“แอปเปิล” เล็งลดจ้างงานบางแผนกหลังยอดขายไอโฟนชะลอตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577293

  • วันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 12:37 น.

"แอปเปิล" เล็งลดจ้างงานบางแผนกหลังยอดขายไอโฟนชะลอตัว

“แอปเปิล”เล็งลดการจ้างงานบางแผนก เพื่อรับมือยอดขาย ไอโฟนที่ชะลอตัว ขณะที่แผนกธุรกิจเอไอซึ่งมีความสำคัญในอนาคตจะไม่ได้รับผลกระทบ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์ วางแผนปรับลดการจ้างงานในบางแผนก เพื่อรับมือกับยอดขาย ไอโฟน ที่ชะลอตัวลง จนเป็นเหตุให้ทางบริษัทประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. 62

รายงานข่าวระบุว่า นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิลได้กล่าวกับพนักงานระหว่างการประชุมช่วงต้นเดือนม.ค.ว่า ทางบริษัทจะไม่ระงับการจ้างงาน แต่จะชะลอการจ้างงานในบางแผนก

นอกจากนี้ นายทิมยังให้คำมั่นว่าแผนกที่มีความสำคัญในอนาคต เช่นธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น จะไม่ได้รับผลกระทบจากการลดการจ้างงาน แต่ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทจะไม่ขยายธุรกิจในเมืองออสตินของรัฐเท็กซัส และลอสแองเจลิส

ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค.62 แอปเปิลได้ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาสแรกของปีการเงินของบริษัทซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา จากเดิมที่คาดไว้ในช่วง 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นายทิม คุก ได้ออกมาชี้แจงว่า การปรับลดคาดการณ์รายได้ครั้งนี้เป็นผลจากยอดขาย ไอโฟนที่ชะลอตัวลงในจีน

ทรู แจงยังไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 700 MHz

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577282

  • วันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 11:44 น.

ทรู แจงยังไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 700 MHz

กลุ่มทรู ยังไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิร์ตซ์ จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการขยายระยะเวลาการชำระค่าคลื่น 900 MHz

เมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 กลุ่มทรู แจ้งว่า ตามที่กสทช. แถลงข่าวจะจัดการประมูลคลื่นความถี่ในย่าน 700 เมกะเฮิร์ตซ์ในเร็วๆ นี้นั้น กลุ่มทรู ยังไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่นดังกล่าว เนื่องจากยังรอความชัดเจนเรื่องการขยายระยะเวลาการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่ 900

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องของการยืดระยะเวลาการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz กลุ่มทรู จึงจะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 700 ในครั้งนี้ จนกว่าจะมีความชัดเจน อีกทั้งปริมาณคลื่นความถี่ต่ำที่มีอยู่ในขณะนี้ ทั้ง 850 MHz และ 900 MHz ยังเพียงพอที่จะนำมาจัดสรรให้บริการ 5G โดยจะลงทุนเฉพาะเจาะจงในพื้นที่ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งเป็นไปตามความต้องการใช้งาน และเป็นไปตามความพร้อมของตลาดอุปกรณ์ 5G ทั้งนี้ กลุ่มทรูยังคงมุ่งให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเพิ่มกระแสเงินสดของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

แนะร้านค้ามาร์เก็ตเพลส ปรับกลยุทธ์รับแข่งเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577253

  • วันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

แนะร้านค้ามาร์เก็ตเพลส ปรับกลยุทธ์รับแข่งเดือด

เรื่อง ไพรซ์ซ่า

มาร์เก็ตเพลส ถือเป็นช่องทางการขายสินค้าที่สำคัญสำหรับร้านค้าออนไลน์จำนวนมากในปัจจุบัน เพราะเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคเข้ามาเยี่ยมชมมากที่สุดช่องทางหนึ่ง ดังนั้น หากร้านค้าเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เข้ามาซื้อสินค้าในมาร์เก็ตเพลส เข้าใจเกณฑ์การคัดเลือกและแสดงผลต่างๆ ของมาร์เก็ตเพลส และรู้จักคู่แข่งในตลาด ก็จะช่วยให้ร้านค้าปรับกลยุทธ์ของตัวเองได้ง่ายขึ้น

บริษัท ไพรซ์ซ่า ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น “Priceza” เครื่องมือค้นหาสินค้าและบริการเปรียบเทียบราคาอันดับหนึ่งของไทย ได้จัดเสวนาหัวข้อ “การปรับตัวของร้านค้าในมาร์เก็ตเพลส” ในงาน “Priceza E-Commerce Trends : The Infinity of E-Commerce Wars 2019” เพื่อช่วยให้เหล่าร้านค้าในมาร์เก็ตเพลสเข้าใจ “หัวใจ” ของการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในมาร์เก็ตเพลส

วัชระ นิวาตพันธุ์ ประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า เผยว่า มาร์เก็ตเพลสมีส่วนช่วยให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซเติบโตขึ้น เนื่องจากมีผู้ค้ารายย่อยที่พร้อมเดินเข้ามาฝากร้านเป็นจำนวนมาก เพราะไม่ต้องลงทุนมากและผู้ซื้อพร้อมจะแวะเข้ามาช็อปปิ้งออนไลน์ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยฟีดแบ็กของนักช็อปออนไลน์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้มีความสุขที่สุดเมื่อสินค้ามาถึงหน้าประตูบ้าน จากนั้นเป็นเรื่องของการ “ลุ้น” ว่าสินค้าที่ได้จะเป็นของปลอมหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็จะไปช็อปออนไลน์กันต่อเพื่อเติมเต็มความสุขอีกครั้ง

ไม่เพียงแต่ผู้ค้ารายย่อยจะกระโดดลงสู่สนามมาร์เก็ตเพลส แม้กระทั่งผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ดั้งเดิมอย่างบิ๊กซี เทสโก้ หรือท็อปส์ ก็ยังก้าวเข้ามาเปิดร้านในสนามมาร์เก็ตเพลส เพื่อให้ผู้บริโภคช็อปได้สะดวกขึ้น มีการให้บริการการขายและหลังการขายที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือร้านค้าจำนวนหนึ่งใช้ช่องทางแอพพลิเคชั่นแชตต่างๆ เข้ามาช่วยบริการ มัดใจผู้บริโภค

“การปรับตัวของร้านค้าในมาร์เก็ตเพลส คือ 1.การเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี ตั้งแต่เรื่องของรูปภาพสินค้า รวมถึงคำอธิบายรายละเอียดสินค้าที่ไม่เวอร์เกินจริง รู้ลึกรู้จริงในสินค้านั้นๆ และจัดโปรโมชั่นถี่ๆ เพื่อจูงใจการเข้ามาช็อป 2.การตอบกลับแชตที่รวดเร็วในทุกช่องทาง เพราะหากลูกค้าแชตถามแสดงว่าเขาสนใจ และลูกค้ามักคาดหวังการตอบกลับเพียงหลักวินาทีต่อวินาทีเท่านั้น 3.การจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว เป็นอีกสิ่งที่มัดใจลูกค้าสายออนไลน์เช่นกัน” วัชระ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน บูม หมู่ศิริเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เจดี เซ็นทรัล มาร์เก็ตเพลสยักษ์ใหญ่รายใหม่ของตลาด เสริมว่า หากย้อนไปเมื่อก่อนลูกค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาซื้อสินค้าที่สโตร์ แต่ปัจจุบันสินค้าต้องวิ่งหาลูกค้าแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าเปลี่ยนไป ต้องการซื้อง่าย จ่ายง่าย ไม่เสียเวลาเดินทาง ร้านค้าปลีกจึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้ามาใช้มาร์เก็ตเพลส

สำหรับแนวทางของเจดี เซ็นทรัล จะเน้นรวบรวมสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่มผ่านกลยุทธ์หลักคือ คุณภาพสินค้าต้องเป็น “ของแท้ 100%” สิ่งที่เห็นกับสิ่งที่ได้ต้องเป็นสิ่งเดียวกัน นี่คือปมปัญหา (Paint Point) สำคัญ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นอันดับแรก ดังนั้นการคัดเลือกผู้ค้ามาอยู่บนมาร์เก็ตเพลสจึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ พร้อมการการันตี “เจอสินค้าปลอม คืนเงินให้ 3 เท่า”

นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มบริการการจัดส่งสินค้าให้ได้ภายในวันเดียว เนื่องจากนักช็อปออนไลน์จะรู้สึกเซอร์ไพรส์หากสินค้ามาถึงมืออย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ และจะเกิดการรีวิวในทางบวก เกิดกระแสความนิยมชมชอบ และลูกค้าจะรู้สึกเชื่อมั่นมากขึ้น หากร้านนั้นมีการคอมเมนต์หรือรีวิวในทางที่ดี

ในยุคที่ลูกค้าเป็นใหญ่ พฤติกรรมการช็อปเปลี่ยนไปตลอดเวลา ความเข้าใจต่อ “หัวใจ” ของการขายสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสคือสิ่งที่จำเป็น หากใครตามเทรนด์ผู้บริโภคทันและใช้เทคโนโลยีเป็น การเติบโตบนช่องทางออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

กสทช.แจ้งสิทธิคนจน4แสนครัวเรือนใช้เน็ตบ้านฟรี3ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577188

  • วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 12:17 น.

กสทช.แจ้งสิทธิคนจน4แสนครัวเรือนใช้เน็ตบ้านฟรี3ปี

กสทช.ส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านฟรี 3 ปี แก่ผู้มีรายได้น้อยกว่า 401,463 ครัวเรือน ครอบคลุมประชากรประมาณ 1.2 ล้านคน เริ่มให้บริการ 1 พ.ค.นี้

พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้จัดโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบขานรับนโยบายรัฐบาล ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ชนบท ซึ่งเป็นโครงการแรกที่สำนักงาน กสทช. จะเปิดให้บริการในวันที่ 1 พ.ค. 2562 ครอบคลุมพื้นที่ในส่วนที่สำนักงาน กสทช. รับผิดชอบ 3,920 หมู่บ้าน จำนวน 607,966 ครัวเรือน คิดเป็นประชากรในพื้นที่ชายขอบจำนวน 1,823,898 คน และมีหมู่บ้านในพื้นที่ชนบทอีก 15,732 หมู่บ้านที่จะทยอยลงนามในสัญญาปีนี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ได้ครอบคลุมพื้นที่ 3,920 หมู่บ้าน โดยจะมีจุดกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (Free WiFi) ทั้งในชุมชนและหน่วยงานของรัฐที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 5,992 จุด แบ่งเป็นติดตั้งในชุมชนในหมู่บ้าน 3,912 จุด โรงเรียน 1,210 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. 107 แห่ง รวมถึงมีศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (ศูนย์ USO Net) จำนวน 763 ศูนย์ โดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์และมีเจ้าหน้าประจำศูนย์คอยให้คำแนะนำ โดยทั้งหมดนี้จะให้บริการฟรีเป็นเวลา 5 ปี และสำหรับประชาชนที่ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในครัวเรือนของตัวเองสามารถติดต่อขอใช้บริการได้ในราคา 200 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าสำนักงาน กสทช. ได้กำหนดอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครัวเรือนละ 200 บาทต่อเดือน แต่ก็ยังพบว่าเป็นอุปสรรคต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดังนั้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเป็นการขยายโอกาสให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในพื้นที่โครงการสามารถเข้าถึงและใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ให้ เช่น การศึกษาทางไกล การรักษาสุขภาพทางไกล อันจะเป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล

คณะกรรมการ กสทช. จึงได้มีมติให้ดำเนิน “มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้แก่ครัวเรือนของผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560” โดยสำนักงาน กสทช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการอินเทอร์เน็ต ณ อัตราความเร็ว 30/10 Mbps เป็นระยะเวลา 36 เดือน โดยจะเริ่มต้นให้บริการได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2562 เป็นต้นไป และสิ้นสุดโครงการพร้อมกัน ณ สิ้นเดือนเม.ย. 2565 ซึ่งจากการสำรวจขณะนี้มีครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ได้สิทธิ์ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 200 บาทต่อเดือนฟรีจำนวนทั้งสิ้น 401,463 ครัวเรือน หรือครอบคลุมประชากรประมาณ 1,200,000 คน

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในวันนี้ (16 ม.ค. 2562) สำนักงาน กสทช. ได้เริ่มส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้อาศัยในพื้นที่โครงการเน็ตชายขอบ และเป็นผู้มีรายได้น้อยภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทางไปรษณีย์ จำนวน 31,740 ครัวเรือน และจะส่งหนังสือไปยังครัวเรือนจนครบ ทั้งสิ้น 401,463 ครัวเรือน ภายในวันที่ 15 มี.ค. 2562 เมื่อได้รับจดหมายจากสำนักงาน กสทช. แล้ว ขอให้ส่งหลักฐานยืนยันตามแบบตอบรับที่แนบไปพร้อมหนังสือแจ้งสิทธิ์ โดยนำส่งไปรษณีย์ใกล้บ้าน ไม่ต้องติดแสตมป์ มายังสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 พหลโยธินซอย 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือสำนักงาน กสทช. ส่วนภูมิภาค โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และหากภายในวันที่ 15 มี.ค.2562 ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้ง แต่เป็นผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในพื้นที่โครงการ และลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 สามารถติดต่อมายังเบอร์โทรศัพท์ 1200 Call center ของสำนักงาน กสทช. ฟรี เพื่อขอรับแบบฟอร์มการขอรับสิทธิ์ได้

เมื่อโลกไซเบอร์ หลอมรวมโลกกายภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577154

  • วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

เมื่อโลกไซเบอร์ หลอมรวมโลกกายภาพ

ปัจจุบันการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตการสื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก การจัดเก็บรูปและภาพยนตร์บนระบบคลาวด์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการออนไลน์ต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของเรา อย่างไรก็ตามการดำเนินชีวิตของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมบนโลกไซเบอร์เท่านั้น เพราะมนุษย์ยังอาศัยอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือโลกกายภาพ ฉะนั้นข้อมูลต่างๆ จะเกิดคุณค่าอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อเราสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเหล่านั้นเข้ากับสิ่งต่างๆ ในโลกกายภาพเท่านั้น

ชิโระ ไซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี โตชิบา คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทุกวันนี้เราใช้เทคโนโลยีระบบเซ็นเซอร์และเน็ตเวิร์กมากขึ้นเรื่อยๆ ในการรวบรวมข้อมูลจากการดำเนินงาน และจากระบบและบริการทั้งหลาย จากนั้นจึงใช้เอไอหรือเทคโนโลยีอื่นเข้ามาวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลในโลกไซเบอร์ แล้วส่งผลลัพธ์ที่ได้สู่โลกแห่งความเป็นจริง เช่น วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม การคาดการณ์ และแผนงานต่างๆ ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับเทคโนโลยีโลกกายภาพ สินค้า และบริการต่างๆ เราเชื่อว่ากระบวนการทำซ้ำๆ นี้จะส่งผลให้เกิดเทคโนโลยี สินค้า และบริการใหม่ๆ ขึ้น

สำหรับกระบวนการนี้คือ “Cyber-Physical System” หรือ CPS และถือว่าเป็นลักษณะขององค์กรที่โตชิบาต้องการจะเป็น โดยปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าโตชิบาเดินทางมาถึงจุดที่สามารถนำเป้าหมายงานวิจัยมาเป็นเป้าหมายในธุรกิจได้แล้ว เนื่องจากเป้าหมายของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น ในอีก 5 ปีจากนี้คือ การมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยี Cyber Physical Systems (CPS) ระดับโลก

นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีที่ผสมผสานโลกเสมือนและโลกจริงจะเป็นที่ต้องการอย่างมากในอนาคต โดยปัจจุบันเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) มีวิวัฒนาการที่โดดเด่นน่าสนใจ จึงเชื่อว่าในเวลาอีกไม่กี่ปี กุญแจสำคัญจะอยู่ที่การหาวิธีบูรณาการเทคโนโลยีไซเบอร์ต่างๆ เหล่านี้เข้ากับเทคโนโลยีในโลกจริง เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาการหุ่นยนต์ และระบบเซ็นเซอร์

“ถ้ากลับมามองโตชิบาในวันนี้ เราได้สั่งสมเทคโนโลยีและความรู้มากมายในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการในธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจพลังงาน ซึ่งรวมถึงโรงงานไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม โดยเรามีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน ตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างอาคาร ไปจนถึงระบบทางรถไฟ” ไซโตะ กล่าว

ปัจจุบันโตชิบามีเทคโนโลยีหลายอย่างที่กำลังพัฒนา หนึ่งในนั้นคือโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant : VPP) โดยใช้อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งหรือไอโอที เข้ามาประสานงานระหว่างแหล่งไฟฟ้าแต่ละแหล่ง เช่น แหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานไฮโดรเจน รถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์ตใหม่ได้หลายครั้ง เพื่อเชื่อมต่อการปฏิบัติงานราวกับเป็นโรงงานไฟฟ้าแห่งเดียว

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ไอโอทีช่วยในการวิเคราะห์การประหยัดพลังงานและปริมาณพลังงานที่ลดได้ รวมถึงช่วยควบคุมผลการวิเคราะห์ผ่านเอไอและการประมาณการณ์การใช้พลังงาน รวมถึงร่วมมือกับลูกค้าในการสร้างกลไกควบคุมแหล่งการจ่ายพลังงานและอุปกรณ์ไฟฟ้าในฝั่งของลูกค้าเพื่อจัดการอุปทานพลังงานได้อย่างเหมาะสม

วิทยาการหุ่นยนต์นับเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่โตชิบาผลักดันให้เกิดการบูรณาการทางเทคโนโลยี โดยใช้เทคโนโลยีระบบเซนเซอร์และระบบควบคุมเข้ามาพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถจัดการระบบโลจิสติกส์ได้อัตโนมัติ และออกแบบเทคโนโลยีเพื่อเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลสถานะการปฏิบัติงาน รวมถึงสั่งการหุ่นยนต์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเหมือนว่าในวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ซึ่งโลกไซเบอร์กับโลกกายภาพกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน เป็นโลกที่ต้องการนักวิจัยและวิศวกรที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งขีดความสามารถไม่ได้จำกัดเพียงแค่การวิเคราะห์และคาดการณ์สมรรถภาพการทำงานสำหรับอุปกรณ์หรือระบบอย่างแม่นยำ แต่รวมไปถึงข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดตามกรอบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การสร้างคุณค่าทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการพัฒนาองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ

เคาะชิงคลื่นอุ้มทีวีดิจิทัลรับฟัง18ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577142

  • วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 07:15 น.

เคาะชิงคลื่นอุ้มทีวีดิจิทัลรับฟัง18ม.ค.

บอร์ด กสทช.นัดพิเศษ เดินหน้าประมูลคลื่น 700 ชดเชยทีวีดิจิทัล เปิดรับฟังความเห็นวันที่ 18 ม.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมนัดพิเศษคณะกรรมการ กสทช.ในวันนี้ มีมติเห็นชอบในหลักการร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 MHz มาตรการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz นำมาประมูลและนำเงินรายได้ไปชดเชยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยจะมีการนำร่างดังกล่าวขึ้นบนเว็บไซต์ในวันศุกร์ที่ 18 ม.ค. 2562

ทั้งนี้ คณะกรรมการ กสทช.ยังให้นำหลักเกณฑ์ที่มีมติเห็นชอบดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายการกำหนดมาตรการเยียวยาว่าอยู่ในอำนาจ กสทช.ที่จะดำเนินการครบถ้วน หรือไม่ การกำหนดจำนวนใบอนุญาต คลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูล เบื้องต้น 7 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ และราคาเริ่มต้นประมูล ซึ่งจะให้สำนักงานเร่งประเมินราคาเบื้องต้นเพื่อนำไปรับฟังความเห็นพร้อมกัน

นอกจากนี้ ให้นำประเด็นมาตรการเยียวยาดังกล่าวส่งให้ที่ปรึกษาด้านกฎหมายพิจารณาคู่ขนานกันไปด้วย หากความเห็นของอนุที่ปรึกษาออกมาอย่างไรก็ให้ส่งความเห็นดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อประกอบการพิจารณา เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz และมาตรการเยียวยาให้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย.นี้ โดยคาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนประมูลคลื่น 700 MHz ในต้นเดือน เม.ย.นี้

เทรนด์ขายผ่านกูเกิลยอดพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577135

  • วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 06:20 น.

เทรนด์ขายผ่านกูเกิลยอดพุ่ง

เทพช็อป เปิดระบบการลงโฆษณากูเกิล ช็อปปิ้ง หนุนร้านค้าในระบบโต โชว์โฆษณาดันอัตราเข้าชมเนื้อหาในเว็บไซต์พุ่ง 11.75 เท่า

นายณัฐวิทย์ ผลวัฒนสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยูช็อป ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์เทพช็อป เปิดเผยว่า จากการสำรวจของเทพช็อปพบว่าพฤติกรรมของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ 50% มาจากกูเกิล จากการเห็นโฆษณา 19% การเข้าชมโดยตรง 17% และจากเฟซบุ๊ก 12% ซึ่งจะเห็นได้ว่า กูเกิล เสิร์ช ยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ และไม่สามารถมองข้ามได้

ขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดร้านค้าออนไลน์ของเทพช็อปจะให้ความสำคัญ คือ อัตราส่วนการเข้าถึงเว็บไซต์โดยตรง เพราะหมายความว่าผู้ขายสามารถสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าติดใจในร้าน กลับมาซื้อซ้ำ หรือแนะนำร้านต่อได้ ซึ่งเป็นตัวเลขผู้เข้าชมในส่วนที่ผู้ขายของออนไลน์ควรโฟกัสให้เติบโต พร้อมประกาศจุดยืนการเป็นผู้ให้บริการระบบอี-คอมเมิร์ซครบวงจร โดยเปิดบริการล่าสุด LnwPickPick บริการระบบเก็บ แพ็ก เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทจับมือร่วมกับกูเกิลเปิดให้ลงโฆษณา กูเกิล ช็อปปิ้ง ผ่านระบบเทพช็อปและกูเกิล ประเทศไทย เปิดให้ร้านค้าออนไลน์ในระบบของเทพช็อปโฆษณาในรูปแบบกูเกิล ช็อปปิ้ง ผ่านระบบของเทพช็อปได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งการทำโฆษณาแบบนี้ กูเกิลใช้เอไอที่ชื่อว่า สมาร์ท ช็อปปิ้ง แคมเปญ ในการเลือกแสดงผลโฆษณา และจากการทดสอบระบบพบว่ากูเกิล ช็อปปิ้ง ส่งผลให้อัตราการเข้าชมเนื้อหาในเว็บไซต์สูงถึง 11.75 เท่า

ด้านธุรกิจของเทพช็อปในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มียอดขายของร้านค้าออนไลน์ในระบบราว 8,000 ล้านบาท หรือกว่า 8.8 ล้านออร์เดอร์ จากร้านค้ามากกว่า 6.68 แสนราย ซึ่งแต่ละวันมีผู้ซื้อเข้ามาทางร้านค้าปลีกในระบบของเทพช็อป 2 ล้านคน/วัน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

“ออมนิแชนแนล”ที่ฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577101

  • วันที่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 16:08 น.

"ออมนิแชนแนล"ที่ฮ่องกง

ออมนิแชนแนล คือ การสร้างตัวตนของแบรนด์ไปในทุกช่องทางที่ลูกค้าอยู่ และทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อผ่านทางช่องทางไหนก็ได้ที่สะดวก

********************

โดย…ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Priceza.com นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Thai e-Commerce Association)

อีกหนึ่งในเทรนด์ที่ผมพูดในงาน Priceza E-Commerce Trends 2019 คือ ความสำคัญของการค้าหลากหลายช่องทาง หรือออมนิแชนแนล (Omnichannel) จะสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2562

ออมนิแชนแนล คือ การสร้างตัวตนของแบรนด์คุณไปในทุกๆช่องทางที่ลูกค้าอยู่ และทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อผ่านทางช่องทางไหนก็ได้ที่ลูกค้าสะดวกที่สุด ณ ขณะนั้น

จากเทรนด์ที่ 1 เรื่อง ถนนทุกสายมุ่งสู่การค้าออนไลน์ เราฉายภาพให้เห็นแล้วว่า ดิจิทัลแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ต่างจะเปิดให้บริการส่งเสริมการค้าออนไลน์ นำมาซึ่งโอกาสที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ช่องทางที่หลากหลายมากขึ้นในการเข้าถึงลูกค้า และสามารถนำเสนอสินค้าและปิดการขายได้เลยผ่านช่องทางเหล่านั้น

ในปีนี้ ผู้ประกอบการจะนำออมนิแชนแนลมาใช้มากขึ้นในการค้าขายอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลเพราะว่า การค้าผ่านทางช่องทางใดช่องทางหนึ่ง จะเป็นการปิดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในช่องทางอื่นๆ รวมทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้นในช่องทางเดิม เช่น อี-มาร์เก็ตเพลส จากที่ได้คุยกันในงาน Asian E-Tailing Summit 2018 รวมทั้งทัวร์ดูธุรกิจค้าปลีกที่นั่น ผมพบว่าคนฮ่องกงนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และเลือกไปรับสินค้าเอง ณ จุดรับสินค้าเป็นอย่างมาก หรือเรียกว่า Click & Collect Model เหตุผลเพราะว่าการสั่งซื้อของออนไลน์มีค่าส่งสินค้าแพง ประกอบกับค่าแรงที่ฮ่องกงสูง ทำให้คนเลือกไปรับของเองเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ผมสังเกตดูร้าน HKTVmall ที่ให้บริการ O2O Retail โดยมีจุดรับสินค้ากระจายตัวตามสถานีรถไฟใต้ดิน คนจะเดินมารับสินค้าเอง เหตุผลที่ลูกค้าชอบโมเดลนี้ เพราะไม่ต้องเสียค่าส่ง แล้วยังประหยัดเวลา ไม่ต้องไปเดินเลือกของเองที่หน้าร้าน และสินค้าก็ได้เร็วด้วย โดยปกติลูกค้าจะมารับได้เลยภายในวันสั่งหรือวันรุ่งขึ้น

โมเดล Click & Collect เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ออมนิแชนแนล และการให้ลูกค้ามารับสินค้า ณ จุดขาย เป็นการเพิ่มโอกาสเพิ่มการขายไปได้ในตัว ยิ่งให้มาคืนสินค้า ณ จุดขาย ก็เป็นโอกาสสร้างยอดขายเพิ่มเติม

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ คือ ควรจะมองหาโอกาสที่จะใช้หลากหลายช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า ขายสินค้าที่แตกต่าง และเป็นที่ต้องการของผู้คน แล้วโอกาสของช่องทางจะเข้ามาหา การสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า สร้างฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้ในการต่อยอดการขายสินค้าซ้ำกับลูกค้าเดิมในอนาคต และการเข้าใจในความต้องการของลูกค้า และการมีฐานลูกค้าที่มั่นคงจะเป็นรากฐานที่ช่วยให้คุณต่อยอดได้

“ซัมซุง” เปิดตัวมือถือราคาถูกรุกเจาะอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577066

  • วันที่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 12:11 น.

"ซัมซุง" เปิดตัวมือถือราคาถูกรุกเจาะอินเดีย

ซัมซุงเตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาถูก ประเดิมในอินเดียก่อนรุกวางขายทั่วโลก เน้นแบตอึด-กล้องดี

บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาถูก ในชื่อซีรี่ส์ กาแล็คซี่ เอ็ม (M-series) เป็นครั้งแรกในอินเดีย และจะเปิดตัวในตลาดอื่นๆ ภายหลัง โดยซัมซุงตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ของอินเดียที่มีจำนวนมากถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดที่ราว 1,300 ล้านคน ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนที่ครองตลาดส่วนใหญ่ในอินเดีย

อาร์ซิม วาร์สี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสมาร์ทโฟนประจำอินเดียของซัมซุง ระบุว่า สมาร์ทโฟนซีรี่ส์ใหม่นี้จะเปิดตัวในวันที่ 5 ก.พ. โดยมีทั้งหมด 3 รุ่น ราคาตั้งแต่ต่ำกว่า 1 หมื่นรูปี (ราว 4,510 บาท) ถึง 2 หมื่นรูปี (ราว 9,020 บาท) โดยมีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น กล้องอย่างน้อย 2 ตัว และมีขนาดหน้าจอ 6.2 นิ้ว ซึ่งจะขายในช่องทางออนไลน์เท่านั้น ผ่านเว็บไซต์แอมะซอนในอินเดีย

ทั้งนี้ อินเดียถือเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน แต่จำนวนประชากรที่ใช้สมาร์ทโฟนมีเพียงแค่ 24% ส่งผลให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกต่างหันมารุกเจาะตลาดอินเดีย เพื่อกระตุ้นยอดขายท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดสมาร์ทโฟนโลก โดย แอนซุล กุปตา นักวิเคราะห์จากบริษัท การ์ทเนอร์ อิงค์ ระบุว่า ตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่สุดในอินเดีย คือ สมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับล่าง

ส่องอี-คอมเมิร์ซไทย ช้อปปี้ไล่บี้ลาซาด้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/577034

  • วันที่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

ส่องอี-คอมเมิร์ซไทย ช้อปปี้ไล่บี้ลาซาด้า

เรื่อง ขนิษฐา สาสะกุล  ไอไพรซ์

การเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ มักเกิดจากปัจจัยหลายด้านหลอมรวมกัน เช่น เทศกาลในปี ช่วงหยุดยาว และแคมเปญที่จัด เป็นต้น ซึ่ง ไอไพรซ์ (iPrice) ได้รวบรวมไฮไลต์สำคัญในปี 2561 ที่ผ่านมา ใน 3 ประเด็น ได้แก่ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในประเทศไทย แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในประเทศไทย และแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เริ่มจากแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในประเทศไทย โดยข้อมูลจาก กูเกิล เทรนด์ ระบุว่า แคมเปญ Lazada Birthday ยังเป็นแคมเปญที่มีผู้ค้นหาข้อมูลมากที่สุดแห่งปี ต่างจากข้อมูลในปี 2560 ที่เทศกาล 11.11 Sale และ 12.12 Sale เป็นแคมเปญที่มีผู้ค้นหาข้อมูลมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังพบว่าหลังข่าวจับมือกันระหว่างเจดีดอทคอมและเซ็นทรัลร่วมมือกันถือหุ้นคนละครึ่ง และเปิดตัวร้านค้าอี-คอมเมิร์ซลูกผสม เจดีเซ็นทรัล เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา จากการเก็บข้อมูล Map of e-Commerceไตรมาส 3 พบว่า ร้านค้าอี-คอมเมิร์ซ น้องใหม่นี้มีการเติบโตขึ้นอย่างมากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นถึง 3,200% ลำดับของจำนวนการดาวน์โหลดแอพเพิ่มขึ้นมา 2-3 เท่าตัว จำนวนผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% และมีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 35% หรือจาก 79 คน เป็น 107 คน

ในส่วนของแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในประเทศไทย แน่นอนว่า ลาซาด้าก็ยังครองตำแหน่งผู้นำเช่นเดิม แต่มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. ยอดผู้เข้าชมสินค้าในลาซาด้ากลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจากผลการศึกษาข้อมูลอาจสามารถวิเคราะห์ได้หลายประเด็น อาทิ การจัดแคมเปญที่ไม่ตอบโจทย์นักช็อปในช่วงเวลาดังกล่าว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเลือกซื้อสินค้าทางออฟไลน์หรือร้านค้าออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้าโดยเฉพาะมากกว่า หรือเป็นไปได้ที่ค่านิยมของการใช้บริการแบบ B2C ลดลง เพราะนักช็อปชื่นชอบบริการแบบ C2C ที่ร่นระยะห่างระหว่างผู้ค้ากับผู้บริโภคมากกว่า

อีกประเด็นที่น่าจับตามองคือช้อปปี้ (Shopee) ที่มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลง และไล่ตามลาซาด้ามาอย่างรวดเร็ว โดยในเดือน พ.ย. 2561 มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของ Shopee เพิ่มขึ้นต่างจาก Lazada เพียง 23 ล้านคนเท่านั้น และหากยังแรงต่อปีนี้ช้อปปี้อาจเบียดลาซาด้าก็เป็นได้

ขณะที่ Zilingo ร้านค้าสายแฟชั่นก็มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยเดือน ม.ค. 2561 มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อยู่ที่ 4.85 แสนคน แต่จากการเก็บข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย. 2561 พบว่า มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นราว 3 เท่าตัว หรือกว่า 188% โดยเดือน ก.ย.เป็นเดือนที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากที่สุดอยู่ที่ 4.9 ล้านคน อีกทั้งจากการจัดอันดับทางแอพพลิเคชั่น ยังขยับจากอันดับที่ 11 มาเป็นอันดับที่ 5 ในไตรมาส 3 อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญส่งท้ายปีคือ Tokopedia ได้รับเงินระดมทุนกว่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากอาลีบาบาและซอฟต์แบงก์ เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่สัญชาติอินโดนีเซียที่เป็นหนึ่งในกำลังขับเคลื่อนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคให้น่าจับตามองยิ่งขึ้น

ดังนั้น ประเด็นที่น่าจับตามองในปี 2562 จึงอยู่ที่ช้อปปี้ ว่าจะขยับหายใจรดต้นคอผู้นำตลาดอย่างลาซาด้าได้มากน้อยขนาดไหน แต่ที่แน่นอนคือ สมรภูมิอี-คอมเมิร์ซเมืองไทยยังคงดุเดือดแน่นอน