ชวนลิ้มลองอาหารบ้าน “นายห้าง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/360785?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ชวนลิ้มลองอาหารบ้าน “นายห้าง”

วันที่ 31 มกราคม 2562 – 08:00 น.
นายห้าง,ล้ง1919,จีหมี่ปูกับหมูแฮม,หอยนางรมชมวัง,บะกุดเต๋,สุริยน ไรวา,อัญชันกาแฟเย็น,ขลุ่ยปู,ถั่วแขกผัดหมูสับสไตล์เสฉวน,เศรษฐีอนาถา,เจ้าแม่หม่าโจ้ว
เปิดอ่าน 775 ครั้ง

แปลงโกดังเก่าเป็นร้านหรูกลิ่นไอจีน “นายห้าง”

หากมีโอกาสแวะเวียนไปที่โครงการ “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากสักการะ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” ที่ขึ้นชื่อทางด้านความศักดิ์สิทธิ์ ต่อด้วยเดินเก็บภาพสวยๆ ตามมุมต่างๆ แล้ว ภายในโครงการยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกอีกหลายร้านด้วย และหนึ่งในนั้นคือ “ร้านนายห้าง” แบรนด์น้องใหม่ในเครือ เอสแอนด์พี จำกัด (มหาชน) เริ่มเปิดบริการเมื่อปลายปี 60 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อที่ทุกคนเรียก คุณพ่อสุริยน ไรวา ต้นตระกูลไรวา ประกอบกับเรื่องราวในวัยเยาว์ของครอบครัวที่ผูกพันกับการใช้ชีวิตและการทำงานในละแวกนี้ ซึ่งเดิมเคยเป็นท่าเรือค้าขายข้าวมาก่อน และสำคัญที่สุดคือความรักความห่วงใยของพ่อที่กลายเป็นคำพูดติดหูทุกคน เช่น “กินข้าวหรือยัง?” ได้ถูกถ่ายทอดเข้าไปเป็นรายละเอียดของร้าน

          แวบแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นจีน นั่นเพราะสไตล์ร้านอิงบรรยากาศมาจากย่านเยาวราชในอดีตราวปี 2510 ที่มีความครึกครื้นเป็นกันเอง โครงร้านเป็นโกดังเก่าโดยนำเอกลักษณ์ไฟนีออนดัดมาตกแต่งร้านรวมถึงโลโก้ด้านหน้า ทั้งยังประดับด้วยภาพวาดจำลองจากภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง “เศรษฐีอนาถา” และโคมสีแดงสื่อถึงความเป็นจีนแนวสตรีท ขณะที่โต๊ะ-เก้าอี้ทำจากไม้ มีหมอนอิงลวดลายดอกไม้จีนสีสันสดใสวางให้พิงหลังเพื่อความสบายขณะนั่งกินอาหาร นอกจากนี้ทางร้านยังนำเครื่องใช้สำนักงานที่เคยใช้งานจริงสมัยก่อน รวมถึงกระสอบข้าวสารมาวางในร้าน เพื่อเพิ่มบรรยากาศความหลังให้ดูสนุกสนานยิ่งขึ้น

มัลลิกา ปันทะโชติ โชว์เมนูปลากะพงพริกไทยดำ

ขลุ่ยปู   

จีหมี่ปูกับหมูแฮม

หลังจากชมร้านและเลือกมุมนั่งได้แล้วก็ถึงเวลาสั่งอาหารมาชิมกันล่ะ มัลลิกา ปันทะโชติ ผู้จัดการร้าน บอกว่า นายห้างมีบริการอาหารมากมายทีเดียว แต่เมนูเด็ดๆ ที่มาแล้วต้องลองขอเริ่มต้นที่อาหารกินเล่นอย่าง ขลุ่ยปู ด้านในเป็นไส้ปูและหมูห่อด้วยแป้งเปาะเปี๊ยะ ม้วนกลมๆ แล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ กินคู่กับน้ำจิ้มหวานเพลินลิ้นทีเดียว หลังจากน้ำย่อยเริ่มทำงานก็เป็นทีของอาหารจานหลัก เมนูแนะนำแรกเป็น จีหมี่ปูกับหมูแฮม สูตรพิเศษที่ทางร้านคิดขึ้นเอง ทำจากเส้นบะหมี่ไข่ปรุงรสชาตินิดหน่อย ก่อนนำไปทอดในน้ำมันน้อยๆ ให้ได้อารมณ์แบบกรอบนอกนุ่มใน โรยหน้าด้วยกรรเชียงปูนึ่ง แฮม และพริกไทย ก่อนกินแนะนำให้ใส่จิ๊กโฉ่และน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ

ปลากะพงพริกไทยดำ

หอยนางรมชมวัง

ถั่วแขกผัดหมูสับสไตล์เสฉวน

          จานถัดมาเป็น ปลากะพงพริกไทยดำ เขาจะแล่ปลาเป็นชิ้นพอดีคำ ราดด้วยพริกหวาน 3 สีผัดกับกระเทียม พริกไทยดำป่น และพริกไทยดำแบบเม็ด จะได้ความอร่อยแบบครบรสโดยไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้ม ต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูแนะนำอย่าง หอยนางรมชมวัง ทางร้านเลือกใช้หอยนางรมไซส์ใหญ่ปรุงรสแบบออส่วน ใส่ลงในกระทงแป้งกรอบ แถมด้วยหมี่กรอบรองด้านล่าง กินกับซอสพริกเข้ากันดีทีเดียว อีกเมนูที่ดูธรรมดาแต่ ถั่วแขกผัดหมูสับสไตล์เสฉวน ของที่นี่รับรองว่าไม่ธรรมดา เพราะลูกค้าสั่งกันเยอะจนกลายเป็นอีกหนึ่งเมนูขายดี นั่นเพราะเชฟเลือกใช้ถั่วแขกกรอบๆ มาผัดกับพริกหอมซวงเจีย นำเข้าจากประเทศจีน กินแล้วจะรู้สึกเผ็ดๆ และชาลิ้น ขณะเดียวกันก็มีความหอมในตัว

ข้าวผัดนายห้างกุ้งแม่น้ำ

 บะกุดเต๋

          จานนี้ถ้าพลาดรับรองต้องเสียดาย เพราะ ข้าวผัดนายห้างกุ้งแม่น้ำ ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน จุดเด่นอยู่ที่กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ที่วางมาคู่กับข้าวผัดใส่หมูแดงรสกลมกล่อม แต่ถ้าจะดีลองสั่ง บะกุดเต๋ ร้อนๆ มาซดให้คล่องคอ ที่นี่เขาใช้ซี่โครงหมูตุ๋นกับยาจีนนานหลายชั่วโมง จึงเปื่อยนุ่มแถมยังหอมเครื่องยาจีน ทั้งยังเพิ่มเติมความอร่อยด้วยเห็ดหอมและเก๋ากี้ เสิร์ฟมาพร้อมกับปาท่องโก๋ทอดให้กินคู่กันด้วย และนอกจากอาหารแล้วทางร้านยังมีเครื่องดื่มหลายชนิดไว้บริการ ที่อยากแนะนำให้ลองก็อย่าง อัญชันกาแฟเย็น อัญชันมะนาวโซดา กาแฟยกล้อเสิร์ฟพร้อมชามะลิร้อนๆ

อัญชันกาแฟเย็น-กาแฟยกล้อเสิร์ฟคู่ชามะลิร้อน-อัญชันมะนาวโซดา

          นอกจากนี้ บริเวณเอาท์ดอร์ด้านหน้าร้านยังมีรถเข็นขายอาหารกินเล่น อาทิ กล้วยทอด ขนมครก ขนมเบื้อง หมูสะเต๊ะ ซาลาเปา ชานมไข่มุก น้ำสมุนไพร ฯลฯ ไว้บริการด้วย จะเลือกแบบกินเล่นหรือกินจริงจังก็แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน “นายห้าง” กันได้ทุกวันตั้งแต่ 11 โมงไปจนถึง 3 ทุ่ม หรือจะยกหูไปนัดแนะก่อนก็ได้ที่ 0-2408-4710 และ 08-4438-1726

ราเมน 6 ความอร่อยขั้นเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/360798?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ราเมน 6 ความอร่อยขั้นเทพ

วันที่ 30 มกราคม 2562 – 18:14 น.
ชาบูตง,ราเมน,ทงคัตสึ ราเมน,ชิโอะ ทงคัตสึ ราเมน,คัตสึโอะ ราเมน,โยรูตง ราเมน,โชยุ ราเมน,ต้มยำกุ้ง ราเมน,อร่อย,ขั้นเทพ,สุดยอด,ญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 670 ครั้ง

ชาบูตง ราเมน สุดยอดร้านราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น ชวนชิม 6 รสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์

เอาใจคอราเมนแบบจัดเต็มต้นปี ชาบูตง ราเมน (Chabuton Ramen) สุดยอดร้านราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น ชวนชิมราเมนรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทั้งความเข้มข้นของน้ำซุปต้นตำรับส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น เส้นราเมนเหนียวนุ่มสีนวลชวนรับประทาน และหมูชาชูชิ้นโตเปื่อยนุ่มลิ้น จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากรายการชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างทีวี แชมเปี้ยน และรางวัลมิชลิน ไกด์ อะวอร์ด

ทงคัตสึ ราเมน

       ล่าสุด! ประกาศขอเปลี่ยนไปให้ดีกว่าเดิม! นำเสนอ “ราเมน” สูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ให้คนรักเส้นได้อร่อยกับราเมนกันแบบจัดเต็ม! ซึ่งการเปลี่ยนไปในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงราคาที่คุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังได้ยกขบวนราเมนความอร่อยระดับขั้นเทพ! มาท้าพิสูจน์กันถึง 6 แบบ

 ชิโอะ ทงคัตสึ ราเมน

       เริ่มจาก ทงคัตสึ ราเมน ที่สุดของความอร่อย “เข้มข้นขั้นเทพ” เพราะมีเอกลักษณ์อยู่ที่ความเข้มข้นถึงรสชาติของน้ำซุปทงคัตสึ น้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนานกว่า 16 ชม. ตามสูตรชาบูยาดั้งเดิมขนานแท้ ใครที่ชื่นชอบราเมนน้ำซุปเข้มข้นจนเข้าเส้น ต้องสั่ง!   ต่อด้วย ชิโอะ ทงคัตสึ ราเมน ความอร่อย “กลมกล่อมขั้นเทพ” ผสมผสานส่วนผสมชั้นเยี่ยมเอาไว้ในชามเดียว ระหว่างน้ำซุปกระดูกหมูกับเกลือสูตรพิเศษ ที่ได้นำมาเคี่ยวรวมกันจนได้รสชาติที่กลมกล่อมนุ่มนวล อร่อยฟินคำต่อคำ

 คัตสึโอะ ราเมน

       คัตสึโอะ ราเมน ที่สุดของความอร่อย “สุขภาพดีขั้นเทพ” ที่สายสุขภาพต้องจัด! เพราะมีทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปปลาแห้ง หอมหวาน กลมกล่อม ให้คุณค่าทางอาหาร และได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นอย่างมากอีกเมนูหนึ่ง มาที่ โยรูตง ราเมน เด็ดที่ “หอมมมมขั้นเทพ” ราเมนแท้ๆ น้ำซุปต้องหอมมมม อย่าง โยรูตง ราเมน ที่เพิ่มความหอมด้วยกระเทียมสับผัดเครื่องเทศและพริกไทยดำ ทำให้ได้ราเมนที่อร่อยครบรส แตกต่างไม่เหมือนที่อื่นๆ ใครที่ชอบกินราเมนและน้ำซุปให้หมดจนหยดสุดท้าย ต้องโดน!

โยรูตง ราเมน

โชยุ ราเมน

       ส่วน โชยุ ราเมน เป็นที่สุดของความ “ละมุนขั้นเทพ” เมนูยอดฮิตประจำร้าน จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปซอสโชยุ ที่มีความเข้มข้น อร่อย ละมุนลิ้นฟินกันสุดๆ และ ต้มยำกุ้ง ราเมน ใครลองเป็นต้องบอกว่า “แซบขั้นเทพ” ราเมนสูตรเด็ดที่ผสมผสานราเมนสไตล์โตเกียวกับความแซบจัดจ้านแบบไทยๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว และเพิ่มความอร่อยจัดเต็มด้วยกุ้งลายเสือ เนื้อแน่น ตัวโตๆ

       แฟนพันธุ์แท้ราเมนลิ้มลองความเด็ดของ 6 ความอร่อยขั้นเทพ ได้แล้วที่ร้านชาบูตงทั้ง 17 สาขา ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกไปที่ Facebook: chabuton ramen, Line@: ChabutonThailand

ฉลองด้วยของอร่อยเช้าจรดเย็นตรุษจีนปีหมู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/360212?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ฉลองด้วยของอร่อยเช้าจรดเย็นตรุษจีนปีหมู

วันที่ 27 มกราคม 2562 – 07:00 น.
ตรุษจีน,ฉลอง,ปีหมูทอง,อาหาร,อร่อย,โรงแรม,ติ่มซำ,บุฟเฟ่ต์,อาหารมงคล,ภัตตาคาร,ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน,แอตติจูด รูฟท็อปบาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์,ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ เทอร์เรซ,ห้องอาหารไบยุน,เดอะ โกลเด้น พาเลซ,ห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง,ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร,ห้องอาหารจีน ไบหยก สกาย
เปิดอ่าน 689 ครั้ง

ตรุษจีนปีหมูทองฉลองให้เต็มอิ่มกับอาหารจีนหลากหลายพร้อมโปรโมชั่นโดนใจ

9 เมนูต้นตำรับตามสไตล์กวางตุ้ง

** ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีหมูทองกับหลากหลายเมนูอาหารมงคล พบ 9 เมนูต้นตำรับตามสไตล์กวางตุ้ง ดุจดั่งยกอาหารฮ่องกงชั้นเลิศสุดพิถีพิถันมาไว้ให้คุณลิ้มลอง รังสรรค์โดยเชฟฮ่องกงประจำร้านโดยสามารถเลือกได้ทั้งเมนูโต๊ะจีน 9 เมนูมงคล และแบบอะลาคาร์ต ระหว่างวันที่ 3–11 กุมภาพันธ์นี้ ที่ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ล็อบบี้ อาคาร 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วย “เมนูหมูหัน”

** แอตติจูด รูฟท็อปบาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์ เชิญฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วย “เมนูหมูหัน” อาหารเหลาขึ้นชื่อของจีน ซึ่งนิยมรับประทานกันแบบทั้งครอบครัว เพื่อน และคู่ค้าทางธุรกิจในหมู่คนไทยและคนจีน เพื่อเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภและความราบรื่นตลอดปี ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์นี้  เวลา 18.00-23.30 น. เริ่มต้นเพียง 1,900 บาท สอบถามโทร.0-22431-9120

ฉลองด้วยเป็ดปักกิ่ง

** ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ เทอร์เรซ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ต้อนรับตรุษจีนปีหมูทองด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำเลิศรสนานาชนิด อาทิ หยี่ซัง อาหารมงคลรับตรุษจีน ติ่มซำและเป็ดปักกิ่ง เพลิดเพลินไปกับซีฟู้ดอาหารไทยรสเด็ด ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงเชิดสิงโตสุดอลังการ พร้อมผ่อนคลายไปกับวงดนตรีสดเพราะๆ คืนวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 18.00–22.00 น. สอบถามโทร.0-2476-0022 ต่อ 1416

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ

** ร่วมฉลองต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ห้องอาหารไบยุน ชั้น 59 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เตรียมขบวนบุฟเฟ่ต์ติ่มซำแน่นคุณภาพแบบไม่อั้น หรืออีกทางเลือกของการฉลองเทศกาลนี้ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติร่มไทร กับขุมทรัพย์อาหารจีนแบบดั้งเดิม อาทิ เป็ดปักกิ่ง หมูหัน และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 2-7 กุมภาพันธ์นี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2679-1200

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำเสิร์ฟพร้อมออเดิร์ฟ

** ห้องอาหารจีน เดอะ โกลเด้น พาเลซ โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ อิ่มอร่อยต้อนรับโชคดีปีหมูทองไปกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่เสิร์ฟพร้อมออเดิร์ฟ ซุป ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว และขนมหวาน มื้อกลางวันราคาท่านละ 1,150 บาทสุทธิ มื้อค่ำรวมซุปหูฉลาม ราคาท่านละ 1,350 บาทสุทธิ พิเศษโปรโมชั่นติ่มซำบุฟเฟ่ต์ “มา 2 จ่าย1” นอกจากนี้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ อิ่มเอมไปกับชุดตรุษจีนมงคล “เจ้าสัวแสนล้าน” ราคา 9,999 บาท++(สำหรับ 10 ท่าน) วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์นี้  สอบถามโทร.0-2262-1234

เมนูอาหารจีนกวางตุ้ง

** ห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ นำเสนอสองเซตเมนูอาหารจีนกวางตุ้งที่รวบรวมความหมายที่เป็นสิริมงคลด้วยเซตเมนูตำรับกวางตุ้งดั้งเดิม ประกอบไปด้วยซุปรากบัว ตุ๋นกับซี่โครงหมูพร้อมด้วยสาหร่ายทะเล และหอยนางรมอบแห้ง ซุปหอยเป๋าฮื้อญี่ปุ่นน้ำใสที่ปรุงด้วยความร้อนสองขั้นตอน เนื้อวากิวส่วนอกและหมูแดงทอดพริกเกลือ ขาหมูตุ๋นซีอิ๊วและรากบัวและขนมหวานที่พลาดไม่ได้คือถั่วแดงกวนที่มีรูปลักษณ์เหมือนผลส้ม ระหว่างวันที่ 2-10 กุมภาพันธ์นี้  สำรองที่นั่งโทร.0-2020-2888

** ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โรงแรมเคปเฮ้าส์ กรุงเทพฯ แนะนำเมนูพิเศษเดือนมกราคม “หอยแมลงภู่ดำราดซอสมะเขือเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน” ที่นำหอยแมลงภู่ดำนำเข้าจากประเทศชิลีมาคลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศสูตรพิเศษ คงกลิ่นอายของอาหารอิตาเลียนทางตอนใต้ ทำให้เมนูจานนี้อร่อยลงตัว ในราคาเพียง 350++บาท สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2658-7444

**ห้องอาหารจีน ไบหยก สกาย ภัตตาคารจีนระดับ 5 ดาว บริการถึงโต๊ะแบบไม่อั้นทั้งเป็ดปักกิ่ง หมูหันฮ่องกง เป๋าฮื้อน้ำแดง บะหมี่ขาห่านอบหม้อดิน ซุปเป๋าฮื้อจักรพรรดิ ซีฟู้ดฮองเฮา เป็ดย่าง หมูแดง ติ่มซำเลิศรส และอื่นๆ อีกกว่า 50 รายการในราคาเพียง 900 บาท/ท่าน สอบถามโทร.0-2656-3939

ขาหมูทอดกรอบภูภิรมย์ สุดยอดเมนูสิงห์ปาร์คเชียงราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/360174?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ขาหมูทอดกรอบภูภิรมย์ สุดยอดเมนูสิงห์ปาร์คเชียงราย

วันที่ 26 มกราคม 2562 – 06:31 น.
อาหาร,ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 570 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

           

        เทศกาลบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์คเชียงราย 2019

สิงห์ปาร์คเชียงราย เตรียมจัดงาน เทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2019 ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เชิญนักบอลลูนมืออาชีพจากทั่วโลก 30 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันบอลลูน เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเซีย นำบอลลูนมาร่วมลอยเต็มฟ้าเชียงรายกว่า 35 ลูก

รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ชี้แจงว่า เทศกาลบอลลูนนานาชาติ ณ สิงห์ปาร์คเชียงราย เป็นการแข่งขันใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งเสริมการเล่นบอลลูนไทยให้ได้มาตรฐานโลก จึงมีมิตรประเทศอาเซียนเช่น ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม มาเลเซีย ส่งบอลลูนเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อสร้างความสามัคคีกับกลุ่มประเทศอาเซียน สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันบอลลูนระดับโลกต่อไป

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการสิงห์ปาร์คเชียงราย ชี้แจงว่า เทศกาลบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์คเชียงราย ได้รับความสนใจคนไทยเข้าชมงานมาก ปีนี้จึงขยายพื้นที่ออกไปอีก เพื่อรองรับผู้ชมงานที่คาดว่าจะมีถึง 5 แสนคน

ปีนี้จะจัดเวทีคอนเสิร์ตกว้างใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เข้าชมการแข่งขันบอลลูน แล้วสนุกสนานกับวงดนตรี นักร้องรับเชิญที่มีชื่อเสียง สร้างความสนุกสนานแก่ผู้เข้าชมงาน ตั้งแต่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อสร้างชื่อเสียงให้เชียงราย

                                          สิงห์ปาร์ค ท่องเที่ยวดีเด่นเชิงเกษตร

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการสิงห์ปาร์คเชียงราย ได้รับรางวัลแหล่งท่องเที่ยวดีเด่นเชิงเกษตรจาก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี โดยพัฒนาที่ดิน 8,700 ไร่ เป็นไร่ชาอู่หลงผลิตชาเขียวร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น

ปลูกสตรอเบอรี่ มัลเบอร์รี่ มะเขือเทศราชินี เมลอนญี่ปุ่น พุทราน้ำผึ้ง คะน้าใบหยิก (Kate) โรสแมรี่ เจียวกู่หลาน เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบการปรุงอาหาร สำหรับร้านภูภิรมย์ โดยใช้แรงงานท้องถิ่นกว่าพันคน ทำงานในไร่ชาและแปลงผักผลไม้ต่างๆ

เทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2019 เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เข้าชมแปลงสาธิตผักผลไม้ที่มีชื่อเสียง แล้วชมการแข่งขันบอลลูนจาก 30 ประเทศ ทุกค่ำคืนจะมีการแสดงดนตรีสดจากนักร้องชั้นนำ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

จินตหรา พูนลาภ, ปู พงษ์สิทธิ์, กระแต-กระต่าย อาร์สยาม, วงนูโว, เจ เจตริน, ฟักกลิ้งฮีโร่, ปาล์มมี่, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ร่วมชิมอาหารจากร้านอาหารภาคเหนือกว่า 50 บูธ และเครื่องดื่มสิงห์ตลอดทุกค่ำคืน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายในสิงห์ปาร์คเชียงราย

ภูภิรมย์ ร้านอาหารชั้นดีในสิงห์ปาร์คเชียงราย มีอาหารหลากหลายชนิดจากครัวบุญรอด เปิดให้นักท่องเที่ยวชิมทุกวันเช่น อาหารพื้นเมืองเหนือ ออเดิร์ฟเมือง ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ข้าวผัดไส้อั่ว โดยใช้ผักสดปลอดสารพิษที่ปลูกในไร่

ไร่ชาอู่หลง สิงห์ปาร์คเชียงราย ปลูกชาเพื่อใช้ทำชาเขียวญี่ปุ่น จึงใช้ยอดใบชามาชุบแป้งทอด ทำเมนูอาหารอร่อย ยำยอดใบชาสด กินกับน้ำยำกุ้งสดรสอร่อย ฟาร์มเห็ดหอมในไร่บุญรอดเชียงราย ใช้เห็ดหอมสดชุบแป้งทอดซีอิ๊ว เมนูจานอร่อยสุดยอด

ขาหมูทอดกรอบภูภิรมย์ คัดขาหมูหมักเครื่องเทศ ต้มเคี่ยวจนนุ่ม ทอดให้แห้งหนังกรอบ กินกับน้ำจิ้มและผักดองสูตรเยอรมันเพิ่มความอร่อย บาร์บีคิวซี่โครงหมูอ่อน ย่างจนซี่โครงอ่อนนุ่มละลายในปาก กินอร่อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ต้มยำปลาคัง เนื้อปลาคังจากแม่น้ำกก เนื้อหนานุ่มติดหนังนิดๆ ทำต้มยำน้ำข้นรสอร่อยไม่มีกลิ่นคาว ไก่ย่างภูภิรมย์ ไก่ย่างจากสูตรไก่ย่างบุญรอด ที่มีชื่อเสียงจากลานเบียร์ทั่วประเทศ ใช้เครื่องเทศปลูกในไร่สิงห์ปาร์ค หมักให้ไก่ย่างเนื้อนุ่มอร่อย

                                            ครัวลอยฟ้า ไก่ย่างภูภิรมย์

ไก่ย่างเบียร์สิงห์ ขายอยู่ในลานเบียร์ในกรุงเทพฯ มากว่า 60 ปี ไก่ย่างหมักเครื่องเทศเนื้อนุ่ม ย่างด้วยไฟถ่านร้อนๆ หอมอร่อย

เครื่องปรุง

1.ไก่สด 10 ตัว

2.พริกไทยป่นตรามือ 2 ช้อนโต๊ะ

3.กระเทียมผงตรามือ 2 ช้อนโต๊ะ

4.ยี่หร่า-ผักชีผงตรามือ 1 ช้อนโต๊ะ

5.น้ำปลาทิพรส 1 ทัพพี

6.น้ำมันพืช 1 ทัพพี

7.น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ล้างไก่ให้สะอาดสะเด็ดน้ำให้แห้ง

2.ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดนวดให้เข้าตัวไก่หมักไว้ 1 ชม.

3.นำไก่เสียบไม้ย่างเตาถ่านจนไก่สุกทั้งตัว

ไก่ย่างภูภิรมย์ หนังเกรียมกรอบ เนื้อไก่ย่างหอมเครื่องเทศกินอร่อย มีให้กินที่ร้านภูภิรมย์ สิงห์ปาร์คเชียงรายเท่านั้น .

เจี๊ยะจานมงคลรับตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/360131?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เจี๊ยะจานมงคลรับตรุษจีน

วันที่ 24 มกราคม 2562 – 16:53 น.
อาหารมงคลรับตรุษจีน,เจี๊ะจานมงคลรับตรุษจีน,ซิน เทียน ตี,เกษรวิลเลจ,เทศกาลตรุษจีน,อาหารมงคล คมชัดลึก
เปิดอ่าน 408 ครั้ง

หรรษากับอาหารเสริมมงคลประเดิมปีหมูทอง

เพิ่งผ่านเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่สากลมาไม่นาน อีกไม่กี่วันชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนก็จะได้เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน หรือปีใหม่จีน อีกแล้ว และตามธรรมเนียมนอกจากการตั้งโต๊ะกราบไหว้เทพเจ้า กราบไหว้บรรพบุรุษ หรือแม้แต่การแจก อั่งเปาแล้ว ชาวจีนยังถือว่าการได้รับประทานอาหารที่มีความหมายมงคลร่วมกันในครอบครัว ยังนับว่าเป็นการเริ่มต้นปีใหม่อันดีงาม ดังนั้นเพื่อมอบสิ่งดีๆ ให้แก่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ในโอกาสพิเศษนี้ เกษรวิลเลจ นำโดย กรกฎ ศรีวิกรม์ กรรมการบริหาร และ จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด ร่วมจัดงาน “เกษร ไชนีส นิวเยียร์ 2019” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รีทรีต-อาร์ต-อีท” ประเดิมศักราชใหม่กับการเฉลิมฉลองสีสันเทศกาลตรุษจีน

บรรยากาศจีนร่วมสมัยภายในภัตตาคารซิน เทียน ตี้

ก่อนไปสำราญกับงานอาร์ตและกิจกรรมผ่อนคลายร่างกายจิตใจกับรายการช็อปกระหน่ำ ขอพาคุณผู้อ่านไปหรรษากับอาหารเสริมมงคลเป็นการประเดิมปีหมูทอง ที่ภัตตาคารอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงยอดนิยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ชื่อว่า “ซิน เทียน ตี้” (XINN TIEN DI) ซึ่งเปิดให้บริการอยู่ที่บริเวณชั้น 3 เกษรวิลเลจแห่งนี้ โดยบรรยากาศภายในภัตตาคารได้รับการตกแต่งให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นเชฟครัวจีน อชิตพล กงกวย ช่วยเลือกเสิร์ฟความอิ่มอร่อยสุขภาพดีด้วย 8 เมนูอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบจัดเต็มด้วยความหมายมงคล และสำคัญคือเปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ

ซุปราบรื่นโชคดี

เป็ดอิ่มหนำสำราญ

เริ่มต้นที่ “ซุปราบรื่นโชคดี” ซุปหอยสังข์หมูตุ๋นรสชาติกลมกล่อม เนื้อหอยสังข์อร่อยหนุบหนับเข้ากันได้ดีกับเครื่องตุ๋นยาจีนหอมกรุ่นที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น อบเชย, โป๊ยกั๊ก และตังกุย ล้วนเสริมมงคลชีวิตในเรื่องสุขภาพ มาถึงจานไฮไลต์อย่าง “เป็ดอิ่มหนำสำราญ” เสริมความอุดมสมบูรณ์ให้ชีวิตด้วยเมนูเป็ดปักกิ่งหนังกรอบนุ่ม ที่ได้รับการเลี้ยงดูพิเศษด้วยกรรมวิธีเฉพาะที่เรียกว่า “เถียนยา” ซึ่งคำนี้มีความหมายว่าขุนให้อ้วนนั่นเอง

นึ่งสมปรารถนา..ปลาเก๋าตัวโตเนื้อแน่น

อีกหนึ่งจานเด่น “นึ่งสมปรารถนา” เชฟคัดสรรปลาเก๋าตัวโตมานึ่งสุก พิถีพิถันให้คงไว้ซึ่งความสดหวานตามธรรมชาติ ปลานับเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี และยังเปรียบเสมือนความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย ต่อกันที่ “ผัดอายุมั่น ขวัญยืน” เป๋าฮื้อผัดหมี่ซั่วจานเด็ด ที่นำเส้นหมี่มาผัดกับเป๋าฮื้อคุณภาพดีคลุกเคล้าด้วยผักหลากสีซึ่งมีสรรพคุณช่วยต้านโรคมะเร็ง อวยพรให้อายุยืนยาวและรวยโชคลาภในจานเดียว

ผัดอายุมั่น ขวัญยืน

เจี๋ยนมั่งมีค้าขาย

ผัดผักรวมมิตรสุขสบาย

และที่เด็ดไม่แพ้กันกับ “เจี๋ยนมั่งมีค้าขาย” หน่อไม้ทะเลเจี๋ยนคะน้าฮ่องกง สื่อความหมายถึงความร่ำรวย มีเงินมีทองใช้ เป็นจานที่อุดมไปด้วยวิตามินเอและโปรตีนจากเนื้อหอยที่เด้งยั่วยวนชวนรับประทาน ตามด้วย “ผัดผักรวมมิตรสุขสบาย” เชฟรวบรวมสุดยอดของดีมาเอาใจคนรักสุขภาพ ได้แก่ ผักกาดแก้ว, เห็ดหอม และทีเด็ดอย่างสาหร่ายเส้นผม ราดด้วยซอสน้ำแดงสูตรลับพิเศษของทางร้าน ให้ความหมายเป็นมงคลทั้งด้านความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง

กุ้งมังกรนำพาบารมี

เท่านั้นยังไม่พอต่อกัน “กุ้งมังกรนำพาบารมี” เสิร์ฟลาภยศตำแหน่งที่เฝ้าปรารถนาพร้อมกับกุ้งมังกรสดอร่อยเกินบรรยายที่นำมาผัดพริกเกลือคลุกเคล้าเครื่องปรุงจนได้ที่มอบรสสัมผัสจัดจ้านในทุกๆ คำ ปิดท้ายด้วย “หวานร่มเย็น” หรือ “โอนีแปะก๊วย” เมนูขนมหวานมงคลของชาวจีนที่มักทำเลี้ยงกันในงานมงคลต่างๆ อำนวยอวยชัยให้มีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมืองและเกื้อหนุนกันให้เจริญรุ่งเรือง

นอกจากนี้ที่ เกษรวิลเลจ ยังมีร้านอาหารมาเสริมรายการอาหารมงคลรับตรุษจีนอีกมากมาย อาทิ 1823 ที เลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์ (1823 TEA LOUNGE by Ronnefeldt), กับข้าว’ กับปลา (KUB KAO’ KUB PLA) ห้ามพลาดร้านใหม่แกะกล่องอย่าง กินซ่า เทนฮารุ (Ginza Tenharu) เพิ่งขยายสาขาแรกมายังประเทศไทยได้ไม่นาน โด่งดังกับการเป็นต้นตำรับเมนูเทมปุระแบบโอมากาเสะซึ่งคัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน โดยคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าการได้รับประทานอาหารที่ดีในช่วงปีใหม่ ถือเป็นการขอพรเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและนำมาซึ่งความสุขในช่วงหนึ่งปีจากนี้ไป เช่น “Oshuogatsu Ryori” จานเรียกน้ำย่อยก่อนเริ่มคอร์สเทมปุระจากร้าน กินซ่า เทนฮารุ ซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบ อาทิ ถั่วดำ ให้ความหมายดีสื่อถึงการอยู่อย่างสงบ สุขภาพแข็งแรง, ไข่ปลา หมายถึงการมีลูกหลานมากมาย, ดอกบ๊วย แกะสลักจากแครอทสื่อถึงความชื่นบาน มีโชคลาภ และอายุยืนยาว และ คะมะโบะโขะ สัญลักษณ์แห่งอาทิตย์อุทัย โดยสีแดงแสดงถึงความน่ายินดี ส่วนสีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์
ส่วนนักชิมติดหวาน เอริค ไคเซอร์ (ERIC KAYSER) ร้านขนมปังอาร์ทิซานเจ้าดังจากฝรั่งเศส รังสรรค์เมนู “ลักกี้ เอ็กซ์เพรส” หรือ “เค้กมงคล” เนื้อครีมละมุน มีส่วนผสมจากเมล็ดเกาลัดและเมล็ดฟักทอง สื่อความหมายถึงความเจริญมั่งคั่งและร่ำรวยในวันปีใหม่ให้ได้ฟินกันถ้วนหน้า
และเพื่อตอกย้ำความเป็นไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจใจกลางกรุง ที่ผสมผสานเรื่องราววัฒนธรรมแดนมังกรอันน่าหลงใหลไปกับหลากหลายแอคทิวิตี้ เกษรวิลเลจ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ความงามจากแบรนด์ชั้นนำมาให้บิวตี้เลิฟเวอร์ได้เลือกช็อปต้อนรับเทศกาลตรุษจีน รวมถึงการคว้าตัวศิลปินภาพวาดอิลลัสเตรทรุ่นใหม่ไฟแรง “ยูน” ปัณพัท เตชเมธากุล มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและออกแบบเหล่าสัตว์ตัวแทนแห่งความโชคดีเพื่อประดับตกแต่งทั่วทั้งเกษรวิลเลจ ตั้งแต่วันที่ 1–18 กุมภาพันธ์นี้ด้วย

“วันแห่งแกงกะหรี่”ตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่นสู่…ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/359704?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“วันแห่งแกงกะหรี่”ตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่นสู่…ไทย

วันที่ 21 มกราคม 2562 – 17:15 น.
วันแห่งแกงกะหรี่,ข้าวแกงกระหรี่
เปิดอ่าน 520 ครั้ง

วันที่ 22 มกราคมของทุกปี ถูกบัญญัติให้เป็น “วันแห่งแกงกะหรี่” (Curry Day) ของประเทศญี่ปุ่น

ใครที่ได้ลิ้มลองต้องติดใจในรสชาติเข้มข้นของ “แกงกะหรี่ แบบญี่ปุ่น” หนึ่งในเมนูประจำชาติของชาวญี่ปุ่นที่กำเนิดในประเทศอินเดีย แต่ปรับให้ถูกปากชาวญี่ปุ่น  แต่น้อยคนจะรู้ว่าประเทศญี่ปุ่นมี “วันแห่งแกงกะหรี่”  ด้วย

จุดกำเนิดของ “วันแห่งแกงกะหรี่” เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1982 เมื่อรัฐบาลต้องการให้เด็กกินอาหารที่มีโภชนาการที่ดี ได้สารอาหารครบถ้วน เพื่อให้เหมาะกับวัย ที่อยู่ในช่วงที่ต้องการการพัฒนา ทั้งด้านร่างกายให้แข็งแรง  และพัฒนาสมองได้ดีตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา จึงศึกษาและสรรหาอาหารที่จะนำมาให้เด็กๆ ได้รับประทาน และสภาโรงเรียนโภชนาการแห่งชาติ ก็เลือก “แกงกะหรี่” เป็นหนึ่งในเมนูหลัก พร้อมเสิร์ฟให้กับเด็กๆ ครั้งแรกในวันที่  22 มกราคม

เมื่อถึง “วันแห่งแกงกะหรี่” จึงมีเมนูแกงกะหรี่ถูกเสิร์ฟให้เด็กๆ ได้ทานถึง 8 ล้านจาน

นอกจากคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติ ความเข้มข้นที่เหมาะกับผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัยแล้ว กว่าจะเห็นเป็นข้าวแกงกะหรี่ 1 จาน  ไม่ใช่เรื่องง่าย

Hiura Masaru  เจ้าของร้าน และเชฟชื่อดัง ผู้สืบทอดสูตรข้าวแกงกะหรี่ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโชวะ “Hinoya Curry” (ฮิโนยะ เคอรี) ที่คิดค้นโดยคุณย่า ปรุงโดยคุณพ่อ ผ่านการคิดค้น ทดลองให้มีมิติที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในรุ่นลูกโดยเขาเอง กำเนิดเป็นแกงกะหรี่พรีเมี่ยมที่มีมิติแปลกใหม่ คงเสน่ห์ของความดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น แต่เพิ่มเติมมิติที่สามด้วยส่วนผสมมหัศจรรย์กว่า 90 ชนิด ทดลองเป็นแรมปี เพื่อให้เกิดประสบการณ์แห่งรสชาติ 3 มิติ  มีเอกลักษณ์ตามสโลแกน “คำแรกหวาน  คำที่สองเผ็ดร้อน คำสุดท้ายหอมกรุ่นอยู่ในปาก” ถูกปากชาวญี่ปุ่น ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติ  เขาเล่าให้ฟังว่า   กว่าจะได้แกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้น ที่มีรสชาติ 3 มิติ  ต้องผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ  และส่วนผสมที่ให้รสชาติหลากหลาย ผักที่มีกลิ่นเฉพาะและผลไม้ที่มาช่วยปรุงแต่งรสชาติให้ ”คำแรกหวาน”  ไม่ว่าจะเป็นกล้วย  มะม่วง  องุ่นแห้ง และลูกพีช และเครื่องเทศกว่า 26 ชนิดที่ทำให้ ”คำที่สองเผ็ดร้อน” สุดท้ายสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เนื้อวัว และเนื้อหมู ที่ถูกนำมาเคี่ยวรวมด้วยไฟที่สม่ำเสมอ นานกว่า 30 ชั่วโมงจนได้ความเข้มข้นอันเป็นที่มาของ “คำสุดท้ายที่หอมกรุ่นอยู่ในปาก”  ก่อนนำมาราดบนข้าวแบบสดใหม่วันต่อวัน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ “ข้าว” ข้าวที่ใช้สำหรับรับประทานกับแกงกะหรี่  จำเป็นจะต้องเป็นข้าวญี่ปุ่นที่มีทั้งความนุ่ม หวาน เม็ดสวย และเนียน เมื่อราดแกงกะหรี่ลงไป จะไม่แฉะ เละ นิ่มจนเกินไป  ข้าวจึงต้องถูกคัดสรรเป็นพิเศษ ผนวกกับการหุงอย่างมีศิลปะ เพื่อให้ได้ข้าวสำหรับแกงกะหรี่ที่ถูกใจสำหรับผู้ที่ชอบลิ้มลอง

Hiura บอกว่า แต่ละปีจะมีการจัดแข่งขันเพื่อหาสุดยอดข้าวแกงกะหรี่  และด้วยรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม ด้วยสูตรดั้งเดิมของคุณย่า ทำให้ “Hinoya Curry” (ฮิโนยะ เคอรี) ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันแกงกะหรี่ระดับประเทศ  Kanda Curry Grand Prix ปี 2013 ซึ่งมีร้านข้าวแกงกะหรี่ร่วมแข่งขันกว่า 300 ร้าน ก่อนที่จะหาผู้ผ่านเข้ารอบ 23 ร้าน  เพื่อแข่งขันในรอบสุดท้าย โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมงานเกือบ 50,000 คน ได้ชิมและลงคะแนนให้กับร้านที่ถูกปาก โดนใจมากที่สุด  และ “Hinoya Curry” (ฮิโนยะ เคอรี) ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ นับเป็นร้านคลื่นลูกใหม่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยเมนูข้าวแกงกระหรี่ไข่ดิบ และข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึหลังจากเปิดร้านได้เพียง 1 ปี 10 เดือนท่ามกลางคู่แข่งขันที่เปิดร้านเก่าแก่กว่า 30 ปี และยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดอันดับ 1 พร้อมกับยอดขายถึง 2,500 จาน ในระยะเวลาแค่ 3 วัน

เมนูชื่อดังที่ทำให้ Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี)  ชนะเลิศและเป็นที่รู้จักทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่น  คือ ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่คนไทยคุ้นเคย แต่อีกเมนูที่ชนะเลิศและเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นคือ  ข้าวแกงกะหรี่ฮิโนยะหน้าไข่ดิบ  หนึ่งในสามของเมนูยอดนิยมของฮิโนยะ สำหรับผู้ที่ชอบแสวงหารสชาติที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน เอาเป็นว่าต้องห้ามพลาดเด็ดขาด กับรสชาติหอม กลมกล่อมของไข่สดคุณภาพดี บนแกงกะหรี่ร้อน ๆ อร่อยจนคุณคาดไม่ถึง และซิกเนเจอร์เมนู ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอดซอสนัมบัง   ไก่ทอดคาราอาเกะที่กรอบนอก นุ่มใน ราดซอสหวานอมเปรี้ยว ทานกับซอสทาร์ทาร์ ที่หอม มัน กลมกล่อม

จุดกำเนิดของร้าน Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี) จากร้านแรกในย่าน Yushima  ในกรุงโตเกียว ในปีคศ. 2011 แม้จะเป็นทำเลที่ไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก แต่ Hinoya Curry กลับทำยอดขายได้ดีเยี่ยม คิวยาวตลอด จาก ร้านเล็ก ๆ แห่งแรกเพียงร้านเดียว จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ลูกค้าพูดกันปากต่อปากอย่างไม่ขาดสาย จนทำให้ต้องขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวันนั้นถึงวันนี้ ร้าน Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี)  กลายเป็นร้านขวัญใจคนรุ่นใหม่  ทั้งกลุ่มวัยรุ่น  วัยทำงานที่ต้องการความสะดวก  รวดเร็ว คุ้มค่า  รวมถึงกลุ่มวัยกลางคนถึงสูงอายุด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เข้มข้นแบบดั้งเดิม แต่แปลกใหม่ จนเติบโตมีสาขารวม 57 แห่ง  พร้อมกับการเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ด้วยคอนเซปท์ “แกงมิดข้าว”  อร่อยจุใจ พร้อมรสสัมผัสตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วย “คำแรกหวาน  คำที่สองเผ็ดร้อน คำสุดท้ายหอมกรุ่นอยู่ในปาก” (始まり甘く あとより辛い 余韻残り)ทำให้ Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี) เป็นร้านแกงกะหรี่คลื่นลูกใหม่ ขวัญใจสาวกข้าวแกงกะหรี่ ตัวจริง เสียงจริง

และเร็วๆ นี้กับ Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี) สาขาแรกในประเทศไทยที่ ศูนย์การค้า  เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ชั้น 3  ถนนราชดำริห์   แขวงลุมพินี   เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร  ที่จะมาเชิญชวนให้คนไทยได้ลองลิ้มรสความอร่อยของ “ข้าวแกงกะหรี่” คลื่นลูกใหม่ ดีกรีแชมป์ที่แฟนพันธุ์แท้แกงกะหรี่ และฟูดดี้ตัวจริงต้องไม่พลาด! แวะเวียนไปพิสูจน์ให้ได้  www.hinoyacurrythai.com

เนื้อวัวไร้เทียมทาน นุ่มหอมละลายบนลิ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/359404?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เนื้อวัวไร้เทียมทาน นุ่มหอมละลายบนลิ้น

วันที่ 19 มกราคม 2562 – 11:13 น.
ตำนานแผ่นดิน,อาหาร
เปิดอ่าน 1,195 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย -อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

               

                                    สไปซ์สตอรี่ ไอคอนสยาม 

               สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการไอคอนสยาม ศูนย์การค้าแห่งใหม่บนถนนเจริญนคร และห้างสรรพสินค้าสยาม ทากาชิมายะ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 พร้อมทรงเยี่ยมชม ร้านสไปซ์ สตอรี่ ภายในโครงการ

              ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระอักษรคำว่า “SPICE” เป็นภาษาอังกฤษ พระราชทานแก่ร้านสไปซ์ สตอรี่ ไว้เป็นสิริมงคล เพราะเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหาร และทำชาดื่มเพื่อสุขภาพ

             สไปซ์ สตอรี่ เป็นแบรนด์สินค้าระดับพรีเมียมภายใต้ “ง่วนสูน ตรามือที่ 1” ผู้นำด้านพริกไทยและเครื่องเทศมากว่า 60 ปี เกิดจากความตั้งใจที่จะนำเครื่องเทศ วัตถุดิบในการปรุงอาหารชั้นดีจากทั่วโลก ผ่านกระบวนการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อการปรุงอาหาร

                ปัจจุบันมีร้านสไปซ์ สตอรี่ อยู่ที่สยามพารากอน กรูเมต์ มาร์เก็ต, ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม, เทอร์มินอล 21, เซ็นทรัล เอมบาสซี่, เซ็นทรัล ชิดลม และ ไอคอนสยาม หน้าห้างสรรพสินค้าสยาม ทากาชิมายะ

               นอกจากเครื่องเทศคุณภาพที่หนึ่ง สำหรับใช้ในการปรุงอาหาร ร้านสไปซ์ สตอรี่ ยังมีชาดอก ใบ ฝัก และเนื้อจากดอกไม้นานาพรรณทั่วโลก สำหรับชงดื่มเพื่อสุขภาพ บำรุงสมอง รักษาผิวพรรณ จำหน่ายให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก

                                      เนื้อวัวไร้เทียมทาน นุ่มหอมละลายบนลิ้น

                สี่แยกเหม่งจ๋าย 30 ปีก่อนเป็นถนนลูกรังฝุ่นตลบ เชื่อมถนนพระราม 9 ถึงถนนรามคำแหง ทำให้เหม่งจ๋ายเป็นชุมชนใหญ่ ตึกแถวร้านค้าขายห้องละ 2 ล้านกว่าบาท เต็มฝั่งซ้ายถนน ขายอะไรก็ไม่ได้ยกเว้นอาหาร ข้าวขาหมู กวยจั๊บ ส้มตำ

               เนื้อวัว ไร้เทียมทาน ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวร้านแรกๆ ที่มาเปิดที่นี่ ผมกินเมื่อสิบปีก่อนยังแปลกใจ ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว แต่ชามละ 80 บาท ถือว่าแพงกว่าร้านอื่นเมื่อสิบปีที่แล้ว จัดร้านสะอาดเรียบๆ ชอบที่ทุกโต๊ะเอาของดีให้ลูกค้าปรุงคือ พริกไทยป่นตรามือ

             พริกไทยป่นตรามือ เป็นพริกไทยเกรดดีราคาแพง ร้านอาหารทั่วไปไม่กล้าวางขวดให้ลูกค้าเหยาะใส่ก๋วยเตี๋ยว แต่ลืมไปว่าพริกไทยป่นขวดนี้เป็นพริกไทยแท้ๆ ไม่ผสม ใส่มาก กินแล้วจะหอมเผ็ดลิ้นจนเหงื่อตก จึงไม่ต้องใส่มาก

             วันนี้กลับไปเยี่ยมสี่แยกเหม่งจ๋าย เนื้อวัว ไร้เทียมทาน เปลี่ยนคนลวกเนื้อจากหนุ่มใหญ่ เป็นสาวน้อยร่างเล็ก “น้องฝ้าย” นันทิญา ปัญญาวณิชบวร มาทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อโกเบแทนเตี่ย เรียนจบนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ แทนที่จะไปทำข่าว แต่มาขายเนื้อวัวแทน

             น้องฝ้าย เล่าให้ฟังว่าเตี่ยเป็นคนชอบเนื้อวัวมาก จึงคิดสูตรทำ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อโกเบ ใช้เนื้อตรงหัวไหล่วัวที่มีชั้นหนังบางๆ ติดเนื้อผืนใหญ่ ต้มกับพริกไทยเม็ดตรามือบดหยาบๆ ให้กลิ่นพริกไทยซึมไล่คาวเนื้อ เหลือแต่เนื้อนุ่มกับเอ็นแทบละลายในปาก

           ผิดกับเนื้อหน้าท้องวัว สามชั้นมันหนาต้มแล้วไขมันละลายในน้ำซุปกินแล้วริมฝีปากมัน เตี่ยจึงตั้งชื่อเนื้อส่วนนี้ว่า โกเบ ต้มหั่นใส่ก๋วยเตี๋ยวราดน้ำซุปร้อนๆ มีกลิ่นอบเชยโป๊ยกั๊กนิดๆ น้ำซุปหอมนุ่มอร่อยเหลือเกิน กินเพลินเดี๋ยวเดียวหมดไปสองชาม

           ก๋วยเตี๋ยวใส่เนื้อโกเบ เอ็นนุ่มๆ ลูกชิ้นเนื้อกรอบๆ ชามละ 150 บาท แพงมั้ย..แพง แต่อร่อยก็ต้องชิมให้คุ้มค่าเงิน ดีกว่ากินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นหน้าท้องวัวจนเละ ไขมันวัวลอยฟ่องเต็มชาม อันตรายต่อสุขภาพมาก

          ชุดหม้อไฟ มีเนื้อโกเบ เนื้อน่องลายหั่นชิ้นบางๆ จุ่มกับน้ำซุปเดือดๆ พอให้เนื้อสะดุ้งกรอบ เอ็นวัว ผ้าขี้ริ้วบาง หัวใจ เนื้อวากิว ชุดนี้ 380 บาท เนื้อหนอก (100 กรัม) 180 บาท เนื้อวากิวญี่ปุ่น (100 กรัม) 360 บาท ข้าวสวยหอมมะลิพันดีร้อนๆ อร่อยถึงใจ

             เนื้อวัว ไร้เทียมทาน ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวราคาแพง ไปชิมแล้วจะรู้ว่าน้องฝ้ายใช้เนื้อวัวชั้นเยี่ยม ตุ๋นด้วยกรรมวิธีโบราณ ใช้พริกไทยเม็ดตรามือเกรดเอ จึงได้เนื้อนุ่ม น้ำซุปหอมพริกไทยอร่อยกว่าร้านทั่วไป กินแล้วไม่เสียดายเงิน

เนื้อวัว ไร้เทียมทาน สี่แยกเหม่งจ๋าย โทร.09-3569-3969, 09-3569-6616

                                       ครัวลอยฟ้า น้ำซุปไร้เทียมทาน

น้องฝ้ายใส่เครื่องเทศพริกไทยเม็ดตรามือ ต้มเนื้อหัวไหล่วัวให้นุ่ม เทียบเท่าเนื้อโกเบญี่ปุ่นแท้ๆ

 1.เนื้อหัวไหล่วัว 10 กก.

 2.พริกไทยเม็ดตรามือบดหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ

 3.ข่าทุบหั่นชิ้นหนาๆ 1 แง่ง

 4.อบเชย-โป๊ยกั๊ก 1 ถ้วย

 5.เกลือทะเลป่น 1 ช้อนโต๊ะ

 วิธีทำ

1.ใส่เนื้อเครื่องปรุงลงหม้อเติมน้ำให้เต็ม

2.ต้มเคี่ยวจนน้ำเดือดจัดหรี่ไฟลงเคี่ยวต่ออีก 3 ชั่วโมง

จะได้เนื้อวัวเปื่อยหอมนุ่ม เทียบเท่าเนื้อโกเบจากญี่ปุ่น มีเฉพาะที่ร้าน เนื้อวัว ไร้เทียมทาน

รสเด็ดชิคาโกระดับมิชลิน 2 ดาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/359328?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

รสเด็ดชิคาโกระดับมิชลิน 2 ดาว

วันที่ 18 มกราคม 2562 – 09:00 น.
ศรีพันวา,โอ-ริโอล,Oriole
เปิดอ่าน 396 ครั้ง

เชฟมิชลินสตาร์ 2 ดาว บินตรงจากชิคาโกมาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ เพียงวันเดียวเท่านั้น ที่ศรีพันวา ภูเก็ต

 “ศรีพันวา ภูเก็ต” บ้านพักตากอากาศและโรงแรมสไตล์พูลวิลล่าอันหรูหราและงดงามแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพียบพร้อมด้วยร้านอาหารที่ให้บริการอาหารในสไตล์ที่แตกต่างกัน ทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารนานาชาติให้ได้เลือกสรร โดยสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่กับสุดยอดดินเนอร์หรูสไตล์อเมริกันร่วมสมัยเป็นครั้งแรก เนรมิตมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดย เชฟโนอาห์ แซนโดวัล  หัวหน้าเชฟชื่อดังจากชิคาโกแห่งร้านอาหาร “โอ-ริโอล” (Oriole) เจ้าของมิชลินสตาร์ 2 ดาว ที่บินตรงจากชิคาโกมาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ เพียงวันเดียวเท่านั้น ที่ศรีพันวา ภูเก็ต วันศุกร์ที่ 25 มกราคมนี้ เวลา 18.00 น.

เชฟโนอาห์ แซนโดวัล

          โอ-ริโอล ร้านอาหารที่นำเสนอประสบการณ์การลิ้มรสอาหารอย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการบริการที่มีคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้าสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบสดใหม่ในแต่ละฤดูกาล ใส่ใจเรื่องถิ่นกำเนิดของแต่ละวัตถุดิบ เพื่อคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ในปีแรก โอ-ริโอล ผ่านคุณสมบัติได้รับมิชลินสตาร์ 2 ดาวและในปีถัดมาก็ได้รับมิชลินสตาร์ 2 ดาวอีกเช่นกันนับตั้งแต่เปิดร้าน เชฟแซนโดวัล ได้รับรางวัลสุดยอดเชฟหน้าใหม่จากนิตยสารฟู้ด แอนด์ ไวน์ เข้ารอบสามคนสุดท้ายในการเสนอชื่อเจมส์ เบียด และได้รับตำแหน่งเชฟแห่งปีจากชิคาโก ทริบิวน์ นอกจากนี้ร้านโอ-ริโอล ยังได้รับการรีวิว 4 ดาวจากชิคาโก ทริบิวน์ และนิตยสารชิคาโกอีกด้วย ซึ่ง  เชฟโนอาห์ แซนโดวัล บอกว่า รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้มาประเทศไทยที่ภูเก็ตเป็นครั้งแรก อยากนำเสนอเมนูแนะนำของร้านโอ-ริโอล ที่นำมาผสมผสานกับวัตถุดิบชื่อดังของไทยอย่างกุ้งลายเสือภูเก็ตและสมุนไพรไทย

ข้าวปั้นหน้าปลาฮามาจิบ่มในซอสข้ามคืน

ปลาฮาลิบัท​​​​​​​

          ดินเนอร์สุดพิเศษครั้งนี้แขกทุกท่านจะได้สัมผัสและลิ้มลองรสชาติอันสร้างสรรค์อย่างไร้ที่ติของเชฟแซนโดวัล ศรีพันวาไม่อยากให้คุณพลาดกับอาหารสไตล์อเมริกันร่วมสมัยที่คัดสรรวัตถุดิบนำเข้าและจากท้องถิ่นที่มีคุณภาพดีที่สุด ดินเนอร์ 8 คอร์ส ราคา 5,000++บาทต่อคน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) รังสรรค์เมนูภายใต้ฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทักษะการปรุงอาหารที่มากด้วยประสบการณ์ของเชฟ พร้อมมอบประสบการณ์ความอร่อยและเติมเต็มค่ำคืนที่น่าประทับใจให้ทุกคนที่มาเยือน

โกลเด้น โอเซตรา คาเวียร์

          เริ่มจาก โกลเด้น โอเซตรา คาเวียร์ เสิร์ฟพร้อมปลาคัมปาจิ หญ้าฝรั่น และมะพร้าว ข้าวปั้นหน้าปลาฮามาจิบ่มในซอสข้ามคืน เสิร์ฟพร้อมเห็ดทรัฟเฟิลหมักน้ำผึ้งและวาซาบิสด กุ้งลายเสือจากภูเก็ต เสิร์ฟพร้อมมะกรูด สะระแหน่ และมันกุ้ง ปลาฮาลิบัท เสิร์ฟพร้อมเบียร์ภูเก็ต ผักบ๊อกฉ่อยและข้าวคั่ว เส้นสปาเกตตีอาลาคิตาร่าหมึกดำ เสิร์ฟพร้อมไข่หอยเม่นทะเลฮอกไกโด ดอกอะนิส บิสซอฟ และแบล็คทรัฟเฟิล เนื้อวากิวเกรดพรีเมี่ยมระดับ A5 เสิร์ฟพร้อมคาราเมลแครอท โรยด้วยฟุริกเกะ และเครื่องเคียงยูซุ โคโช มังคุด เสิร์ฟเย็นๆ พร้อมมะนาวคาเวียร์ พริกและข่า และ ช็อกโกแลตเกียนดูจาร์ หอมกลิ่นใบเตย สอดไส้มะขาม และรัมคาราเมล

     สนใจสำรองโต๊ะหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่บาบา โซล ฟู้ด โทร.0-7637-1000

กินดื่มตำรับนางาซากิที่ “คินชิโร่”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/359305?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

กินดื่มตำรับนางาซากิที่ “คินชิโร่”

วันที่ 17 มกราคม 2562 – 16:28 น.
อาหาร,คินชิโร่,จัมปง,สเต๊กเนื้อสันนอกเซอร์ลอยด์,สุกี้หม้อไฟ,สลัดหมูชาบู,อาหารญี่ปุ่น,เมืองนางาซากิ,เชฟ,กอล์ฟ สหบดินธร์ พงศ์เจตน์พงศ์,ไข่ม้วนใส่น้ำซุป,อิซากายะ,ราเมง,าซิมิ 7 อย่าง,อร่อย,หมูผัดกะหล่ำปลีห่อไข่
เปิดอ่าน 462 ครั้ง

“คินชิโร่ (Kinshiro)” ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ส่งต่อความอร่อยมาจากเมืองนางาซากิ เมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่น

เวลาไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นน้อยคนนักจะสนใจที่มาที่ไปของร้าน เอาแค่ว่ามีชื่อเสียงพอประมาณรสชาติอร่อยถูกปากเป็นอันใช้ได้ แต่รู้สึกเหมือนกันมั้ยว่าจานเด็ดที่กำลังใช้ตะเกียบจัดการอย่างเมามันอยู่นั้นพอได้รู้ต้นตอความเป็นมาก็จะรู้สึกว่ายิ่งอร่อยเป็นเท่าตัว อารมณ์เดียวกับตอนที่อยู่ใน “คินชิโร่ (Kinshiro)” ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ส่งต่อความอร่อยมาจากเมืองนางาซากิ เมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่น โดยหนุ่มไทย “กอล์ฟ” สหบดินธร์ พงศ์เจตน์พงศ์ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารญี่ปุ่นมานานอีกทั้งเคยไปใช้ชีวิตที่แดนอาทิตย์อุทัยมาพอสมควร อยากให้คนไทยได้ลิ้มรสวัฒนธรรมอาหารนางาซากิ จึงตัดสินใจเจรจาแล้วนำมาปักหลักในเมืองไทย สำคัญว่าได้หุ้นส่วนใหญ่เป็นเชฟญี่ปุ่นจากนางาซิกิและโอกายามา มาสำแดงฝีมืออีกด้วย

หน้าร้านน่าตื่นเต้นเร้าใจ

กินดื่มท่ามกลางงานศิลปะกราฟฟิตี้

     “กอล์ฟ” เจ้าของร้านเล่าว่า สไตล์อาหารของคินชิโร่เป็นรสญี่ปุ่นดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของหุ้นส่วนทำโรงงานถั่วงอกในเมืองนางาซากิ มาถึงรุ่นลูกทำโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยว รวมถึงซอส และซุป ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน สำหรับร้านในเมืองไทยเปิดมาได้ 4 ปี เดิมอยู่ที่โครงการเรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 ก่อนจะย้ายมาอยู่ในซอยบางนา-ตราด 23 หลังเซ็นทรัล บางนาได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว พร้อมตั้งคอนเซ็ปต์ใหม่เพิ่มความเป็น “อิซากายะ” หรือกินดื่ม และ “ราเมง” คราวนี้ล่ะสนองนี้ดชาวกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่น จัดเต็มทั้งอาหารดั้งเดิมอิ่มท้องแล้วนั่งชิลต่อด้วยเครื่องดื่มแบบฟูลออปชั่น

บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นนั่งสบาย

สลัดหมูชาบู

      กางเมนูสำรวจรายการอาหารหลากหลายมาก ทั้งซาซิมิ, ซูชิ, ยากิโทริหรือปิ้งย่างที่ทำซอสเอง ยังมีสเต๊ก, ข้าวอบ, หม้อไฟ, เทมปุระ, สลัด, ยำ, กระทะร้อน และจัมปง สำหรับจานเด่นดังที่มาแล้วต้องไม่พลาดสั่งขึ้นโต๊ะ เริ่มจากสลัดอยากให้ลอง “สลัดหมูชาบู” ที่ใช้หมูสไลด์ลวกโปะหน้าสลัดที่ราดด้วยครีมสลัดสีขาวสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติน้ำสลัดกลมกล่อมเข้ากับผักและหมูชาบู บอกเลยอร่อยขนาดคนไม่ชอบสลัดยังต้องขอชิม ต่อด้วยอีกจานเรียกน้ำย่อยที่ขายดีและเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน “ยำสามอย่าง” เสิร์ฟมาในจานหลุมแบ่งเป็นยำหนวดหมึกยักษ์, ยำแซลมอน และยำหอยปีกนก เด็ดที่น้ำยำรสเผ็ดเปรี้ยวหวานกำลังดีสไตล์ไทยๆ แต่ใช้พริกขี้หนูแดงแทนพริกขี้หนูเม็ดเล็กเพื่อลดระดับความจัดจ้าน รับประทานได้ทั้งคนไทยและต่างชาติแน่นอน

ยำสามอย่าง

ไข่ม้วนใส่น้ำซุป

      ของกินเล่นที่อร่อยใช่เล่นยังมี  “ไข่ม้วนใส่น้ำซุป” สูตรเฉพาะของร้าน ไม่ได้ทำง่ายๆ ต้องเจียวไข่บางๆ แล้วม้วนเป็นสิบๆ ชั้นกว่าจะได้เป็นก้อนพอคำ กัดแล้วมีน้ำซุปไหลออกมาช่วยเพิ่มความอร่อยและกลืนง่าย เช่นเดียวกับ “หมูผัดกะหล่ำปลีห่อไข่” เสิร์ฟมาร้อนๆ ก้อนหนาๆ แล้วตัดให้เห็นเนื้อใน ความอร่อยอยู่ที่ใช้ซอสรสหวานหอมคล้ายๆ ทาโกะยากิ

หมูผัดกะหล่ำปลีห่อไข่

      เอาใจแฟนปลาดิบด้วยชุด “ซาซิมิ 7 อย่าง” ทั้งปลามากุโร, แซลมอน, ซูซูกิ, หนวดหมึกยักษ์, หอยโอตาเตะ, กุ้งหวาน และหอยปีกนก แต่ละชิ้นการันตีความสด มาที่ “สุกี้หม้อไฟ” มีให้เลือกทั้งไก่, เนื้อวัว และหมูดำคุโรบุตะ น้ำซุปหวานแบบญี่ปุ่น พอสุกี้ได้ที่่ก็คีบร้อนๆ แล้วจุ่มไข่ไก่สดที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ชิมรส นุ่มละมุนลิ้นมากๆ

ชุดซาซิมิ

สุกี้หม้อไฟหมูคุโรบุตะ

      ส่วนไฮไลท์ของร้านต้องยกให้จานเนื้ออย่าง “สเต๊กเนื้อสันนอกเซอร์ลอยด์” ที่คัดเลือกอย่างดีจากนางาซากิ การันตีด้วยรางวัลรับรอง 2 ปีซ้อน เป็นเนื้อจากวัวสีดำคุณภาพเกรดเอ 4 มีมันแทรกลวดลายสวยงาม แล่มาเป็นชิ้นพอคำแล้วหมักเกลือพริกไทย เสิร์ฟมาพร้อมกระทะสำหรับจี่เนื้อ เวลารับประทานก็ทาเนยที่กระทะให้ร้อนแล้วคีบเนื้อลงจี่ อยากอร่อยแบบสุกระดับไหนก็ใช้เวลาตามสะดวก จิ้มซอส 2 แบบมีซอสวาฟูสไตล์ญี่ปุ่น กับแจ่วแบบไทยๆ ต้องบอกว่าเกรดเอ 4 นุ่มจนแทบละลายในปากอย่างที่ใครๆ พูดกัน จนเจ้าของร้านท้าให้ชิมดิบๆ ก็สามารถ

เนื้อเกรดเอ 4 จากวัวสีดำเมืองนางาซากิ

เนื้อพรีเมี่ยมร้อนได้ที่เตรียมชิมรส

      มาถึงอีกหนึ่งเมนูไฮไลท์แถมเป็นซิกเนเจอร์มาจากเมืองนางาซากิ นั่นคือ “จัมปง (Champon)” ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “การผสมผสาน” แต่รากของอาหารประเภทนี้มาจากคนจีนที่อพยพไปอยู่เมืองนางาซากิแล้วสร้างสรรค์ขึ้นมา ในจานเดียวประกอบด้วยวัตถุดิบถึง 13 อย่าง อาทิ หมู, กุ้ง, หมึก, ลูกชิ้นปลา, กะหล่ำปลี, ถั่งงอก, เห็ดหูหนู, ถั่วลันเตา, หอมสไลด์, แครอท ฯลฯ ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วต้มต่อในน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวนวล แล้วจึงลวกเส้นที่ผลิตจากโรงงานทำเส้นของคินชิโร่ใส่ลงไป คีบเส้นนุ่มๆ ซดซุปร้อนๆ กลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เห็นว่าอาหารแนวนี้ในเมืองไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ไม่กี่ร้านที่ทำขายนะ

“จัมปง” เมนูท้องถิ่นนางาซากิ

พุดดิ้งอัลมอนด์ท็อปด้วยพีชในน้ำเชื่อม

      ล้างปากด้วยของหวาน แนะนำเป็น “พุดดิ้งอัลมอนด์ท็อปด้วยพีชในน้ำเชื่อม” หวานเย็นเรียกความสดชื่นได้ดี ขณะที่ในส่วนของเครื่องดื่มคงไม่ต้องสาธยายมากเพราะจัดหนักจัดเต็มสำหรับนักดื่มอยู่แล้ว ดื่มด่ำรื่นเริงเคล้าดนตรีอะคูสติกเล่นสดทุกวันศุกร์และเสาร์ ถ้าสนใจก็หาโอกาสแวะไปทำความรู้จักกันได้ ร้านเปิดจันทร์-อาทิตย์ แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 11.30-15.00 น. มื้อเย็น 17.00-23.00 น. ส่วนเสาร์และอาทิตย์ เปิดยาวตั้งแต่ 11.30-23.00 น. พิเศษสำหรับลูกค้าที่แจ้งว่าอ่านพบจากหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์ “คม ชัด ลึก” ทางร้านยินดีมอบส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2077-7035, 06-2880-9878

ข้าวแกงป้าเล็กขี้บ่น แกงไทยโบราณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/358663?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ข้าวแกงป้าเล็กขี้บ่น แกงไทยโบราณ

วันที่ 12 มกราคม 2562 – 11:10 น.
ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 719 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย 

ความทรงจำ…โรงแรมดุสิตธานี 

              35 ปีก่อน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พานักธุรกิจระดับชาติ บินไปพบ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีไทย-รัสเซีย นักธุรกิจมี  ชาตรี โสภณพนิช ธนาคารกรุงเทพ ธนินท์ เจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์

             ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย นายกสมาคมโรงแรมไทย ช่อง 5 ในฐานะทีวีพูลมี กมล รอดสำอางค์, โกศล อนวัชชสุข ช่างภาพ ผมเป็นผู้สื่อข่าวจึงแบกเป้ทหารใส่หม้อหุงข้าว ข้าวสาร อาหารกระป๋อง น้ำพริก หมูหยอง เตารีด ไปใช้ชีวิตในรัสเซีย 20 วัน

             หลังเสร็จงานทุกคืนผมทำข้าวต้มเชิญทุกท่านมากินที่ห้องผม ท่านผู้หญิงชนัตถ์รู้ว่าผมมีเตารีด ท่านขอยืมใช้ด้วย ผมนำเตารีดไปส่งหน้าห้องทุกคืน เช้าชุดผ้าไหมท่านเรียบสวยมาก กลับมาแล้วเลขาฯ ท่านโทรตามไปพบที่โรงแรมดุสิตธานี

             สมัยนั้นพวกเราทำข่าวโรงแรมดุสิตธานีบ่อยมาก ผมชอบห้องอาหารจีนเมย์ฟลาวเวอร์ ติ่มซำอร่อย เชฟแป๊ะร้านร่ำรวยโภชนา เคยทำงานที่เมย์ฟลาวเวอร์ เล่าว่า เชฟติ่มซำรุ่นแรกมาจากฮ่องกง ถ่ายทอดวิชาทำติ่มซำแบบฮ่องกงไว้ให้เชฟไทยทุกคน

           ห้องอาหารจีนเครือดุสิตทุกแห่งใช้กุ้งทั้งตัวห่อขนมจีบ ทำให้ผมรำลึกถึงเตารีดไม่กี่ร้อยบาทช่วยให้ชุดผ้าไหมของท่านสวยสง่าเด่นในงานทุกวัน กลับมาท่านให้เลขาฯ โทรตามผมไปพบที่โรงแรมดุสิตธานี มอบเงิน 3 พันบาท เป็นค่าตอบแทนเตารีด

                        ข้าวแกงป้าเล็กขี้บ่น แกงไทยโบราณ

             ไปสอนทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่แม็คโครจรัญสนิทวงศ์ เดินหาร้านอร่อยกินมื้อเช้า ขากลับผ่านปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 ร้านข้าวราดแกงเพิ่งเปิดขาย ลองเข้าไปชิมแกงพะแนงเนื้อราดข้าวใส่ไข่พะโล้อีกฟอง…ไอ้หยา ใช่เลยอร่อยสุดยอด

             เนื้อเคี่ยวจนนุ่มไม่เปื่อยเละเกินไป หอมพริกแกงพะแนงติดปากอร่อยจนเข้าเนื้อ ราดข้าวสวยพันดีหอมมะลิต้นฤดูร้อนๆ อร่อยถึงใจจริงๆ ป้าเล็ก ยังมีแกงเขียวหวานเนื้อ สลับแกงเขียวหวานไก่ รสเข้มข้นจัดจ้าน ไม่ให้ลูกค้าเบื่อเมนูอาหารแต่ละถาด

              “ป้าเล็ก” นฤธ์นัลย์ พันธุ์แตง ทำข้าวราดแกงขายมากว่า 30 ปี เริ่มจากญาติผู้ใหญ่สูงอายุ สอนสูตรแกงโบราณอร่อยให้ป้าเล็กทำขายในร้านเล็กๆ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 ทำให้ข้าวแกงป้าเล็กอร่อยถูกใจนักกินแถวจรัญสนิทวงศ์

              แต่ละวันป้าเล็กจะทำอาหารขายตั้งแต่ 9 โมงเช้า เที่ยงจะมีเมนูอาหารให้เลือกกินกว่า 30 ถาด ที่ลูกค้าชอบมากคือ แกงเขียวหวานไก่ แกงเขียวหวานหมู สะตอผัดหมึกกุ้งหมูสามชั้น รสเผ็ดจัดจ้านอร่อยมาก ผัดเผ็ดปลาดุกทอดกรอบ ใช้ปลาดุกอุยหั่นชิ้นหนาทอดกรอบ ผัดพริกแกงให้เข้าเนื้ออร่อยมาก

             ปลาทูต้มยำน้ำใส ใส่มะนาวให้รสเปรี้ยวเผ็ดจี๊ด ดับกลิ่นคาวปลาทูเหลือแต่ความอร่อยของเนื้อปลานุ่ม น้ำต้มยำแซบอย่าบอกใคร เต้าหู้เหลืองผัดหมูสับ คนจีนแก่ๆ สอนให้ป้าเล็กทอดเต้าหู้เหลืองให้กรอบนิดๆ ค่อยผัดกับหมูสับเต้าหูจะไม่แตกเละ

            ผัดเผ็ดซี่โครงหมูอ่อน ต้มเคี่ยวจนซี่โครงนุ่ม ผัดพริกแกงให้ออกรสเผ็ดจัด ถูกปากลูกค้าคนไทยมาก มะระยัดไส้หมูสับ ป้าเล็กไม่หวงเนื้อหมูสับ ใส่ให้เต็มไม่ต้องใส่วุ้นเส้นอัดให้แน่นเพื่อเอากำไร เนื้อหมูล้วนสับกับรากผักชีกระเทียม หมูสับจึงหอมน่ากิน

            ต้มข่าไก่โบราณ ป้าเล็กเลือกเนื้ออกไก่หั่นชิ้น ต้มข่าใส่กะทิสด ปรุงรสน้ำนาวแท้ๆ ให้ออกเปรี้ยวออกหวานน้ำกะทิ ใส่ตะไคร้ใบมะกรูดให้หอม ปลากะพงนึ่งมะนาว ปลากะพงตัวใหญ่ ใส่น้ำมะนาวเคล้าพริกขี้หนูสวนแท้ๆ รสจึงเผ็ดรสจัดถูกปากมาก

             ข้าวแกงป้าเล็กขี้บ่น ลูกๆ ตั้งชื่อให้ป้าเล็ก สมกับความจู้จี้สอนให้ทำอาหารไทยรสโบราณ ป้าเล็กตระเวนไปชิมข้าวราดแกงไทยตามร้านที่มีชื่อเสียง โรงแรมใหญ่หลายแห่ง ป้าเล็กยืนยันว่าข้าวแกงป้าเล็กอร่อยสู้ได้ แต่ขายถูกๆ ข้าวราดแกง 35 บาท ใส่ถุง 40 บาท ขายถึงสองทุ่มกับข้าวหมดพอดี ข้าวแกงป้าเล็กขี้บ่น อยู่ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 ขับรถจอดที่แม็คโครจรัญฯ แล้วเดินมากินข้าวแกงร้อนๆ ป้าเล็กขี้บ่น อร่อยถึงใจจริงๆ โทร.0-2864-8254, 08-5222-2721

                    ครัวลอยฟ้า แกงพะแนงเนื้อป้าเล็กขี้บ่น

แกงพะแนงเนื้อนุ่มๆ มีวิธีทำไม่ยากแต่ต้องเลือกเนื้อติดมันนิดๆ จะอร่อยนุุ่มปาก

 เครื่องปรุง

 1.เนื้อหน้าท้องติดมัน 1 กก.

 2.พริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ

 3.กะทิสด 1 กก.

 4.ใบมะกรูด-พริกแดง-พริกเขียว 1 ถ้วย

 5.น้ำตาลปี๊บ ½ ช้อนชา

 6.ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

 วิธีทำ

1.หั่นเนื้อต้มกับน้ำกะทิให้นุ่ม

2.ใส่กะทิที่เหลือลงคั่วกับเนื้อแล้วใส่พริกแกงพะแนง

3.ใส่น้ำตาลปี๊บซีอิ๊วละลายให้เข้ากันดีจึงใส่ใบมะกรูด

4.พอน้ำกะทิเดือดจัดหั่นพริกแดงพริกเขียวลงไปรวน

แกงพะแนงเนื้อป้าเล็กขี้บ่น กินไปบ่นไปว่า ทำไมอร่อยเหลือเกิน รีบไปกินก่อนหมดตอนเที่ยงครับ