ซูชิ เด็น ตัวจริงเรื่องซูชิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2560 เวลา 14:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/497385

ซูชิ เด็น ตัวจริงเรื่องซูชิ

โดย…ยู่ยู้ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ซูชิ เด็น คืออีกหนึ่งร้านคุณภาพที่คออาหารญี่ปุ่นไม่ควรพลาด เพราะมาพร้อมเมนูอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย พร้อมตอบโจทย์ไม่ว่าคุณจะเป็นคอซูชิ หรือหลงรักในเมนูข้าวหน้าต่างๆ สไตล์ญี่ปุ่น รวมทั้งโรล มากิ หรือเมนูเส้น ก็มีครบจบในร้านเดียว

ด้วยบรรยากาศร้านสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมเดิร์น ดูโปร่งโล่งสบาย ชวนอบอุ่นด้วยโทนสีน้ำตาล และการเลือกใช้วัสดุอย่างไม้ ทำให้ซูชิ เด็น ดูน่านั่งตั้งแต่แรกเห็น ที่สำคัญยังมาพร้อมลูกเล่นอย่างสายพานเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะที่ลูกค้าต่างติดอกติดใจ โดยสาขาเซ็นทรัล พลาซา บางนา แห่งนี้ เป็นเพียง 1 ใน 2 สาขาที่ลูกค้ามาแล้วไม่ต้องลุ้น หรือเลือกว่าจะได้โต๊ะที่สายพานวิ่งผ่านหรือไม่ เพราะออกแบบมาแล้วให้ทุกโต๊ะสามารถเลือกเมนูซูชิบนสายพานที่ปรุงสดใหม่จากเชฟได้เอง โดยไม่ต้องห่วงว่าซูชิจะถูกทิ้งไว้นานจนคุณภาพไม่เหมือนเก่า เพราะมีเชฟคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าพบว่าซูชิเปลี่ยนสี ไม่ได้คุณภาพ จะกำจัดทิ้งทันที

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่มาดูเมนูแล้วต้องสั่งคือ สารพัดเมนูซูชิแบบพรีเมียมที่คัดมาแล้วว่าไม่ซ้ำกับเมนูบนสายพาน ถ้ามาเป็นก๊วน คุ้มสุดๆ ต้องไม่พลาด Minato Set เป็นการรวมพลของซูชิยอดนิยม 7 คำกำลังพอดี นำทีมมาโดยซูชิหน้าครีบปลาตาเดียว ปลาทูน่า ปลาฮามาจิ โอโทโร่ ปลาหมึก ปลาไหล และไข่ปลาแซลมอน กินฟินๆ อร่อยหมดถาดไม่รู้ตัว

ถัดมาที่อยากให้ลองคือ Engawa Delight Roll โรลครีบปลาตาเดียว มาพร้อมไข่ปลาแซลมอนและไข่อิบิโกะให้จุใจในจานเดียว ถัดมาคือโรลปลาแซลมอนห่อข้าวหน้าปลาไหล อีกเมนูยอดฮิตที่นำทั้งปลาแซลมอนและปลาไหลมาอยู่ด้วยกัน ท็อปปิ้งด้านบนด้วยไข่อิบิโกะ ราดด้วยซอสปลาไหลเข้มข้นสูตรพิเศษของทางร้าน สำหรับเมนูนี้ลูกค้าสามารถเลือกอร่อยได้ 2 รสสัมผัส ระหว่างแซลมอนสดหรือนำไปย่าง

แต่ถ้าชอบรสจัดจ้านขึ้นมาอีกนิด แนะนำโรลยอดนิยมอย่าง Spicy Salmon Roll โรลแซลมอนรสเด็ดที่ให้ลูกค้าได้อร่อยเต็มคำกับแซลมอนที่สอดไส้มาในโรลไม่พอ ยังท็อปมาด้านบนโรลอีก ราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษที่ให้รสจัดจ้านนิดๆ รับรองว่าถูกปากคนไทย ดื่มด่ำกับเมนูของคาวมาหลายเมนู ถึงเวลาเมนูสุขภาพอย่างสลัดได้ออกโรง มาถึงซูชิ เด็น ขอแนะนำสลัดปูนิ่มทอดกรอบ นอกจากจะได้รสชาติไม่รู้ลืมจากน้ำสลัดสูตรพิเศษของทางร้านแล้ว ยังได้เทกซ์เจอร์ของวุ้นเส้นกรอบที่ใส่มาในสลัดชามโตด้วย

ปิดท้ายมื้ออร่อยด้วย เมนูทางเลือกสำหรับใครที่อาจจะอยากเปลี่ยนใจจากซูชิมาลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ บ้าง พลาดไม่ได้กับหอยเชลล์ผัดซอสรสเผ็ด ถ้าสั่งพร้อมเซตข้าว สลัด น้ำซุป เมนูเดียวก็อิ่มท้อง ทีเด็ดอยู่ที่หอยเชลล์ตัวโตผัดกับน้ำซอสสูตรพิเศษที่รสชาติเข้มข้น ให้รสเผ็ดหวานลงตัว กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินอย่าบอกใคร

เสร็จแล้วล้างปากด้วยเมนูของหวานยอดนิยมอย่างซูชิ เด็น พาร์เฟต์ ถ้วยเดียวได้ทั้งไอศกรีมรสชาเขียวเข้มข้น เสริมทัพด้วยเทกซ์เจอร์กรุบๆ กรอบๆ ของคอนเฟลกซ์ ท็อปด้านบนด้วยถั่วแดง โมจิ และวิปปิ้งครีม อร่อยเพลินจนหมดถ้วย

พบกับความอร่อยที่จะทำให้มื้อนี้พิเศษกว่ามื้อไหนๆ ได้แล้วที่ซูชิ เด็น สาขาเซ็นทรัล พลาซา บางนา ชั้น 5 ร้านเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เปิด 10.30-21.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 10.00-21.30 น. โทร. 02-399-2373 เฟซบุ๊ก Sushiden

 

เมี่ยงปูแกะน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ @ ร้านส้มตำ กาแฟ สมุทรสาคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2560 เวลา 14:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/497384

เมี่ยงปูแกะน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ @ ร้านส้มตำ กาแฟ สมุทรสาคร

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา

สมุทรสาครอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากชื่นชอบเมนูอาหารประเภททะเล ต้องนึกถึงจังหวัดแห่งนี้เป็นอันดับแรก เพราะเมนูอาหารทะเลสดๆ มีให้เลือกรับประทานมากมาย หากนักท่องเที่ยวแวะเวียนผ่านไปเที่ยว จ.สมุทรสาคร ขอแนะนำไปลองรับประทานอาหารที่ร้าน “ส้มตำ กาแฟ” ตั้งอยู่ ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายในสไตล์โอเพ่นแอร์ ที่รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ดูร่มรื่น

ร้านแห่งนี้บริหารงานโดย ภูมิ ดีประทีป และมนัญพร สุริยะพันธ์ สองสามีภรรยาที่ผันตัวเองจากมนุษย์เงินเดือน มองหาทำเลใกล้ๆ บ้านเปิดร้านอาหารและร้านกาแฟ ทำธุรกิจแบบครอบครัว ทั้งเข้าครัวปรุงอาหารเองและเสิร์ฟอาหารเองเพื่อประหยัดต้นทุน โดยเมนูเด็ดของร้านต้องเมี่ยงเนื้อปูแกะ เนื้อแน่นพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ขาว ผักสดๆ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดวัตถุดิบทุกอย่างล้วนคัดสรรมาอย่างดี รับประกันความสดใหม่ที่เลือกทำแบบออร์เดอร์ต่อออร์เดอร์

อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด เมนูน้ำพริกไข่ปู รสชาติอร่อยจัดจ้านที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมกับผักสดแช่เย็นๆ เช่น มะเขือ แตงกวา และถั่วพูสด ต่อด้วยเมนูหอยนิวซีแลนด์กะเพราทรงเครื่องกระทะร้อนๆ ซึ่งทางร้านได้นำหอยนิวซีแลนด์คัดขนาดใหญ่พิเศษผัดกับซอสสูตรเฉพาะ รสเข้มข้น พร้อมเสิร์ฟบนกระทะร้อนๆ ส่วนผู้ชื่นชอบมีเมนูส้มตำมีให้เลือกทั้งส้มตำไทยและอีสาน ล้วนเป็นเมนูเพื่อสุขภาพได้รสชาติเข้มข้น

แต่ที่พลาดไม่ได้คือ เมนูยอดฮิตต้อง “กุ้งเผา” จานเด็ดที่ใครหลายๆ คนชอบกิน เพราะนำกุ้งสดๆ ตัวใหญ่ๆ เอาไปเผา เนื้อเหนียวหนุบหนับ หวานกรอบ โดยนำกุ้งมาย่างบนเตาถ่านไฟแรงๆ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด กุ้งเผาเผามาแบบกำลังดี เนื้อกุ้งพอสุก ยังมีความหวาน เนื้อเด้ง หัวกุ้งมีมันเยิ้มๆ ให้กินคู่กับน้ำจิ้มเข้ากันดีมากๆ

ผู้ที่ชื่นชอบเมนูต้มยำ ทางร้านมีเมนูต้มยำปลาคังหม้อไฟ ที่นำปลาคังธรรมชาติมา ตัวใหญ่อวบอ้วนนำมาแล่เอาแต่เนื้อล้วนๆ หั่นมาเป็นชิ้นหนาพอคำ จากนั้นนำไปต้มในน้ำร้อนพร้อมเครื่องปรุงสมุนไพรไทย เสิร์ฟมาในหม้อไฟเดือดพล่าน ความอร่อยอยู่ที่เนื้อปลาคังสดหวาน ไม่มีกลิ่นคาว น้ำแกงรสจัดจ้านตักกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแซบเว่อร์จนเหงื่อซึม สำหรับราคาอาหารมีเมนูให้เลือกมากมายตั้งแต่ราคา 169 บาท ไปจนถึงราคา 360 บาท

“เรื่องสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจร้านอาหารซีฟู้ด คือการรู้จักพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และการไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาที่เจอ และที่ขาดไม่ได้คือ ธุรกิจนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงความสดใหม่ของอาหารเป็นสำคัญ และคิดถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้มาก” ภูมิ ดีประทีป ยึดอุดมคติในการบริหารจัดการร้านแห่งนี้

ร้านส้มตำ กาแฟ ตั้งอยู่ซอยวัดสวนส้ม ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ถ้ามาจากเส้นพระราม 2 เข้ามาแค่ 1 กิโลเมตร ร้านติดถนนทางขวาเลยร้านสะดวกซื้อมานิดเดียว หรือเข้าทางนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ร้านอยู่ปากทางซอย 21 ร้านเปิดบริการ 10.00-22.00 น. หรือสั่งจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร. 09-8824-2082, 09-0286-9663

 

แซ่บๆ แสบทรวง ยำเนื้อสดขนมจีนไหหลำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2560 เวลา 10:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/497344

แซ่บๆ แสบทรวง ยำเนื้อสดขนมจีนไหหลำ

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

บ้านเก่าตอนเด็กๆ ของผู้เขียนอยู่หลังโรงงิ้วใกล้ตลาดคลองสาน จุดเด่นของย่านนั้นในสมัยสัก 30-40 ปีที่แล้ว น่าจะเป็นชุมชนชาวจีนไหหลำที่หนาแน่นเอาการ เพราะไม่ไกลจากบ้านก็มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อไหหลำให้รับประทาน แถมเดินไปถึงตลาดมีร้านขายขนมหวาน บะหมี่หวานและโบ๊กเกี้ย รวมทั้งเต้าทึงพร้อมเครื่องนานาชนิด เป็นความสุขที่สุดเมื่อเดินไปถึงตลาดตอนเย็น

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อไหหลำ “ร้านโต้ว” ที่ผู้เขียนจำได้คือ เนื้อตุ๋นที่มีรสชาติเค็มหวานในน้ำซุปสีน้ำตาลอ่อนๆ ที่เครื่องยาจีนจางๆ จนไม่เป็นปัญหาสำหรับเด็กเล็กๆ อย่างผู้เขียน ที่ชอบที่สุดคือเนื้อสดที่แล่มาบางเฉียบลวกแล้วเด้งเป็นสีชมพูนุ่มน่ากินจะเลือกเส้นอะไรก็ตามใจมีทั้งเส้นใหญ่และเล็กในก๋วยเตี๋ยวจะไม่มีถั่วงอกอะไรให้วุ่นวาย มีเพียงแค่ผักกาดดองแบบเปรี้ยวที่ซอย โรยด้วยต้นหอมและงาขาวเท่านั้น ที่เด็ดที่เด็กชอบกินเค็มอย่างผู้เขียนชอบคือ ก๋วยเตี๋ยวไหหลำต้องมีเต้าหู้ยี้ราดๆ ลงไปด้วย ช่วยชูรสให้น้ำซุปอร่อยเด็ด ยิ่งเห็นผู้ใหญ่เขาคีบผ้าขี้ริ้วบางๆ จิ้มน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ หรือกะปิไหหลำแล้วยิ่งอยากจะรีบโตเสียวันพรุ่งนี้เลยจะได้ลิ้มรสน้ำจิ้มกะปิแบบไหหลำกับเขาด้วย

พอโตมาเพิ่งมารู้ว่านอกจากก๋วยเตี๋ยวไหหลำแล้วยังมีขนมจีนไหหลำด้วย เส้นอวบหนาดูคล้ายๆ กับเกี้ยมอี๋แต่ยาวเฟื้อยเหมือนก๋วยเตี๋ยวหรือขนมจีนนั่นแหละ รับประทานเหมือนกวยจั๊บหรือก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณน้ำใสต่างตรงที่มีผักกาดดองเปรี้ยวซอยมาในน้ำซุป มีหมูหรือเนื้อแล่ชิ้นบางลวกมาพอสุก บางเจ้ามีเครื่องในด้วย ทีเด็ดต้องยกให้เนื้อตุ๋นแบบไหหลำที่อยู่ในน้ำข้นขลุกขลิกราดลงมาด้านบนของขนมจีนไหหลำ

มากินขนมจีนไหหลำเจ้าประจำแถวๆ ซอยลูกหลวงที่เปิดเฉพาะในช่วงเย็น หรือจะไปกินช่วงกลางวันแถวถนนมหรรณพก็อร่อยไกลเคียงกัน ทั้งสองร้านมีขนมจีนไหหลำน้ำใสและแบบเนื้อตุ๋นน้ำข้น แต่ถ้าชอบรสจัดจ้านสั่งเป็นขนมจีนไหหลำแห้งแล้วราดด้วยน้ำจิ้มกะปิหรือที่เรียกว่า เกี้ยมโก๊ย แบบนี้จะได้ซึ่งรสชาติของความจัดจ้านเหมาะสำหรับฤดูนี้ที่เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก

ผู้เขียนบังเอิญผ่านไปเจอคุณป้าท่านหนึ่งขายเส้นขนมจีนไหหลำสดอยู่แถวตลาดบางรัก เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะซื้อมาทดลองทำยำขนมจีนไหหลำน้ำจิ้มกะปิดูเสียเลย สำหรับสูตรน้ำจิ้มขออนุญาตบอกไว้ในฉบับนี้ว่าอาจจะไม่เหมือนต้นตำรับไหหลำเสียทีเดียว เพราะเกี้ยมโก๊ยแบบต้นตำรับโบราณนั้นต้องหมักในไห แถมยังมีพวกกากน้ำตาลธรรมชาติเพื่อทำให้เกิดกลิ่นหอมและรสกลมกล่อม

สำหรับ “เกี้ยมโก๊ย” สไตล์บ้านๆ ของเรา ผู้เขียนขอใช้วิธีในการแกะสูตรตามความเข้าใจ พร้อมกับใช้วัตถุดิบเครื่องปรุงต่างๆ ที่หาได้ไม่ยากในครัวของเรา จะว่าไปแล้วสูตรน้ำจิ้มกะปินั้นออกจะมีความคล้ายน้ำพริกกะปิบ้านเราอยู่มาก มีเพิ่มเติมตรงใส่เต้าหู้ยี้สีแดงลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอม คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า ของหมักดองสูตรธรรมชาติมักจะมีรสชาติ “อูมามิ” อยู่ด้วยแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้ยิ่งเอาเนื้อลวกจิ้มเกี้ยมโก๊ยแล้วยิ่งหยุดไม่ได้ ต้องรีบคีบเส้นฉ่ำๆ ตามเข้าไปอีก

ขนมจีนไหหลำนั้นจะกินหมูก็ได้ จะกินเนื้อก็อร่อย ใครชอบเนื้อสดส่วนไหนเลือกได้ตามต้องการ สำหรับเนื้อหมูส่วนสะโพกแล่บางๆ หมักสักหน่อยก็ดี หากไม่อยากหมักนานๆ หันมาใช้เป็นส่วนสันในจะนุ่มกว่า ราคาสูงได้ทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู ถ้าถนัดรับประทานเนื้อวัวแล้วละก็ แนะนำเป็นส่วนใบพายจะอร่อยนุ่ม หอมที่สุด ยิ่งได้แบบแล่บางๆ สไตล์ “ชาบู ชาบู” ญี่ปุ่นด้วยแล้วละก็ จะยิ่ง “ฟิน” มากขึ้น

เดี๋ยวนี้หาซื้อผักกาดดองเปรี้ยวง่ายขึ้น ไม่ต้องเดินไปถึงตลาดสด ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่มีผักกาดดองเปรี้ยวในซองพลาสติกสุญญากาศสะดวกขึ้นมาก แนะนำให้ล้างทำความสะอาดสักรอบหนึ่งก่อน ลวกพร้อมกับเส้นขนมจีนไหหลำก็ได้จะได้กลิ่นรสที่ละมุนมากขึ้น

สิ่งที่ช่วยชูรสให้ยำขนมจีนไหหลำน้ำจิ้มกะปิอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก คือความพอเหมาะ พอเจาะของปริมาณเครื่องโรยด้านบน ไม่ว่าจะเป็นต้นหอมที่หั่นหนาสักนิดจะได้เคี้ยวโดนทุกคำ อย่าลืมงาขาวที่คั่วอย่างตั้งใจที่ไฟอ่อนเป็นเวลานานหน่อยจะได้พองและหอมทุกเม็ด รับรองว่าจะกลายเป็นสูตรเด็ดประจำบ้านแน่นอน

ยำเนื้อสดขนมจีนไหหลำน้ำจิ้มกะปิ (สำหรับ 2 ที่)

ส่วนผสม น้ำจิ้มกะปิ

กระเทียมไทย กลีบเล็ก 7-10 กลีบ (ปอกเปลือกไม่ต้องเกลี้ยงมาก)

พริกจินดาแดง 2 เม็ด

หอมแดง ซอยบางๆ 1 หัว

กระเทียมดอง 1 หัว

กะปิสีอ่อนเผาไฟพอหอม 1 ช้อนโต๊ะ

เต้าหู้ยี้แดง 1 ก้อน

น้ำเต้าหู้ยี้แดง 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนชา

เหล้าจีน 1 ช้อนชา

วิธีทำ

โขลกพริกแดง กระเทียมทั้งสองชนิด หอมแดงให้แหลก เติมกะปิลงไปโขลกตามด้วยเต้าหู้ยี้ ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงทั้งหมด ชิมและปรับรสตามชอบ

ส่วนผสม หมักเนื้อ

เนื้อวัวส่วนสันใน หรือจะเป็นส่วนลูกมะพร้าว ใบพาย

ก็ได้ 2 ขีด หรือเนื้อหมูส่วนสะโพก

แป้งมัน 1/2 ช้อนชา

ผงฟู 1/4 ช้อนชา

น้ำปลา 1 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

แล่เนื้อให้มีความหนาประมาณ 1-2 มิล โดยหั่น Against Grain ขวางเส้นใยเนื้อ ห้ามขนานเด็ดขาดเพราะจะทำให้เหนียวไม่น่ากิน

หมักส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน พักไว้ 2 ชั่วโมงส่วนผสม เครื่องยำผักกาดดองแบบเปรี้ยว ซอยบางทั้งใบและก้าน 1/2 ถ้วยเส้นเกี๋ยมอี๋ 1/2 ถ้วยต้นหอม หั่นยาวประมาณ 6-7 มิล 2 ช้อนโต๊ะงาขาวคั่วใหม่ โขลกน้อยๆ บุบๆ พอให้หอมและผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

สำหรับผักกาดดอง ล้างให้สะอาดและลวกก่อน 1 รอบแล้วซอยเป็นเส้นบาง ทั้งใบและก้าน

ลวกเส้นเกี๋ยมอี๋หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวไหหลำให้สุก ใส่จานไว้และผักกาดดอง วางลงไป

ลวกเนื้อที่หมักในน้ำเดือด ลวกพอสุก สะเด็ดน้ำวางลงไป

ราดน้ำจิ้ม โรยด้วยงาขาวคั่ว ต้นหอมและผักชี

 

ครัว(พอ)เพียงสรัส อิ่มอร่อยในราคาพอดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 พฤษภาคม 2560 เวลา 18:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/496695

ครัว(พอ)เพียงสรัส อิ่มอร่อยในราคาพอดี

โดย…จะเรียม สำรวจ

ท่ามกลางศูนย์การค้าหรูขนาดใหญ่และโรงแรม 5 ดาวที่ตั้งอยู่เรียงรายในย่านถนนพระราม 1 ใครจะรู้ว่าจะมีร้านอาหารที่บรรยากาศดี สะอาด และราคาไม่แพงเปิดให้บริการอยู่ภายใต้ชื่อ สรัสปทุม เพื่อครัว(พอ)เพียง สรัส เป็นร้านในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างโรงเรียนวัดปทุมวนาราม หันหน้าชนกับโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พอดิบพอดี

ครัว(พอ)เพียง สรัส จัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการสรัสปทุม ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเพื่อสนองแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพพื้นฐานให้แก่บุคคลทั่วไป

รัตนา สนั่นเอื้อ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดปทุมวนารามฯ เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเปิดร้านอาหาร ครัว(พอ)เพียง สรัส พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นอาคารสอนอาชีพให้กับนักเรียนและบุคคลทั่วไป โดยในส่วนของวิชาชีพที่ได้จัดสอนให้กับนักเรียนจะมีด้วยกัน 7 สายงาน อาทิ งานไฟฟ้า งานอาหาร งานประดิษฐ์ งานศิลปะ งานผ้า และงานเกษตร

ส่วนงานที่ทำการเปิดสอนให้กับบุคคลทั่วไปในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะเป็นในส่วนของงานดอกไม้และงานอาหาร แต่หลังจากจำนวนผู้เรียนเริ่มลดลง เช่นเดียวกับกลุ่มวิทยากร จึงทำให้โรงงานวัดปทุมวนารามมีแนวคิดที่จะปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านอาหารที่รับประทานง่ายๆ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนทำงานในย่านนั้นที่ต้องการรับประทานอาหารดีมีคุณภาพและราคาไม่แพง

สำหรับเมนูอาหารที่ครัว(พอ)เพียง สรัส ปรุงมาจำหน่ายในแต่ละวันจะมีด้วยกัน 5 เมนู สลับสับเปลี่ยนกันไปตามความต้องการของลูกค้า แต่เมนูหลักที่ทุกวันต้องมี คือ ไข่พะโล้ เพราะเป็นเมนูรับประทานง่ายและได้รับความนิยม

นอกจากนี้ บางวันยังจะมีเมนูพิเศษปรุงออกมาจำหน่าย เช่น ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน หลนปลาอินทรี ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวคลุกกะปิ แต่ถ้าใครเบื่อข้าวก็มีเมนูเส้นอย่างก๋วยเตี๋ยวต้มยำให้บริการอีกด้วย

หลังจากรับประทานอาหารคาวเสร็จ ในด้านของเมนูของหวานก็จะมีสับเปลี่ยนกันไปเช่นกันวันละ 1 เมนู เช่น กล้วยบวดชี ลอดช่องน้ำกะทิ ขนมถ้วย มันแกงบวด และฟักทองแกงบวด เป็นต้น

หากใครคอแห้งก็จะมีเมนูเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรให้บริการวันละ 1 รายการ ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันไปตามความต้องการของลูกค้า เช่น น้ำตะไคร้ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวย และน้ำลำไย เป็นต้น

แต่ถ้าใครกลัวหิวช่วงระหว่างทำงานทางครัว(พอ)เพียง สรัส ก็มีเมนูขนมไทยวางจำหน่ายให้ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไป เช่น ขนมโก๋ ขนมผิง ขนมท้องม้วน ขนมกล้วย ขนมต้ม ขนมทองนพคุณ และขนมทองชมพูนุช เป็นต้น โดยในส่วนของขนมตระกูลทอง ได้ตั้งชื่อขนมตามรายชื่อขนมตามสุนัขทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในส่วนของเมนูขนมไทยจะเป็นขนมที่มีแหล่งผลิตส่งขายที่เดียวกับร้านภูฟ้า

ในส่วนของราคาอาหาร หากสั่งราดข้าว 1 อย่าง ราคาจะอยู่ที่ 30 บาท 2 อย่าง 40 บาท และ 3 อย่าง 50 บาท หากซื้อใส่ถุงราคา 35 บาท ส่วนราคาของหวานอยู่ที่ถ้วยละ 20 บาท ขนมไทยราคากล่องละ 35-40 บาท

ใครแวะผ่านไปแถวนั้นอยากชิมอาหารรสชาติดี ราคาประหยัด ก็แวะเวียนไปได้ โดยครัว(พอ)เพียง สรัส จะเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00-14.00 น. งานนี้การันตีความอร่อยโดยคุณครูคลังปัญญาอาวุโสและแม่ครัวของโรงเรียนวัดปทุมวนาราม

 

แซ่บๆ แสบทรวง ลาบก๋วยเตี๋ยวห่อเป็ดย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 พฤษภาคม 2560 เวลา 17:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/496545

แซ่บๆ แสบทรวง ลาบก๋วยเตี๋ยวห่อเป็ดย่าง

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หลายๆ ครั้งที่มีเป็ดย่างมาจากการไหว้ตามประเพณีจีน ไม่รู้จะเอาไปลงเอยที่อาหารจานไหน จะทำเป็นข้าวหน้าเป็ด บะหมี่เป็ด หรือคั่วเค็ม ก็อาจจะเหมือนเดิมไปเสียทุกครั้ง ฉบับนี้จึงขอนำมาปรุงเป็นอาหารจานแซ่บ โดยใช้เป็นส่วนผสมในลาบเป็ดเสียเลย

ไอเดียมาจากไปการเก็บเล็กผสมน้อยจากร้านอาหารร้านหนึ่งที่เขามีก๋วยเตี๋ยวห่อลาบหมู กินแล้วเอาของเขามาเพิ่มเติมขึ้นอีกตามความชอบส่วนตัว ยิ่งมีเป็ดย่างมาจากการไหว้บรรพบุรุษช่วงเชงเม้งที่ผ่านมาแช่ไว้ในช่องแช่แข็งที่บ้าน มีแค่ครึ่งตัวเพราะแบ่งกันมาหลายๆ บ้าน เลยนำมาลอกหนังบางส่วนเอาไปเจียวให้หอมฟุ้ง ส่วนหนังเป็ดนี่เรียกว่าเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมันเป็ดและเครื่องเทศที่ทำเป็ดย่าง เอาส่วนเนื้อและหนังบางส่วนสับๆ หยาบๆ คั่วพร้อมหนังเป็ดที่เจียวไว้ กลิ่นโชยจนต่อมน้ำลายเริ่มทำงานจากนั้นโรยด้วยใบมะกรูดให้หอมยิ่งตอนเจอความร้อนในกระทะยิ่งกระตุ้นให้กลิ่นหอมๆ ฟุ้งออกมา

เครื่องลาบจดออกมาเป็นสูตรแล้วดูยุ่งยาก คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งถอดใจจริงๆ แล้วหัวใจของลาบความอร่อยอยู่ที่ผักโรยต่างๆ ที่ช่วยให้ลาบหอมอร่อยและได้รสชาติมากขึ้น ทั้งต้นหอม ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง หอมแดง ที่บ้านผู้เขียนมักจะมีข้าวคั่วที่คั่วจนเหลืองกับสมุนไพรอย่างตะไคร้ ใบมะกรูดติดบ้านไว้อยู่แล้ว ถึงเวลาแค่เอาไปคั่วอีกครั้งให้หอมแล้วโขลกหยาบๆ ให้ยังพอกรุบๆ ข้าวคั่วที่ดีต้องคั่วจนเหลืองและเบา แบบนี้ถึงจะถือเป็น “ลาภปาก” เวลาที่จกลาบเป็ดย่างของเราจึงได้ความหอมของข้าวคั่วใหม่ๆ ยิ่งมาเจอพริกกะเหรี่ยงที่คั่วโดยคนกะเหรี่ยงแท้ๆ เผ็ดลืมกันไปเลย

ด้วยความที่เป็ดย่างมีไม่มากเพราะเป็นการล้างตู้เย็น อยากกินให้อิ่มและได้เนื้อๆ หนังๆ เลยเอามาห่อกับก๋วยเตี๋ยวแบบก๋วยเตี๋ยวบกหรือก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เสริมผักลงในม้วนก๋วยเตี๋ยวที่ม้วนให้เป็นแท่งๆ ทั้งโหระพา ผักกาดหอม ผักสลัดต่างๆ จะเพิ่มผักชีฝรั่งลงไปด้วยก็หอมดี ทำให้ลาบเป็ดย่างของเราดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

สำหรับคนที่ชอบรสจัดจ้านให้แซ่บแสบทรวงนั้น ขอให้ “ลาบ” ให้เข้มข้นไว้ก่อน เพราะเมื่อรับประทานเป็นก๋วยเตี๋ยวห่อกับผักนานาชนิดแล้วอาจจะจืดไปได้ แต่ถ้ายังไงก็ไม่สะใจ แนะนำให้ราดด้วยน้ำจิ้มของเราที่ทำแบบแจ่วอีสานเพิ่มเติมลงไปด้วย หากยังแสบทรวงไม่พอจะกัด “ลูกโดด” หรือพริกทอดให้เคี้ยวมันๆ ลงไปอีกรับรองว่าเด็ดถูกใจ

ลาบก๋วยเตี๋ยวห่อเป็ดย่าง

ส่วนผสม สำหรับก๋วยเตี๋ยวห่อ

เป็ดย่าง สับหยาบๆ พร้อมหนัง 2 ขีด

ใบมะกรูด ซอยบางๆ 4 ใบ

ผักกาดหอม หรือผักไฮโดรโปนิกที่ชอบ

ผักชีฝรั่ง เด็ดเป็นก้านๆ ล้างทำความสะอาด

ใบโหระพา เด็ดเป็นใบๆ

แผ่นก๋วยเตี๋ยว 3 ขีด

ส่วนผสม น้ำปรุงลาบ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2-4 ช้อนชา (ปรับได้ตามชอบ)

พริกป่น หรือพริกคั่วโขลก 1/2 ช้อนชา

ข้าวคั่วใหม่ๆ โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอม ซอยบาง 1 ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่ง ซอยบาง 1 ช้อนชา

หอมแดง ซอยบาง 3 หัว

วิธีทำ

สำหรับน้ำปรุงลาบ : ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แบ่งครึ่งหนึ่งใส่ถ้วยน้ำจิ้ม และอีกครึ่งหนึ่งสำหรับนำไปเคล้าเป็นลาบ

ในหม้อขนาดเล็ก ตั้งไฟให้ร้อน คั่วเป็ดย่างที่สับหยาบๆ ไว้ให้หอมเติมใบมะกรูดซอยบางๆ ลงไป ยกลงจากเตาแล้วเติมน้ำลาบที่แบ่งไว้ลงไปเคล้าให้เข้ากัน

ห่อก๋วยเตี๋ยว : ตัดแผ่นก๋วยเตี๋ยวให้มีขนาดเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส 7×7 นิ้ว หั่นด้านมุมเข้าหาตัว

วางผักกาดหอมลงบนแผ่นก๋วยเตี๋ยวให้ค่อนมาทางด้านล่างตามด้วยผักชีฝรั่ง ใบโหระพา จากนั้นตักลาบเป็ดย่างที่คลุกเคล้าไว้แล้วลงไปประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ จับมุมที่ใกล้ตัวม้วนขึ้นมาประมาณ 2 ทบ พับมุมขวาและซ้ายเข้ามา ม้วนขึ้นมาให้สุดมุมด้านบน จะได้เป็นลักษณะคล้ายเปาะเปี๊ยะ

หั่นเป็นคำๆ เสิร์ฟคู่กับน้ำปรุงลาบและผักสดพริกขี้หั่นแห้งทอด

 

ร้านเก๋ใจกลางเมือง ทาวน์เฮาส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 พฤษภาคม 2560 เวลา 14:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/493384

ร้านเก๋ใจกลางเมือง ทาวน์เฮาส์

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ไปเช็กอินที่ร้านแฮงเอาต์สุดเก๋ใจกลางเมือง “ทาวน์เฮาส์” (Town House) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ แต่ก่อนจะตัดสินใจปักหลักนั่งชิล ไปทำความรู้จักกับที่มาของร้านกันสักหน่อยดีกว่า

“ทาวน์เฮาส์” กำเนิดขึ้นครั้งแรกในฮ่องกง โดยนักธุรกิจผู้เป็นเจ้าของได้วางคอนเซ็ปต์ให้เป็นร้านอาหารสไตล์เอเชียน ทวิสต์ ที่มีความร่วมสมัยทั้งในเรื่องรสชาติอาหาร และสไตล์การตกแต่ง ที่ผสมผสานกลิ่นอายตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน

ตัวร้านได้รับการออกแบบโดย ฮิวจ์ ซิมเมิร์น สถาปนิกและนักออกแบบชาวฮ่องกง ซึ่งคว้ารางวัลการออกแบบมามากมาย ซึ่งเขาได้นำแรงบันดาลใจจากศิลปะในศตวรรษที่ 17 มาสร้างสรรค์เป็นงานตกแต่งภายในที่มีการผสมผสานผนังแตกลายเคลือบเงาในโทนสีดำ ภาพวาดแอนทีก โคมไฟสปุทนิก วอลเปเปอร์ลวดลายเลขาคณิต และภาพพิมพ์ศิลปะเยอรมันในยุค ‘70s เข้าด้วยกันอย่างลงตัว บนเนื้อที่ 301 ตร.ม. ของร้านที่มีทั้งส่วนอินเดอร์และเอาต์ดอร์ให้ลูกค้าเลือกนั่ง

เมนูอาหารของทาวน์เฮาส์จะเป็นสไตล์เอเชียน ทวิสต์ ที่นำเสนอเมนูสุดสร้างสรรค์โดยนำรสชาติคลาสสิกของตะวันออกมารวมกับเมนูร่วมสมัยแบบตะวันตก แต่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ แล้วทุกมนูยังคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาลผสานกรรมวิธีการปรุงอาหารอันทันสมัย ทั้ง Slow Cook หรือ Robata Grill โดยมีจานเด่นๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์อยู่หลายเมนู

จานแรกที่แนะนำ “เปาะเปี๊ยะแซลมอน” เป็นเมนูที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว ชิมแล้วได้รสชาติความอร่อยแปลกใหม่

ตามด้วย “สปาเกตตี บาร์บีคิวหมูเกาหลี” ถือเป็นเมนูแปลกใหม่สไตล์ อีสต์ มีต เวสต์ อีกจานที่ความอร่อยอยู่ที่ความเหนียวนุ่มของเส้นสปาเกตตีและความนุ่มลิ้นของหมูเกาหลีผัดซอสแล้วโรยด้วยงา

ต่อด้วย “เป็ดกรอบ เดอร์ตี้ ดั๊ก” จากชื่อก็บ่งบอกชัดเจนอยู่แล้ว เมนูนี้เป็นเป็ดทอดมาจนหนังกรอบ เนื้อด้านในนุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ และน้ำจิ้มแจ่วสุดแซ่บ ก่อนกินบีบมะนาวอีกสักนิด โอ้โห! ได้รสชาติแบบเอเชียนเต็มๆ

ต่อมา “บาร์บีคิว ดั๊ก พิซซ่า” เมนูนี้เคยได้รับรางวัลจากฮ่องกงมาแล้ว ลองนึกถึงพิซซ่าแป้งบางที่โรยหน้าด้วยบาร์บีคิวเป็ดย่าง ราดด้วยซอสที่รสชาติเข้ากั๊นเข้ากัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจานนี้สอบผ่าน

อีกเมนูคือ “วาฟเฟิลฮ่องกงและเซอร์ราโนแฮม” เมนูขนมสุดฮิตจากฮ่องกง ที่ปรับสไตล์โดยใส่เซอร์ราโนแฮมลงไป ถ้าใครเคยชิมเมนูนี้จากที่ไหน แล้วรู้สึกว่ารสชาติอร่อยยังไง ก็บอกได้เลยว่าที่นี่อร่อยขั้นกว่า

ปิดท้ายด้วย “ซูเฟล วานิลลา” ที่เสิร์ฟมาพร้อมวานิลลาซอส ตัวขนมเนื้อเนียนเบา ไม่หวานมาก พอตักคำแรกรู้สึกได้ถึงความนุ่มละมุน ถือเป็นของหวานตบท้ายเมนูอาหารคาวได้ดี (ราคาอาหารเริ่มที่ 160-400 บาท++)

จบเรื่องอาหาร บรรยากาศรอบตัวก็เย็นย่ำพอดี แถมดีเจยังเปิดเพลงสไตล์ เฮาส์ มิวสิก ได้โดนใจ งั้นเราขอสั่งเครื่องดื่มมานั่งชิลๆ อินไปกับเสียงเพลงสักหน่อยละกัน

เริ่มจาก “กีวี่ตะไคร้โซดา” ซิกเนเจอร์ ม็อกเทลของร้าน แก้วนี้มีส่วนผสมของกีวี่สด น้ำตะไคร้ และโซดา ตกแต่งด้วยเบอร์รี่ไอซ์บอล นับเป็นเครื่องดื่มหน้าร้อนที่เรียกความสดชื่นได้ดี

ต่อมาเป็นค็อกเทล “เอเชียน เพนนินซูล่า” แก้วนี้มีส่วนผสมของจิน น้ำลิ้นจี่ เอลเดอร์ฟลาวเวอร์ไซรัป น้ำมะนาว และน้ำเชื่อม ตกแต่งด้วยลิ้นจี่และผิวเปลือกส้ม ได้ดีกรีเบาๆ

ตบท้ายด้วย “โกลเด้น ไทรแองเกิล” มีส่วนผสมของรัม ลิเคียวร์พีชแอพปริคอต และบรั่นดี แล้วท็อปปิ้งด้านบนด้วยฟองที่ทำจากผงโปรตีน โรยด้วยใบชาอีกที ดีกรีไม่แรงจนเกินไป… เอาเป็นว่า ใครที่กำลังมองหาร้านเก๋ๆ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองแบบไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลาละก็ แนะนำที่นี่เลย

ทาวน์เฮาส์ อยู่ชั้น G ฝั่งนอร์ท กูร์เมต์ การ์เด้น ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. โทร.02-129-4559 FB : Townhouse Bangkok

 

ดิมดิม ชิมความหว่องในค็อกเทลบาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2560 เวลา 16:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/491176

ดิมดิม ชิมความหว่องในค็อกเทลบาร์

โดย…คีตะ pk_st@yahoo.com ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

คืนค่ำ ณ ใจกลางเมืองกรุง ใครบางคนนั่งอยู่ภายในบาร์ใต้แสงสีแดงสลัว พร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ขณะครุ่นคิดและขอบคุณอะไรหรือใครก็ได้สำหรับความโชคดีที่ไม่ต้องไปติดอยู่ในรถซึ่งจอดนิ่งอยู่ในซอยเล็กอันแน่นขนัดที่มองเห็นอยู่นอกหน้าต่าง

บาร์ขนาดกะทัดรัดนี้ถูกเรียกว่า ดิมดิม (Dim Dim) ได้ชื่อนี้มาจาก Dim sum (ติ่มซำ) อาหารว่างหรืออาหารเรียกน้ำย่อยของจีน หรืออีกนัยหนึ่งก็ยังอาจสัมพันธ์กับแสงสีแดงสลัว (Dim)

ดิมดิม เพิ่งเปิดเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เป็นค็อกเทลบาร์ที่มีลักษณะความเป็น “บาร์ลับ” หรือ Speakeasy ตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคให้กลิ่นอายจีนพร้อมแตะแต้มความเป็นตะวันตกเข้าไปในรายละเอียด บรรยากาศโดยรวมของดิมดิมทำให้อดนึกถึงฉากในหนังของผู้กำกับหนังชื่อดังชาวฮ่องกงอย่าง “หว่องกาไว” ไม่ได้

บาร์ขนาดกะทัดรัดอบอุ่นนี้รองรับลูกค้าได้ราว 20 คน หน้าร้านมีพื้นที่นั่งได้อีกสัก 2-3 ที่ แต่ในยามปาร์ตี้อารมณ์ดียืนชิตแชตเฮฮาสนุกสนานเบียดๆ กันบ้างก็น่าจะจุคนได้มากกว่านั้นเกือบครึ่ง

ใต้แสงสลัวที่หลังบาร์เครื่องดื่มเป็นที่ทำการของมิกโซโลจิสต์ในเสื้อกาวน์สีขาว ดูเผินๆ คล้ายนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่างอยู่ในแล็บ ก่อนที่เครื่องดื่มจะนำมาเสิร์ฟ

ค็อกเทลของดิมดิมนำสมุนไพรเครื่องเทศต่างๆ ของจีนอย่างเช่น จับเลี้ยง เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ รวมทั้งชาและอื่นๆ มาเป็นส่วนผสม บางแก้วมีหมูแผ่น บ๊วยเค็ม มะนาวดอง ฯลฯ มาเป็นเครื่องเคียง ส่วนผสมบางอย่างผ่านกรรมวิธีหมักแช่หรืออินฟิวส์แบบโฮมเมด เพื่อให้กลิ่นรสที่แตกต่าง หลายแก้วนั้นเรียกว่าแปลกใหม่อย่างที่อาจจะไม่เคยเห็นไม่เคยดื่มที่ไหนมาก่อน

เครื่องดื่มแนะนำ คือ อู่หลง & ออเรนจ์ ซาวร์ (Oolong & Orange Sour) มีเบอร์เบิ้นอินฟิวส์กับส้มแมนดารินและชาอู่หลงเป็นส่วนผสมหลักแต่งเติมรสด้วยน้ำเชื่อมรสส้ม (เป็นโฮมเมดไซรัป) มะนาวและงาดำ ส่วนเมนูที่เสิร์ฟมาในแก้วกระเบื้องเคลือบทรงกลมสีเข้มเรียกว่า เบจิง มูล (Beijing Mule) ผสมจากวอดก้าอินฟิวส์กับเก๊กฮวย น้ำเชื่อมลิ้นจี่ น้ำขิง และมะนาว ส่วน บัควา โอลด์ (Bakkwa Old) ซึ่งมี
หมูแผ่น (Bakkwa) ประดับตกแต่งแก้วมาด้วยนั้นมีส่วนผสมและวิธีชงนั้นก็ตามแบบของโอลด์แฟชั่น หรือจะลองยินอินฟิวส์กับบ๊วยเค็มผสมโซดาหรือโทนิค

เมนูเครื่องดื่มของที่นี่มีสลับสับเปลี่ยนเสมอ รวมถึงมีเมนูตามเทศกาล เพื่อความตื่นเต้น และเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ดิมดิมยังมีคลาสสิกค็อกเทล รวมทั้งเบียร์ (แน่นอนว่ามีเบียร์จีนด้วย) และไวน์ไว้เสิร์ฟ หากใครยังไม่ได้กินข้าวมา อาจจะลองสั่ง โจ๊ก ไก่นึ่ง หรือหมูแผ่น มารองท้องก่อนจะดื่มก็ดี

หนุ่มสาววัยทำงานผู้ชื่นชอบการสังสรรค์เคล้าค็อกเทลน่าจะได้แวะมาสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ส่วนใคร

จะมาคนเดียวเพื่อ “กระทำความหว่อง” ที่ ดิมดิม ก็ไม่เงียบเหงาเกินไป เพราะมีมิกโซโลจิสต์ให้คุยด้วย มีเพลงให้ฟัง (เพลงฮิปฮอปในค็อกเทลบาร์กลิ่นอายจีนๆ มันเข้ากันลงตัวได้ยังไงนะ)

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 (ข้างร้านอาหารอิตาเลียน เพ็พพิน่า) เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 18.30-01.30 น. ไปไม่ถูกโทร.02-085-2788 หรือเฟซบุ๊ก @dimdimbarbkk

ในยามที่คุณ In the mood for cocktail… ดิมดิม น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกซึ่งตอบโจทย์ได้

 

ค่ำนี้ไปชิลที่ เดอะ ม็อกเทล ควีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 เมษายน 2560 เวลา 11:50 น. . อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/490109

ค่ำนี้ไปชิลที่ เดอะ ม็อกเทล ควีน

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ สรศักดิ์ ล้ำเลิศวาที

เย็นย่ำบรรยากาศแดดร่มลมตกของวันศุกร์หยุดยาวๆ อย่างนี้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่แฮงเอาต์นั่งชิลๆ เพื่อหลีกหนีการจราจรที่แสนจะติดขัดอยู่ละก็ ลองเลี้ยวรถแวะไป “เดอะ ม็อกเทล ควีน” ซึ่งอยู่ที่ตลาดนัดมะลิ เมืองทองธานี ดูสักหน่อยเป็นไร

เดอะ ม็อกเทล ควีน เป็นร้านแฮงเอาต์นอกเมืองในบรรยากาศสบายๆ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ตัวร้านทำจากโครงสร้างตู้คอนเทนเนอร์ที่แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่าย โดยใช้โต๊ะและเก้าอี้ไม้สีหวานๆ หลากสีสัน ตามผนังร้านมีการเพนต์ลวดลายน่ารักๆ สีสวยๆ พร้อมทั้งสร้างความสดใสด้วยการประดับดอกไม้ตามมุมต่างๆ ของร้าน ให้อารมณ์ความเป็นผู้ยิ้ง ผู้หญิง ตัวร้านมี 2 ชั้น คือ ชั้นลอย และชั้นดาดฟ้า ซึ่งสามารถจุคนได้ถึง 30 โต๊ะ หรือ 150 คนเชียวล่ะ

เจ้าของร้านบอกว่า กลุ่มลูกค้าของที่นี่มีความหลากหลายมากๆ เพราะมีทั้ง พนักงานบริษัท ข้าราชการ เจ้าของธุรกิจ และหนุ่มสาววัยเริ่มต้นทำงานในย่านเมืองทองธานีหรือในบริเวณใกล้เคียง ที่อยากจะมานั่งชิลๆ ดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นตอนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อเป็นการรีแลกซ์ แถมใกล้ๆ กันนั้นยังมีตลาดนัดมะลิ ซึ่งเป็นตลาดนัดกลางคืนที่มีสินค้ามากมายให้สาวๆ ได้ช็อปปิ้งอีกด้วย

มาถึงคอนเซ็ปต์เมนูอาหารของร้าน เน้นเมนูประเภทกินเล่นที่ทำได้ง่ายๆ สามารถจับคู่กับเบียร์ ค็อกเทล หรือม็อกเทลได้อย่างลงตัว เมนูแรกที่แนะนำคือ “กุ้งมะนาว” จานนี้ใช้กุ้งขนาดกลาง นำมาลวกน้ำร้อนจนเนื้อสุกกรอบได้ที่ แล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด 3 รส เผ็ดแซบจัดจ้านได้ใจเชียวล่ะ ขอบอก

ตามด้วย “ปีกไก่ทอด” จานนี้ใช้ปีกไก่หมักเกลือและพริกไทย ทิ้งไว้จนเข้าเนื้อ จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนปีกไก่กรอบนอกนุ่มใน เรียกว่าเป็นเมนูง่ายๆ กินอร่อยอีกจานที่มาแล้วต้องสั่ง

ต่อด้วย “ปอมม์ ฟริต” (Pomme Frite) ชื่อมาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า เฟรนช์ฟรายส์ ความไม่ธรรมดาอยู่ตรงที่ลูกค้าสามารถเลือกเฟรนช์ฟรายส์ได้ถึง 3 รสชาติ นั่นคือ รสต้มยำ รสบาร์บีคิว หรือรสชีส ใครชอบรสไหนก็เลือกได้ตามใจเลย

อีกเมนูคือ “หมูหมักค็อกเทล” จานนี้ใช้เนื้อหมูอย่างดีหมักด้วยซอสทิ้งไว้จนได้ที่ นำไปทอดให้สุก แล้วราดด้วยน้ำจิ้มค็อกเทล 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน ได้ความอร่อยแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร (ราคาอาหารเริ่มที่ 59-189 บาท)

โอ้ว! บรรยากาศยามเย็นแสนจะเป็นใจขนาดนี้  มีหรือจะพลาดการสั่งค็อกเทลไปได้ เริ่มที่แก้วแรก “แบล็ก ควีน” ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ ค็อกเทลของร้านเลยก็ว่าได้ แก้วนี้มีส่วนผสมของ จิน รัม และคาลัวร์ ผสมผสานกันจนออกมาเป็นค็อกเทลด้านล่างสีดำ ด้านบนสีขาว ท็อปปิ้งด้วยเหล้านมอีกที แก้วนี้ดีกรีเบาๆ

ต่อด้วย “ถังซ่าส์” หรือเหล้าถังที่หลายคนคุ้นเคย มีส่วนผสมของ วอดก้า เตกีล่า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกลิเคียวร์ต่างๆ ได้อีกกว่า 10 รสชาติ ตอนเสิร์ฟจะตกแต่งด้วยเยลลี่และผลไม้ แล้วท็อปปิ้งด้วยโซดาอีกที

สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ลองเลือก “เดอะ ม็อกเทล พันช์” ดูสิ แก้วนี้มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ต่างๆ เช่น กีวี่ แคนตาลูป ตกแต่งด้วยเยลลี่ ส้ม และมะนาวฝานให้มีสีสันสวยงามเวลาเสิร์ฟ …แหม ยามเย็นในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ ถ้าใครกำลังมองหาร้านบรรยากาศดีๆ ลมพัดเย็นๆ ขอแนะนำที่นี่เลย

“เดอะ ม็อกเทล ควีน” อยู่ที่ตลาดนัดมะลิ (เลียบด่วนเมืองทองธานี) 100 เมตรจากทางเข้าตลาด เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. สอบถามโทร. 09-4205-8705, 09-5838-7555 หรือ FB : The Mocktail Queen Rooftop

 

 

ตะลอนชิมสุดแดนตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495760

ตะลอนชิมสุดแดนตะวันออก

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

 พาผู้อ่านเดินทาง กินเที่ยวตามฤดูกาล ช่วงเดือนนี้พลาดไม่ได้ ต้องท่องเที่ยวไปในดินแดนทิศตะวันออกของประเทศ ครานี้มุ่งตรง จ.จันทบุรี และเลยไปสุดดินแดนภาคตะวันออก ณ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

เหตุที่เลือกไปเส้นทางนี้ เพราะความสะดวกสบายในการเดินทาง มอเตอร์เวย์ยิงยาวๆ ออกไป จ.จันทบุรี เลย ใช้เวลาไม่นานเราก็ถึง อ.ขลุง ในยามมื้อกลางวันพอดี เมื่อผ่านมาถึงขลุง ร้านอาหารที่ไม่ควรพลาด คือ ฟาร์มปูนิ่ม

จุดเด่นของการเดินทางไปร้านฟาร์มปูนิ่ม คือ เราจะต้องไปรอเรือของทางร้าน ที่จะคอยไว้บริการลูกค้า เพราะร้านฟาร์มปูนิ่ม จะต้องนั่งเรือออกไปในแม่น้ำ ผ่านปากน้ำและป่าโกงกาง ซึ่งให้บรรยากาศที่สวยงาม สงบ สบายใจและใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งเราใช้เวลานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึงร้าน

 ฟาร์มปูนิ่ม เปิดให้บริการมานานแล้ว จะแวะไปชิมมากี่ปี รสชาติยังคงเดิม อร่อย ใช้เวลาในการรอไม่นานเราก็มีอาหารมาวางบนโต๊ะ

สำหรับเมนูมีมากมายแต่จะพลาดไม่ได้ คือ ปูนิ่ม นั่นเอง เพราะปูนิ่มคือวัตถุดิบขึ้นชื่อของร้านนี้ ครานี้เลือกจะสั่ง ปูนิ่มผัดฉ่า เพราะต้องการความเผ็ดร้อน หอมกระชายและใบกะเพรา เมนูนี้ถือว่าผ่าน อร่อย ไม่จืดชืด หากใครไม่ชอบเผ็ดก็มี ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย กรอบๆ ก็จะอร่อยไปอีกแบบนี้

ส่วนเมนูที่ 2 ที่เลือกสั่งคือ ปลากะพงทอดน้ำปลา เราเลือกไซส์ขนาดน้ำหนัก 1 กิโลฯ กว่า นิดๆ ไม่ใหญ่มาก เนื้อปลาหวานๆ ร้านจะทอดกรอบๆ สามารถทานได้หมดทั้งตัว ราดด้วยน้ำจิ้มทะเลแซ่บๆ ฟินทีเดียว

 เมนูสุดท้ายที่เราเลือกที่ร้านนี้คือ ไข่เจียวกุ้ง เขาทอดได้ฟูๆ น่าทานมาก หวานเนื้อกุ้ง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือซอสพริกแล้วแต่ชอบ แต่ผู้เขียนชอบทานคู่น้ำจิ้มซีฟู้ด เพราะแซ่บถูกปากดี

สนนราคาที่เราจ่ายไป ณ ร้านฟาร์มปูนิ่ม ในมื้อกลางวัน อยู่ที่ 795 บาท กับการทาน 4 คน ถือว่าไม่แพง แลกกับบรรยากาศที่ได้รับ

ถัดไปเรามุ่งหน้าสู่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ดินแดนสุดตะวันออกของประเทศที่ติดกับประเทศกัมพูชา ทางด้านเกาะกง เป้าหมายในการไปครั้งนี้คือ หมู่บ้านประมงที่บ้านคลองจาก เพื่อเสาะหากะปิชั้นเยี่ยมที่นี่ บอกเลยว่า อร่อย รสชาติแท้ๆ เนื้อแห้ง สีสวย เมื่อมาถึงเราก็จะต้องหาเมนูกะปิซินะ ดังนั้น มื้อค่ำที่คลองใหญ่เราเลือกที่จะนั่งทานอาหารที่ภูทะเลรีสอร์ท ซึ่งมีทั้งที่พักและร้านอาหารไว้บริการลูกค้า หรือมาทานและไปพักคืนที่อื่น

 เมนูที่เลือกก็คือ น้ำพริกกะปิ ผักลวก พร้อมด้วยไข่เจียวชะอม บอกเลยว่าอร่อย น้ำพริกกะปิล้วนๆ รสชาติเข้มข้นหนักแน่น หอมกะปิ แนมด้วยผักลวกจานใหญ่ และยังมีเมนูต้มยำทะเล และผัดฉ่ารวมมิตร ไข่เจียวปู ทุกๆ เมนูบอกได้คำเดียว อร่อยมาก

อย่าลืมในช่วงฤดูผลไม้มาเยือน โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุด เมื่อขับรถไปทางภาคตะวันออก แนะนำให้แวะไปเยือนและชิมของอร่อย

 

สูตรเด็ดรสสุดยอด เฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤษภาคม 2560 เวลา 17:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495583

สูตรเด็ดรสสุดยอด เฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

จากอากงถึงรุ่นหลาน สูตรอาหารได้ถูกสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นเมนูเด็ดของร้าน “เฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น” โดยรสมือของหลานชาย อ๊อก-โชคชัย วงศ์รัตนรักษ์ วัย 29 ปี ที่ได้ถอยรถฟู้ดทรัคมาเปิดขายหน้าบ้านในซอยจันทน์ 11 จึงทำให้น้ำซุปและไก่ตุ๋นรสเด็ดกลับมาสร้างความอร่อยให้ผู้คนอีกครั้ง

จานแรกเฮียอ๊อกขอแนะนำ บะหมี่ไก่ตุ๋น ที่ใช้ส่วนน่องไก่เป็นส่วนประกอบหลัก โดยเขาจะนำไก่ไปคั่วแบบไม่ใช้น้ำมันก่อนเพื่อให้เกิดความหอม แล้วค่อยนำไปตุ๋นไฟอ่อนๆ หม้อเดียวกับโป๊ยกั้ก อบเชย และรากผักชี ตุ๋นใช้เวลา 4 ชม. พร้อมความใส่ใจคอยดูไม่ให้ไก่เละจนเกินไปตลอดเวลา เสิร์ฟพร้อมบะหมี่เส้นแบนที่กินแล้วจะอร่อยกว่า ผักกวางตุ้งลวก และไข่เป็ดยางมะตูมเยิ้มๆ ครบคุณค่าทางอาหารและรสชาติตามตำรับอากง

อีกเมนูคือ ข้าวหมูตุ๋น ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเหมือนจานก่อนหน้า แต่จะตุ๋นนานถึง 6 ชม. ให้เนื้อนุ่ม ไม่เหนียวและไม่เปื่อยไป โดยเฮียอ๊อกใช้ทั้งเนื้อหมูตุ๋นและซี่โครงหมูตุ๋น ที่ใครอยู่สายนี้จะทราบกันดีว่าซี่โครงตุ๋นจะเด็ดกว่าและแพงกว่าเนื้อล้วน แต่เฮียเขารู้ใจเพราะในชามจะเสิร์ฟทั้งซี่โครงและเนื้อหมูพร้อมเครื่องเคียง

หากใครต้องการกินไก่ทุกชนิดต้องสั่งเมนู เกาเหลาไก่ตุ๋น ที่มาพร้อมน่องไก่ ข้อไก่ และตีนไก่ รับประกันความนุ่มและรสชาติเข้มจากซุปที่ตุ๋นเข้าเนื้อ นอกจากนี้บรรยากาศร้านยังบ่งบอกตัวตนของเฮีย เพราะล้วนตกแต่งด้วยของสะสมสไตล์เรโทร

ในอนาคตเฮียอ๊อกจะซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเลือกสรรข้าวคุณภาพดีด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับวัตถุดิบอย่างน่องไก่ที่เลือกเองจากตลาดทุกวัน และที่สำคัญคือทุกเมนูไม่ใส่ผงชูรส

ร้านเฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น ตั้งอยู่ท้ายซอยจันทน์ 11 เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-19.00 น. อาหารราคาเริ่มต้นที่ 45 บาท โทร. 09-2629-6462 หรือติดตามได้ที่เพจเฟซบุ๊กเฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น