ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง น้ำจิ้มมะนาวท่ายาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388391?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง น้ำจิ้มมะนาวท่ายาง

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 06:58 น.
ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย,ท่ายาง
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย-อ.ไชยแสง กิระชัยวณิช

            บ้านน้ำทรัพย์ คาวบอยวิลเลจ มรดกพ่อ ร.๙ 

          ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงห่วงใยชีวิตชาวไทยทุกพื้นที่ ทรงศึกษาแผนที่หาทางกักเก็บน้ำจากยอดเขาพะเนินทุ่งเอาน้ำมาให้เกษตรชาวเพชรบุรี-หัวหิน เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มีพระราชดำริให้สร้างเขื่อนแก่งกระจาน ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสร้างพลังงานไฟฟ้าปีละ 70 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งไฟฟ้าไปทั่วเพชรบุรี-หัวหิน

             ชาวเพชรบุรีเริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำกินที่หมู่บ้านน้ำทรัพย์ ใช้น้ำจากเขื่อนแก่งกระจานทำเกษตร ปลูกข้าวโพด ฝ้าย มะนาว 30 ปีที่แล้วถนนจากเพชรเกษม เข้าท่ายางมาบ้านน้ำทรัพย์ยังไม่มี ต้องใช้ม้าขี่เข้าออก ขนเครื่องอุปโภคบริโภคมาใช้ในหมู่บ้าน ในหลวงรัชาลที่ ๙ จึงให้หน่วยราชการ ทหารเพชรบุรี เข้ามาช่วยชาวบ้านน้ำทรัพย์ พัฒนาให้เป็นหมู่บ้านพระราชดำริ

            ชูชาติ วรรณขำ ผู้ใหญ่บ้านน้ำทรัพย์เล่าให้ฟังว่า หลังจากหน่วยราชการพี่น้องทหารหาญเข้ามาช่วยทำให้ชีวิตชาวบ้านน้ำทรัพย์พออยู่ได้กับพืชผลทางการเกษตรและการเลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริม จึงเกิดความคิดที่จะทำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ รวบรวมกลุ่มชาวบ้านน้ำทรัพย์ ประชุมกันว่าเราจะทำอะไรให้มีจุดเด่น

             ชาวบ้านน้ำทรัพย์นำม้าที่เคยขี่เข้าเมืองท่ายางมาพัฒนาเป็นหมู่บ้านคาวบอยวิลเลจ สร้างที่พักโฮมสเตย์ เต็นท์กลางแจ้ง ริมน้ำแก่งกระจาน เอาวิถีชีวิตชาวบ้านมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ให้ครอบครัวจากทั่วประเทศ พาลูกหลานมาช่วยกันทำนา ปลูกผัก เลี้ยงไก่ จับปลา เอามาทำอาหารกินกัน เป็นความสุขที่นักท่องเที่ยวทุกครอบครัวทุกกลุ่มอาชีพได้สัมผัสดินและดาว

             ที่สำคัญคือจะพาทุกคนเข้าชมนกเงือกที่มีอยู่เพียง 50 ตัว ทั้งป่าแก่งกระจาน ขณะนี้ชาวบ้านน้ำทรัพย์ช่วยฟื้นฟูป่าไม้สร้างรังให้นกเงือกมา 13 ปี ทำให้นกเงือกเพิ่มขึ้นถึง 150 ตัว ใครมาเที่ยวบ้านน้ำทรัพย์จะได้ช่วยกันทำรังให้นกเงือกอยู่ ขี่ม้าคาวบอยริมแก่งกระจาน กินอาหารอร่อย ต้มยำไก่ประดู่หางดำ กุ้งเขื่อนแก่งกระจาน ปลานิลทอดกระเทียม ติดต่อโทร.09-2610-4835

ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง น้ำจิ้มมะนาวท่ายาง

             อ.ท่ายาง ขับรถถึงบ้านน้ำทรัพย์ คาวบอยวิลเลจ อ.แก่งกระจาน ห่างกัน 20 กม. จากสามแยกไฟแดงถนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองท่ายาง มีขนมหม้อแกง ทองม้วน ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น-เนื้อตุ๋น ผัดไทยอร่อยหลายร้าน ตลาดเช้ามีของสดจากเขื่อนแก่งกระจานออกมาขาย โดยเฉพาะมะนาวท่ายางรสเปรี้ยวหอม ยังมีทุเรียนหมอนทองจากเกาะในเขื่อนแก่งกระจาน อร่อยแต่ราคาแพงมาก

              เจ้บ่วย ทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยขายอยู่ในตลาดท่ายางมา 15 ปี เลี้ยงลูกจนเรียนจบ อรัญ ขวัญเมืองแก้ว ลูกชายไปเป็นเซลล์แมนขายเส้นหมี่ไวไว ติดรถตระเวนไปขายเส้นหมี่ทั่วประเทศ จนเกิดความเหนื่อยอยากกลับบ้านมาช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แต่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อขายได้เฉพาะเช้าถึงบ่าย สองแม่ลูกจึงคิดทำก๋วยเตี๋ยวขายช่วงกลางคืน เป็นก๋วยเตี๋ยวรสแปลกออกไป

            ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง เป็นคำตอบสุดท้ายของอรัญกับเจ้บ่วย อรัญเข้าไปสำรวจตลาดเมืองเพชร ถ้าใช้ปลากะพงลวกแล้วเนื้อเละ ปลาเก๋าตัวใหญ่หัวกระดูกใหญ่มาก ได้เนื้อปลาเก๋านิดเดียว อีกทั้งคนเมืองเพชรไม่นิยมต้มหัวกระดูกปลาเก๋า จนได้ปลาเก๋าตัวเล็กเป็นปลาประมงชายฝั่ง ทะเลอ่าวไทยฝั่งเพชรบุรีมีปลาเก๋าชุกชุม ราคาไม่แพงมากพอเอามาลวกใส่ก๋วยเตี๋ยวได้

            อรัญสั่งแม่ค้าปลาเพชรบุรี แล่เนื้อปลาเก๋าตัวละ 2 ชิ้น เลาะเอาหนังปลาออกให้หมดเหลือแต่เนื้อปลาล้วนๆ ใช้เนื้อปลาเก๋าลวกใส่ก๋วยเตี๋ยว เพิ่มลูกชิ้นปลา ฮือก๊วย เกี๊ยวปลา ขายชามละ 40 บาท พิเศษใส่เนื้อปลาเก๋า 2 ชิ้น 50 บาท พิเศษสุดใส่เนื้อปลาเก๋า 3 ชิ้น 60 บาท กินให้อิ่มชามเดียว แล้วเพิ่มข้าวต้มปลาเก๋า ให้ลูกค้าสั่งกินได้อิ่มใจ

             บุ๋ม ลูกสะใภ้ทำหน้าที่ต้มกระดูกหมูทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า เจ้บ่วยคิดสูตรทำน้ำจิ้ม ใช้เต้าเจี้ยวตราเด็กสมบูรณ์ กระเทียมไทย พริกขี้หนู น้ำตาล และใช้มะนาวท่ายางใส่ผสมรวมกันทำน้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวปลาท่ายาง น้ำจิ้มจึงหอมกลิ่นมะนาว ช่วยให้เนื้อปลาเก๋าชายฝั่งอร่อยยิ่งขึ้น ปลาเก๋าตัวเล็กเนื้อไม่แข็งเหนียวมาก เวลาเคี้ยวเนื้อจะหวานติดปลายลิ้น จึงอร่อยกว่าปลาเก๋าตัวใหญ่

             ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง ขายตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มทุกวัน แม่มะลิกับน้องชายขับรถตู้ฮุนไดกลับมาจากบ้านนครศรีธรรมราช ถึงสามแยกท่ายางเลี้ยวรถเข้าไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า สั่งข้าวต้มปลาเก๋าให้แม่ฟอง อายุ 100 ปี นั่งกินบนรถ แม่มะลิเล่าว่าถึงร้านเจ้บ่วยห้าโมงกว่า เดี๋ยวเดียวลูกค้ามานั่งเต็มร้าน ต้องรอก๋วยเตี๋ยวข้าวต้มปลาเก๋าช้าไปด้วย

            เจ้บ่วย เล่าว่า ลูกค้าที่มากินก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า ส่วนใหญ่ขับรถมาจากเมืองเพชรบุรี ชาวใต้ตั้งแต่หัวหินปราณบุรีถึงนราธิวาส ผ่านมาถึงท่ายางเย็นๆ จะแวะจอดรถกินก๋วยเตี๋ยวข้าวต้มปลา อิ่มแล้วตีรถเข้ากรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษเท่านั้น ทำให้ต้องขยายก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าไปเปิดสาขาใหม่ที่หัวหินติดกับสำนักงานองค์การโทรศัพท์หัวหิน เนื้อปลาเก๋าเครื่องปรุงส่งมาจากร้านท่ายาง

            ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง อยู่ในเมืองท่ายางเป็นบ้านไม้หลังเก่าๆ หาง่าย ที่จอดรถหน้าร้าน โทร.0-3243-7666, 08-1919-1909

ครัวลอยฟ้า ก๋วยเตี๋ยวปลาท่ายาง

บุ๋ม ลูกสะใภ้เจ้บ่วย ทำหน้าที่ต้มกระดูกหมู ทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า ลวกเนื้อปลาเก๋าไม่ให้มีกลิ่นคาว ได้ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเนื้อนุ่ม น้ำซุปหอมอร่อย

 เครื่องปรุง

 1.กระดูกเอียเล้ง 3 กก.

 2.รากผักชี-กระเทียม-พริกไทย 1 ถ้วย

 3.เนื้อปลาเก๋าผ่าซีก 10 ตัว

 วิธีทำ

 1.ใส่กระดูกรากผักชีกระเทียมพริกไทยลงต้มกับน้ำเคี่ยว 3 ชั่วโมงให้ได้น้ำซุป

 2.นำเนื้อปลาเก๋าลงลวกให้ความหวานจากเนื้อปลาละลายอยู่ในน้ำซุป

 3.ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวในน้ำธรรมดาแล้วใส่ชามใส่เนื้อปลาเก๋าลูกชิ้นปลาฮือก๊วยเกี๊ยวปลา

 4.ตักน้ำซุปราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋ารสเลิศ

 ต้องไปกินที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ราคาไม่แพง เนื้อปลานุ่มอร่อย

ภาพ 1.ภาพ Lead น้ำทรัพย์1 2.ภาพ Lead น้ำทรัพย์2 3.ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าท่ายาง

ภาพ 4.เนื้อปลาเก๋าชายฝั่ง 5.ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อปลาเก๋า 6.เนื้อปลาเก๋าลวกจิ้ม

ภาพ 7.ข้าวต้มปลาเก๋า 8.เกาเหลาเนื้อปลาเก๋าลูกชิ้นปลา 9.เส้นใหญ่เนื้อปลาเก๋าเกี๊ยวปลา 10.เย็นตาโฟเนื้อปลาเก๋า 11.ครัวลอยฟ้า ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า

ส่งตรงขบวนอาหารคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388193?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส่งตรงขบวนอาหารคุณภาพ

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 06:00 น.
สยามฟูด ดิสคัฟเวอรี่ แบงคอก,สยามฟูด เซอร์วิส,สรวิศ แสงวณิช,โซนเบเกอรี่ คาเฟ่,เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป,อาหารทะเล,โซนอาหารญี่ปุ่น,อาหาร
เปิดอ่าน 12 ครั้ง

ยกขบวนสินค้ากว่า 2,000 รายการ ใน 7 กลุ่มสินค้า มายั่วนักชิม

หากพูดถึงการนำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าอาหารสดและอาหารแช่แข็งคุณภาพพรีเมียม รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ในประเทศไทย คงต้องยกให้ “สยามฟูด เซอร์วิส” ผู้นำด้านธุรกิจอาหาร ล่าสุดได้จัดงาน “สยามฟูด ดิสคัฟเวอรี่ แบงคอก” เฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำในการให้บริการด้านอาหารที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าธุรกิจอาหารในประเทศไทย โดยมีแขกเหรื่อ พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานคับคั่ง ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

   

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป

     ปรียดา ศรีพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด เผยว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี สยามฟูดฯ ซึ่งปัจจุบันนำเข้าสินค้ากว่า 70 แบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ สินค้ามากกว่า 2,000 รายการ ใน 7 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป, อาหารทะเล, ผลิตภัณฑ์จากนม, ผักและผลไม้, ผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง, ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และผลิตภัณฑ์ผงสำหรับทำน้ำซุป เพิ่มกลิ่น และรสชาติ นอกจากนี้ยังพัฒนาสินค้าเฮ้าส์แบรนด์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

อาหารทะเล

โซนเบเกอรี่ คาเฟ่

    ภายในงาน สยามฟูดฯ จัดเต็ม ยกขบวนสินค้าเกรดพรีเมียมมาจัดแสดงเต็มรูปแบบกับ 1 โซน ดิสเพลย์ ผลิตภัณฑ์ และ 5 โซนอาหารนานาชาติ ที่นำผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบริษัท มาปรุงโดยเชฟมืออาชีพ ให้แขกผู้มาร่วมงานได้ลองลิ้มชิมรส ได้แก่ โซนอาหารไทยฟิวชั่น ที่มาพร้อมกับเมนูอาหารไทยธรรมดาๆ แต่เมื่อได้ลองชิมดูแล้วนั้น ต้องบอกเลยว่าอร่อยไม่ธรรมดาเลยจริงๆ กับเมนู ต้มข่าไก่ ข้าวผัดปู ผัดกะเพรา ในสไตล์ไทยฟิวชั่น โซนอาหารอิตาเลียน และฝรั่งเศส เอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน และฝรั่งเศส อาทิ เมนูขาแกะอบ, สปาเกตตี้ครีมซอส, ซุปข้นกุ้ง ล็อบสเตอร์, พิซซ่า เป็นต้น โซนอาหารญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟเมนูมากมาย อาทิ ปลาทูน่า ซาซิมิ, ชาบู, เนื้อสันนอก วากุ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง พร้อมด้วย ทาโกะ วาซาบิ, ถั่วแระญี่ปุ่น, ขิงดอง, วาซาบิ, กิมจิ ฯลฯ

   

 ผลิตภัณฑ์จากนม

โชว์มิกซ์ผสมเมนูเครื่องดื่ม

     โซนอาหารอเมริกัน และเม็กซิกัน ไม่พลาดที่จะเสิร์ฟ กุ้งโรล, ปูโรล, โทมาฮอว์ก วัวเกรดพรีเมียมสายพันธุ์แองกัสย่าง, บัตเตอร์ ทรัฟเฟิล ฟรายส์, แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ สโนว์วากิว ฯลฯ และโซนเบเกอรี่ คาเฟ่ จัดเต็มกับเมนูของหวาน หลากหลาย ที่สายหวานได้ชิมเป็นต้องปลื้ม ทั้ง วิปครีมชีส, สตรอเบอร์รี่ชอตเค้ก, ชาไทยเสิร์ฟพร้อมดอกกระเจี๊ยบ, มะม่วงมูส, ชูครีมชีส, ชูครีมวานิลลา, เป็นต้น

สรวิศ แสงวณิช

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การรังสรรค์เมนูสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบจากสยามฟูดฯ โดย “กันน์” สรวิศ แสงวณิช เซเลบริตี้เชฟรุ่นใหม่ฝีมือคุณภาพจากรายการ ท็อป เชฟ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2 พร้อมด้วยโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์สไตล์ต้นตำรับจากสุดยอดเชฟร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง และโชว์มิกซ์ผสมเมนูเครื่องดื่มโดยนักผสมเครื่องดื่มมืออาชีพ

อร่อยแบบปราศจากเนื้อสัตว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388184?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อร่อยแบบปราศจากเนื้อสัตว์

วันที่ 13 กันยายน 2562 – 06:00 น.
อาหาร,โปรโมชั่น,อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่,บุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียน,พัมพ์กิน สไปซ์ ลาเต้,สตาร์บัคส์ คอฟฟี่,ติ่มซำจิบน้ำชายามบ่าย,ดินเนอร์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ,สเต็ปส์ คราฟท์ เฮ้าส์,อิ่มกับทรู Exclusively at CPN
เปิดอ่าน 30 ครั้ง

สำรวจรายการความอร่อยหลากหลาย พร้อมจัดหนักโปรโมชั่นที่ไม่อาจปฏิเสธ

   

บุฟเฟ่ต์แอนติพาสตี้

  ** อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เชิญลิ้มลองบุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียนพร้อมบุฟเฟ่ต์แอนติพาสตี้ ทั้งโคลด์คัทคุณภาพเยี่ยม ชีสนำเข้านานาชนิด สลัดบาร์ และของหวาน พร้อมจานหลัก ซึ่งสามารถเลือกได้ 1 อย่าง ระหว่างพาสต้า หรือพิซซ่าหน้าแน่นครบเครื่อง หอมกรุ่นจากเตาปรุงและเสิร์ฟร้อนตามสั่ง ทุกค่ำคืนวันพฤหัสบดี ราคา 650 บาท++ ต่อท่าน สอบถามโทร.0-2653-9000 ต่อ 355

อร่อยปราศจากเนื้อสัตว์

    ** ห้องอาหารเดอะ สแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ อิมแพ็ค ร่วมกับกรีน มันเดย์ โครงการเพื่อสังคมจากฮ่องกง สร้างสรรเมนูที่ปราศจากเนื้อสัตว์ โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของวีแกนหรือมังสวิรัติที่ปรุงจากโปรตีนจากพืชเป็นหลัก รวมถึงผัก ถั่ว ธัญพืช แต่ให้รสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย อาทิ ชีสเบอร์เกอร์ พาสต้าแกงเขียวหวาน และอื่นๆ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 กันยายนเป็นต้นไป สอบถามโทร.0-2833-4888

ดื่มแก้วโปรดของคอกาแฟ

   ** สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) นำเครื่องดื่มแก้วโปรดของคอกาแฟทั่วโลกมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง อย่าง พัมพ์กิน สไปซ์ ลาเต้ ช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นตามแบบฉบับของสตาร์บัคส์กับนมและส่วนผสมฟักทองที่หอมกรุ่น บรูว์กับ ไอริช ครีม โคลด์ บรูว์ วิธ คอฟฟี่ เจลลี่ รสชาติเข้มข้นจากกาแฟโคลด์ บรูว์ ยอดนิยม ผสานความหอมหวานละมุนจากไอริชครีม จำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนนี้ เป็นต้นไป

ต้อนรับเทศกาลเจ

      ** เบค บราเธอร์ส เปิดตัวเครื่องดื่มชุดพิเศษชุด “Bake Brothers Vegetarian drinks” ต้อนรับเทศกาลเจ ด้วยการนำอัลมอนด์ มิลค์ และกล้วยหอม มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าจะเป็น “ช็อกโก บานาน่า อัลมอนด์ มิลค์” หรือชอบความเข้มข้นแบบกาแฟกับ “กาแฟ บานาน่า อัลมอนด์ มิลค์” ลิ้มลองได้ที่เทอมินัล 21 อโศก, อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ รพ.รามาธิบดี และเดอะมาร์เก็ต บางคอก

ติ่มซำจิบน้ำชายามบ่าย

    ** ห้องอาหารจีน เดอะ โกลเด้น พาเลซ โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 ชวนจิบน้ำชายามบ่าย เคล้าบรรยากาศโมเดิร์นไชนิสสุดคลาสสิก พร้อมลิ้มรสติ่มซำสไตล์จีนกวางตุ้ง “ชุดติ่มซำจิบน้ำชายามบ่าย” รังสรรค์โดยเชฟที่บรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมีคุณภาพ ทั้งสดและใหม่พร้อมจัดเมนูพิเศษกว่า 10 รายการ ไม่ว่าจะเป็น เปาะเปี๊ยะทอด เผือกทอด กุ้งทอดตะไคร้ ซาลาเปาไส้ครีมทอด ซาลาเปาลาวา ซาลาเปาหมูสับ ฮะเก๋าหอยเชลล์ ฮะเก๋าตัวกุ้ง ฮะเก๋าปลาทอง และขนมจีบหมู เสิร์ฟพร้อมชาจีนร้อน-เย็น หรือจะเลือกเป็นเก๊กฮวยร้อน-เย็นคุณภาพเยี่ยม สำหรับ 2 ท่าน ราคาชุดละ 450 บาทสุทธิ ให้บริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเวลา 18.00-22.30 น. ถึง 30 พฤศจิกายนนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2262-1234

   

ซูชิ ซาชิมิ

   ** ห้องอาหารดิ ออร์ชาร์ด โรงแรมแคนทารี 304 ปราจีนบุรี เชิญอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ “ดินเนอร์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ” ที่จัดทัพพร้อมเสิร์ฟความอร่อย ทุกวันอังคาร เวลา 18.00-22.00 น. ซึ่งเชฟคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีกับสารพันเมนูขึ้นชื่อยอดนิยม ทั้งอาหารสไตล์ยุโรปและเอเชียมาให้คุณอิ่มอร่อยในราคาสุดคุ้มอาทิ ซุป สลัด สปาเกตตี พิซซ่า ซูชิ ซาชิมิ ฯลฯ ให้เลือกรับประทานกันอย่างจุใจ พร้อมคาราวานขนมหวานในราคาเพียง 490 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม   นอกจากนั้นตลอดเดือนกันยายน ยังมีเมนูแนะนำมาให้คุณได้ลิ้มชิมรสกับสองเมนูความอร่อย “สลัดเนื้อและมันฝรั่ง” (150++ บาท) และ “อะมาเร็ตโต้ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลเค้ก” (120++ บาท) สอบถามโทร.0-3723-9777 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kantarycollection.com

ขาหมูกรอบกับกะหล่ำปลีดอง

    ** อิ่มอร่อยกับเทศกาล Oktoberfest เทศกาลกินดื่มอันเลื่องชื่อของเยอรมัน พร้อมเมนูเยอรมันคลาสสิกมากมาย เช่น ขาหมูกรอบกับกะหล่ำปลีดอง (ซาวร์เคราต์) ไส้กรอกเยอรมัน และหมูชุบเกล็ดขนมปังทอด (pork schnitzel) และอีกหลากหลายเมนู พร้อมเบียร์ Erdinger Beer เย็นฉ่ำ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน-6 ตุลาคมนี้ ที่ ฮันส์แมน ผับ ชั้นใต้ดิน โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2254-0404 ต่อ 7777 หรืออีเมล: fb@landmarkbangkok.com

อ็อกโทเบอร์เฟสต์

     ** สเต็ปส์ คราฟท์ เฮ้าส์ โรงแรมโฮเต็ล อินดิโก้ กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) ทุกวันตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน-21 พฤศจิกายน กับโปรโมชั่นเบียร์บุฟเฟ่ต์ ดื่มไม่อั้นสองชั่วโมงตั้งแต่เวลา 17.00–19.00 น. ในราคาเพียง 399 บาทถ้วนต่อท่าน นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 สำหรับอาหารรับประทานเล่นอีกด้วย

มื้อค่ำแสนอร่อย 5 คอร์ส

    ** โรงแรมอนันตรา สาทร กรุงเทพฯ ขอเชิญผู้ที่ชื่นชอบไวน์ทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์การชิมไวน์สุดพิเศษของประเทศอิตาลี พร้อมกับมื้อค่ำแสนอร่อย 5 คอร์ส ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน ตั้งแต่เวลา 19.00– 21.30 น.  จำนวนจำกัดเพียง 30 ท่าน ในราคาสุดพิเศษเพียงท่านละ 1,650 บาทเท่านั้น สำหรับมื้อค่ำที่จับคู่กับไวน์โดยเชฟกิ๊บส์ ที่จะปรุงอาหารให้ทุกท่านชมกันอย่างใกล้ชิด

กินฟรีนิตี้

      ** บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดแคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN” ที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินฟรีนิตี้ ไม่เพียงรับส่วนลดสูงสุด 50% กว่า 500 ร้านภายในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทุกสาขาทั่วประเทศ แต่ยังให้ลูกค้าทรูกินฟรีไม่ซ้ำ เพียงใช้ 199 ทรูพอยต์ แลกเมนูอร่อยจาก 30 ร้านดัง อาทิ Sukishi Korean Charcoal Grill, Pepper Lunch, Godiva, Coffee World ฯลฯ อิ่มท้องกันฟรีแล้ว ทุก 10 ทรูพอยต์ที่แลกอิ่มยังนำมาบริจาคให้มูลนิธิบ้านนกขมิ้นให้ได้อิ่มใจต่อด้วย นับเป็นหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและส่งเสริมให้สังคมไทยน่าอยู่ เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยการให้และมีความสุขร่วมกันอย่างแท้จริงและยั่งยืน จึงขอเชิญชวนลูกค้าทรูทุกท่านมารับสิทธิพิเศษนี้ด้วยกัน เพียงรับประทานอาหารในร้านที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 1 กันยายน–31 ตุลาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล 32 สาขาทั่วประเทศ

ส้มตำนัว…รสอีสานจัดจ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388175?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส้มตำนัว…รสอีสานจัดจ้าน

วันที่ 12 กันยายน 2562 – 16:22 น.
อาหาร,ส้มตำนัว,ส้มตำนัวรสอีสานจัดจ้าน,แซบ,ส้มตำข้าวโพด,ปีกไก่ทอด,ปลานิลทอดกรอบ,แกงอ่อมเนื้อลาย,ผัดขนมจีน,แตงโมปั่น,เปาะเปี๊ยะทอด,เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
เปิดอ่าน 60 ครั้ง

“กินสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์ SOMTAM นัว” ให้ลูกค้าผ่อนคลายและมีความสุขกับการกินอาหารอีสาน

แม้ว่าจะไม่มีใครให้นิยาม “ความแซบ” ไว้เฉพาะแค่ “อาหารอีสานพื้นบ้าน” แต่ดูเหมือนทุกคนจะยินยอมพร้อมใจยกให้ เพราะเมื่อใดที่ออกปากว่าอยากลิ้มอาหารรสแซบรสนัวล่ะก็ เป็นต้องตรงดิ่งไปหา “อาหารประจำถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย” อีกทั้งความนิยมก็ไม่มีอยู่เฉพาะคนในท้องถิ่นเท่านั้น จึงทำให้มีร้านอาหารสไตล์อีสานเปิดให้บริการทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่เพิงข้างถนนยันไปถึงบนห้างหรูระดับห้าดาว ไม่ได้กล่าวเกินจริง เพราะเมื่อวันก่อน ขณะเดินช็อปปิ้งอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จู่ๆ นึกเปรี้ยวปาก ร่างกายต้องการอาหารรสจัดจ้าน พร้อมๆ กับมือเริ่มทำงานเปิดสมาร์ทโฟนเสิร์ชหาร้านในละแวกใกล้เคียง และไม่ผิดหวัง เมื่อประมวลผลแจ้งออกมาว่าที่บริเวณชั้น 5 ภายในศูนย์การค้าแห่งนี้มีร้านไทยอีสานแบบออริจินัล “ส้มตำนัว” (SOMTAMนัว) เปิดให้บริการอยู่เลยจ้า…

   

      ภายในร้านนอกจากจะถูกตกแต่งในคอนเซ็ปต์อีสานดั้งเดิมผสมผสานความเป็นไทยภาคกลางจนกลายเป็นความโมเดิร์นได้อย่างลงตัวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เน้นคือการสร้างบรรยากาศร้านให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเหมือนนั่งกินอาหารอยู่บ้านในบรรยากาศ “กินสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์ SOMTAMนัว” เพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลายและมีความสุขกับการกินอาหารอีสานในแบบที่คนในเมืองและลูกอีสานไกลบ้านได้กินให้หายคิดถึงบรรยากาศบ้านเกิด

 เบื้องหลังเบื้องลึกของรสชาติที่ดึงดูดและตราตรึงใจลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้ เพราะทางร้านมีกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบที่ละเอียดพิถีพิถัน เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สะอาดและมีคุณภาพ ซึ่งแม้ว่าชื่อร้านจะบ่งบอกว่าเป็น “ส้มตำ” แต่รายการอาหารที่ถูกบรรจุไว้ในเมนูกลับมาหลากหลายให้เลือกชิม ไล่เรียงตั้งแต่ ส้มตำ, ทอด-ย่าง, ลาบ-น้ำตก, ยำ, ต้ม-แกง, ของกินเล่น, ขนมหวาน, เครื่องดื่ม และอื่นๆ รวมเบ็ดเสร็จไม่ต่ำกว่า 100 รายการ…อ่อ!! ต้องบอกให้บรรดาคอซีฟู้ดรับรู้ก่อนว่า ร้านนี้ไม่มีรายการอาหารทะเลใดๆ ให้บริการ เด้อค่ะ

ตำซิ่ง..น้องใหม่มาแรง 

ตำข้าวโพด…ครบรสไทยไม่ปลาร้า

      ในหมวดของ “ส้มตำ” มีให้เลือกหลายขนานทั้งแบบอีสานจัดจ้าน ตำไทย ตำลาว ตำมะละกอ ตำแตง ตำมะม่วง ตำถั่วฝักยาว ตำข้าวโพด ตำหมูยอ สำหรับจานซิกเนเจอร์ที่มาแล้วท้าให้ลอง คือ “ตำมั่ว” ที่มีส่วนผสมของ แคปหมู ขนมจีน และหมูยอ มาคลุกเคล้ารวมกับเส้นมะละกอ ส่วนจานน้องใหม่มาแรงแซงส้มตำจานอื่นๆ ยืนหนึ่งในรายการแนะนำต้องยกให้ “ตำซิ่ง” ส้มตำปลาร้า เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมจีน เมล็ดกระถิน กุ้งฝอยคั่ว แนมด้วยผักพื้นบ้านสดๆ…อีกสักจานสำหรับผู้ไม่ถนัดรสชาติปลาร้า “ส้มตำข้าวโพด” มาในรูปแบบและรสชาติแบบส้มตำไทย เน้นเปรี้ยว หวาน เผ็ดเล็กน้อย แต่ว่าความพิเศษอยู่ตรงก่อนฝานข้าวโพดลงในครกคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงนั้น แม่ครัวเขานำข้าวโพดต้มสุกไปย่างไฟให้เกิดความหอม เรียกน้ำย่อยขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

ปีกไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน

เนื้อย่าง..นุ่มฉ่ำหวาน​​​​​​​

     มาถึงหมวด “ทอด-ย่าง” ลูกค้าประจำของร้านพร้อมใจกันยกให้ “ปีกไก่ทอด” ปีกไก่ถูกหมักเครื่องนานถึง 3 ชั่วโมงจนเข้าเนื้อ จึงนำมาทอดจนหนังกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาพร้อมหอมเจียว กระเทียมและน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษของทางร้าน ตามมาด้วย “คอหมูย่าง” จานนี้ชิมแล้วยากจะห้ามใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติและความนุ่มของคอหมู เพิ่มรสด้วยน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษของทางร้าน อีกจานที่ขึ้นชื่อคือ “เนื้อย่าง” ฟังชื่ออาจรู้สึกธรรมดาแต่ว่าเนื้อวัวที่ใช้เสิร์ฟในรายการนี้ คุณพี่ผู้จัดการร้านภูมิใจนำเสนอว่าเป็นส่วนริบอายส์ของเนื้อซึ่งนำเข้าจากออสเตรเลียเชียวนะคุณ ก่อนจะไปแซบในหมวดอื่นๆ ยังอยากยืนยันว่านอกจาก ไก่ หมู เนื้อ ยังมีรายการจานปลามาให้ชิมอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น ปลานิลทอดกรอบ หรือ ปลากะพงทอดน้ำปลา

     ส่วนหมวด “ลาบ-น้ำตก” ไม่น้อยหน้าพาเหรดกันมาทั้ง น้ำตกหมู, น้ำตกคอหมูย่าง, ตับหวาน, ลาบวุ้นเส้น โดยเฉพาะ “ลาบเห็ดฟาง” จานนี้เรียกว่า เข้าทางหนุ่มสาวรักสุขภาพไปเต็มๆ เพราะนอกจากรสชาติถูกปากแล้วยังไม่มีไขมันมารบกวนจิตใจด้วย

     

แกงอ่อมเนื้อลาย

      ปิดท้ายรายการของคาวด้วยหมวด “ต้ม-แกง” เดี๋ยวจะหาว่าแกล้งให้น้ำลายสอ ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างความแซบเบาๆ แค่สองรายการ ได้แก่ “แกงอ่อมเนื้อลาย” น้ำซุปกลมกล่อมขณะเดียวกันผักพื้นบ้านที่อยู่ในหม้อก็ไม่เปื่อยจนเกินไปส่วนชิ้นเนื้อลายนั้นให้รสสัมผัสรับรู้ได้ถึงความเหนียวนุ่มกำลังดี มาถึง “ต้มแซบ” ต้องบอกว่าแซบสมชื่อ ความพิเศษอยู่ที่ความกลมกล่อมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่ ก่อนนำมาปรุงรสให้จัดจ้าน โดยไฮไลท์อยู่ที่กระดูกอ่อนที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม ไม่มีหวง ไม่มีการผสมเครื่องใน รสชาติเข้มข้น จนต้องสั่งเพิ่มเลยทีเดียว

เปาะเปี๊ยะทอด

ขนมจีนผัด ต้องจัดให้ได้

      นอกจากนี้ SOMTAMนัว ยังมีแนะนำจานยอดฮิตอย่าง “ผัดขนมจีน” มองผิวเผินหน้าตาคล้ายๆ หมี่ผัดโคราช แต่เปลี่ยนจากเส้นหมี่เป็นเส้นขนมจีน นำมาผัดกับกุนเชียง หมูยอ แครอท และท็อปปิ้งด้วยหมูหย็องและแคปหมู รสชาติออกหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ จึงอยากแนะนำให้กินคู่กับส้มตำ นอกจากช่วยชูรสแล้วยังช่วยเบรกความจัดจ้านไปในคราวเดียว เช่นเดียวกับ “เปาะเปี๊ยะทอด” ไส้ข้างในประกอบด้วย หมูสับผัดกับวุ้นเส้นและถั่วงอก ปรุงให้ได้รสชาติเค็มๆ มันๆ แล้วนำมาห่อด้วยแป้งก่อนจะทอดในน้ำมันเดือดจัดพอให้เหลืองกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มรสหวาน

น้ำแตงโมปั่นหวานฉ่ำชื่นใจ

     สำหรับลูกค้าที่ขาดหวานไม่ได้นั้นทางร้านมีเครื่องดื่มน้ำผลไม้และขนมหวานอย่าง แตงโมปั่น, น้ำมะนาวปั่น, น้ำมะพร้าวสด, ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน, ไอศกรีมสับปะรดผสมแพชชั่นฟรุต, เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง มาล้างปากจากความแซบอีกเช่นกัน

เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง เหนียวหนึบคลายความแซบ

      ขาช็อปที่กำลังมองหาอาหารอีสานดั้งเดิม อยากให้ลองแวะ SOMTAMนัว มีเสิร์ฟความแซบแล้วถึง 6 สาขาตามห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ สำหรับสาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 5 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2160-5909

ท้าประลองความอร่อย”ขนมไหว้พระจันทร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/386757?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ท้าประลองความอร่อย”ขนมไหว้พระจันทร์”

วันที่ 6 กันยายน 2562 – 13:00 น.
ขนมไหว้พระจันทร์,ท้าประลองความอร่อยขนมไหว้พระจันทร์,ขนมไหว้พระจันทร์ ฟู้ดฮอลล์ เดอะมอลล์,มูนเค้ก เฟสติวัล
เปิดอ่าน 2,881 ครั้ง

รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์ดังกว่า 200 รายการ

เทศกาลไหว้พระจันทร์ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสุดพิเศษของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน โดยในปีนี้วันไหว้พระจันทร์ตรงกับวันที่ 13 กันยายน 2562 ฟู้ดฮอลล์ เดอะมอลล์ ทุกสาขา, พารากอน และเอ็มควอเทียร์ จึงขอร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ด้วยการจัดงาน “ดิ อันบีทเทน มูนเค้ก เฟสติวัล”

เอ็มเอ็กซ์ ลาวา

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนไข่แดง จาก โรงแรมเรเนซองส์

ภายในงานรวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมระดับตำนาน ภัตตาคารชั้นนำ และแบรนด์ชื่อดัง กว่า 200 รายการ อย่าง ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดงตำรับเพนนินซูลา, ขนมไหว้พระจันทร์ได้รับรางวัลการันตี 5 ปีซ้อนจาก Mx Cakes & Bakery, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ยอดฮิตอย่างไส้ทุเรียนไข่เดี่ยวและไส้โหงวยิ้งไข่เดี่ยว จาก โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนไข่แดง จาก โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ และหลากหลายแบรนด์ชั้นนำอย่าง ภัตตาคารเชียงการีล่า, โรงแรมแกรนด์ ไชน่า, ภัตตาคารกอกใจ, กิเลน, มังกรทอง, เป็งกี่, บันยัน ทรี, เอเวอร์ กรีน, เบเกอรี่ ฮัท, ท่องกี่, โรงแรมนารายณ์ ฯลฯ

ขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์อาฟเตอร์ยู

นอกจากจะเชิญท้าประลองความอร่อยครั้งแรกกับ “ขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์อาฟเตอร์ยู” ที่ได้รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของความเป็นจีนแต่ก็ผสมผสานซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อาฟเตอร์ ยู ประกอบด้วย 4 ไส้สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่องานนี้เท่านั้น ได้แก่ ไส้เอสเพรสโซ่ลำไย, ไส้ตุ๊บตั๊บ, ไส้ทุเรียนหมอนทอง และ ไส้พุทราจีน หรือที่เรียกว่า ไชนีส เดท

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ช็อกโกแลตทุเรียนสอดไส้คัสตาร์ด

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ชาแฮร์รอดส์กลิ่นเมล่อน

ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์กับการเปิดประสบการณ์แห่งรสชาติกับขนมไหว้พระจันทร์จาก 5 แบรนด์ดัง 5 ไส้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ “ขนมไหว้พระจันทร์สูตรยาจีนเพื่อสุขภาพ” จาก แบงคอกแมริออทมาคีส์ควีนส์ปาร์ค, “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดผสมส้มยูซุ” แทรกด้วยยูซุลาวาหอมละมุน จาก เคียว โรล เอน, “ขนมไหว้พระจันทร์ดับเบิลยู มูนคิท : ราสเบอร์รี่, กรีน การ์เด้น” จากดับเบิลยู โฮเทล แบงคอก, “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ช็อกโกแลตทุเรียนสอดไส้คัสตาร์ด” จาก เดอะ พลาซา แอทธินี โฮเทล แบงคอก และ “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ชาแฮร์รอดส์กลิ่นเมล่อน” จาก แฮร์รอดส์

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดผสมส้มยูซุ

 ร่วมท้าประลองความอร่อยกับหลากหลายรสชาติของขนมไหว้พระจันทร์ที่ถูกรวบรวมไว้มากที่สุด ตั้งแต่วันนี้–13 กันยายนนี้ ที่ มาร์เก็ต ฮอลล์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, ควอเทียร์ แกลอรี่, เอ็มควอเทียร์ และเทค โฮม, เดอะมอลล์ ทุกสาขา

อายุ 60 ปี กินฟรีถังนี้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/386908?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อายุ 60 ปี กินฟรีถังนี้!

วันที่ 6 กันยายน 2562 – 08:00 น.
อาหาร,โปรโมชั่น,ห้องอาหารญี่ปุ่นคิซาระ,มันม่วง ฟิล ริง โดนัท,เนื้อสันในย่างซอสเบอร์รี่และไวน์แดง,60 ปี พักฟรี กินฟรี,ซีฟู้ดถัง,ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดง,หมูสันนอก อบบะหมี่พริกไทยดำ,ปูไข่คลองโคน,สายการบินไทยสมายล์,ขนมไหว้พระจันทร์
เปิดอ่าน 3,327 ครั้ง

แหล่งรวมอาหารอร่อย จานเด็ด จานดัง คัดสรรมาไว้เพื่อนักชิมทั่วไทย

เซตเมนู Sawachi Ryouri 

  1.ตลอดเดือนกันยายนนี้ ห้องอาหารญี่ปุ่นคิซาระ โรงแรมคอนราด เชิญชวนอร่อยไปกับเซตเมนู Sawachi Ryouri หรือ Weekend Family Set ที่เชฟชาวญี่ปุ่นรังสรรค์ขึ้น 3 เซต โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม  ทั้ง เทมปุระเซต ซาชิมินำเข้าระดับพรีเมียม สลัด ซีฟู้ดเทมปุระ เทปันยากิ ราคา 1,250 บาท, เซตคามินาเบะเซต ชุดชาบูหม้อไฟกระดาษสไตล์ญี่ปุ่น ราคา 1,550 บาท และ เซตเชฟช้อยส์เซต เอาใจคนรักซูชิ ราคา 1,650 บาท สำรองที่นั่งโทร.0-2690-9999

เอาใจมันม่วงเลิฟเวอร์

    2.คริสปี้ ครีม เอาใจมันม่วงเลิฟเวอร์ ด้วย 3 หน้าใหม่สุดว้าว ทั้ง  “มันม่วง ฟิล ริง โดนัท” สอดไส้ด้วยมันม่วงเข้มข้น “ยัมมี่ มันม่วง ครัมบ์ โดนัท” โดนัทเนื้อนุ่มสูตรต้นตำรับเคลือบด้วยมันม่วงหอมละมุน และ “ยัมมี่ มันม่วง ฟิล โดนัท” สอดไส้มันม่วงรสชาติเข้มข้นกับบัตเตอร์ครีม เพียงชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซต 296 บาท รวมถึง  “มันม่วง ไอซ์ ลาเต้” ถึง 15 กันยายนนี้ ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 35 สาขา

 เนื้อสันในย่างซอสเบอร์รี่และไวน์แดง

     3.ห้องอาหารเดอะคาเฟ่ โรงแรมมณเฑียรริเวอร์ไซด์ เชิญสัมผัสความอร่อยกับเมนูพิเศษ เนื้อสันในย่างซอสเบอร์รี่และไวน์แดง เสิร์ฟกับแครอทและบร็อกโคลี่ พร้อมด้วยมันฝรั่งผัดหอมใหญ่ อร่อยนุ่มลิ้นกับเนื้อสันในรสฉ่ำ ย่างกับซอสเบอร์รี่และไวน์แดงจนหอมกรุ่น เป็นความลงตัวที่อร่อยเกินห้ามใจ เปิดบริการทุกวันตลอด 24 ชม. สำรองที่นั่งโทร.0-2292-2999 ต่อ 3210

ซีฟู้ดถัง

     4.“60 ปี พักฟรี! กินฟรี!” และการกลับมาของ “ซีฟู้ดถัง” จัดเต็มทั้งกุ้งแม่น้ำ, ปูม้า, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และกุ้งขาว ความอร่อยสนุกสนาน ที่มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษ และเมนูนานาชาติอีกมากกว่า 50 รายการ เริ่มต้นเพียง 640 บาทต่อท่าน เพียงแสดงบัตรประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป รับสิทธิพิเศษเมื่อซื้อบัตรรับประทานอาหารทุกๆ 5 ใบ ฟรี! ทันที 1 ใบ (มื้อเย็น) ถึง 31 ตุลาคมนี้  สอบถามโทร.0-2656-3939

ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์

   5.สายการบินไทยสมายล์ขอร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดง เมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยม โดยให้บริการในเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ส้มจีน เมนูวีแกน ใหม่ล่าสุด และเป็นครั้งแรกที่ผู้โดยสารของไทยสมายล์จะลิ้มรสชาติหอมละมุนของส้มจีนที่ผ่านกระบวนการตากแห้งกว่า 8 ปี ที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นของเปลือกส้ม ที่ให้บริการเฉพาะเที่ยวบินในเส้นทางประเทศอินเดีย สร้างสรรค์โดยโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เพื่อผู้โดยสารไทยสมายล์โดยเฉพาะ พร้อมเสิร์ฟในกล่องและถุงกระดาษลวดลายพิเศษ สวยหรูให้บริการในเที่ยวบินของสายการบินไทยสมายล์ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ยกเว้นเที่ยวบิน WE419/420 ระหว่างวันที่ 9-13 กันยายนนี้ รายละเอียด www.thaismileair.com

 

พาสต้าผัดกระเทียมเสิร์ฟคู่กับเนื้อแกะย่างหมัก

  6.ตลอดเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ เชฟดานิโล เชฟชาวอิตาเลียน ขอนำเสนอเมนูในฤดูกาลเก็บเกี่ยวในประเทศอิตาลี โดยคัดสรรวัตถุดิบหลักประจำฤดูกาล อาทิ เห็ด, ผักประจำฤดูกาล, ผลองุ่น นำมาปรุงในสไตล์ โฮมเมด อาทิ พาสต้าผัดกระเทียมเสิร์ฟคู่กับเนื้อแกะย่างหมักด้วยสูตรพิเศษ, พุดดิ้งผักในฤดูกาลราดด้วยซอสกระเทียม หรือเมนูของหวานเอาใจคนรักองุ่นรสหวานฉ่ำอย่างพุดดิ้งองุ่นเนื้อนุ่มรับประทานคู่กับมาสคาโปนมูส และอื่นๆ ห้องอาหารแอทติโก้ เปิดให้บริการอาหารค่ำทุกวัน เวลา 18.00– 24.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2302-3333

หมูสันนอกอบบะหมี่พริกไทยดำ

 7.ห้องอาหารจีนหยกโรงแรมดิเอมเมอรัลด์จัดเมนูพิเศษประจำเดือนกันยายน “หมูสันนอก อบบะหมี่พริกไทยดำ” ด้วยหมูสันนอกที่ชิ้นใหญ่เนื้อนุ่มๆ ผ่านกรรมวิธีการหมักกับเครื่องปรุงต่างๆนานาชนิดจนรสกลมกล่อมกับบะหมี่เหลืองสวยลวกจนสุกเพิ่มความหอมกรุ่นด้วยกลิ่นพริกไทยดำพร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้เพียงที่ละ 280 บาทเท่านั้น มื้อกลางวันเวลา 11.30–14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00–22.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2276-4567 ต่อ 8429-30

ปูไข่คลองโคน

     8.ขยายเวลาความอร่อยตามคำเรียกร้อง สำหรับ “ปูไข่คลองโคน” โปรโมชั่นสุดฮอต เชฟบังอร และเชฟเอกสิทธิ์ ได้คัดสรรปูไข่ที่คุณภาพดีที่สุด สดที่สุด จากจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษเอาใจคนรักปูไข่ อิ่มอร่อยกับความหวานมันของไข่ปูกับ เมนูปูไข่นึ่งนมสด หรือลิ้มลองความแซบนัวกับ เมนูปูไข่ดองน้ำปลา สูตรพิเศษของเชฟบังอร ที่ดองกันวันต่อวัน การันตีเรื่องความสดใหม่ และละลานตากับอาหารทะเลนานาชาติอีกมากมายทั้งปูม้า ปูทะเล กั้ง และหอยนางรมสดนำเข้า พร้อมปรุงในแบบเย็นหรือตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ รวมทั้งซูชิและซาชิมิ ทุกค่ำคืน และมื้อสายของวันอาทิตย์ ตลอดเดือนกันยายน–ตุลาคมนี้ มื้อค่ำวันอาทิตย์–วันพฤหัสบดี ในราคาสุทธิท่านละ 2,400 บาท  วันศุกร์–วันเสาร์ ในราคาสุทธิท่านละ 2,700 บาท มื้อสายวันอาทิตย์ ในราคาสุทธิท่านละ 2,900 บาท  พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ มา 4 ท่าน จ่ายเพียง 2 ท่าน* ที่ ห้องอาหารเอเทรี่ยม ชั้นล็อบบี้ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ  *เงื่อนไข โปรโมชั่นมา 4-12 ท่าน รับส่วนลด 50% ส่วนท่านที่ 13 ขึ้นไป รับส่วนลด 30% สำหรับค่าอาหาร  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2254-0404 ต่อ 7777 หรืออีเมล fb@landmarkbangkok.com

20 ปีย้ำตำนานความอร่อยและบันเทิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/386724?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

20 ปีย้ำตำนานความอร่อยและบันเทิง

วันที่ 5 กันยายน 2562 – 10:00 น.
โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง,ขาหมูทอดตะวันแดง,แซบเนื้อพริกคั่วใบมะดัน,เย็นตาโฟหม้อไฟ,ซาซิมิชุดใหญ่,กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา,ส้มตำไหลบัว,เรนโบว์,ม็อกเทลสีหวาน,ฟรุตพั้นช์,ลาเกอร์ซอสเซส,โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,462 ครั้ง

สถานีความอร่อยได้ทั้งครอบครัว

รู้สึกเหมือนกันไหม…เวลาไปร้านอาหารที่คุ้นเคยและอุดหนุนอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เลี้ยวรถเข้าไปจนนั่งกินเสร็จเรียกเช็กบิลจะมีแต่ความสบายอกสบายใจ ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นเต็มๆ ที่ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” สำคัญว่าพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำลูกหลานตัวเล็กตัวน้อยติดสอยห้อยตามเข้าไปใช้บริการได้จนถึง 4 ทุ่มทั้ง 3 สาขา ได้แก่ พระราม 3, เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และแจ้งวัฒนะ ซึ่งปีนี้ครบ 20 ปีเต็มถ้าเป็นคนก็คงโตเป็นหนุ่มสาวสะพรั่ง มีพลังเหลือๆ เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ หุ้นส่วนใหญ่อย่าง สุพจน์ ธีระวัฒนชัย หรือที่ใครๆ เรียกขาน “เฮียพจน์” เลยสั่งการจัดฉลองพร้อมรังสรรค์ความอร่อยเพิ่มเติม แต่ความฟินเดิมๆ ที่ลูกค้าติดปากก็ยังคงปักหลักเหนียวแน่น

ส่วนธีมที่คิดแล้วคิดอีกลงเอยที่ “อ็อกโทเบอร์เฟสต์” หรือ อภิมหาเทศกาลเบียร์จากเยอรมนี ใครแวะไปช่วงนี้นอกจากความอร่อยแล้วก็จัดเต็มความบันเทิง อย่างสาขาเลียบด่วนฯ จะเห็นว่าความใหม่ที่มาช่วยเติมเต็มคือซุ้มอาหารญี่ปุ่นที่เน้น “ซูชิบาร์” เพราะลูกค้าเรียกร้องมาเยอะอยากให้มี จัดหนักเน้นๆ แบบพรีเมียม ใช้ปลานำเข้าที่ลำเลียงมาโดยการแช่น้ำแข็งไม่ใช่ปลาแช่แข็ง (ฟรีซ) ทำให้คุณภาพเนื้อแซลมอนไม่ผิดเพี้ยน รสชาติหวานคงเดิม แต่ราคาไม่กระโดดจนเอื้อมไม่ถึง นอกจากนี้ยังมีสลัด ข้าวญี่ปุ่น ทำง่ายๆ ไวๆ ว่าแล้วก็จัด “ซาซิมิ” ชุดใหญ่มาลิ้มลองความสด เด็ดจริงไรจริงขอบอก…

ลาเกอร์ซอสเซส

แต่ที่เป็นจานเด็ดครีเอทใหม่กิ๊กกว่าต้องนี่เลย ไส้กรอกหมู “ลาเกอร์ซอสเซส” ยกมาเสิร์ฟเห็นหน้าตาพื้นๆ แต่มีดีกว่าที่คิด พอย่างไฟอ่อนๆ จะเห็นความกรอบของผิวไส้กรอกที่มาพร้อมกับกลิ่นที่มีความพิเศษกว่าไส้กรอกอื่นๆ คือกลิ่นเบียร์ลาเกอร์ที่เป็นส่วนผสมสำคัญ กินคู่มันบดและผักดองเด็ดดวงอย่าบอกใคร

แซบเนื้อพริกคั่วใบมะดัน

เช่นเดียวกับ “แซบเนื้อพริกคั่วใบมะดัน” ที่เสิร์ฟมาพร้อมเนื้อโหนกเกรดพรีเมียม เคยกินแต่หมูต้มใบชะมวงที่เปรี้ยวแซบถึงใจ ได้ลองชิมแซบเนื้อใบมะดันต้องซู้ดปาก ที่สำคัญเนื้อโหนกแทรกเอ็นเวลาเคี้ยวจะหนึบๆ อร่อยไม่แพ้อีกหนึ่งจานผัดที่อยากแนะนำ “กุ้งผัดผงกะหรี่” มีดีที่ความเข้มข้น เนื้อกุ้งสดๆ ตัวโตๆ ผัดให้พอเนื้อเด้งๆ กลิ่นหอมของผงกะหรี่เตะจมูกกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยลืมวางช้อน

ขาหมูทอดตะวันแดง

และอย่างที่บอกอะไรที่ลูกค้าติดใจจนขึ้นเป็นท็อปเมนูแล้วก็ไม่เคยทิ้งจากหน้าเมนู พูดชื่อปุ๊บต้องร้อง เฮ้ย! ไปทีไรก็สั่งตลอด ไม่ว่าจะเป็น “ขาหมูทอดตะวันแดง” จริงๆ คงไม่ต้องสาธยายอะไรมากเพราะขายมาแล้ว 20 ปี เด็ดตรงที่ความกรอบนอกนุ่มใน สั่งมาแล้ววางทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงหนังก็ยังกรอบ ส่วนเนื้อในต้มสมุนไพรก่อนนำไปทอดจึงนุ่มและมีกลิ่นหอม เจ้าของการันตีว่าขาหมูร้านไหนก็ทำไม่ได้แบบนี้!

เย็นตาโฟหม้อไฟ

อีกตัวท็อป “เย็นตาโฟหม้อไฟ” จะอร่อยไม่อร่อยอยู่ที่ตัวซอส การันตีเช่นเคยว่าแต่ละสาขารสชาติเดียวกัน เมื่อผ่านกาลเวลามาถึง 20 ปีก็มีพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ เพื่อให้รสชาติถูกปากลูกค้าที่สุด ที่แน่ๆ ใช้เลือดเป็นส่วนประกอบสำคัญจะเห็นว่าเลือดมีความนุ่ม ต่างจากเย็นตาโฟร้านอื่นๆ ที่อาจใช้เลือดหมูหรือเลือดไก่ซึ่งเนื้อสัมผัสจะกระด้างกว่า ส่วน “ปลากะพงทอดน้ำปลา” ความสดของปลาเวลาทอดใหม่ๆ เนื้อจะฟูกรอบนอกนุ่มใน กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรโรงเบียร์ฟินไปเลย

ซาซิมิชุดใหญ่

กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

ขณะที่จานเบาๆ กินเล่นๆ ไม่มีใครไม่สั่ง “กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา” เคล็ดลับที่พอจะแพลมๆ ได้มีอยู่ว่ากะหล่ำปลีหัวหนึ่งมีส่วนที่เหมาะสามารถนำมาทอดได้ไม่กี่ใบ เขาจะคัดใบเท่าๆ กัน เลยได้ความกรอบทุกใบ ใช้น้ำปลาอย่างดีกลิ่นจึงหอมน่ากินไม่เลี่ยนน้ำมัน และเช่นเคยสำหรับสาวๆ หรือเด็กๆ ติดใจ “ส้มตำไหลบัว” เอกลักษณ์คือน้ำส้มตำเบาๆ เข้ากับไหลบัวกรุบกรอบ เพลินเชียวล่ะ

ส้มตำไหลบัว

เรนโบว์

ฟรุตพั้นช์

เข้าสู่โหมดเครื่องดื่มแน่นอนว่าเบียร์สด 4 รสชาติคือพระเอก แล้วก็มาพระรองนางรองอย่างจำพวกค็อกเทล แนะนำแก้วช็อตสีสายรุ้งจุดไฟก่อนซด “เรนโบว์” หรือ ม็อกเทลสีหวานไร้แอลกอฮอล์ “ฟรุตพั้นช์” ก็ชื่นใจดี รวมถึงน้ำผลไม้ และของหวาน ที่มาพร้อมความบันเทิงบนเวที ทั้งดนตรี การแสดงทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะคอนเสิร์ตเล็กๆ ของนักร้อมดังหลากหลายแนวที่มาเปิดการแสดงทั้ง 3 สาขารวมราวๆ 10 วงต่อเดือน ตาดู หูฟัง ลิ้นสัมผัส ครบครันสุขกันทั้งครอบครัว

เอาเป็นว่าถ้าอยากไปสัมผัสความรู้สึกที่คุ้นเคยหรือใครที่ยังไม่เคยอยากเป็นสมาชิกใหม่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 สาขา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงราวตี 1 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2944-5131-2 (สาขาเลียบด่วนฯ)

กินอาหารเป็นยา เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/386477?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

กินอาหารเป็นยา เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย

วันที่ 3 กันยายน 2562 – 14:15 น.
สวนสามพราน,ฤดูกาล…กับการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง
เปิดอ่าน 2,373 ครั้ง

เราควรกินอาหารตามฤดูกาล เพื่อให้อาหารทำหน้าที่เป็นยา แทนที่จะกินยาเป็นอาหาร

ย่างเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว วิถีการกินอยู่ของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ว่ากันว่าเราควรกินอาหารตามฤดูกาล เพื่อให้อาหารทำหน้าที่เป็นยา แทนที่จะกินยาเป็นอาหาร ซึ่งการกินพืชผักพื้นบ้าน พืชผักออร์แกนิกที่ไม่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงใดๆ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและไม่ฝืนธรรมชาติด้วย แต่เราจะเรียนรู้วิถีการกินอยู่เหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยสามารถปรับวิถีการกินอยู่ให้เข้ากับฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนตลอดเดือนกันยายน-ตุลาคม สวนสามพราน จึงจัดโปรแกรมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “ฤดูกาล…กับการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง”

เก็บวัตถุดิบในฟาร์ม

ไข่เป็ดอินทรีย์เก็บสดจากฟาร์ม

ปรุงเมนูง่ายๆ

    อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน กล่าวว่า พืชผักที่ออกตามฤดูกาลจะเติบโตได้ดี มีศัตรูธรรมชาติน้อย โดยเกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี หรือสารเร่งผลผลิตใดๆ ทำให้พืชผักตามฤดูกาลมีความสด อร่อย ปลอดภัย และมีประโยชน์ ต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพืชผักสมุนไพรไทยมีประโยชน์ และสรรพคุณเป็นยาได้ด้วย ทั้งในเชิงป้องกัน บรรเทา และรักษาโรคภัยต่างๆ และหากเราได้เรียนรู้ทำความรู้จักพืชผักแต่ละชนิด ก็จะสามารถนำไปใช้เป็นอาหาร หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมากมาย ซึ่งในสวนสามพรานมีฟาร์มออร์แกนิกที่มีการปลูกพืชผักตามฤดูกาลหลากหลาย เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ไปปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองและดูแลคนรอบข้างได้อย่างมากมาย

ไข่ยำสมุนไพร

          ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฤดูกาล…กับการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง” สวนสามพรานจัดโปรแกรมพิเศษเพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ได้สัมผัสการกินอาหารตามฤดูกาลไว้ 3 ส่วนคือ 1.กินง่าย-อยู่ง่าย กับผักตามฤดูกาลที่ปฐมออร์แกนิกฟาร์ม ที่นี่มีกิจกรรมเรียนรู้การเกษตรอินทรีย์ ช่วงหน้าฝนพาเก็บผักในสวน และชวนทำเมนูผักพื้นบ้านต้านหวัด ซึ่งเตรียมไว้ 4 เมนูต่อไปนี้ ไข่พระอาทิตย์ แกงเลียง ไข่ยำสมุนไพรใช้ไข่เป็ดเน้นเครื่องยำ และแกงส้ม

ฐานสมุนไพรลูกประคบ

          โปรแกรมที่ 2 คือ มหัศจรรย์สมุนไพรไทย ทุกคนจะได้เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรพืชผักออร์แกนิกใกล้ตัวที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากมาย โดยไฮไลท์ที่ชวนให้ทุกคนเรียนรู้ คือ การทำลูกประคบสมุนไพร โปรแกรมที่ 3 คือ อร่อยแท้และดีจริง ที่ห้องอาหารอินจัน โดยเชฟออกแบบ 3 เมนูพิเศษมาเอาใจลูกค้าสำหรับช่วงหน้าฝนโดยเฉพาะ ได้แก่ ไก่โคราชออร์แกนิกต้มขมิ้น ผัดไก่โคราชกับน้ำพริกมะขาม และไก่โคราชออร์แกนิกทอดเกลือ

แกงส้ม

          ผู้สนใจมาท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องเส้นทางอาหารเพื่อเติมแรงบันดาลใจใหม่ๆ สู่การเปลี่ยนแปลงตนเอง สอบถามรายละเอียดโปรแกรม “ฤดูกาล… กับการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง” ที่โทร.08-1359-5976 และ 0-3432-2588 หรือดูข้อมูลต่างๆ ที่ http://www.saunsampran.com

ส่งตรง “อินทผลัม” ผลไม้มหัศจรรย์สู่ผู้บริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/385722?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส่งตรง “อินทผลัม” ผลไม้มหัศจรรย์สู่ผู้บริโภค

วันที่ 1 กันยายน 2562 – 06:00 น.
กูร์เมต์ มาร์เก็ต,โฮม เฟรช มาร์ท,เดอะมอลล์ กรุ๊ป,ดรศักดิ์ ลำจวน,อินทผลัม
เปิดอ่าน 3,373 ครั้ง

ชวน “อินทผลัมสด” คุณภาพระดับพรีเมียมส่งตรงอินทผลัมจาก สวนโกหลัก จ.เชียงใหม่

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท โดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมส่งเสริมเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต และเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าการเกษตร จัดงาน “เทศกาลอินทผลัม จากจังหวัดเชียงใหม่” ส่งตรงอินทผลัมจาก สวนโกหลัก หรือ ดร.ศักดิ์ ลำจวน อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ มาให้คนรักสุขภาพได้ลิ้มลอง “อินทผลัมสด” คุณภาพระดับพรีเมียม รสชาติอร่อย โดยได้รับเกียรติจาก พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานเปิดงานที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ดิ เอ็มโพเรียม เมื่อวันก่อน

ดร.ศักดิ์ ลำจวน-นงนุช นามวงศ์

โดย นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโสงานประชาสัมพันธ์การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมสนับสนุนสวนโกหลักในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตอินทผลัมเกรดพรีเมียม พร้อมเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุด “อินทผลัม” นับเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ที่คนทั่วโลกมีความต้องการบริโภคสูง นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างมากมาย เป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเลสเตอรอล มีไขมันต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินที่สำคัญ เช่น วิตามินเอ, วิตามินบีตั้งแต่บี 1 บี 2 และบี 16, วิตามินเค, แคลเซียม, เหล็ก, ซัลเฟอร์, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซียม และแมงกานีส เป็นต้น โดยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ศักดิ์ ลำจวน เกษตรกรผู้คิดค้นและพัฒนาการเพาะพันธุ์ “อินทผลัมสด” รายแรกในประเทศไทย เจ้าของ “สวนโกหลัก” นำอินทผลัมคุณภาพระดับพรีเมียมมาจำหน่ายภายในงาน

น้ำอินทผลัม

ข้าวเหนียวปิ้งอินทผลัม

“อินทผลัมสดจากสวนโกหลัก หรือ ดร.ศักดิ์ ลำจวน เกษตรกรผู้คิดค้นการเพาะพันธุ์ “อินทผลัมสด” รายแรกในประเทศไทย โดยอินทผลัมสดที่นำมาในงานครั้งนี้เป็นผลอินทผลัมสดคุณภาพระดับพรีเมียม สายพันธุ์ที่เพาะขึ้นมาครั้งแรกในประเทศ พัฒนาให้มีรสชาติเหมาะกับการรับประทานสดมากขึ้น คือหวาน กรอบ อร่อยกลมกล่อมขึ้น” นงนุช การันตีคุณภาพพร้อมเชิญชวนให้ร่วมช็อปและชิมอินทผลัมคุณภาพที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้–30 กันยายนนี้

เปลี่ยนความจำเจให้อาหารสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/385781?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เปลี่ยนความจำเจให้อาหารสุขภาพ

วันที่ 31 สิงหาคม 2562 – 06:00 น.
บีนแบ็ก,อาหารสุขภาพ,เครื่องดื่ม,ไอ อีท มาย อาร์ต,เบ๊น ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม,บริษัท ธิงค์กิ้งกู้ด จำกัด,บีนแบ็ก ออร์แกนิก มิกซ์ นัท,บีนแบ็ก ออร์แกนิก ซุปเปอร์ฟู้ด พาวเดอร์,โมเน่ต์ โทสต์,เวิร์กช็อป,เครื่องดื่มปิกัสโซ่,แวนโก๊ะ โยเกิร์ต
เปิดอ่าน 2,490 ครั้ง

กิจกรรมเวิร์กช็อป “ไอ อีท มาย อาร์ต” เปิดมุมมองใหม่อาหารสุขภาพ

เทรนด์ดูแลสุขภาพจากอาหารการกินยังคงได้เสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง ล่าสุด “บีนแบ็ก” (Beanbag) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ โดยสาวไอเดียกระฉูด “เบ๊น” ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ธิงค์กิ้งกู้ด จำกัด สร้างสรรค์สแน็คและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงภายใต้คอนเซ็ปต์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “ไอ อีท มาย อาร์ต” เปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนความจำเจให้อาหารสุขภาพ ชวนเหล่าคนรักสุขภาพสร้างสรรค์เมนูอร่อยจากผลิตภัณฑ์บีนแบ็กเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภค ที่ฮับบาโตะ ชั้น 3 โครงการฮาบิโตะ มอลล์ สุขุมวิท 77 บ่ายวันก่อน

   

ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม

     “เบ๊น” ณิชาภัทร กล่าวว่า มุ่งมั่นสรรหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ส่วนประกอบได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากฟาร์มออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานออร์แกนิกสากลของกระทรวงเกษตรประเทศสหรัฐอเมริกา (USDA) ปราศจากยาฆ่าแมลง สารเคมี สารสังเคราะห์ และการตัดต่อทางพันธุกรรม ใช่เพียงแค่รสชาติที่ต้องอร่อย แตกต่าง และมีประโยชน์เท่านั้น แต่ความปลอดภัยของผู้บริโภคถือเป็นหลักสำคัญที่สุดในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ด้วยอยากมีส่วนช่วยในการเปิดมุมมองใหม่ ส่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารสุขภาพแบบที่หาไม่ได้จากที่ไหนให้แก่ผู้บริโภค ให้อาหารสุขภาพไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

บีนแบ็ก ออร์แกนิก มิกซ์ นัท

 บีนแบ็ก ออร์แกนิก มิกซ์ นัท รสชาติต่างๆ และ บีนแบ็ก ออร์แกนิก ซุปเปอร์ฟู้ด พาวเดอร์ (ซองขวามือ)

       สำหรับบีนแบ็กประกอบด้วยผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ บีนแบ็ก ออร์แกนิก มิกซ์ นัท และ บีนแบ็ก ออร์แกนิก ซูเปอร์ฟู้ด พาวเดอร์ โดยเวิร์กช็อปในวันนี้เป็นการนำผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอร่อย 3 รายการ เริ่มจาก “เครื่องดื่มปิกัสโซ่” ผลิตภัณฑ์หลักที่ใช้คือผงอาซาอิเบอร์รี่ โดยผสมน้ำผึ้งกับผงอาซาอิเบอร์รี่ครึ่งซองลงในแก้ว ใส่น้ำเลม่อน แล้วใส่น้ำแข็งลงในแก้ว จากนั้นเทโซดา ตกแต่งด้วยส้ม เสาวรส และโรสแมรี่ หรือผลไม้อื่นๆ ตามชอบ

พิยะดา นันทะ-กานต์ จาติกวณิช ร่วมครีเอทเครื่องดื่มปิกัสโซ่ 

     

โมเน่ต์ โทสต์ -แวนโก๊ะ โยเกิร์ต

ต่อด้วย “โมเน่ต์ โทสต์” ผลิตภัณฑ์หลักที่ใช้คือผงสาหร่ายสไปรูลิน่า และผงมากิเบอร์รี่ มีให้เลือกทำ 2 แบบคือ แบบที่ 1 นำผงสาหร่ายสไปรูลิน่าผสมกับครีมชีสเพื่อให้ได้เนื้อครีมสีเขียว จากนั้นผสมผงมากิเบอร์รี่กับครีมชีสเพื่อให้ได้เนื้อครีมสีม่วง จากนั้นป้ายลงบนขนมปังปิ้ง ครีเอทลายตามสไตล์ที่ชอบ ตกแต่งด้วยผลไม้สดตามชอบ และแบบที่ 2 คือป้ายครีมชีสลงบนขนมปังปิ้ง จากนั้นโรยผงสาหร่ายสไปรูลิน่า และผงมากิเบอร์รี่ บนครีมชีส ครีเอทตามสไตล์ที่ชอบ จากนั้นแต่งหน้าด้วยผลไม้สดตามชอบ

บรรยากาศเวิร์กช็อป

และเมนูสุดท้าย “แวนโก๊ะ โยเกิร์ต” เทโยเกิร์ตใส่ถ้วย ตามด้วยผงมากิเบอร์รี่ และผงสาหร่ายสไปรูลิน่าลงบนโยเกิร์ต ผสมให้เข้ากัน แต่งด้วยผลไม้ตามชอบและกราโนล่า แค่นี้ก็ได้จานอร่อยเพื่อสุขภาพง่ายๆ ที่สามารถทำรับประทานเองที่บ้านแล้ว…