ศิษย์นายหยา อร่อยล้ำร้านดังกำแพงเพชร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 มกราคม 2560 เวลา 15:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/476763

ศิษย์นายหยา อร่อยล้ำร้านดังกำแพงเพชร

โดย…ชายโย

ไปถึงกำแพงเพชรเมืองเล็กๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ทั้งที คนท้องที่แนะนำว่าต้องมากินอาหารที่ร้านศิษย์นายหยาแถวๆ ถนนเทศา 2 ซอย 15  เลียบกำแพงเมืองเก่า เป็นร้านริมถนนที่มีสปอนเซอร์สนับสนุนเต็มร้านไปหมด เพราะมีของเด็ดอย่างก๋วยเตี๋ยวไก่ แต่เมนูอื่นๆ ก็ไม่ใช่ย่อย ทั้งบะหมี่เกี๊ยว และข้าวหมูแดง หมูกรอบ ข้าวมันไก่ ร้านนี้ใช้ได้เลย

เปิดด้วยเมนูข้าวหมูกรอบ แต่ใช้ข้าวมันไก่แทนข้าวสวยเป็นเมนูสั่งพิเศษ เพราะตอนไปช่วงบ่าย 2 ข้าวสวยหมดพอดีเหลือแต่ข้าวมัน เลยจัดมาผสมกันสักครั้งในชีวิต เสิร์ฟมามีทั้งน้ำราดหมูแดงและน้ำจิ้มไก่มาคู่กันในจาน ปกติแล้วร้านที่เด่นเรื่องข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดงจะด้อยแต่ร้านนี้กลับไม่ใช่อร่อยทั้งคู่ น้ำราดหมูแดงที่ให้มารสชาติเทียบเคียงร้านดังๆ ในกรุงเทพฯ ได้เลย หมูกรอบก็กรอบอร่อยราวกับเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ ส่วนน้ำจิ้มข้าวมันไก่ก็รสชาติเด็ดจัดจ้าน กินคำแรกเข้าไปถึงกับร้องใช่เลย ไม่มากไม่น้อยไป รับประทานคู่กันก็อร่อยเข้าปากดี

ลองสั่งเกาเหลามาอีกสักชาม เพื่อลองดูว่ารสชาติน้ำก๋วยเตี๋ยวของเขานั้นเป็นอย่างไร รสสัมผัสแรกรู้สึกได้ถึงความกลมกล่อม จะปรุงแบบไหนก็รสชาติอร่อย เพราะพื้นฐานมาดีอยู่แล้ว ส่วนข้าวมันไก่ก็เนื้อแน่น นุ่ม แต่ไม่เหนียว ต้มได้ที่กำลังเหมาะ ความหวานฉ่ำอยู่ในเนื้อ ข้าวมันก็หุงออกมาได้ไม่แฉะ ไม่อมน้ำมันจนเลี่ยน มีความหอมและนุ่ม กินเปล่าๆ ก็ยังอร่อย

ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. โทร. 08-9644-7316

 

ข้าวเหนียวมะม่วง แม่เรไร ครองใจคนขอนแก่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 มกราคม 2560 เวลา 10:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/476681

ข้าวเหนียวมะม่วง แม่เรไร ครองใจคนขอนแก่น

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ

หากจะถามถึงข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานทานง่ายที่เด็ดโดนใจคนขอนแก่น หลายคนต้องเอ่ยถึง “ข้าวเหนียวมะม่วง แม่เรไร” ที่ยังคงยืนหยัดขายข้าวเหนียวมะม่วงและขนมไทย คู่ชาวขอนแก่นมานานกว่า 40 ปี ด้วยสูตรเด่นเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร และใส่ใจในทุกรายละเอียด จึงอดไม่ได้ที่ทีมข่าวของเราจะไปลองลิ้มชิมรสชาติของข้าวเหนียวมะม่วงที่ใครต่อใครต้องยกนิ้วให้และบอกต่อทุกคราว่าเมื่อมาขอนแก่นแล้วไม่ได้มาลองชิม เรียกได้ว่า มาไม่ถึงขอนแก่นเลยทีเดียว

ร้านข้าวเหนียวมะม่วง แม่เรไร ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าตลาดโต้รุ่งรื่นจิตร ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น อยู่ตรงข้าม ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือและโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30-22.30 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด เมื่อเข้ามาถึงตลาดแล้วจะเห็นร้านตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่ด้านหน้า มีลูกค้ายืนรอต่อคิวเลือกซื้อกันตลอดทั้งวัน ด้วยการจัดร้านที่ชูข้าวเหนียวมูนสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำขึ้นวันต่อวันและมะม่วงตามฤดูกาลวางเรียงราย เหลืองอร่ามชวนให้น้ำลายไหล

 

เทพรักษ์ บุญรักษา กล่าวว่า ร้านขนมแม่เรไร อยู่คู่กับคนขอนแก่นมานานกว่า 40 ปีแล้ว เรียกได้ว่าอยู่คู่กับตลาดแห่งนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โดยคุณแม่ซึ่งชื่นชอบข้าวเหนียวมะม่วงได้คิดค้นสูตรพิเศษเฉพาะของข้าวเหนียว และน้ำกะทิ ขึ้นมาก่อนนำมาทำจำหน่าย ทุกวันนี้คุณแม่ก็ยังคงมาจำหน่ายทุกวัน

ข้าวเหนียวมะม่วงของทางร้านนั้นจะใช้เฉพาะข้าวเหนียวเขี้ยวงู ที่คัดพิเศษเฉพาะเท่านั้น แต่ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวเหนียวใหม่ ก็มีทำมาจำหน่ายบ้าง แต่ทางร้านจะยืนที่ข้าวเหนียวเขี้ยวงูมาผสมกับน้ำกะทิและน้ำตาลนิดหน่อย หรือที่เราเรียกกันว่า มูนข้าวเหนียว แต่ละวันร้านจะทำจำหน่ายที่วันละ 15 กิโลกรัม และทำจำหน่ายแบบวันต่อวัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานข้าวเหนียวที่ใหม่ สด สะอาด และอร่อยชุ่มฉ่ำด้วยส่วนผสมที่ร้านได้ทำขึ้นมาเฉพาะ ที่เรียกว่าเป็นสูตรเด็ดโดนใจครองใจคนขอนแก่นมาอย่างยาวนาน

 

“ในส่วนของมะม่วงนั้น เราจำหน่ายกันตามฤดูกาล อย่างเช่นในช่วงนี้ เราจะใช้มะม่วงอกร่องและมะม่วงน้ำดอกไม้ ขณะที่ปลายปีจะเป็นมะม่วงโชคอนันต์ คัดพิเศษจากส่วนมะม่วงของเกษตรกร อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เรียกว่าผลผลิตและวัตถุดิบทั้งหมด เรารับซื้อโดยตรงกับเกษตรกรขอนแก่น ที่สด ใหม่ และตรงตามฤดูกาล และสามารถจำหน่ายข้าวเหนียวมะม่วงของทางร้านให้กับลูกค้าได้ตลอดทั้งปี”

เทพรักษ์ กล่าวอีกว่า ข้าวเหนียวมะม่วง แม่เรไร จำหน่ายชุดละ 50 บาท ประกอบด้วย ข้าวเหนียว 1 ขีดครึ่ง มะม่วงสุกเหลืองทอง 1 ลูก ราดด้วยน้ำกะทิและโรยด้วยถั่วเหลือง ซึ่งการมูนข้าวเหนียวมะม่วงนั้น จะต้องนึ่งข้าวเหนียวให้ได้ที่ก่อน จากนั้นจะผสมกับน้ำกะทิและน้ำตาลในสูตรเฉพาะของทางร้านเพื่อให้ข้าวเหนียวนั้นมูนได้ที่ ไม่หวานเกินไป ไม่เค็มเกินไป และที่สำคัญคือข้าวทุกเม็ดจะถูกผสมกับส่วนผสมต่างๆ ที่เข้าถึงเครื่องทุกเม็ด ส่วนข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแดง และข้าวเหนียวตัด ก็มีขายในราคาชิ้นละ 10 บาท โทร. 08-1964-6575

 

Cold Sandwiches: แซนด์วิชไก่ฉีกเเบบโบราณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 มกราคม 2560 เวลา 10:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/476675

Cold Sandwiches: แซนด์วิชไก่ฉีกเเบบโบราณ

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

สมัยก่อนช่วงวัยรุ่นขยันเรียนหนังสือมาก เพราะรู้ตัวว่าเกรดตอนปีหนึ่งที่แสนจะเสเพลนั้นห่วยแตก พอถึงเวลาเกรดออกถึงกับหงายหลัง จากเด็กที่เรียนดีกลายมาเป็นที่โหล่ของชั้นเรียน ช่วงปีหลังๆ จึงต้องพยายามอ่านหนังสือเพื่อจะถีบตัวเองขึ้นมา ต้องขอบคุณร้านขายขนมจิปาถะหน้าหอสมุดกลาง เพราะช่วยให้หายหิวระหว่างอ่านหนังสือ ทุกช่วงเวลาที่ว่าง จนการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมนูหนึ่งที่กินเป็นประจำเวลาหิวๆ หรืออยากพักสายตาลงมาหาน้ำตาลเข้าสู่สมอง คือ แซนด์วิชชิ้นละ 5 บาท ไส้แซนด์วิชยอดนิยม คือ แฮมชิ้นบางๆ ป้ายน้ำสลัดสีเหลืองรสหวานๆ ส่วนอีกชิ้นหนึ่งคือ หมูหยอง กินแล้วอร่อยถูกใจ ส่วนอีกไส้หนึ่งที่กินประจำคือ แซนด์วิชไส้ไก่แบบโบราณๆ เลย ที่ว่า “โบราณๆ” คือเป็น Interpretation หรือการแปลความของวัฒนธรรมการกินแซนด์วิชของฝรั่ง มาสู่แซนด์วิชแบบไทยๆ เรา ทั้งรสชาติและส่วนผสม ที่ได้อารมณ์กุ๊กช็อปนิดๆ

เชื่อว่า แซนด์วิชไส้ไก่แบบโบราณนั้นได้ไอเดียหรือแนวทางมาจาก Chicken Salad ของฝรั่งเขา มีส่วนผสมตามตำราอาหารคลาสสิกของฝรั่งคือ อกไก่หั่นเต๋า มายองเนส เซเลอรี่ และเครื่องปรุงรส รับประทานกับสลัด และแน่นอนว่าคงมีการเติมแต่งกินร่วมกับขนมปัง เดาว่านี่แหละที่เป็นที่มาของไส้แซนด์วิชไก่ฉีกที่เรานำมาปรับเปลี่ยนเป็นไส้แซนด์วิชไก่ฉีกแบบโบราณ ที่รสชาติสไตล์ไทยๆ ที่เราถูกปาก

สมัยสัก 10 กว่าปีก่อน ที่ร้านสะดวกซื้อยังไม่ได้มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงอย่างเช่นทุกวันนี้ แซนด์วิชไก่ฉีกเป็นที่นิยมถึงขนาดที่ว่า ตามช่องแช่เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตต้องมี “ไส้แซนด์วิชไก่” ขายเป็นกระปุกอยู่ในช่องแช่เย็นเป็นส่วนผสมง่ายที่หลายๆ ครัวเรือนมีติดไว้ ป้ายกับขนมปังกลายเป็นแซนด์วิชง่าย ที่ทำเองที่บ้าน

แต่ปัจจุบันนี้หากไปมองหาตามตู้แช่เย็นในซูเปอร์ฯ กลับพบว่าเกือบจะไม่มีขายแล้ว อาจเป็นเพราะความนิยมในการกินแซนด์วิชไส้ไก่ลดลงไป วิถีการกินของคนเราเปลี่ยนไปตามจำนวนร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ทั่วทุกมุม ถ้าหิวเมื่อไหร่ ก็วิ่งเข้าร้านสะดวกซื้อ มีแซนด์วิชให้เลือกหลากหลายรส ทั้งแบบเย็นและแบบอุณหภูมิห้อง

 

แต่อย่างไรก็ไม่มีแซนด์วิชไหนอร่อยเท่ากับแซนด์วิชไส้ไก่ในความทรงจำสมัยวัยเด็ก ขนมปังสีขาวป้ายด้วยแซนด์วิชไส้ไก่ฉีก รสไก่ฉีกที่มีไก่น้อยนิด มีไข่ต้มสับๆ ผสมอยู่ด้วยพร้อมกับหัวหอมใหญ่รสหวานๆ ฉุนๆ และแครอตนิดหน่อย มีมายองเนสน้อยๆ กินแล้วเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ

ฉบับนี้จึงขอเอาสูตรแซนด์วิชไก่ฉีกสีเหลืองๆ มาทดลองทำ เริ่มจากการเลือกเนื้อไก่ เลือกเป็นส่วนอกไก่ หรือจะเป็นสันในไก่ เริ่มต้มไก่ในน้ำเกลือ รอให้น้ำเกลือเดือดเบาๆ หรี่ไฟลงหย่อนเนื้อไก่ลงไปต้มเบาๆ สังเกตดูเมื่อเนื้อไก่สุก ให้ทดสอบดูว่าสุกโดยฉีกดูสักชิ้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เนื้อไก่ไม่ควรจะสุกจนเกินไปเพราะจะแข็งแห้งไม่อร่อย โดยเฉพาะเนื้อส่วนอกไก่ รีบตักเนื้อไก่แช่น้ำเย็นจัดๆ จะยิ่งทำให้เนื้อไก่เก็บได้นานขึ้น และไส้ไก่ของเราเก็บได้นานขึ้นด้วย เมื่อเนื้อไก่เย็นสนิทแล้ว สะเด็ดน้ำให้หมาดๆ แล้วสับ ยี หรือฉีกเนื้อไก่ให้แหลก ก่อนจะผสมกับส่วนผสมอื่นๆ

ผักที่เลือกใช้ อาศัยดึงจากความทรงจำ และสังเกตจากไส้แซนด์วิชสำเร็จรูปที่ขายเป็นกระปุกๆ จะมีกะหล่ำปลี แครอต หัวหอมใหญ่ ผักทั้ง 3 ชนิดมีจุดประสงค์ในการเติมลงไปต่างกัน อย่างกะหล่ำปลีและแครอตช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสที่กรุบๆ แต่ผักเหล่านี้มีน้ำ จำเป็นต้องเอาน้ำบางส่วนจากในผักออกก่อน ไม่เช่นนั้นไส้แซนด์วิชจะเหลวเป็นน้ำเมื่อเก็บไว้ กรรมวิธีนี้จะช่วยรักษาไส้แซนด์วิชให้เก็บได้นานขึ้น เราจำเป็นต้องใช้เกลือในการ “Salting out” เอาน้ำออกจากผักทั้งสองชนิดก่อน เคล้าผักกับเกลือทิ้งไว้สักพัก ผักจะคายน้ำออกมา แล้วเราจึงค่อยล้างเอาเกลือออก แล้วบีบน้ำให้หมาดก่อนจะผสมลงกับเครื่องปรุงรสอื่นๆ

ส่วนผสมหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ มัสตาร์ด เพราะเป็นเอกลักษณ์ของแซนด์วิชไก่แบบโบราณ ที่ต้องออกสีเหลืองสักนิด มัสตาร์ดที่เลือกใช้เป็น American Yellow Mustard ที่มีสีเหลืองแบบที่เรียกว่า Mustard Yellow แต่อันที่จริงแล้วมัสตาร์ดแบบอเมริกันนั้น มีสีเหลืองมาจากขมิ้นที่เป็นส่วนผสม มัสตาร์ดแบบนี้เล่นเอางง เพราะบางคนเผลอไปเรียก French’s จากฉลากหรือยี่ห้อ อันที่จริงไม่ได้เกี่ยวกับมัสตาร์ดแบบฝรั่งเศสเลย แต่เป็นเพราะคนคิดชื่อมัสตาร์ดแบบอเมริกันนี้นามสกุล French ต่างหากเล่า

ไส้ไก่นี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้เกือบสัปดาห์ แทนที่จะทาลงบนขนมปังเลย สามารถเก็บไว้ในกล่องปิดสนิทแช่เย็นไว้ได้ รับรองว่าหมดได้ภายในพริบตา

แซนด์วิชไส้ไก่แบบเย็น

ส่วนผสม

ขนมปัง และเนยสดนุ่มๆ

เนื้ออกไก่ หรือสันในไก่ ต้มสุก ฉีกเป็นเส้น 1 ถ้วย

ไข่ไก่ ต้มสุก สับหยาบ 2 ฟอง

กะหล่ำ ปลีซอยเป็นเส้น 1/2 ถ้วย

แครอต สับละเอียดหรือเต๋าเล็กๆ 1/4 ถ้วย

หอมใหญ่ สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

มายองเนส 2/3 ถ้วย

มัสตาร์ด แบบอเมริกัน Yellow Mustard 2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

เคล้ากะหล่ำปลีและแครอตกับเกลือป่นเล็กน้อย พักไว้ประมาณ 5-6 นาที เพื่อให้กะหล่ำคายน้ำออกมา จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด บีบน้ำออกให้แห้ง

ผสมมายองเนสกับเครื่องปรุงรสทั้งหมด โดยผสมกันตั้งแต่มายองเนสมัสตาร์ด นมข้นหวาน น้ำตาลทราย น้ำมะนาว เกลือและพริกไทยป่น เพื่อให้กระจายตัวได้ดี เคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้เข้มข้น

เคล้ามายองเนสปรุงรสแล้วกับกะหล่ำปลี แครอต หอมใหญ่ เติมไข่ไก่และเนื้ออกไก่

ทาเนยบางบนแซนด์วิช หรือถ้าต้องการลดแคลอรี่ตัดเนยสดทิ้งไปได้ตักไส้แซนด์วิชไก่ป้ายลงบนขนมปัง ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น ใช้มีดเลื่อยตัดขอบออกแล้วตัดแซนด์วิชเป็นขนาดที่ต้องการ

 

ข้าวต้มฟ้ามุ้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มกราคม 2560 เวลา 11:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475678

ข้าวต้มฟ้ามุ้ย

โดย…สิทธิปูทะเลย์

อร่อยไม่ธรรมดา สำหรับร้านข้าวต้มย่านถนนพระสุเมรุ โดยเฉพาะไก่ซุปเปอร์ ที่หลายคนอาจจะมีร้านประจำแสนแซ่บกันแล้ว แต่ขอให้เปิดใจแวะเวียนมา แล้วอาจต้องมาซ้ำกันบ่อยๆ

ร้านข้าวต้มฟ้ามุ้ย เปิดมานานหลายสิบปี อยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารผ่านฟ้า ร้านอาหารนิวโอลีน เรียกว่าบรรดาข้าราชการกระทรวงต่างๆ ย่านถนนราชดำเนินรู้จักกันหมด แถมเป็นลูกค้าประจำกันมาก

อาหารขึ้นชื่อของร้านบอกเลย ต้องสั่ง “ตีนไก่ซุปเปอร์” อร่อยจริง และไม่เอาปีกเอาน่องมาใส่ให้ลูกค้าให้เสียชื่อตีนไก่ซุปเปอร์เหมือนร้านอื่น ที่เริ่มดังแล้วจากตีนไก่ซุปเปอร์กลายเป็นปีก น่อง หรือข้อไก่ ทำเอาเสียอารมณ์ลูกค้าอย่างเราๆ

 

ส่วนเมนูอื่นก็เหมือนกับร้านข้าวต้มทั่วไป ทั้งผัดผักกระเฉดไฟแดง ผักบุ้งไฟแดง แต่ขอบอกว่าเขาผัดได้อร่อยจริง ถึงพริก ถึงกระเทียม และไม่มีน้ำมันเยิ้มเหมือนร้านอื่น ที่สำคัญผักกระเฉดเขาอ่อนไม่เหนียวเป็นผักเก่าค้างคืนค้างวันเหมือนร้านอื่นที่ผัดกันแบบไก่กาให้ลูกค้ากินแบบขอไปที

แน่นอนเมนูจับฉ่ายต้องมา ของที่ร้านนี้อร่อยดี ไม่เค็ม และไม่มีกลิ่นเก่าเหมือนบางร้านที่อาจจะต้มซ้ำไปมาจนเก่าเกินกิน และที่สำคัญมีน้ำส้มพริกดองให้จิ้มคลายเลี่ยน ตามด้วยไส้พะโล้ ยำปลาสลิด ยำไข่เค็ม ยำไข่เยี่ยวม้า หรือไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบ

หรือบางครั้งพรรคพวกสั่งหอยแครงลวกจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด นับว่าอร่อยแซ่บ เพราะเขาลวกหอยได้เก่งทีเดียว เป็ดพะโล้ ไก่ต้ม มีหมดครบเครื่องข้าวต้ม

 

สำหรับข้าวต้ม ร้านนี้ใช้ข้าวหอมมะลิต้ม ทำให้ได้ข้าวต้มที่หอม นุ่ม น้ำข้าวซดคล่องคอ ไม่กระด้างเหมือนใช้ข้าวขาวต้ม จาน ชามสะอาด ทานแล้วสบายใจ

ร้านข้าวต้มฟ้ามุ้ย หาไม่ยาก จากสนามหลวงมุ่งหน้าสะพานผ่านฟ้าฯ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ ก่อนข้ามสะพานผ่านฟ้าประมาณ 100 เมตร หาไม่ยากอยู่ตรงข้ามร้านอาหารนิวโอลีน

 

เชียงรายประทับใจ ร้านอาหารฟูจิจัดให้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 18:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475554

เชียงรายประทับใจ ร้านอาหารฟูจิจัดให้

โดย…คีตะ

ปลายปี 2559 เมื่อย่างสู่ฤดูหนาว “ร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ” ก็ถือเป็นฤกษ์ดีนำลูกค้าสมาชิกฟูจิสมาร์ทการ์ดผู้โชคดีเดินทางขึ้นเหนือกับทริปสุดพิเศษ “Fuji Memorable Trip in Chiang-rai”

ช่วงเวลา 3 วัน 2 คืน ณ เชียงราย จังหวัดเหนือสุดแดนสยาม นั้นผ่านไปอย่างเพลิดเพลินด้วยประสบการณ์วัฒนธรรมล้านนา ทั้งศิลปะวัฒนธรรม ธรรมชาติ วิถีชีวิต อาหารการกิน ฯลฯ

เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย ชาวคณะก็ตรงไปยังวัดพระสิงห์ พระอารามหลวง อันเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงราย หลังไหว้พระและถวายสังฆทาน ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ-เมลต์ อิน ยัวร์ เมาท์ ลิ้มรสเมนูอาหารตะวันตกผสมผสานท้องถิ่นภาคเหนือ แล้วจึงขึ้นดอยไปแอ่วพระตำหนักดอยตุง ชมสวนดอกไม้ และหอแห่งแรงบันดาลใจ ตามด้วยค่ำคืน ณ เดอะ เลเจนด์ โรงแรมที่พักซึ่งตระเตรียมอาหารเย็นในบรรยากาศกาดมั่วและขันโตก พร้อมมีการแสดงกลองสะบัดชัย และดนตรีซึ่งมี ศุ บุญเลี้ยง เป็นแขกรับเชิญให้ชมกันเพลิดเพลิน

 

วันถัดมา ชาวคณะตื่นเช้าตรู่ สวมชุดม่อฮ่อมไปเยี่ยมชมโรงสีทนาเกรน ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.พาน ที่นี่เป็นแหล่งผลิตข้าวญี่ปุ่นใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ข้าวนี้นี่เองที่เสิร์ฟในร้านฟูจิ วันนี้ คุณราศี ทานาก้า รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฟูจิ รอคอยให้การต้อนรับ พร้อมๆ กับเด็กนักเรียนนับร้อยในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งมารับทุนการศึกษาจากฟูจิ

มื้อกลางวันวันนี้นอกจากจะของอร่อยจากร้านย่านนี้แล้ว ผู้ร่วมทริปยังได้รับประทานสลัดและซูชิโรลฝีมือตัวเอง หลังจากการทำเวิร์กช็อปกับเชฟมืออาชีพ ตกบ่ายจึงได้ชมพิธีทำขวัญข้าวอันเก่าแก่ ก่อนเป็นช่วงสาธิตการทำนาให้ชมอย่างใกล้ชิด หลายคนได้ลงไปทดลองทำ จึงได้รู้ว่า กว่าจะเป็นข้าวมากินกันสักจานนั้นยากขนาดไหน และด้วยเทคโนโลยีที่ทางทนาเกรนนำมาใช้หลายอย่างก็ทำให้ทึ่งกับการทำนายุคใหม่อยู่ไม่น้อย มื้อค่ำคืนนั้นสุดพิเศษด้วยจัดที่ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (หอคำ) ท่ามกลางสถานที่อันงดงามอลังการ และการแสดงแบบล้านนาซึ่งน่าประทับใจ ก่อนจะไปเดินเล่นย่อยอาหารกันที่ เชียงราย ไนท์บาซาร์

 

วันสุดท้ายของทริปก็เวลาให้ชาวคณะได้ไปเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน ก่อนรับประทานอาหารมื้อพิเศษที่ ร้านฟูจิ สาขาเซ็นทรัลพลาซา ได้ตระเตรียมไว้ให้ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ และเต็มเปี่ยมด้วยความประทับใจ

 

ข้าวแต๋นน้ำอ้อยงาดำ ของดีเมืองพะเยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 18:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475553

ข้าวแต๋นน้ำอ้อยงาดำ ของดีเมืองพะเยา

โดย…สายอรุณ ปินะดวง

หากชาวนาจะขายข้าวได้ราคาดี อาจจะต้องเก็บข้าวเปลือกไว้ให้เป็นข้าวเก่าค้างปี ราคาจะสูงขึ้น และสามารถนำมาสีขายปลีกได้ทั่วไป แต่ปัจจุบันการย้อนกลับไปใช้วิถีทำนาแบบเดิมและเก็บข้าวในยุ้งฉางเป็นไปได้ยาก แต่หากการฟื้นวิถีดังกล่าวจะช่วยทำให้ชาวนามีชีวิตที่ดีขึ้นก็เป็นสิ่งที่ควรกลับมาคิดอีกครั้ง

แต่หากนำแนวคิดของ อาทิตย์ จงฉิม หรือหนึ่ง อาชีพพ่อค้าทำข้าวแต๋น บ้านดอนตัน หมู่ 1 ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา กล่าวว่า ได้ร่วมกับภรรยาประกอบอาชีพทำข้าวแต๋นขายมากว่า 2 ปีแล้ว โดยข้าวที่ใช้คือข้าวเหนียวชั้น 1 กข 6 มาทำเป็นข้าวแต๋น เช่น ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ข้าวแต๋นน้ำอ้อย ข้าวแต๋นน้ำอ้อยงาดำ เป็นต้น แต่ละวันจะใช้ข้าวเหนียวนึ่งทำข้าวแต๋นประมาณวันละ 30 กก. ช่วยกันสองคนกับภรรยา

อาทิตย์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ซื้อจากโรงสีในพื้นที่ กระสอบหนัก 50 กก. เพราะต้องใช้ข้าวที่เม็ดสวยและเป็นข้าวเก่าค้างปี จะได้ข้าวแต๋นติดกันเป็นแผ่นเม็ดใสและสวย สถานการณ์ของข้าวเปลือกของชาวนาราคาถูกตนเคยคิดจะซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงมาทำข้าวแต๋น เคยนำมาทดลองทำแล้ว ข้าวแต๋นไม่เป็นแผ่น เละ ทอดแล้วไม่สุก เพราะเป็นข้าวใหม่เม็ดข้าวยังไม่แห้งสนิท จึงยังต้องซื้อข้าวเก่าจาก
โรงสีมาทำต่อไป

ด้าน กัญญาณัฐ สุภาพิพัฒน์ ภรรยาของอาทิตย์ กล่าวว่า อยากช่วยรับซื้อข้าวจากชาวนามาทำข้าวแต๋น เพราะว่าจะได้ช่วยเหลือกันในพื้นที่ แม้นว่าข้าวแต๋นจะมีกำไรน้อย แต่การผลิตใช้ต้นทุนและส่วนผสมง่าย เช่น น้ำอ้อย ก็ใช้น้ำอ้อยสบบงที่เกษตรกรปลูกและแปรรูปกันในพื้นที่อยู่แล้ว

 

ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ใช้แตงโมสด คั้นน้ำแตงโมผสมกับข้าวนึ่งผสมเกลือเล็กน้อย ไม่แต่งกลิ่น ไม่เจือสี ให้เป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้เป็นการหมุนเวียนรายได้ในชุมชน เคยคิดจะจ้างแรงงานมาช่วย แต่รายได้ที่ยังไม่พอจะจ้าง สองคนจึงช่วยกันทำไปก่อน เริ่มต้นจากทำครั้งแรกมีเงิน 2,000 บาท ไปเชื่อข้าวมาจากโรงสีทำ ต่อมาขายและเก็บเงินได้ นำส่วนที่เป็นกำไรเพิ่มทุนจนทำให้ทุกวันนี้สามารถทำข้าวแต๋นขายไปทั่ว จ.พะเยา มีคนติดต่อไปช่วยเป็นวิทยากร แต่ไม่มีเวลาเพราะต้องทำข้าวแต๋นทุกวัน

สนใจติดต่อสอบถาม และสั่งข้าวแต๋น กัญญาณัฐ โทร. 09-7049-2924 และทางเฟซบุ๊ก “ข้าวแต๋น กัญญาณัฐ” หรือไลน์ kan2924

 

อร่อยหรูกลางห้าง เลอ ซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 18:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475550

อร่อยหรูกลางห้าง เลอ ซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง

โดย…คาเอรุ

หากจะพูดถึง A Place to be Seen ร้านอาหารสุดเก๋ที่หนุ่มสาว “อินๆ” จะต้องไปลองลิ้มในช่วงนี้ อันดับ 1 ใน 5 จะต้องมี เลอซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง (Le Salon de l’Atelier de Joel Robuchon) ที่ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี อยู่ด้วยอย่างแน่นอน

ร้านสาขาของยอดเชฟชาวฝรั่งเศส(โชเอล โรบูชง) เจ้าของมิชลินสตาร์ 20 กว่าดาว เรียกว่ามากที่สุดในโลกเลยก็แล้วกัน หลังจากประสบความสำเร็จกับ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง (L’Atelier de Joel Robuchon) ที่มาเปิดชิมลางลองลิ้นนักชิมชาวไทยไปเมื่อ 3 ปีก่อน ณ ชั้น 5 อาคารมหานครคิวบ์ ไลฟ์สไตล์ รีเทล ใจกลางกรุงเทพฯ ก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีระบบการจัดอันดับร้านอาหารมิชลินสตาร์เลยก็ตาม แต่นักชิมที่ตามล่าสะสมแต้ม สะสมประสบการณ์ชิมอาหารมิชลินสตาร์นันมีอยู่ไม่น้อย

ลัตเตอลิเย เดอ โจเอล โรบูชง-กรุงเทพฯ จึงได้ฤกษ์เปิดร้านอาหารแห่งที่ 2 เลอซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ ที่พาตำนานความอร่อยระดับมิชลินสตาร์มาไว้ ณ ศูนย์กลางแหล่งช็อปปิ้งสุดหรูใจกลางกรุง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี แห่งนี้เอง

เซ็นเตอร์พีซชิ้นสำคัญของร้านเลอซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง เป็นสิ่งก่อสร้างทรงกลมสีดำแดง ลักษณะคล้ายร้านป๊อปอัพ เห็นโดดเด่นมาแต่ไกล เป็นสถานที่ที่ต้องมานั่งเชิดๆ เริ่ดๆ ให้คนเห็นเสียหน่อย ว่าฉันได้มาชิมอาหารระดับมิชลินสตาร์นะจ๊ะเธอ แน่นอนว่า ต้องไม่พลาดโพสต์ลงโซเชียลมีเดียต่างๆ ให้โลกรู้

ที่นี่ยังคงคอนเซ็ปต์ตามแบบฉบับของ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ กรรมวิธีการประกอบอาหาร และสไตล์การนำเสนอที่พิถีพิถัน รวมถึงคุณภาพการบริการชั้นเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ด้วยซิกเนเจอร์ของร้านคือ เหมือนเวิร์กช็อปของเชฟที่กำลังสร้างสรรค์ศิลปะบนจานอาหาร

ครัวเปิด (Open Kitchen) คือสิ่งที่ต้องมี เพื่อแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงกรรมวิธีการประกอบอาหารที่พิถีพิถัน และสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเชฟกับลูกค้า โดยมีที่นั่งล้อมรอบเคาน์เตอร์จำนวน 8 ที่นั่ง พร้อมที่นั่งสำหรับรับประทานอาหารอีก 43 ที่นั่ง

 

คอนเซ็ปต์อาหารของ เลอ ซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง เป็นรูปแบบ All-Day Dining นำเสนออาหารเบาๆ ที่กินได้ตลอดทั้งวัน เป็นทางเลือกสำหรับ Business Lunch หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการมาแฮงเอาต์สังสรรค์

งานนี้เป็นหน้าที่ของเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟคนเดิม คือ โอลิวิเยร์ ลิมูแซง จากสาขามหานคร คิวบ์ ที่มาช่วยดูแลคอนเซ็ปต์อาหาร โดยได้คัดสรรเมนูง่ายๆ โดยเฉพาะของหวานที่ได้รับความนิยม มาคอยบริการ ทั้งเมนูคลาสสิกของโชเอล โรบูชง อย่างเช่น Royal of foie gras, red port and Parmesan foam ตับห่านเสิร์ฟพร้อมพอร์ตไวน์และโฟมพาร์เมซาน เสิร์ฟมาในถ้วยเอสเปรสโซ่ใส แสดงให้เห็นชั้นของอาหารที่แยกกัน ตอนจะรับประทานต้องตักทุกชั้นให้ผสมกันในหนึ่งคำ

ที่ขาดไม่ได้คือ Le Caviar Imperial de Sologne อิมพีเรียล คาร์เวียร์ หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของเชฟมิชลินสตาร์คนดัง โชเอล โรบูชง อีกจานที่ทั้งสวย และดีต่อสุขภาพ La Betterave ทาร์ทาร์แอปเปิ้ลและบีตรูต เสิร์ฟพร้อมกัวคาโมเล่และกรีนมัสตาร์ดเชอร์เบต รสชาติสุดจี๊ดจ๊าด

อิ่มท้องกันสักนิด ด้วย Mini-Sandwiches : Le Salon’s signature dishes แซนด์วิชขนาดพอดีคำ เมนูซิกเนเจอร์ ของ เลอ ซาลง มีเฉพาะที่สาขาเซ็นทรัลเอ็มบาสซีเท่านั้น ไม่ลองไม่ได้แล้ว มีให้เลือกทั้ง Le Homard แซนด์วิชกุ้งมังกรอโวคาโด ซอสค็อกเทล Le Saumon แซนด์วิชแซลมอน ปรุงด้วยเฟนเนล ผักชีลาว และซาวครีม Le Poulet แซนด์วิชไก่ และไข่ต้มแบบมิโมซ่า ออนท็อปด้วยคีนัว Le King Crab แซนด์วิชปูยักษ์ และเวเฟอร์ La Quiche Lorraine คิชลอร์เรนต้นตำรับ มีเบคอนและหัวหอม อบพร้อมกรูแยร์ชีส

มาถึงเมนูของหวานไม่ธรรมดา เพราะไม่มีการโชว์ไว้ให้เลือกหน้าตู้ แต่ปรุงขึ้นสดใหม่ทุกจาน ไม่ว่าจะเป็น Le Caipirinha มูสไคพีรินยาเคลือบ โรยด้วยเกล็ดรัมคาชาซาเสิร์ฟกับครีมกล้วยและเกล็ดมะพร้าว

Brussels Waffles ที่นำเสนออย่างสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของเลอ ซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอ โชเอล โรบูชง มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ ทั้ง Le Chocolat Tainori วาฟเฟิลเสิร์ฟกับซอลเทดคาราเมล ถั่วแมกคาเดเมีย และครีมช็อกโกแลต La Pistache de Sicile วาฟเฟิลเสิร์ฟกับครีมพิสตาชิโอจากซิซิลี ช็อกโกแลตนม และเชอร์รี่ หรือ La Vanille Grand Cru วาฟเฟิล เสิร์ฟกับวานิลลากร็องด์ครู จากเกาะโบรา โบรา

เลอ ซาลง เดอ ลัตเตอลิเย เดอโชเอล โรบูชง ยังมีเรื่องราวที่รอคอยจะเซอร์ไพรส์ทุกท่านอีกมากมาย โดยเฉพาะของหวานพิเศษๆ ตามแต่ส่วนผสมของแต่ละวันจะบันดาล ไปนั่งชิล อิ่มอร่อยกันแบบเก๋ๆ ได้ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม www.robuchon-bangkok.com เฟซบุ๊ก atelier.bkk

 

สนุกกับซูชิคำโปรด @ ซูชิ เด็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 17:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475545

สนุกกับซูชิคำโปรด @ ซูชิ เด็น

โดย…ซิตี้ กาย ภาพ กิจจา อภิชนรุจเรข

การตกแต่งแนวโมเดิร์นสไตล์ญี่ปุ่น ที่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ โต๊ะเก้าอี้สีอ่อนโทนเอิร์ธโทน ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และโดดเด่นด้วยซูชิบาร์สายพาน ที่พร้อมเสิร์ฟซูชิสดใหม่ ทำให้ซูชิ เด็น (Sushi Den) มีมากถึง 15 สาขาในกรุงเทพฯ และล่าสุดกับสาขาเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ที่เปิดมาราว 3 เดือนแล้ว

หากเอ่ยถึง ซูชิ เด็น สิ่งโดดเด่นและมัดใจลูกค้า คงหนีไม่พ้นซูชิและซาชิมิ ที่เน้นคุณภาพความสดของปลา ซึ่งมาจากตลาดซึคิจิ โตเกียว แต่เมื่อไม่นานนี้ซูชิ เด็น เพิ่งเปลี่ยนเมนูเล่มใหญ่ใหม่ล่าสุด ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว เพิ่มเมนูอาหารจานร้อนเข้ามาอีกเพียบ ซึ่งเมื่อได้ชิมต้องร้องสุโค่ย! เหมือนเดิม

 

จึงเรียกได้ว่า ครบทุกความต้องการ เริ่มจากอาหารว่างเรียกน้ำย่อยที่เด็ด คือ Salmon Mini Karage หรือครีบปลาแซลมอนทอด ครีบส่วนท้อง คลุกเคล้าส่วนผสมของแป้งมีรสชาติแล้วนำไปทอด ก่อนกินบีบมะนาวลงไปนิดหน่อยเพื่อตัดรสชาติ ก็จะได้รสเปรี้ยวนิด เค็มหน่อย ก่อนจะขยับมาที่เมนูที่เพิ่มมาหลากหลายจนสาวๆ ต้องร้องโอ้โห! คือสลัด

จานเด็ดสุด Spinach Salad น้ำสลัดสูตรมีรสชาติเฉพาะตัวมีถั่วและกระเทียมที่เข้ากับผักโขมแบบไร้ที่ติ แต่เมนูใหม่จานใหญ่คือสลัดปูนิ่มที่เต็มอิ่มกับปูนิ่มทอดกรอบชิ้นใหญ่บนผัก โปะหน้าด้วยวุ้นเส้นทอดกรอบและเพิ่มรสด้วยน้ำสลัดงา

 

ต่อมา คือเมนูแนะนำในหมวดซูชิ คือ Minato Set เป็นเซตซูชิที่อยู่ตรงกลางระหว่างความพรีเมียมและเบสิก มีทั้งปลาเอ็นกาวะ เอ็นโทโร่ ทูน่า ปลาไหล ฮามาจิ กินไม่ยากสำหรับมือใหม่ จากนั้นก็ชิมเมนูใหม่ ชื่อ Spicy Salmon Roll มีรสเผ็ดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้านซึ่งให้รสเผ็ดสไตล์ญี่ปุ่น คนไม่ชอบอาหารรสจืดต้องกินซ้ำ

ฝั่งเมนูครัวร้อนที่เพิ่มเข้ามามีทั้งข้าวด้ง อุด้ง ส่วนที่ได้ลองชิมวันนี้มีสเต๊กหมู ใช้สันคอเนื้อนุ่ม จะสั่งพร้อมเซตที่มีข้าว น้ำซุป และสลัด หรือสั่งแยกเดี่ยวก็ได้เช่นกัน หากคุณต้องการข้อมูลของซูชิ เด็น ทั้ง 15 สาขา ติดตามที่เฟซบุ๊ก Sushi Den สำหรับสาขาเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ อยู่ที่ชั้น 5 โทร.02-193-8209

 

4 คอร์สพิเศษจากเชฟมิชลินสตาร์ ฉลองเปิด มูเกนได สเต๊กเฮาส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 17:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475542

4 คอร์สพิเศษจากเชฟมิชลินสตาร์ ฉลองเปิด มูเกนได สเต๊กเฮาส์

โดย…คาเอรุ kaeru.the.frog@gmail.com

สาวกอาหารญี่ปุ่นและยุโรปหัวใจพองโต เมื่อ กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มูเกนได เปิดร้านมูเกนได สเต๊กเฮาส์ (Mugendai Steakhouse) ร้านกริลล์สเต๊กและเทปันยากิ ระดับพรีเมียม สไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส โดยถือฤกษ์ดีจัดงานฉลองเปิดร้านเมื่อวันอังคารที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ณ ชั้น G โซนคาแนล ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เพื่อฉลองเปิดร้าน ได้เชื้อเชิญเชฟมิชลินสตาร์ เทปันยากิหนึ่งเดียว ของปี 2559 อิชิกากิ โยชิดะ บินตรงจากโตเกียวมาเพื่อครีเอทเมนูแสนอร่อย ระหว่างวันนี้-18 ม.ค.นี้เท่านั้น

เชฟมิชลินสตาร์รังสรรค์ 4 คอร์สพิเศษสุดพรีเมียม ตั้งแต่ Beef Set Grand Course (บีฟ เซต แกรนด์ คอร์ส) อาหาร 6 คอร์ส ราคา 1.2 หมื่นบาท ประกอบด้วย Starters ; Honmaguro With Caviar ปลาบลูฟิน ทูน่า ส่วนเนื้อแดง (อกามิ) ทาด้วยซอสสูตรพิเศษ ท็อปด้วยคาเวียร์ เกรดพรีเมียมจากฝรั่งเศส Charcoaled Crust Shark Fin หูฉลามสั่งพิเศษจากญี่ปุ่น ชุบเกล็ดขนมปังชาร์โคลทอด กรอบนอกนุ่มใน เหมาะสำหรับเรียกน้ำย่อย Ise Ebi with Bafun Uni Sauce Topped with Black Truffle กุ้งล็อบสเตอร์ญี่ปุ่น ย่างบนเตาเทปัน ราดด้วยซอสสูตรพิเศษจากไข่หอยเม่น ท็อปด้วยไข่หอยเม่นสายพันธ์ุบาฟุน สีส้มเข้ม โรยด้วย Black Truffle จากอิตาลี

 

Main Course ; Grilled Award-Winning 40 months-Kitauchi Premium Beef (Ishigaki Yoshida Crispy Steak Signature Dish) เมนูซิกเนเจอร์ของเชฟโยชิดะ ใช้เนื้อสายพันธ์ุเดียวกับวางุ จากฟาร์มคิตาอุชิ ที่ได้รับรางวัลเนื้อวัวคุณภาพดีของประเทศญี่ปุ่น นำไปย่างบนเตาเทปันทั้ง 6 ด้าน พักไว้ด้านละครึ่งชั่วโมงเพื่อให้เนื้อนุ่มจากด้านใน กินคู่กับเกลือจากโอกินาวา ซอสกระเทียม ซอสบ๊วย เสิร์ฟพร้อมมันหวานจากญี่ปุ่น Consomme Rice, Black Truffle Beef Curry ข้าวแกงกะหรี่สูตรพิเศษ ที่ซอสจากเครื่องเทศกว่า 30 ชนิดทั่วโลก ใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 5 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมข้าวที่หุงจากซุปเนื้อวัว แต่งหน้าด้วยเนื้อวางุจากฟาร์มคิตาอุชิ ท็อปด้วยแบล็กทรัฟเฟิลจากฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมซุปหอยตลับและผักดองสูตรเฉพาะ ปิดท้ายด้วย Dessert สุดพิเศษจากเชฟ

ชุด Seafood Set Grand Course (ซีฟู้ด เซต แกรนด์ คอร์ส) เสิร์ฟ 6 คอร์ส ราคา 1.2 หมื่นบาท ประกอบด้วย Starters เหมือนชุดแรก ส่วน Main Course; Seared Nodoguro with Crispy Crust ปลาโนดุกูโร หรือปลากะพงสีชมพูจากญี่ปุ่น มีเนื้อมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ย่างบนเตาเทปัน โดยจะนำเกล็ดขนมปัง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ใบโอบะไปปั่นรวมกันนำไปทอดให้กรอบ และนำไปโรยบนปลาที่ย่างไว้ Black Truffled-Hokkaido Kegani Crab on Rice ข้าวญี่ปุ่นนำไปหุงกับน้ำซุปญี่ปุ่น ท็อปด้วยปูขนจากฮอกไกโด โรยด้วย Black Truffle เสิร์ฟพร้อมซุปหอยตลับและผักดองสูตรเฉพาะ ปิดท้ายด้วย Dessert สุดพิเศษจากเชฟ

 

สำหรับชุด Beef Set Regular Course (บีฟ เซต เรกกูล่า คอร์ส) 4 คอร์ส ราคา 7,000 บาท ประกอบด้วย Starters; Charcoaled Crust Shark fin และ Main Course และ Dessert เหมือนกับชุดที่ 1

ชุด Seafood Set Regular Course (ซีฟู้ด เซต เรกกูล่า คอร์ส) เสิร์ฟ 4 คอร์ส ราคา 7,000 บาท มี Starters; Charcoaled Crust Shark fin และ Main Course และ Dessert เหมือนกับชุดที่ 2

ไปสัมผัสรสชาติกริลล์สเต๊กและเทปันยากิ ระดับพรีเมียม จากเชฟโยชิดะ ได้วันนี้-18 ม.ค. ที่ มูเกนได สเต๊กเฮาส์ ชั้น G โซนคาแนล ศูนย์การค้าสยามพารากอนโทร.08-9510-4555

*หมายเหตุ – อาหารในภาพไม่ใช่ปริมาณที่เสิร์ฟในร้านจริงๆ เป็นปริมาณน้อยกว่าเพื่อการชิมเท่านั้น

 

แซนด์วิชกุ้งผงกะหรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 09:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/475397

แซนด์วิชกุ้งผงกะหรี่

โดย…สีวลี ตรีวิสวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสขึ้นดอยไปทางแม่ฮ่องสอน บางช่วงต้องนั่งรถติดต่อกันเป็นเวลานาน หนทางคดเคี้ยวจนต้องหาอะไรรองท้องไว้ไม่ให้ท้องว่าง ปกติไม่ค่อยซื้ออาหารจากในร้านสะดวกซื้อตามปั้มสักเท่าไหร่นัก แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องติดเสบียงเอาไว้บ้างหรือต้องรองท้องเอาไว้ก่อน เนื่องจากเดินทางคณะใหญ่ จะหยุด จะแวะกินตรงไหนตามใจชอบนั้นไม่ได้ พอถึงปั๊มมีร้านสะดวกซื้อยอดนิยมมองหาแซนด์วิชเก็บเอาไว้หลายชิ้นเผื่อตัวเองและสมาชิกในรถ

รสชาติแซนด์วิชที่มีให้เลือกหลากหลายแต่ละยี่ห้อรสชาติอร่อยถูกปาก เชื่อว่าเขาคงทำวิจัยกันออกมาแล้วว่ารสชาติแบบนี้เป็นที่นิยม สิ่งที่ขัดใจคงเป็นปริมาณของไส้แซนด์วิชที่บางกะจ้อยร่อยแทรกอยู่ระหว่างขนมปัง เลยเป็นที่มาของตอน Cold Sandwiches ของเรา ที่อยากจะทำแซนด์วิชตามใจตัวเอง เน้นไส้เยอะๆ ขนมปังนุ่มๆ

เจ้าตำรับของแซนด์วิชเย็นคงเป็นฝรั่งชาติตะวันตก แต่แซนด์วิชเย็นสไตล์ญี่ปุ่นทำให้ทั่วต้อง “ช็อก” กับสไตล์ Cold Sandwich ยอดนิยมที่มุ่งเน้นไส้มากกว่าขนมปัง ไส้อัดแน่นเยอะชนิดที่เรียกว่า ฉลากสวยอย่างไร ไส้อัดแน่นเน้นคุณภาพอลังการเท่านั้น เนื้อเป็นเนื้อ ผักเป็นผัก เรียกว่า ทั้งสวยและน่ากิน เต็มอิ่มกันไปเลย

ฉบับนี้ผู้เขียนขอทำเป็นแซนด์วิชกุ้งแบบเย็น ถ้าใส่ใจในขั้นตอนการทำรับรองว่าเก็บไว้ได้ถึง 2-3 วัน ไว้ในตู้เย็นโดยไม่เสียเลย เริ่มตั้งแต่การเลือกกุ้ง ถ้าได้ไปตลาด แนะนำให้หาซื้อกุ้งทะเลตัวเล็กสักนิดจะได้เนื้อนุ่มไม่แข็งมาก แนะนำให้ต้มกุ้งทั้งเปลือกในน้ำเกลือเดือดๆ ช่วยให้กุ้งมีเนื้อแน่นไม่เละ สีสวย คงความหวานของเนื้อกุ้งไว้ จากนั้นเมื่อกะว่ากุ้งสุกดีแล้วต้องรีบแช่น้ำเย็นจัดๆ ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะทำให้กุ้งเสียรสเพราะเราต้มทั้งเปลือก นี่แหละเคล็ดลับที่จะทำให้กุ้งเก็บได้นานขึ้นด้วย แต่ถ้าไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวงเลือกกุ้งแช่แข็งไปได้เลย แค่เอามาลวกแล้วแช่น้ำเย็นจัดไว้

รสชาติของแซนด์วิชเย็นสำคัญที่ส่วนผสม “น้ำปรุง” ที่มีมายองเนสเป็นส่วนผสมหลัก มายองเนสมีความข้นเพราะเป็นซอสที่มีน้ำมันผสมอยู่ จำเป็นต้องปรุงรสให้เข้มข้นรสจัดจ้านไว้จะช่วยให้แซนด์วิชไม่จืดจนเอียนได้

เคยคุยกับเชฟญี่ปุ่น เขาบอกว่าหัวหอมที่ผสมอยู่ในน้ำสลัดหรือมายองเนสสำหรับแซนด์วิช นิยมเอาหัวหอมที่หั่น สับหรือซอยไว้แล้วมาล้างน้ำเย็นจัดๆ เพื่อให้หัวหอมใหญ่คายน้ำที่เป็นรสเผ็ดๆออกมา เหลือไว้แต่ความหอมนิด กรอบหน่อยๆ ของหัวหอมที่จะช่วยเพิ่มรสชาติ ยิ่งเวลาทำเป็น “Batch” ใหญ่ๆ ทีละเยอะๆ การล้างหัวหอมช่วยให้ควบคุมรสชาติได้ง่าย แต่สำหรับการทำตามบ้าน ไม่จำเป็นต้องล้างหัวหอมก็ได้เพราะเสียเวลา นอกจากว่าจะมีเด็กๆ เยอะ ที่กลัวกลิ่นฉุนๆ ของหัวหอม

มายองเนสสำหรับแซนด์วิชกุ้ง ขอปรุงรสง่ายๆ แต่อร่อยและรวดเร็วด้วยผงกะหรี่ ที่เข้ากันกับกุ้งและเมื่อเสิร์ฟเย็น ทำให้รสชาติหอมอร่อยกินได้ง่ายขึ้น ความยากอยู่ตรงใบทารากอน ถ้าแวะไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วเจอทารากอนสดให้ซื้อมาไว้ใช้สำหรับสูตรนี้ได้เลย เพราะจะช่วยให้หอมอร่อย มีรสชาติล้ำลึกประหนึ่งทำจากร้านอาหารชั้นครู แต่ถ้าไม่มีเวลาหาซื้อไม่ได้ ไม่ต้องกังวล เพราะไม่เดือดร้อนอะไรนัก รสชาติยังอร่อยได้

อย่าลืมว่าเวลาปรับรสมายองเนสน้ำปรุง ให้ใจกล้าๆ เพิ่มรสชาติให้เข้มข้นไว้หน่อย เพราะเมื่อบวกลบคูณหารกับขนมปังแล้วจะได้ออกมาพอดีกินอร่อย

แซนด์วิชกุ้งแบบเย็นนี้ ผู้เขียนเลือกใช้ขนมปังมันฝรั่งที่ซื้อจากร้านขนมปังทั่วไป เพราะขนมปังมันฝรั่งจะมีความนุ่มและรสชาติหวานนิดๆ เข้ากันได้ดี นอกจากสูตรนี้จะกินแบบเย็นแล้ว ยังปรับเป็นแซนด์วิชร้อนสไตล์ Lobster Roll ได้ โดยป้ายเนยที่ด้านนอกของขนมปัง จี่ให้เหลืองในกระทะทั้งสองด้าน ก่อนใส่ไส้เข้าไปตรงกลาง เพียงแค่นี้ก็ได้แซนด์วิชกุ้งแบบ Lobster Roll ง่ายๆ แล้ว

แซนด์วิชกุ้งผงกะหรี่ (สำหรับ 3-4 ชิ้น)

ส่วนผสม

กุ้งสดทั้งเปลือก 16 ตัว

มายองเนสสไตล์ญี่ปุ่น 1 ส่วน 2 ถ้วย

หัวหอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอยละเอียด 1 ช้อนชา

ทารากอนสับละเอียด 1 ส่วน 2 ช้อนชา

ผงกะหรี่ 3 ส่วน 4 ช้อนชา

เกลือป่น 1 ส่วน 2 ช้อนชา

พริกไทยดำบดละเอียด 1 ส่วน 4 ช้อนชา

น้ำมะนาว ครึ่งลูก

ขนมปังมันฝรั่งจากร้านที่ชอบหรือขนมปังแซนด์วิชแบบอื่นๆ

ตกแต่งเพิ่มรสชาติให้แซนด์วิช : ผักกาดแก้ว ต้นหอมซอย ไข่แดงจากไข่ต้มสุก

วิธีทำ

ตั้งน้ำในหม้อขนาดย่อมๆ ให้เดือดพล่าน เติมเกลือป่นลงไปสักครึ่งช้อนชาเพื่อใช้สำหรับต้มกุ้ง เตรียมน้ำเย็นจัด โดยใช้น้ำสะอาดใส่น้ำแข็งเล็กน้อยใส่ชามไว้เพื่อ “ช็อก” กุ้ง

เมื่อน้ำเดือดจัดแล้ว หย่อนกุ้งลงไปลวกให้สุก ใช้เวลาประมาณ 1 นาที ไม่เกินกว่านี้ช้อนกุ้งลงในน้ำเย็นเพื่อทำให้เย็นลงทันที ก่อนแกะเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ

ผสมมายองเนส หัวหอมใหญ่ ต้นหอม ทารากอนสับ ปรุงรสด้วยผงกะหรี่ เกลือป่นพริกไทยดำและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน

เคล้ากุ้งกับมายองเนสปรุงรสที่ผสมไว้ ตักใส่ขนมปังเกลี่ยให้เสมอดูน่ารับประทานพร้อมเสริ ฟ์ หรอื อาจจะหอ่ ให้มดิ ชิดด้วยฟลิ ม์ พลาสติกห่ออาหาร แช่เยน็ ไว้จนกว๋าจะรับประทานเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน