“ไทย เทสท์ ฮับ” รวมของอร่อยระดับตำนาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/400129?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ไทย เทสท์ ฮับ” รวมของอร่อยระดับตำนาน

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 – 01:05 น.
อาหาร,คิง เพาเวอร์,ไทย เทสท์ ฮับ,ภวัต เลิศวัตรกานต์,ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี,ห่านท่าดินแดง,เจ็กเม้งข้าวมันไก่สองสี,รองเมือง เกาเหลา 2495,ละมัย หอยทอด เยาวราช,นายอ้วนเย็นตาโฟ,ขนมครกประมวล มีศิลป์,เอี๊ยงออเฮ่าซือ
เปิดอ่าน 268 ครั้ง

ไอเดียบรรเจิดรวบรวมร้านอาหารขึ้นชื่อทั้งแนวสตรีทฟู้ดไปจนถึงขึ้นเหลาทั่วกรุงมาไว้จุดเดียว

แหล่งกินดื่มที่จะพาไปลิ้มลองสัปดาห์นี้ ต้องบอกว่าน่าจะถูกอกถูกใจคออาหารเลิศรสระดับตำนานเป็นแน่แท้ เพราะ “คิง เพาเวอร์” ไอเดียบรรเจิดรวบรวมร้านอาหารขึ้นชื่อทั้งแนวสตรีทฟู้ดไปจนถึงขึ้นเหลาทั่วกรุงมาไว้จุดเดียวในชื่อ “ไทย เทสท์ ฮับ” (Thai Taste Hub) ด้วยแนวคิดที่ว่าอยากช่วยตัดปัญหาเวลานึกอยากกินทีก็ต้องถ่อไปถึงแหล่งตำนาน โดยเฉพาะย่านเยาวราชหาที่จอดรถยากมาก อีกทั้งรู้ๆ กันว่าร้านดังๆ ทั้งหลายใครๆ ก็อยากชิม บางร้านต้องต่อแถวรอยาวเป็นหางว่าว ถึงขั้นถอดใจก็ไม่น้อย พอขนมารวมไว้ที่เดียว คราวนี้ล่ะอยากจะกินอะไรต้องได้กิน!

   

ตรอกซอกซอยตามหาของอร่อย

    แต่กว่าที่เจ้าของร้านรวงต่างๆ จะยินยอมพร้อมใจขยายสาขามาไว้ที่คิงเพาเวอร์นั้นไม่ง่ายนะจ๊ะ ภวัต เลิศวัตรกานต์ ผู้อำนวยการส่วนงานร้านอาหารและโรงละคร คิง เพาเวอร์ โอดครวญให้ฟังว่ายากพอๆ กับเข็นครกขึ้นภูเขาก็ไม่ปาน ต้องเทียวไล้เทียวขื่อจีบแล้วจีบอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 รอบ แล้วต้องชิมเพื่อให้มั่นใจว่าเด็ดจริง จากความพยายามสุดท้ายก็ได้มาถึง 20 ร้าน แต่ละร้านที่คัดสรรมารู้จักกันดีในหมู่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

     อาทิ ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี, ห่านท่าดินแดง, กุ้งเผาอยุธยา, ข้าวขาหมูจุฬา สามย่าน, เจ็กเม้งข้าวมันไก่สองสี, ก๋วยจั๊บฮ่องเต้, รองเมือง เกาเหลา 2495, การิม โรตี มะตะบะ ถนนพระอาทิตย์, ละมัย หอยทอด เยาวราช, นายอ้วนเย็นตาโฟ, ขนมครกประมวล มีศิลป์, ฮอทฟรายด์ บาย ดิเอ็มเมอรัลด์ 1992, เชียงการีลา, ออล โคโค่, เอี๊ยงออเฮ่าซือ เป็นต้น ให้เหล่านักชิมได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบและตกแต่งโดยได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงสถาปัตยกรรมร่วมสมัยในกรุงเทพฯ มีตรอก ซอกซอย ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในสตรีทฟู้ดดั้งเดิม

ผัดไทยประตูผี ห่อไข่ และทรงเครื่อง

 เกาเหลาเนื้อสันหม้อไฟ

     ในส่วนของรายการอาหารเน้นคัดสรรที่เด่นดังจริงๆ มาขายเพราะด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่และรูปแบบจึงไม่สามารถยกทุกเมนูมาไว้ได้ เอาเป็นว่าจานเด็ดของร้านไหนที่เป็นซิกเนเจอร์และเป็นหน้าเป็นตาของร้านมีให้ชิมแน่นอน ยกตัวอย่าง “ผัดไทยประตูผี” เมนูยอดนิยมมีผัดไทยเส้นจันท์ ผัดไทยเส้นจันท์มันกุ้ง ผัดไทยทะเล ผัดไทยห่อไข่ ผัดไทยทรงเครื่อง แต่ละจานจัดเต็มไม่มีพร่อง หน้าตาและรสชาติร้านดั้งเดิมเป็นอย่างไรมากินที่นี่ก็ไม่ผิดเพี้ยน หรืิออย่างร้าน “รองเมืองเกาเหลา” หลายคนติดใจในน้ำซุปที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับวัตถุดิบคุณภาพ โดยเฉพาะ “เกาเหลาเนื้อ” ที่ใส่เนื้อสันนุ่มๆ เป็นส่วนประกอบสำคัญคงไม่ต้องสาธยายให้มากความ เหล่าแฟนคลับรู้ดีอยู่แล้วว่าเด็ดจริงอะไรจริง

 

นายอ้วนเย็นตาโฟหนักเครื่อง

ราดหน้าภูเขาไฟทะเล

    มาที่ “นายอ้วนเย็นตาโฟ” รายการฮอตฮิตก็อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟบะเต็ง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟซีฟู้ด โดยมีของกินเล่นอย่างลูกชิ้นกุ้งทอด ลูกชิ้นปลาลวกไว้เสริมทัพความอร่อยกันด้วย ถ้าใครชอบหอยทอดคงได้ยินกิตติศัพท์ของ “ละมัย หอยทอดเยาวราช” ไม่มากก็น้อย มีทั้งหอยทอดหอยนางรม ทะเลทอด ราดหน้าภูเขาไฟทะเล หมึกกรอบและกุ้งตัวโตๆ เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ

 ข้าวมันไก่สองสี

     เอาใจคนชอบข้าวมันไก่และติดใจข้าวมันไก่เจ็กเม้งกันบ้าง มาถึงแล้วต้องสั่งข้าวมันหอมๆ บวกความนุ่มของไก่ต้มและความกรอบของไก่ทอดพร้อมน้ำจิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ อร่อยลงตัว ส่วนขาประจำภัตตาคารเชียงการีลา ต้องไม่ลืมสั่งติ่มซำ ซาลาเปาร้อนๆ มาลิ้มลอง รวมถึงกระเพาะปลาน้ำแดง เผือกทองคำ 

ติ่มซำเชียงการีลา

เช็งทึงต้นตำรับ​​​​​​​

     ถามหาจำพวกขนม ของหวาน และเครื่องดื่ม บอกเลยพร้อมสรรพ กินของคาวเสร็จอยากล้างปากด้วยของหวาน “ร้านเอี๊ยงออเฮ่าซือ“ เตรียมของขึ้นชื่ออย่าง “เช็งทึงต้นตำรับ” แล้วก็มีบัวลอยนมสด เต้าฮวยผลไม้จีน ทับทิมกรอบไว้บริการ ขณะที่ร้าน “ฮอทฟรายด์ บาย ดิเอ็มเมอรัลด์ 1992” ที่ขึ้นชื่อเรื่องของทอดก็มีกล้วยทอด มันทอด เผือกทอด กะลอจี๊ ทอดใหม่ๆ ร้อนๆ อร่อยเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ “ขนมครกประมวล มีศิลป์” เห็นว่าเด็ดถึงขนาดเป็นของโปรดของเจ้าสัววิชัยสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่เลยทีเดียว ตบท้ายด้วยน้ำมะพร้าวสดที่เลาะกะลาให้เรียบร้อย และไอศรีมมะพร้าวซอฟท์เสิร์ฟหวานเย็นชื่นใจของร้าน “ออล โคโค่”

ขนมครกประมวล มีศิลป์

 มะพร้าวสด และไอศกรีม​​​​​​​

    ทั้งหมดที่กล่าวอ้างมาเป็นแค่ตัวอย่าง อ้อ…เกือบลืมบอกไปในบริเวณเดียวกันยังมีสตรีทฟู้ดขนาดย่อมที่เน้นของกินเบาๆ ด่วนๆ อย่างโซน “ไทย เทสท์ ฮับ เอ็กซ์เพรส” ร้านดังๆ ก็อาทิ ขนมเบื้องแม่ประภา, ขนมปังเจ้าอร่อยเยาวราช, กุยช่ายเหล่าหอเจี๊ยะ บาย เจ๊น้อย, หมึกย่างแดนมังกรเยาวราช, ติดลมหมูทอดปลาร้า เป็นต้น

ไทย เทสท์ ฮับ เอ็กซ์เพรส

ขนมเบื้องแม่ประภา

    เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบความอร่อยระดับตำนาน หรือได้ยินแต่ชื่อแต่ไม่เคยได้ตามไปลิ้มรส ก็หาโอกาสแวะไปชิม พอขึ้นห้างราคาปรับขึ้นนิดหน่อยอย่างสมเหตุสมผล “ไทย เทสท์ ฮับ” อยู่บนชั้น 3 คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ นั่งตาแอร์เย็นฉ่ำ มีที่จอดรถสะดวกสบาย และสำหรับคนใจบาง อิ่มท้องแล้วอาจได้แบรนด์เนมติดไม้ติดมือกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว….

ก๋วยเตี๋ยวปลาซอย9 บางแสน ชลบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/399038?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ก๋วยเตี๋ยวปลาซอย9 บางแสน ชลบุรี

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 03:11 น.
อาหาร,ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 54 ครั้ง

คอลัมน์ -ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

หลวงปู่ทวด เจ้าแม่เขาสามมุก 

เขาสามมุก อยู่ติดกับหาดบางแสน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวจีนในกรุงเทพฯ และชาวจีนชลบุรีมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้น เด็กๆ แม่จะพานั่งรถเข้าเมืองสมุทรปราการ เลาะไปตามถนนสุขุมวิทไปถึงเมืองชลบุรี เพื่อไปไหว้สักการะเจ้าแม่เขาสามมุก(จีน) แล้วพาย้อนกลับมากินข้าวที่ร้านซังฮี้ ร้านอาหารทะเลแบบจีนในเมืองชลบุรี

เจ้าแม่เขาสามมุก มี 2 ศาล คือ ศาลเจ้าแม่เขาสามมุกเดิม เป็นศาลเจ้าที่ตั้งขึ้นตามตำนานความรักของหนุ่มแสน และสาวสามมุก ทั้งสองผิดหวังกับความรักจนต้องโดดหน้าผาเขาสามมุกเพื่อฆ่าตัวตายตามคำสัญญา ชาวบ้านเขาสามมุกจึงสร้างศาลไว้บูชาความรักของสามมุก อีกด้านหนึ่งมีศาลเจ้าแม่เขาสามมุกแบบจีน โดยคนจีนที่มาทำมาหากินอยู่ในเมืองไทย และชลบุรี

เจ้าแม่เขาสามมุก(จีน) คนจีนมีความเชื่อศรัทธาเจ้าแม่ทับทิม เกาะเหมยโจว มณฑลฮกเกี้ยน คนจีนอพยพไปอยู่บ้านเมืองอื่นทั่วโลก จะอัญเชิญผงธูปจากศาลเจ้าแม่ทับทิม ไปตั้งศาลเจ้าแม่บนแผ่นดินใหม่ ทุกศาลเจ้าแม่ต้องอยู่ริมแม่น้ำ ลำคลอง ริมทะเล ขอให้บารมีเจ้าแม่ช่วยคุ้มครองคนจีน ให้ออกเรือทำประมง ทำมาหากินด้วยความปลอดภัย ร่ำรวยด้วยธุรกิจการค้า

คนจีนที่มาอยู่ชลบุรี จึงหาทำเลสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมริมทะเล ในที่สุดได้พื้นที่ยอดเขาสามมุก สร้างศาลเจ้าแม่แต่ตั้งชื่อใหม่ว่า ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก เป็นศาลเจ้าแม่เขาสามมุกคู่กับ ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก(ไทย) คนจีนมีศรัทธาในการทำบุญมาก จึงระดมทุนมาสร้างศาลเจ้าแม่เขาสามมุก(จีน) จนกว้างใหญ่ จัดพิธีทำบุญประจำปีทุกปี จนขยายใหญ่กว่าศาลเจ้าแม่เขาสามมุก(ไทย)

มากราบสักการะศาลเจ้าแม่เขาสามมุก(จีน) ตามศรัทธาของแม่ ประกอบกับ 30 ปีที่แล้วลงไปทำข่าวถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้กราบสักการะหลวงปู่ทวด ที่วัดช้างให้ และอาจารย์นอง เจ้าอาวาสวัดทรายขาว จ.ปัตตานี เกิดศรัทธาหลวงปู่ทวด จึงจ้างช่างหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ทวด อัญเชิญไปไว้บนเขา ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก(จีน) เพื่อให้คนทะเลได้สักการบูชาหลวงปู่ทวด พ.ศ.2539 ปัจจุบันองค์หลวงปู่ทวด ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก(จีน) มีคนบนบานปิดทองเต็มทั้งองค์แล้ว

ก๋วยเตี๋ยวปลาซอย9 บางแสน ชลบุรี

25 ปีก่อนขับรถไปชลบุรีบ่อยมาก เพื่อไปดูตึก บ้าน ที่ดิน ริมทะเล หวังจะซื้อเอามาขายต่อ สมัยนั้นบ้านที่ดินริมทะเลราคาไม่แพงมาก พอได้กำไรมาชดเชยกับเงินเดือนนักข่าวอันน้อยนิด ไปชลบุรีจนรู้ว่าร้านซังฮี้อาหารทะเลยังเปิดอยู่ แต่ย้ายมาอยู่ในเมือง เที่ยวกินริมทะเลตามร้านอาหารต่างๆ ยุคนั้นฝรั่งชาวอังกฤษ อเมริกันเข้ามาเปิดร้านอาหาร ขายนักท่องเที่ยวหลายสิบร้าน

ขากลับจะแวะซื้อ ฮ่อยจ๊อ แฮ่กึ๊นในเมืองชลบุรี เอามาทอดให้แม่มะลิกินที่บ้านสะพานใหม่ จนพบกับร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอยู่ในซอย 9 ซึ่งเป็นชานเมืองไกลออกไปจากเมืองชลบุรี จนสนิทสนมกับแม่ลูกเจ้าของร้าน ได้เข้าไปดูการทำลูกชิ้นจากเนื้อปลาอินทรี ถ่ายรูปแล้วเอาไปเขียนในคอลัมน์ลุยไปกิน มติชน ตั้งแต่ พ.ศ.2532 เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแบบแต้จิ๋วโบราณ

เพ็กเจ็ง สูตรมงคล ทำลูกชิ้นปลาอินทรีขายในตลาดชลบุรี ให้ร้านก๋วยเตี๋ยวซื้อไปใส่ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เจ๊เจ็งเกิดความคิดว่าควรเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง จึงซื้อตึกแถวในซอย 9 เมืองชลบุรี สั่งปลาอินทรีสดๆ มาขูดเนื้อ เอามาปั้นลูกชิ้นปลาอินทรี ฮือก้วย เกี๊ยวปลา เส้นปลาสด ผ่านไป 30 ปี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาซอย 9 ขายดีจนทำไม่ทัน ต้องให้ลูกสาวไปเปิดร้านใหม่

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาซอย 9 ร้านใหม่อยู่ที่ถนนข้าวหลาม ทางลงชายทะเลบางแสน 2 กม. จาบ ศิริพร สูตรมงคล ลูกสาวเจ๊เจ็งทำเองกับหลานๆ มีลูกชิ้นปลาอินทรี ฮือก้วย เกี๊ยวปลา เส้นปลาสดให้กินครบเครื่อง อร่อยเหมือนเมื่อ 30 ปีก่อน จาบบอกว่าวันหยุด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะขายดีมาก ลูกค้าจากทั่วประเทศมาเที่ยวทะเลบางแสน จะแวะกินมื้อเที่ยงแน่นไปหมด

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอินทรี บะหมี่ลูกชิ้นปลาอินทรี เย็นตาโฟลูกชิ้นปลาอินทรี เส้นปลาสดใส่เครื่องลูกชิ้นปลาอินทรี ฮือก้วยเกี๊ยวปลา แถมกุ้งชุบแป้งทอดกรอบ ใส่ให้กินกับก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เย็นตาโฟลูกชิ้นปลาอินทรีอร่อยมาก แม่มะลิชอบมากที่สุดคือ ฮ่อยจ๊อเนื้อปู จาบบอกเป็นฮ่อยจ๊อสูตรแม่ เจ๊เจ็ง ใส่เนื้อปูก้อนอัดแน่น อร่อยกว่าทุกเจ้าในชลบุรี

จาบ ศิริพร สูตรมงคล ใช้ลูกชิ้นปลาอินทรีที่แม่ เจ๊เจ็ง ทำไว้ เอามาทำแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาอินทรี ให้กินกับขนมจีนชลบุรีเส้นเหนียวหนึบ แกงกะหรี่ไก่ ใช้พริกแกงกะหรี่ชลบุรีรวนกับปีกบนไก่ ใส่ผงกะหรี่ตรามือลงไปให้หอมกลิ่นกะหรี่ยิ่งขึ้น ราดกินกับข้าวสวยหอมมะลิตราพันดีของบุญรอดร้อนๆ อร่อยกว่าแกงกะหรี่รสดั้งเดิมแบบแขก

จาบ เล่าให้ฟังว่า เจ๊เจ็ง สั่งเนื้อปลาอินทรีขูดมาจากตลาดชลบุรี ไม่ได้ใช้ปลาอินทรีทั้งตัวมาขูดเนื้อเพราะไม่มีเวลา จึงไม่มีหนังปลาอินทรีเอามาชุบแป้งทอดให้กรอบ กินกับก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟลูกชิ้นปลาอินทรี แต่ยังใช้กุ้งแชบ๊วยทะเลมาชุบแป้งทอดให้กรอบเหมือนเดิม เนื้อปลาอินทรีสดใส่พริกไทยป่นตรามือ นวดให้เนื้อปลาเหนียวหนึบ ทำลูกชิ้นปลาอินทรีสดๆ

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาซอย 9 วันนี้ถ่ายทอดจาก อาม่าเพ็กเจ็ง สูตรมงคล ส่งถึงรุ่นหลาน เอก หนุ่มปริญญาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แทนที่จะไปทำงานบริษัทตามที่เรียน กลับมาช่วยอาม่าขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาซอย 9 ขายตั้งแต่ 09.00-17.00 น. วันหยุดศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ลูกค้าแน่นมากอาจต้องรอนาน โทร.08-9510-2188

ครัวลอยฟ้า เส้นปลาสดซอย9

เพ็กเจ็ง สูตรมงคล ใช้เนื้อปลาอินทรีล้วนๆ มานวดกับพริกไทยป่นตรามือ แล้วนำมาคลึงแผ่เป็นแผ่นบางๆ หั่นเป็นเส้นปลาอินทรีสด ทำก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาซอย 9 เส้นเหนียวนุ่มอร่อย

เครื่องปรุง

1.เนื้อปลาอินทรีสด 1 กก.

2.พริกไทยป่นตรามือ ½ ช้อนโต๊ะ

3.น้ำแข็งเกล็ด 2 ขีด

วิธีทำ

1.นำเนื้อปลาอินทรีพริกไทยป่นน้ำแข็งบดรวมกันให้เหนียวหนึบ

2.นวดเนื้อปลาต่อด้วยมือให้เนื้อเหนียวมากขึ้น

3.แผ่เนื้อปลาเป็นแผ่นบางๆ ใช้มีดหั่นเป็นเส้นปลาสด

เส้นปลา ของเจ๊เจ็งจึงเหนียวหนึบด้วยเนื้อปลาอินทรีไม่ผสมแป้ง ทำก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอินทรีอร่อยมาก มีให้กินเฉพาะที่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาซอย 9 ถนนข้าวหลาม บางแสน ชลบุรี

ฉลองความสุข ลิ้มรสความอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/399214?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ฉลองความสุข ลิ้มรสความอร่อย

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 00:05 น.
ดิ เอ็มโพเรียม,นารา ไทย คูซีน,เบลล่า ร็อคค่า,ร้านคาเฟ่ ปิแอร์ เเอร์เม่,ซาว่า ออลเดย์ ไดน์นิ่ง,ฮอกไก-ดง,เลอ ดาลัด,ฟลาเมงโก แบงคอก,เอสเคป แบงคอก,เอ็มไดนิ่ง วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2019,ดิ เอ็มควอเทียร์,เอ็มไดนิ่ง อาหาร,เอ็มไดนิ่ง คมชัดลึก
เปิดอ่าน 101 ครั้ง

เอาใจนักชิมกับเมนูเลิศรสจาก 200 ร้านอาหารชั้นนำ

เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ  ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ บัตรเครดิตซิตี้ และน้ำแร่ธรรมชาติระดับพรีเมียม “ไอซ์แลนด์ สปริง” ฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปีด้วยแคมเปญ “เอ็มไดนิ่ง วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2019” เอาใจนักชิมให้มาลิ้มลองความอร่อยกับเมนูเลิศรสจาก 200 ร้านอาหารชั้นนำ ที่รังสรรค์เมนูพิเศษพร้อมเสิร์ฟมากกว่า 1,000  เมนู และพิเศษสุดกับโปรโมชั่นรับทริปล่าแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกที่ครั้งหนึ่งต้องไปเยือนได้แล้ว

สุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์  กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงจัดแคมเปญพิเศษงาน “เอ็มไดนิ่ง วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2019” เพื่อรวบรวมร้านอาหารนานาชาติมารวมกันอยู่ที่นี่ ให้คุณคนพิเศษได้ลิ้มรสเมนูทั้งคาวหวานจากร้านอาหารชั้นนำที่คัดสรรสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ น่าจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเลือกมาดื่มด่ำกับรสชาติอาหารในโอกาสพิเศษที่นี่ได้อย่างแน่นอน

ร้าน เอสเคป แบงคอก

เริ่มเช็คลิสต์ ร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ “เอ็มไดนิ่ง วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2019” (EMDINING WINTER WONDERLAND 2019) สร้างสรรค์เมนูพิเศษจากร้านอาหารชั้นนำมากมาย อาทิ ร้าน เอสเคป แบงคอก (ESCAPE BANGKOK) รูฟท็อปบาร์บวกกับบีชบาร์สุดเก๋บนชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ แนะนำเมนู Soft Shell Crab Slider เบอร์เกอร์ขนาดเล็กเสิร์ฟ  หอมกรุ่นด้วยบันโฮมเมดจาก Squid ink สอดไส้ด้วยปูนิ่มทอดกรอบชิ้นโต อะโวคาโด้ โคลสลอว์เอเชียที่คุณจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

ฟลาเมงโก แบงคอก

ร้าน ฟลาเมงโก แบงคอก (FLAMENCO BANGKOK) สกายบาร์สุดโมเดิร์นกลิ่นอายละติน รูฟท็อปบนชั้น 9 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ คัดสรรเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์จากบาร์เทนเดอร์มากฝีมือ นำเสนอเมนูพิเศษ Duck Breast A La Plancha อกเป็ดหมักไวน์แดงที่ซูวีกว่า 2 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่ม ก่อนนำไปกริลล์จนได้ความสุกระดับกลาง เสิร์ฟคู่กับเพรี่ยวเร่มันหวาน กะหล่ำปลีม่วงอบ และซอส Cherry port wine jus

เลอ ดาลัด

 ร้าน เลอ ดาลัด (Le Dalat) ชั้น 7 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมนูพิเศษช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับเมนูสามเกลอผัดพริกเกลือที่ประกอบไปด้วยกุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้ออวบแน่น  6 ตัว ปูนิ่ม และปูเนื้อยักษ์อย่างละตัวนำมาผัดพริกเกลือ เป็นเมนู Signature ของ เลอดาลัด รับรองว่าติดอันดับเมนูสุดรักของครอบครัวอย่างแน่นอน ไม่จัดไม่ได้แล้ว

ฮอกไก-ดง

ร้าน ฮอกไก-ดง (Hokkai-Don) ชั้น 6 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นอาหารญี่ปุ่นพันธุ์แท้จากสายเลือดซามูไร โดย  โทชิโนริ มิยาโมโต้ ผู้นำเข้าและจัดส่งปลา วัตถุดิบต่างๆ จากฮอกไกโดมากว่า 20 ปี ที่คัดสรรปลาดิบระดับพรีเมี่ยมแท้ๆ ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น พร้อมการันตีความเป็นหนึ่งเดียว ในความสดใหม่ รสชาติ และคุณภาพ ทั้งยังเน้นความพิถีพิถันในการปรุงอาหาร พร้อมกับเชฟที่มีประสบการณ์การทำอาหารญี่ปุ่น เหมือนกำลังแล่ปลาและปั้นซูชิสดๆ ใหม่ๆ คอยเสิร์ฟเพื่อเอาใจคนรักปลาดิบแบบคำต่อคำเลยทีเดียว และยังมีเมนูอื่นๆ ให้ได้เลือกอีกหลากหลาย คุ้มค่า คุ้มราคาความอร่อยอย่างแน่นอน

ซาว่า ออลเดย์ ไดน์นิ่ง

 ร้านซาว่า ออลเดย์ ไดน์นิ่ง (SAVA ALL DAY DINING) ร้านอาหารฟิวชั่นร่วมสมัย บนชั้น 6 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ มีเมนูหลากหลายสไตล์ตะวันออกผสมตะวันตกได้อย่างลงตัว เช่น เมนูหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้เหล้าจีน กินกับขนมปังฝรั่งเศส พะโล้มีกลิ่นเครื่องเทศหอมชวนรับประทาน หรือเมนูไทย ๆ อย่าง ปีกไก่ทอด โรยหน้าด้วย Pamesan Cheese และ Himalayan Pink Salt รสชาติอร่อยกลมกล่อม

คาเฟ่ ปิแอร์ เเอร์เม่

    ร้านคาเฟ่ ปิแอร์ เเอร์เม่ ( Le Cafe Pierre Herme) แห่งแรกในประเทศไทย เปิดแล้วที่ชั้นจี ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ลองมาลิ้มรสชาติของมาการองแบรนด์ดังระดับโลก พร้อมฉลองเวลาดีๆ ในช่วงส่งท้ายปีด้วยช็อกโกแลต Frappe Infiniment Chocolate ปั่นช็อกโกแลตชั้นดีให้เป็นเครื่องดื่มปั่นเข้มข้น Cake Praliné & Chocolate เค้กชุ่มฉ่ำด้วยเนื้อพราลีนและช็อกโกแลต และทรัฟเฟิล Truffe Chocolate ที่ยากจะห้ามใจ

คาเฟ่ ไลท์ซ บาย พาคามาร่า

  ร้าน คาเฟ่ ไลท์ซ บาย พาคามาร่า (Café Leitz by Pacamara) ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ร้านที่ยังเน้นการเสิร์ฟเมนูกาแฟในบรรยากาศสุดครีเอทีฟกับกาแฟแก้วโปรด อิ่มอร่อยคู่ครัวซองต์ทั้งคาวหวานไม่ว่าจะเป็น White Lava Croissant , Egg Ham Cheese Croissant เต็มคำกับแฮมชิ้นโตพร้อมไข่ และชีส

กินซ่า ชาบูเทน

         ร้าน กินซ่า ชาบูเทน (Ginza Shabu–Ten) ชั้น 8 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ชาบูสไตล์ญี่ปุ่นแท้ อัดแน่นความอร่อยของสุดยอดเนื้อพรีเมี่ยมที่คัดสรรส่งตรงมาจากญี่ปุ่น รสชาติหอมหวานละเอียด นุ่มจนแทบละลายในปาก เพิ่มความชุ่มของมันที่แทรกซึมกระจายเป็นลายสวยแต่ไขมันต่ำ และสดใหม่อยู่เสมอ จิ้มคู่กับน้ำจิ้มซอสงาสูตรพิเศษ รสชาติและกลิ่นที่เข้มข้น หรือจะเลือกเป็นน้ำจิ้มพอนซึ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงสูตรเด็ดของทางร้าน ละเมียดละไมไปกับความอร่อยของชาบูและเมนูอื่นๆ ที่หลากหลายไว้รองรับให้คุณได้อร่อยกับร้าน กินซ่า ชาบูเทน กันอย่างแน่นอน

นารา ไทย คูซีน

นอกจากความอิ่มอร่อยกับการคัดสรรเมนูเด็ดมานำเสนอแล้ว ทางศูนย์การค้าฯยังได้มอบความพิเศษให้กับผู้อุปการะคุณทุกท่าน อาทิ ทานอาหารครบ 1,000 บาท รับทันที น้ำแร่ธรรมชาติ Iceland Spring มูลค่า 45 บาท พิเศษเมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตซิตี้ ทานเพียง 800 บาท สำหรับสุดยอดนักทานบ่อยที่สุดรับทันที น้ำแร่ธรรมชาติ Iceland Spring ฟรี 1 ปี มูลค่า 70,200 บาท จำนวน 3 รางวัล  และสุดยอดนักทานโดยทานขั้นต่ำ 500,000 บาท  รับทริปล่าแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์ มูลค่า 300,000 บาท

เบลล่า ร็อคค่า

          พิเศษเฉพาะ สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% เมื่อทานอาหารครบ 1,000 บาทขึ้นไป หรือแลกคะแนนเพื่อรับเครดิตเงินคืนได้อีกสูงสุด 15 % และ ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ รับเพิ่มบัตรกำนัลรับประทานอาหารมูลค่า 300 บาท เมื่อทานอาหารครบตามเงื่อนไข ตั้งแต่วันนี้ถึง 5  มกราคม 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 – 269 -1000 ต่อ 2100

ลิ้มลองเมนูเด็ด “ไคเซกิ” วัฒนธรรมอาหารชนชั้นสูงจากญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/398848?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ลิ้มลองเมนูเด็ด “ไคเซกิ” วัฒนธรรมอาหารชนชั้นสูงจากญี่ปุ่น

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 – 00:00 น.
โออิชิ อีทโตะ ราเมน,นิวเยียร์มัตซึริ,ปลาเก๋าน้ำแดงอบหม้อดิน,แบรนด์ไทเชฟ,ไคเซกิ,เชฟพงษ์ธร หินราชา
เปิดอ่าน 86 ครั้ง

โปรโมชั่นจากร้านเด็ด โรงแรมดัง พร้อมอาหารหลากหลายรวบรวมไว้เพื่อนักชิม

โออิชิ อีทโตะ ราเมน

    ** โออิชิ อีทโตะ ชวนชิมผลิตภัณฑ์ใหม่ นำโดย “โออิชิ อีทโตะ ราเมน” อาหารญี่ปุ่นยอดฮิตในรูปแบบราเมนผัดแห้งพร้อมทาน มีให้เลือก 2 รสชาติ เริ่มจากรสกลมกล่อม เข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่นกับ “ไก่เทอริยากิผัดซอสนาเบะ” และเผ็ดจัดจ้านสไตล์ฟิวชั่นกับ “แฮมผัดซอสหม่าล่า” เหมาะสำหรับมื้อเร่งรีบ ราคาแพ็กละ 59 บาท ที่ เซเว่น อีเลฟเว่น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.facebook.com/OishiEato

 

เชฟพงษ์ธร หินราชา

ชุดอาหารไทย 4 คอร์ส

    ** มโนราห์ครูซ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท เชิญดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “เชฟ เทเบิ้ล โดยมาสเตอร์เชฟพงษ์ธร หินราชา” ที่สร้างสรรค์ชุดอาหารไทย 4 คอร์ส อาทิ ทั้ง ยำปลาแซลมอนและหอยเชลล์ฮอกไกโด, ซุปหางวัวหอมกลิ่นเครื่องเทศตามแบบฉบับภาคใต้, เนื้อสันนอกวากิวย่างพะแนง เป็นต้น พร้อมชมวิวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพียงท่านละ 3,200 บาทสุทธิ เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ทุ่มตรงเป็นต้นไป   สำรองที่นั่งโทร. 0-2476-0022 ต่อ 1416

วิงส์ เผ็ด เผ็ด เผ็ด วิงค์วิงค์ 

     ** เท็กซัส ชิคเก้น แนะนำเมนูใหม่! วิงส์ เผ็ด เผ็ด เผ็ด วิงค์วิงค์  ทั้ง วิงส์เผ็ด เผ็ด  3 ชิ้น ราคา 59 บาท, วิงส์เผ็ด เผ็ด  6 ชิ้น ราคา 115 บาท, วิงส์เผ็ด เผ็ด Combo ราคาชุดละ 229 บาท (วิงส์เผ็ด เผ็ด6ชิ้น + ไก่ทอด 2 ชิ้น + มันบด (กลาง) + เครื่องดื่มรีฟิล 2 แก้ว) รับสิทธิ์แลกซื้อวิงส์เผ็ดเผ็ด 2 ชิ้น ในราคาเพียง 39 บาท เมื่อซื้อชุดคอมโบชุดใดก็ได้(จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์) ลองได้แล้ววันนี้ที่ร้านเท็กซัส ชิคเก้น ทุกสาขา

เนื้อวากิวจากโคราช

    ** เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ งโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก นำเสนอเนื้อวากิวจากโคราช รังสรรค์เป็นเมนูเด่นทั้งอาลาคาร์ต และเซ็ตเมนู ตลอดเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้ อาทิ โคราชวากิวย่างถ่าน เสิร์ฟพร้อมน้ำราดพริกและใบมินต์, เนื้อสันนอกแล่เสิร์ฟกับมะเขือยาว, ซุปเนื้อสมุนไพรรสเผ็ดสไตล์อีสาน และ พะแนงเนื้อสันนอก เป็นต้น มื้อกลางวันและค่ำ สำรองที่นั่งโทร.0-2650-8800

   

ไคเซกิ

    ** ห้องอาหารญี่ปุ่นฮากิ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ชวนสัมผัส “ไคเซกิ” วัฒนธรรมอาหารชนชั้นสูงในญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเป็นลำดับขั้นตอนตามลำดับเมนูเหมือนกับอาหารชนชั้นสูงในยุโรป หัวใจสำคัญคือ “ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล และกรรมวิธีปรุงแต่งรสชาติที่ออกมาดีเยี่ยม” และวัฒนธรรมการกินของ “ไคเซกิ” เริ่มต้นจากราชวงศ์เมจิ กินเพื่อความอร่อย ใช้เวลาได้อย่างเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งรีบ เนื่องจากมีจำนวนอาหารค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งในหนึ่งคอร์สมีอาหารทั้งสิ้น 7 เมนู โดยเชฟฮิโรชิ นำเสนอ “โอมากาเซะ ไคเซกิ” ในราคา 1,199 ต่อเซ็ต ลิ้มลองรสชาติต้นตำรับแบบนี้ได้หรือถ้าติดใจรสชาติเมนูอื่นๆ ก็สามารถสั่งแยกเพิ่มเป็นเมนูจานเดี่ยวได้ตามความต้องการ มื้อกลางวัน เวลา 11:30-14:30 น. และมื้อค่ำ เวลา 18:00-22:30 น. วันนี้ถึง 24 พฤศจิกายนนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2541-1234 ต่อ 4081, 4281 หรือ อีเมล์ fb_office@chr.co.th (สำรองโต๊ะก่อนล่วงหน้า 3 วัน)

ผงโรยอาหาร

   6.แบรนด์ไทเชฟ ผู้นำด้านผงโรยอาหาร แนะนำช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ล่าสุดที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต(Gourmet Market)ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์เพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยมีผงโรยไทเชฟให้เลือกหลากหลายรสชาติ อาทิ รสบาร์บีคิว รสปาปริก้า รสกระเทียมพริกไทย รสพริกเสฉวน รสหม่าล่า รสนิวออลีนส์ รสชีส รสไข่เค็ม ฯลฯ รวมถึงชุดต้มยำกุ้ง สินค้าใหม่ล่าสุด ที่อร่อยได้ง่าย ๆ เพียงเติมน้ำร้อนก็ได้เมนูต้มยำกุ้งที่แสนอร่อย โดยสามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต(Gourmet Market)ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นอกจากนี้สินค้าไทเชฟยังมีวางจำหน่ายที่ห้างBig Cห้างแม็คโคร ทุกสาขาทั่วประเทศ และร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ หรือช็อปออนไลน์พร้อมบริการส่ง“ฟาสต์ ไทเชฟ”สั่งวันนี้ ส่งวันนี้ พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจ ที่เว็บไซต์ http://www.thychef.com, http://www.lazada.co.thหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2968-3723-6, FB:ThyChef, ID Line: @thychef

ปลาเก๋าน้ำแดงอบหม้อดิน

  7. ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียรกรุงเทพ ถนนสุรวงศ์ เสิร์ฟเมนูอาหารจีนรสเลิศให้คุณได้ลิ้มลอง “ปลาเก๋าน้ำแดงอบหม้อดิน” ปลาเก๋าชิ้นอวบนุ่มละมุนลิ้น ราดด้วยน้ำสต๊อกสูตรดั้งเดิมปรุงรสอย่างพิถีพิถัน หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟในหม้อดินร้อนๆ รับประกันสูตรเด็ดรสกลมกล่อมเข้มข้นโดนใจ เชิญมาสัมผัสรสชาติความอร่อยได้ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.0-2233 – 7060 ต่อ 5103

เมนูอร่อยจากเซ็น

   8.ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น ชวนคุณมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข “News Year Matsuri” พบกับ 6 เมนูสุดพิเศษ ได้แก่ นิวเยียร์มัตซึริ, ล็อบสเตอร์ซาซิมิ, ชุดแซลมอนรวมคัมไป, ข้าวผัดมันปูคานิมิโสะ, โนริห่อข้าวโอโทโร่สับ และคุชิยากิเซต ที่รังสรรค์เพื่อมาเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 มกราคมนี้ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น ทุกสาขา สอบถาม http://www.facebook.com/Zenjapaneserestaurant/I

แซบซี้ดอร่อยหรูปูดองขึ้นห้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/399011?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

แซบซี้ดอร่อยหรูปูดองขึ้นห้าง

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 – 15:15 น.
ปูดอง,ปูดองอันยอง,ปูดองอันยอง HAVE A SAET,อันยองฮอทดอก,หอยแครงชุบน้ำปลาร้า,แซลมอนดองซีอิ๊วเกาหลี
เปิดอ่าน 113 ครั้ง

เปิดสาขาแรกให้นั่งอร่อยกันได้ภายในร้าน @ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว 

หลังจากฮอตฮิตติดลมบนจนเป็นที่กล่าวขานไปทั่ววงการอาหาร กับความแซบซี้ดของปูดองสไตล์เกาหลีแต่รสชาติจี๊ดจ๊าดแบบไทย จนยอดการเดลิเวอรี่ “ปูดองอันยอง” พุ่งกระฉูดทั้ง 10 สาขา และเมื่อไม่นานนี้ ก็ได้ฤกษ์เปิดสาขาที่ 11 ในชื่อ “ปูดองอันยอง HAVE A SAET” ซึ่งเป็นสาขาแรกที่มีโต๊ะให้นั่งอร่อยกันได้ภายในร้าน ตั้งอยู่บริเวณชั้นจี เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา โชว์อันยองฮอทดอก

อันยองฮอทดอกทั้ง 3 แบบ

ปูทะเลไข่ดองซีอิ๊วเกาหลี

น้ำจิ้มทั้ง 4 สูตร

“จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน บอกว่า ในเรื่องความแซบของปูทะเลไข่ดองสไตล์เกาหลีทั้งแบบดองซีอิ๊วและดองน้ำปลาที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน พร้อมด้วยน้ำจิ้มทั้ง 4 สูตร คือ ซีฟู้ดมะนาวสวน ซีฟู้ดน้ำปลาร้า ซีฟู้ดวาซาบิ และซีฟู้ดมัสตาร์ด ยังคงความฟินเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมเฉพาะสาขานี้ก็มีอีกหลายรายการด้วยกัน ที่อยากแนะนำก็อย่าง อันยองฮอทดอก ฮอทดอกทอดร้อนๆ สไตล์เกาหลี เมนูกินเล่นง่ายๆ ที่ทางร้านคิดสูตรขึ้นเอง โดยตั้งใจทำเพื่อให้ลูกค้าวัยทีนได้ลิ้มรสความอร่อยในราคาจับต้องได้ แต่ทำไปทำมากลับถูกอกถูกใจของทุกวัย เมนูนี้ด้านในจะเป็นมอสซาเรลล่าชีสและไส้กรอก ชุบด้วยแป้งขนมปัง ส่วนด้านนอกสุดมี 3 แบบให้เลือกคือ แบบออริจินัลชุบด้วยเกล็ดขนมปัง ชุบมาม่ากรุบกรอบ และชุบมันฝรั่งอารมณ์คล้ายกับกินเฟรนช์ฟราย ความเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มมีให้เลือกถึง 4 แบบ คือ คัทชอป มันม่วงวาซาบิ สไปซี่มาโย และฮันนี่มัสตาร์ด ใครชอบแบบไหนเลือกใส่กันตามใจชอบ หรือจะลองทั้ง 4 แบบก็ไม่ผิดกติกา แนะนำให้กินตอนกำลังร้อนๆ รับรองว่าชีสเยิ้มๆ จะทำให้ฟินกันได้แบบสุดๆ ไปเลยล่ะ

โจรขโมยข้าว

หอยแครงชุบน้ำปลาร้า

แซลมอนดองซีอิ๊วเกาหลี

          อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ตอบโจทย์และไม่ควรพลาดต้องยกให้ โจรขโมยข้าว เป็นจานขายดีมากๆ ใครมาก็ต้องสั่งโดยเฉพาะคนที่อยากกินปูดองแต่ไม่อยากแกะให้เลอะเทอะ ภายในถ้วยอัดแน่นไปด้วยความอร่อยจากปูดองซีอิ๊วเกาหลีบนข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยไข่ดองและสาหร่ายกรอบเกาหลี คนที่ชอบกินเนื้อปูแนะนำให้เลือกปูม้า ส่วนใครชอบไข่เยิ้มๆ ก็ต้องเบนเข็มไปที่ปูทะเล แม้ว่าราคาจะขยับขึ้นไปอีกนิดแต่ทางร้านการันตีว่าอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำแน่นอน หรือถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์จากปูบ้าง ทางร้านก็มีช้อยส์อื่นๆ ให้เลือก อาทิ หอยแครงชุบน้ำปลาร้า มีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น โดยทางร้านเลือกใช้หอยแครงไซส์ใหญ่เนื้อหวานกรอบลวกมาแบบไม่สุกมากนัก แต่หากใครชอบความสุก แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถแจ้งทางร้านได้เลย นอกจากนี้ยังมี แซลมอนดองซีอิ๊วเกาหลี ซึ่งอารมณ์ก็คล้ายๆ กัน เนื้อแซลมอนเด้งดึ๋ง เหมือนกินเยลลี่แช่มาในน้ำปลาร้า รสชาติออกมันๆ เค็มๆ ในส่วนของน้ำจิ้มก็สามารถเลือกสูตรได้ตามใจชอบอีกเช่นกัน

เซตชาบู

ชาบูน้ำซุปมันปู

         ความอร่อยถัดมาคือ ชาบู สั่งมาซดร้อนๆ ให้คล่องคอ ความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปมีให้เลือก 2 แบบ คือ น้ำซุปกิมจิ และน้ำซุปมันปู ที่ได้รับความนิยมมากๆ รสชาติออกหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ กลมกล่อมลงตัวทีเดียว ในส่วนของผักและเนื้อสัตว์มีให้เลือกคือ ชุดเนื้อหมูปลอดสาร ชุดเนื้อวัวออสเตรเลีย และชุดซีฟู้ดจากท้องทะเล แต่ละชุดประกอบด้วยผัก เต้าหู้ขาว เส้นมาม่า และเนื้อสัตว์อีก 2 จานให้เลือก แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน จะเลือกเป็นแจ่วปลาร้า หรือแจ่วกะปิก็แล้วแต่ชอบ ต้องบอกอีกนิดว่าชาบูของที่นี่เสิร์ฟมาแบบหม้อเล็กๆ กะทัดรัดมาคนเดียวก็อร่อยได้

          สิบปากว่าคงไม่เท่าได้สัมผัสเอง อยากฟินให้สุดก็แวะไปลองกันได้ ร้านอยู่บริเวณชั้นจี เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงครึ่งไปจนถึง 3 ทุ่ม ถึงแม้ว่าร้านจะไม่คับแคบสามารถนั่งได้สบายๆ กว่า 20 ที่นั่ง แต่ช่วงเย็นของทุกวันคนค่อนข้างเยอะ ยิ่งเป็นวันหยุดถึงขั้นต้องต่อคิวกันทีเดียว ดังนั้นหากตั้งใจไปกินแล้วไม่อยากเสียอารมณ์ แนะนำให้ยกหูไปจองก่อนที่เบอร์ 08-8249-2288

Sri Lanka’s celebrated Ministry of Crab sidles into Bangkok

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30378335?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Sri Lanka’s celebrated Ministry of Crab sidles into Bangkok

Nov 14. 2019
By THE NATION

925 Viewed

New to the Thai dining scene if not the actual government, award-winning Sri Lankan seafood restaurant chain Ministry of Crab will open a branch in Bangkok on December 1.

Anticipating keen interest, the outlet will start accepting reservations on Saturday (November 16).

Founded in Colombo in 2011 by chef Dharshan Munidasa and cricket legends Mahela Jayawardene and Kumar Sangakkara, Ministry of Crab was soon drawing hordes of seafood fanciers with its mud crabs and king prawns.

It has been listed among Asia’s 50 Best Restaurants since 2015, claiming 35th position this year and No 1 in Sri Lanka itself.

The Bangkok branch in the Sam-ed Building on Sukhumvit Road Soi 31 promises “no-frills, casual and spontaneous” dining in a colonial-style setting inspired by the Colombo flagship.

The two-storey restaurant will have an open kitchen and seating for 30 on the ground floor and an upstairs bar with room for 56 more guests.

The mud crab comes in different-sized portions, ranging from half a kilogram to the 2kg Crabzilla, which can be enjoyed in the form of Pepper Crab, Garlic Chilli Crab or other styles.

You can get a half-dozen black tiger prawns or the 600g Prawnzilla.

The menu will also feature chicken curry rice, oyster sixers and clams.

Check out www.ministryofcrab.com/bangkok or phone (098) 598 6554.

Email: Reservations.bkk@ministryofcrab.com

FB: ministryofcrabbangkok

IG: ministryofcrab.bkk

 

Ministry of Crab Bangkok front perspective

Okura Prestige’s Elements wins Michelin Star for third year running

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30378275?utm_source=bottom_relate&utm_medium=internal_referral

Okura Prestige’s Elements wins Michelin Star for third year running

Nov 12. 2019
By THE NATION

531 Viewed

The Okura Prestige Bangkok announced that the hotel’s Elements restaurant has been awarded a Michelin Star for the third consecutive year.

Elements has developed a reputation for serving finely prepared gourmet French cuisine with seasonal Japanese influences, according to a press release from the hotel. “The restaurant’s menu is refreshed regularly to take full advantage of the freshest available produce from carefully selected international markets,” it said.

“Receiving a Michelin Star is a great honour for us, as a restaurant does not automatically maintain its Michelin rating, we have to earn it each year,” Okura Prestige general manager Niek Hammer said. “The fact that Elements has maintained their star means the efforts the restaurant and kitchen brigades deliver daily is recognised and that is a great reward for their work. We will continue striving for the best quality and even focus on increasing the level.”

Elements was ranked one of the top 5 best restaurants in the country by luxury lifestyle magazine Thailand Tatler at the Thailand Tatler Best Restaurants Dining Guide Awards 2017 and earned a spot in BK Magazine’s Top Tables Bangkok 2019 listing.

The recognition received from these respected publications reflects its commitment to enhancing guests’ dining experience at Elements based on the spirit of “Kaizen”, a key part of the company’s Vision & Mission, the hotel said.

One of only 29 Bangkok restaurants to receive a Michelin Star in the third edition of the 2020 Michelin Guide Thailand, Elements “represents new generation lifestyle dining where East meets West with classic ease”.

The restaurant “provides outstanding cuisine in a relaxed and informal atmosphere with the added attraction of an open kitchen that gives diners an up close and personal feel for the skills and expertise of the chefs who create culinary theatre at the very heart of the restaurant”, the hotel added.

“Earning a Michelin Star is a magnificent accolade for Elements,” said chef de cuisine Hans Zahner. “Not only is it recognition of the hard work of our culinary team and front-of-house staff, but it is also confirmation of the skill and commitment of our culinary team in delivering dishes of a consistently high quality.”

Related story: Thai restaurants R-Haan, Sorn bag two Michelin Stars

Chef Hans Zahner

Chef Hans Zahner

A feast of fusion

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30378263?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

A feast of fusion

Nov 12. 2019
By The Nation

660 Viewed

Dynasty restaurant at Centara Grand at CentralWorld has just expanded its menu and is now offering a range of new signature dishes incorporating fish, seafood and imported meats from all over the world.

Chef Kongsun Sae-Liang and his team are behind the updated menu, which includes not-to-be-missed mains like Mongolian chicken; Roasted chicken Peking style; Charcoal roasted Cantonese lacquered Wagyu prime rib; Grilled Australian lamb chops with Arabica sauce; Charcoal roasted Cantonese lacquered US Kobe short rib and Grilled lamb chops with Cantonese sauce.

Other highlights include Mexican abalone with shiitake in brown sauce and Japanese abalone and fish maw soup. Seafood lovers should try the delicate snow fish (either grilled with sake sauce or steamed with honey), as well as stir-fried mud crab and Maine Lobster

Dynasty’s new signature dishes can be enjoyed together with any of our other a la carte dishes, with a dim sum buffet or as part of a set lunch and dinner.

Italian Cuisine Week to feature healthy, scrumptious fare, country’s best wines, opera

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30378248?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Italian Cuisine Week to feature healthy, scrumptious fare, country’s best wines, opera

Nov 11. 2019
By THE NATION470 Viewed

The Italian Embassy, in collaboration with the Thai-Italian Chamber of Commerce, the Italian Trade Agency and the Italian Board of Tourism, is bringing to Thailand the 4th edition of the Week of Italian Cuisine in the World, based on this year’s theme, “Food Education: a Taste of Culture”.

“From November 19 to 29, several activities will take place in Thailand, offering a unique opportunity to share some great, healthy culinary with food lovers,” a statement said.

The Ospitalità Italiana Award Ceremony on November 19 at Gaysorn Urban Resort will mark the official opening of Italian Cuisine Week.

The gastronomic event will recognise and certify authentic Italian restaurants in Thailand and showcase new food products from Italy.

The president of ALMA, the prestigious Italian International School of Cuisine in Colorno, Parma province, will be a special guest for the evening.

In the course of Cuisine Week, dedicated menus will be presented by 20 top-notch Italian restaurants in Thailand – Gianni Ristorante, Galleria Milano, Mio Food&Art, Peppina, Enoteca, Italian Osteria, Brunello, La Scarpetta, Il Bolognese, Appia, Rossano’s and La Scala in Bangkok; Portofino, Acqua, Rossovivo, La Carbonara and Bocconcino in Phuket; Da Antonio in Chiang Mai; Acquapazza in Pattaya; and Pepenero in Koh Samui.

If you wish to taste Italy’s best wine with internationally acclaimed wine critic James Suckling, head to a grand tasting event on November 27 at Grand Hyatt Erawan – Bangkok’s largest premium Italian wine event showcasing more than 100 Italian producers handpicked by Suckling himself at a walk-around tasting, the statement added.

You can also go on a Sicilian journey with chef Martina Caruso’s menu at Sheraton Grande Sukhumvit Bangkok on November 22-23 and at Banyan Tree Phuket on November 29-30. Caruso recently won the Michelin Female Chef Award 2019.

Cuisine Week will conclude on November 29 with a charity gala dinner followed by a live opera concert, “The Taste of Music 2019”, at the Mandarin Oriental.

And for the first time in Thailand, a rare museum copy will be displayed of the Codex of the Flight of Birds by Leonardo da Vinci on the occasion of the 500th anniversary of the passing of the Italian genius.

For tickets, visit lalice@bromsgrove.ac.th.

For further information, contact: ufficioculturale.bangkok@esteri.it.

“ฮอทพอท” คือรางวัลหลังลุยงานหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/397719?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ฮอทพอท” คือรางวัลหลังลุยงานหนัก

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 – 06:00 น.
อาหาร,อานัม,ฮ่องกง,ฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร,ฮอทพอทสไตล์ฮ่องกง,หม้อไก่ผัด,ชุดข้าวต้มอานัม,บะหมี่ไข่ผัดอานัม,ยำไข่เยี่ยวม้า,ข้อไก่ทอด,วาฟเฟิลฮ่องกงไข่เค็ม,ชานมฮ่องกง
เปิดอ่าน 223 ครั้ง

“ฝ้าย” เวฬุรีย์ เป็นคน “เวิร์กฮาร์ท” และ “เอ็นจอยอีทติ้ง”และจบที่ “อา นัม” (AH NAM) ฮอทพอทสไตล์ฮ่องกง

หลายคนมีวิถีในการให้รางวัลตัวเองหลังจากลุยงานหนักๆ บ้างเลือกนอน ช็อป ท่องเที่ยว กินของอร่อย เช่นเดียวกับนักแสดงสาวสังกัดช่อง 8 “ฝ้าย” เวฬุรีย์ ดิษยบุตร ซึ่งขณะนี้กำลังมีผลงานละครเรื่อง “เล่ห์รัญจวน” ออนแอร์อย่างเข้มข้น โดยเจ้าตัวเล่าว่า เป็นคนหนึ่งที่ “เวิร์กฮาร์ท” และ “เอ็นจอยอีทติ้ง” คือหลังจากทุ่มเทพลังกายให้แก่งานแสดงอย่างเต็มที่แล้ว มักจะหาร้านอาหารอร่อยรับประทานเป็นการให้รางวัลตัวเอง โดยอาหารที่ชื่นชอบก็มีหลากหลายกันไป อยู่ที่ในวันนั้นๆ จะอยากกินอะไร ไล่ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงหรูหราระดับติดดาวมิชลิน ภายใต้กติกา (ของตัวเอง) เล็กๆ ว่าขอเน้นอาหารประเภทโปรตีนและผักเยอะๆ ดังนั้นบ่อยครั้งจึงมาจบที่ร้าน “อา นัม” (AH NAM) ฮอทพอทสไตล์ฮ่องกง เพราะเบ็ดเสร็จในคราวเดียวทั้ง ผัด ต้ม

     

“ฝ้าย” กางเมนูก่อนนะคะ

      พูดถึงความอร่อยที่เกิดขึ้นในร้าน “อานัม” (AH NAM) บริเวณชั้น 2 เจ อเวนิว ทองหล่อ ตกแต่งด้วยโทนสีแดงให้มีบรรยากาศเหมือนกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ฮ่องกง ที่มาพร้อมกับเมนูสุดพิเศษในชุดฮอทพอท แบ่งออกเป็น 3 รายการ ได้แก่ หม้อไก่ผัด, หม้อหมูผัด และหม้อทะเลผัด โดยแต่ละแบบมีสองขนาดให้เลือก ไซส์เล็กสำหรับมาสองคน และไซส์ใหญ่สำหรับ 3-4 คน ส่วนขั้นตอนความอร่อยนั้นแบ่งออกเป็น 3 สเต็ป ฟังดูเหมือนยุ่งยากแต่จริงๆ แล้วสะดวกสบายเบ็ดเสร็จในหม้อเดียว ซึ่งหลังจากกางเมนูดูรายการอาหารแล้วนางเอกสาว “ฝ้าย” เวฬุรีย์ ขอเลือกชุด “หม้อไก่ผัด” ด้วยเหตุผลว่าไม่รับประทานเนื้อวัว และที่สำคัญ “หม้อไก่ผัด” คือสูตรต้นตำรับ

ชุด “หม้อไก่ผัด” พร้อมชุด “หมูฮอทพอท”

พื่อความอร่อย “ฝ้าย” ขอลงมือผัดเองนะคะ

     แล้วความอร่อยสเต็ปที่ 1 ก็เริ่มต้นจากพนักงานเสิร์ฟนำกระทะซึ่งบรรจุไก่ผักซอสเสฉวนตั้งเตาที่โต๊ะเพื่อให้ลูกค้าปรุงรสชาติตามต้องการ เมื่อกระทะร้อนได้ที่จึงผัดไก่อีกรอบให้เข้ากัน โดยสามารถเติมพริกและซอสเพิ่มตามความต้องการ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ “เส้นไข่” ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มีส่วนประกอบจากไข่ไก่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แป้งแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะนุ่ม และไม่อืดแล้ว ยังจัดอยู่ในจานสุขภาพด้วยจ้า…

งานต้ม “ฝ้าย” ก็ถนัดมากค่ะ

    หลังจากลิ้มรสหม้อไก่ผัดไปพอประมาณ เราพร้อมใจเข้าสู่ความอร่อยในขั้นตอนที่ 2 จะเป็นในส่วนของ “ฮอทพอท” ซึ่งจะมีการเทน้ำซุปลงไปในหม้อผัดไก่ โดยน้ำซุปจะไปผสมกับตัวซอสผัดไก่ทำให้ได้รสชาติน้ำซุปแบบเข้นข้น ระหว่างที่รอน้ำซุปเดือด สามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานชุดฮอทพอทแบบไหนดี มีให้เลือกทั้ง ชุดเนื้อ ชุดหมู และชุดทะเล ในจุดนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากไก่มาสู่ “ชุดหมู” กันบ้างซึ่งก็มีทั้ง หมูสันคอ, หมูสันนอก, หมูนุ่ม ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคือ ฟองเต้าหู้ทอด กับ หมูเด้ง ถือเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีสารพัดผัก อาทิ ผักบุ้ง, ผักกาดขาว, เห็ดเข็มทอง, เห็ดออรินจิ ฯลฯ ให้เลือกสำหรับคนที่อยากจะเก็บท้องไว้สำหรับสเต็ปต่อไป

โรยสาหร่ายเสร็จแล้วก็จะได้ข้าวต้มสุดเข้มข้น

     และสำหรับในส่วนขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการนำข้าวลงไปผัดรวมกับน้ำชาบู เรียกว่า “ชุดข้าวต้มอานัม” โดยเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวสวย ไข่ไก่ดิบ และสาหร่าย จากนั้นให้นำข้าวลงไปผัดกับน้ำซุปตามด้วยไข่ดิบ ผัดข้าวกับน้ำซุป 2-3 นาที จะให้ข้าวแห้ง หรือแฉะๆ ก็เลือกเอา จากนั้นจึงโรยสาหร่ายให้ทั่ว เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอนลุยตักใส่ปากโลด

    อยากที่บอกว่า “อา นัม” ไม่ได้มีดีแค่ ฮอทพอท แต่ยังมีเซตอาหารจานเดียวสำหรับหนุ่มสาวที่ต้องการแวะเวียนไปชิม ได้แก่ ข้าวผัดอานัม และ บะหมี่ไข่ผัดอานัม เสิร์ฟพร้อมชานมฮ่องกง สำหรับจานนี้เป็นตัวเดียวกับ หม้อไก่ผัด โดยรสชาติความเข้มข้นไม่แตกต่างกัน เพียงแค่ลดไซส์ลงมาเสิร์ฟสำหรับรับประทานคนเดียว

ยำไข่เยี่ยวม้า

ข้อไก่ทอด

     นอกจากนี้ยังมีจานกินเล่น จานเรียกน้ำย่อย อย่าง ยำแตงกวา, เนื้อชุปแป้งทอด, ข้อไก่ทอด, คะน้าน้ำมันหอย, ผักกาดแก้วน้ำมันหอย, ยำไข่เยี่ยวม้า, ปาท่องโก๋ชุปแป้งทอด, ปลาหมึกทอด และหนังไก่ทอด…สำหรับรางวัลที่ “ฝ้าย” เวฬุรีย์ เลือกให้ตัวเองในวันนี้ คือ ยำไข่เยี่ยวม้า แม้ว่ารสชาติจะไม่จัดจ้านเหมือนยำบ้านเรา แต่ความเผ็ดซ่าเล็กๆ ของหมาล่า และความหอมของเครื่องปรุง ก็ทำให้เราตักใส่ปากเพลินๆ จนหมดจานในเวลาเพียงไม่นาน เช่นเดียวกับ “ข้อไก่ทอด” กรุบกรอบไม่อมน้ำมัน จึงไม่ทำให้คนรักษาสุขภาพลำบากใจในการตักใส่ปากเคี้ยว

วาฟเฟิลฮ่องกงไข่เค็ม กับชานมฮ่องกง

     ต่อด้วยของหวานกับ “วาฟเฟิลฮ่องกงไข่เค็ม” บอกเลยว่าเด็ดไม่แพ้กัน ด้วยตัวขนมรังผึ้งมีความกรอบนอกนุ่มใน ราดมาด้วยซอสไข่เค็มแบบฉ่ำๆ ตัวซอสมีความหอมของไข่เค็ม และมีความหวานนัวๆ เมื่อกินร่วมกับขนมรังผึ้งจะได้กลิ่นหอมวานิลลาจากตัวแป้ง บอกเลยว่าเมนูนี้ละมุนละไมมาก

แฮปปี้มากๆ ค่ะ

     ส่งท้ายด้วยเครื่องดื่ม “ชานมฮ่องกง” สูตรเฉพาะของทางร้าน พิเศษตรงที่ชานมมีความหอมไม่หวานเกินไป สัมผัสได้ถึงความเป็นชาแท้ๆ ทางร้านจะมีให้เลือกทั้งชานมฮ่องกงร้อน ชานมฮ่องกงเย็น แนะนำให้เลือกแบบเย็นค่ะจะฟินมากกกกก

     ร้าน “อา นัม” (AH NAM) ฮอทพอทสไตล์ฮ่องกง เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. โดยจะเปิดรับออเดอร์สุดท้ายเวลา 21.30 น. ถ้าจะสอบถามรายการโปรโมชั่นหรือว่าจะจับจองโต๊ะนั่งโทรศัพท์ไปได้ที่หมายเลข 0-2136-4069