า สองรู้ตัว สามคือโดนหลอก แต่เคสนี้คือรู้ตัว ร่วมมือกับมิจฉาชีพ เลยอยากถามเหมือนกันว่าคุณสามารถกินอยู่นอนหลับสบายได้ไง ในความเดือดร้อนของคนอื่น บางคนไม่ได้แค่เสียใจ แต่ถึงขั้นฆ่าตัวตายก็มี คุณอยู่ได้ยังไงกับความโลภแบบนี้ หนูอยากเจอมาก”

‘บอสณวัตน์’ กล่าวเสริมว่า อยากเจอต้องก่อนที่จะฝากขังคืนนี้ แต่ไม่มีใครว่าง ตอนนี้ยังสอบอยู่ (เป็นไปได้อยากเจอหน้าใช่ไหม?) ใช่ๆ นี่ๆ เพิ่งส่งมาล่าสุดเมื่อ 12.17 น. อันนี้ต้องพูดตรงๆ นะ ต้องขออภัย อยากให้ธนาคารรับผิดชอบด้วย นะมาคุยกันเร็วๆ มีการพิพากษามาแล้ว คดีที่ธนาคารจ่าย เทียบเคียงในสิ่งที่ศาลพิพากษา เพราะอย่าลืมว่าแอพพลิเคชั่นทุกแอพฯ ต้องรับผิดชอบถ้าเกิดความเสียหาย

การที่เราไปใช้บริการไม่ว่าธนาคารไหน เราเอาเงินไปฝากไว้ ธนาคารได้ผลประโยชน์จากการเอาเงินเราไปสร้างประโยชน์ คือการปล่อยกู้หรือไปลงทุน เพราะฉะนั้นธนาคารได้ประโยชน์จากเรา ธนาคารเก็บเงินเราไว้ ธนาคารก็ต้องดูแลและรับผิดชอบด้วยพอสมควร ถ้ารับผิดชอบไม่ได้แสดงว่าเทคโนโลยีของธนาคารนั้นๆ หรือวิธีการของธนาคารนั้นๆ ไม่ปลอดภัยพอ

เราตั้งข้อสังเกตได้ 2 แบบคือ 1.แล้วความลับของเราหลุดไปได้ยังไง 2. มีการป้องกันความปลอดภัยมากกว่านี้ไหม ทำให้ผู้ที่เอาเงินไปฝากได้ใช้ชีวิตปกติ สมมุติเวลาเราไลฟ์ในติ๊กต็อก เขามีโรบอทจับการพูด อะไรไม่ได้เค้าจะดูดทันที ซึ่งมันน่าจะมีเช่น “สวัสดีครับผมมาจากหน่วยงานนี้ๆ” มันจะต้องรู้โทนเสียงด้วย เพราะฉะนั้นธนาคารต้องพัฒนาให้ทัน

อย่างคนที่หลอกชาล็อต ถ้าฟังให้ดีคือมิจฉาชีพอยู่แล้ว เลือกโทนเสียง เลือกคำ เลือกสตอรี่ แล้วจับคำพูดแล้วตัดได้เลยทันที ปิดเลขที่บัญชีให้เลยทันทีได้ ต้องทำได้ ฝากสื่อมวลชนไปบอกธนาคารด้วย ตอนนี้ก็พยายามหาทนายฟรีอยู่ไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เห็นทนายดังๆ ติดต่อมาอยู่”

คิดว่า 4 ล้าน จะได้คืนสักเท่าไหร่? ชาล็อต กล่าวว่า ใจก็หวังร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นแหละ 4 ล้าน แต่ก็ต้องดูว่าสืบไปถึงไหน แล้วเราสามารถดึงกลับมาได้เท่าไหร่ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่ว่า ขอให้ลงโทษผู้ที่ทำผิดจริงๆ เพราะว่าไม่ใช่แค่ตัวหนูที่เดือดร้อน ยังมีผู้เสียหายอีกหลายท่าน รวมถึงเคสที่มิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอก ภาวนาให้ผู้เสียหายท่านอื่นได้รับเงินคืนด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นแรงกระเพื่อมให้สังคม ถือว่าได้ทำประโยชน์อย่างหนึ่งก็แล้วกันค่ะ

7 วันจริงๆ เร็วมาก พอใจไหม?

ชาล็อต :  อึ้งค่ะ

ณวัฒน์ :  ต้องบอกแทนตำรวจด้วยนะว่าไม่ได้ทำเฉพาะคดีชาล็อต ไม่ใช่ทำเฉพาะคดีดารา เป็นชาวบ้านแล้วชักช้า จริงๆเขาอยากทำให้หมดแหละ แต่พอเป็นคดีเราปั๊บคนอื่นให้ความร่วมมือเร็ว อันนี่ต้องพูดกันตรงๆ ตำรวจเขาไปเร็วอยู่แล้ว ตำรวจไปขออะไรบางทีมันอาจช้าบ้าง เคสของชาล็อตนี้ แก๊งค์เดียวกันเกือบร้อยราย ก็ต้องมาชี้แจงกัน ไม่ใช่ได้ของชาล็อตคนเดียว

ชาล็อต : จริงๆ ตำรวจเขาเก็บสถิติไว้อยู่แล้ว ได้เห็นเหมือนกัน เขาต้องเก็บเคสไอดีเอาไว้ เพื่อสามารถให้เพียงพอในการจับคนที่ทำผิดได้

ทุกวันนี้ผวาอยู่ไหม?

ชาล็อต : หนูผวาความปลอดภัยของตัวเองมากกว่า ค่อนข้างจะกลัว กลัวคนมาทำร้าย แต่อาจจะเป็นความคิดมากของเราเองด้วย แต่ก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการต่อไปค่ะ แต่ระแวงค่ะ

ณวัฒน์ : ไม่มีอะไรหลอก มันได้ไป 4 ล้าน มันไม่มายุ่งกับเราหรอก ไม่ต้องระแวง โจรพวกนี้มันกระจอก

บอสจัดป้องกันความปลอดภัยยังไง?

ชาล็อต : ไม่เป็นไรหนูดูแลตัวเองได้ ที่บ้านพอจะมีอาวุธอยู่ใดๆ ค่ะ

แต่มีเรื่องดราม่าเกิดขึ้น หลายคนวิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ คนอื่นรอเป็นปี? ณวัฒน์  กล่าวว่า เอาจริงๆ เรื่องรอ คนรู้จักผมก็โดนเยอะ ต้องรอจริงๆ แหละ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่แอ๊บนะต้องยอมรับว่าเราเป็นคนสาธารณะ มันเลยทำให้เราร้องได้เร็วกว่า เสียงเราดังกว่า ทีนี้มันเป็นไปได้ไหม เป็นไปได้ เนื่องจากมันมาจากตัวเรา แต่เจ้าหน้าที่ก็ทำงานเต็มที่แล้วแหละในทุกเคส เพียงแต่ว่าอาจจะมีคนตามแล้วเหนื่อยก็หยุดไป ท้อไป บางมีไม่เยอะมาก ต่างคนต่างท้อก็เงียบกันไป ถ้าไม่ได้ดั่งใจ ผมให้ข้อคิดว่า โซเชียลเป็นปราการสำคัญ คุณร้องออกมาทางโซเชียลดังๆ เลย เขามีเพจหลายเพจที่รับร้องเรียน แค่พิมพ์แล้วส่งไปหาเขา ขอให้เป็นข้อมูลที่แท้จริง เดี๋ยวนี้ตำรวจอะไรเอยต้องลุกขึ้น เพราะถ้าเกิดทำช้าเก้าอี้ก็คลอน ทำช้าคนก็ด่า คนด่าไม่ผิดหรอกครับด่าไปเลย ต้องโซเชียลให้หนักๆ อยู่ที่เราด้วยนะ เขาทำงานเต็มที่
แต่บางทีมันตันมันก็หยุดอยู่เฉยๆ

แต่เพจปลอมที่อาศัยข่าวใหญ่ๆ มาลวงอีกทีก็เยอะ? “อ๋อ ทุกที่ อย่าว่าแต่เพจเลย sms มีรับทุกวัน อย่าหลงกดเข้าไปเชียว โดยเฉพาะคริสมาศและปีใหม่ มันเป็นที่กดเข้าไปแล้วปลอม เสียตังค์ ไม่ต้องไปหวังได้อะไรของใคร ชีวิตนี่ยินด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้ และอย่าให้ใคร ระบบราชการทุกกระบวนการ ไม่ว่าจะสรรพากร ตำรวจ ทหาร อะไรใดๆ ในประเทศไทยเขาไม่ได้ขยันขนาดวิดีโอคอลหรือโทรหาใคร เราต้องไปหาเขาถึงที่ และจันทร์ถึงศุกร์ด้วย”

เรื่องคอมเมนต์ในเพจ ทำถึงไหนแล้ว? ชาล็อต กล่าวทิ้งท้ายว่า เดี๋ยวรอให้คดีนี้เสร็จก่อน แล้วจะดำเนินการยังไงกับคนที่หมิ่นประมาทเรา หรือ ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ก็รอดูต่อไปว่ายังไง อาจจะได้กลับมามากกว่า 4 ล้านก็ได้ค่ะ รวมข้อมูลเรียบร้อย ให้ทางค่ายด้วยให้เลขาส่วนตัวด้วย แฟนคลับก็ช่วยกันค่ะ

‘แมท – ไมกี้’ ปล่อยน้ำตาเคลียร์ใจ ลุ้นความสัมพันธ์ ‘ไปต่อ – พอแค่นี้’ ใน ‘หวานรักต้องห้าม’

https://www.naewna.com/entertain/847676

‘แมท – ไมกี้’ ปล่อยน้ำตาเคลียร์ใจ  ลุ้นความสัมพันธ์ ‘ไปต่อ – พอแค่นี้’ ใน ‘หวานรักต้องห้าม’

‘แมท – ไมกี้’ ปล่อยน้ำตาเคลียร์ใจ ลุ้นความสัมพันธ์ ‘ไปต่อ – พอแค่นี้’ ใน ‘หวานรักต้องห้าม’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายกันแล้ว สำหรับ “หวานรักต้องห้าม” ทางช่อง 3 ที่ความรักของ มาดามเคท (มาช่า วัฒนพานิช) และอ็องเดร (แมน ฐกฤษณุ) ดูจะสมหวังแล้ว แต่สำหรับความรักของคู่ ผกามาลิน (แมท ภีรนีย์)และ คธา (ไมกี้ ปณิธาน) ยังไม่รู้จะไปยังไงต่อ

โดยเป็นตอนที่ ผกามาลิน และ คธากำลังจะเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน เพื่อดูงานแฟชั่นเสื้อผ้า เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน แต่เหมือนมีปัญหาคาใจกัน เพราะผกามาลินได้ยินมาว่าคธาอยากจะไปเรียนต่อมากกว่าที่จะทำธุรกิจ ผกามาลินก็เลยขอเปิดใจคุยกับคธาก่อนจะเดินทางโดยฉากนี้ถ่ายทำกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นฉากสำคัญในตอนจบของเรื่อง เพราะเป็นการตัดสินใจว่าทั้งคู่จะไปต่อกันหรือไม่ฉากนี้ทั้งแมท และไมกี้ ต้องทำสมาธิกันยกใหญ่ ส่วน พี่นุชี่ อนุชา ผู้กำกับ ก็อธิบายและบอกการสื่ออารมณ์ของฉากให้ฟังอย่างละเอียด แมท กับ ไมกี้ คุยกันไปมาต่างคนต่างพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง แต่ยืนยันว่ายังไงก็รักกันมาตลอด ทั้งคู่กอดกันร้องไห้ต่อมน้ำตาแตกเพราะยังรักกันมาก การตัดสินใจครั้งนี้จะจบลงอย่างไรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ติดตามชมตอนจบของละคร “หวานรักต้องห้าม” ในวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘ผู้บ่าวนิกะห์’เข้าโค้งสุดท้าย! นางเอก ‘แทมมี่ กมลพร’ ลุ้นงานวิวาห์จะรอดไหม?

https://www.naewna.com/entertain/847681

‘ผู้บ่าวนิกะห์’เข้าโค้งสุดท้าย!  นางเอก ‘แทมมี่ กมลพร’ ลุ้นงานวิวาห์จะรอดไหม?

‘ผู้บ่าวนิกะห์’เข้าโค้งสุดท้าย! นางเอก ‘แทมมี่ กมลพร’ ลุ้นงานวิวาห์จะรอดไหม?

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เรียกว่าเดินทางมาสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ใกล้จะได้สละโสดกันแล้ว สำหรับว่าที่เจ้าสาว “โซเฟีย” หรือ “แทมมี่ กมลพร แสงวัชรสุนทร” กับว่าที่เจ้าบ่าว “บักไข่” หรือ “ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร” จากภาพยนตร์เรื่อง “ผู้บ่าวนิกะห์” ภาพยนตร์ตลก Comedy Action Drama ส่งท้ายปีจากค่าย Monwichit ฝีมือกำกับของ “เกรียงไกร มณวิจิตร” ที่นอกจากจะปล่อยโปสเตอร์ตัวใหม่ในชุดเตรียมพร้อมเข้าพิธีนิกะห์ (แต่งงาน) ออกมาหมาดๆ แทมมี่ยังมาชวนแฟนหนังช่วยลุ้น และให้กำลังใจกับความรักทั้งคู่ด้วย ว่าจะได้เข้าพิธี นิกะห์ (แต่งงาน) กันอย่างที่ตั้งใจเอาไว้หรือไม่ เมื่อพี่ชายอย่าง “บังลี” หรือ “ชาลี อาหมัดกูเชียรี ดอเล๊าะ” ที่เตรียมขัดขวางอยู่ จะใจอ่อนยอมให้แต่งหรือไม่ แทมมี่ เผยว่า

“ตั้งแต่อ่านบทครั้งแรก พอรู้ว่าต้องเป็นมุสลิมก็แอบกลัวนิดนึงค่ะ ว่าจะทำได้ดีไหม แต่ว่าบทมันน่าสนใจ เนื้อหาตลก สนุก หนูก็อยากเล่นเลยรับค่ะบท “โซเฟีย” จะนิ่งกว่าคนอื่น เครียดอยู่คนเดียว ที่มันยากเพราะเขาต้องมีความสุขุมนิดนึง แล้วค่อยมาแสดงอารมณ์หลังจากที่เก็บมา ต้องตั้งสมาธิดีๆ ด้วยความที่หนูเป็นเด็กใหม่ กับน้องบีม (ข้าวเหนียวหลาม) และ พี่ข้าวฟ่าง เราก็จะเรียนการแสดงกันเยอะกว่าคนอื่น และค่อยมาเวิร์กช็อปกับรุ่นพี่ พี่ด้งเด้ง แรกๆ ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่มีไปเวิร์กช็อปกัน พี่เค้าก็แนะนำ บอกว่าไม่ต้องไปจำบทเยอะ อย่าเครียด หนูไม่ใช่คนอิสลามและไม่เคยแต่งงาน ก็เพิ่งรู้ว่านิกะห์คือการแต่งงาน และยังไม่ได้แต่งงานก็โดนตัวกันไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ เราก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้ แล้วเขาจะเป็นแฟนกันยังไง ก็งงๆ นิดนึง อย่างถือศีลอด หนูก็คิดว่ามันทำได้จริงเหรอ แต่ระหว่างถ่ายทำ ก็เรียนรู้ไปด้วย พี่ๆ มุสลิมก็ช่วยให้คำตอบ ชุดที่ใส่ด้วยความที่เราไม่เคยใส่เลย ก็กังวล แต่สักพักก็ชินนะ ใส่ออกมาแล้วก็สวยดี พี่เกรียงไม่ได้ดุมาก แนะนำหนูดี เพราะเป็นเรื่องแรกเขาก็พยายามจี้ ให้ทำความเข้าใจกันก่อน เรื่องนี้สนุก เนื้อเรื่องเนื้อหาดีเลยค่ะ มีเรื่องพีคๆ ตลอด นอกจากวัฒนธรรมก็มีเรื่องภาษา ที่เขาจะพูดภาษามลายูกัน หนูต้องมาเรียงคำใหม่ มีเวิร์กช็อปกับบังลีหนักค่ะ เพราะมีซีนยากต้องปรับจูนกันเยอะเลยค่ะซีนหินอยู่กับพี่บังลี ต้องไปช่วยกันลุ้นนะคะ ว่าพี่ชายที่หวงน้องเค้ามีเหตุผลอะไร ทำไมถึงทำแบบนั้นค่ะ”วิวาห์ แขก จะสมหวังหรือไม่ 19 ธันวาคมนี้ ต้องไปช่วยกันลุ้นกับ “ผู้บ่าวนิกะห์”  ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ