เปลี่ยน”ขยะ”ให้เป็นผลงาน”ศิลปะ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/421796?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

เปลี่ยน”ขยะ”ให้เป็นผลงาน”ศิลปะ”

11 มีนาคม 2563 – 17:41 น.
โรงแรมเคป กูดู เกาะยาวน้อย,ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล,กูดู โก กรีน ครั้งที่ 2
เปิดอ่าน 98 ครั้ง

ส่งเสริมเยาวชนไทยบนเกาะยาวน้อยในการแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์

เดินหน้าส่งเสริมเยาวชนไทยบนเกาะยาวน้อยให้มีเวทีในการแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มทักษะการประดิษฐ์ขยะรีไซเคิลให้เป็นผลงานศิลปะชั้นเยี่ยม โรงแรมเคป กูดู เกาะยาวน้อย และ คาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ นำโดย ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ จัดกิจกรรม “กูดู โก กรีน” ครั้งที่ 2 (ประจำปี 2562-2563) ร่วมกับตัวแทนนักเรียนและอาจารย์จากโรงเรียนบนเกาะยาวน้อยทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำจืด, โรงเรียนบ้านท่าเขา, โรงเรียนเกาะยาว และ โรงเรียนเกาะยาววิทยา ส่งผลงานเข้าประกวด “ศิลปะจากขยะรีไซเคิล” ชิงทุนการศึกษาและรางวัลจำนวน 24 รางวัล ซึ่งมีการจัดแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน ที่บริเวณบ้านอยู่เย็น ท่ามกลางความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

ผลงานศิลปะม้าน้ำ

ภายในงานกิจกรรมเวิร์กช็อปการประดิษฐ์ผลงานศิลปะ โดย เอลิค โตบัว ศิลปินผู้มากความสามารถและโด่งดังด้านงานเครื่องประดับสวมหัว มาเป็นวิทยากรร่วมให้ความรู้ในการแนะนำการคัดแยกขยะ รวมทั้งการลดปริมาณขยะบนเกาะยาวน้อย พร้อมร่วมแบ่งปันไอเดียนำขยะที่เก็บได้บนเกาะมารีไซเคิลเป็นผลงานศิลปะม้าน้ำที่โดดเด่นสวยงาม ซึ่ง “ม้าน้ำ” เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล โดยศิลปิน เอลิค และผู้ช่วย นภาภัสสร์ ศรีปัตตา ใช้มุมมองในการดีไซน์ช่วยแนะนำและร่วมประดิษฐ์ม้าน้ำอย่างใกล้ชิดกับนักเรียนทั้ง 4 โรงเรียนบนเกาะยาวน้อยจนผลงานม้าน้ำจากขยะรีไซเคิลสำเร็จสวยงาม และได้ตั้งอยู่ที่โรงแรมเคป กูดู เกาะยาวน้อย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ผลงานศิลปะขยะรีไซเคิลของนักเรียนระดับประถม

ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่โรงแรมเคป กูดู และคาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย จัดกิจกรรมกูดู โกส์ กรีน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ตั้งใจทำประโยชน์ให้สังคมและชุมชนบนเกาะยาวน้อย เพราะอยากมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ เพื่อให้เขามีกำลังใจ และใช้เป็นแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมต่อยอดในงานด้านศิลปะต่อไป เรารู้สึกชื่นชมกับความตั้งใจและผลงานศิลปะของนักเรียนทุกๆ ทีม ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่มีความสามารถ การทำงานร่วมกันเป็นทีม และมีความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ขยะที่เก็บได้จากบนเกาะมาคัดแยกและนำกลับมาใช้สร้างให้เกิดประโยชน์ออกมาเป็นผลงานศิลปะที่มีความสวยงาม รวมทั้งกิจกรรมร่วมกันสร้างม้าน้ำจากขยะรีไซเคิล ซึ่งเด็กๆ ทำอย่างเต็มที่พอผลงานเสร็จทุกคนต่างอิ่มเอมใจ เป็นม้าน้ำที่สวยงามและมีคุณค่าทางจิตใจเพราะพวกเราช่วยกันทำ สำหรับพวกเราน้องๆ ทุกคนเป็นผู้ชนะในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณอาจารย์จากโรงเรียนบนเกาะยาวน้อยที่ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดีในกิจกรรมครั้งนี้

น้องๆ ตั้งใจประดิษฐ์ขยะให้ผลงานศิลปะด้วยความตั้งใจ

เอลิค โตบัว  มอบรางวัลชนะเลิศระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาว กลุ่ม Koh yao kids

สำหรับการประกวดในปีนี้มีนักเรียนส่งผลงานเข้าประกวด 17 ชิ้นงาน จาก 4 โรงเรียน โดยแบ่งออกเป็นระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ผลการประกวดสิ่งประดิษฐ์ผลงานศิลปะจากขยะรีไซเคิลใน “ระดับประถมศึกษา” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาว กลุ่มเกาะยาวคิดส์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำจืด กลุ่มฟอลโล่ว มี ซันชายน์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาว กลุ่มอะบิลิตี้ครีเอท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนบ้านท่าเขา กลุ่มคนรักษ์สิ่งแวดล้อม, โรงเรียนบ้านท่าเขา กลุ่มเยาวชนคนรักโลก, โรงเรียนบ้านน้ำจืด กลุ่มมินนี่ เม้าส์, โรงเรียนเกาะยาว กลุ่มบรูม และโรงเรียนบ้านน้ำจืด กลุ่มคิตตี้รีไซเคิล

ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล มอบรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มชั้นวางของ

 “ระดับมัธยมศึกษา” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มชั้นวางของ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มชุดเตียงนอน, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มชุดทำความสะอาด และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มกระปุกออมสินนกเงือก และโรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มโคมไฟ

วัลลิยา ปังศรีวงศ์ มอบรางวัลป๊อปปูลาร์โหวต

นอกจากนี้ยังมี รางวัลป๊อปปูลาร์โหวต จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเกาะยาว กลุ่มเกาะยาวน้อยคิดส์ และโรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มกระเป๋าสานเส้นพลาสติก, รางวัลแชร์ภาพเบื้องหลังกิจกรรมทางโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก จำนวน 5 รางวัล และ รางวัลชมเชย จำนวน 4 รางวัล รวมทั้งสิ้น 24 รางวัล รวมมูลค่าทุนการศึกษา 62,000 บาท

โรงเรียนเกาะยาววิทยา กลุ่มชุดเตียงนอน

ทั้งนี้ ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อให้กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดำเนินภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โรงแรมเคป กูดู และคาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย ได้จัดกิจกรรม กูดู โกส์ กรีน 2 ครั้งแบ่งเป็น 2 กิจกรรมต่อเนื่อง โดยกิจกรรมแรก “อิ่มอร่อยไป กูดู โก กกรีน” เป็นการรณรงค์เชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้ที่พักอาศัยบนเกาะยาวน้อย มาร่วมบำเพ็ญประโยชน์ เก็บขยะรอบเกาะ แล้วนำถุงขยะ 1 ถุง แลกรับเครื่องดื่มหรือไอศกรีมได้ 1 รายการ จากคาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมคือ “การจัดประกวดผลงานศิลปะจากขยะรีไซเคิล” ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไป

เปิดประวัติ และตำนาน ของนางสงกรานต์ทั้ง 7 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/421605?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

เปิดประวัติ และตำนาน ของนางสงกรานต์ทั้ง 7

10 มีนาคม 2563 – 17:12 น.
นางสงกรานต์,13 เมษายน,2563,ประวัตินางสงกรานต์,นางโคราคะเทวี,เสือ,คำทำนาย
เปิดอ่าน 1,175 ครั้ง

เปิดประวัติ และตำนาน ของนางสงกรานต์ทั้ง 7 องค์

               หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ นางสงกรานต์ทั้ง 7 พอสมควร ส่วนใครที่ยังไม่ทราบหรือจำไม่ได้ วันนี้เราก็มีเรื่องราวของนางสงกรานต์ทั้ง 7 มาเล่าให้ฟัง

โดยนางสงกรานต์นั้นเป็นธิดาของท้าวกบิลพรหม หรือท้าวมหาสงกรานต์ และเป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช (สวรรค์ชั้นที่ 1 ในทั้งหมด 6 ชั้น) ซึ่งมีหน้าที่ในการรับศีรษะของท้าวกบิลพรหมแห่รอบเขาพระสุเมรุในแต่ละรอบปี หรือในวันสงกรานต์นั้นเอง โดยมีเกณฑ์กำหนดที่ว่าวันสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน ตรงกับวันใดก็ให้นางสงกรานต์ประจำวันนั้นเป็นผู้แห่ นางสงกรานต์มีทั้งหมด 7 องค์ ได้แก่

1. นางสงกรานต์ทุงษเทวี

ทุงษเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์ ทัดดอกทับทิม มีปัทมราค (แก้วทับทิม) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ อุทุมพร (มะเดื่อ) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือสังข์ เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์ครุฑ

2. นางสงกรานต์โคราดเทวี

โคราดเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ ทัดดอกปีป มีมุกดาหาร (ไข่มุก) เป็นเครื่องประดับภักษาหาร คือ เตละ (น้ำมัน) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า เสด็จประทับเหนือพยัคฆ์ (เสือ)

3. นางสงกรานต์รากษสเทวี

รากษสเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันอังคาร ทัดดอกบัวหลวง มีโมรา (หิน) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ โลหิต (เลือด) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายถือธนู เสด็จประทับเหนือวราหะ (หมู)

4. นางสงกรานต์มณฑาเทวี

มัณฑาเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันพุธ ทัดดอกจำปา มีไพฑูรย์ (พลอยสีเหลืองแกมเขียว) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ นมและเนย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์คัสพะ (ลา)

5. นางสงกรานต์กิริณีเทวี

กิริณีเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี ทัดดอกมณฑา (ยี่หุบ) มีมรกตเป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ ถั่วและงา อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือปืน เสด็จไสยาสน์เหนือปฏษฎางค์ชสาร (ช้าง)

6. นางสงกรานต์กิมิทาเทวี

กิมิทาเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันศุกร์ ทัดดอกจงกลนี มีบุษราคัมเป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ กล้วยและน้ำ อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือพิณ เสด็จประทับยืนเหนือมหิงสา (กระบือ)

7. นางสงกรานต์มโหทรเทวี

มโหทรเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ ทัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) มีนิลรัตน์เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ เนื้อทราย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือตรีศูล เสด็จประทับเหนือมยุราปักษา (นกยูง)

และนี่ก็คือเรื่องราวของนางสงกรานต์ทั้ง 7 องค์

วันมหาสงกรานต์ ตรงกับ วันจันทร์ที่ 13 เมษายน นางสงกรานต์ ประจำปี นามว่า นางโคราคะเทวี ทรงพาหุรัด (เครื่องประดับแขน) ทัดดอกปีบ (กาสะลอง) อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน
พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ (ถือดาบ) พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์ลืมเนตร (นอนลืมตา) มาเหนือหลังพยัคฆ์ (เสือ) เป็นพาหนะ

เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ ศุกร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 600 ห่า
ตกในเขาจักรวาล 240 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 180 ห่า ตกในมหาสมุทร 120 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 60 ห่า

เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีมิถุน ชื่อวาโย (ธาตุลม) น้ำพอประมาณ พายุจัด

เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีนี้ นาคราชให้น้ำ 1 ตัว ทำนายว่า ฝนทราม

เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยากลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแล ฯ

โดยได้มีการทำนายเอาไว้ว่า วันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ

ขอขอบคุณ : www.myhora.com

และข้อมูลจาก : https://sites.google.com/site/praphenisngkant/tanan-sngkrant/tanan-kha-thanay-nang-sngkrant-thang7wan

งานรวมพลคนขมังเวท ณ ถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/420973?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

งานรวมพลคนขมังเวท ณ ถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ

8 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
วัดเขาอ้อ,ตามรอยตำนานแผ่นดิน,งานรวมพลคนขมังเวท
เปิดอ่าน 3,126 ครั้ง

งานรวมพลคนขมังเวท ณ ถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ วันเสาร์ ๕ เดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

จอมขมังเวท คือใคร? หากเราไปค้นคว้าคำจำกัดความนี้จาก สำนักงานราชบัณฑิตยสถาน จะทราบว่า ประกอบด้วยคำว่า จอม ขมัง และเวท

คำว่า จอม หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในกลุ่มเดียวกัน เช่น จอมทัพ คือ ผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกองทัพ จอมโจร คือ โจรผู้มีความสามารถมากที่สุด จอมยุทธ คือ ผู้มีฝีมือยอดเยี่ยมในวงการที่มีการต่อสู้แข่งขัน เดิมใช้ในนิยายจีน หมายถึงยอดนักสู้.

ปู่ไหล หนึ่งในฆารวาสผู้ปลุกเสกไอ้ไข่

คำว่า ขมัง หมายถึง ชำนาญในการใช้มนตร์คาถา

ส่วน เวท หมายถึง เวทมนตร์ซึ่งให้ผลเป็นคุณและโทษแก่ผู้ต้องมนตร์นั้น ดังนั้นจอมขมังเวทจึงหมายถึง ผู้ที่มีความสามารถเป็นเยี่ยมในการใช้เวทมนตร์ตามหลักไสยศาสตร์ เช่น จอมขมังเวทต่อให้เก่งสักเพียงใดก็ย่อมต้องพ่ายแก่พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ ยกตัวอย่างเช่น พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ชื่อว่ามือปราบจอมขมังเวทเพราะท่านปราบขุนโจรร้ายซึ่งเชื่อกันว่ามีวิชาอาคมแก่กล้าจนสิ้นชื่อด้วยวิชาอาคมไสยศาสตร์เช่นกันเพราะท่านเป็นศิษย์เขาอ้อ

……………………..

อ.เทียม ซิวใจเอื้อ

ในทางภาคใต้ได้มีการฟื้นฟูสรรพวิชาอาคมจากตำราโบราณกันมานานแล้ว และเคยมีการจัดงานชุมนุมชาวยุทธขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งจนโด่งดังไปทั่วประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดในปีนี้จะมีการจัดงานขึ้นมาอีกครั้ง ในชื่องานว่า รวมพลคนขมังเวท ณ สำนักตักศิลาเขาอ้อ โดยจะจัดขึ้นในวันแข็งที่สุดทางโหราศาสตร์คือวันเสาร์ ๕ เดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ หรือวันที่ 28 มีนาคม 2563

สำหรับรายชื่อของอาจารย์ฆราวาสจอมขมังเวทจากทุกสารทิศนั้นมีมากมายหลายร้อยคน จนผมไม่สามารถนำมาลงได้ได้ครบทุกคนและทราบว่ายังจะมีผู้คงแก่เรียนวิชาอาคมอีกมากมายจะเดินทางไปร่วมงานนี้ เอาเป็นว่า ผมขอคัดสรรรายชื่อระดับอาจารย์ที่เป็นเจ้าสำนักที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศที่ท่านจะมาร่วมนั่งปรกปลุกเสกเครื่องรางของขลังวัตถุมงคลต่างๆ ภายในถ้ำฉัททันต์บรรพต สำนักวัดเขาอ้อ อาทิ

อ.ประคอง รุ่นเจริญ

1.อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสอาวุโสแห่งสำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้อ ท่านจะเป็นประธานในงานนี้
2.อาจารย์ประคอง รุ่นเจริญ เจ้าของตำรับวิชาเข็มทองคนองฤทธิ์และน้ำมันโสฬสวังหน้า
3.อาจารย์เทียม ซิวใจเอื้อ ศิษย์ของพ่อครูเที่ยง นวมมา ฆราวาสผู้เรืองเวทแห่งกรุงเทพฯ
4.อาจารย์ประเทือง อินทอง ฆราวาสอาวุโสเมืองตรัง
5.ปู่ไหล หนึ่งในฆราวาสผู้ปลุกเสกไอ้ไข่ วัดเจดีย์ รุ่นแรก
6.อาจารย์เขียว เทพทอง นายกสมาคมส่งเสริมการเรียนรู้ยันต์และโหราศาสตร์
7.อาจารย์สิทธิชัย อุปนายกสมาคมส่งเสริมเรียนรู้ยันต์และโหราศาสตร์ภาคใต้
8.เณรดอย เมืองตรัง อุปนายกสมาคมส่งเสริมเรียนรู้ยันต์และโหราศาสตร์ภาคใต้
9.อาจารย์ทรัพย์ มุนี ประธานมูลนิธิพระมุนี
10.อาจารย์ อ๋อ บ่อทอง อุปนายกสมาคม อนุรักษ์ลายสักยันต์ไทย
11.อาจารย์ประกาย ณ สงขลา ประธานสภาวัฒนธรรม พระเครื่อง
12.อาจารย์เทพพงสวดาล (เทพเจ้าตุ๊กตาเทพ)
13.อาจารย์จ๋ำ บูรพานายกสมาคมอนุรักษ์ลายสักยันต์ไทย
14.อาจารย์โก้ ประธานมูลนิธิฤาษีโลก
15.อาจารย์เอก ดนตรี นายกสมาคมโหราศาสตร์ไทย
ฯลฯ

อ.เปลี่ยน หัทถยานนท์

เรียกว่า เป็นงานชุมนุมชาวยุทธผู้เข้มขลังในสรรพวิชาวิทยาคมแห่งยุคสมัยเลยก็ว่าได้ เพราะการที่จะเชิญบรรดาครูบาอาจารย์ฆราวาสจากทั่วประเทศมารวมตัวกันที่เขาไม่ง่ายเลย !!

ที่สำคัญในงานนี้จะมีการร่วมกันจารอักขระเลขยันต์ลงบนแผ่นชนวน เพื่อร่วมหล่อไอ้ไข่โคตรรวย เด็กสร้างวัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้วยซึ่งทางทีมงานศิษย์วัดบางแพรกความเมตตาจากฆราวาสจอมขมังเวททุกท่าน ลงอาคมเขียนอักขระลงบนแผ่นจารย์คนละ 2-3 แผ่น ซึ่งมีการประเมินกันว่า น่าจะมากถึง 1,000 แผ่นเพื่อเป็นชนวนมวลสารเททองไอ้ไข่โคตรรวยเป็นการหลอมรวมดวงจิตดวงใจเผยแพร่บารมีไอ้ไข่เด็กสร้างวัดบางแพรกให้มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนโดยจะมีการเททองหล่อกันในวันที่ 4 เมษายน นี้

ส่วนเรื่องการเสกตามวิชาเสกไอ้ไข่โดยตรงนั้น ในสายฆราวาสและเกจิอาจารย์ทางภาคใต้ต่างยกให้อาจารย์ประสูติ วัดในเตา เมืองตรัง เพราะยอมรับกันว่าท่านได้รับการตกทอดวิชามาจากพระเกจิในอดีตโดยเฉพาะทุกรุ่นที่ดังๆ อาจารย์ก็อาจารย์ประสูติร่วมเสกทั้งนั้นและบางรุ่นที่ดังยังมีการแอบเอาไปให้ท่านเสกเดี่ยวด้วย

อ.เขียว เทพทอง

เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการรวมพลังจิต พลังอาคมครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าพระเกจิและหมอบ้านสายฆราวาสทั่วประเทศ และใต้ฐานไอ้ไข่รุ่นนี้จะอุดผงจตุคาม 30, ผงไม้ตะเคียนหลักเมือง, ผงไม้หลักช้าง, ผงไม้อาถรรพณ์พรายหงษา, ผงพรายกุมารปู่ทิม-ควนนาแค ฯลฯ..

เรียกว่างานนี้ถึงจะปลุกเสกแบบบ้านๆ แต่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกงานหนึ่งของยุคนี้ เรียกว่า เรื่องวิชาการเสกสายกุมารเทพให้ขลังมีตัวตน รับรองว่างานนี้ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน และจะมีการแจกจ่ายวัตถุมงคลฟรีภายในงานนี้ด้วย

บรรยากาศที่เข้มขลังในถ้ำฉัททันต์บรรพเขาอ้อเมื่อครั้งที่แล้ว

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/420599?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

8 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระสมเด็จเกศไชโย วัดไชโยวรวิหาร,พระเครื่อง,พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีดพิมพ์เล็ก
เปิดอ่าน 3,840 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** คณะกรรมการจัดงานยืนยัน วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม งานประกวดพระ ยังจัดเหมือนเดิม โดยคณะปิยมิตรร่วมบุญ ๒๙/๕๕/๖๐ ณ อาคารบี ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พระที่จัดประกวดกว่า ๓,๐๐๐ รายการ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หนากว่า ๕๐๐ หน้า รวมพระเนื้อว่านครบทุกพิมพ์ พร้อมกับรับพระหลวงพ่อทวด พิมพ์สี่เหลี่ยมเนื้อว่าน ๑ องค์รางวัลที่ ๒-๓-๔ พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน รางวัลละ ๑ องค์ พิเศษ ซื้อบัตรส่งพระ ๑ ใบ จะได้รับพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ๑ องค์ แผงพระจรยุทธ จับสลากกว่า ๔๐๐ รางวัล…งานนี้มีมาตรการป้องกันโรคระบาด “โควิด-๑๙” อย่างเต็มที่ ขอให้สบายใจปลอดภัยแน่นอน

** ถัดไปวันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม งานประกวดพระ ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ จัดโดย ชมรมตำรวจตระเวนชายแดน รุ่น ๕/๒๕๑๗ ดารารัศมี  พระที่จัดประกวด ๑๐๐๐ รายการ (เฉพาะพระท้องถิ่น) สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยให้การสนับสนุน ในงานนี้ ทีมงานคุ้มเมืองเหนือ ตั้งโต๊ะรับเช่าพระด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระชุดเบญจภาคี พระกรุ พระเกจิอาจารย์ และพระพุทธรูป จ่ายเงินสดทันที

** คมเลนส์ส่องพระ  ฉบับนี้ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม องค์ที่นำมาให้ชมนี้เนื้อจัดมาก ไม่มีคราบกรุบ่งบอกถึง พระวัดระฆัง  อย่างชัดเจน เป็นพระฟอร์มเทพ คมชัดทุกซอกมุม สภาพพระแชมป์ ผิวเดิมๆ มีบัตรรับรองพระแท้จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย อีกทั้งยังมีภาพในหนังสือพระสมเด็จวัดระฆัง ๓ เล่ม จัดทำโดยนิตยสารพระท่าพระจันทร์ เป็นหลักประกันพระแท้ได้อย่างเต็มร้อย เป็นพระของ นพ.มาณพ โกวิทยา  ผู้มีพระสมเด็จพิมพ์นี้หลายองค์

**พระสมเด็จเกศไชโย วัดไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง เป็นพระที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตั้งใจสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๔๐๔ ขณะอยู่ที่วัดระฆัง เพื่อบรรจุไว้ในองค์พระใหญ่ (พระมหาพุทธพิมพ์) วัดไชโยวรวิหาร มี ๒ พิมพ์หลัก คือ พิมพ์ใหญ่ฐาน ๗ ชั้น, พิมพ์ฐาน ๖ ชั้น สำหรับ พิมพ์ใหญ่ ฐาน๗ ชั้น แข้งหมอน  องค์นี้จัดอยู่ในพระพิมพ์ใหญ่ เรียกชื่อตามลักษณะของแข้งที่นูนหนาเป็นแท่งเหมือนกับหมอน สภาพสวยระดับนี้ราคาหลักแสนกลาง เป็นพระแท้ที่ผ่านการรับรองมาแล้วจากสถาบันรับรองและตรวจสอบวัตถุมงคลประเทศไทย ของทีมงาน ป๋อง สุพรรณ เป็นพระของ ประชาวุฒิ สหประชากิจ (เอก วิเศษ) ประธานกรรมการบริหารสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.อ่างทอง สะสมพระบ้านเกิดด้วยความศรัทธาในสมเด็จโต เป็นที่ตั้ง

** พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รุ่น ๑ มีเคลือบ พิมพ์ ๒ สร้างปี ๒๔๙๓ จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ พิธีบรรจุพุทธานุภาพตามหลักวิชชาธรรมกายตลอดพรรษา เริ่มให้ทำบุญในวันแรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ องค์ละ ๒๕ บาท จนพระหมดลงเมื่อ ปี ๒๔๙๗ พระผงของขวัญ รุ่น ๑มี ๑๐แม่พิมพ์ ทำด้วยทองเหลือง องค์นี้มีความสวยงามระดับแนวหน้าของวงการ ฟอร์มเทพ หน้า-ตา-จมูก-ปาก คมชัดทุกมิติ ผิวเคลือบแลกเกอร์เดิมๆ ขนาดเล็กน่ารักน่าคล้องบูชา สภาพงดงามระดับนี้หาได้ยากยิ่งเป็นพระองค์ดาราที่มีภาพลงในหนังสือวัตถุมงคลวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จัดทำโดยศุภชัย เรืองสรรงามสิริ (ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์) เป็นพระของ แกะ อ่างทอง สุดยอดนักสะสมพระเครื่องแห่งอ่างทองยุคปัจจุบัน

**เพราะเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า จึงสะสมพระเครื่อง ท่านเจ้าคุณนรฯ  ไว้มากพอสมควร ช่วงนี้จึงหันมาเก็บพระกรุบ้าง จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ล่าสุดได้ พระขุนแผน พิมพ์ทรงพลเล็ก กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี  เนื้อดินเผา สร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระอนุชา อายุกว่า ๔๐๐ ปี พระกรุนี้มีกว่า ๘๐ พิมพ์ เป็นฝีมือช่างหลวงแกะแม่พิมพ์ แต่ละพิมพ์จึงมีลวดลายวิจิตรงดงามมาก พระพิมพ์ทรงพลเล็ก จัดเป็นพิมพ์ยอดนิยมระดับต้นๆ ของกรุนี้ องค์นี้ถูกต้องทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ น่าสะสมไว้บูชามาก

** ระยะนี้ ส.จ.บอม เมืองน่าน ประธานกรรมการบริหารสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จ.น่าน นิมนต์พระเครื่องเข้ารังมากมาย โดยเฉพาะ “ลุงข้างบ้าน” ให้มามากเป็นพิเศษ รวมทั้งองค์นี้ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้น เนื้อผงคลุกรักปิดทอง เต็มทั้งองค์ สวยมาก…ลุงข้างบ้านบอกว่า องค์นี้อย่าขายถูกๆเพราะจะหาสวยกว่านี้ได้ยากมาก…พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้นเนื้อผงคลุกรัก สร้างโดยวิธีปั้นทีละองค์ ไม่มีแม่พิมพ์ พระแต่ละองค์จึงไม่เหมือนกันทั้งหมด การดูว่าเป็นพระแท้หรือไม่ก็ต้องดูจากเนื้อพระที่มีความเก่าถึงยุค ทองที่ปิด รวมทั้งฝีมือช่างที่ปั้น… สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย  จะลงใน “บัตรเซอร์พระแท้” ว่า พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้นเนื้อผงคลุกรัก สร้างช่วงปี ๒๔๐๐-๒๔๓๑ วัดในปากทะเล จ.เพชรบุรี ถ้าหากนับตามนี้พระรุ่นนี้มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ราคาหลายแสนบาท อยู่ที่คนขาย บางคนอาจจะขายได้ถึงหลักล้านก็มี

** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีดพิมพ์เล็ก หน้าอาปาเช่ปี ๒๕๐๕ องค์นี้จัดว่าเป็น พระองค์ครู  สำหรับการศึกษาพระแท้ได้เลย เพราะมีจุดสังเกตครบ ๔ องค์ประกอบของพระหลังเตารีด คือ ๑.รูปลักษณ์พิมพ์ทรงองค์พระ ๒.เนื้อโลหะ ๓.ดินเบ้า และ ๔. ร่องรอยการตกแต่งมีครบถ้วนในพระองค์นี้ ถือได้ว่าเป็นพระแท้ดูง่ายพันตาเป็นพระของ ธนเดช จงยิ่งศิริ นักสะสมพระหน้าใหม่

**พระครูพิศิษฐ์บุญสาร (ปลอด) วัดหัวป่า อ.ระโนด จ.สงขลา ชาตะ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๔๑ มรณภาพ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓๗ สิริรวมอายุ ๙๖ ปี พรรษา ๗๖ ท่านได้สร้างพระเครื่องตั้งแต่สมัยสงครามอินโดจีน มีทั้งพระเนื้อว่าน เหรียญรูปเหมือน และพระกริ่งรูปเหมือนล้วนได้รับความนิยมของนักสะสม พระกริ่งรูปเหมือน เป็นพระปั๊มเนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง อุดกริ่ง ก้นกลึง สร้างปี ๒๕๑๒ ประมาณ ๑,๐๐๐ องค์ราคาเช่าหาแพงที่สุดในจ.สงขลา และอันดับต้นๆของภาคใต้ องค์นี้กะไหล่ทองเดิมๆ ครบสูตรตามคำกล่าวที่ว่า “คอตึง ก้นกลึง กริ่งกราว” สภาพสวยๆ หลักหมื่นกลาง ของ กรุง สงขลา  นักสะสมพระเครื่องแนวอนุรักษ์พระท้องถิ่น

**วางตลาดแล้ว  นิตยสาร พระท่าพระจันทร์  ฉบับใหม่ ปก พระพุทธชินราช อินโดจีน ปี ๒๔๘๕ (ตอนที่ ๒) อ่านประวัติความเป็นมา พร้อมทั้งภาพประกอบเพียบ

** หนังสือ มรดกหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโรจัดทำโดยคณะลูกศิษย์และกลุ่มผู้ศรัทธาหลวงพ่อกวยรวมวัตถุมงคลทุกรุ่น เนื้อหาครบถ้วนภาพประกอบจากนักสะสมและลูกศิษย์ที่ทันหลวงพ่อ หนังสือปกแข็งพิมพ์ ๔ สีทั้งเล่ม สั่งจองได้ที่ ทรงศักดิ์ มาลารักษ์ โทร.๐๙-๕๖๗๖-๘๕๘๗

** ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด ขอให้ทุกท่านโชคดี มีความสุขกับการอยู่บ้าน ไม่ไปไหนในช่วงนี้ จะได้ปลอดภัยจาก “โควิด-๑๙” โดยทั่วหน้า ***

“มนุษย์ป้า” “สก๊อย” “เด็กแว้น” ในภาษาอังกฤษก็มีนะจ๊ะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/420968?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

“มนุษย์ป้า” “สก๊อย” “เด็กแว้น” ในภาษาอังกฤษก็มีนะจ๊ะ

6 มีนาคม 2563 – 13:52 น.
English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,OK boomer,มนุษย์ป้า,วัยรุ่น,Karen,VSCO girl,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์
เปิดอ่าน 584 ครั้ง

มาดูตัวอย่างคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกขานหรือตั้งสมญาให้กลุ่มคนต่าง ๆ กัน

OK boomer

ในสังคมจะมีคนมากมายหลายประเภท ซึ่งบางกลุ่มอาจมีลักษณะโดดเด่นจนมีการตั้งชื่อหรือสมญาให้ เช่น มนุษย์ป้า เด็กสก๊อย เด็กแว้น  English Today สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้จะพาไปดูตัวอย่างคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกขานกลุ่มคนต่าง ๆ กันค่ะ

      OK boomer  เป็นวลีที่คนรุ่นใหม่อย่างพวก Millennials (ผู้ที่เกิดในช่วง ค.ศ.1981-1996 หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Gen Y) และ Gen Z (ผู้ที่เกิดในช่วง ค.ศ.1997-2012) ใช้แสดงความไม่แยแสหรือไม่ใส่ใจในคำพูดหรือความคิดเห็นของคนรุ่นเก่าโดยเฉพาะพวก baby boomers (ผู้ที่เกิดในช่วง ค.ศ.1946-1964 ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีอัตราการเกิดสูงทั่วโลกหรือที่เรียกว่ายุคเบบี้บูม) ที่พวกเขามองว่าเป็นพวกที่ใจคอคับแคบ มีความคิดล้าหลัง ชอบอคติว่าเด็กรุ่นใหม่สู้คนรุ่นก่อน ๆ ไม่ได้ หรือมีทัศนคติทำนองยอมลดตัวลงมาพูดจาตักเตือนสั่งสอนด้วยคำพูดอย่าง back in my day, back in my times (สมัยก่อน) when I was your age (สมัยที่ฉันอายุเท่าเธอ)

 มาดูประโยคตัวอย่างกันค่ะ
Lucy:     Back in my day, talking back to an older person was never tolerated in our household.
Tim:      OK boomer.
ลูซี:        สมัยที่ฉันเด็ก ๆ การต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ในบ้านของเรา
ทิม:        เอาที่ป้าสบายใจเถอะ
John:    Teenagers these days seem to be dropping traditional values and adopting modern culture blindly.
Megan:   OK boomer.
จอห์น:     เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ดูจะละทิ้งค่านิยมดั้งเดิมและหันไปรับวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่างไม่ลืมหูลืมตา
เมแกน:    เอาที่ลุงสบายใจเถอะ

     Karen  สำหรับที่มาของคำ ๆ นี้ไม่ค่อยแน่ชัด บ้างว่ามาจากตัวละครชื่อ Karen ในภาพยนตร์ปี 2004 เรื่อง Mean Girls แต่บ้างก็ว่ามาจากตัวละครชื่อเดียวกันในภาพยนตร์ปี 1990 เรื่อง Goodfella แต่ไม่ว่าจะมีที่มาแท้จริงจากไหน ชื่อ Karen มักถูกมองว่าเป็นชื่อพื้น ๆ ของหญิงผิวขาววัยกลางคนทั่วไป แต่เมื่อใช้เป็นสแลง Karen เป็นคำที่ใช้เรียกหญิงวัยกลางคนที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ เอาแต่ใจตัวเองและคิดว่าตัวเองสมควรได้รับสิทธิหรือการปฏิบัติเป็นพิเศษกว่าคนอื่น ซึ่งน่าจะตรงกับภาษาไทยว่า “มนุษย์ป้า” คนกลุ่มนี้มักจะชอบโวยวายเมื่อไม่ได้ดั่งใจและพร้อมจะทะเลาะไม่เลิกกับทุกคน ประโยคยอดนิยมของพวกเธอเมื่ออยู่ในร้านอาหารหรือร้านค้าคือ “Can I speak to your manager?” (ไปเรียกผู้จัดการมาคุยกับฉันซิ)
Keep your voice down! People in the store are looking at you and probably think you’re such a Karen.
นี่เธอช่วยลดเสียงลงหน่อยเถอะ คนในห้างมองกันใหญ่แล้ว และคงคิดว่าเธอนี่เป็นมนุษย์ป้าตัวจริง


VSCO girl มีที่มาจากแอปตกแต่งภาพชื่อ VSCO (อ่านออกเสียงว่า วิส-โค) หมายถึง เด็กสาววัยรุ่นยุค Millennials และ Gen Z ที่มีรูปลักษณ์และพฤติกรรมเหมือน ๆ กันจนแทบแยกไม่ออก ลักษณะการแต่งตัวที่เด่น ๆ คือ สวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งยาวคลุมกางเกงขาสั้นหรือกางเกงยีนส์ขาด ๆ ใส่ scrunchies (ที่รัดผมเป็นวง ๆ ทำจากผ้า) หลากสีสันที่ข้อมือหรือใช้มัดผม หิ้วกระบอกน้ำโลหะ ใส่รองเท้า Croc ติดสติ๊กเกอร์ และแฟชั่นที่มักพบเห็นตามชายหาด เช่น สร้อยคอทำจากเปลือกหอย
วลียอดฮิตในหมู่ VSCO girl คือ “sksksksk” และ “and I oop” ที่ใช้เพื่อแสดงความประหลาดใจหรือตกใจเหมือน “oh my god” 
What happened? Why are you dressing like a VSCO girl, Kate?
เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงลุกขึ้นมาแต่งตัวเหมือนสาว VSCO ล่ะเคท

  แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ

                                                                                      ผศ. ชลาธิป  ชาญชัยฤกษ์

ให้อภัยตัวเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/420787?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ให้อภัยตัวเอง

6 มีนาคม 2563 – 02:00 น.
โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์,รอล์ฟ วอน บูเรน,ราล์ฟ โอเล็ทซ์,ราล์ฟ โอเล็ทซ์ เคานต์ วอน เพลตเทนเบิร์ก มาสเตอร์พีซ,เพชรในเพลง,วันภาษาไทยแห่งชาติ,ให้อภัยตัวเอง,ธนกร ศิริรักษ์,สาวภาชีแซ่บ,ปาริชาติ ศุภพันธ์
เปิดอ่าน 192 ครั้ง

ส่งต่อความรู้สึกนึกคิดของศิลปินผ่านภาพวาดสีน้ำ ที่ถูกจัดวางกระจายอยู่ทั่วทุกมุมบ้าน

** รอล์ฟ วอน บูเรน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ แบรนด์จิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านโดยช่างฝีมือชั้นสูง ร่วมมือกับ ราล์ฟ โอเล็ทซ์ นักสะสมศิลปวัตถุต่างๆ อันล้ำค่าที่น่าอัศจรรย์จากทั่วโลก จัดนิทรรศการ “ราล์ฟ โอเล็ทซ์ เคานต์ วอน เพลตเทนเบิร์ก มาสเตอร์พีซ” ระหว่างวันที่ 12-15 มีนาคมนี้ ที่ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ บูทีค ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

การประกวดเพลง (เพชรในเพลง)

          ** กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2563 ประเภทผู้ประพันธ์คำร้องใช้ภาษาไทยดีเด่นและผู้ขับร้องช้ภาษาไทยดีเด่น เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงผู้มีผลงานดีเด่นด้านการใช้ภาษาไทย และสนับสนุนให้มีการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีคุณภาพทั้งการประพันธ์คำร้องและผู้ขับร้อง โดยส่งผลงานเพลงได้จนถึง 30 เมษายน สอบถามโทร.0-2164-2517 ต่อ 6076 เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/pechtnaipleng

นิทรรศการ “ให้อภัยตัวเอง”

          ** นิทรรศการ “ให้อภัยตัวเอง” โดย “ดีน” ธนกร ศิริรักษ์ เกิดจากคำถามที่ว่า เรารู้สึกผิดอะไร ทำไมถึงสำคัญนักที่ต้องมีใครมาให้อภัยเรา? ซึ่งเป็นการส่งต่อความรู้สึกนึกคิดของศิลปิน ผ่านภาพวาดสีน้ำทั้งหมด 89 ชิ้นที่ถูกจัดวางกระจายอยู่ทั่วทุกมุมบ้านในซอยอารีย์สัมพันธ์ 8 เปิดให้ชมวันที่ 10 มีนาคมเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

นิทรรศการ “สาวภาชี…แซ่บ!” 

          ** นิทรรศการ “สาวภาชี…แซ่บ!” ผลงานชุดล่าสุดของ “จู” ปาริชาติ ศุภพันธ์ ประกอบด้วยจิตรกรรมและประติมากรรมสีสันสดใสเหมือนเคย เล่าเกี่ยวกับบริบทของโลกาภิวัตน์และท้องถิ่นนิยม เหล่าตัวละครสาวจากอำเภอภาชีจะตบเท้าเข้ากรุงเทพฯ มาสำแดงความแซบให้คนกรุงประจักษ์กันถ้วนหน้า จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม ตั้งแต่วันที่ 10-29 มีนาคม พุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) โทร.0-2281-2224

‘นอร์ส รีพับบลิค’ ชวนประกวดผลงานสร้างสรรค์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/420811?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

‘นอร์ส รีพับบลิค’ ชวนประกวดผลงานสร้างสรรค์

5 มีนาคม 2563 – 16:39 น.
นอร์ส รีพับบลิค,Norse Republics,วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์,ผลงานสร้างสรรค์,ประกวด,แบรนด์ HAY,เฟอร์นิเจอร์
เปิดอ่าน 140 ครั้ง

เวทีส่งเสริมศักยภาพและฝีมือด้านการออกแบบของเด็กไทย

 Norse Republics (บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด) ผู้นำเข้า HAY (เฮย์) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียจากประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนเด็กไทยที่มีความสามารถด้านงานออกแบบ เชิญชวนร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการ HAY! YoungBirds! Talent Award Asia 2020 (เฮย์ ยังเบิร์ด ทาเลนท์ อวอร์ด เอเชีย 2020) ในหัวข้อการออกแบบ Furniture, Lighting หรือ Accessories ที่สะท้อนถึงคุณค่าของแบรนด์ HAYทั้งด้านการผลิต, แฟชั่น, สถาปัตยกรรม, การพัฒนาอย่างยั่งยืน และศิลปะผสานเข้ากับองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของเอเชียแปซิฟิก เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 30,000 RMB (ประมาณ 134,115.78 บาท) และร่วมทริปเปิดประสบการณ์ชมงานนิทรรศการระดับโลก ณ ประเทศเดนมาร์ก พร้อมประกาศนียบัตร โดยเริ่มรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มีนาคม 2563 และหมดเขตส่งผลงาน 30 เมษายน 2563

การแข่งขัน HAY! YoungBirds! Talent Award Asia 2020 จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วเอเชียได้แสดงความรู้ความสามารถ มุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ โดยผลงานของผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศรวมทั้ง 3 รางวัล จะได้แสดงผลงานภายในงาน 3 Days of Design 2021 งานออกแบบประจำปีของประเทศเดนมาร์ก และมีโอกาสได้รับการคัดเลือกสนับสนุนเพื่อผลิตผลงานจริงภายใต้แบรนด์ HAY

วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์

      วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ HAY ในเมืองไทยได้เผยถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า เพราะประสบการณ์นอกห้องเรียนจะช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อก้าวสู่ว่าที่นักออกแบบชื่อดังในอนาคตได้  นอร์ส รีพับบลิค จึงขอเชิญชวนเยาวชนทั่วประเทศที่มีความสามารถและสนใจด้านการออกแบบ ร่วมการแข่งขันโครงการ  HAY! YoungBirds! Talent Award Asia 2020 ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันระดับเอเชียแปซิฟิกที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยได้แสดงศักยภาพสู่สายตาคนทั่วโลก

 “นอกจากผลงานที่โดดเด่นทางด้านดีไซน์และสามารถใช้งานได้จริงแล้ว โจทย์การแข่งขันในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability ซึ่งต้องเป็นผลงานที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางของแบรนด์ HAY ที่ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มากขึ้น เป็นการสร้างการตระหนักรับรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนครับ และแน่นอนว่าการเข้าร่วมการแข่งขันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าภาคภูมิใจ และยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะ รวมถึงน้องๆ จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากในห้องเรียนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดพัฒนาได้อย่างไม่รู้จบ ซึ่งผู้ชนะมีโอกาสได้บินไปเปิดประสบการณ์ชมงานนิทรรศการงานออกแบบระดับโลก 3 Days of Design ณ ประเทศเดนมาร์ก อีกด้วย”


คุณสมบัติและเงื่อนไขการสมัคร
1. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นนักเรียน/นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่หรือจบการศึกษาระหว่างปี 2018-2019 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุและวุฒิการศึกษา
2. ส่งหลักฐานประกอบการสมัคร ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา, ข้อมูลการติดต่อ, ใบรับรองการศึกษาจากอาจารย์หรือสถาบันการศึกษา, หนังสือเดินทาง, บัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ โดยรับรองสำเนาถูกต้องบนเอกสารทุกฉบับ
3. ส่งผลงานได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มไม่เกิน 3 คน แต่ละทีมมีสิทธิ์ส่งผลงานการออกแบบได้เพียง 1 ชิ้นเท่านั้น
4. ผู้เข้าร่วมการประกวดทุกคนต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.designverse.com.cn/ โดยส่งผลงานในหมวดหมู่ Furniture, Lighting หรือ Accessories ประเภทใดประเภทหนึ่ง (ห้ามออกแบบข้ามหมวดหมู่)
5. ไม่จำกัดวัสดุในการผลิตผลงาน แต่ต้องคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
6. ผู้เข้าแข่งขันต้องสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง มิได้ทำซ้ำ คัดลอก เลียนแบบ และดัดแปลงของผู้อื่น

เกณฑ์การพิจารณาผลงาน
1. การออกแบบของคุณจะต้องมีความคิดริเริมสร้างสรรค์และสะท้อนถึงคุณค่าของแบรนด์ HAY ทั้งด้านการผลิต, แฟชั่น, สถาปัตยกรรม, การพัฒนาอย่างยั่งยืน และศิลปะ
2. การออกแบบผลงานจะต้องสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ ตอบสนองความต้องการของตลาดเป้าหมายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
3. การออกแบบของคุณจะต้องมีความสวยงาม ประณีต และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. การออกแบบของคุณจะต้องคำนึงถึงวัสดุและค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตด้วย
5. เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กำหนดการโครงการ
ตั้งแต่วันนี้ –15 มีนาคม 2020     เปิดรับสมัครและลงทะเบียนทางเว็บไซต์
30 เมษายน 2020             กำหนดส่งผลงานวันสุดท้าย
10 พฤษภาคม 2020        ประกาศผลผู้ผ่านคัดเลือกรอบแรก
31 พฤษภาคม 2020        ประกาศผลผู้ผ่านคัดเลือกรอบ 30 คนสุดท้าย
30 ตุลาคม 2020            ประกาศผลการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ
**หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

รางวัล
-รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 30,000 RMB (ไม่รวมภาษี) พร้อมร่วมทริปศึกษาดูงาน ณ ประเทศเดนมาร์ก และประกาศนียบัตร
-รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 10,000 RMB (ไม่รวมภาษี) พร้อมร่วมทริปศึกษาดูงาน ณ ประเทศเดนมาร์ก
-รางวัลชมเชยจำนวน 30 รางวัล พร้อมประกาศนียบัตร

  ทั้งนี้ ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2563 และกำหนดส่งผลงานวันสุดท้าย 30 เมษายน 2563 ซึ่งจะประกาศผลชนะเลิศภายในเดือนตุลาคม 2563 โดยสามารถกรอกใบสมัครและ  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.designverse.com.cn/competition/youngbirdplan/hay-youngbirds-talentaward-asia-2020 

     หรือติดตามข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ HAY และการแข่งขันได้ที่ www.norserepublics.com  และ  instagram @norse_republics หรือ website: http://www.hay.dk; หรือติดต่อคุณก้อง attaboon.kong@norserepublics.com

ภารกิจไทยให้ไทย ศิลป์ส่งใจให้โคราช #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/420651?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ภารกิจไทยให้ไทย ศิลป์ส่งใจให้โคราช

5 มีนาคม 2563 – 00:05 น.
ไอคอนสยาม,ไทยช่วยไทย,ศิลป์ส่งใจให้โคราช,ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ,ไทยช้อปไทย,ไทยให้ไทย,ไทยชูไทย
เปิดอ่าน 229 ครั้ง

กิจกรรมพิเศษส่งเสริมให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งชาติ

ไอคอนสยาม นำร่องจัดงานใหญ่ช่วยชาติ “ไอคอนสยาม ไทยช่วยไทย” โดยรวมพลังกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจหลายภาคส่วน ระดมจัดกิจกรรมพิเศษส่งเสริมให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งชาติที่คนไทยจะช่วยเหลือและสนับสนุนคนไทยด้วยกัน ครอบคลุมใน 4 มิติ ได้แก่ ไทยเที่ยวไทย ไทยช้อปไทย ไทยให้ไทย และไทยชูไทย รวมทั้งการส่งกำลังใจให้ชาวนครราชสีมา เพื่อสร้างบรรยากาศในไอคอนสยามให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายแก่นักท่องเที่ยวและประชาชน

อ.สุธี คุณาวิชยานนท์

ไอคอนสยาม ร่วมกับเหล่าศิลปินระดับแนวหน้าของไทยจัดงาน “ไอคอนสยาม ไทยให้ไทย ศิลป์ส่งใจให้โคราช” เนรมิตพื้นที่ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ให้ศิลปินชั้นแนวหน้าของไทยรวมพลังจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรวมกันส่งกำลังใจและส่งพลังแห่งการให้อย่างยิ่งใหญ่ไปยังพี่น้องจังหวัดนครราชสีมา ในหลากหลายรูปแบบกิจกรรม เริ่มต้นด้วย “เสพศิลป์ อิ่มบุญ” นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะครั้งแรกของเมืองไทยที่รวมผลงานของศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศไทยทั้งจากภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้ที่เดียวกันกว่า 30 ผลงาน อาทิ จิตตสิงห์ สมบุญ, ผศ.ไพโรจน์ วังบอน, ชัยวุฒิ เทียมปาน, สันติ ทองสุข, แสงทอง เกตุอู่ทอง, นักรบ มูลมานัส เป็นต้น พร้อมด้วยกิจกรรม “เสกศิลป์ พิมพ์ภาพ” ด้วยการเชิญเหล่าศิลปินนักออกแบบและดีไซเนอร์ชื่อดังของประเทศไทย 5 ศิลปิน นำโดย อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, ชลิต นาคพะวัน, สุธี คุณาวิชยานนท์ และ ชัยชน สวันตรัจฉ์ มาร่วมออกแบบลวดลายเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อนำไปสกรีนลงบนเสื้อยืด และถุงผ้า จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่เทศบาลนครนครราชสีมา

รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล-สุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา

รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล ผู้บริหาร บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม มีนโยบายให้ความสำคัญในการร่วมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในฐานะผู้นำแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยังคงยึดมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการร่วมกันรังสรรค์ และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเท่าเทียมและสร้างประโยชน์ร่วมกันให้เกิดขึ้นในสังคมทุกระดับ ยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถของคนไทย เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จึงร่วมกับศิลปินชั้นนำรวมพลังหัวใจไทยร่วมพลิกฟื้นสังคมไทย ส่งกำลังใจให้ชาวโคราช วันนี้-15 มีนาคม บริเวณไอคอน อาร์ต สเปซ ชั้น 8

เสพศิลป์ อิ่มบุญ นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินระดับแนวหน้า

ศิลปินร่วมออกแบบลายเสื้อ “เสกศิลป์ พิมพ์ภาพ” ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี-ชลิด นาคพะวัน-ชัยชน สวันตรัจฉ์

นอกจากนี้ ทุกวันเสาร์ ตลอดโครงการพบกับกิจกรรม “กิจกรรมดีไอวายสกรีนเสื้อเชิ้ตและถุงผ้า” ในสไตล์ของตัวเอง โดย อ.สุนทร จันทร์นิเวศน์ วันละ 1 รอบ เวลา 15.00 น. รอบละ 30 ท่าน พร้อมพบกับกิจกรรมพิเศษ “มีท ดิ ไอคอน” ร่วมทำกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะปสุดสร้างสรรค์กับศิลปินชั้นนำ พบกับกิจกรรมการถ่ายภาพด้วยเทคนิคแบบต่างๆ โดย ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พบกับกิจกรรมเพ้นท์สีอะคริลิกบนแคนวาส โดย อ.ชลิต นาคพะวัน วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พบกับกิจกรรมเรียนรู้พื้นฐานการวาดภาพการ์ตูนล้อ โดย นพพีระ โบศรี สำหรับสุดสัปดาห์สุดท้ายของโครงการ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พบกับกิจกรรมการทำลายพิมพ์สำหรับเทคนิคซิลค์สกรีน โดย จิตต์สิงห์ สมบุญ และวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พบกับกิจกรรมทำโปสการ์ดแนวคอลลาจ โดย นักรบ มูลมานัส โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเวลา 13.30 ในวันที่จัดกิจกรรม

กิจกรรมสกรีนเสื้อและถุงผ้า โดย สุนทร จันทร์นิเวศน์

สำหรับพื้นที่ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ถือเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้และการแสดงงานศิลปะของศิลปินชาวไทยและศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้คนที่สนใจได้มาร่วมกิจกรรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นด้านศิลปะที่หลากหลายร่วมกัน

ออกแบบลายโดย อ.อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ

ร่วมกิจกรรม “ไอคอนสยาม ไทยให้ไทย ศิลป์ส่งใจให้โคราช” เพื่อรวมพลังหัวใจไทยร่วมพลิกฟื้นสังคมไทย ส่งกำลังใจให้ชาวโคราช ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-15 มีนาคม สอบถามเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ http://www.iconsiam.com

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/419659?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

1 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้นอกตัน,คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง,พระรอดลำปางหลวงเนื้อสำริด ปี ๒๔๘๔
เปิดอ่าน 2,298 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

 ***  งานประกวดพระ  วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓  ณ สนามกีฬากลาง  จ.นครสวรรค์  จัดโดย  สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ร่วมกับสมาคมพระเครื่องจังหวัดนครสวรรค์  พระที่จัดประกวดกว่า ๘๐๐ รายการ  รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือหลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร  (จิมมี่ ลานโพธิ์  แจ้งข่าว)

**  วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม  งานประกวดพระ  จัดโดย  คณะปิยมิตรร่วมบุญ ๒๙/๕๕/๖๐  โดยมี ประธานอำนวยการ   พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี,  ประธานบริหาร  พลเอก เชวงศักดิ์ ทองสลวย,  ประธานจัดงาน  พลเอก สุรสิทธิ์ ถาวร,  ประธานดำเนินงาน  พลเอก พีรพงษ์ เมืองบุญชู  และ จตุพร บุรุษพัฒน์  ณ อาคาร บี  ศูนย์ราชการ  ถนนแจ้งวัฒนะ  พระที่จัดประกวดกว่า ๓,๐๐๐ รายการ  รางวัลพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน

**  คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้ขอเริ่มด้วย   พระสมเด็จเกศไชโย  จ.อ่างทอง สร้างโดย  สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)  วัดระฆัง เมื่อปี ๒๔๐๔ แล้วนำไปบรรจุไว้ในองค์พระใหญ่ (พระมหาพุทธพิมพ์)  วัดไชโยวรวิหาร  มี ๒ พิมพ์หลัก คือ  พิมพ์ใหญ่ฐาน ๗ ชั้น, พิมพ์ฐาน ๖ ชั้น แต่ละพิมพ์แยกย่อยออกไปอีกหลายพิมพ์  ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ทุกองค์มีกรอบ ๒ ชั้น ลบมุมทั้ง ๔ ด้าน  อกองค์พระเป็นร่อง  หูบายศรี  ฯลฯ  องค์ที่นำมาให้ชมนี้ คือ  พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน  องค์นี้สวยคมชัด  ชนะเลิศมาแล้วหลายงาน  สนนราคาหลักล้าน  ของ  ดามพ์ สุพรรณ  คนรุ่นใหม่ใจเกินร้อย ชำนาญพระหลักยอดนิยมทุกประเภท

**  หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ. ชัยนาท  (เกิด พ.ศ.๒๓๙๐ ตรงกับปลายรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  มรณภาพเมื่อ  ๒๓ ธันวาคม ๒๔๖๖)  เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลัง ได้สร้างพระเครื่องไว้หลายรุ่นหลายพิมพ์  โดยเฉพาะพระพิมพ์สี่เหลี่ยมประภามณฑล  มีหลายพิมพ์ล้วนมีประสบการณ์โด่งดังมาก ที่นำมาให้ชมนี้ คือ  เหรียญหล่อเนื้อทองเหลือง  พิมพ์หูขวาง  หลังยันต์กลับ  เป็นเหรียญหล่อแบบโบราณ คลาสสิกมาก  ของ  สถิต มหัทธนไพศาล (สถิต ราชบุรี)  ประธานกรรมการบริหาร สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดราชบุรี  เป็นนักสะสม  พระหลวงปู่ศุข  มานานปี มีพระของท่านมากพอสมควร  ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นในพุทธคุณ  เหรียญนี้พิเศษตรงที่  ยันต์กลับ (เอาหัวลงล่าง) ซึ่งหายากมากๆ สนนราคาหลายแสนบาท

**  เมื่อปี ๒๔๘๔ บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒  วัดพระธาตุลำปางหลวง  ได้รับการร้องขอจากหน่วยงานทหาร ให้จัดสร้างพระเครื่องขึ้น  เพื่อแจกให้เหล่าทหารใช้ติดตัวไปรบในสงคราม   พระครูประสาทศรัทธา  เจ้าอาวาส จึงได้จัดสร้าง พระหล่อแบบโบราณ รูปพระพุทธปางสมาธิ  โดยจำลองจาก  พระแก้วมรกตดอนเต้า  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง  ทางวัดได้ใช้แผ่นทองจังโกโบราณที่ชำรุด  ซึ่งเป็นแผ่นโลหะเนื้อสำริด ที่ปะติดองค์พระธาตุลำปางหลวง มานานหลายร้อยปี  เป็นชนวนมวลสารหลัก ในการสร้าง  พระรอดลำปางหลวง  รวมทั้งชาวบ้านได้ร่วมกันนำโลหะมงคลต่างๆ  มาเป็นส่วนผสมในการหลอมรวมกับแผ่นทองจังโก  แล้วนำมาเทหล่อเป็นองค์  พระรอดลำปางหลวง  โดยจัดสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปีพ.ศ.๒๔๘๔   ประกอบพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วิหารหลวงพระเจ้าล้านทอง  มีพระคณาจารย์ผู้เรืองเวทหลายท่านนั่งปรกอธิษฐานจิต  ก่อนนำ  พระรอดลำปางหลวง  ทั้งหมดแจกให้ทหารที่จะไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ ๒    องค์ในภาพนี้เป็น  พิมพ์นิยม เนื้อสำริด  สนนราคาหลักหมื่นต้น ของ  แป๊ก ลำปาง  ผู้จัดทำหนังสือ “พระรอดลำปางหลวง” และพระเก่าล้ำค่านครลำปาง  (ชาวล้านนานิยมเรียกพระองค์เล็กๆ ว่า “พระรอด”  แม้จะมีลักษณะไม่เหมือนกับ พระรอด วัดมหาวัน ก็ตาม)

**   พระลีลาข้างเม็ด หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว  อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม  เนื้อผงพุทธคุณผสมชานหมาก  เคลือบแลคเกอร์  เป็นพระรุ่นที่ ๘ สร้างปี ๒๕๒๔ จำนวนประมาณ ๓๐๐–๕๐๐ องค์ เป็นพระเนื้อผงรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่  มี ๕ พิมพ์ คือ  พระลีลาข้างเม็ด,  พระปิดตาใหญ่,  พระประจำวันศุกร์  (วันเกิดหลวงปู่),  พระพิมพ์สมเด็จเข่าตุ่ม  และพระพิมพ์สมเด็จคะแนน   พระ ๕ พิมพ์นี้  พิมพ์ลีลาข้างเม็ด  ถือว่านิยมสูงสุด  จำนวนสร้างน้อย พระชำรุดมีมาก  เหลือพบเห็นในวงการน้อย  เป็นพระพิมพ์แกะใหม่ โดยถอดแบบ มาจาก  พระลีลาหนังตลุง หลวงปู่บุญ  องค์นี้เจ้าของเดิมเช่าไปแสนกว่าบาท  ชั่วโมงนี้ราคาหมื่นปลาย  ของ  ภมร ภคอัครเลิศกุล (ตือ ประตูน้ำ)  เพิ่งได้มาเมื่อเร็วๆ นี้  องค์นี้สวยกว่าทุกองค์ที่มีอยู่  องค์พระกว้างประมาณ  ๒.๐ ซม. สูงประมาณ ๕.๒ ซม. หนาประมาณ ๔ มม.

**  พระชัยวัฒน์พระครูสอน วัดมักกะสัน พิมพ์สองหน้า  ใต้ฐานมีรอยจาร  พระครูสอน  ท่านเป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิดของ  ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม  จึงได้สร้างพระชัยวัฒน์ ขึ้นแจกจ่ายเป็นครั้งแรก เมื่อปี ๒๔๘๔  โดยเจริญรอยตามผู้เป็นอาจารย์  สังเกตได้จากลักษณะของพระชัยวัฒน์ ที่มีรูปลักษณ์คล้าย พระชัยวัฒน์ พิมพ์เศียรทุย  ท่านเจ้ามา  มาก   ผิดกันที่เนื้อหาและรายละเอียดของพิมพ์ทรง   พระชัยวัฒน์พระครูสอน  เป็นพระหล่อเนื้อโลหะแก่ทองเหลือง องค์พระประทับนั่ง ปางสมาธิ บนอาสนะฐานเขียง  มี ๒ พิมพ์ คือ  พิมพ์หน้าเดียว และพิมพ์สองหน้า (องค์ในภาพนี้)  เป็นพระของ  ยักษ์ สัมภาษณ์ กูทก  ส่งไปลงในเพจ “เปิดกล้องส่องพระ” โดย  อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์  ให้ความเห็นว่า  “พระชัยวัฒน์องค์นี้ งดงามและแท้ ดูง่าย  ทุกวันนี้เริ่มหายาก  เรื่องแท้ขอรับรอง”

*   เหรียญรุ่นแรก  หลวงพ่อแปลก  วัดหูล่อง (วัดนาควารี) อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  ผู้สร้าง  “ปลัดขิก”  อันดับ ๑ ของภาคใต้  ท่านปลุกเสกจนปลัดขิกบินได้  คนในพื้นที่รู้จักกิตติศัพท์ของท่านดี   เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลัง เก่งกล้ามากๆ อีกรูปหนึ่งของเมืองคอน  เหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างน้อยมาก  นานๆ ถึงจะพบเห็น  เหรียญรุ่นนี้ไม่มีตัวอักษรไทยบนหน้าเหรียญเลย  ด้านหลังมีแต่รูปยันต์อักขระขอม  ผู้ที่ไม่ใช่นักสะสมสายเหรียญย่อมไม่รู้ว่า  เป็นเหรีญหลวงพ่ออะไรที่ไหน   เหรียญนี้สร้างประมาณปี ๒๕๐๓ มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองแดงรมสีน้ำตาล และเนื้อนิกเกิล ราคาเช่าหาสวยๆ ประมาณ ๔ หมื่นบาท เท่ากันทั้ง ๒ เนื้อ อยู่ที่ความสวยงามคมชัด  ที่นำมาให้ชมนี้เป็นเนื้อนิกเกิล สวยที่สุดตั้งแต่เห็นมา  เป็นเหรียญของ  นภวัต ทองสุวรรณ  คนใกล้วัดผู้เคารพศรัทธาพ่อท่านแปลกอย่างยิ่ง

**   เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ  วัดบ้านไร่  ปี ๒๕๑๗  สร้างขึ้นในโอกาสสร้างกุฏิวัดสระแก้ว  เป็น ๑ ใน ๓ เหรียญหลักยอดนิยมของหลวงพ่อ  มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อนวโลหะ สร้าง ๒,๕๐๐ เหรียญ  และเนื้อทองแดง สร้าง ๙๙,๙๙๙ เหรียญ  มีทั้งแบบมีจาร “ยา นะ” และไม่มีจาร  เหรียญที่มีจารและตอกโค้ดเต็ม จะมีค่านิยมสูงกว่าเหรียญทั่วไป  เหรียญในภาพนี้เป็น  เนื้อนวโลหะ ผิวพิงค์โกลด์  บางคนเรียกว่า  “เหรียญลายเสือ”  ผิวแบบนี้มีในวงการไม่เกิน ๕ เหรียญ เหรียญที่นำมาให้ชมนี้เป็นเหรียญแชมป์ของวงการเหรียญหนึ่ง  เคยติดรางวัลที่  ๑ งานใหญ่มาแล้ว ๓ งาน  เป็นเหรียญของ   กชเมษ กิตยาภรณ์สกุล   ผู้ชื่นชอบสะสมพระเหรียญยอดนิยมสภาพสวยแชมป์

***  วางตลาดแล้ว  นิตยสาร  พระเกจิ  ฉบับใหม่ ปก หลวงพ่อบุญมี วัดชัฏฝาง จ.ชัยนาท พระเกจินักพัฒนา อาคมขลัง เมตตา มหานิยม  ฉบับนี้ อภินันทนาการ พระปรกใบมะขาม พร้อมหนังสือ  อ่านประวัติในเล่ม หลวงพ่อใย วัดปากน้ำ, หลวงพ่อทองสุข, หลวงปู่ตี๋ วัดดอนเนรมิต ฯลฯ    **  ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด   ขอให้ชีวิตมีแต่ความสุข  ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน  ได้พระดี  มีพระแท้  คุ้มครองตลอดเวลา  ***

เปิดปฐมบทแห่งไอ้ไข่ โคตรรวย เด็กวัดบางแพรกเมืองนนท์ รุ่นแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/419404?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

เปิดปฐมบทแห่งไอ้ไข่ โคตรรวย เด็กวัดบางแพรกเมืองนนท์ รุ่นแรก

1 มีนาคม 2563 – 00:00 น.
ไอ้ไข่ เมืองนนท์,ไอ้ไข่โคตรรวย,วัดบางแพรก เมืองนนท์
เปิดอ่าน 1,994 ครั้ง

เปิดปฐมบทแห่งไอ้ไข่ โคตรรวย เด็กวัดบางแพรกเมืองนนท์ รุ่นแรก  คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

ในฐานะศิษย์เด็กวัดบางแพรก เมืองนนท์ ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผมและคุณอ๊อด สิชล ผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่องรุ่นใหม่ ได้รับมอบหมายงานจากพระอาจารย์ท่านพระครูเกษมธีรคุณเจ้าอาวาสวัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ให้ไปร่วมประสานงานเพื่อทำงานในงานเสาร์ห้า “งานรวมพลคนขมังเวทย์” ที่จะจัดขึ้นที่ ถ้ำฉัททันต์บรรพต สำนักวัดเขาอ้อ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๓

พระครูเกษมธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแพรก บางบัวทอง นนทบุรี

โดยจะมีการนำวัตถุมงคลไอ้ไข่โคตรรวย กุมารเทพบันดาลทรัพย์ของวัดบางแพรก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หรือไอ้ไข่เมืองนนท์รุ่นแรก โดย ท่านพระครูเกษมธีรคุณ ท่านเจ้าอาวาส มีดำริให้จัดสร้างขึ้นมา เพื่อนำไปเข้าร่วมพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษกด้วย เพื่อเป็นปฐมบทแห่งพลังศรัทธา ‘ไอ้ไข่ เมืองนนท์’ เด็กวัดใจบุญที่พร้อมจะช่วยเหลือทุกคนที่มีจิตศรัทธา เชื่อมั่นในบุญบารมีของไอ้ไข่ เด็กวัดเมืองนนท์

เพราะการที่วัตถุมงคลจะมีฤทธิ์ มีบุญบารมีได้ จะต้องมีการปลุกกายทิพย์ เบิกเนตรกุมารเทพ ซึ่งในการจัดสร้างไอ้ไข่ เด็กวัดบางแพรกเมืองนนท์ รุ่นแรก โคตรรวย ทั้งในรูปแบบวัตถุมงคลขนาดต่างๆ และองค์ใหญ่ขนาด 1.50 เมตรที่จะหล่อไว้ที่วัดบางแพรก ใกล้สี่แยกบางพลู อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อให้ทุกคนได้ไปกราบไหว้สักการะบนบานขอพร โดยมีการประกอบพิธีอย่างถูกต้องครบถ้วนตามตำรา ในวันที่ 4 เมษายน และจัดงานเฉลิมฉลองในวันที่ 12-14 เมษายน 2563 ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะมีดารานักร้องนักแสดงมาร่วมงานคับคั่ง

ซึ่งท่านอาจารย์ประสูติ วัดในเตาพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองตรัง ท่านเมตตาปลุกเสกเบิกเนตรให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะท่านได้รับการตกทอดวิชาสายนี้โดยตรงมาจากพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวททางภาคใต้ในอดีตและที่สำคัญในงานนี้จะมีการปลุกเสกอธิษฐานจิตแบบรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ของพระเกจิอาจารย์มากมายหลายรูป และฆราวาสผู้เรืองเวททั่วประเทศที่จะไปร่วมงานที่เขาอ้อ

องค์ต้นแบบไอ้ไข่ เด็กวัดบางแพรก ที่จะขยายเป็นขนาดสูง 1.50 เมตร

รวมถึงอาจารย์เปลี่ยน หัทถยานนท์ ฆราวาสอาวุโสแห่งสำนักตักศิลาเขาอ้อ เมืองพัทลุง ผู้เรืองเวทวิทยาคม และอาจารย์ประเทือง ฆราวาสอาวุโสแห่งเมืองตรัง ผู้ที่เคยร่วมสร้างผงพรายกุมารในตำนานกุมารแห่งควนนาแคที่โด่งดังที่สุดของภาคใต้ก็จะร่วมปลุกเสกประจุพลังให้เป็นกรณีพิเศษ

สำหรับใต้ฐานขนาดองค์บูชาของไอ้ไข่รุ่นโคตรรวยนี้จะอุดผงจตุคาม ๓๐, ผงไม้ตะเคียนหลักเมืองนครศรีฯ, ผงไม้หลักล่ามช้าง, ผงไม้อาถรรพ์, ผงพรายหงษา, ผงพรายกุมารปู่ทิม-ควนนาแก และผงพุทธคุณอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ฯลฯ เรียกว่า เรื่องการเสกปลุกกายทิพย์จิตวิญญาณในสายกุมารให้มีตัวตน ขอได้ไหว้รับช่วยทำมาค้าขาย รับรองว่าไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

เนื้อทองเหลืองผสมแผ่นจารอักขระเลขยันต์ ใต้ฐานบรรจุผงอาถรรพณ์

…………………….

ท่านพระครูเกษมธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแพรก ผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ “พระขุนแผนเมืองนนท์” รุ่นขุนแผนพรายชมจันทร์และพระขุนแผนพรายเสน่ห์จันทร์ ที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่เคารพศรัทธาเชื่อมั่นในพุทธคุณแห่งวัตถุมงคล เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของการจัดสร้าง “ไอ้ไข่ เด็กวัดเมืองนนท์” รุ่นโคตรรวย ซึ่งเป็นรุ่นแรกว่า การสร้างวัตถุมงคลชุดนี้ก็เพื่อให้ระลึกถึงคุณงามความดีของบรรดาเด็กวัดทั้งหลายที่ช่วยดูแลพระภิกษุสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนามาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นวัดไหนก็ต้องมีเด็กวัดรุ่นแล้วรุ่นเล่า

“การสร้างไอ้ไข่ โคตรรวย เป็นการแสดงเจตจำนง ถึงเด็กวัดทั้งหลาย เพราะคำว่าเด็กวัด มีอยู่ทุกวัด ไม่ว่าจะเป็นชื่อไอ้ไข่ ไอ้ดำ ไอ้แดง หรือชื่ออะไรก็แล้วแต่ มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย มีอยู่ทุกวัด วัดบางแพรกเองก็มีเด็กวัดสารพัดชื่อ เมื่อบรรดาลูกศิษย์มาบอกว่าอยากจะช่วยพัฒนาวัดบางแพรกและช่วยสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาให้พระภิกษุ สามเณร เลยให้มีการสร้างวัตถุมงคลไอ้ไข่โคตรรวย เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า เราระลึกถึงเด็กวัด เพราะว่าเด็กวัดก็ช่วยวัดช่วยวาคอยรับใช้พระเณรช่วยดูแลญาติโยมที่มาทำบุญและวัตถุมงคล ไอ้ไข่โคตรรวย เด็กวัดบางแพรกจะมีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่ถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ ในวันที่ 28 มีนาคม ที่จะถึงนี้ จึงขอฝากกับญาติโยมทั้งหลาย ผู้มีจิตศัรทธาให้มาร่วมด้วยช่วยกัน รายได้ในการบูชาวัตถุมงคลก็จะนำมาเป็นการใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบูรณะเสนาสนะภายในวัดที่ชำรุดทรุดโทรม และส่วนหนึ่งก็จะได้นำมาเป็นทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร

เนื้อชนวนผสม ใต้ฐานบรรจุผงอาถรรพณ์

เพราะว่า พระภิกษุสามเณรบางส่วนที่วัดก็มาจากครอบครัวที่ฐานะยากจน การเดินทางไปร่ำเรียน ค่าใช้จ่ายก็จำเป็น พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ให้โอกาสทุกคน อาตมาก็พยายามพัฒนาวัดพัฒนาคน ให้โอกาสพระเณร เด็กวัดทั้งหลายให้ได้ร่ำเรียนหนังสือกัน เพราะการศึกษาเล่าเรียน มันเป็นการยกฐานะ ยกระดับสติปัญญา ยกระดับจิตใจ จึงหวังว่า ผู้คนญาติโยมทั้งหลายที่เช่าบูชาวัตถุมงคลของทางวัดบางแพรก จะได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ด้วยอาศัยพึ่งบารมีแห่งพุทธคุณ จะได้ต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย และช่วยพัฒนาวัดวาอารามและช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณร”

นอกจากนี้ท่านยังมอบหมายให้ผม (เอก อัคคี) แต่งเพลง “ไอ้ไข่โคตรรวย” เพื่อเป็นการร่วมสร้างเนื้อนาบุญด้วย ซึ่งต้องบอกว่าโชคดีมากที่มีโอกาสทำงานเพลงนี้กับคนดนตรีระดับตำนาน

โปรเจกต์แต่งเพลงถวายวัดบางแพรก โดยผมรับหน้าที่แต่งเพลง เขียนคำร้อง/ทำนอง, อ.ยงยุทธ์ ดำศรี ผู้ก่อตั้งวงวงด้ามขวาน/เป็นผู้เรียบเรียง และขับร้อง, อ.ฮิเดกิ โมริ /ทำดนตรีและเล่น คีย์บอร์ด, เบส พร้อมกับเป็นซาวนด์เอนจิเนียร์

กล่าวสำหรับ อ.ยงยุทธ์ ดำศรี หรือ ยุทธ์ ด้ามขวาน หรือที่เรียกกันว่า อาจารย์ยุทธ์ เป็นผู้ก่อตั้งวงด้ามขวาน วงดนตรีวงนี้ถือเป็นต้นแบบให้แก่วงดนตรีเพื่อชีวิตทางภาคใต้มากมายอีกหลายวง และมีเพลงที่ได้รับความนิยมเช่น ไก่เถื่อน อิไซกูนิ กรรณิการ์, ดวงอาทิตย์ตกดิน ฯลฯ

ส่วน อ.ฮิเดกิ โมริ นั้นเป็นศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่ได้พบกับวงคาราวานครั้งแรกเมื่อทางวงคาราวานไปได้ทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่นสุรชัย จันทิมาธร (หงา คาราวาน) จึงได้ชักชวนมาอยู่ไทยโดยเริ่มแรกทำหน้าที่เป็นนักดนตรีสมทบของวงคาราวานในตำแหน่ง คีย์บอร์ด, เบส และซาวนด์เอนจิเนียร์ หลังจากนั้นได้เปิดห้องบันทึกเสียงภายในบ้านพักของตนเองที่หมู่บ้านบัวทอง นนทบุรี ในชื่อ “ฮิเดกิ โมริ สตูดิโอ” และเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินเพลงเพื่อชีวิตหลายคนและหลายวง เช่น คาราวาน, มงคล อุทก, อารักษ์ อาภากาศ, มาลีฮวนน่า, ฌามา, ประทีป ขจัดพาล, คีตาญชลี ฯลฯ เรียกว่า งานนี้เป็นงานบุญครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ ที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำงานถวายวัด ทั้งในส่วนของการจัดสร้างวัตถุมงคล ซึ่งเป็นพุทธศิลป์และการทำงานเพลง ซึ่งเป็นคีตศิลป์ ใครสนใจจะร่วมงานบุญก็สามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่เพจ เอกสิริมงคล และ เพจ กลุ่มไอ้ไข่โคตรรวย เด็กสร้างวัดบางแพรก