เคาะชิงคลื่นเยียวยาทีวีดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/576357

  • วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 07:57 น.

เคาะชิงคลื่นเยียวยาทีวีดิจิทัล

กสทช.ยืนยันเคาะ หลักเกณฑ์ประมูลคลื่น 700 เมกะ เฮิรตซ์ 15 ม.ค.นี้ คาดเปิดยื่นซองได้ ภายใน เม.ย.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติให้ กสทช.จัดประชุมวาระพิเศษในวันที่ 15 ม.ค. 2562 เพื่อสรุปร่างประกาศการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ และร่างประกาศการเยียวยากรณีการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อสรุปในวันที่ 15 ม.ค.นี้ สำนักงาน กสทช. จะนำร่างประกาศดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาต่อไป คาดว่าตลอดกระบวนการยกร่างประกาศและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจะเสร็จสิ้นภายในเดือน มี.ค. 2562 คาดเปิดให้เข้ารับใบอนุญาตการประมูลได้ในเดือน เม.ย. 2562 และสามารถเคาะราคาการประมูลได้ในเดือน พ.ค. 2562

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช.ยัง มีมติให้สำนักงาน กสทช.จัดส่งหนังสือแจ้งสิทธิแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการเน็ตประชารัฐ เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตในครัวเรือนไม่เกิน 200 บาท/เดือน ซึ่งจะจัดส่งหนังสือให้กับประชาชน ในวันที่ 16 ม.ค.นี้ โดยผู้ที่มีรายได้น้อยจะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี

อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าของวันที่ 8 ม.ค. 2562 สมาคมผู้ประกอบการ ทีวีดิจิทัลได้เข้าพบเลขาธิการ กสทช. ให้เร่งยกร่างมาตรการเยียวยาการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยเห็นว่าการเยียวยาผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมาจากคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น แต่สามารถมาจากคลื่นอื่นๆ ได้ เช่น คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ เป็นต้น

แนะ 7 กลุ่มใช้งาน รู้ทันภัยไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/576352

  • วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 07:17 น.

แนะ 7 กลุ่มใช้งาน รู้ทันภัยไซเบอร์

โดย..เทรนด์ไมโคร

เทรนด์ไมโคร จัดทำรายงานพิเศษเรื่อง Mapping the Future : Dealing With Pervasive and Persistent Threats คาดการณ์ภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 ซึ่งจะมีการคุกคามและโจมตีต่อเนื่องเข้มข้นกว่าเดิม โดยการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ เทรนด์ของตลาด และผลกระทบของอันตรายในวงกว้าง แบ่งประเภทกลุ่มผู้ใช้งานที่จะได้รับผลกระทบดังนี้

1.กลุ่มผู้ใช้ระดับคอนซูเมอร์ พบว่าการโจมตีในลักษณะหลอกลวงทางจิตวิทยาผ่านอีเมลและข้อความต่างๆ จะเข้ามาแทนที่การโจมตีระบบผ่านช่องโหว่แบบตรงๆ ในอดีต เรียกว่าการโจมตีที่เน้นการหลอกลวง หรือฟิชชิ่ง จะเพิ่มขึ้นในปี 2562 อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ (OS) ที่มีการใช้งานในตลาดนั้นมีความหลากหลายมาก จนถือได้ว่าไม่มีโอเอสใดเลยที่ครองส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่ง ดังนั้นอาชญากรไซเบอร์จึงปรับตัวจากการเน้นโจมตีช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการตัวใดตัวหนึ่ง มาเจาะตัวคนผู้ใช้ที่มักมีช่องโหว่ทางอารมณ์เหมือนๆ กันแทน ทำให้มีแนวโน้มการโจมตีแบบฟิชชิ่งมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

2.กลุ่มผู้ใช้ระดับองค์กรความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการเปิดให้พนักงานทำงานจากบ้านหรือระยะไกลนั้น กำลังคุกคามองค์กรเหมือนกับสมัยที่ BYOD ได้รับความนิยมใหม่ๆ โดยพนักงานที่ทำงานแบบเชื่อมต่อผ่านเน็ตจากบ้านนั้น จะเป็นการเปิดจุดเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของเทรนด์ 2 ประการ ได้แก่ ความท้าทายในการจัดการการทำงานภายนอกสำนักงาน และการนำอุปกรณ์อัจฉริยะมาใช้ในบ้านมากขึ้น

3.หน่วยงานภาครัฐยังคงต้องคอยรับมือกับการแพร่กระจายของข่าวหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระหว่างที่มีแรงกดดันจากการเลือกตั้งต่างๆ เมื่อมองย้อนไปถึงบทบาทที่มีอิทธิพลอย่างมากของสังคมออนไลน์ต่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา หลายรัฐบาลได้แสดงความพยายามในการควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากมาย แต่ก็ถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะสามารถปิดกั้นการกระจายข่าวเท็จบนเน็ตได้อย่างทันท่วงที

4.วงการผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยอาชญากรไซเบอร์จะใช้เทคนิคที่หลากหลายในการแฝงและฝังตัวเอง เพื่อที่จะต่อกรกับเทคโนโลยีที่ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำแมชีนเลิร์นนิ่งมาใช้ป้องกันอันตรายทางไซเบอร์

5.ระบบควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมการโจมตีระบบ ICS ตามโรงงานอุตสาหกรรมในวงกว้างนั้นจะกลายเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศที่มีการพัฒนาความสามารถทางด้านไซเบอร์มีแนวโน้มจะสนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศเล็กๆ ประเทศอื่น

6.โครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์จะมีการค้นพบช่องโหว่บนซอฟต์แวร์เกี่ยวกับคลาวด์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Docker โปรแกรมด้านคอนเทนเนอร์ ตัว Kubernetes หรือแม้แต่ระบบที่ดูแคอนเทนเนอร์อยู่เบื้องหลัง ที่มีการนำมาใช้ติดตั้งบนระบบคลาวด์อย่างแพร่หลาย ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการค้นพบช่องโหว่บน Kubernetes จำนวนหนึ่ง และเริ่มจะพบปัญหาด้านความปลอดภัย “ระดับวิกฤต” ในช่วงก่อนสิ้นปี

สุดท้าย 7 ระบบสมาร์ทโฮมอาชญากรไซเบอร์จะแย่งกันเข้ามาเจาะระบบไอโอที จนได้ชื่อว่าเป็น “สงครามฝังซอมบี้” โดยเราเตอร์จะยังเป็นเหยื่ออันโอชะของผู้โจมตีที่จ้องเข้ามาควบคุมอุปกรณ์เชื่อมต่อจำนวนมากด้านหลังเราเตอร์ ตัวอย่างเช่นการโจมตีผ่านเราเตอร์ที่เข้าถึงอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน หรือการโจมตีที่เจาะจงเล่นงานไอโอทีนั้น มักใช้ซอร์สโค้ดเดียวกันกับตัวมัลแวร์ Mirai หรือมัลแวร์ที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน ซึ่งมีการสแกนอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติเพื่อค้นหาอุปกรณ์เหยื่อที่เข้าโจมตีได้

นอกจากนี้ เทรนด์ไมโครยังแนะว่าการคาดการณ์ด้านความปลอดภัยที่ดีประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.การคาดการณ์ใดๆ ก็ตาม ควรระบุข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 2.การคาดการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือน่าจะไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ไม่มีประโยชน์ 3.ยิ่งมีความน่าจะเป็นมากเท่าไร ยิ่งมีผลต่อความสามารถในการจัดการรับมือมากเท่านั้น และ 4.ต้องอยู่บนรากฐานของข้อเท็จจริง

แอปเปิ้ลผนึกซัมซุง ลุยบันเทิงสมาร์ททีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/576254

  • วันที่ 08 ม.ค. 2562 เวลา 08:42 น.

แอปเปิ้ลผนึกซัมซุง ลุยบันเทิงสมาร์ททีวี

แอปเปิ้ลปรับกลยุทธ์ รุกจับมือซัมซุง ให้บริการคอนเทนต์บน สมาร์ททีวี สู้ยอดขายไอโฟนร่วง

บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์เทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากสหรัฐ เพื่อให้บริการ คอนเทนต์ต่างๆ เช่น ภาพยนตร์และเพลงจากแอปเปิ้ล บนสมาร์ททีวีของซัมซุง นับเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของสองยักษ์เทคโนโลยี ขณะที่ยอดขายอุปกรณ์ไอทีเริ่มปรับตัวลง

ทั้งนี้ ซัมซุงจะเริ่มอัพเดทและเพิ่มแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ททีวีรุ่นปี 2018 และ 2019 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อหรือเช่าคอนเทนต์ผ่านไอทูนส์ แพลตฟอร์มซื้อขายคอนเทนต์ของแอปเปิ้ลได้ ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ รวมถึงจะเพิ่มซอฟต์แวร์ แอร์เพลย์ 2 ของแอปเปิ้ล ที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ไอโฟนสามารถดึงข้อมูลจากสมาร์ท โฟนมาฉายบนสมาร์ททีวีของซัมซุงได้

รอยเตอร์ส ระบุว่า ข้อตกลงในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของแอปเปิ้ล ที่จะหันไปพึ่งพาธุรกิจบริการ เช่น คลาวด์ เพลง ทีวี และภาพยนตร์มากขึ้น หลังต้องเผชิญกับยอดขายสินค้าในจีนที่ลดลง และภาวะตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกถึงจุดอิ่มตัว โดยก่อนหน้านี้แอปเปิ้ลได้ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาสแรกปีนี้ลง ซึ่งนับเป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี

ยีน มันสเตอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยเทคโนโลยี ลูป เวนเจอร์ส ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้นับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า แอปเปิ้ลกำลังปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าและร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ เพื่อกระตุ้นรายได้

“ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นว่า บางที แอปเปิ้ลอาจจะไม่ได้มองว่าซัมซุงเป็น ศัตรูเหมือนในอดีต เพราะในตอนนี้กำลังมีบริษัทอื่นที่ทั้งแอปเปิ้ลและซัมซุงควรเป็นกังวลมากกว่า” ไมเคิล การ์เทนเบิร์ก อดีต ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของแอปเปิ้ล กล่าว

ไม่ไปไหนไปNETFLIX

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/576150

  • วันที่ 07 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

ไม่ไปไหนไปNETFLIX

เรื่อง CJ WORX

ในช่วงคนหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา #ไม่ไปไหนไปNETFLIX เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ฮิตติดเป็นกระแส ในฐานะที่ CJ WORX สร้างสรรค์แคมเปญนี้ขึ้นมา จึงอยากมาถอดสูตรบทเรียนให้เกิดการเรียนรู้กันบ้าง

1.HIJACK ช่วงเวลาที่คนอื่นหยุดเป็นโอกาสทองของเรา ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลต่างๆ เป็นที่รู้กันว่า คนโฆษณาก็หยุดด้วย การปล่อยโฆษณาในช่วงนี้ก็น้อย ถือเป็นช่วงเวลาปลอดการปล่อยโฆษณา จึงชิงมาเป็นโอกาสทองของเราที่ทำให้คนเห็นแบรนด์เราด้วยการ HIJACK ซะเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องมีไอเดียที่แข็งแรง และมีความเกี่ยวข้องกับช่วงเวลานั้นๆ หรืออินไซต์กระแทกใจคนมากๆ ด้วยเช่นกัน

2.การเลือกสื่อให้ถูกจุด เหมาะสมกับการสื่อสารในแต่ละช่องทาง นั่นคือหัวใจของการเลือกใช้สื่อ แม้ว่าจะเป็นสื่อออฟไลน์ที่เหงาๆ มานาน แต่เราสามารถเลือกให้พวกเขากลับมาสนุกและได้รับความสนใจได้อีกครั้ง เพียงไอเดียที่เราต้องการสื่อสารที่คมเพียงพอ เพราะเวลาที่ผู้บริโภคเสพสื่อชนิดนี้เรียกว่าน้อยมาก

3.อินฟลูเอนเซอร์บนออนไลน์ที่เฉพาะทาง ช่วยขยี้แคมเปญให้ฟูขึ้น อย่างกรณีนี้แคมเปญเป็นป้ายบอกทางเป็นเรื่องการเดินทาง หนึ่งในสื่อบนโลกออนไลน์ที่นำมาแชร์ต่อให้คนเห็นคือ เพจ จส.100 ที่เรียกว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความเฉพาะทางตรงกับด้านนี้โดยเฉพาะ

ไม่เพียงเท่านี้ในส่วนของพื้นที่แบรนด์เอง ก็ปูพรมและขยี้แคมเปญ #ไม่ไปไหนไปNETFLIX เช่นกัน ทั้งการมีฮีโร่วิดีโอ ซึ่งเป็นวิดีโอหลักที่อธิบายคอนเซ็ปต์ไอเดียของแคมเปญนี้ ก่อนจะขยี้ด้วยป้ายบิลบอร์ดที่มีตัวละครในซีรี่ส์มาเป็นตำรวจโบกทางให้ รวมถึงสุดท้ายเป็นตัวละครในซีรี่ส์ต่างๆ ที่มีประโยคคำถามกับผู้บริโภคที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างๆ หยอกเบาๆ กับอินไซต์ที่ทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่เยอะในสถานที่ท่องเที่ยว เรื่องรถติดจนต้องกินข้าวบนท้องถนน ฯลฯ

ความแตกต่างของแคมเปญคือ การกล้าที่จะคิดต่างในช่วงที่คนอื่นไม่ทำแต่เราทำ คนอื่นไม่ใช้สื่อบิลบอร์ด แต่เราคิดว่าใช้ได้ เพราะกลมกลืนกับแคมเปญ ที่สำคัญคือ ดึงอินไซต์มากๆ ของคนที่ประสบพบเจอในช่วงนี้ พร้อมกับเสนอแบรนด์เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคตัดสินใจเอง

ทีเอช โรโบติก ลุยปั้นยอดหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/576147

  • วันที่ 07 ม.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

ทีเอช โรโบติก ลุยปั้นยอดหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

โดย…วันเพ็ญ พุทธานนท์

หลังจากนำสินค้าจากสหรัฐอเมริกาเข้า มาทำตลาดในไทย 7 ปี จนถึงปัจจุบัน หุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบรนด์ ไอโรบอต (iRobot) โดยบริษัท ทีเอช โรโบติก กลายเป็น เจเนอริกเนม หรือชื่อเรียกสินค้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นไปแล้ว ทำให้บริษัท ทีเอช โรโบติก ต้องหากลยุทธ์การปรับแบรนด์ครั้งใหม่ เพื่อให้เกิดการรับรู้ว่า ไอโรบอต คือแบรนด์ ไม่ใช่ชื่อเรียกสินค้า

ทิพย์วิภา ชุ่มจิตร หัวหน้าฝ่ายขาย บริษัท ทีเอช โรโบติก ผู้นำเข้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและหุ่นยนต์ถูพื้นอัตโนมัติจากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า จากการทำตลาดมานาน 7 ปี ปัจจุบันบริษัทมียอดขายในไทย กว่า 40,000 ตัว จากยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 20 ล้านตัว โดยมีอัตราการเติบโต 30% และปี 2562 นี้คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เช่นกัน

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมทุกตลาดมากขึ้น จากเดิมที่ไอโรบอตจะมีแต่ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ราคาสินค้าอยู่ที่20,000บาทขึ้นไป แต่เมื่อกลางปี2561ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มขยายตลาดกลางล่างมากขึ้น ในช่วงราคา1-2 หมื่นบาท พร้อมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปีนี้บริษัทจะเน้นการนำสินค้า ใหม่ๆ ในกลุ่มหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้ามาจำหน่าย มากขึ้น ควบคู่กับการขยายช่องทาง จำหน่ายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สินค้าและราคาเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง ทั้งการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออฟไลน์และออนไลน์

  “ปีหน้าเราจะเน้นการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดมากขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการขยายดีลเลอร์ในจังหวัดหลักๆ มากขึ้น รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หลังจากปี 2561 ที่ผ่านมาช่องทางออนไลน์มียอดขายเติบโตกว่า 100%” ทิพย์วิภา กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากที่ผ่านมายอมรับว่า ไอโรบอต ยังเสียเปรียบคู่แข่งจากราคาสินค้าที่สูงกว่าทำให้ต้องทำการตลาดโดยเน้นการให้ความรู้ในตัวสินค้า ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของไอโรบอต ที่ใช้ได้เป็นเวลานาน ซึ่งคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค เพราะนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ต้องทำการตลาดโดยเน้นการให้ความรู้ในตัวสินค้าแก่ ผู้บริโภค แต่เมื่อมีสินค้าที่ราคาจับต้องได้เข้ามาทำตลาดทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ก็จะยังคงทำตลาดสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ควบคู่กันไป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและชอบสินค้าที่มีเทคโนโลยี โดยคาดว่าประมาณกลางปีนี้จะมีสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 รุ่น

อีกเป้าหมายที่สำคัญในปีหน้าคือ การสร้างแบรนด์ไอโรบอตให้เกิดการ รับรู้ว่าเป็นชื่อแบรนด์ ไม่ใช่ชื่อเรียกสินค้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพื่อทำให้แบรนด์มีความชัดเจนและทำการตลาดได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าปีหน้าจะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง

พร้อมกันนี้ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงาน iRobot The New Series เปิดตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ iRobot Roomba e5 ที่มาพร้อมการดีไซน์ใหม่ ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ด้วยระบบทำความสะอาด 3 ขั้นตอน พลังดูดที่เพิ่มขึ้น 5 เท่าพร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่นประสิทธิภาพสูง และระบบนำทางอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้หุ่นยนต์ทำงานได้ทั่วพื้นที่ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมการทำงานและตั้งเวลาล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่น iRobot HOME จากที่ไหนก็ได้

ให้ผู้ใช้บริการมือถือในนครศรีฯโทรฟรี50นาที-ใช้เน็ตฟรี1กิกะไบต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575960

  • วันที่ 05 ม.ค. 2562 เวลา 06:52 น.

ให้ผู้ใช้บริการมือถือในนครศรีฯโทรฟรี50นาที-ใช้เน็ตฟรี1กิกะไบต์

กสทช. ร่วมกับ เอไอเอส ทรู ดีแทค ให้ผู้ใช้บริการมือถือในจ.นครศรีธรรมราชโทรฟรีในระบบเสียง 50 นาที ใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรี 1 กิกะไบต์ ระหว่างวันที่ 4-6 ม.ค.62

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันนี้ (4 ม.ค. 2562) เวลา 20.15 น. สำนักงาน กสทช. เรียกโอเปอเรเตอร์ 3 รายใหญ่ของไทยได้แก่ เอไอเอส ทรู และดีแทค ประชุมหารือ เพื่อเร่งหาทางแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารขัดข้องในจังหวัดนครศรีธรรมราชหลังพายุปาบึกเข้าสู่ประเทศไทย โดยโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย ได้รายงานว่าสาเหตุที่ระบบการสื่อสารขัดข้อง เกิดจากเสาสัญญาณไม่มีกระแสไฟฟ้า โดยทั้งหมดเป็นเสาสัญญาณที่อยู่ปลายทางซึ่งจะไม่มีเครื่องกำเนิดไฟสำรองติดตั้งอยู่จะใช้ไฟจากการไฟฟ้า เมื่อไฟฟ้าดับจึงส่งผลกระทบทำให้เสาเหล่านั้นไม่ทำงาน

สำหรับความเสียหายดังกล่าว โอเปอเรเตอร์ได้รายงานความคืบหน้า ดังนี้ จำนวนสถานีฐานในภาคใต้รวมทุกค่ายมีจำนวน 14,319 สถานี แบ่งเป็น เอไอเอส 5,400 สถานี ในจังหวัดนครศรีธรรมราชดับไปประมาณ 200 สถานี และจังหวัดใกล้เคียงอีกประมาณ 20 สถานี โดยเอไอเอสได้ระดมเครื่องกำเนิดไฟสำรองเคลื่อนที่ ได้ประมาณ 100 เครื่อง ส่งไปยังพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้ว ส่วนทรู มีสถานีฐานอยู่ 4,519 สถานี ในจังหวัดนครศรีธรรมราชดับไปประมาณ 210 สถานี ส่วนจังหวัดใกล้เคียงมีอยู่ประมาณ 19 สถานี และดีแทค มีสถานีฐานอยู่ 4,400 สถานี ในจังหวัดนครศรีธรรมราชดับไปประมาณดับไปประมาณ 180 สถานี ส่วนจังหวัดใกล้เคียงมีอยู่ประมาณ 37 สถานี

นอกจากนั้นการที่โทรไปปลายทางไม่ติด อาจเกิดจากกรณีที่โทรศัพท์มือถือปลายทางปิดเครื่องเนื่องจากประหยัดแบตเตอรี่ไว้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ ประชาชนก็จะสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้เหมือนเดิม

นายฐากร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาอันดับแรกจะทำให้การติดต่อสื่อสารในศูนย์อพยพกลับมาใช้งานตามปกติ และดูแลให้สามารถใช้งานได้โดยไม่ติดขัด ส่วนตามพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกทำการแก้ไขสัญญาณ และดูแลรักษาระบบ หลังจากนี้ในพื้นที่ไฟฟ้าดับอาจทำให้เสาสัญญาณดับเนื่องจากไม่มีไฟหล่อเลี้ยง แต่ในส่วนที่ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้เสาสัญญาณก็จะกลับมาใช้ได้ตามปกติ

“เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงาน กสทช. ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ทรู ดีแทค เปิดให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยให้โทรออกจากพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 4 ม.ค. 2562 เวลา 22.00 น. ถึง วันที่ 6 ม.ค. 2562 เวลา 24.00 น. ทุกเครือข่ายฟรีเป็นจำนวน 50 นาที และสามารถใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือได้ฟรี 1 กิกะไบต์ โดยเงื่อนไขและการใช้งานให้ดำเนินการตามคำแนะนำทาง SMS ที่ประชาชนได้รับ และหากพื้นที่อื่นประสบปัญหาสำนักงาน กสทช. และโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายก็จะเยียวยาประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นเช่นเดียวกัน” นายฐากร กล่าว

แอปเปิ้ลอ่วม! ยอดขายไอโฟนในจีนร่วง-รุ่นใหม่ไม่เปรี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575877

  • วันที่ 04 ม.ค. 2562 เวลา 08:36 น.

แอปเปิ้ลอ่วม! ยอดขายไอโฟนในจีนร่วง-รุ่นใหม่ไม่เปรี้ยง

แอปเปิ้ลปรับลดคาดการณ์รายได้ลงกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหตุจีนชะลอ ทำยอดขายไอโฟนฮวบ

บริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่จากสหรัฐ ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาสแรกปีนี้ลง ซึ่งนับเป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งแรกของแอปเปิ้ลในรอบเกือบ 20 ปี หลังเจอวิกฤตยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนร่วง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์สมาร์ทโฟนสัญชาติจีน รวมถึงไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้นมียอดขายต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิ้ล ระบุว่า บริษัทคาดว่ายอดขายในไตรมาสสิ้นสุดเดือน ธ.ค.จะลดลงเหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.69 ล้านล้านบาท) จากคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.85-2.98 ล้านล้านบาท) ซึ่งจากคาดการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่ายอดขายของแอปเปิ้ลในไตรมาสแรกปีนี้ ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คุกเข้าดำรงตำแหน่งซีอีโอเมื่อปี 2011

ทั้งนี้ หลังแอปเปิ้ลประกาศดังกล่าว หุ้นของแอปเปิ้ลร่วงหนักถึง 7% อยู่ที่ 146.40 ดอลลาร์ (ราว 4,705 บาท) และส่งผลให้มูลค่าตลาดของแอปเปิ้ลลดลงเหลือต่ำกว่า 7 แสนดอลลาร์ (ราว 22 ล้านล้านบาท) จากจุดพีกเมื่อเดือน ต.ค. ซึ่งอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 35 ล้านล้านบาท) โดยนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หุ้นของแอปเปิ้ลร่วงลงแล้วมากถึง 32% จากกระแสยอดขายไอโฟนรุ่นใหม่ที่ไม่เป็นไปตามคาด

ด้านซีเอ็นบีซี ระบุว่า จากความเคลื่อนไหวล่าสุดของแอปเปิ้ลบ่งชี้ว่า บริษัทข้ามชาติสหรัฐรายอื่นๆ เสี่ยงเจอสถานการณ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน เนื่องจากเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

“ยอดขายที่ร่วงลงของไอโฟนในจีน แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของบริษัทข้ามชาติสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เนื่องจากบริษัทข้ามชาติสหรัฐนั้นมีซัพพลายเชนการผลิตในจีน อีกทั้งจีนยังถือเป็นตลาดสำคัญของสินค้าของสหรัฐ” ราจีฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายเอเชียแปซิฟิกจากบริษัทวิจัย ไอเอชเอส มาร์กิต กล่าวพร้อมระบุว่า วิกฤตของแอปเปิ้ลนับเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ให้สหรัฐและจีนเร่งสรุปทางแก้ข้อพิพาทการค้าภายในต้นปีนี้ ก่อนที่สงครามจะยิ่งปะทุหนักขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ บริษัทสหรัฐหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนแล้ว จนต้องปรับลดคาดการณ์รายได้ลง เช่น เฟดเอ็กซ์ ผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่ของสหรัฐ ที่ประกาศลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นลง เนื่องจากดีมานด์ในจีนลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เช่นเดียวกับบริษัท สตาร์บัคส์ ที่คาดการณ์ว่าการเติบโตของยอดขายในจีนอาจจะลดลงต่ำกว่า 1%

ขณะเดียวกัน โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐและหัวหน้าคณะเจรจาการค้ากับจีน กล่าวเตือนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า สหรัฐอาจต้องเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติมอีก เพื่อให้สหรัฐได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการเจรจาการค้า พร้อมเน้นย้ำว่า จะขัดขวางไม่ให้ทรัมป์ยอมรับคำสัญญาที่ลมๆ แล้งๆ ของจีน เช่น การสัญญาว่าจะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเพิ่ม

ภาพ เอเอฟพี

เครือข่ายมือถือระดมรับมือ”พายุปาบึก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575871

  • วันที่ 04 ม.ค. 2562 เวลา 07:56 น.

เครือข่ายมือถือระดมรับมือ"พายุปาบึก"

ผู้ให้บริการมือถือ 3 ค่าย เตรียมพร้อมโครงข่าย จัดตั้งวอร์รูม24 ชม. พร้อมรับมือพายุปาบึก

นายอดิศักดิ์ ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า กลุ่มทรูได้ตั้งวอร์รูมพร้อมเพิ่มทีมวิศวกรเฝ้าระวังสถานการณ์วาตภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก โดยวางมาตรการป้องกันสถานีชุมสาย เตรียมระบบไฟฟ้าและน้ำมันสำรอง รวมถึงจัดส่งรถโมบายชุมสายเคลื่อนที่เร็ว

นางวิไล เคียงประดู่ หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสได้จัดเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่และทีมงานวิศวกรดูแลสัญญาณและสถานีฐานในเขตภาคใต้ตลอด 24 ชม. โดยยืนยันจะไม่ตัดสัญญาณโทรศัพท์และยืดเวลาการชำระค่าบริการให้ลูกค้าทุกระบบ

ด้าน นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเร่งเตรียมพร้อมแผนรับมือป้องกันสถานีชุมสายและสถานีฐาน พร้อมประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เพื่อร่วมมือช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน

เทคโนโลยีเอไอ ขับเคลื่อนวงการแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575863

  • วันที่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 21:20 น.

เทคโนโลยีเอไอ ขับเคลื่อนวงการแพทย์

ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทางการแพทย์

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการพูดถึงมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยความสามารถที่หลากหลายตั้งแต่การทำงานง่ายๆ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ทำให้เอไอกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังงานต่างๆ มากมาย

เวสเลย์ โคววาสกี หัวหน้าประจำภูมิภาคอาเซียน อินโฟร์ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โรงพยาบาลต่างๆ กำลังมองหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากเอไอ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินงานและการดูแลรักษาผู้ป่วย จากเดิมที่มีการใช้บิ๊กดาต้าในด้านการแพทย์ ในระบบเวชระเบียนผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมโยงและผสานข้อมูลบนเครือข่ายต่างๆ และการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบดิจิทัล

ทั้งนี้ ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน รายงานว่าตลาดเอไอด้านการดูแลสุขภาพมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 40% ในปี 2564 โดยเอไอจะมีศักยภาพการเพิ่มผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพได้ถึง 30-40% และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงได้ครึ่งหนึ่ง

ขณะที่ประเทศไทย ภาครัฐมีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของเอเชีย โดยข้อมูลสถิติของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่าไทยมีจำนวสถานพยาบาลทั่วประเทศ 1,355 แห่ง และมีโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน 347 แห่ง ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจของประเทศถึง 9.94 หมื่นล้านบาท อีกทั้งพบว่าโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนจำนวน 120 แห่ง หรือ 34.6% รายงานว่าใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

นอกจากนี้ ข้อมูลจากรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมการใช้งานเอไอในอุตสาหกรรมสุขภาพในกลุ่มประเทศ อาเซียน โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระบุว่าการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้ไทยมีจำนวนผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น และมีความต้องการการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มมากขึ้น

พร้อมกันนี้ พบว่าการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศในอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยปี 2560 มีมูลค่า 162.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลงทุนด้านเอไอและอะนาไลติกส์ 1.57 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าในปี 2563 จะมีการลงทุนด้านไอซีทีเป็นมูลค่า 198.67 ล้านดอลลาร์ เป็นการลงทุนด้านเอไอและอะนาไลติกส์ 12.54 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงความต้องการใช้งานเอไอในวงการสุขภาพของไทยได้อย่างชัดเจน

สำหรับการใช้งานเอไอในการดำเนินธุรกิจ จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเมื่อทำงานร่วมกับมนุษย์ เช่น เพิ่มความสะดวกในการจัดสรรบุคลากรในสถานพยาบาลเพื่อให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีเวลามากขึ้นในการดูแลรักษาผู้ป่วย และให้คำปรึกษา

ขณะที่แชตบอตซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของเอไอที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในสำนักงานด้วยระบบอัตโนมัติ สามารถให้คำแนะนำได้รวดเร็วกว่าการค้นหาข้อมูลด้วยคนถึง 20%

พลังของเอไอในแวดวงการแพทย์แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อีกมาก โดยผลที่เกิดขึ้นจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่สถานพยาบาลและบุคลากร ซึ่งถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นลงทุนในเทคโนโลยีนี้และใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บิ๊กดาต้าในเทเลเมติกส์ หัวใจธุรกิจโลจิสติกส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575790

  • วันที่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

บิ๊กดาต้าในเทเลเมติกส์ หัวใจธุรกิจโลจิสติกส์

ในยุคที่ก้าวเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือไอโอที ยุคที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ถูกเชื่อมโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ต การใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม โดยนำมาใช้ในการวิเคราะห์หาโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ไม่เว้นแม้แต่ในธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งที่มีการนำเทคโนโลยีเทเลเมติกส์ (Telematics) มาใช้ประโยชน์ ทั้งการบริหารจัดการกลุ่มรถ การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจจนประสบผลสำเร็จ

ปิยวดี หงษ์ภักดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัทจีไอเอส เปิดเผยว่า เทเลเมติกส์เป็นโซลูชั่นใหม่ที่ทำหน้าที่เก็บรวบรวม และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรถยนต์และผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวผ่านเทคโนโลยีไอโอที โดยการเชื่อมต่อและผสมผสานอุปกรณ์หลายชนิดเข้าด้วยกัน ผ่านการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตและส่งข้อมูลมารวบรวมไว้ยังคลาวด์ เซิร์ฟเวอร์ ทำให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า สำหรับการบริหารจัดการในธุรกิจยานยนต์และการขนส่ง ก่อให้เกิดผลดีต่อองค์กรทางธุรกิจเป็นอย่างมาก

สิ่งสำคัญที่สุด 2 ประการ ของการนำเทคโนโลยีเทเลเมติกส์มาใช้คือ ด้านความปลอดภัยของคนขับรถ โดยสามารถใช้อุปกรณ์เทเลเมติกส์ เพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์ ตลอดจนนำบิ๊กดาต้าของข้อมูลการขับรถมาวิเคราะห์และประเมินความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการขับรถและการเกิดอุบัติเหตุผ่านโมเดลการวิเคราะห์การขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย และแสดงผลรายงานในรูปแบบการให้คะแนนการขับขี่ เพื่อให้คนขับปรับปรุงพฤติกรรมการขับรถได้อย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

อีกด้านคือการประเมินความเสียหายและการบำรุงรักษารถ ผ่านเทเลเมติกส์ที่สามารถเก็บข้อมูลจากระบบประมวลผลภายในรถยนต์ เช่น ความเร็วรอบเครื่องยนต์ ความเร็วไมล์รถ ระดับน้ำมัน แรงดันยางรถ ผนวกกับข้อมูลจำพวกประวัติการบำรุงรักษาและซ่อมแซมรถมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมได้อย่างถูกต้อง ทำให้ธุรกิจสามารถใช้งานรถขนส่งได้เต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา

ในภาพรวมระดับประเทศ หากมีการแชร์ข้อมูลต่างๆ ระหว่างภาครัฐและเอกชนจะสามารถนำเทเลเมติกส์เข้ามาใช้สำหรับวางแผนเส้นทางการจัดส่งสินค้าและการเดินรถ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร และวางแผนเส้นทางการขนส่งที่ดีที่สุดแก่ผู้ประกอบการ ทำให้สามารถจัดส่งสินค้าแก่ลูกค้าได้ตรงตามเวลาและกำหนดเวลาล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน ป้องกันการทุจริตของพนักงาน ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง รวมถึงรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงที่ลดลง

นอกจากนี้ เทเลเมติกส์ยังเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจด้วยการผลิตยานพาหนะที่ไร้คนขับ หรือ Autonomous Vehicles ที่ได้เริ่มเข้ามาถึงอุตสาหกรรมการขนส่งในปีที่ผ่านมา โดยเทเลเมติกส์จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการระบบข้อมูล และพัฒนาเทคโนโลยีของยานพาหนะไร้คนขับให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในอนาคต

การใช้ข้อมูลบิ๊กดาต้าจากเทเลเมติกส์ จึงเป็นหัวใจสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งที่ประสบผลสำเร็จทั้งในด้านสินค้าและบริการต่อทั้งผู้ประกอบการลูกค้าและคนขับรถ รวมทั้งสามารถนำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และใช้งานแล้วในปัจจุบัน ไปพัฒนาให้เกิดข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ สำหรับการบริหารและจัดการในกลุ่มรถระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงเข้าไปอยู่ในภาคธุรกิจอื่นๆ ให้มีความก้าวหน้าทันสมัยและต่อยอดได้อีกไกลในอนาคต