เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ18 กรกฎาคม 2563 – 00:00 น.

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ คอลัมน์… ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี FB : Akeakkee ake   

“นอโม”ทางวิชาไสยเวทย์พุทธาคม 
สายสำนักเขาอ้อคือ “ปฐมอักขระศักดิ์สิทธิ์”
.
.
๏ นอ. โม. พุ. ทอ ธา ยอ สิ ทอ ทม ออ อา อิ อี อึ อื อุ อู ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เอ แอ ไอ ใอ โอ เอา อำ อะ ๚ 
.
.
นอโม เป็นวิชาสำคัญวิชาหนึ่ง ในทางไสยศาสตร์ไสยเวทย์พุทธาคม โดยเฉพาะในภาคใต้ดินแดนคนสู้คน สายสำนักตักศิลามหาเวทย์เขาอ้อ ที่สืบทอดสรรพวิชามายาวนาน ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยยังรุ่งเรือง 

เท่าที่สืบค้นพบว่าทางภาคกลางเอง ก็มีวิชาอาคมที่ใช้ยันต์นอโมด้วยเช่นกัน เพียงแต่ไม่พิสดารเท่าทางสายสำนักเขาอ้อ 

อ่านข่าว…   ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ

ไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ของ อ.เปลี่ยน หัทยานนท์


ยันต์นอโมนี้คือปฐมอักขระ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง อักษรแต่ละตัวมีวิธีใช้ได้มากมาย ครูบาอาจารย์โบราณที่สำเร็จวิชา ท่านใช้แค่ อะ หรือ โอ เท่านี้ก็มีอานุภาพเหลือคณานับ โดยไม่ต้องว่าคาถายาว ๆ แต่อย่างใด 

ในการการจารแผ่นชนวนก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ว่ากันว่า แท้ที่จริงแล้ววิชานอโม คือการฝึกตบะ กักลมปราณไว้ตามฐานต่าง ๆ ในร่างกาย แล้วปล่อยออกมาพร้อมกับอักขระที่บริกรรม หรือขณะจรดเหล็กจารลงบนแผ่นชนวน จะทำให้มีพลังและอานุภาพมาก 

ในอดีตพลังตบะที่แก่กล้าของ อ.เอียด หรือท่านพระครูสิทธรักษ์ศิษย์เอกอาจารย์ทองเฒ่าเขาอ้อ และเป็นศิษย์ผู้พี่ของ อ.ปาล ปาลธัมโม ซึ่งถูกส่งไปเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนศาลาก็เป็นที่ยอมรับว่า ท่านสำเร็จวิชานอโมจนเป็นเอกอุตบะแข็งกล้าและก็เคยตวาดให้คนเป็นบ้ามาแล้ว 

มีบันทึกไว้ว่าในปี ๒๔๗๔  ครั้งนั้น มีนายสิบตำรวจชื่อบุญส่ง จีบสาวข้างวัดดอนศาลา แต่สาวเจ้ามีหนุ่มคนรักชื่อแก้ว วันหนึ่งสิบตรีบุญส่งนัดนายแก้ว มาเคลียร์ปัญหาในวัดดอนศาสลา แล้วเอามีดปลายปืนไล่แทงนายแก้ว นายแก้ววิ่งหนีไปหา อาจารย์เอียด

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ

ยันต์นอโม ที่ทางเจ้าอาวาสสำนักวัดเขาอ้อใช้สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ท่านลุกขึ้นตวาดชี้ไปที่สิบตรีบุญส่งแล้วว่า “มันเป็นบ้าไปแล้วรึที่มาไล่ตีคนในวัด” 

ปรากฏว่า10 วันผ่านไป นายสิบคนนั้นกลายเป็นบ้าไปจริงๆ ญาติๆรีบนำตัวมากราบขอขมาท่าน แต่ท่านบอกว่า น้ำลายถ่มไปแล้วกลืนไม่ได้ และท่านไม่รักษาให้ สิบตรีบุญส่งจึงบ้าไปจนตาย

เพราะฉะนั้นสรรพวิชาสายเขาอ้อ 
เป็นเรื่องขลังเรื่องศักดิ์สิทธิ์และพลังตบะบารมี 

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ

แอ๊ด คาราบาว รับมอบไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก

เมื่อหลายปีก่อนเคยมีการสร้างพระปิดตามหาลาภพุทธาคมเขาอ้อ  ซึ่งพ่อท่านห้อง เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ(ในขณะนั้น) ได้ลงจารอักขระเลขยันต์คาถานอโม ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดพระคาถาลงบนแผ่นชนวน เพื่อให้นำมาหลอมรวม เป็นชนวนมวลสารสร้างพระปิดตาเนื้อต่างๆ ตามสูตรลับเฉพาะสายสำนักเขาอ้อให้ด้วย

ล่าสุด ท่ามกลางกระแสไอ้ไข่โคตรรวยวัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่กำลังมาแรง หลังจากมีการจัดพิธีสมโภชองค์ใหญ่ไปเมื่อวันที่๔ ก.ค.ที่ผ่านมา 

ล่าสุด เป็นการตอกย้ำกระแสไอ้ไข่ครองเมือง เมื่อมีการจัดสร้างไอ้ไข่พลิกดวงเปลี่ยนชีวิต ขึ้นมาเป็นรุ่นที่ระลึกงานไหว้อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสอาวุโสแห่งสำนักเขาอ้อ 

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ


ซึ่งถือเป็นไอ้ไข่รุ่นแรกของท่านอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์  ขนาด ๓ cm.และนับเป็นไอ้ไข่รุ่นแรกและรุ่นเดียวในยุคนี้ที่วางยันต์เฑาะว์เส้นขนมจีนตามตำรับเขาอ้อ ซึ่งอักขระตัวทมหรือตัวเฑาะว์นี้มีความสำคัญมากในสายเขาอ้อไว้ด้านหลังไอ้ไข่


ตัวทมนี้เป็น๑ ใน๒๙ อักขระเลขยันต์ที่มีความเข้มขลังมาก ๏ นอ. โม. พุ. ทอ ธา ยอ สิ ทอ ทม ออ อา อิ อี อึ อื อุ อู ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เอ แอ ไอ ใอ โอ เอา อำ อะ ๚ 
 

สร้างตามดำริของอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ที่บอกคณะลูกศิษย์ใกล้ชิดเมื่อวันที่๓ ก.ค.๖๓ที่ลานวัดบางแพรก

โดยจะประกอบพิธีกรรมปลุกเสก ๒ วาระ คือในวันที่ ๒๓ ก.ค.นี้ที่บ้าน ของอ.เปลี่ยน หัทยานนท์ จ.พัทลุง
และในวันที่ ๒๕ ก.ค.นี้ที่ถ้ำพระพุทธโกษีย์ วัดในเตา โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังคือ พระอาจารย์ประสูติร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต

และเท่าที่ทราบข่าวมา สร้างจำนวนน้อยเพียง ๕,๐๐๐ เท่านั้น ซึ่งปัจจัยรายได้ส่วนหนึ่งทางคณะศิษย์ก็จะนำมาร่วมสมทบทุนสร้างห้องน้ำวัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อไป
 

เปิดความลับของความลี้ลับ แห่งยันต์ทม-หลังไอ้ไข่เปลี่ยนชีวิต ๑ ในนอโม ๒๙ สุดยอดวิชาเขาอ้อ

อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ขณะประกอบพิธีกรรมปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์11 กรกฎาคม 2563 – 00:00 น.

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์ คอลัมน์… ตามรอยตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี เฟซบุ๊ก เอก อัคคี @ake1969

ถ้าเป็นงานเพลงก็ต้องว่านี่คือ งานรวมฮิตคัดเอาเฉพาะเพลงดังเปิดมาเป็นโดนใจทุกเพลงในอัลบั้มเดียว

นี่เป็นวัตถุมงคล เด็กวัดช่วยสร้างวัดมีหรือที่หลวงพ่อหลวงปู่หลวงตาจะไม่ช่วยมวลสารมงคลสายพรายและสายผงลบที่มีพุทธคุณเข้มขลังจึงไหลมาเทมาเตรียมในบรรจุไว้ใต้ฐานแท่นตั้งรูปบูชา ไอ้ไข่โคตรรวยเด็กสร้างวัดบางแพรก  จ.นนทบุรี

เพราะทุกวัดย่อมต้องมีเด็กวัดคอยปรนบัติรับใช้พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ไอ้ดำ ไอ้แดง ไอ้ไข่ ไอ้จุก ไอ้เบี้ยว ฯลฯล้วนมีมาทุกยุคสมัย 

อ่านข่าว…  เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่…เดี๋ยวเคลียร์ให้

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

พิธีกรรมลบผงเสกผสมรวมกันเป็นผงเสกโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์บรรจุกรุไว้ที่วัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

เมื่อวัดบางแพรกจะสร้างไว้เป็นที่ระลึกถึงบุญคุณเด็กวัดจึงได้ความกรุณาจากผู้ที่ครอบครองมวลสารผงพรายต่างๆ มอบให้มาด้วยจิตศรัทธา โดยเฉพาะชุดล่าสุดที่ได้มาคือมวลสารสายพรายที่ผสมรวมกันเรียบร้อยแล้ว มีการนำมาบรรจุไว้เต็มโถ เต็มไห ๑๐ ไห ใส่ไว้ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย  ฝากพระแม่ธรณีไว้เป็นสมบัติวัดและผงส่วนหนึ่งก็นำไปผสมกับผงลบชุดใหม่ที่บรรดาอาจารย์ฆราวาสร่วมกันเสก

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

พิธีกรรมลบผงเสกผสมรวมกันเป็นผงเสกโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์บรรจุกรุไว้ที่วัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ผงเก่าประกอบด้วยผงพรายพ่อท่านฮก วัดท่าข้าม อ.รัตนภูมิ จ.สงขลา
……

ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ดังภาคใต้ในอดีตวัตถุมงคลของท่านที่โด่งมากคือ “หลวงพ่อฮก เนื้อผง รุ่นแรก ปี ๒๕๐๙” สร้างจากผงว่านและกระดูกผี พุทธลักษณะเป็นพระพุทธเจ้ายืนประทานพร ถอดแบบมาจากพระยี่สิบห้าศตวรรษ มวลสารหลักคือเนื้อผงกระดูกผี ๑๐๘ ป่าช้า ป่าช้าละ ๔ศพ เลือกเฉพาะศพตายวันเสาร์เผาวันอังคาร 

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

ด้วยวิชาอาคมที่แก่กล้าของ “พ่อท่านฮก” ท่านสามารถ “สะกดวิญญาณ” ด้วยพระคาถาอาคม ทำให้วิญญาณที่เชื่อว่า “เฮี้ยน” เป็นวิญญาณที่มีฤทธิ์ในด้านเมตตามหานิยม และสุดยอดของการแคล้วคลาดสามารถแสดงฤทธิ์ในหลายวิธีของการเสริมสร้างบารมีทำให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นสามารถสร้างบารมีและโอกาสไป “จุติ” ของในอีกภพภูมิ พระผงที่ชำรุดและผงพรายบางส่วนก็มีผู้เก็บไว้และทำพิธีพลีอีกครั้งเพื่อนำมาใช้ในครั้งนี้

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

…..
ผงพรายพ่อท่านเจิม วัดหอยราก อ.ปากพนัง จ.นครศรีฯ
……
ผงกระดูกผีหรือพระผงพรายสมุทร ท่านได้สร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๖โดยท่านได้เขียนผงวิเศษเก็บรวบรวมไว้จำนวนหนึ่ง จากนั้นนำผงวัตถุอาถรรพ์ต่าง ๆ ผสมรวมลงไป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเถ้ากระดูกผี ๗ ป่าช้าผสมรวมลงไปด้วย

แต่เถ้าผงกระดูกของพ่อท่านเจิม ท่านไม่ได้กำหนดตายตัวแต่ประการใดว่าต้องเป็นของผู้ที่เสียชีวิตอย่างไร วันไหน หรือเผาวันอะไร เพียงแต่เก็บเถ้าผงกระดูกจากเชิงตะกอนเผาศพจาก ๗ป่าช้า ก่อนนำเถ้าผงกระดูกดังกล่าวมาท่านก็ได้ทำพิธีพลีกรรมและสะกดอาคมไว้เสียก่อนด้วย

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

พ่อท่านเจิมได้ปลุกเสกวัตถุมงคลของท่านและผงพรายส่วนที่ไม่ได้กดเป็นพิมพ์พระไว้เป็นระยะเวลานานจึงนำออกแจก แต่ในสมัยนั้น ด้วนเหตุว่าพระเครื่องของท่านประกอบด้วยเถ้าผงกระดูกผีชาวบ้านจึงพากันกลัวไม่ขอหรือนำเข้าบ้านสักเท่าไหร่

แต่เมื่อมีประสบการณ์ที่เกิดกับผู้ได้บูชามากขึ้น โดยเฉพาะคราวาตภัยแหลมตะลุมพุก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ พระเครื่องรุ่นนี้ของท่านได้ช่วยชาวบ้านให้รอดพ้นจากภัยดังกล่าวหลายคนทีเดียว ประกอบกับไม่ได้มีประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวแต่ประการใด จึงได้มีการเสาะแสวงหาไว้ติดตัวกันมากขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้และได้มีการนำผงพรายของท่านมาผสมไว้ในกระปุกนี้ด้วย

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

………
ผงพรายพ่อท่านสงฆ์ วัดปากบาง อ.ควนเนียง จ.สงขลา
……..
หลวงพ่อสงฆ์ ท่านได้ทำผงพรายนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างเป็นขุนแผนหลวงพ่อสงค์ วัดคงคาวดี(วัดปากบาง) ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา รุ่นแรกปี ๒๕๐๖ โดยท่านนำผงพรายเถ้ากระดูกผีไปผสมกับเนื้อว่านผสมชันโรง แจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ลูกหา ทำให้พระของท่านเป็นขุนแผนแดนใต้อีกหนึ่งรุ่นที่หาชมได้ยากพุทธคุณเด่นมากเรื่องเมตตา แคล้วคลาด 
องค์ที่แตกหักชำรุดก็มีการพลีแล้วบดเป็นผงผสมเอาไว้

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

ชุดผงเสกโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์ที่แบ่งให้กับอาจารยฆราวาสทุกท่านที่มาร่วมงาน
……..
ผงพรายอาจารย์หนูวัดโพธิ์ กรุงเทพ
…….
พระอาจารย์หนู หรือขรัวตาหนู วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพ ท่านเป็นชาวเขมรจาริกธุดงค์มาจากที่อื่น มาจำพรรษาอยู่  ณ วัดโพธิ์ เล่ากันว่าท่านมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัดโพธิ์แห่งนี้ ช่วงก่อนเกิดสงครามอินโดจีน

เนื่องจากพระอาจารย์หนู มีความชำนาญในวิชาอาคม และไสยศาสตร์มาก การสร้างพระเครื่องของท่าน พระเครื่องเจือคุณผีขึ้นมา กล่าวคือ ท่านได้นำเอาขี้เถ้ากระดูกผีผสมสร้างเป็นองค์พระปิดตา ผสมกับผงพุทธคุณ , ผงอิทธิเจ และว่านอาถรรพ์ต่างๆ

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ศิษย์วัดบางแพรก มาทำหน้าที่ส่งมอบผงเสกชุดที่ระลึกอาจารย์ฆราวาส
……
ผงพรายมหาภูตเนื้อทองคำแม่เสน่ห์จันทร์
……..
กำเนิดขึ้นเมื่อครั้งท่านพระอาจารย์มหาธีร์ เจ้าอาวาสวัดบางแพรก ได้รับ “ผงพรายกัญญา”จากวัตรป่าเจ้าสัว ที่ได้มาหนึ่งกระปุก ท่านได้เทผสมกับผงพรายหลวงพ้ออนัยต์ วัดบางพลีน้อยและมวลสารพรายอื่นๆของทางวัดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วเก็บในโถกระเบื้องเซรามิกขนาดใหญ่ถึงสองโถเต็มๆและแบ่งมาสร้างพระขุนแผนของทางวัดไปแล้วสองรุ่น ซึ่งก็ตักมาผสมกับผงพุทธคุณอื่นๆ เพื่อใช้เป็น “ผงพุทธคุณผงพรายวัดบางแพรกและเมื่อมีพระผงพรายบางองค์แตกหักชำรุดหรือได้ผงพรายในรุ่นนั้นๆมา ท่านก็นำมาพลีบดรวมกันไว้ด้วยกัน

เมื่อนำมาร่วมบรรจุใต้ฐานครั้งนี้แล้ว จึงนำบางส่วนมาผสมกับผงใหม่กลายเป็นที่มาของ ชุดมวลสารผงพรายรวมฮิตที่เข้มขลังที่สุด เพราะเป็นผงที่ถูกใส่ชั้นล่างในกระบะใส่ผงเสกผวลบในพิธีที่สำคัญ เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.ที่ผ่านมา. เพราะนอกจากจะได้มีการประกอบพิธีสมโภชร์ไอ้ไข่โคตรรวยองค์ใหญ่และพิธีกรรมหุงน้ำมันว่านหุงสีผึ้งตามตำรับเขาอ้อแล้วยังจะมีพิธีกรรมผงเสกไอ้ไข่โคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์ด้วบ
……

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ เสกผงบรรจุกรุ

โดยมีบรรดาอาจารย์ฆราวาส ๑๓๙ ท่านจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมงานกันอย่างมืดฟ้ามัวดินร่วมกันปลุกเสก ลงอักขระเลขยันต์ตามศาสตร์สรรพวิชาของแต่ละท่านด้วยจิตบริสุทธิ์  

ซึ่งท่านอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสอาวุโสสูงสุดของสำนักเขาอ้อบอกว่า ทุกคนทำดีแล้ว ที่ร่วมกันเสกผงมงคลไว้ให้เป็นสมบัติของวัด เพราะในวันงานที่ประกอบพิธีกรรม มีอาจารย์ฆราวาสผู้เรืองเวทสายเขาและในสำนักต่างๆทางภาคใต้เดินทางมาร่วมงาน เป็นจำนวนมาก อาทิ อ.ดำ ธาตุน้อย ,อ.เณรดอย,อ.โจอี้,อ.จุล จุลจักร,อ.สิทธิชัย โหรบัณฑิต,ฤษีดิว,อ.เขียว เทพทอง,อ.แขก รือเสาะ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เชี่ยวชาญชำนาญเวทเขียนอักขระเลขยันต์แล้วทำผงลบผสมลงไป
…..

ซึ่งทางท่านพระครูเกษมธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแพรกแจ้งว่า จะไม่มีการนำผงโคตรรวย ออกมาให้เช่าบูชาหรือจำหน่ายแต่อย่างใดเพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ของทางฝ่ายฆราวาสที่ต้องการให้วัดมีทรัพย์สินคือผงเสกพุทธคุณโคตรรวย เป็นต้นทุนขุมทรัพย์ในการนำไปจัดสร้างวัตถุมงคลของทางวัดในอนาคตกาลภายภาคหน้า

เพราะทุกคนอยากให้ผงเสกโคตรรวยเทวประสิทธิ์กลายเป็นผงเสกโคตรรวยบรรจุกรุเหมือนผงสัมฤทธิ์ที่สมเด็จพระนพรัตน์วัดป่าแก้ว สมัยกรุงศรีอยุธา เสกผงบรรจุกรุไว้ ตราบจนทุกวันนี้

ความลับที่อยู่ใต้ฐานไอ้ไข่โคตรรวย นี่คือขุมพลังมวลสารสายเขาอ้อ ผงพุทธคุณโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์

ผงโคตรรวยเทพเทวประสิทธิ์เตรียมลงกรุ

……..
ทางท่านเจ้าอาวาสบอกว่า ท่านหวงผงเสกชุดนี้มาก จึงไม่เปิดโอกาสให้นำกลับคนละเยอะๆมอบให้ไปเพียงท่านละหนึ่งขวด จึงขออภัยฆราวาสทุกท่านด้วยที่อาจจะไม่ทราบเจตนาว่า ทางวัดต้องการบรรจุกรุผงทั้งหมดและเขียนชื่อของฆราวาสทุกท่านใส่ไว้เพื่อเป็นหลักฐานไว้ในคนในภายภาคหน้า

หนึ่งในคณะทำงานคือ ผมกลัวว่า วัดจะกลับมาไร้ซึ่งทรัพย์สมบัติมหามงคลอีก ซึ่งท่านพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม ปรมาจารย์เขาอ้อที่มาลงประทับทรงร่างอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์บอกเมื่อวันที่ ๖ ก.ค.๖๓ขณะเขียนยันต์ให้ว่า ได้ลงอาคมกายสิทธิ์และพิชัยสมบัติไว้ให้แล้วที่วัดนี้แล้วต่อไปวัดบางแพรกแห่งนี้จะมีชื่อเสียง เจ้าอาวาสจะเป็นที่พึ่งพาอาศัยของญาติโยมได้ 

เพราะฉะนั้นผงเสกไอ้ไข่โคตรรวยเทวประสิทธิ์จึงมีคุณค่ามาก จึงต้องขอเก็บผงส่วนใหญ่ไว้ที่วัดบางแพรกแห่งนี้

ยกเว้นผงชุดที่อาจารย์ฆราวาสอาวุโส อาทิ อ.เขียว,อ.มหา แบ่งนำไปมอบให้กับอาจารย์ฆราวาสท่านอื่นๆที่อาจจะยังไม่ได้รับเพื่อเป็นการต่อยอดต่อเชื้อพุทธคุณในผงให้ขจรกระจายไปเมื่อท่านอาจารย์ฆราวาสทั้งหลายนำไปให้ให้เกิดประโยชน์ต่อสำนักวิชาต่างๆต่อไป
……..
แต่อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันในวันประกอบพิธีนั้น ทางคณะผู้จัดทำฯได้บรรจุขวดให้กับอาจารย์ฆราวาสครบทุกท่าน เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำหัวเชื้อผงโครตรวยไปขยายเชื้อผสมผงมงคลได้
และปัจจุบันผงโคตรรวยทั้งหมดถูกนำไปบรรจุไว้ใต้ฐานพระประธานในพระอุโบสถ์วัดบางแพรกและใต้ฐานหลวงพ่อหินภายในโบถส์มหาอุต เรียบร้อยแล้ว

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า7 กรกฎาคม 2563 – 10:49 น.

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล ปางมารวิชัย สร้างด้วยปูนปั้น เป็นศิลปะร่วมสมัยสุโขทัยกับอยุธยา รูปแบบ เป็นศิลปกรรมลาวหลวงพระบาง พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า

“วัดตาล” เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคน “หล่มเก่า” วัดนี้มีชื่อเดิมว่า วัดตาลสราญรมณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 73 หมู่ที่ 3 ตำบลหล่มเก่า อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่กว่า 5 ไร่ บางตำรากล่าวกันว่า “เจ้าเมืองลม” หรือ “เจ้าเมืองหล่มเก่า” เป็นผู้สร้าง แต่บางตำราก็ว่าเป็นวัดที่ราษฎรร่วมกันสร้าง ประวัติความเป็นมาดั้งเดิม ปรากฏไว้เพียงตำนานเล่าขานของคนรุ่นหลังที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นแบบปากต่อปาก  

วัดดังกล่าวเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวบ้านเรียนว่า หลวงพ่อใหญ่ เป็นพระปางมารวิชัย สร้างด้วยปูนปั้น เป็นศิลปะร่วมสมัยสุโขทัยกับอยุธยา รูปแบบ เป็นศิลปกรรมลาวหลวงพระบาง ขนาดหน้าตักกว้าง 2.95 เมตร สูง 4.019 เมตร

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า

มีคำบอกเล่าต่อกันมาว่า มีพระเถระผู้ใหญ่เดินทางมาจากทางใต้ ลงเรือที่ท่าน้ำวัดแล้วขึ้นมาพบชาวบ้านละแวกนี้พร้อมยังได้พัฒนาวัด สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่นี้ขึ้นมา ในวันที่นำช่าง…ชาวบ้าน ปั้นแต่งพระเศียรพระพักตร์นั้น ยังไม่ทันได้ลงมือก็ถึงเวลาพักเที่ยง ต่างคนก็ต่างช่วยกันหุงข้าวปลา หาอาหารกันบริเวณป่าไผ่ด้านตะวันออก ปัจจุบัน ก็คือพื้นที่หลังต้นหางนกยูง ปรากฏว่ามีหลายคนเห็นคนแก่นุ่งขาวห่มขาว เดินไป-มาระหว่างบ่อน้ำ ใต้ต้นจันทน์ กับพระพุทธรูปที่กำลังสร้าง…รับประทาน อาหารกันเรียบร้อย อิ่มหนำสำราญจะกลับมาทำงานกันต่อ ปรากฏว่า พระพักตร์ พระเศียร ได้รับการปั้นแต่งงดงามสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วต่างคนก็ต่างเข้าใจตรงกันว่า “เทวดา” มาช่วยสร้าง

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า

มีเรื่องราวอีกมากมายที่จะเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเกี่ยวข้องของเกจิชื่อดังของเพชรบูรณ์ กับวัดนี้ทำให้ก่อกำเนิดตำนานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนหล่มเก่าทุกคนหาไว้คู่ตัว ผู้เขียนจะนำเสนอให้รับทราบกันในตอนต่อไป

หลวงพ่อใหญ่ วัดตาล พระศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวหล่มเก่า

ชัยวัฒน์ วิเชียรบุรี (เพชรบูรณ์) เรียบเรียง

มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย

มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย6 กรกฎาคม 2563 – 01:05 น.

มีไว้ดี เปิด 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยเพิ่มออกซิเจนในบ้านได้ไม่ยาก ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย

New  Normal ที่เกิดขึ้นในยุคโควิด-19 ที่ผลักคนทั่วโลกเข้าสู่ ความปกติรูปแบบใหม่ในทุกๆ ด้าน การดำรงชีพต้องปรับเปลี่ยน เพื่อเพิ่มความสมดุลย์กับธรรมชาติหรือใช้ธรรมชาติบำบัด  ทำความรู้จักต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยเพิ่มออกซิเจนในบ้านได้ไม่ยาก ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย

เพิ่มออกซิเจนในบ้านได้ไม่ยาก ด้วยต้นไม้ฟองอากาศที่สามารถวางไว้มุมไหนของบ้านก็ได้ ด้วย 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย ดังนี้ 

1.ว่านหางจระเข้ : เป็นที่รู้กันว่าคุณประโยชน์เยอะแยะ
แถมยังฟอกอากาศและดูดสารพิษได้อีกด้วย

2.พลูด่าง : ไม้เลื้อยที่มีสีเขียวสลับขาวลวดลายสวยงาม
ตั้งไว้มุมไหนของห้องก็ดูสดชื่นไปหมด

3.เบญจมาศ : ไม้ประดับขนาดเล็กที่มีสีสันสดใส
เห็นสวยๆแบบนี้แต่ประสิทธิภาพในการดูดสารพิษสูงมาก

4.บอสตันเฟิร์น : ต้นเฟิร์นเป็นไม้ประดับที่ช่วยทำความสะอาดอากาศได้ดี
สามารถดูดสารพิษได้ แต่ต้องหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
เพราะเป็นต้นไม้ที่ชอบความชุ่มชื้น

มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย
มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย

5.เดหลี : ดอกไม้สีขาวสวยงามสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ทั้งสามารถตกแต่งบ้านและดูดสารพิษภายในอาคารได้

มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย
มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย

มีไว้ดี 5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งได้ดูดพิษได้ด้วย  CR : SAM บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่…เดี๋ยวเคลียร์ให้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่…เดี๋ยวเคลียร์ให้

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่...เดี๋ยวเคลียร์ให้4 กรกฎาคม 2563 – 00:00 น.

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่…เดี๋ยวเคลียร์ให้ คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน    โดย…  เอก อัคคี   เฟซบุ๊ก  เอก อัคคี @ake1969

วันนี้ผมพาครอบครัว มาถวายเทียนพรรษาที่วัดเขายี่สาร ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านยี่สาร อัมพวา สมุทรสงคราม วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่กับชุมชุนโบราณแห่งนี้ ใครอยากรู้ก็ไปหาอ่านได้ในเอกสารเก่าๆที่’จิตร ภูมิศักดิ์’เคยค้นคว้าไว้ น่าสนใจมากๆ

แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวัดนี้คือ พระพุทธรูปที่เรียกกันว่า คุณปู่ศรีราชา หรือหลวงปู่ขาวศรีราคา ซึ่งในท้องถิ่นแถบนี้จะใช้สรรพนามนำหน้าว่า “คุณ” สำหรับผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือ เช่น ใช้เรียกสรรพนามของพระสงฆ์ที่เป็นเจ้าอาวาส หรืออาจจะอ่อนอาวุโสกว่าแต่ให้ความเคารพในวัตรปฏิบัติว่า คุณตามด้วยชื่อ เช่น คุณผิน คุณคม ฯลฯ

อ่านข่าว…   ไขปริศนาธรรม  ไหทั้ง ๗ ของท้าวกุเวร  นี่คือ สมบัติแห่งจักรพรรดิ

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่...เดี๋ยวเคลียร์ให้

และ เรียกเทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลว่าคุณ เช่นที่บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรีว่า “คุณพ่อฮุดโจ้ว” เรียกพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองแม่กลอง หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ว่า “คุณพ่อวัดบ้านแหลม” รวมทั้งที่วัดเขายี่สารก็เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุมชนด้วยความเคารพว่า “คุณปู่ศรีราชา”

 ในอดีต เนื่องจากหมู่บ้านยี่สารอยู่ชายทะเลดกดื่นด้วยป่าโกงกางอยู่ในเขตห่างไกลความเจริญจากตัวเมือง  จึงเป็นแหล่งหลบซ่อนของพวกชุมโจรดังๆ หลายก๊ก 

เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งโจรกลุ่มหนึ่งจะเข้าปล้นบ้านยี่สาร ชาวบ้านเตรียมตัวพร้อมกับบนบานให้คุณปู่ช่วยเหลือ ทำให้โจรไม่สามารถเข้าปล้นได้และแม้บริเวณนี้จะเป็นแหล่งที่อยู่ชุมโจร แต่บ้านยี่สารไม่เคยถูกเข้าปล้นแม้สักครั้งเดียว  หรือเป็นกำลังใจเมื่อเดินทางออกไปนอกชุมชน หรือการออกไปทำมาหากินต่างถิ่น ชาวบ้านก็จะมาบนบานที่ศาลนี้ ซึ่งเชื่อถือกันว่าแม่นยำและศักดิ์สิทธิ์ เสี่ยงทายเหตุการณ์ในชีวิตต่างๆ

เมื่อจัดงานมงคล เช่น งานบวช งานแต่งงานก็ต้องจุดธูปบอกคุณปู่ศรีราชาก่อน เรื่องราวของคุณปู่ศรีราชาเริ่มมีตัวตนในรูปแบบของคนแก่ลักษณะเป็นคนจีน แต่นุ่งขาวห่มขาว หมายถึงความบริสุทธิ์  จึงเรียกอีกชื่อว่า คุณปู่ขาวศรีราชา

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่...เดี๋ยวเคลียร์ให้

แต่มีเอกสารหลักฐานบ่งชี้ว่า เป็นภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเข้ามาสร้างให้ เมื่อราว ๕๐ ปีมาแล้ว เพราะมีพระสงฆ์ธุดงค์มาจากสุพรรณบุรีมาจำวัดที่วัดเขายี่สารแล้ว หลับฝันเห็นคนจีนแก่ๆ นุ่งขาวห่มขาว ถักผมเปียยาวไว้หนวดไว้เครายาวมาหา 

พระท่านจึงได้จ้างช่างเข้ามาเขียนรูปคุณปู่ที่เห็นในฝันนำไปเก็บไว้ในศาลแล้วเรียกนามว่า ปู่ขาวศรีราชา ในปัจจุบันมีผู้นำทองมาปิดจนมองไม่เห็นรูปวาดเลย จนต้องขอร้องให้เว้นพื้นที่กระจกบริเวณใบหน้าไว้

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๖  ทางวัดทำเหรียญคุณปู่ออกมาให้บูชาไว้ให้คนในชุมชนห้อยคอ ครั้งแรกทำเป็นรูปไม้เจว็ดมีเทวดายืนอยู่ด้านใน ต่อมาก็สร้างรุ่น พ.ศ.๒๕๒๓ และในระยะปีหลังๆ ก็มีการจัดทำขึ้นแทบทุกปีเพื่อแจกผู้บริจาคเงินสมโภชน์หรือผู้ที่เข้ามาขอทั่วไปโดยไม่เกี่ยงว่าจะทำบุญเท่าใด

กล่าวได้ว่าคนที่เป็นลูกหลานบ้านยี่สารจะมีเหรียญคุณปู่ห้อย

แล้วคุณปู่ขาวศรีราชา กลายเป็นพระพุทธรูปได้อย่างไร?  เรื่องของเรื่องคือ ในสมัยหลวงพ่อกลอยเป็นเจ้าอาวาส  ท่านดำริไว้ก่อนจะมรณภาพ (ก่อน พ.ศ.๒๕๐๓) ว่าอยากเปลี่ยนคุณปู่ศรีราชาให้เป็นพระพุทธรูป เพราะชาวบ้านพูดกันกันปากต่อปากว่า หากคุณปู่เป็น “ผี” พระสงฆ์ก็ไม่สามารถไหว้ได้ แต่ถ้าเป็น “หลวงพ่อปู่” พระสงฆ์จะได้ไหว้และมีส่วนร่วมในพิธีกรรมอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ 

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่...เดี๋ยวเคลียร์ให้

หลังจากออกเหรียญเป็นไม้เจว็ดเทวดาไปได้หนึ่งปี ในปีพ.ศ. ๒๕๑๗ พระครูสมุทรวิสุทธิคุณหรือหลวงพ่อผินเจ้าอาวาสรูปต่อมา จึงตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และคัดเลือกรูปแบบของพระพุทธรูป 

โดยไปซื้อพระพุทธรูปปางประทานพรแถวๆ เสาชิงช้า  แทนการหล่อที่คิดว่าคงสิ้นเปลืองเงินทองมากเกินไป  เหตุที่เลือกพระพุทธรูปปางประทานพรแทนไม้เจว็ด เพราะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงคุณปู่ที่ผู้คนนิยมมาขอพรกันอยู่เสมอ   ในกรณีนี้คนที่พูดคือ คุณเหิน อ่อนอุระ ชาวบ้านยี่สาร  บอกไว้ เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๓

(ข้อมูลทั้งหมดนี้ พิมพ์อยู่ใน เอกสารทางวิชาการรวมบทความเรื่อง “เจ้าแม่ คุณปู่ ช่างซอ ช่างฟ้อน และเรื่องอื่นๆ ว่าด้วยพิธีกรรมและนาฎกรรม. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรุงเทพฯ ๒๕๔๖ ของคุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ)
….

ชาวบ้านยี่สารจึงพูดกันทั่วไปว่า “หลวงพ่อผินบวชคุณปู่ให้เป็นพระ” แม้จะมีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมากแต่ก็ไม่มีกระบวนการขัดขวางแต่อย่างใด เพราะความเกรงใจพระสงฆ์ผู้เป็นเจ้าอาวาสรวมถึงผู้ใหญ่ในชุมชนเองก็เห็นชอบด้วย 

เรื่องเล่าตำนาน คุณปู่ศรีราชาที่ขลังสุดๆ ว่ากันว่า ใครถูกโกง-ถูกชักดาบมาบอกปู่...เดี๋ยวเคลียร์ให้

แม้ในใจของทุกคนจะคิดถึงคุณปู่ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปเลยก็ตาม ( สัมภาษณ์ ไพรัช แก้วกาม, ชาวบ้านยี่สาร, ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๓.)

แต่ ในปัจจุบัน คุณปู่ศรีราชาจึงมีสถานภาพอย่างเป็นทางการ ด้วยการยอมรับของวัดเขายี่สารโดยเฉพาะในการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานสมโภชน์ประจำปี เป็น “หลวงพ่อปู่ศรีราชา”

ส่วนไม้เจว็ดที่เคยเป็นสัญลักษณ์แทนตัวคุณปู่ศรีราชา  เป็นแผ่นไม้ยาวปลายรูปเหลี่ยมข้าวหลามตัดที่ด้านบน ขนาดของไม้ที่ตั้งอยู่ในศาลยาวประมาณ ๑๕๐ ซม. เล่ากันว่ามีช่างไม้จากที่อื่นเข้ามาซ่อมหลังคาพระอุโบสถนานกว่า ๘๐ ปีมาแล้วได้แกะสลักไม้เจว็ดให้มีสัญลักษณ์ เป็นรูปเทวดายืนถือพระขรรค์อยู่ด้านใน 

สัญลักษณ์ไม้เจว็ดที่มีรูปเทวดานี้  จึงกลายเป็นรูปแบบของเหรียญห้อยคอที่ชาวบ้านนิยมกันมากกว่ารูปแบบอื่นๆ เช่น รูปพระพุทธรูปปางประทานพร

ที่นีมีงานประจำปีซึ่งเป็นงานที่มีคนเข้ามาเที่ยวและไหว้คุณปู่ศรีราชาจากชุมชนใกล้เคียงเป็นจำนวนมากกลางเดือนธันวาคมของทุกปีคือ “งานปิดทองสมโภชน์หรืองานปี” ซึ่งวัดเขายี่สารจัดเป็นงานวัดใหญ่โต และยังมี “พิธีเวียนเทียนคุณปู่” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 

งานสมโภชน์คุณปู่ศรีราชาจัดเป็นงานใหญ่ในท้องถิ่น จะเป็นรองก็เห็นจะเป็นแต่งานวัดหลวงพ่อเขาตะเคราเท่านั้น!!!
ทุกวันนี้ ผู้จากทั่วทุกสารทิศเดินทางมากราบไหว้ขอพรและขอสิ่งที่ต้องการ แต่อย่าบนบาน ให้ขอเฉยๆ เพราะคุณปู่ไม่ชอบ!!โดยเฉพาะทวงหนี้สิน ร่ำลือกันว่า ได้ผลดีนัก ใครมีลูกหนี้แล้วถูกชักดาบ ถูกโกง ถูกหักหลังเรื่องเงินทองมักจะมาขอให้คุณปู่ขาวศรีราชาเคลียร์ให้ 

ส่วนใหญ่มักจะสำเร็จและก็มาถวายประทัดและไข่ต้มกัน ไม่ต้องเชื่อผมหรอก ดูกองประทัดที่ผู้คนนำมาแก้ถวาย คุณปู่กันเอาเอง!!

ไขปริศนาธรรม ไหทั้ง ๗ ของท้าวกุเวร นี่คือ สมบัติแห่งจักรพรรดิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไขปริศนาธรรม  ไหทั้ง ๗ ของท้าวกุเวร นี่คือ สมบัติแห่งจักรพรรดิ

ไขปริศนาธรรม  ไหทั้ง ๗ ของท้าวกุเวร  นี่คือ สมบัติแห่งจักรพรรดิ27 มิถุนายน 2563 – 00:00 น.

ไขปริศนาธรรม  ไหทั้ง๗ ของท้าวกุเวร นี่คือ สมบัติแห่งจักรพรรดิ คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน   โดย…   เอก อัคคี  fb:Akeakkee Ake

เรื่องของเรื่องคือ คุณอ๊อด สิชล ผู้ริเริ่มโครงการจัดสร้างท้าวกุเวรองค์ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ถามผมมาว่า ทำไมเบื้องหน้าของท่านท้าวกุเวร จะต้องมีไหวางเรียงรายกัน ๗ ใบ เป็นไหอะไร? 

ครับ-นั่นเป็นไหสมบัติที่เป็นปริศนาธรรมครับ เพราะว่า การออกแบบปั้นรูปหล่อบูชาท่านท้าวกุเวร(หรือท้าวเวสสุวรรณ) พุทธาคมเขาอ้อ มหาโภคทรัพย์ ในปางมหาจักรพรรดิ นั่งบัลลังค์ จะต้องมีไหสมบัติ ๗ ใบจำลองตามแบบขององค์ต้นแบบที่เป็นรูปหล่อเนื้อสำริดเขียว ท้าวกุเวรเจ้าแห่งขุมทรัพย์ซึ่งนักโบราณคดีสันนิฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย

อ่านข่าว…  101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ
 

ต้นแบบองค์ที่สวยที่สุดในโลกนั้น ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์กีเม่ต์ ประเทศฝรั่งเศส พระธนบดี ศิลปะศรีวิชัย เนื้อสำริดสนิมเขียว อายุประมาณ ๑,๕๐๐ ปี มีความงดงามสุดยอด เป็นศิลปะศรีวิชัย

สำหรับความหมายของไหทั้ง ๗ นั้นเป็นสัญลักษณ์แทนความหมายวสำคัญ เพราะตามคัมภีร์เก่าแก่กล่าวไว้ว่า

เนื่องเพราะท้าวกุเวร ท่านเป็นมหาจักรพรรดิผู้ประทานความมั่งคั่ง แผ่นดินใดที่อุดมสมบูรณ์ ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม จักทรงเปี่ยมไปด้วยพระบรมเดชานุภาพเหนือกว่าพระราชาทั้งปวงหรือที่เรียกว่า “จักรพรรดิ” 

ขอให้ผู้บูชาท่าน ยึดมั่นถือมั่นในความดี มีศีลธรรม คิดดีประพฤติดี มีสัจจะ ทั้งทางกาย วาจา ใจ องค์ท่านท้าวกุเวร (ชัมภล) หรือ เทพเจ้าแห่งความร่ำรวยก็จะประทานพรให้

ไขปริศนาธรรม  ไหทั้ง ๗ ของท้าวกุเวร  นี่คือ สมบัติแห่งจักรพรรดิ

ท้าวกุเวรราชาแห่งโภคทรัพย์ ที่รายได้ส่วนหนึ่งจะช่วยสมทบทุนสร้างห้องน้ำวัดบางแพรก อ.บางบัวทอง.จ.นนทบุรี

พระองค์นั้น พระหัตถ์ด้านขวาถือลูกแก้ววิเศษ พระหัตถ์ด้านซ้ายถือพังพอน ที่กำลังคาย เพชร,นิล,จินดา,แก้วแหวนเงินทอง พระบาทซ้ายเหยียบหอยโข่ง นั่งท่ามหาราชเทวา

ท่านคือผู้ประทาน “สัตรัตนมณี” แก้วเจ็ดประการหรือสมบัติแห่งจักรพรรดิอันประกอบ ช้างแก้ว, ม้าแก้ว ,ขุนพลแก้ว, ขุนคลังแก้ว, มณีแก้ว ,นางแก้ว, จักรแก้ว, การประทานสมบัติเจ็ดประการของมหาจักรพรรดิ เพื่อความรุ่งเรืองแห่งแผ่นดิน จึงแทนสัญลักษณ์ด้วยไห ๗ ใบ มีดังนี้

ใบที่ ๑ จักรรัตนะ คือ จักรแก้ว หมายถึง การมีอำนาจหรือเดชานุภาพแผ่ขยายไปทั่วทุกทิศ
ใบที่ ๒หัตติรัตนะ คือ ช้างแก้ว หมายถึง การแสดงออกซึ่งความมีบารมีที่ยิ่งใหม่ความมั่นคง
ใบที่ ๓ อัสสรัตนะ คือ ม้าแก้ว หมายถึง การมีบริวารข้าทาสรับใช้ที่ดี
ใบที่ ๔ มณีรัตนะ คือ มณีแก้ว หมายถึง ความสว่าง ความมีสติปัญญา ความรู้
ใบที่ ๕ อิตถีรัตนะ คือ นางแก้ว หมายถึง ได้คู่ครองที่ดีมีความงดงาม
ใบที่ ๖ คหปติรัตนะ คือ ขุนคลังแก้ว หมายถึง ความมีทรัพย์สิน เงินทองบริบูรณ์
ใบที่๗ ปริณายกรัตนะ คือ ขุนพลแก้ว หมายถึง ที่ปรึกษาคู่ใจ ผู้ให้ความรู้ ผู้ปกป้องคุ้มครอง บุตรที่ดี

………….

กล่าวสำหรับ รูปหล่อที่เก่าแก่สุดเป็นโลหะสำริดท้าวกุเวร ที่พิพิธภัณฑ์ในฝรั่งเศส นั้นเป็นศิลปะศรีวิชัย ยุคเดียวกับองค์หินแกะสลักที่มหาเจดีย์บุโรพุทโธ อินโดนีเซีย อันเป็นงานศิลปะศรีวิชัยที่งดงามยิ่ง

และเพื่อเป็นกานตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณหรือพระธนบดี (องค์เดียวกัน แต่มีหลายชื่อ)ว่า คือผู้ประทานสมบัติพระจักรพรรดิแห่งอาณาจักรทะเลใต้ 

ดังนั้น อานุภาพแห่งพระองค์ท่าน คุณสามารถอธิษฐานขอพรได้ ๗ประการดัวยกัน ตามคุณลักษณะของสมบัติจักรพรรดิ ๗ ประการ ซึ่งประทานให้มนุษย์ทั้งหลายที่เชื่อมั่นและเคารพนับถือท่าน

เพราะท่านคือมหาราชผู้เป็นท้าวจตุโลกบาล ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ตลอดกาลชั่วกาลปวสาน ในอดีตกาลนานโพ้นอาณาจักรศรีวิชัยคือมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มีพระราชาธิราช ที่มีพระบรมเดชานุภาพเหนือกว่าพระราชาองค์อื่นปกครองทั่วน่านน้ำอาณาจักรทะเลใต้แผ่พระราชอำนาจเดชานุภาพดุจพระอาทิตย์ พระจันทร์

ใครสนใจเรื่องนี้ไปค้นคว้าเอกสารโบราณของอาณาจักรศรีวิชัยได้เพราะ มีจารึกกรุงศรีวิชัย ประกาศความยิ่งใหญ่ เอาไว้อย่างชัดเจนและสำหรับองค์บูชาขนาด 9นิ้ว

แต่สำหรับองค์จำลองนี้สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมาย0814446565 เพราะเป็นหนึ่งในโครงการหารายได้ร่วมสมทบทุนจัดสร้างห้องน้ำให้กับทางวัดบางแพรก

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ20 มิถุนายน 2563 – 00:00 น.

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี FB:Akeakkee Ake

          นึกย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เมื่อพระครูเกษมธีรคุณ  หรือพระอาจารย์มหาธีร์ ศิษย์เอกของหลวงพ่ออนันต์ วัดบางพลีน้อย เจ้าตำรับวิชาวานร เจ้าอาวาสวัดบางแพรก เมืองนทบุรีที่มีชื่อดั้งเดิมว่าวัดละครทำ ท่านเล่าถึงความลำบากของวัดบางแพรกที่เป็นวัดเล็กๆอยู่ริมคลองบางแพรก ซึ่งในอดีตเป็นวัดที่มีความสวยงามร่มรื่นอยู่กลางสวนทุเรียนเก่าแก่มีอายุยาวนานมาร่วม 325 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็มีสาสนะสถานชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา พระเณรก็ขาดแคลนเรื่องทุนการศึกษา ประกอบกับสถานเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองผู้คนที่ทำมาค้าขายก็ขาดขวัญกำลังใจ

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ

 ไอ้ไข่โคตรรวยเทวประสิทธิ์ ที่จะแจกเป็นธรรมธาน

          ถ้าเป็นสมัยสงครามยุคกรุงศรีอยุธยา ท่านก็อย่างปลุกปลอบขวัญชาวบ้านด้วยการแจกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังให้เอาไปยึดเหนี่ยวจิตใจสู้กับภัยการค้า สงครามเศรษฐกิจเพื่อปากท้อง ถ้าท้องอิ่มก็มีแรงจะมาทำบุญทำนุบำรุงพระศาสนา ท่านจึงดำริว่า อยากจะสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาเป็นที่ระลึกมอบให้กับญาติโยมที่มาอุปถัมป์วัดรวมไปถึงมอบให้เป็นธรรมทาน 

          ผมในฐานะเด็กวัดคนหนึ่งจึงรับงานนี้มาดำเนินการ ทั้งในเรื่องการสร้างวัตถุมงคลและจัดสร้างองค์ใหญ่ขนาดสูง 1.20 เมตร เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนที่เชื่อมั่นว่า วัดจะเจริญอยู่ได้ เด็กวัดทั้งในอดีตและปัจจุบันก็มีส่วนช่วยพัฒนาวัด ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากครูบาอาจารย์และพี่พ้องน้องพี่ในวงการฯอาทิ คุณอ๊อด สิชล,อ.เขียว เทพทอง,อ.เณรดอย,อ.สิทธิชัย โหรบัณฑิต,อ.มหา ในการวางแผนการทำงาน จนสามารถจัดสร้าง “ไอ้ไข่โคตรรวย”ขึ้นมาสำเร็จ แม้ว่าจะเจอปัญหาวิกฤติโควิด แต่ก็สามารถฟันฝ่าผ่านพ้นมาได้

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ

“เอก อัคคี” ทำพิธีขอขมาในการนำมวลสารผงพรายเสน่ห์จันทร์ไปสร้างเป็นวัตถุมงคล

          ผู้ที่ได้รับวัตถุมงคลชุดนี้ไปพกพาบูชาติดตัวก็สัมฤทธิ์ผลด้วยแรงศรัทธาด้วยแรงอธิษฐานของครูบาอาจารย์ที่ปลุกเสกอธิษฐานจิตให้ทั้งในฝ่ายพระเถราจารย์ อาทิ สมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศศรีลังกา,พระอาจารย์พระประสูติ วัดในเตา,พ่อท่านอิ่ม วัดทุ่งนาใหม่,หลวงพ่อเกษม วัดม่วงตลอด ฯลฯ ฝ่ายฆารวาส อาทิ อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ แห่งเขาอ้อ,อ.ปู่ไล่ สิชล,อ.เทียม ซิวใจเอื้อ,อ.ประคอง รุ่นเจริญ ฯลฯ จนทำให้ได้รับความนิยมโด่งดังไปทั่วประเทศและต่างประเทศอย่างรวดเร็ว  

          ขณะเดียวกันการจะจัดตั้งไอ้ไข่โคตรรวยองค์ใหญ่ก็ต้องมีการประกอบพิธีกรรมเรียยกรูปเรียกนามและปลุกเสกให้ถูกต้องตามตำราของครูบาอาจารย์ จึงเป็นที่มาของการจัดงานรวมพลคนขมังเวท เพื่อปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวยองค์ใหญ่ ในวันที่ 4 กรกฏาคม 2563 ที่ลานบุญมหาเศรษฐีโคตรรวยหน้าวิหารหลวงพ่อหิน วัดบางแพรก ย่านถนนรัตนาธิเบศ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมกับปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย2เทวประสิทธิ์ที่จะแจกฟรีให้กับทุกคนที่ไปร่วมงาน  

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ

พระครูเกษมธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแพรกกับลูกศิษย์ใกล้ชิด ทิดเป้ ดร.อภิวัต จ่าตา พิธีกรชื่อดัง

          โดยมีฆราวาสจอมขมังเวทจากทั่วประเทศแจ้งความประสงค์จะมาร่วมปลุกเสกไอ้ไข่วัดบางแพรกด้วยจิตอันเป็นกุศล จำนวน101ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นการวมตัวกันครั้งแรกของบรรดาอาจารย์ฆราวาส 101 สำนักจาก 10 ทิศ ได้แก่  1. อ. เปลี่ยน หัทยานนท์,2. อ.ประคอง. รุ่นเจริญ,3. อ.เทียม ซิวใจเอื้อ,4. อ.เขียว. เทพทอง5. อ. เณรดอย เมืองตรัง,6. อ.สิทธิชัย โหรบัณฑิต,7. อ. ทรัพย์. มุนีเทพ,8. อ. มหาคเณศ บารมีประทานพร,9. อ. จั๋ม.,10. อ. เทพ. พงษศวดาร,11. อ. ประกาย,12. อ.อ๋อ. บ่อทอง13. อ. เอก. ดนตรี,14. อ. ดำ. ตาขุนโหร,15. อ. ฤาษีดิว. เจ้าพยักฆ์จันทรดี,16. อ. ศุภกิจ. กายสิทธิ์,17. อ. ขาว. ศักดิ์สิทธิ์,18. อ. ไผ่. อิทธิเวทราชบุรี,19. อ.สอง เทพสาริกา,20. อ.ไผ่. รักคีรี,21. อ.จุล จุลจักร อนุรักษ์สักยันต์ไทย,22. อ.ฤาษีสิงหนาตเตโช,23. อ.ฤาษีผอม พรหมญาณมุณี,24. หมออาม บารมีฤาษีตาไฟ,25. ฤาษีเตโช นาคาคะสินัง,26. อ.ดัง ดวงดี,27. อ.ก้อ. บ้านพระพุทธบารมีนพเกล้า,28. อ.ฬะ. ไภรวะ,29. ครูโหรเดขเทพมงคล,30. ครูโหรปืนเทพธรรมคุณ,31. อ.เพชรมนต์เศรษฐี,32. อ.ศรเสน่ห์หน้าทอง,33. อ.เสือ ส สมิงนิลกาฬ34. อ.รุ่ง. เมตตาบารมี,35. อ. สมบูรณ์ เข็มเทวาอวตาร,36. ปู่ฤาษีชัย. สิงขร,37. อ.ปุ๊. พระพรหม,38. อ.เอ๋ พญาเสือคาบดาบ,39. ฤาษี กิตติภัทโท,40. อ. อ๋อง ตรีเนตร,41. อ.ธรรมยศ. พยัคฆ์สิบทิศ,42. อ.ต้า. สาริกาป้อนเหยื่อ,43. ครูโหรมานิต. เทพนาคราช,44. ครูโหรเวช. ชัยพร,45. อ.ช่วง. นะบารมี,46. อ.ธรรมธร,47. อ.โอ โหราสำนักเพรชฉลูกรรณ,48. อ.กรพันคาถา​,49. อ.พลเอก เนตรอัคคี,50. ฤาษีทอมมี่,51. อ.น้ำพี้. อาศรมยันต์ พยัคฆ์บูรพา ชลบุรี52. พราหมณ์รัตน์โชติ มุนี,53. อ.รัตน์. บูรพา,54. อ.ญาณวรุตม์ พิณสาย คุรุอาศรม,55. อ.มหา ประกายสิทธิ์,56. อ.นิพนธ์ เรือนคุรุไภรพฺ,57. อ. เดียว. สุทธิกาโร,58. อ.รัตนโชติ. มุนี,59. อ.สัมฤทธิ์. ร้อยแปด,60. อ. สันต์,61. อ.หน่อง ชนะศึก,62. อ. วิบูลย์. ลูกบัว,63. อ.เทวฤทธิ์. วิเศษหมื่,64. อ.คิม คงฤทธิ์ บ่อทอง ชลบุรี,65. อ. วิ ฤาษีเกตุศินี,66. อ. กาวินวรชัย. จำปานิล,67. ฤาษีสรรเพชร,68. อ.เดช เทพมงคล,69. อ.นัท ศิษย์มุนีมหาคเณศ,70. ฤาษีเกตุศินี,71 อาจารย์วิ,72. อ.ชริน เมตตามหานิยม,73 อ.แม๊ก เข็มเทวาอวตาร,74 อ.โป้ง อินแปลง75. ฤาษีณีมณี. อริยา,76. อ.ประวิทย์. มนต์ตรามหา,77. อ.หนึ่ง รัศมี,78. ปู่ฤาษีกล้า. ธรรมโลกอุดร,79. อ.เทพบุตร เมืองกัน,80 พ่อครูพราหมณ์. ภาคิน,81. อ.บอย ชัยยะพลังเมตตา82. อ.เบีย พรพระพรหมมุนี,83. ฤาษีอัคนี พรหมมุนี,84. ครูเบียร์ สายธรรมนาคา,85. ฤาษีก้องเกียรติ เกรียงไกรพรหมมุนีนพเกล้า,86. อ. ไก่ กุมารทอง,87. ครูฮาร์ท สักยันต์วังนาคี88. อ.เดี่ยว. สุทธิกาโน,89. อ.วิบูรณ์. ลูกบัว,90. อ.เชน. ทิพย์มงคล,91. อ.ปู่วัฒน์ กายสิทธิ์92. อ.โจ้ ขุนแผนแสนเสน่ห์,93. อ. ตี๋. ฤาษีหนวดยาว,94. อ.เกรียงศักดิ์. ตาไฟ,95. อาจารย์ดวงดี 96. ครูสักยันต์ แสง คำประกาย,97. อ.ปู เทพมนต์ตรา,98. อ.ไพฑรูย์ บ้านเสน่ห์,99. อ.เมธี พรพระมุนีเทวา,100. ปู่ฤๅษีมาลัยโกฏิ (ฤๅษีตุน ลิงกินกล้วย),101. อ.ธรรมรงค์(อาจารย์แอ้ว)สำนักบารมีปู่เพชรฉลูกัณฑ์ จ.นครปฐม

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ

พิธีกรรมลบผงพุทธคุณในอดีต

……… 

          งานนี้จึงกลายเป็นงานประวัติศาสตร์แห่งวงการจอมขมังเวทย์ของเมืองไทย ซึ่งรวบรวมอาจารย์ที่มีความรู้ทางด้านพระเวทย์ทุกสายที่ไม่เคยมีปรากฏการณ์มาก่อน ตามหลักของพระเวทย์ 12 ภาษาของภาษาเวทมนต์ อาทิเช่น สายบาลี,สายมอญ ,สายพม่า ,สายเขมร สายอีสานตอนบน ,สายอีสานตอนล่าง ,สายเหนือ,สายใต้ ,สายเทพ,สายพลังจิต, สายว่านยา ฯลฯและอาจารย์แต่ละท่าน ที่ชำนาญลบผงพุทธคุณก็จะร่วมลบผงพุทธคุณ,ผงมหาเวทเพื่อสนธิผงทั้งหมดรวมกัน ให้กลายเป็นพลังผงโคตรรวยศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน 

          ส่วนอาจารย์ที่ชำนาญหุงว่านยาและหุงสีผึ้ง จะมีอาจารย์สิทธิชัย โหรบัณฑิต จะเป็นแม่งาน ช่วงเช้า เตรียมช่วยสวดช่วยเสกช่วงเช้าด้วย ช่วงบ่ายกวนน้ำมันว่านยามหาเสน่ห์ที่มีไอ้ไข่โคตรรวยเทวประสิทธิ์แช่อยู่ด้วย เดินด้วยพลังจิตของครูอาจารย์แต่ละสายที่มารวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อก่อรูปเรียกนาม ไอ้ไข่โคตรวย เด็กสร้างวัดบางแพรก ไอ้ไข่เมืองนนท์รุ่นแรก

101 ฆารวาสรวมพลคนขมังเวท ปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก เมืองนนท์ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผสานพลังเวทจาก10ทิศ

พิธีกรรมหุงน้ำมันว่านในอดีต

ถอดรหัสปริศนามหายันต์ “อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา”ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  “อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา”ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

13 มิถุนายน 2563 – 00:00 น.

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  “อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา”ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา คอลัมน์… ตามรอยตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี Fb : Akeakkee Ake


          หากใครสนใจเรื่องราวของพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ในยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก่อนเสียกรุงฯในปี 2310 ย่อมไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ พระอาจารย์ธรรมโชติ หรือเดิมชื่อ โชติ เพราะว่ามีเอกสารทางประวัติศาสตร์ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ท่านคือ พระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมคนสำคัญในการช่วยเหลือชาวบ้านบางระจัน ในการทำศึกกับพม่า  
 

          มีข้อมูลว่า ขณะบวชได้ฉายาทางพระว่า “ธรรมโชติรังษี” พื้นเพเป็นชาวเมืองสุพรรณ ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บวชเรียนแล้วจำพรรษา เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ณ วัดเขาขึ้นหรือเขานางบวช ท่านมีความรู้ด้านวิชากสิณ ด้านวิชาอาคมที่แก่กล้า ด้วยทั้งพรรษาและวิชาต่างๆที่ได้ศึกษาฝึกพร่ำร่ำเรียนมา ใครเห็นล้วนแต่เกิดศรัทธา

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ค่ายบางระจัน ที่สร้างพร้อมกับเนื้อผงใน พ.ศ. 2520

          พระอาจารย์ธรรมโชติ ตามประวัติเดิม พำนักอาศัยอยู่ ณ วัดเขานางบวช ต่อมาชาวบ้านบางระจันได้อาราธนานิมนต์ไปพำนักอยู่ ณ วัดโพธิเก้าต้น เมืองสิงห์บุรี ด้วยเหตุที่พระอาจารย์ธรรมโชติมีวิทยาอาคมสูง และได้ลงวิทยาอาคมกับผ้่ประเจียด ตะกรุดพิสมร แจกจ่ายให้กับนักรบชาวบ้านค่ายบางระจัน เพื่อให้คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำบังตัว
 

          ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ในหนังสือไทยรบพม่าว่า พระอาจารย์ธรรมโชตินั้นได้หายสาบสูญไปหรือจะมรณภาพในเวลาเสียค่ายแก่พม่าหรือหนีรอดไปได้หาปรากฏไม่หลักฐานไม่ 
   

          แต่ตามความเชื่อและตำนานท้องถิ่นของชาวเมืองสุพรรณบุรี เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อค่ายบางระจันมีทีท่าว่าจะแตก ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระอาจารย์ธรรมโชติก็ได้นิมนต์ท่านหลบหนีออกจากค่าย สุดท้ายลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง (ซึ่งไม่มากนัก เพื่อไม่ให้เป็นการแลดูน่าสงสัยแก่ผู้พบเห็นทั่วไป) ได้พาท่านออกมาจากค่ายบางระจัน ชั่วครู่ก่อนค่ายจะแตก แล้วลี้ภัยข้าศึกอยู่ในป่าเขาลำนำไพรจวบจนสงครามสงบจึงกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขานางบวช 
 

          บ้างก็ว่าหลังจากออกจากค่ายบางระจันมา ท่านก็ไม่ไปหลบอยู่ที่ไหน แต่ขอกลับมาอยู่วัดเขานางบวช วัดเดิมที่ท่านเคยจำพรรษาอยู่ โดยลูกศิษย์ทำช่องลับไว้ให้ท่านหลบอยู่บริเวณวิหารของท่าน (ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่) ไว้ให้ท่านนั่งเจริญสมาธิกรรมฐาน บำเพ็ญกุศล บำเพ็ญเพียรโปรดแก่เหล่าสรรพสัตว์ วิญญาณวีรชน และชาวบ้านบางระจัน

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา  ผู้เขียนอักขระเลขยันต์ที่พลิกชะตาชีวิตคน

          ท่านมีอายุยืนยาวต่อมาอีกหลายปี โดยได้รับสมณศักดิ์พัดยศเป็น “พระครูธรรมโชติรังสี” จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี และท่านได้มรณภาพลงที่วัดเขานางบวชนี้เอง ด้วยโรคชรา เมื่อพ.ศ.๒๓๒๕ สิริอายุได้ ๘๒ ปี เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสวัดเขานางบวช เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ดังนี้
 

          “เขานางบวชนี้ เป็นที่ราษฎรนับถือมาก มีกำหนดขึ้นไหว้พระในกลางเดือน ๔ มาแต่หัวเมืองอื่นๆ ก็มาก ใช้เดินทางบกทั้งนั้น ความนี้ย่อมทำให้เรารู้ว่า หลังสงครามไทย-พม่าสงบแล้ว พระอาจารย์ธรรมโชติ น่าจะกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขานางบวชจริง จนกระทั่งมรณภาพ เพราะเกียรติคุณของท่านประชาชนจึงศรัทธาเรื่อยมา หาไม่เช่นนั้นประชาชนจะศรัทธาด้วยอะไร ถ้าไม่มีใครคนหนึ่งคนใดเป็นหลักให้ประชาชนนับถือ เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าพระอาจารย์ธรรมโชติ กลับมาวัดเขานางบวชจริง”
 

          สมัยที่พระอาจารย์ธรรมโชติ ยังมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างพระพิมพ์ไว้หลายประเภท ที่สำคัญคือ สร้างพระพิมพ์ว่านจำปาสักไว้จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ขณะที่ท่านไปจำพรรษาอยู่ที่วัดในนครจำปาสัก ประเทศลาว หลังค่ายบางระจันแตก และสร้างพระพิมพ์ถ้ำเสือไว้จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ที่วัดเขานางบวช ช่วงระยะเวลาที่ท่านกลับมาอยู่วัดนี้อีกครั้ง หลังจากกลับมาจากนครจำปาสัก ซึ่งพระพิมพ์ถ้ำเสือ ส่วนหนึ่งท่านได้นำไปบรรจุไว้ตามถ้ำต่างๆ ในเขต จ.สุพรรณบุรี เพื่อเป็นพุทธบูชา
 

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

คุณโน อธิสุมงคล นักธุรกิจนำเข้ารถยนตร์จากต่างประเทศกับ อ.ไพโรตน์ 

          มีข้อมูลว่า ในด้านวัตถุมงคลของพระอาจารย์ธรรมโชติ ภายหลังจากท่านมรณภาพแล้ว มีการจัดสร้างขึ้นทั้งที่วัดเขานางบวช จ.สุพรรณบุรีและที่วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี มีหลายประเภท อาทิ พระผง พระดินเผา รูปหล่อ เหรียญ ฯลฯและรุ่นที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ของวัดโพธิ์เก้าต้น พ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านในยุคนั้น อาทิ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ฯลฯ
 

          ส่วนอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ของวัดเขานางบวช พ.ศ.๒๕๒๐ โดยนายสอน สุทธิสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีในสมัยนั้น มีดำริให้ปรับปรุงวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ได้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด 200,000 บาท ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วิหารเสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2520 เพื่อเป็นการรำลึกนึกถึง เกียรติคุณของพระอาจารย์ธรรมโชติ ท่านผู้ว่าฯจึงดำริสร้างมงคลวัตถุขึ้น 2 ชนิด คือ เหรียญรูปพระอาจารย์ธรรมโชติและพระเครื่องเนื้อดินเผาศิลปอู่ทองขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ได้มีไว้ใช้สักการบูชา อันเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สำหรับเหรียญออกแบบโดยกรมศิลปากร สร้างโดยกองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ส่วนพระเครื่องออกแบบโดยช่างผู้มีฝีมือเยี่ยมผู้หนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี 
 

          ส่วนผสมและดินที่นำมาสร้างพระเครื่องในครั้งนี้ ได้มาจากกลางใจเมืองทุกจังหวัดในประเทศไทยและดินทุกวัดในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งน้ำพุทธมนต์ ประจำราชสำนักกรุงรัตนโกสินทร์ทุกรัชกาล มีการปลุกเสกโดยพระคณาจารย์ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือ ศรัทธากันโดยทั่วไป จากพระคณาจารย์หลายจังหวัดซึ่งทำพิธีพุทธาภิเษกปลุกเศกบนยอดเขาวัดเขานางบวช เนื่องจากเชื่อกันว่า เป็นวิหารที่พระอาจารย์ธรรมโชติ พระเกจิอาจารย์ยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านบางระจัน ได้เคยมาใช้เป็นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
 

          ได้อาราธนาพระคณาจาย์มาทำพิธีปลุกเสกมงคลวัตถุที่วัดเขานางบวช เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2520  ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านในยุคนั้นเช่นกัน อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ฯลฯ ซึ่งเหรียญทั้ง ๒ รุ่นนี้มีประสบการณ์สูงทางด้านมหาอุด แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่โจษจันกันมาก

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

 อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา มอบแผ่นยันต์ให้กับเอก อัคคี เมื่อครั้งไปสัมภาษณ์

 ………
 
          แต่เรื่องราวของพระครูธรรมโชติ กลับมาเป็นที่รู้จักในยุคปัจจุบันอีกครั้ง เมื่ออาจารย์ไพโรจน์ รื่นวิชา นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของบริษัทเครือข่ายจำหน่ายสินค้าให้กับสมาชิก,เจ้าของธุรกิจโรงแรม ฯลฯและสร้างปรากฏการณ์ฮือฮาด้วยการเขียนแผ่นยันต์มหารวยหนุนดวงชะตาให้กับผู้คนที่สนใจ เชื่อมั่นศรัทธาจนเป็นที่รู้จักทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ออกมาเปิดเผยว่า ผู้ที่มาเปิดประตูมิติแห่งความลี้ลับเรื่องการเขียนยันต์ผ่านนิมิต(ความฝัน) ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยสนใจไม่เคยรู้จักเลยก็คือ  ท่านพระครูธรรมโชติ
 

          “ก่อนหน้านี้ราวห้าปี ผมมักจะฝันถึงพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นประจำ เป็นความฝันต่อเนื่องกันทุกครั้ง แม้ว่าจะตื่นขึ้นมาแล้ว พอหลับไปในวันถัดมาก็จะฝันในเรื่องเดิมและเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากฝันครั้งก่อน เหมือนเราชมภาพยนตร์แล้วกดปุ่มสต๊อปไว้แล้วมาเพลย์ต่อ ในความฝันต่อเนื่องกันมายาวนานหลายปี ก็จะบอกเรื่องเล่าเรื่องการเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ ท่านบอกว่า ผมกับท่านเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาในกาลก่อน มีพระอาจารย์ที่เคยร่ำเรียนวิชาด้วยกันมีนามว่า พระอาจารย์เขื่อนเพชร มาจากเขมร และผมเป็นพระภิกษุที่เขียนอักขระเลขยันต์ได้สวยงามเข้มขลังมาก และในฝันท่านบอกให้ผมไปครอบครูกับพระภิกษุไทยที่เดินทางมาจากฝั่งเขมร และในความฝันครั้งสุดท้ายว่า ท่านชื่อว่า พระอาจารย์ธรรมโชติ “
 

          อาจารย์ไพโรจน์ รื่นวิชา  บอกว่า หลังจากที่ตื่นจากฝันครั้งนั้น ท่านก็พยายามไปเสาะหาครูบาอาจารย์จนพบกับพระรูปหนึ่ง ซึ่งสมัยเด็กเคยพลัดหลงเข้าไปในเขมรแล้วได้มีโอกาสบวชเรียนเป็นสามเณรแล้วบวชเป็นพระ ก่อนจะเดินทางกลับมาเมืองไทยและอยู่ที่จังหวัดสระบุรี จึงเดินทางไปหาท่านขอให้ท่านครอบมือให้ หลังจากวันนั้นก็รู้สึกว่า ตนเองก็สามารถเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ ได้อย่างสวยงามลงตัว ทั้งที่ไม่เคยฝึกฝนมาก่อน เรียกว่าเปรียบเสมือนเป็น สัญะหรือสัญญาเดิมที่ติดตัวมาแต่ชาติปางก่อนให้สามารถทำต่อได้ทันที ไม่ต่างจากคนที่ระลึกชาติได้
 

          “ตัวเองยังรู้สึกตกใจเหมือนคนที่มีความรู้อยู่ในหัว ทันทีที่มีคนเปิดทางให้ ผมก็หยิบกระดาษ A4 ในห้องมาฝึกเขียน เขียนอยู่ไม่กี่วัน ก็ลองเขียนเป็นมหายันต์ น้องเลขาหน้าห้องของผม 2 คนก็บอกว่า พี่มันสวยจริงๆ เดี๋ยวจะซื้อแผ่นแคลวาส ซื้อแผ่นเล็ก ๆ ไม่ได้มีแผ่นใหญ่ เขียนขนาดเท่า 10 คูณ 10 ก็เขียนไว้ตรงกลางเป็นหัวใจ 10 ทิศตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นไปเป็นแผ่นแล้วมันสวยมากๆ  พอเขียนเสร็จให้เขาหยิบเราไปดูไกลๆ เรามองแล้วรู้สึกว่ามันใช่เราเขียนเหรอมันสวยจริงๆ น้องๆ ทุกคนก็เรียกกันมาใหญ่เราอยู่ในองค์กรที่มีคนจำนวนมากทุกคนบอกว่ามันสวยมาก แต่ศักดิ์สิทธิ์มั้ยไม่รู้ จากตำนานความเชื่อ ศิลปะของอักขระ เลขยันต์ที่มีมาแต่โบราณ เพราะเชื่อกันว่าช่วยป้องกัน คุ้มครอง ผู้ที่ได้บูชา สู่อักขระบนผืนผ้านิมิตจากพระอาจารย์ธรรมโชติ โดยอาจารย์ไพโรจน์ รื่นวิชา นักเขียนอักขระเลขยันต์ มหายันต์รวย ปรับธาตุ เสริมดวง ด้านการงาน การเงิน โชคลาภ ความรัก สุขภาพ ค้าขาย เขียนอักขระ จาก วัน/เดือน/ปีเกิด เฉพาะบุคคลเท่านั้น” 
 

          แต่ปรากฏว่าทุกคนที่ได้รับผ้ายันต์ที่ อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา เขียนให้ไปชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน โชคลาภเงินทอง กันทุกคน แม้แต่คุณโน อธิสุมงคล นักธุรกิจนำเข้ารถยนตร์จากต่างประเทศอีกคนหนึ่งที่พบกับความมหัศจรรย์ของผืนผ้ายันต์หนุนดวงเปลี่ยนชะตาชีวิตจนกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่ อ.ไพโรจน์ ชื่่นวิชา กล่าวทิ้งท้ายว่า 
 

          “ผมก็ไม่รู้ว่า พูดแล้วจะเชียร์ตัวเองไปหรือเปล่า คนแรกที่เขียนให้เป็นคนขับรถให้ผม ทำงานกับผมเหมือนเป็นเลขขาอยู่หน้าห้อง ปรากฏว่าจากการเขียนที่ผมเขียนยันต์ให้วันนั้นจนวันนี้ 3 ปีแล้ว น้องคนนี้มีเงินประมาณ 100 ล้านได้จากที่เขาไม่มีเงินเก็บเลย “
 

          อาจารย์ไพโรจน์ ยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขียนยันต์ได้เงินเยอะมาก เพราะแผ่นยันต์มีหลายขนาด มีตั้งแต่ราคาแพงถึง 3 ล้านบาท จนถึงราคาเพียงพันกว่าบาท ซึ่งเมื่อได้เงินมาก็จะแบ่งไปทำบุญและบริจาคทานให้กับส่วนรวมเป็นจำนวนมหาศาลเช่นกัน มีทั้งสร้างวิหารให้พระอาจารย์ที่สร้างเสร็จแล้ว 1 หลังสูง 16 เมตรกว้าง 15 เมตรเรียกว่า 16 ชั้น 15 ชั้นดินและสร้างพระพรหม ซื้อที่ดินให้วัด สร้างบ้านให้คนยากจนและร่วมสร้างโรงพยาบาล วัดสมานรัตนาราม ในแต่ละปีทำบุญเยอะมากและแจกเงินให้น้องๆที่ไม่มีทุนการศึกษาในดินแดนทุรกันดารหลายครั้งแล้ว “


          ช่างตรงกับคำกล่าวโบราณจริงๆที่บอกไว้ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่จริงๆ”

จับตา…..วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง “หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/432879?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_knowledge

จับตา…..วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง “หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม”

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

จับตา…..วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง “หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม” คอลัมน์… ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย…  เอก อัคคี

          ผมเชื่อว่า สำหรับนักสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลรุ่นใหม่ๆไม่มีใครปฏิเสธความเข้มขลังของพระเกจิอาจารย์แดนใต้อายุกว่า ๑๐๐ ปี อย่างหลวงปู่อิ่ม วัดทุ่งนาใหม่ อย่างแน่นอน เพราะท่านเดินตามรอยพระอริยาสงฆ์รุ่นครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัดคือ เปี่ยมด้วยความเมตตา กรุณาและมีอุเบกขายิ่งนัก โดยส่วนตัวผมเองก็ได้มีโอกาสไปกราบขอพรท่านหลายครั้งและท่านก็เมตตาจารอักขระเลขยันต์ลงบนแผ่นชนวนและปลุกเสกวัตถุมงคลที่ผมสร้างเพื่อช่วยวัดวาอารามต่างๆก็หลายหน อาทิ พระกริ่งอู่ทอง,ไอ้ไข่โคตรรวย วัดบางแพรก ฯลฯ

          เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าจะนำมาเล่าสู่กันฟังเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องราวของท่านและวัดที่ท่านอยู่ที่เสมือนร่มโพธิร่มไทรให้ลูกศิษย์ได้ไปกราบขอพรชมบารมี นั้นคือที่วัดทุ่งนาใหม่ จ.นครศรีธรรมราช ต.ยางค้อม อ.พิปูน

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

หลวงปู่อิ่ม พระเกจิดังแห่งเมืองนคร

          หลวงปู่อิ่ม ท่านเป็นศิษย์ของพระอาจารย์ปลอด วัดนาเขลียง เคยบวชเมื่ออายุ 21 ปี หลังจากนั้นได้ลาสิกขาไปช่วยพ่อแม่ทำสวน จนเมื่ออายุ 69 ปี ท่านคิดคิดว่าจะบวชอีกครั้ง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2527 โดยพระครูเชาวนาภิธาน เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดยางค้อมและ เมื่อ พ.ศ.2536 ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งนาใหม่ นับเป็นอริยสงฆ์แห่งต้นน้ำตาปี เมื่องคอน อายุ 101 ปี ศิษย์พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขันที่มากด้วยบารมีและวิทยาคม เรื่องราวที่น่าสนใจของวัดทุ่งนาใหม่ คือ เป็นวัดที่มีพระเกจิอาจารย์มากกว่าหนึ่งรูป คือ นอกจากมีหลวงปู่อิ่ม เป็นพระอริยสงฆ์อาวุโสแล้ว ที่วัดแห่งนี้ยังมี  หลวงตาหลวงเจียม โอภาโส อายุ 102 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งนาใหม่ รูปที่ 14 อยู่เป็นมิ่งขวัญชาวบ้านอีกด้วย

          หลวงตาเจียมนั้น ท่านใฝ่เรียนมาตั้งแต่เด็ก เรียนตำราหมอบ้านสมุนไพรจากบิดาตั้งแต่เด็ก อายุ 15 ปี ได้ติดตามพระครูรังสรรค์อธิมุติเป็นเด็กวัดตั้งแต่สมัยท่านอยู่วัดทุ่งหม้าย ช่วงนี้ก็ตามติดไปช่วยพ่อท่านคล้าย ช่วยงานเป็นประจำ จนกระทั่งปี 2480 อายุ 18 ปี ก็บวชเป็นสามเณร ณ วัดยางค้อมโดยพระครูรังสรรค์อธิมุติ

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

 หลวงตาเจียม ศิษย์พ่อท่านคล้าย

          แล้วถือโอกาสมาช่วยพ่อท่านคล้าย สร้างพระอุโบสถวัดทุ้งนาใหม่ และ สร้างถนน สร้างสะพาน ก่อนจะกลับไปปรนนิบัติพระอุปัชฌาย์ต่อ จนปี 2482 ก็ได้ขึ้นผ้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และ เรียนจบนักธรรมและอักขระขอมต่างคาถาต้างๆ จากพระครูรังสรรค์อธิมุต

          ว่ากันว่า เป็นตำราที่พระครูรังสรรค์อธิมุต ได้คัดลอกจดบันทึกมาจากของพระครูกลาย วัดหาดสูง หลังจากนั้นท่านได้มาซ่อมสะพานที่พ่อท่านคล้ายสร้างไว้ ณ วัดทุ่งนาใหม่ และ ตามพ่อท่านคล้ายสร้างถนน สร้างบ่อน้ำและสาธารณประโยชน์มากมาย ในช่วงขณะนี้แหละ ที่ท่านว่า ท่านได้อะไรจากพ่อท่านคล้ายมาก เพราะ เมื่อพ่อท่านแสดงอะไรพิสดารท่านจะต้องเข้าถามตลอด

          ต่อมาชาวบ้านที่ศรัทธาท่านหลวงตาเจียม ก็นิมนต์ท่านมารักษาการเจ้าและดูแลวัดทุ่งนาใหม่ ในปี 2485-2492 ในปี 2492 ได้เกิดเหตุกับท่าน คือ ไม้หมากตกใส่ศรีษะท่าน ไม่มีแผลใดๆ แต่ท่านเกิดอาการสติฟั่นเฟือน จนชาวบ้านต้องรีบพาท่านไปหาพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ พ่อท่านรับตัวท่านไว้ บอกให้ท่านนั่งกัมฐานกำกับสติ โดยก่อนนั่งกัมมฐานให้บริกรรมคาถาว่า “นะมะอะอุ สิวังทุสัง เทวภุมมานัง พรัมมัง” แล้วหลับตาพิจารณา สังขาร เมื่อครบ 3 เดือน อาการก็ดีขึ้นแล้วไปรับการรักษาจากหมอสมพร อีกด้วย เมื่อหลวงตาเจียม หายดีแล้ว เข้ากราบพ่อท่านคล้าย พ่อท่านให้พรท่านว่า” ป่วยหายเอง อายุยืน ภายหน้าแก่ตัวไปมีคุณ ไปให้พรคนนะ พระนะดีสำเร็จ”

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

พระใบฎีกาวิรัตน์  พระนักพัฒนาผู้ใฝ่วิทยาคม

          หลังจากนั้นท่านกลับมาลาสิกขาในปี 2495 เนื่องจากสุขภาพที่ยังไม่สมบูรณเต็มที่ และ เดินทางไปจังหวัดยะลาโดยไม่ได้ตั้งจุดหมาย ก็ปรากฎว่า ไปถึงวัดธารโต พบอาจารย์ท่านเจ้าคุณสุระ เจ้าคุณสุระเห็นที่ท่านก็บอกว่า พ่อท่านเจียมมาแล้วก็อยู่วัดปฎิบัติธรรม นำโยมไว้พระทำบุญ ท่านก็อยู่ปฎิบัติธรรมกับหลวงปู่สุระ 30 ปี จึงเดินทางกลับมานครศรีธรรมราช มาบวชอีกครั้ง จนถึงปัจจุบัน ท่านอยู่แบบสมถะ ไม่บ่นร้อน บ่นหนาว ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลง แม้อายุจะล่วงเลย100 ปีมาแล้ว แต่วัตรปฏิบัติทุกอย่างไม่ขาดสาย บิณฑบาตร สวดมนต์ เข้มขลัง สละปัจจัย ค่าน้ำ ค่าไฟ เรียบง่าย สมถะ

          ส่วนพระใบฎีกาวิรัตน์ อิสฺสรธมฺโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดทุ่งนาใหม่ นั้น ท่านเป็นคนรุ่นใหม่ที่บวชเรียนแล้วก็สนใจใฝ่ศึกษา  วิชาอาคมคาถาต่างๆมาจากทวดนุ่ม รัตนี สมัยก่อนโน้นทวดนุ่มเป็นที่พึ่งของชาวบ้านกล่าวกันว่า เวลาของหายผู้คนจะมาหาท่านให้ดูให้แค่ท่านรินเหล้าขาวใส่แก้วก็รู้ได้ทันทีว่าคนลักษณะอย่างไรเอา เอาไปทางไหน และ ได้เรียนรู้ตำราวิชาของทวดแดง ผู้ที่สามารถหายตนเองลงทางรูร่องช่องของบ้านได้

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

เหรียญอิ่ม ไข่ เต่า ที่โด่งดังของหลวงปู่อิ่ม

          เมื่ออายุย่าง 12 ปี พระใบฎีกาวิรัตน์ อิสฺสรธมฺโม ก็ได้บรรชาเป็นสามเณร  ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนปริยัติ วัดมะนาวหวาน ก่อนจะย้ายมาอยู่วัดมะเฟื่องใต้ สมัยหลวงพ่อสนองเป็นเจ้าอาวาส ได้เรียนรู้ตำราพ่อท่านเด้ง อดีตเจ้าอาวาส พร้อมกับเป็นสามเณรนักเทศ

          จนกระทั่ง ปี 2543 มีเหตุต้องลาสิกขา มาเรียนต่อปริญญาตรี และ เมื่อปี 2549 ก็เข้าอุปสมบทอีกครั้ง ณ วัดค้วนส้าน โดย พระครูสุภัทราภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ มาจำพรรษาอยู่วัดราษฎร์บำรุง หรือ วัดคุดด้วน ในอดีต ช่วงที่บวชอยู่นั้น นอกจากเรียนปริยัติจบ นักธรรมตรี โท เอก ตามลำดับแล้ว

          พระใบฎีกาวิรัตน์ อิสฺสรธมฺโม นับว่าไม่ธรรมดา มีครูบาอาจารย์คอยแนะนำสั่งสอนมาก อาทิ พ่อท่านนวล ปริสุทฺโธ วัดไสหร้า ท่านแนะนำให้ยึดหลักวิปัสนาเป็นอารมณ์, พ่อท่านเอื้อม กตปญฺโญ วัดบางเนียน แนะนำการกำหนดจิต กำหนดคาบในการเสกของควบคุมจิตขณะภาวนาคาถาและวิธีดึงลมหายใจมากำกับ ,พ่อท่านสังข์ กตปญฺโญ สอนการนั่งสมาธิให้เข้าถึงยกจิตให้เหนือจิต , หลวงปู่พุ่ม กตปญฺโญ สอนวิชาคาถาอาคมทุกอย่าง เสกหมากเสกพลูเขียนยันต์บอกกัมมฐาน คาถาต่างๆ ซึ่งท่านให้เรียกว่า ทวด เพราะความผูกพันธ์ ต่อกัน,พ่อท่านบุญให้ ปทุโม แนะนำสอนสั่งบอกคาถา สอนเปิดเนตรพระ ผูกข้อมือ ผูกสายเอว

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

หลวงปู่อิ่ม ขณะปลุกเสกไอ้ไข่โคตรรวยให้วัดบางแพรก จ.นนทบุรี

          ที่สำคัญปัจจุบันนี้ มีโอกาสได้รับใช้และ ปฎิบัติ หลวงปู่อิ่ม หลวงตาเจียม แห่งวัดทุ่งนาใหม่ อันเป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสของวัด ยิ่งทำให้ได้เรียนรู้ในศาสตร์วิทยาคมต่างๆเพื่อสะสมสรรพวิชา วิทยาคม ควบคู่ไปกับการทำงานด้านบริหารกิจการสงฆ์ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดทุ่งนาใหม่  ถือว่าเป็นพระรุ่นใหม่นักพัฒนา ช่วยเหลือชุมชน โรงเรียน งานด้านสงเคราะห์  ซึ่งในขณะนี้ สิ่งที่วัดกำลังเร่งดำเนินการสร้าง คือ ปรับปรุงศาลาการเปรียญ และ สร้างเมรุใหม่ เหตุเพราะ เมรุหลังเก่าใช้งานมานานกว่า 30 ปี เกิดชำรุด……..

เรียกว่า เรียนมาครบเครื่องทั้งหลักการบริหารกิจการงานวัดและสรรพวิชาวิทยาคม ให้สมกับที่ครูบาอาจารย์อาวุโสไว้วางใจ เพื่อให้วัดเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้อย่างแท้จริง ยิ่งในระยะหลังๆนี้ผู้คนเดินทางหลั่งไหลไปวัดทุ่งนาใหม่มากยิ่งขึ้นทุกวัน…ทุกวัน เพื่อขอบารมีจากหลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม …..การบริหารกิจการภายในวัด พัฒนาวัดให้แลดูเรียบร้อยสวยงามจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินสติปัญญาของพระนักพัฒนานามว่า “พระใบฎีกาวิรัตน์ อิสฺสรธมฺโม”ไปได้

จับตา.....วัดทุ่งนาใหม่ เมืองคอน  มีวันนี้ด้วยบารมีแห่ง "หลวงปู่อิ่ม-หลวงตาเจียม"

ชาวบ้านไปร่วมงานบุญของวัดทุ่งนาใหม่แน่นขนัดตลอดทุกงาน

หมอเตือนอาการ “ขาอยู่ไม่สุข” กระทบคุณภาพการนอน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/432559?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_knowledge

หมอเตือนอาการ “ขาอยู่ไม่สุข” กระทบคุณภาพการนอน

  หมอเตือนอาการ "ขาอยู่ไม่สุข" กระทบคุณภาพการนอน

เคยสังเกตตัวเองกันมััย ? “ขา-แขน” เหมือนมีอะไรมาไต่ หรือ กระตุก เวลานอน ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นอาการโรค “ขาอยู่ไม่สุข” หมอเตือน ส่งผลต่อสุขภาพการนอนแย่ลง

1 มิ.ย.63  นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขหรือโรค(RLS) RESTLESS LEG  SYNDROME เป็นกลุ่มอาการที่คนไข้รู้สึกว่า มีการรับรู้ผิดปกติบริเวณขา เช่น เหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขาร่วมกับบางครั้งมีการกระตุกของขา อาการมักเกิดขึ้นช่วงเอนตัวนอนโดยเฉพาะเวลากลางคืน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าต้องขยับขา ลุกขึ้นเดิน เพื่อลดอาการ ซึ่งอาการดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยต้องตื่นกลางดึกอยู่บ่อยๆ ความรุนแรงของโรคจะไม่แตกต่างระหว่างคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุและส่วนใหญ่จะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึงสองเท่า นอกจากนี้ยังพบในผู้ที่เป็นโรคไตและผู้ที่มีภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่าสาเหตุของโรคเกิดจากสารเคมีที่สมองสร้างที่เรียกว่าโดพามีนมีปริมาณน้อยลงโดยอาจเป็นจากภาวะความเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น โรคพาร์กินสัน หรือการได้รับยาที่ทำให้โดพามีนในร่างกายลดลง หรือระบบรักษาสมดุลของธาตุเหล็กในร่างกายผิดปกติ ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ โดยจะได้รับการประเมินภาวะซีด ภาวะการขาดธาตุเหล็ก การทำงานของไต และระบบประสาท เพื่อหาสาเหตุก่อนเริ่มให้การรักษา ยาที่ใช้รักษาเพื่อเพิ่มสารโดพามีนในกระแสเลือด ลดอาการผิดปกติที่ขาและขากระตุก

ดังนั้นผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองถึงแม้ว่าอาการขากระตุกหรือขาอยู่ไม่สุขดังกล่าวจะเป็นอาการที่ไม่อันตรายแต่จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตในการนอนลดลงทำให้นอนไม่หลับ จึงควรควบคุมอาการเพื่อให้คุณภาพชีวิตการนอนดีขึ้น หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและพาคนใกล้ชิด มาพบแพทย์ด้วยเพื่อจะได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการรักษา