จัดหนักกับบุฟเฟ่ซีฟู้ดพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/379304?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

จัดหนักกับบุฟเฟ่ซีฟู้ดพรีเมียม

วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 – 12:00 น.
โปรโมชั่นอาหาร,อาหาร,อร่อยเด็ด,ซีฟู้ด,อาหารทะเล,อิตาเลี่ยน,ปูอลาสก้า,อาหารไทยวิสัยจีน,บีนแบ็กออร์แกนิก มิกซ์ นัท,ออริจินัล เกลซ ไบทส์,สเต๊กเนื้อสไตล์จีน,ห้องอาหารนัมเบอร์ 43,ฟิวเจอร์พาร์ค,ตำรับไทยโบราณ
เปิดอ่าน 5,391 ครั้ง

พลาดไม่ได้! รวมความอร่อยเด็ดเจ็ดย่านน้ำพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม

สเต๊กเนื้อสไตล์จีน

** โรงแรมใบหยกสกาย เชิญลิ้มลองเนื้อวัวคัดพิเศษเกรดพรีเมียมกับ “สเต๊กเนื้อสไตล์จีน” เนื้อสันในหมักและปรุงรสจนซึมเข้าเนื้อ กริลล์พร้อมน้ำมันมะกอกเล็กน้อยจนเนื้อสุกเฉพาะด้านนอก แต่ยังคงความหวานนุ่มชุ่มลิ้นไม่แห้งด้าน ผสานความเข้มข้นด้วยซอสเนื้อน้ำใสสูตรเฉพาะของทางโรงแรม รับประทานคู่กับผักสดๆ บริการในรูปแบบคาราวานบุฟเฟต์ มื้อค่ำทุกวัน เพียงท่านละ 890 บาท สอบถามโทร.0-2656-3939

ไอเดียครีเอทมื้อค่ำ

      ** ห้อง “ธาน” ร้านอาหารไทยพื้นถิ่นสไตล์อินโนเวทีฟ สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ โดยเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟเทพ เปิดบ้านต้อนรับเชฟเช้า ต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์ ร่วมกันโชว์ไอเดียครีเอทมื้อค่ำ 10 คอร์ส ให้ได้ลิ้มรสอาหารไทยวิสัยจีน จองคิวชิมได้ในวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป เพียง 2,500 บาท/ท่าน สำรองที่นั่งโทร.06-5328-7374

  

สแน็กถั่วออร์แกนิก

   ** บีนแบ็กออร์แกนิก มิกซ์ นัท สแน็กถั่วออร์แกนิกที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน ปลอดภัย ไร้สารเคมี สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยมี 4 รสชาติให้เลือกซื้อ คือ รสช็อกโกแลตร้อน, รสวานิลลาและลาเวนเดอร์, รสบาร์บีคิว และรสดั้งเดิม ราคาแนะนำ 149 บาท หาซื้อได้แล้ว อาทิ กูร์เมต์ มาร์เก็ต, โฮม เฟรช มาร์ท, ท็อปส์ มาร์เก็ต, วิลล่า มาร์เก็ท, เลมอน ฟาร์ม ฯลฯ หรือสั่งซื้อผ่านไลน์ @beanbagsnacks

ออริจินัล เกลซ ไบทส์

    ** คริสปี้ ครีม ส่ง “ออริจินัล เกลซ ไบทส์” โดนัทไซส์เล็กแต่อร่อยใหญ่ เอาใจสายมินิมอล คริสปี้ ครีม โดนัทออริจินอลซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มเคลือบด้วยเกลซสูตรเฉพาะของ คริสปี้ ครีม มาอยู่ในขนาดพอดีคำ ราคาเพียงกล่องละ 159 บาท (20 ชิ้น) วันนี้ –15 สิงหาคมนี้ ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 34 สาขา ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.krispykreme.co.th

บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดพรีเมียม

     ** ห้องอาหารอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ จัดหนักกับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดพรีเมียมหลากหลายเสิร์ฟให้อร่อยถึงโต๊ะ ทั้ง ปูเนื้อ กุ้งแม่น้ำเนื้อแน่น กุ้งลายเสือ กั้ง ปูอลาสก้า หอยนางรม หมึกตัวอวบ ล็อบสเตอร์ ฯลฯ เลือกให้เชฟปรุงได้ 1 แบบ นึ่ง ย่าง หรืออบชีส รวมถึงปรุงเป็นแบบอื่นๆ  พร้อมคาราวานของหวานมากมาย ทุกเย็นวันศุกร์เพียง 1,500 บาท++ สำรองที่นั่งโทร.0-2653-9000 ต่อ 355

อร่อยสไตล์อิตาเลียน

    **ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โรงแรมเคป เฮ้าส์ กรุงเทพฯ ซอยหลังสวน เชิญลิ้มลองความอร่อยสไตล์อิตาเลียนกับ บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อกลางวัน (11.00-14.00 น.) กับหลากหลายความอร่อยที่มีให้เลือกทั้งซุป สลัด พิซซ่า พาสต้า อาหารสไตล์ยุโรป เอเชียและอาหารไทยนานาชนิด ครบเครื่องกับขนมหวานและเค้กหลากสไตล์ ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยเชฟระดับโรงแรมชั้นนำ พร้อมด้วยเมนูพิเศษประจำวันอาทิ ซูชิ ซาซิมิ ติ่มซำ ที่พร้อมหมุนเวียนให้เลือกสรรความอร่อยไม่ซ้ำทุกวัน ในราคาเพียงท่านละ 470 บาทสุทธิ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม 2562  พลาดไม่ได้!กับสุดยอดเมนูอิตาเลียนสูตรต้นตำรับ ตลอดเดือนกรกฎาคม 2562 นี้เท่านั้น ชวนคุณมาชิมเมนูจานเด็ดสเต๊กหมูราดซอสเห็ด (390++บาท) และอีกหลากหลายเมนูซิกเนเจอร์โดนใจที่คนรักอาหารอิตาเลียนต้องลอง เปิดให้บริการทุกมื้อค่ำ เวลา 18.00-24.00 น. (รับออเดอร์ถึง 23.30 น.)  สอบถามหรือ สำรองที่นั่งโทร.0-2658-7444

กิจกรรมความอร่อย

     ** ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัดแคมเปญใหญ่ “Food District Eatventure” เอาใจสายกิน ชวนตระเวนกิน เช็กอินความอร่อย กับร้านอาหารชื่อดังกว่า 200 ร้าน ตลอดทั้งปี ทั้งอาหารไทย, จีน, ยุโรป, ญี่ปุ่น และเกาหลี คาวหวานครบรส พร้อมลุ้นชิมมิชลินสตาร์ที่ประเทศอังกฤษ อาทิ Wine Connection Bistro, 0Muteki by mugendai, Akiyoshi, Mo-Mo-Paradise, Hokkaido Tsubohachi, Gyu-Kaku, BonChon Chicken, Audrey Café, U&I Suki และอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ –10 พฤศจิกายน ที่โซนร้านอาหารและขนมหวานศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

ตำรับไทยโบราณ

     **  ห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ฉลองต้อนรับการมาถึงของเชฟระดับดาวมิชลิน “เชฟป้อม” พัชรา พิระภาค ทำหน้าที่หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ นำเสนอตำรับไทยโบราณ อาทิ น้ำพริกกุ้งโจน, ต้มกะทิปลาสลิดย่างมะพร้าวคั้น, เป็ดคั่วแบบลาวพวน และยำใหญ่ใส่สารพัด เป็นต้น ตำรับอาหารไทยโบราณเหล่านี้ ให้บริการควบคู่ไปกับเมนูอาหารไทยตามสั่ง ที่ยึดแนวคิดการบริการเดิมของห้องอาหารเทอเรซ ริมน้ำ แต่ยังคงพัฒนาเมนูอาหารไทยเลิศรสอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของเชฟป้อม และมุ่งสู่ความเป็นเลิศทั้งด้านรสชาติ และเทคนิคการปรุงอาหารตำรับไทยโบราณ ที่หารับประทานยากยิ่งในยุคปัจจุบัน สอบถามโทร.0-2659-9000

ชุดอาหารญี่ปุ่น

    ** ห้องอาหารคิซาระ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ แนะนำ Weekend Family Set ชุดอาหารญี่ปุ่นที่เชฟผู้มากประสบการณ์ของห้องอาหารคิซาระได้บรรจงรังสรรค์ขึ้น โดยรวบรวบวัตถุดิบชั้นเลิศในเซ็ทนี้ให้คุณได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดซาชิมิเกรดพรีเมี่ยม ซูชิ อร่อยไปกับเมนูคามินาเบะ หรือหม้อไฟกระดาษสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีทั้งกุ้ง หอยเชลล์ฮอกไกโด และออร่าคิงแซลมอนนิวซีแลนด์ เข้ากันดีกับซุปมิโซะรสชาติเข้มข้น อีกทั้งเทปันยากิ ที่มีเนื้อให้เลือกหลากหลาย ทั้งเนื้อวัวเกรดพรีเมียมสายพันธุ์แบล็คแองกัส หมูคุโรบุตะ หรือไก่ เสิร์ฟคู่กับริซอตโต หรือ ข้าวอบสไตล์ญี่ปุ่น สลัด และซีฟู้ดเทมปุระ ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างผลไม้สดและไอศครีมชาเขียวมัทฉะมัทชะ  ราคา 1,850++ บาท ต่อเซ็ท 1 เซ็ท สามารถทานได้ 2 ท่าน เสิร์ฟทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.30 -14.30 น. สำหรับมื้อกลางวัน และ 18:00-22:30 น. สำหรับมื้อเย็น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02-690-9999 หรือ อีเมล bkkci.fb@conradhotels.com สามารถติดตามข่าวสารต่างๆได้ที่ เว็บไซต์ http://www.relishbangkok.com/kisara-2

ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง สูตรปีนัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/379218?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง สูตรปีนัง

วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 – 04:59 น.
ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 4,500 ครั้ง

ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง สูตรปีนัง

                           เที่ยวปีนัง ยิ่งเก๋า ยิ่งเก๋ 

การท่องเที่ยวรัฐปีนัง โดยนายโยว ซุน ฮิน มนตรีแห่งรัฐปีนัง ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรมและมรดก และนายอุย ชอค เยียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการท่องเที่ยวรัฐปีนัง เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “Experience Penang 2020” เที่ยวปีนัง ยิ่งเก๋า ยิ่งเก๋ เชิญชวนชาวไทยไปสัมผัสท่องเที่ยวปีนังแนวใหม่ สไตล์คลาสสิก ชิมอาหารอร่อย ตลอดปี 2019

โดยมี ดาโต๊ะ โจจี้ ซามูเอ็ล เอ็ม ซี ซามูเอ็ล เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย น.ส.ทัศนีย์ เกียรติกำจรชัย เลขาธิการสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว ร่วมชี้แจงว่า ปี 2561 มีชาวไทยไปเที่ยวมาเลเซียมากถึง 1.9 ล้านคน โดยใช้สายการบินแอร์เอเซีย และการบินไทย พาชาวไทยไปสัมผัสชีวิตชาวมาเลเซีย ที่มีวัฒนธรรมการกินอยู่คล้ายกับคนไทย

Experience Penang 2020 เที่ยวปีนัง ยิ่งเก๋า ยิ่งเก๋ ปีนังเป็นเมืองที่มีความคล้ายคลึงกับชุมชนชาวจีนในเมืองไทย ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ไหหลำ ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกินทุกอย่างเหมือนคนจีนในเมืองไทย ประกอบกับปีนังเป็นเกาะ ล้อมรอบด้วยทะเลอันดามัน ทำให้ปีนังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม มีอาหารทะเลสดใหม่ คนไทยจึงไปเที่ยวปีนังกันมาก เดินทางโดยรถตู้ รถแท็กซี่จากหาดใหญ่ นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ เข้าปีนังชั่วโมงเศษ

จอร์จทาวน์ เมืองหลวงของปีนัง มีตึกอาคารแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีส อายุกว่า 150 ปี ยูเนสโกยกย่องให้เป็น มรดกโลก 2008 ริมถนนเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตกแต่งด้วยสไตล์จีนผสมมาเลเซีย อาหารอร่อยรสชาติกวางตุ้ง เช่น ติ่มซำ ซาลาเปาลูกใหญ่ๆ ลักซา ก๋วยเตี๋ยวมาเลย์รสจัด ฉ๋าก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว รสชาติที่คนไทยคุ้นเคย และอร่อยกับอาหารราคาถูก

ปีนัง ยังมีสินค้าราคาถูกกว่าเมืองไทยให้เลือกซื้อ เครื่องสำอาง เสื้อผ้ากระเป๋าแบรนด์แนม กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ยามเย็นเดินชมและชิมอาหารพื้นเมืองบนถนนคนเดิน มีทั้งอาหารมุสลิม อาหารอินเดียสไตล์ใหม่ แล้วขึ้นไปชมความงดงามของเมืองปีนังบนปีนังฮิลล์ ปีนังจึงติดอันดับเมืองที่มีอาหารอร่อยราคาถูก

                          ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง สูตรปีนัง

เฮียเกรียง อาซ้อติ๋ม สองสามีภรรยาทำธุรกิจขายเครื่องเขียน หมึกเติมเครื่องถ่ายเอกสาร ตระเวนไปขายให้ร้านค้าทั่วประเทศ ยุคที่คนทั้งโลกต้องมีเครื่องถ่ายเอกสารทุกบ้าน หมึกเติมขายดีมาก เฮียเกรียงต้องบินไปปีนัง สั่งซื้อสีและน้ำยานำมาบรรจุกล่อง แบบเติมติดข้างเครื่องถ่ายเอกสาร เพราะหมึกเติมแท้ของบริษัทแพงมาก คนใช้เครื่องถ่ายเอกสารสี จึงนิยมใช้หมึกเติมราคาถูก

ไปสั่งซื้อหมึกสีเครื่องถ่ายเอกสารที่ปีนัง เฮียเกรียงต้องกินอาหารจีนฝีมือชาวปีนังทุกเช้า-เที่ยง-เย็น ซึมซับรสชาติอาหารอร่อยของชาวปีนัง เป็นสูตรเดียวกับอาหารคนจีนในเมืองไทย แต่รสเข้มข้นอร่อยกว่ามาก ทั้งผัดผักสดๆ กับหมูตับ แกงปลาแบบปักษ์ใต้บ้านเรา และไม่น่าเชื่อ ปีนังมีหมูทอดกรอบ แป้งกรอบบางเฉียบ ปรุงรสเข้มกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยสุดยอด

เมื่อคนทั้งโลกหันมาใช้โทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปส่งเอกสารทางไลน์ไม่ต้องส่งอีเมลกันอีกแล้ว ธุรกิจเครื่องเขียนหมึกเติมเครื่องถ่ายเอกสารขายไม่ดี เฮียเกรียง-ซ้อติ๋ม ต้องปิดร้านขายเครื่องเขียน ช่วยกันคิดว่าอาชีพต่อไปควรทำอะไร เฮียเกรียงแนะนำภรรยาว่า อยู่กับครัวโต๊ะจีนกับเตี่ย ลีเหล่าหงี ตั้งแต่เด็ก ยังจำการทำอาหารโต๊ะจีนได้ และได้ไปดูไปชิมอาหารที่เกาะปีนังมาแล้ว เอาสูตรนี้มาทำขาย

ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง พื้นที่หน้าภัตตาคารจีน ลีเหล่าหงี ริมถนนเจริญราษฎร์ ยังพอมีที่ว่าง เฮียเกรียงไปขอทำข้าวราดแกงขาย ตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสิบโมง ทั้งสองผัวเมียเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ผ้ากันเปื้อน เฮียเกรียงไปตลาดซื้อกับข้าวตั้งแต่ตีสอง เอามาปรุงผัดทอดแกงเป็นอาหารวันละ 18 เมนู ซ้อติ๋มใส่ผ้ากันเปื้อนเตรียมหน้าร้าน ตั้งโต๊ะเก้าอี้เตรียมน้ำแข็งน้ำดื่ม ต้มน้ำซุปเตรียมผักสดน้ำพริกให้ลูกค้า

06.00 น. ลูกค้ามายืนรอนั่งรอ กินข้าวราดแกงกับหมูทอดกรอบๆ เฮียเกรียงเล่าว่า แต่ละวันจะมีกับข้าวทำหมุนเวียนออกมาให้ลูกค้ากิน แกงเผ็ดเป็ดย่างสับปะรด ปลาดุกทอดกรอบผัดพริกแกงใบกะเพรา คะน้าไฟแดงหมูทอด ฟักทองผัดไข่ กะหล่ำปลีผัดเบคอน ดอกกุยช่ายผัดตับหมู ดอกกะหล่ำผัดบร็อกโคลี่เบคอน หมูหวาน เต้าหู้ทอด ผัดไก่สับพริกต้นหอม หน่อไม้ผัดหมูพริกสด หอยลายผัดน้ำพริกเผา ไก่ทรงเครื่อง ยำกุนเชียง ยำเนื้อปลาทูสด แกงเหลืองปักษ์ใต้หน่อไม้ดองปลาน้ำดอกไม้ ไข่พะโล้เต้าหู้หมูสามชั้น ไข่พะโลคากิ เกี่ยมฉ่ายผัดสาหร่าย แกงพะแนงหมู แกงพะแนงไก่ แกงเขียวหวานไก่ ลาบไก่ ลาบเป็ด ลาบหมู ปลาดุกผัดฉ่า ยำหัวหมู หมูป่าผัดเผ็ด คั่วกลิ้งหมู คะน้าผัดปลาเค็ม ผัดสะตอหมูสับ ผัดแหนมใส่ไข่ สลับให้กินทุกวันไม่มีเบื่อ

หมูทอดเฮียเกรียง สูตรเด็ดที่ได้มาจากเกาะปีนัง เฮียเกรียงเล่าว่า คนจีนปีนังเลือกใช้เนื้อหน้าอกหมู มีเพียงคืบเศษ เป็นช่วงที่มีมันบางๆ แทรกอยู่ในชั้นเนื้อสามชั้น คนจีนปีนังเอามาหมักซีอิ๊วฮาเดย์จากเมืองตงก่วน เคล้าพริกไทยป่นตรามือให้เข้าเนื้อ คลุกด้วยแป้งมันฮ่องกงให้ทั่ว จึงเอาไปทอดน้ำมันถั่วเหลืองให้แห้งกรอบ รสกลมกล่อมจากซีอิ๊วจีน กลิ่นหอมพริกไทยตรามือ ติดเข้าไปถึงเนื้อใน

เฮียเกรียงหมูทอด ทำขายวันละ 20 กก. กับข้าววันละ 18 อย่าง น้ำซุปฟักมะนาวดอง น้ำซุปต้มหัวไชเท้าสาหร่าย สิบโมงกว่าก็หมดไม่มีเหลือ ลูกค้ามีตั้งแต่ขับรถเบนซ์ บีเอ็ม แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์มากินกัน ริมถนนเจริญราษฎร์ ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง โทร.08-1339-6767

ครัวลอยฟ้า     หมูทอดเฮียเกรียง

เฮียเกรียง ได้สูตรหมูทอดจากเกาะปีนัง ใช้เนื้ออกหมูหมักกับซีอิ๊วฮาเดย์จากเมืองตงก่วน ประเทศจีน พริกไทยป่นตรามือ แป้งมันฮ่องกง ทอดน้ำมันถั่วเหลือง ให้แห้งกรอบอร่อย

เครื่องปรุง

1.เนื้อหน้าอกหมู 20 กก.

2.รากผักชี 2 ขีด

3.กระเทียมไทย 2 ขีด

4.พริกไทยป่นตรามือ 2 ช้อนโต๊ะ

5.ผงพะโล้ตรามือ 2 ช้อนโต๊ะ

6.ซีอิ๊วขาวฮาเดย์ 2 ขีด

7.ซอสหอยนางรม 1 ขีด

8.น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.นำรากผักชีกระเทียมพริกไทยใส่เครื่องบดปั่นจนละเอียด

2.หั่นเนื้อหน้าอกหมูเป็นชิ้นตามยาวหนา 1 ซม. แล้วหมักกับเครื่องปรุง 1 คืน

3.รุ่งเช้าใส่แป้งมันฮ่องกงลงเคล้ากับหมูหมักให้ทั่วแล้วนำไปทอดไฟร้อนปานกลาง

จะได้หมูทอดหอมกรอบ อร่อยด้วยรสชาติจากซีอิ๊วฮาเดย์ พริกไทยและซอสหอยนางรมฮ่องกง กินกับข้าวราดแกงทุกชนิดอร่อยมาก ไปกินที่ร้าน ข้าวแกงหมูทอดเฮียเกรียง ถนนเจริญราษฎร์

หวานแบบไทยตำรับโบราณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/379128?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

หวานแบบไทยตำรับโบราณ

วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 – 07:00 น.
กรุงเก่า เล่าใหม่,อโยธยา 2562,เซ็นทรัลพัฒนา,ขนมไทยสูตรดั้งเดิม,ขนมมงคล,บุหลันดั้นเมฆ,อาลัวสดดอกไม้,สัมปันนี,ขนมเหนียวดังโงะ
เปิดอ่าน 3,352 ครั้ง

สัมผัสมนต์เสน่ห์อโยธยาสไตล์ร่วมสมัย พร้อมลิ้มรสขนมหวานไทยโบราณมากมาย

เอาใจคอของหวานแบบไม่ธรรมดาเพราะเป็นตำรับหวานไทยโบราณ หากินยากในงาน “กรุงเก่า เล่าใหม่ ตอน อโยธยา 2562” ที่เซ็นทรัลพัฒนา เชิญไปสัมผัสมนต์เสน่ห์อโยธยาสไตล์ร่วมสมัย ทั้งช็อป ชิม และแชะ เดินเที่ยวไปในบรรยากาศไทยๆ พร้อมลิ้มรสขนมหวานไทยโบราณมากมาย อาทิ 13 ขนมไทยสูตรดั้งเดิมหารับประทานยาก ทั้งบุหลันดั้นเมฆ ขนมเหนียวดังโงะ สัมปันนี ขนม 4 ถ้วย (ประกอบด้วย ขนมไข่กบ นกปล่อย นางลอย อ้ายตื้อ) น้ำตาลปั้น ข้าวแช่ช้อนทองเสวย ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ เจ้าของรางวัล โอท็อป 5 ดาว ช่อม่วง+จีบนกไทยกระเช้าสีดา เป็นต้น พร้อม ขนมมงคลความหมายดี 9 ชนิด ทองเอก เสน่ห์จันทน์ ขนมชั้น ทองหยอด ทองหยิบ จ่ามงกุฎ ฝอยทอง ถ้วยฟู และเม็ดขนุน

เริ่มจาก บุหลันดั้นเมฆ ขนมไทยชื่องามนามเพราะตำรับชาววัง ความหมายของคำว่า “บุหลันดั้นเมฆ” คือ พระจันทร์ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าในยามค่ำคืน โดยคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี นวดแป้งด้วยน้ำลอยดอกมะลิ จนได้ขนมบุหลันดั้นเมฆเนื้อนุ่ม สดใหม่ รสชาติถูกปากผู้บริโภค, ขนมเหนียวดังโงะ ขนมเหนียวของไทย ปั้นเป็นก้อนกลมเสียบไม้คล้ายขนมดังโงะของญี่ปุ่น รูปร่างใหม่แปลกตา แต่ยังคงรสชาติและสัมผัสของขนมเหนียวแบบดั้งเดิมราดด้วยน้ำตาลมะพร้าวสูตรพิเศษของทางร้านที่เคี่ยวจนข้นเป็นคาราเมล กินคู่กับมะพร้าวทึนทึกและข้าวพอง เพื่อเพิ่มความหอมและความอร่อยในแบบฉบับของร้านเสน่ห์

          สัมปันนี หรือ สัมปะนี เป็นขนมไทยโบราณ จัดว่าเป็นขนมมงคลที่นิยมใช้ในพิธีแต่งงาน เนื่องจากมีความหมายว่า “อันเป็นที่รัก” ด้วยสูตรเฉพาะของร้านเสน่ห์ที่ทำให้ขนมสัมปันนี มีไส้เม็ดมะม่วงหิมพานต์และลูกเกด เพิ่มรสชาติที่กลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ จึงทำให้เป็นขนมสัมปันนีจากร้านเสน่ห์เป็นขนมที่หากินที่ไหนไม่ได้ และ อาลัวสดดอกไม้ มีความหมายว่า “เสน่ห์ดึงดูดใจ” ทำให้เป็นขนมที่ได้รับความนิยมมายาวต่อเนื่อง

          พลาดไม่ได้กับไฮไลท์ บุฟเฟ่ต์ขนมไทยที่มีให้เลือกกว่า 20 ชนิด จากร้านบ้านขนมไทยชาววัง by Chatchanok อีกทั้งเชิญร่วมเปิดประสบการณ์เสริมเสน่ห์กับกิจกรรมเวิร์กช็อป ฝึกทำขนมไทยโบราณจากร้านเสน่ห์ Sane Café and workshop นอกจากนี้ ยังมีสินค้าข้าวของเครื่องใช้ ของตกแต่ง ของสะสมงานจิตรกรรมและประติมากรรมสมัยอยุธยามาไว้ให้เลือกช็อปมากมาย  ที่เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ระหว่างวันที่ 16-29 กรกฎาคม, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ระหว่าง 13-21 สิงหาคม และเซ็นทรัลพลาซา ระยอง ระหว่างวันที่ 19 สิงหาคม-2 กันยายนนี้

เพิ่มพลังกายเติมพลังใจ @ในบ้านในสวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/379215?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เพิ่มพลังกายเติมพลังใจ @ในบ้านในสวน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 – 16:41 น.
ในบ้านในสวน,อาหารเพื่อสุขภาพ,เพิ่มพลังกายเติมพลังใจ,เมี่ยงปลากะพง,เมี่ยงอัญชันในบ้านในสวน,ในบ้านในสวน ชวนชิม,ในบ้านในสวน คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,782 ครั้ง

นั่งจิบเครื่องดื่มถ้วยโปรด-รับประทานอาหารมื้อสุขภาพเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเอง

จากความรักตัวเองของคนกลุ่มเล็กๆ ที่ต้องการมีสุขภาพดี การดำเนินชีวิตหลีกห่างจากสารพิษเท่าที่จะทำได้ แล้วไม่คิดจะเก็บสิ่งดีๆ ไว้เพียงเฉพาะตัวเอง แต่เลือกที่จะส่งต่อออกมาสู่เพื่อนๆ ในสังคม ด้วยการเปิดบ้านพักอาศัยบนเนื้อที่ 2 ไร่ในซอยคู้บอน 24 ให้บริการอาหาร-เครื่องดื่ม ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารนั้นแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ปลูกเอง และจัดหาจากแหล่งเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิกจากเพื่อนๆ ในแวดวงคนรักสุขภาพ โดยใช้ชื่อ “ในบ้านในสวน” เพื่อสื่อถึงความเชื่อที่ว่า “ขนาดบ้านไม่อาจบอก…ความสุข หากแต่ขนาดของความสุข เกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยน พูดคุย แบ่งปัน ส่งต่อ ให้กันได้ไม่สิ้นสุด”

ด้วยความตั้งใจจะเปิดบ้านให้เป็นที่นั่งพัก พูดคุย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ภายในตัวบ้านปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์นได้รับการตกแต่งให้มีเพดานโปร่งโล่งกระจกใส ถูกแบ่งโซนออกเป็นส่วนต่างๆ เรียกง่ายๆ ว่าโซนเย็น โซนร้อน และโซนสำหรับแบ่งปันแลกเปลี่ยนวิชาความรู้ผ่านกิจกรรม อาทิ กิจกรรมดีไอวาย, กิจกรรมเรียนรู้การทำผ้ามัดย้อม รวมถึงเรื่องกาแฟ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของแปลงผักสวนครัว ข่า ตะไคร้ โหระพา กะเพรา ยี่หร่า สะระแหน่ มะเขือ ผักบุ้ง อัญชัน ผักโขมเบตง กล้วย มะละกอ ฟักทอง กอไผ่ ดาหลา ฯลฯ ให้ผู้แวะเวียนเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่มถ้วยโปรดหรือรับประทานอาหารมื้อสุขภาพได้รู้สึกอบอุ่นเหมือนกำลังนั่งอยู่ในบ้านของตัวเอง

มัทฉะเย็น-ในบ้านในสวน-โกโก้เย็น

ก่อนได้สัมผัสกับรสชาติของอาหาร ขอแวะจิบเครื่องดื่มสักหน่อย บาริสต้าหนุ่ม เจริญ วุ้ยยื้อ เล่าถึงที่มาของ “เมล็ดกาแฟ” (แบรนด์มีไทย) อันเป็นวัตถุดิบหลัก ว่าปลูกไร่กาแฟออร์แกนิกของครอบครัวตัวเองบนดอยช้าง จ.เชียงราย พื้นที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้ารสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้นจึงการันตีได้ว่าตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกจนไปถึงผลิตเป็นเมล็ดการแฟคั่วบดล้วนปลอดสารเคมีทั้งสิ้น รวมถึง “ไซรัป” และ “น้ำตาลทรายแดง” ล้วนมาจากแหล่งซึ่งเป็นออร์แกนิกทั้งสิ้น

คาปูชิโน่-ลาเต้

โดยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่อยากแนะนำให้คอกาแฟได้ลองชิมแก้วแรก “ในบ้านในสวนเย็น” เกิดจากการผสมผสานกันระหว่าง “เอสเปรสโซ่ชอต” กับ “น้ำตาลสดออร์แกนิก” ส่งตรงจากสวนใน อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม สำคัญคือมีตรารับรองด้วยล่ะ…เมื่อความเข้มมาเจอกับความหอมหวานละมุนเบาๆ ของน้ำตาลสด ส่งผลให้แก้วนี้เป็นตัวแทนความสดชื่นได้เป็นอย่างดี ส่วนคนไม่ถนัดกาแฟเข้มก็มีกาแฟใส่นมให้เป็นทางเลือกทั้งแบบร้อนและเย็น เช่น ลาเต้, คาปูชิโน่, มอคค่า หอมละมุนฟองนุ่มจิบแล้วชุ่มคอกันไป สำหรับกลุ่มไม่เน้นกาแฟยังมีทางเลือกให้อีกคือ “มัทฉะเย็น” หรือ ชาเขียวเย็น, “โกโก้เย็น” แต่ขอบอกว่าสองแก้วนี้ความเข้มข้นระดับสิบ หากจิบแล้วรู้สึกว่าหวานน้อยไปสามารถเรียกหา “ไซรัป” เติมได้ตามความพอใจ

โปร่งโล่งสบายตาเหมือนว่านั่งเล่นในบ้านของตัวเอง

สดๆ จากแปลงผักสวนครัว

มาถึงเรื่องอาหารการกินกันบ้าง อย่างที่เน้นย้ำว่าอาหาร “ในบ้านในสวน” เป็นเมนูง่ายๆ แต่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย จากวัตถุดิบในสวนครัวในบ้านส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งรับจากเพื่อนซึ่งมีแนวคิดเดียวกัน จึงกลายเป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน  ถึงแม้ว่าจะมีให้เลือกไม่กี่อย่าง อีกทั้งยังเน้นให้บริการอาหารจานเดียว แต่ยังมีไฮไลท์สำคัญคือ “บริการสดตามสั่ง” เปลี่ยนไปตามวัตถุดิบในสวนและความต้องการของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถเลือกเด็ดผักที่อยากรับประทานจากในสวนครัว นำมาส่งให้แม่ครัวแปรรูปเป็นจานโปรดของแต่ละท่านได้ อาทิ “มะเขือม่วงเผา เสิร์ฟคู่กับกุ้งลวกและน้ำจิ้มซีฟู้ด” หรืออยากเด็ดผักกลับไปรับประทานที่บ้านก็ย่อมได้ในราคาขีดละ 20 บาท

มะเขือม่วงเผา เสิร์ฟคู่กับกุ้งลวกและน้ำจิ้มซีฟู้ด…สดตามสั่ง

เมี่ยงปลากะพง

ไม่รอช้าเรามาว่ากันที่จานรับประทานเล่นกับ “เมี่ยงปลากะพง” เนื้อปลาถูกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเท่าลูกเต๋าทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกุ้งลวก ขิงสด ถั่วลิสงคั่วใหม่วันต่อวัน ยังมีเส้นหมี่จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ได้ชื่่อว่ามีคุณประโยชน์หลายประการ และใบผักโขมเบตง วิธีรับประทานไม่ซับซ้อน แค่นำส่วนประกอบต่างๆ วางลงใบผักโขมเบตง ราดด้วยน้ำจิ้มรสจัดจ้าน…เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างในจานอันตรธานเกลี้ยง

เมี่ยงอัญชันในบ้านในสวน

อีกหนึ่งจานเบาๆ “เมี่ยงอัญชันในบ้านในสวน” ส่วนประกอบธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ “น้ำเมี่ยง” พี่แหม่มเจ้าของบ้านเล่าว่า เป็นสูตรตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยนำส่วนผสมทั้งหมด ได้แก่ ขิง ข่า หอมแดง มะพร้าว กุ้งแห้ง กะปิ ไปเผาก่อนเอามาโขลกจนละเอียด แล้วค่อยเติมน้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลกรวด ลงไปเคี่ยวจนกว่าจะเหนียวกำลังดี จึงจะได้น้ำเมี่ยงรสชาติหวานกลมกล่อมหอมเครื่องเทศ

ข้าวหมูก้อน

เส้นหมี่ไรซ์เบอร์รี่ผัดซีอิ๊วหมู

ในขณะที่จานหลักหมวดเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดีต้องยกให้ “ข้าวหมูก้อน” ข้าวกล้องหอมมะลิ เสิร์ฟพร้อมหมูก้อนทอด พิเศษตรงที่ใช้เนื้อหมูติดนิดๆ หมักกับเครื่องเทศประกอบด้วย รากผักชี พริกไทย กระเทียม และปลาอินทรีเค็ม ทอดจนเหลืองได้ที่ มีดอกอัญชันและแตงกวาจากสวนข้างบ้านรับประทานลดความเลี่ยน หรือจะเลือกรับประทาน “เส้นหมี่ไรซ์เบอร์รี่ผัดซีอิ๊วหมู” นี่ก็อยู่ในหมวดเดียวกัน

ข้าวผัดปลาทู…กับผักแกล้มที่หาได้จากในสวนครัวข้างบ้าน

ขยับความจัดจ้านของอาหารขึ้นมาอีกระดับมีทั้ง “ข้าวผัดพริกกุ้ง” และ “ข้าวผัดปลาทู” นอกจากจะเนื้อปลาทูผัดคลุกเคล้าในข้าวกล้องหอมมะลิ ผักชะอม และพริกขี้หนูสวนซอย ยังมีเนื้อปลาทูวางเคียงมาอีกครึ่งตัวพร้อมด้วยถ้วยน้ำพริกขนาดพอเหมาะและผักเคียงจากสวนข้างบ้านไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน

ข้าวผัดพริกกุ้ง

สำหรับ “สายหวาน” นั้น เจ้าของบ้านกระซิบว่าถ้าเป็นช่วงผลไม้ในสวนสุกได้ที่ จึงจะมีรายการเพิ่มอย่าง “กล้วยบวชชี”, “แกงบวดฟักทอง” หรือ “มะละกอสุก”, มะม่วงสุก เป็นต้น
 “ในบ้านในสวน” เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. (ปิดวันจันทร์) สอบถามเส้นทางหรือรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.09-2325-5775 

“ข้าวดอกมะขามออร์แกนิกผัดน้ำพริก” อร่อยครบคุณค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378236?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ข้าวดอกมะขามออร์แกนิกผัดน้ำพริก” อร่อยครบคุณค่า

วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 – 06:00 น.
กร รัชไชยบุญ,ข้าวดอกมะขาม,ปะกาอำปึล,สีฟ้า,อาหาร,ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง,ข้าวดอกมะขามผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด,ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู
เปิดอ่าน 11,047 ครั้ง

ข้าวปะกาอำปึล ของดีจากสุรินทร์ ผัดอย่างพิถีพิถันกับน้ำพริก 3 สูตรเด็ด

เคยมีคนบอกว่า “ข้าว” เป็นยาธัญโอสถ และ “น้ำพริก” เป็นสิ่งเติมเต็มให้รสชาติกับอาหารของคนไทยมานมนาน ล่าสุด กร รัชไชยบุญ เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของกลุ่มสีฟ้า ได้นำ “ข้าวดอกมะขาม” หรือ “ข้าวปะกาอำปึล” จากการแนะนำของเกษตรกรอินทรีย์ บ้านทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ มาพัฒนาสูตรร่วมกับเมนูน้ำพริก 3 สูตรเด็ด ที่สีฟ้ายังคงให้ความสำคัญกับความอร่อยแบบต้นตำรับของน้ำพริกในแต่ละสูตร

กร รัชไชยบุญ

ข้าวดอกมะขามผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด

ไม่ว่าจะเป็น “ข้าวดอกมะขามผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด” ที่ให้รสชาติกลมกล่อมของพริกเหลืองไข่และเนื้อปูหอมมันเสิร์ฟพร้อมปลาสลิดทอดกรอบ ผักสด และไข่ไก่ต้มสุก ปลอดสาร หรือ “ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู” ที่ให้รสชาติจัดจ้านเพิ่มขึ้นอีกหน่อยจากแกงพริกขิง คลุกเคล้าเข้ากันกับเนื้อปลาดุกฟูทอดกรอบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่แป้งและเกล็ดขนมปัง เสิร์ฟพร้อมแคปหมูไร้มัน ผักสด และไข่ตะไล สูตรลับเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของสีฟ้า

ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู

และ “ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง” ที่ให้รสชาติจัดจ้านถอดสูตรเครื่องแกงคั่วกลิ้งต้นตำรับ ผสมฉ่ากุ้งทะเลในกระทะร้อนด้วยความเร็วเพื่อรักษาความสดเด้ง และคงคุณค่าทางสารอาหาร จัดเสิร์ฟพร้อมหมูหวานสูตรต้นตำรับสีฟ้า 80 ปี ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างลงตัว

ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง

      สำหรับ “ข้าวดอกมะขาม” หรือ “ปะกาอำปึล” เป็นข้าวพื้นถิ่นที่ปลูกมาแต่บรรพกาลของเมืองสุรินทร์ ด้วยเมื่อสุกแก่ เปลือกของข้าวมีสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม และสีดำคล้ำ ในเปลือกเดียวกัน เหมือนสีของดอกมะขาม จึงเป็นที่มาของชื่อ ข้าวดอกมะขาม จัดเป็นข้าวที่มีสาร GABA สูงให้โปรตีน วิตามินบี ธาตุเล็ก ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันโรคเหน็บชา และอีกคุณสมบัติเด่นของข้าวดอกมะขาม คือ Low GI (Glycemic Index) หรือค่าดัชนีต่ำ ช่วยลดการเกิดโรคเบาหวานหรือโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ด้วยสำนึกในคุณงามความดีของข้าวและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ชาวนาจากกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ ทัพไทย จึงร่วมแรงร่วมใจรักษาพันธุ์ข้าวเหล่านี้ไว้ไม่ให้สูญหาย ไปท่ามกลางกระแสการปลูกข้าวเพื่อการค้า ให้เป็นข้าวที่ปลอดจากสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์

      ผู้สนใจและอยากลองลิ้มชิมรสเมนู ข้าวดอกมะขามผัดกับเมนูน้ำพริกทั้ง 3 สูตร ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม นี้ ที่สีฟ้า ทั้ง 21 สาขา หรือสามารถติดตามข่าวสารหรือกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.seefah.com

ดินเนอร์หรูกับยอดเนื้อไก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378403?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ดินเนอร์หรูกับยอดเนื้อไก่

วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 – 12:00 น.
เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก,มิชลินสตาร์,เชฟอเมริโก้ เซสติ,แฌม บาย ฌองมิเชล โลรองต์,ซาเวลเบิร์ก,ไก่เบญจา
เปิดอ่าน 5,296 ครั้ง

2 เชฟดังนำเสนอมื้อค่ำแบบฝรั่งเศสที่ผสานความเป็นไทย

มิชลิน ไกด์ ไดนิ่ง ซีรีส์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2019 ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้แนวคิด “เดอะ เฟรนช์ คอนเนกชั่น” การร่วมกันรังสรรค์อาหารค่ำมื้อพิเศษระหว่าง 2 เชฟจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 2 ร้านด้วยกัน คือ เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก จากร้านซาเวลเบิร์ก และ เชฟอเมริโก้ เซสติ จากร้านแฌม บาย ฌองมิเชล โลรองต์ นำเสนอประสบการณ์มื้อค่ำแบบฝรั่งเศสที่ผสานความเป็นไทย ที่ร้านรางวัล 1 ดาวมิชลิน ซาเวลเบิร์ก โดย “เบญจา ชิกเก้น” ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนระดับพรีเมียมของมิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ 2019 ถือโอกาสเชิญพันธมิตรทางการค้า และแขกคนสำคัญเข้าร่วมงาน พร้อมลิ้มรส 8 คอร์สสุดพิเศษ ซึ่งจานหลักเป็นเมนูไก่ที่ปรุงด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสจากวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียมไก่เบญจา ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง

เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก-เชฟอเมริโก้ เซสติ

          ต้อนรับแขกพิเศษด้วยคานาเป้ “บานาน่า แอนด์ ฟัวกราส์” จากนั้นเริ่มคอร์สด้วยของกินเล่น “เบญจา ชิกเก้น, ไวน์ แอสพารากัส แอนด์ ครัสตาซีน อิมัลชั่น” ที่ปรุงจากเนื้อไก่เบญจา ชิกเก้น คัดสรรส่วนอก นำมาจี่ไฟ เสิร์ฟคู่หน่อไม้ฝรั่งขาวผัดซอส หอม นุ่ม ฉ่ำ ลงตัว ต่อด้วยเมนูล็อบสเตอร์ และจานปลาที่เป็นอาหารโปรดของเชฟเฮงค์

เมนคอร์สอกไก่แสนอร่อย

         

ปรุงอย่างพิถีพิถัน

          มาถึงเมนคอร์สที่เชฟร่วมสร้างสรรค์ออกมาได้น่าสนใจ คือ คอร์สไก่ “เบญจา ชิกเก้น บรีท, มาช โพเทโทส์ วิธ ชีส Epoisses, มอเรล แอนด์ พอร์ท” เสิร์ฟคู่กับ “เบญจา ชิกเก้น วิง, แค็บแบ็ก แอนด์ ออสเตรเลียน แบล็ก วินเทอร์ ทราฟเฟิล” ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเชฟเฮงค์ นำอกไก่มาอบสุญญากาศเพื่อคงความชุ่มฉ่ำเอาไว้ ก่อนนำไปผัดเนย เสิร์ฟพร้อมซอสเห็ดมอเรลป่า ส่วนเชฟอเมริโก้ นำเมนูทราฟเฟิลที่ขึ้นชื่อของเชฟฌอง-มิเชล มาตีความใหม่ พาสต้าถูกรังสรรค์ด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศส ผสมเห็ดทราฟเฟิลดำจากออสเตรเลีย ก่อนจะต่อด้วยจานเนื้อแสนโอชา

เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก-เชฟอเมริโก้ เซสติ และผู้บริหาร

บรรยากาศในงาน

  เชฟเฮงค์ กล่าวถึงการคัดสรรวัตถุดิบว่า แม้เทคนิคและรูปแบบจะเป็นฝรั่งเศส แต่อาหารที่รังสรรค์ต้องนำเสนอความโดดเด่นของสี กลิ่น และรสชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคที่ตัวเองตั้งถิ่นฐานอยู่ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างช่วยผลักดันและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราทำ ผมอยู่เมืองไทยมา 5 ปีแต่ยังต้องสังเกต เรียนรู้ และค้นหาสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอยู่เสมอ จนตอนนี้จะเห็นอิทธิพลความเป็นไทยได้ในเมนูต่างๆ ที่เราเสิร์ฟ

อร่อยเต็มคำ “ไข่หอยเม่นฮอกไกโด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378228?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อร่อยเต็มคำ “ไข่หอยเม่นฮอกไกโด”

วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 – 06:00 น.
เย็นตาโฟเครื่องทรง,ข้าวขโมยแมว,กุ้งล็อบสเตอร์,ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด,บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียน,สลัดกุ้งมังกรแคนาดา,พิซซ่าแป้งบางกรอบ,โรงแรมอวานี เอเทรียม,ไข่หอยเม่นฮอกไกโด,อาหาร,โปรโมชั่น
เปิดอ่าน 5,839 ครั้ง

รวมรายการความอร่อยหลากหลาย พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มจากร้านดังทั่วไทย

ข้าวขโมยแมว

     ** เย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ ย้อนตำนานความอร่อยกับเมนู “ข้าวขโมยแมว” ข้าวคลุกปลาทูสูตรพิเศษ ข้าวหอมมะลิเมล็ดนุ่มๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลาแท้ เคล้าด้วยชิ้นเนื้อปลาทูแม่กลองตัวอวบเนื้อหวานมัน ทอดใหม่ๆ ร้อนๆ พร้อมเครื่องเคียงสารพัด หรือลิ้มลอง ข้าวน้ำพริกกะปิปลาทู แกล้มกับสารพัดผัก วันนี้ที่ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง  ยกเว้นบางสาขา สอบถามโทร.0-2946-1000

เนื้อสันแกะนุ่มละมุนลิ้น

     ** ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เชิญเพลิดเพลินกับเมนูพิเศษ 5 คอร์ส อาทิ สลัดปลาแซลมอนรมควันเสิร์ฟพร้อมขนมปังแซฟฟรอน, กุ้งล็อบสเตอร์เสิร์ฟพร้อมเฟนเนลผสมน้ำส้มและมะกอกดำกับผักสลัด, เนื้อสันแกะนุ่มละมุนลิ้นเสิร์ฟพร้อมมะเขือม่วงตุ๋น เป็นต้น ราคา 2,955 บาทต่อท่าน และไวน์แพริ่ง 1,899 บาทต่อท่าน วันนี้ถึง 31 สิงหาคมนี้  สอบถามโทร.0-2100-6255

ไข่หอยเม่นฮอกไกโด

     ** ห้องอาหารเท็นชิโนะ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ชวนอร่อยมื้อเย็นไปกับรสชาติที่หายากของไข่หอยเม่นฮอกไกโดที่สร้างสรรค์เป็นเมนูอร่อย 5 รายการ ด้วยศิลปะการทำอาหารดั้งเดิมจากญี่ปุ่นและฝรั่งเศส อาทิ โซบะเย็นกับไข่หอยเม่น ข้าวหน้าไข่หอยเม่นกับไข่ปลาแซลมอน สเต๊กเนื้อวากิวกับไข่หอยเม่น ซาชิมิไข่หอยเม่น ฯลฯ เริ่มต้นที่ 890 บาทสุทธิ สำรองที่นั่งออนไลน์ http://www.pullmanbangkokkingpower.com/th/offers/uni-sensation

ข้าวผัดน้ำพริกสูตรเด็ด

      ** สีฟ้าแนะนำ 5 เมนูข้าวผัดน้ำพริกสูตรเด็ดเครื่องแน่น อาทิ ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด, ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู, ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง เป็นต้น พิเศษเมื่อสั่งเมนูใดก็ได้ใน 5 รายการนี้ เพิ่มเงิน 99 บาท รับขนมจีบนึ่งหรือทอด 4 ลูก + น้ำสมุนไพร 1 แก้ว และสำหรับสมาชิกสีฟ้า แฟมิลี่ วันศุกร์สีฟ้ารับฟรี! ข้าวออร์แกนิก 500 กรัม ที่ร้านอาหารสีฟ้า ทุกสาขา วันนี้–31 กรกฎาคมนี้

   

เซตซีฟู้ดสุดคุ้ม

** ห้องอาหารญี่ปุ่นเบนิฮานา โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ เชิญสัมผัสประสบการณ์สนุกสุดมันส์ ชวนเพื่อนหรือคนรักมาอิ่มอร่อยไปกับเซตซีฟู้ดสุดคุ้ม ที่มีทั้ง ไลฟ์แคนาเดียน ล็อบสเตอร์, หอยเชลล์ยักษ์จากฮอกไกโด, แซลมอนส่งตรงจากนอร์เวย์ และกุ้งลายเสื้อไซต์ใหญ่พิเศษ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงมากมาย เฉพาะเดือนกรกฎาคม และสิงหาคมนี้ ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 4,200++ บาท สำรองที่นั่งก่อนใคร โทร .0-2718-2000

 หอยเชลล์อเมริกาย่างกระเทียมเจียวและแยมลิ้นจี่กับพริก

พาสต้าโฮมเมดกับกุ้งย่างสมุนไพร

** ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ดิโพลแมท บาร์, ซิตี้ เทอร์เรซ และ เดลี่ บาย คอนราด ชวนชิมหลากหลายเมนูแสนอร่อยสุดครีเอท จากวัตถุดิบสุดแซบประจำเดือนอย่าง “พริก” ที่บรรจงรังสรรค์จากเชฟคนเก่ง ประกอบด้วย ปีกไก่แซบเท็กซัส (180 บาท) ทาร์ตช็อกโกแลตพริกเม็กซิกัน (480 บาท) พาสต้าโฮมเมดกับกุ้งย่างสมุนไพร (620 บาท) หอยเชลล์อเมริกาย่างกระเทียมเจียวและแยมลิ้นจี่กับพริก (750 บาท) สอบถามหรือสำรองที่นั่งโทร.0-2690-9999 หรือ อีเมล: bkkci.info@conradhotels.com

พิซซ่าแป้งบางกรอบ

      ** ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ เชิญลิ้มลองความอร่อยของบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียน ให้คุณเต็มอิ่มกับพิซซ่าแป้งบางกรอบอบใหม่ กลิ่นหอมกรุ่น และพาสต้าเส้นสดที่มีเส้นให้เลือกกันแบบจุใจหลากสไตล์นอกจากนี้พิเศษมุมพาร์มีซานชีสวีล พร้อมคาราวานบุฟเฟ่ต์และขนมหวานนานาชนิด ตั้งแต่วันที่ 10-12 กรกฎาคมนี้ เวลา 18.00-22.00 น. ราคาท่านละ 690 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา สำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-5322-2111 หรือเว็บไซต์ http://www.kantarycollection.com

สลัดกุ้งมังกรแคนาดา

    ** ห้องอาหารญี่ปุ่น มิกาโดะ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง เชิญลิ้มลองกุ้งมังกรแคนาดาตัวโตเนื้อแน่น ที่มาพร้อมความสดใหม่ ด้วยเมนูอาหารที่คุณชื่นชอบ เพียง 1,413 สุทธิ อาทิ  สลัดกุ้งมังกรแคนาดา  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ชุบแป้งทอดกรอบ รับประทานคู่กับผักสด  เคียงคู่มากับน้ำสลัด รสชาติกลมกล่อม  สเต๊กกุ้งมังกรแคนาดา  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ชุบแป้งทอดกรอบ  เสิร์ฟพร้อมผักนานาชนิด ในจานร้อน พร้อมน้ำสลัดอร่อยลงตัว  กุ้งมังกรแคนาดาย่างเกลือ  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ย่างเกลือจนหอมกรุ่น อร่อยเต็มคำ  กุ้งมังกรแคนาดาย่างหรือทอดซีอิ๊ว  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ย่างซีอิ๊ว เข้าน้ำเข้าเนื้อ  หรือทอดราดซอสซีอิ๊วรสเข้มข้น เลือกได้ตามชอบใจ  แวะมาพิสูจน์ความอร่อยจากเมนูกุ้งมังกรแคนาดา เนื้อฉ่ำหวาน ในหลากหลายสไตล์แบบอาหารญี่ปุ่น ได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ  ตั้งแต่กรกฎาคม-กันยายนนี้ สอบถามและสำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2281-3088 ต่อ 109

กลมกล่อม “บะกุ๊ดเต๋ สิงคโปร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378167?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

กลมกล่อม “บะกุ๊ดเต๋ สิงคโปร์”

วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 – 12:14 น.
บะกุ๊ดเต๋,โอล์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋,Old Street Bak Kut Teh,บะกุ๊ดเต๋ลักซา,สิงคโปร์,เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ,ขาหมูตุ๋น,ผักโขมจีนกับไข่เยี่ยวม้าและไข่เค็ม,อร่อย,ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ,ผัดผักบุ้ง,อาหาร,เครื่องดื่ม
เปิดอ่าน 3,858 ครั้ง

“บะกุ๊ดเต๋” ตำรับง่ายๆ มีเพียงซี่โครงหมูเคี่ยวในน้ำซุป แต่คนไทยยกให้เป็นเมนูเด็ดที่ต้องลอง

มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์สักมื้อสองมื้อต้องไปลิ้มรสของอร่อยขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นอย่าง “ข้าวมันไก่สิงคโปร์” “ปูผัดพริกไทยดำ” หรือ “บะกุ๊ดเต๋” อาหารวัฒนธรรมการกินอยู่ของชาวเมืองที่สืบทอดกันมายาวนานนับแต่เริ่มก่อร่างสร้างประเทศจนมั่งคั่งถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะ “บะกุ๊ดเต๋” ที่แม้จะเป็นตำรับง่ายๆ มีเพียงซี่โครงหมูเคี่ยวในน้ำซุป แต่คนไทยก็ยกให้เป็นเมนูเด็ดที่ต้องลอง นั่นเพราะความกลมกล่อมของซุปอันเป็นเอกลักษณ์ จนบะกุ๊ดเต๋ร้านดังจากสิงคโปร์ “โอล์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋” (Old Street Bak Kut Teh) ต้องตัดสินใจขยายสาขามาเอาใจแฟนคลับชาวไทย ประเดิมปักหมุดที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ หนึ่งในจำนวน 22 สาขาทั่วเอเชีย ให้นึกหิวเมื่อไรก็อิ่มอร่อยได้ทันทีแบบที่ไม่ต้องบินไปถึงสิงคโปร์

หมูนุ่มชุ่มซุปกลมกล่อม

  ตามวิถีชาวจีนฮกเกี้ยนที่คนสิงคโปร์คุ้นชิน นิยมกินบะกุ๊ดเต๋พร้อมกับจิบชา “บะกุ๊ด” หมายถึง “ซี่โครงหมู” ส่วน “เต๋” คือ “น้ำชา” รวมความแล้วจึงหมายถึงการกินกระดูกหมูตุ๋นยาจีนกับน้ำชา เพราะเชื่อกันว่าน้ำชาจะช่วยเจือจางหรือละลายไขมันในเนื้อหมูนั่นเอง ซึ่งบะกุ๊ดเต๋สิงคโปร์แท้ๆ รสชาติจะกลางๆ เคี่ยวซี่โครงหมูในน้ำซุปนาน 12 ชั่วโมง กลมกล่อมด้วยเครื่องปรุงรสง่ายๆ จากเกลือ พริกไทย และสมุนไพรจีน พอขยายสาขามาเมืองไทยที่นิยมรสจัดจ้านจึงมีการปรับสูตรให้เข้มข้นขึ้นโดยเติมซีอิ๊วเข้าไป เพราะฉะนั้นที่เมืองไทยจะมีให้เลือกทั้งซุปแบบดั้งเดิม และที่ปรับสูตรแล้ว  รวมถึง “บะกุ๊ดเต๋ลักซา” ที่ประยุกต์ให้เข้ากันอย่างลงตัว อร่อยด้วยซี่โครงหมูอ่อน เต้าหู้ชนิดแข็ง รสชาติเข้มข้นหอมกลิ่นสมุนไพร แซมด้วยความเผ็ดเล็กๆ

บะกุ๊ดเต๋ลักซา

บะกุ๊ดเต๋แห้ง

     แต่หากใครที่ชักเบื่อซี่โครงในน้ำซุปก็สามารถเลือกสั่ง “บะกุ๊ดเต๋แห้ง” ที่ซี่โครงหมูตุ๋นด้วยซอสสูตรพิเศษ ใส่พริก กระเทียม และกระเจี๊ยบเขียวเพื่อให้เนื้อหมูดูดซับซอสได้ดี ที่สำคัญเลาะง่ายไม่ติดกระดูก เสิร์ฟมาพร้อมซุปไว้แก้ฝืดคอ กินคู่หมี่ซั่วหรือข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก แต่ถ้าอยากให้เข้ากันสไตล์ชาวเมืองลอดช่องก็ต้องกินกับปาท่องโก๋สิงคโปร์ตัวยาวๆ ทอดใหม่ๆ ให้กรอบนอกนุ่มในแล้วหั่นพอคำ รสเค็มปะแล่มๆ ใช้ตะกียบคีบจุ่มในน้ำซุปบะกุ๊ดเต๋ชุ่มลิ้นเป็นที่สุด อ้อ…เวลาเสิร์ฟทางร้านจะมีน้ำจิ้มถ้วยเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊วหวาน ซีอิ๊วขาว พริกน้ำส้ม พริกขี้หมูและกระเทียมสับมาให้ด้วยนะเผื่อใครอยากเพิ่มรสชาติที่แปลกออกไปอีก

ปาท่องโก๋สิงคโปร์

     

ขาหมูตุ๋น

ผักโขมจีนกับไข่เยี่ยวม้าและไข่เค็ม

     นอกจากบะกุ๊ดเต๋แบบต่างๆ ที่เป็นพระเอกประจำร้านแล้ว ยังมีจานเด็ดอื่นๆ อีกสารพัดให้เลือกอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น “ขาหมูตุ๋น” เลือกขาอ่อนๆ ไปตุ๋นจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปาก หน้าตาดีชวนกิน ส่วนรสชาติเค็มนำคล้ายๆ ขาหมูบ้านเรา แต่ถ้าเมนูต่างๆ นานาที่สั่งมาขึ้นโต๊ะมีแต่หมูๆ ชวนเลี่ยน แนะนำให้สั่งจำพวกผัดผักมาแก้ทางสักจานสองจานก็ดีอย่าง “ผักโขมจีนกับไข่เยี่ยวม้าและไข่เค็ม” ก็อร่อย ออกแนวผัดผักเพื่อสุขภาพ เพราะผัดใส่น้ำซุปแทนน้ำมัน รสชาติกินได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก หรือจะเป็น “ผัดผักบุ้ง” ก็ไม่เลว ใส่พริกผัดสูตรเฉพาะแบบชาวสิงคโปร์ รสชาติเผ็ดเล็กน้อยคล้ายๆ ผัดผักบุ้งปลาเค็ม

ผัดผักบุ้ง

ข้าวหน้าหมูสับ

ชุดบะกุ๊ดเต๋ พร้อมปาท่องโก๋และเต้าฮวย

     ขณะที่จานเดียวแบบรีบกินทำเวลาก็มีเช่นกัน อยากให้ลอง “ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ” ที่มีเฉพาะสาขาในเมืองไทย โดยเจ้าของร้านเคยกินกวยจั๊บบ้านเราใส่สารพัดโดยเฉพาะหมูกรอบชิ้นโตๆ รู้สึกติดใจจึงนำมาประยุกต์ใส่ในก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยไปอีกแบบ หรืออย่าง “ข้าวหน้าหมูสับ” ง่ายๆ แต่อร่อยถูกปาก อีกทั้งเมนูลูกครึ่งสิงคโปร์-มาเลย์ “แกงกะหรี่หัวปลา” “แกงกะหรี่กุ้งอบหม้อดิน” “บะกุ๊ดเต๋กบแห้งใส่หมาล่า” รวมถึงที่เป็นเซตเมนูที่รวมเอาบะกุ๊ดเต๋ ปาท่องโก๋ ข้าวสวย และเต้าฮวยเนื้อเนียนนุ่ม ชุดเดียวอิ่มแปล้แน่นอน..

เต้าฮวยใส่น้ำเชื่อม

เฉาก๊วย

นมถั่วเหลืองแบบร้อนและเย็น

น้ำบาร์เลย์

      ส่วนของหวานล้างปากไม่พูดถึงไม่ได้ แต่ละอย่างสะท้อนความเป็นสิงคโปร์ทั้งนั้น แนะนำเป็น “เฉาก๊วย” เนื้อนุ่มๆ แบบเจลลี่ใส่ยาจีนราดน้ำผึ้งเรียกความสดชื่น เช่นเดียวกับ “เต้าฮวยใส่น้ำเชื่อม” และเครื่องดื่มสิงคโปร์แท้ๆ อย่าง “นมถั่วเหลืองแบบร้อนและเย็น” ที่สดใหม่ต้มเองวันต่อวัน รสไม่หวาน หรือน้ำลูกเดือยที่เรียกอีกอย่างว่า “น้ำบาร์เลย์” อร่อยแถมดีต่อสุขภาพ  นั่งไปเรื่อยจิบไปพลางท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ออกแบบและตกแต่งในแนวคิดจิตวิญญาณความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เก่าผสมใหม่ให้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่พบมากในแถบสิงคโปร์และภูเก็ต

​​​​​​​

      ทำความรู้จักโอล์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋ ให้มากยิ่งขึ้น ร้านรับลูกค้าได้ราว 60 ที่นั่ง ตั้งอยู่บริเวณชั้นจี โซน C Unit 29 ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติม www.oldstreetbakkutteh.com

หน้าฝนแบบนี้ ต้องชุ่มลิ้นด้วยมิ้นต์ ลิ้นจี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377493?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

หน้าฝนแบบนี้ ต้องชุ่มลิ้นด้วยมิ้นต์ ลิ้นจี่

วันที่ 29 มิถุนายน 2562 – 06:00 น.
โปรโมชั่นอาหาร,ชาบู สไมล์,ฮอกไกโด,ข้าวปลาไหลญี่ปุ่นย่าง,มิ้นต์ ลิ้นจี่,เนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม
เปิดอ่าน 5,302 ครั้ง

วันหยุดสุดสัปดาห์พาไปอิ่มเอมกับโปรโมชั่นอาหารหลากหลายทั่วไทย

เนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม

     ** ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เสนอเมนู เนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม จากรัฐทัสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ สเต๊กเนื้อโทมาฮอว์ก เนื้อติดซี่โครงส่วนที่ใหญ่ที่สุด ขนาด 1 กิโลกรัม เหมาะสำหรับรับประทาน 2 ท่าน ราคา 5,500++ บาท และ เนื้อคาโกชิม่า เป็นเนื้อที่ได้มาจากวัวดำสายพันธุ์ดีจากเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ขนาดชิ้นละ 200 กรัม ราคา 1,600++ บาท รับประทานกับเครื่องเคียงเลิศรสเลือกจาก ฟักทองบดกับน้ำผึ้ง เห็ดชิทาเกะย่าง หน่อไม้ฝรั่งย่าง หัวไชเท้าผัดเนย หรือมันฝรั่งทอดโรยผงพริกญี่ปุ่น มีให้บริการเฉพาะวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมนี้ เท่านั้น

4 เมนูอร่อยจากอะโวคาโด

     ** ห้องอาหาร ปิกโกโล โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง แนะนำ 4 เมนูอร่อย จาก อะโวคาโด ในสไตล์อาหารอิตาเลียน ผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่คุณต้องลอง ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ได้แก่ กุ้งอบครีมชีสอะโวคาโด, ปลากะพงชุปแป้งทอดเสิร์ฟพร้อมสลัดอะโวคาโดซอส ราสเบอร์รี่, ปลาแซลมอนย่างเสิร์ฟพร้อมข้าวรีซอตโต้อะโวคาโดมะนาวข้าวรีซอตโต้ และ อะโวคาโดมูสเสิร์ฟพร้อมช็อกโกแลตมูส ตั้งแต่กรกฎาคม–กันยายนนี้ สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่ 0-2281-3088 ต่อ 106

มิ้นต์ ลิ้นจี่

      ** เดอะมิวเซี่ยม คอฟฟี่ แอนด์ ทีคอร์เนอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ชวนทุกท่านลิ้มรสเมนูของหวาน “มิ้นต์ ลิ้นจี่” แสนสดชื่นผสานความหวานซ่อนเปรี้ยวของ “ลิ้นจี่” ผลโตเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เข้ากับความหอมสดชื่นของ “เปปเปอร์มิ้นต์” มอบความอร่อยแบบสดชื่นอย่างลงตัวแบบไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็นเมนู “มิ้นต์-ช็อกโกแลตมูสเค้กและลิ้นจี่” และเมนูของหวานสไตล์อิตาเลียนอย่าง “พานาคอตต้ามิ้นต์ ลิ้นจี่” ให้บริการตลอดทุกวัน ตั้งแต่ 1-31 กรกฎาคมนี้ ในราคาเริ่มต้น 120++ บาท สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ 0-3251-2021-38

   

ข้าวปลาไหลญี่ปุ่นย่าง

     ** ห้องอาหารคิซาระ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เชิญชวนมาฉลองเทศกาลกินปลาไหลประจำปีของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม กับ “เซตข้าวปลาไหลญี่ปุ่นย่าง” มื้อกลางวัน ประกอบด้วย ซาชิมิ สลัดผักและมันฝรั่ง ไข่ตุ๋นเนื้อไก่และผัก เทมปุระปลาไหลและผัก ข้าวหน้าปลาไหลย่างไข่หวานและใบชิโสะ ซุปมิโซะ และแตงกวาดองแบบญี่ปุ่น ปิดท้ายด้วยของหวาน (เครมบรูเล หรือ ไอศกรีม หรือ ผลไม้สดตามฤดูกาล) “เซตข้าวอบปลาไหลญี่ปุ่นคาโกชิม่าพรีเมียม” ประกอบด้วย อาหารเรียกน้ำย่อย ซาซิมิ สลัดผักและมันฝรั่ง ไข่ตุ๋นเนื้อไก่และผัก สลัดผักสดกับเนื้อปลาไหลคาโกชิม่าพรีเมียมย่างซอสหวาน เทมปุระปลาไหลและผัก ข้าวอบปลาไหลญี่ปุ่นคาโกชิม่าพรีเมียมและผัก ข้าวอบเห็ดสไตล์ญี่ปุ่น ซุปมิโซะ และแตงกวาดองแบบญี่ปุ่น และของหวาน (ไอศกรีมหวานเย็นชื่นใจ หรือ ผลไม้สดตามฤดูกาล)

บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฮอกไกโด

      ** ห้องอาหารซุยเรน โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นด้วยโปรโมชั่น “มา 4 จ่าย 3” ให้เต็มอิ่มแบบแท็กทีมกับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฮอกไกโด ที่คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นดี พบกับเมนูอาหารที่หลากหลาย อาทิ ซูชิ ซาซิมิ เทปันยากิ เนื้อ กุ้ง ปลาแซลมอน กุ้งเทมปุระ และเมนูอื่นๆ ให้เลือกอิ่มอร่อยอีกมากมาย ในราคาเพียงท่านละ 766 บาทสุทธิ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 11.30–14.00 น. ตั้งแต่วันนี้–31 สิงหาคม สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2558-7888 ต่อ 10314

ชาบู สไมล์

      ** “ร้านชาบู สไมล์”  เอาใจสายกินจุ ชูกลยุทธ์ “สด ใหม่ คุ้มค่า และไม่จำกัดเวลา” ในราคาเดียวเพียง 299+ บาท จัดโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดร้านใหม่ที่สาขาเซ็นทรัล พลาซา ชลบุรี “มา 4 จ่าย 3” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมหน้าร้านจากน้องๆ สไมลี่แสนน่ารัก ลุ้นรับส่วนลดเพิ่มอีก 100 บาท และรีฟิวน้ำดื่มฟรี ตลอดเดือนกรกฎาคม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น.

สัมผัสรสชาติชั้นเลิศจาก 7 มหาสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377366?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

สัมผัสรสชาติชั้นเลิศจาก 7 มหาสมุทร

วันที่ 28 มิถุนายน 2562 – 20:00 น.
7 SEAS,กูร์เมต์ มาร์เก็ต,อาหารทะเล,7 มหาสมุทร
เปิดอ่าน 4,822 ครั้ง

เนรมิตเรือจำลองขนาดยักษ์เป็นพาหนะขนความสด ความอร่อย มาพร้อมเสิร์ฟเอาใจนักชิม

กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาสยามพารากอน ตอกย้ำความเป็นเวิลด์ คลาส กรูเมต์ ดิสติเนชั่น จัดงาน “7 SEAS” เทศกาลอาหารทะเลระดับโลกที่ได้สร้างบรรยากาศแห่งการช็อปปิ้งเหมือนได้เลือกช็อปอาหารทะเลแบบสดๆ จากมหาสมุทร โดยเนรมิตเรือจำลองขนาดยักษ์เป็นพาหนะขนความสด ความอร่อย มาพร้อมเสิร์ฟเอาใจนักชิม กับการรวบรวมสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศจาก 7 มหาสมุทรทั่วโลก ส่งตรงสู่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารทะเลที่ดีที่สุด

นงนุช นามวงศ์ กับเมนู Unpretty Sea Star

ในพิธีเปิดงานแขกผู้มีเกียรติยังได้ร่วมรับประทานอาหารที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟระดับมิชลินอย่าง เชฟBlair Mathieson และ เชฟเสาวกิจ ปรีเปรม รองนายกสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย ร่วมกันครีเอทเมนูโดยการนำเอาวัตถุดิบคุณภาพจาก 7 มหาสมุทรทั่วโลกมาปรุงเมนูสุดพิเศษ เริ่มด้วยจานเรียกน้ำย่อยกับ Diamond & Pearl โดยมีวัตถุดิบ คือโกลเด้นคาเวียร์ และหอยนางรม ต่อด้วยอาหารจานหลักอย่างเมนู Unpretty Sea Star ด้วยวัตถุดิบที่แปลกใหม่อย่างปลามังค์ฟิช ปลาใต้ทะเลลึกที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสชั้นเลิศ และเมนู Steamed Dragon Grouper in Soya Sauce and Pan Fried Dragon Grouper with Mango, Avocado Salsa Served with Mashed Potato and Garden Vegetables กับวัตถุดิบจากทะเลอันดามันของไทยอย่างปลาเก๋า เสิร์ฟคู่กับซัลซ่ามะม่วงและอโวคาโด และปิดท้ายของหวานกับเมนู On the Sea ด้วยการผสมผสานรสชาติของมูสมะพร้าวและไวท์ช็อกโกแลต ได้สร้างความประทับใจให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างมาก

“Diamond & Pearl” โดยมีวัตถุดิบ คือ โกลเด้นคาเวียร์ และ หอยนางรม

จานหลักโดยวัตถุดิบอย่าง “ปลาเก๋า” จากทะเลอันดามันประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมี “ไลฟ์ แท็งก์” ขนาดยักษ์ ให้ได้เลือกซื้ออาหารทะเลแบบสดๆ โดยนอกจาก “แซลมอนออโรร่า” ยังมีอีก 6 วัตถุดิบไฮไลท์จาก 6 มหาสมุทรทั่วโลก ได้แก่ “โกลเด้นคาเวียร์” จากมหาสมุทร นอร์ทแอตแลนติก จากประเทศอิตาลี, “ปูอลาสก้า” จากมหาสมุทรนอร์ทแปซิฟิก จากอเมริกา “ปลากินกิ” จากประเทศญี่ปุ่น และ “ปลาหมึกเกาหลี” จากมหาสมุทรเซาท์ แปซิฟิก “หอยไดมอนด์” จากมหาสมุทรแอนตาร์กติก จากนิวซีแลนด์ “หอยแมลงภู่กาบดำ” จากมหาสมุทรเซาท์ แอตแลนติก ประเทศชิลี “ปลาเก๋ามังกร” ปลาหายากจากทะเลอันดามัน ประเทศไทย และยังมี “Royale Oyster” สุดยอดแห่งหอยนางรมที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างธรรมชาติในมหาสมุทร จาก 4 ประเทศในยุโรป การันตีความสด เนื้อละมุน ที่คนรักหอยนางรมต้องห้ามพลาด

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติความอร่อยกับเทศกาลอาหารทะเลระดับโลกที่ส่งตรงจาก 7 มหาสมุทรทั่วโลก ในงาน “7 SEAS” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาพารากอน