“พระนคร ออน เดอะ มูฟ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/419486?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

“พระนคร ออน เดอะ มูฟ”

28 กุมภาพันธ์ 2563 – 06:05 น.
มิวเซียมสยาม,พระนคร ออน เดอะ มูฟ,ไอคอนสยาม,ศิลป์ส่งใจให้โคราช,ไทยให้ไทย,แสงระวี สิงหวิบูลย์,เส้นทางหัตถศิลป์ไทย,แกลเลอรี่ โอเอซิส,บันทึกป่าของหมอหม่อง,ศิลป์ส่งใจให้โคราช คมชัดลึก
เปิดอ่าน 181 ครั้ง

เรียนรู้อดีตของศูนย์กลางความเจริญของกรุงเทพฯ

         ** มิวเซียมสยาม ชวนมูฟออนกับนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ “พระนคร ออน เดอะ มูฟ” ปลุกกระแสพื้นที่ย่าน “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” เรียนรู้อดีตของศูนย์กลางความเจริญของกรุงเทพฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสังคมจารีต สู่โลกสมัยใหม่แบบตะวันตก เปิดให้เข้าชม ที่อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 1 มีนาคม เวลา 10.00–18.00 น

   ** ไอคอนสยาม รวมพลังกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดกิจกรรมส่งกำลังใจให้ชาวโคราช ในงาน “ไอคอนสยาม ไทยให้ไทย ศิลป์ส่งใจให้โคราช” แสดงนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของศิลปินจากภาคกลางและภาคอีสานกว่า 30 ผลงาน พร้อมกิจกรรม “เสกศิลป์ พิมพ์ภาพ” ที่ไอคอนสยาม อาร์ต สเปช ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม

 

 ** แสงระวี สิงหวิบูลย์ รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เปิดกิจกรรม SACICT Mobile Gallery 2020 “เส้นทางหัตถศิลป์ไทย ความภาคภูมิใจของแผ่นดิน” นิทรรศการจำลองบรรยากาศหอนิทรรศการและคัดสรรผลงานหัตถศิลป์และนวัตศิลป์ที่ได้รับการสร้างสรรค์และพัฒนาโครงการต่างๆ ของ SACICT พร้อมชมผลงาน Wall Art สร้างสรรค์ขึ้นผ้าชาวเขา หลากหลายชนเผ่า รวมถึงการนำเครื่องแต่งกายสมัยอยุธยามาให้ชมถึง 3 ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงค์พระร่วง และราชวงศ์บ้านพลูหลวง ที่ลานกิจกรรมชั้นจี ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 1 มีนาคม 2563

** แกลเลอรี่ โอเอซิส ภูมิใจเสนอนิทรรศการภาพเขียนหมึกและสีน้ำ “ดร. เบิร์ดแมน : บันทึกป่าของหมอหม่อง” แถลงการณ์แห่งศิลปินเผ่าโรแมนติกของกวี จอห์น คีทส์ สะท้อนภาพโดย รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ซึ่งจะจัดแสดงนิทรรศการระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์-31 พฤษภาคม เวลา 05.30-21.00 น.

กุศลกำลังสาม เพื่อซับเหงื่อโลก ครั้งที่ 3 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/419199?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

กุศลกำลังสาม เพื่อซับเหงื่อโลก ครั้งที่ 3

27 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:00 น.
กุศลกำลังสาม,ซับเหงื่อโลกครั้งที่ 3,ชาญอิสสระ,โรงเรียนทอสี,ศรีวรา อิสสระ,มูลนิธิปัญาประทีป,มูลนิธิปัญาประทีป คมชัดลึก
เปิดอ่าน 186 ครั้ง

ปลูกจิตสำนึกและแบ่งปันไอเดียที่จะร่วมกันรักษาโลก รักสิ่งแวดล้อม

เพราะโลกที่เราอาศัยอยู่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเร่งด่วน มูลนิธิปัญญาประทีป จึงร่วมกับ โรงเรียนปัญญาประทีป โรงเรียนทอสี และ บริษัทชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยเหล่ากัลยาณมิตรและหน่วยงานที่มีเจตนารมณ์ตรงกันร่วมจัดงาน “กุศลกำลังสาม เพื่อซับเหงื่อโลก ครั้งที่ 3” ขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดกระแสสังคม ปลูกจิตสำนึกและแบ่งปันไอเดียที่จะร่วมกันรักษาโลก รักสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน ที่อาคารชาญอิสสระ ทาว์เวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อวันก่อน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นเป็นกันเองแต่แฝงไปด้วยความรู้เกี่ยวกับวิธีการที่จะช่วยซับเหงื่อโลกของผู้ที่มาร่วมงานที่มีความตั้งใจมาร่วมแชร์ประสบการณ์ ไอเดียในการช่วยกันซับเหงื่อโลก ได้รับเกียรติจาก ศรีวรา อิสสระ ประธานกรรมการ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ ครูใหญ่โรงเรียนทอสี และ ดร.วิทิต รัชชตาตะนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปัญญาประทีป ร่วมกันกล่าวเปิดงาน

บุบผาสวัสดิ์- ดร.วิทิต รัชชตาตะนันท์-ศรีวรา อิสสระ กล่าวเปิดงาน

 ศรีวรา อิสสระ เล่าถึงการเนรมิตพื้นที่จัดกิจกรรมว่า พยายามจะไม่สร้าง ไม่ผลิต ไม่ทำอะไรขึ้นมาใหม่ โดยแนวคิดของการจัดงานนี้ใช้หลักคือหลักห้าอาร์ คือ Reduce, Refuse, Recycle , Reuse, Repai จึงมีไอเดียที่จะนำขยะมาใช้และก็ค้นพบว่าการรณรงค์เพื่อขอบริจาคที่จะได้ของเร็วและง่ายที่สุดก็คือ ขอบริจาคขยะเพราะมีทุกบ้าน และกระดาษลังจากกล่องเก่าๆ คือขยะที่เราได้รับมามากที่สุด จากนั้นทีม “พอดีสถาปนิก” จึงจับมือกับ “ทีมยันหว่าง” ในการเนรมิตงานอีเวนท์ขนาดยักษ์ ด้วยการใช้กล่องเป็นโครงสร้างเกือบทั้งงาน แบ็กดร็อป ไม่สร้างใหม่ แต่ใช้พื้นหลังเวทีแทนจุดถ่ายรูป ไม่ต้องเปลืองพื้นที่ แค่เอาต้นไม้เล็กๆ มาวางตกแต่ง เสร็จงานผู้ร่วมงานก็สามารถเอาต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้านได้เลย

แฟชั่นโชว์ที่นำชุดมารีแวร์แบบไม่มีเอาท์

“ในส่วนของนิทรรศการได้ออกแบบนิทรรศการที่พูดถึงเรื่องขยะ โดยใช้ขยะในการเล่าเรื่องทั้งหมด เป็นการจัดนิทรรศการที่แทบจะไม่มีต้นทุนอะไรเลย ได้เลือกที่จะเอาเศษกระดาษลังที่เหลือจากการตกแต่ง แล้วมานั่งเขียนด้วยลายมือตัวเองทีละตัว อุทิศเหงื่อของตัวเองเพื่อซับเหงื่อโลกโดยแท้ ของตกแต่ง อุปกรณ์ต่างๆ ก็ใช้วิธีขอยืมจากหน่วยงานที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และจากจุฬาฯ ซีโร่เวสต์ อินสตอลเลชั่น เราขอจากงาน “แบงคอก ดีไซน์ วีค” ที่ศิลปินเอาแฟ้มเก่าๆ มาทำเป็นงานอาร์ตแล้วปรินท์ใส่กระดาษใส่เข้าไปในแฟ้มเลยเพื่อให้คนที่มาชมนิทรรศการสามารถรู้แหล่งที่มาของขยะ” ศรีวรา กล่าว

“หมู” พลพัฒน์ บรรยายในช่วงแฟชั่นโชว์

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการจากขยะ

นอกจากนี้ “ประธานกรรมการ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์” ยังเล่าถึงกิจกรรมต่างๆ บนเวที อาทิ การบรรยายธรรมเทศนาจาก พระราชพัชรมานิต (พระอาจารย์ชยสาโร) การแสดงมินิคอนเสิร์ตด้วยดนตรีที่ใช้พลังงานขยะจาก “ก้อง” สหรัถ สังคปรีชา, “อุ๋ย” บุดด้าเบลส และน้องๆ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนปัญญาประทีป การออกร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย และที่ขาดไม่ได้สำหรับงานนี้คือ การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นบุญ โดยการนำเสื้อ กางเกง กระเป๋า รองเท้า ที่ไม่ใช้แล้วแต่สภาพยังดีมาบริจาคให้ร้านกุศลกำลังสามเพื่อตามหาเจ้าของใหม่และรายได้จากการขายก็จะนำไปสนับสนุนกิจกรรมซับเหงื่อโลกของชุมชนปัญญาประทีปต่อไป

ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมที่เรียกความน่าสนใจจากผู้เข้าชมงานอีกมากมาย อาทิ แฟชั่นโชว์จากเหล่าเซเลบที่นำชุดมารีแวร์แบบไม่มีเอาท์ ร่วมเดินอวดโฉมเพื่อให้เกิดเป็นไอเดียในการกลับไปจัดการกับเสื้อผ้าที่มีอยู่ โดยมี “หมู” พลพัฒน์ อัศวะประภา มาบรรยายในช่วงแฟชั่นโชว์นี้ด้วย รวมถึงการรับฟังไอเดียซับเหงื่อโลกดีๆ ในช่วง Trash Talk จากหน่วยงานและกลุ่มบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ “คุณดุ๊ก” ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล มาในหัวข้อเรื่อง “โลกเราฉิบหายถึงไหนแล้ว” งานแต่งแบบซับเหงื่อโลกจาก ท็อป พิพัฒน์-นุ่น ศิรพันธ์ งานศพซับเหงื่อโลก โดย ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี

พระราชพัชรมานิต (พระอาจารย์ชยสาโร) บรรยายธรรม

ปิดท้ายกับงาน “กุศลกำลังสาม เพื่อซับเหงื่อโลก ครั้งที่ 3” ด้วยการทำปฏิญญาร่วมกันของกลุ่มพันธมิตรซับเหงื่อโลก ที่จะร่วมกันดูแลรักษาโลกนี้เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานของเราในอนาคตต่อไป โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ทุกๆ ท่านที่มาร่วมงานได้เป็นกระบอกเสียงช่วยกันซับเหงื่อโลกของเราให้ยั่งยืนต่อไป

“ก้อง” สหรัถ เล่นดนตรีด้วยพลังงานขยะ

ม.เกษตรฯเจ๋ง พัฒนาเครื่องกำจัดสารทำความเย็นสำเร็จ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/418866?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ม.เกษตรฯเจ๋ง พัฒนาเครื่องกำจัดสารทำความเย็นสำเร็จ

25 กุมภาพันธ์ 2563 – 07:59 น.
อุปกรณ์ดักจับสารทำความเย็น
เปิดอ่าน 75 ครั้ง

ม.เกษตรฯเจ๋งวิจัยนวัตกรรมลดโลกร้อน พัฒนาเครื่องกำจัดสารทำความเย็นสำเร็จ

งานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการศึกษาและพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์ดักจับสารทำความเย็นเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง โดยภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจำนวน 10 ล้านบาท ถือเป็นผลงานนวัตกรรมนำร่องต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

   ผศ.ดร.เกรียงไกร อัศวมาศบันลือ

     ผศ.ดร.เกรียงไกร อัศวมาศบันลือ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เจ้าของผลงานนวัตกรรมเด่นและผู้จัดการโครงการวิจัย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจพบว่า ช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศกว่าร้อยละ 60 ปล่อยสารทำความเย็นเก่าสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งสารทำความเย็นเหล่านี้มีศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับร้อยถึงพันเท่า ขึ้นอยู่กับชนิดของสารทำความเย็น ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาและใช้สารทำความเย็นชนิดใหม่ที่อ้างว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ยังมีศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับมากกว่าร้อยเท่า ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุด คือการไม่ปล่อยสารทำความเย็นสู่สิ่งแวดล้อมเลย

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 – 2561 ที่ผ่านมา มีการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศภายในประเทศไปแล้วกว่า 1.5 ล้านเครื่องต่อปี โดยเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง จะใช้สารทำความเย็นประมาณ 1-4 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดน้ำยาของเครื่องปรับอากาศนั้น หากมีการรื้อถอนเครื่องปรับอากาศเดิมเพื่อติดตั้งทดแทน 20% ของปริมาณการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศทั้งหมด จะมีการปล่อยน้ำยาแอร์เก่าสู่สิ่งแวดล้อมกว่า 1.7 ล้านกิโลกรัมต่อปี เทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกถึง 3 ล้านตันเลยทีเดียว

“การเปลี่ยนใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงเครื่องหนึ่ง สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 20,000 บาทต่อปี แต่ในการติดตั้งมีการรื้อถอนเครื่องเก่าและปล่อยสารทำความเย็นสู่สิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายในการกำจัดสารทำความเย็นจากสิ่งแวดล้อมนั้น เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากสิ่งแวดล้อม จะคิดเป็นมูลค่าถึง 25,000 บาทเลยทีเดียว สูงกว่าพลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดได้ในปีแรกเสียอีก ดังนั้น การจัดการน้ำยาแอร์เก่าเหล่านี้อย่างถูกวิธี จะสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งภาวะโลกร้อน และการลดลงของโอโซน”

ผู้จัดการโครงการฯคนเดิมย้ำด้วยว่า โครงการวิจัยนี้ ได้พัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อกำจัดสารทำความเย็นอย่างถูกวิธีขึ้น ช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะอย่างการการติดตั้งเพื่อทดแทนของเดิม ควรจะต้องจัดเก็บสารทำความเย็นเก่าในภาชนะบรรจุที่เหมาะสม แล้วนำมากำจัดอย่างถูกวิธีด้วยเครื่องที่พัฒนาขึ้นนี้ เครื่องกำจัดสารทำความเย็นต้นแบบนี้ประกอบด้วย ชุดเตาเผาอุณหภูมิสูงเพื่อทำลายพันธะโมเลกุลสารทำความเย็น และชุดควบคุมมลพิษ เพื่อกำจัดมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ จากการทดสอบพบว่า สามารถทำลายได้สารทำความเย็นและกำจัดมลพิษได้ดี ในอนาคต จะปรับปรุงเครื่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และสามารถใช้กับสารทำความเย็นได้หลากหลายชนิดขึ้น

ปัจจุบันสารดักจับความเย็นที่ใช้ในแอร์และเครื่องทำความเย็นทั้งหมด ยังไม่มีการผลิตเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนใหญ่จะมี ในโรงงานอุตสาหกรรมโครงการฯ ที่ดำเนินการอยู่เป็นโครงการนำร่อง เพื่อวิจัยและทดสอบเครื่องดักจับสารทำความเย็น ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการผลิตในเชิงพาณิชย์สารทำความเย็น หากถูก ปล่อยทิ้งในอากาศ ในรูปแบบก๊าซ หรือของเหลว จะเปนสารที่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ และทำให้เกิด Green House effect ส่งผลทำให้โลกมีภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ผศ.ดร.เกรียงไกร อัศวมาศบันลือและทีมงานวิจัยได้การดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในหน่วยงานสำนักงานศาลยุติธรรม โดยโครงการดังกล่าวเป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof-top) ขนาดกำลังการผลิตรวม 389.12 กิดลวัตต์ และระบบผลิตน้ำร้อนขากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 250 ตารางเมตร เพื่อลดการใช้พลังงานในสำนักงานศาลยุติธรรม ในพื้นที่ถนนรัชดาภิเษก โดยจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้เกือบ 3 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยการเปลี่ยนและเครื่องปรับอากาศและหลอดไฟประสิทธิภาพสูง โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน  และได้ขยายผลของโครงการไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศ กว่า 268 หน่วยงาน ซึ่งแต่ละปีมีค่าไฟฟ้ารวมกันกว่า 300 ล้านบาท โดยจะพัฒนาสำนักงานศาลฯ ให้กลายเป็ฯสำนักงานอัจฉริยะด้านพลังงาน มีวงเงินลงทุนกว่า 400 ล้านบาท สามารถลดการใช้พลังงานได้ปีละกว่า 22 ล้านหน่วยหรือกว่า 100 ล้านบาทต่อปี และการประหยัดพลังงานนี้ยังช่ยลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน ได้กว่า 12,000 ตันต่อปี

จะโกรธหรือหงุดหงิด ภาษาอังกฤษก็ต้องเป๊ะ! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/418786?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

จะโกรธหรือหงุดหงิด ภาษาอังกฤษก็ต้องเป๊ะ!

24 กุมภาพันธ์ 2563 – 17:21 น.
โกรธ,English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ภาษาอังกฤษ,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,หงุดหงิด
เปิดอ่าน 422 ครั้ง

เราสามารถแสดงความโกรธหรือหงุดหงิดได้ด้วยคำศัพท์ สำนวน หรือรูปแบบใหม่ ๆ

  Modern ways to express anger

สัปดาห์ English Today สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะพาไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับความโกรธที่ทุกคนมีสิทธิ์อยู่ในอารมณ์นี้ เพราะอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ในภาษาอังกฤษจึงมีคำและสำนวนจำนวนมากที่มีความหมายว่าโกรธหรือหงุดหงิด เช่น angry, outraged, furious, resentful, exasperated, enraged, annoyed, irritated หรือสำนวนอย่าง be up in arms, see red, blow a fuse เป็นต้น

นอกเหนือจากคำและสำนวนที่นิยมใช้ข้างต้นแล้ว เรายังสามารถแสดงความโกรธหรือหงุดหงิดได้ด้วยคำศัพท์ สำนวน หรือรูปแบบใหม่ ๆ ได้ดังนี้
 Salty  โดยทั่วไป salty เป็นคำคุณศัพท์มีความหมายว่า เค็ม เช่น This soup is a bit too salty. (ซุปนี้ออกจะรสเค็มไปหน่อย) แต่เมื่อเป็นคำสแลง salty มีความหมายว่า โกรธ โมโห หงุดหงิด ตัวอย่าง
-Megan’s boyfriend stood her up to hang out with his friends again. She’s so salty right now.
เมแกนถูกแฟนของนางเทเพื่อออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ อีกแล้ว ตอนนี้นางกริ้วมาก

-Left on read หรือ left on seen มีความหมายว่า อ่านหรือเห็นข้อความที่อีกฝ่ายหนึ่งส่งไปให้ทางไลน์ เมสเซนเจอร์ ฯลฯ แล้วไม่ตอบกลับอาจเพราะโกรธจนไม่อยากพูดด้วยหรือพยายามหลบเลี่ยง
-I’ve texted my crush three times today but have been left on read.
วันนี้ฉันส่งข้อความหาสาวที่ฉันแอบชอบถึงสามครั้งแล้ว แต่เธออ่านแล้วไม่ตอบ ไม่รู้ไม่พอใจอะไร

  Aggy เป็นคำสแลงที่ย่อมาจากคำว่า aggravated / aggravating หรือ agitated มีความหมายว่า รู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจหรือสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดไม่พอใจแก่เรา เช่น
-The heavy traffic really makes me aggy.
การจราจรที่ติดขัดทำให้ฉันหงุดหงิดจริง ๆ
-I sometimes find Pete’s comments very aggy.
บางครั้งฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นของพีทฟังแล้วน่าหงุดหงิดมาก
-I can’t even  เป็นคำสแลงที่แพร่หลายบนอินเทอร์เน็ต มีความหมายว่า ทึ่ง ตื่นเต้น ประหลาดใจ โกรธ หรือหงุดหงิดจนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
-How many times have I told you not to drink and drive? Now look what happened. I can’t even.
แม่บอกลูกกี่ครั้งแล้วไม่ให้เมาแล้วขับ ดูซิตอนนี้เป็นอย่างไร แม่ไม่รู้จะพูดยังไงดีจริง ๆ

Headdesk  มาจากคำว่า head + desk ใช้เป็นคำอุทานและกริยามีความหมายว่า เอาศีรษะโขกโต๊ะด้วยความคับแค้นใจเพื่อแสดงความโกรธและหงุดหงิด
-Oh, no! I forgot to save my Word document. Headdesk.
ไม่นะ ฉันลืมบันทึกไฟล์เอกสาร อยากเอาหัวโขกโต๊ะ
-My parents headdesked when they found out I smoke.
พ่อ-แม่ของฉันโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อรู้ว่าฉันริสูบบุหรี่

นอกจากคำและสำนวนเหล่านี้แล้ว ยังมีวิธีการแสดงความโกรธหรือไม่พอใจอื่น ๆ เช่น การ subtweet ซึ่งหมายถึงการทวิตข้อความเชิงลบ เกี่ยวกับคนใดคนหนึ่งโดยเลี่ยงชื่อทวิตเตอร์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นด้วยการไม่ใส่เครื่องหมาย @ ไว้ข้างหน้า ทำให้บุคคลที่ถูกพาดพิงไม่เห็นข้อความดังกล่าวบนไทม์ไลน์ของตน เหมือนกับการว่าร้ายคนใดคนหนึ่งลับหลังแบบพูดลอย ๆ เช่น
-I think Pam needs to stop being such a drama queen. It’s really annoying.
ฉันคิดว่าแพมควรเลิกทำตัวเป็นเจ้าแม่ดราม่าได้แล้ว น่ารำคาญจริง ๆ

แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ
ผศ. ชลาธิป  ชาญชัยฤกษ์

“ป๋วย” ชูศิษฐ์ สอนน้องๆ เพาะช่างทำงานศิลป์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/418729?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

“ป๋วย” ชูศิษฐ์ สอนน้องๆ เพาะช่างทำงานศิลป์

24 กุมภาพันธ์ 2563 – 14:39 น.
ป๋วย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ,ศิลปะ,อาร์ทิสต์ ทอล์ก,น้องแป้ง พรภัสร์ชนก มิตรชัย,วิทยาลัยเพาะช่าง,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์
เปิดอ่าน 282 ครั้ง

สร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ในการก้าวเดินสู่เส้นทางการทำงานศิลปะในอนาคต

ศิลปินมากฝีมือ “ป๋วย” ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ เจียดเวลาจากการสร้างผลงานพอร์ทเทรทชิ้นสำคัญที่สุดของเขา​ เพื่อจัดแสดงผลงานส่วนตัวเร็วๆ นี้ เข้าร่วมเป็นวิทยากรโครงการ “อาร์ทิสต์ ทอล์ก วิทยากรสอนน้องครั้งที่ 3″ โดยได้รับเกียรติจากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ มาแนะแนวทักษะในการทำงานศิลปะและพูดคุยแชร์ประสบการณ์ ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่น้องๆ ในการก้าวเดินสู่เส้นทางการทำงานศิลปะในอนาคต

     “ป๋วย” ชูศิษฐ์ จิตรกรชื่อดังที่มีฝีมือน่าจับตามองแห่งศตวรรษที่ 20 ของเมืองไทย ที่เพิ่งมีผลงานออกแบบสัญลักษณ์ให้แก่การประกวดระดับโลกอย่างมิสยูนิเวิร์ส 2018 และ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2019 ที่แฝงอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาแล้ว โดยได้รับคำแนะนำจากศิลปินแห่งชาติ อ.ถวัลย์ ดัชนี และ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นในชีวิตการทำงานศิลปะของเขา

ชูศิษฐ์ เชี่ยวชาญการวาดภาพที่ผสานความรู้ด้วยเทคนิคโอลด์มาสเตอร์ การใช้อารมณ์ บรรยากาศแห่งการใช้สีราวกับ  การผสมผสานระหว่างอารมณ์ของศิลปะเรเนซองส์มาสู่ตะวันออก ในภาพแต่ละภาพของเขาจึงหาที่ติมิได้ ด้วยทฤษฎีการทำงานศิลปะอย่างโอลด์มาสเตอร์ นอกจากปรัชญาความคิดอันล้ำลึกแล้วยังแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์ยังสามารถถ่ายทอดความรู้สึกผ่านมิติการสัมผัสและเทคนิควิธีการที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่น่าค้นหาอันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของโลกศิลปะ

“น้องแป้ง” พรภัสร์ชนก

สำหรับกิจกรรมภายในงานที่จะมีขึ้นนั้น นอกจากวิทยากรจะได้แชร์ประสบการณ์เส้นทางการทำงานด้านศิลปะแล้ว ยังมีการจัดการประกวดผลงานวาดภาพ “น้องแป้ง” พรภัสร์ชนก มิตรชัย ลูกสาวคนสวยระดับนางเอกของคุณพ่อ “ไชยา มิตรชัย” ที่มีผลงานการแสดงจากละครชื่อดังหลายเรื่องและผลงานอื่นๆอีกมากมาย โดยพื้นฐานน้องแป้งเป็นนักแสดงที่มากความสามารถ ทั้งด้านละครและการร้องเพลง ตลอดจนการแสดงละครเวทีเดอะมิวสิคัล และบทบาทการแสดงลิเกซึ่งเติบโตมาจากครอบครัวศิลปินที่แท้จริง น้องแป้งยังชื่นชอบการวาดภาพและยินดีที่จะมาเป็นเกียรติร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีๆ ที่สนับสนุนการศึกษาศิลปะในครั้งนี้

โดยการประกวดการวาดภาพพอร์ทเทรทจะมีการมอบทุนและรางวัลให้แก่นักศึกษาศิลปะจำนวน 6 รางวัล อีกทั้งมีการสนับสนุนจากบริษัทชั้นนำผู้นำเข้าด้านอุปกรณ์ศิลปะ มาถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้เทคนิคและวัสดุอุปกรณ์ที่จะช่วยเสริมทักษะในการทำงานพร้อมเล่นเกมส์มอบอุปกรณ์วาดภาพ และมีผู้ใหญ่ใจดีผู้สนับสนุนท่านอื่นๆ​ อาทิ​ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัท เอช เอช เค อินเตอร์เทรด บริษัท ซีพีแรม จำกัด และ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)

 ทั้งนี้งาน “อาร์ทิสต์ ทอล์ค วิทยากรสอนน้องครั้งที่ 3” จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ที่วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์  เวลา 13.00-17.00 น. สำหรับศิษย์เก่าหรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดต่อสำรองที่นั่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ห้องประชุมโสต ชั้น 2 อาคารจุฑาธุช วิทยาลัยเพาะช่าง โทร.09-4348-3311

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/418372?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

23 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:00 น.
พระเชียงแสนปรกโพธิ์ใหญ่ พิมพ์บัวเล็บช้าง,คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง
เปิดอ่าน 2,281 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

***  งานประกวดพระ  วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม นี้  จัดโดย คณะปิยมิตรร่วมบุญ ๒๙/๕๕/๖๐  โดยมี  พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี  เป็นประธานอำนวยการ  ณ อาคาร บี  ศูนย์ราชการ  ถนนแจ้งวัฒนะ  พระที่จัดประกวดกว่า ๓,๐๐๐ รายการ  รางวัลพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน

**  คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้ขอเริ่มด้วย  พระกรุวัดส่อง…คบ จ.ชัยนาท เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (พ.ศ.๑๙๑๖)  ที่มีการขุดพบกรุพระเครื่องหลายครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นมา โดยมีใบลานเงินจารึกความเป็นมา และพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ อาทิ  พระลีลา, พระหูยาน, พระซุ้มหน้าบัน, พระซุ้มโพธิ์, พระสรรค์นั่ง  ฯลฯ  ที่นำมาให้ชมนี้ คือ  พระซุ้มโพธิ์ กรุวัดส่องคบ เนื้อชินเงิน  พุทธลักษณะงดงามอลังการมาก พระพิมพ์นี้หาดูของแท้ได้ยากยิ่ง เป็นพระของ  ศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน  โรงพยาบาลศิริราช

**   พระเชียงแสนปรกโพธิ์ใหญ่ พิมพ์บัวเล็บช้าง  เนื้อตะกั่วสนิมแดง  อายุ ๔๐๐-๖๐๐ ปี  ขนาดองค์พระสูง ๓.๒ นิ้ว  ฐานกว้าง ๑.๕ นิ้ว  องค์พระมีพุทธลักษณะสวยงาม พระพักตร์อ่อนหวาน แสดงให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรม และความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเชียงแสนในอดีต ปัจจุบันราคาเช่าหาอยู่ที่หลักหมื่นต้นๆ ถึงหลักหมื่นกลางๆ  เป็นพระของ   “เชียงราย ๙๙”  เมืองทอง คำหล้าทราย  อ.แม่จัน  จ.เชียงราย  จากเว็บ พระล้านนา.คอม แหล่งรวมพระเมืองเหนือที่เชื่อถือได้

**   พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จากการค้นคว้าของ   มโนมัย อัศวธีระนันท์ พิณประภา กรุงเก่า ผู้ชำนาญพระอยุธยา พบกว่า  พระพิมพ์ทรงเม่น มีทั้งหมดกว่า ๑๕ พิมพ์ อาทิ เม่นบัวโค้ง, เม่นบัวแปด, เม่นบัวเจ็ด, เม่นอ้วน, เม่นมังกร, เม่นเล็ก, เม่นด้วง, เม่นกระโดด, เม่นโบราณ, เม่นหัวกลับ, เม่นขัดเพชร ฯลฯ  องค์ที่นำมาให้ชมนี้ คือ  เม่นบัวแปด  หมายถึงฐานบัวที่รองรับองค์พระพุทธปฏิมา มีด้านบน ๘ กลีบ ด้านล่าง ๘ กลีบ องค์นี้สภาพทั่วไปมีความคมชัดมาก เป็นพระแท้ดูง่าย ทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ น่าเสียดายที่ด้านบนมีรอยบิ่นไปเล็กน้อย แต่รอยอุดผงพุทธคุณยังอยู่ครบ เป็นพระของ  ฐกร บึงสว่าง  จากชุมชนคนเล่นพระ

**   พ่อท่านมุ่ย  (พระครูนิโครธจรยานุยุต) วัดป่าระกำเหนือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นับเป็นพระเกจิอาจารย์ท่านเดียวที่สร้าง  พระปิดตาน้ำนมควาย  ด้วยเนื้อผงพุทธคุณล้วนๆ ไม่ได้ผสมปูนเลย ท่านมีความพิถีพิถันในการสร้างพระปิดตามาก โดยจะเขียนสูตรเรียกยันต์ลงบนกระดานชนวน ด้วยแท่งดินสอที่ทำขึ้นเอง โดยใช้ข้าวเม่าตำ ผสมสมุนไพร และว่านยาต่างๆ ตามตำรับโบราณ พร้อมบริกรรมคาถาไปด้วย จนผงพุทธคุณทะลุกระดานลงไป แล้วนำไปผสมกับน้ำนมควาย ซึ่งเคี่ยวกับฟืน บนก้อนเส้าที่ลงอักขระเลขยันต์ทั้งหมด แม้กระทั่งไม้พาย ขณะเคี่ยวต้องบริกรรมคาถาไปด้วย จนน้ำนมควายเริ่มข้น จึงนำมาเป็นตัวประสานกับผงพุทธคุณ คลุกเคล้าจนเหนียวดีแล้ว จึงนำไปกดลงแม่พิมพ์ แล้วตกแต่งเป็นรูปพระปิดตา ท่านจะทำเองทุกขั้นตอน เฉพาะในวันพระ จากนั้นจึงนำไปปลุกเสกเดี่ยวในช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน พอออกพรรษาจึงนำออกแจกแก่ผู้ที่ลงชื่อจองไว้ คนละ ๑ องค์เท่านั้น   พระปิดตาน้ำนมควาย พ่อท่านมุ่ย  องค์นี้เป็นพระพิมพ์ใหญ่ที่มีความคมชัดสมบูรณ์มาก ของ  ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์  (ขอขอบพระคุณภาพและข้อมูลจาก ปฏิทินปี ๒๕๖๓)

**   เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น ๓ บล็อกคางจุด  เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง  จัดเป็นเหรียญหลักยอดนิยม เหรียญหนึ่งในสายหลวงพ่อทวด วัดช้างให้  เหรียญนี้พิเศษตรงที่เป็นเหรียญกะไหล่ทอง (แจกกรรมการ) ที่หาชมเหรียญจริงได้ยากกว่าเหรียญรมดำ  เหรียญนี้สวยคมชัด จมูกโด่งคมสัน กะไหล่ทองดูงามคลาสสิกเป็นธรรมชาติเหรียญแท้ เป็นเหรียญของ   ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช   รังใหญ่พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้

**  หลวงปู่สี ฉนฺทสิริ วัดเขาถ้ำบุญนาค  อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์  ตามประวัติบันทึกว่า  ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๒  มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐ สิริรวมอายุได้ ๑๒๘  ปี พรรษา ๘๙  ท่านได้ปลุกเสกพระเครื่องไว้หลายรุ่น ล้วนมีประสบการณ์มากมาย  สำหรับ  เหรียญรุ่นแรก คือ เหรียญมหาลาภ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ โดย คณะศิษย์ตาคลี  มี ๔ เนื้อ  คือ เนื้อเงิน, เนื้อนวโลหะ, เนื้ออัลปาก้า และเนื้อทองแดง  มีทั้งตอกโค้ดอักษรจีน และไม่ตอกโค้ด รวมจำนวนสร้าง ๑๐,๐๐๐ เหรียญ  ที่นำมาให้ชมนี้เป็นเนื้อเงิน หายาก ชั่วโมงนี้ราคาเช่าหาหลักแสนต้น เป็นเหรียญของ  ไก่ ปอร์เช่  ผู้บริหารสถาบันการเงินชื่อดัง

**  นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ  แพทย์ผู้ชำนาญประสาทศัลยศาสตร์ หายหน้าไปจากคอลัมน์นี้นานพอสมควร  กลับมาวันนี้พร้อมกับ   พระราหูกะลาแกะ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง  ชิ้นนี้ศิลปะนิยม ลายมือหลวงพ่อน้อยจารแกมหวัด เป็นธรรมชาติ ช่องไฟลงตัว ครบเครื่องที่สุดเลยเท่าที่คุณหมอสะสมมา ที่สำคัญ คือ ไม่ได้ใช้ วางบนหิ้งมีฝุ่นบางๆ เกาะ ทำให้ดูดีมีเสน่ห์ยิ่ง ที่ผ่านมาคุณหมอนิยมชมชอบในเครื่องรางต่างๆ มาก โดยเฉพาะ พระราหูหลวงพ่อน้อย  สะสมจนจำลายมือของหลวงพ่อน้อยได้อย่างแม่นยำ  สำหรับ  หลวงพ่อน้อย   ท่านเป็นชาวนครปฐม เกิดเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๓๕ บิดาชื่อ “มา” มารดาชื่อ “มี” นามสกุล “นาวารัตน์” สืบเชื้อสายชาวเวียงจันทน์  ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๘ สิริรวมอายุ ๕๓ ปี พรรษา ๓๒  นอกจาก  พระราหูกะลาแกะ แล้วเครื่องรางอีกอย่างหนึ่งของท่านก็โด่งดังมากเช่นกัน คือ  วัวธนู

**   เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบวันมรณภาพของ  ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย  (ท่านมรณภาพวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๑)  วัตถุมงคลที่เกี่ยวกับท่านครูบาเจ้ารุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ พระเนื้อดิน  ที่ท่าน “น้ำปิง”  ได้นำมาเขียนใน  หนังสือพระเนื้อดินครูบาเจ้าศรีวิชัย  ในเล่มมีประวัติการสร้าง วิธีพิจารณาจุดสังเกต พระเนื้อดินครูบาเจ้าศรีวิชัย โดยเฉพาะรุ่น อัฐิครูบาหลังย่น  หนังสือพิมพ์ ๔ สีทั้งเล่ม หนา ๖๐ หน้า ภาพประกอบชัดเจนสวยงาม อ่านเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาและสะสมพระเนื้อดินครูบาเจ้าศรีวิชัย  สอบถามโทร.๐๙-๒๔๑๐-๑๕๒๔, ๐๘-๑๕๓๑-๓๔๓๕

**  ข่าวดี ขณะนี้  อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์  ได้เปิดเพจ  เปิดกล้องส่องพระ  เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ผู้สนใจพระกริ่ง-พระรูปหล่อ  อ.เกี๊ยก กล่าวว่า…”แรกๆ ยังลังเลใจ แต่เมื่อมาคิดอีกครั้ง ก็ตัดสินใจได้ว่า ในเมื่อตัวเรามีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้ เพราะวงการพระ จึงอยากตอบแทนวงการนี้ที่ให้ผมในทุกสิ่ง เคยเขียนคอลัมน์พระ, เคยทำหนังสือ, เคยบรรยาย ก็ทำมาแล้ว จึงตัดสินใจทำเพจนี้ขึ้นมา โดยไม่ได้หวังสิ่งใดมากกว่าอยากให้ความรู้ที่มี ไปสู่คนรุ่นหลัง ที่สนใจในศาสตร์พระกริ่ง-พระรูปหล่อ ที่เริ่มแคบลงให้กว้างขึ้น รู้เท่าทันในการศึกษา และสะสม ที่ถูกต้อง ทั้งข้อมูลและแนวทาง  ผมไม่ได้ลงขายพระหรือซื้อพระ ไม่ได้มีผลประโยชน์จากเพจนี้ แต่ถ้าใครอยากซื้อหรือขาย ผมพร้อมที่จะเป็นเครื่องกรองให้ระดับหนึ่ง ความรู้ที่ผมมีอาจไม่พอเพียง ก็ได้สมาชิกหลายๆ ท่านที่เข้ามาไข-เฉลย ปริศนาของพระเครื่องที่มีผู้สอบถาม นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ คือ ตอบแทนสังคมพระฯที่ให้ผมมาครับ” ท่านที่สนใจเปิดเข้าไปดูได้เลยที่เฟสบุค เปิดกล้องส่องพระ

**  พบกับ  คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์หน้า ๒๙ กุมภาพันธ์  ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด  ขอให้โชคดีมี “พระแท้” คุ้มครองทุกวันเวลา  ***

บทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/418233?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

บทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

23 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:00 น.
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี,ตามรอยตำนานแผ่นดิน,สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เปิดอ่าน 517 ครั้ง

คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ปรากฏข่าวฮือฮาไปทั่วแผ่นดิน ณ ท้องพระโรง กองบัญชาการกองทัพเรือ เมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังเซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอกและเซ็นย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น…เพราะได้เซ็นคำสั่งย้ายนายทหารต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

“ใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผลและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความศักดิ์สิทธิ์มาก” นั่นคือ คำกล่าวของผู้บัญชาการทหารบกที่มีต่อสื่อมวลชน

ซึ่งเป็นคำยืนยันว่าทหารไทยทุกนายทุกเหล่าทัพต่างให้ความเคารพพระองค์ย่างยิ่ง เพราะเป็นที่น่าสังเกตว่า ตอนนี้กองทัพบกกำลังเคลื่อนไหวอย่างมากเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากสังคม โดยเฉพาะเกี่ยวกับความโปร่งใสในเรื่องผลประโยชน์ รายได้ สวัสดิการของกำลังพล เพราะมีปัญหาที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการฉ้อฉลกลโกงในหลายส่วนที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ หลังเกิดเหตุรุนแรงจ่าคลั่งปืนโหดที่โคราช!! …

เหรียญลงยา สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี รุ่นมหาบารมี (ด้านหน้า – ด้านหลัง)

แต่การที่ ผบ.ทบ.ออกมาเปิดเผยว่า ได้เซ็นคำสั่งหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยอดนักรบ ทำให้นึกถึงเรื่องราวของวัตถุมงคลที่เกี่ยวกับพระเจ้าตากสินที่จัดสร้างขึ้นมามากมายจากหลายหน่วยงาน หลายองค์กรและได้รับความนิยมเสาะหามาบูชาพกพาติดตัว ด้วยความเชื่อมั่นในพุทธคุณและบุญญาบารมีซึ่งมีอยู่รุ่นหนึ่งที่น่าจะหยิบมาเล่าสู่กันฟัง เพราะสร้างขึ้นที่วัดอรุณราชวราราม หรือวัดแจ้ง ซึ่งเป็นวัดที่พระเจ้าตากสินมีพระราชศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

ทางคณะทำงานกองทุนการศึกษาฯ พระเจ้าตากสิน วัดอรุณราชวราราม ซึ่งมีการจัดสร้างเหรียญ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี รุ่นมหาบารมีฯ ขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๖๐ เป็นเหรียญที่มีความสวยงามมากในด้านพุทธศิลป์ เพราะในด้านการวางเเนวความคิดเพื่อออกเเบบเหรียญรุ่นนี้ ทางคณะทำงานกองทุนการศึกษาฯ ได้รับกรอบความคิดที่ว่า “ทำออกมาให้สมกับพระมหาบารมี ของพระองค์ท่าน” คณะทำงานจึงตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ

“ทำเหรียญให้สวยนั้นทำไม่ยาก แต่ทำเหรียญให้ดูมีชีวิตยากกว่ามาก” คือหนึ่งในบทสนทนาของคณะทำงานกับนายช่างผู้ทำการแกะบล็อกแม่พิมพ์เหรียญ ซึ่งเมื่อทำเหรียญเสร็จออกมาเราจึงได้พบว่า “พระบารมีของพระองค์ท่านสมสง่าเพียงใด”

และในการเดียวกันคณะทำงานก็เจอกับคำถามที่ว่า

 เหรียญรุ่นนี้ สวยงามทุกเนื้อทุกแบบจริงๆ

“ทำไมจึงไม่ใช้พระนามพระองค์ท่านว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” คณะทำงานเราจึงได้ชี้เเจงเชื่อมโยงไปในอดีตถึง “ครูบาอาจารย์ที่มีคุณูปการยิ่งในพระอารามเเห่งนี้ นั่นคือ หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (วน ฐิติญาณมหาเถร) เพราะหลวงพ่อสมเด็จฯ ท่านได้เคยสร้างเหรียญ “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” โดยมอบหมายให้ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน เป็นเจ้าพิธีในการปลุกเสกในพระอุโบสถ ซึ่งมีเกจิครูบาอาจารย์รุ่นเก่ามากมาย (เหรียญสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ปี ๒๕๐๙ พิธีใหญ่ ณ วัดอรุณ) ซึ่งนั่นเองที่เราถือเป็นมงคลนามประการหนึ่ง เเละอีกประการที่สำคัญคือ คณะทำงานเราดำเนินตามทางครูบาอาจารย์แห่งสำนักเราที่ได้กระทำไว้ เมื่อเหรียญ “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี รุ่น มหาบารมีฯ” ๒๕๖๐ มาจากการตั้งดวงจิตระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และรวมไปถึงการดำเนินการจัดสร้างตามอย่างครูบาอาจารย์ที่มีคุณูปการในพระอารามเเห่งนี้ที่ท่านสร้างสรรค์ไว้ในอดีตที่ผ่านมา ฉะนั้น การตั้งจิตระลึกถึงคุณความดี รวมทั้งการตั้งใจดี เเละเดินตามทางดี สิ่งนั้นก็ย่อมจะถึงซึ่ง สิ่งดีงาม” หนึ่งในคณะทำงานของวัดอรุณราชวราราม เล่าถึงเบื้องหลังของการจัดสร้างเหรียญรุ่นนี้ให้ผมฟังพอสังเขป

ใครสนใจก็สามารถไปติดต่อสอบถามเช่าหาบูชากันได้ที่สำนักงานกองทุนการศึกษาฯ(ศาลา ๔) หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ๐ ๒๐๗๗ ๕๗๑๑, Line ID ๐๙ ๘๙๕๒ ๔๕๑๕, #Fbวัตถุมงคลกองทุนการศึกษาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชวัดอรุณราชวราราม ###

ม่วนขนาดเปิด”กาดศิลป์”อนุรักษ์งานศิลป์สไตล์ล้านนา-ร่วมสมัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/417769?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ม่วนขนาดเปิด”กาดศิลป์”อนุรักษ์งานศิลป์สไตล์ล้านนา-ร่วมสมัย

21 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
สัตภัณฑ์,ตุงกระด้าง,กลองปูจา,นิทรรศการสมเด็จย่า,อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง,ไร่แม่ฟ้าหลวง,ลัวะเริงไพร,หิมวันต์ รัญจวน,ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง,กาดศิลป์,Art and Craft Market,มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง,คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา
เปิดอ่าน 186 ครั้ง

เสพกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนาและศิลปะหลากแขนง

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน “ปลูกคน” ของสมเด็จย่า เปิดอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) ศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนาที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ชวนคนรักงานศิลป์เสพกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนาและศิลปะหลากแขนง จัดงานเปิด “กาดศิลป์” (Art and Craft Market) ตลาดนัดสินค้าหัตถกรรมและกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะครั้งแรก โดยมีคนในชุมชนสถาบันการศึกษา และชาวดอยตุง มาปล่อยฝีมือโชว์งานศิลปะ งานคราฟต์ทำมือ และอาหารหลากเมนู เพื่อรักษามรดกด้านศิลปวัฒนธรรม และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้แก่วัฒนธรรมระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ

คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา

อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ-อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์-รศ.ดร.ชัยยศ อิษฏ์วรพันธ์

งานนี้ คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางศิลปินชื่อดังเมืองเชียงราย อาทิ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินเซรามิกดอยดินแดง รศ.ดร.ชัยยศ อิษฏ์วรพันธ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่มาร่วมสัมมนาเรื่อง “ข้อคิดเห็นการสร้างสรรค์ให้เมืองเชียงรายเป็นเมืองศิลปะอย่างแท้จริง” กระตุ้นคนรุ่นใหม่ใส่ใจ สืบสานศิลปวัฒนธรรมบ้านเกิด พร้อมทั้งให้ข้อคิดถึงคนในท้องถิ่นด้วยว่า “สิ่งที่สมเด็จย่า ทรงทำไว้ให้ลูกหลานมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของป่า คน อาชีพ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ เราต้องช่วยกันสานต่อ ไม่ท้อถอย ถ้าเราช่วยกัน เชียงรายจะเป็นเมืองศิลปะอย่างแท้จริงได้แน่นอน”

บรรยากาศภายในงาน

          นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงราย อาทิ ภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ราชการจังหวัดเชียงราย, จุฬาสินี โรจนคุณกำจร นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา และผู้บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางการแสดงโชว์ตีกลองปูจา และการแสดงฟ้อนขบวนแห่ขันดอกล้านนา ตลอดจนการแสดงที่สร้างสีสันให้กาดศิลป์ จากศิลปินรุ่นใหญ่ที่มีชื่อเสียง ชาวบ้านชนเผ่าจากหมู่บ้านต่างๆ อาทิ บ้านขาแหย่งพัฒนา บ้านห้วยน้ำขุ่น บ้านจะลอ บ้านป่าซางนาเงิน และศิลปินรุ่นเล็กจากสถาบันการศึกษาในเชียงราย อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงเรียนสถานสงเคราะห์แม่จัน อาทิ การแสดงลัวะเริงไพร การแสดงดนตรีโฟล์คซอง การแสดงหิมวันต์ รัญจวน ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง และการสาธิตงานเวิร์กช็อปต่างๆ อาทิ ปั้นและเพ้นท์เซรามิก ถักร้อยกุญแจ จัดสวนถาด การทำกระเป๋าที่จากพลาสติก โดยโครงการพัฒนาดอยตุงฯ และการสาธิตการทำเครื่องเงิน งานแกะสลัก ทำเครื่องสักการะล้านนา นิทรรศการภาพเขียนงานวิจิตรศิลป์ โดยกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจากสถานศึกษาในเชียงราย

ซุ้มแกะสลักไม้โดยช่างล้านนา

นิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ “สมเด็จย่า”

          ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมทั้งแบบล้านนาและแบบร่วมสมัยให้ชมมากมาย พร้อมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ “สมเด็จย่า” ผู้ทรงก่อตั้งสำนักงานของมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงสร้างอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงขึ้น การจัดแสดงศิลปวัตถุและไม้แกะสลักสไตล์ล้านนาที่มีประวัติยาวนานหาชมได้ยาก ซึ่ง อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ได้รวบรวมและเก็บรักษาไว้เพื่อสืบทอดและส่งต่อวัฒนธรรมอันล้ำค่า นำมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามที่มีเรื่องราวน่าสนใจและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างใกล้ชิด อาทิ กลองปูจา หรือ กลองบูชา เป็นกลองโบราณที่ใช้ตีเพื่อส่งสัญญาณในการโจมตีศัตรูของกองทัพในเวลาสงครามถือเป็นเครื่องประโคมฉลองชัยชนะ ตลอดจนใช้ตีส่งสัญญาณบอกข่าวแก่ชุมชน และใช้เป็นเครื่องดนตรีมหรสพ

กลองปูจา

ตุงกระด้าง

          ตุงกระด้าง ตุง ในภาษาถิ่นล้านนา หมายถึง ธง ในภาษาไทยภาคกลาง ตุง เป็นสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธีทางพุทธศาสนา ทั้งในงานมงคลและอวมงคลต่างๆ โดยมีขนาดรูปทรงและรายละเอียดด้านวัสดุต่างๆ แตกต่างกันไปตามความเชื่อและพิธีกรรม ตลอดจนตามความนิยมในแต่ละท้องถิ่น ตุงกระด้าง คือ ตุงที่ทำขึ้นจากวัสดุที่ค่อนข้างจะคงทนและสามารถคงรูปอยู่ได้นาน อาทิ ไม้แกะสลัก ปูนปั้นบ้าง หรือโลหะ

สัตภัณฑ์

          สัตภัณฑ์ แท่นเชิงเทียนสำหรับบูชาพระรัตนตรัย ในโบสถ์ วิหาร ของดินแดนล้านนา สัตภัณฑ์ มาจากคำว่า สัตบริภัณฑ์ หมายถึงภูเขาที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ มีลักษณะเป็นแผ่นไม้สลักลาย ทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว หรือครึ่งวงกลมตั้งอยู่บนตั่ง แผ่นไม้นี้จะมีหลักสำหรับเสียบเทียน โผล่พ้นขอบบน 7 อัน ซึ่งหมายถึงภูเขาทั้ง 7 ลูกที่รายล้อมเขาพระสุเมรุ ถือเป็น ศิลปวัตถุ ที่บ่งบอกประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจนศรัทธาความเชื่อของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี

ศิลป์ ธรรม นำนวัต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/417761?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ศิลป์ ธรรม นำนวัต

20 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
นาตาเลีย ลุดมิลา,เมื่อตุลาคมหวนมา,นิทรรศการ,หอศิลป์ Buró57,Indigo Monsters Return,วิภู ศรีวิลาส,ชิน โคยาม่า,เป๊ปแปง แวนเด็น นิวเว็นไดค์,ดนตรีนานาสาระ,บทเพลงของพ่อจากลูกของแผ่นดิน,จิตรกรรมเอเซีย พลัส,ศิลป์ ธรรม นำนวัต
เปิดอ่าน 151 ครั้ง

เชิญชวนร่วมส่งผลงานเข้าประกวดใน “จิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 10”

บทเพลงของพ่อจากลูกของแผ่นดิน

          ** กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ กำหนดจัดโครงการดนตรีนานาสาระ ประจำปี 2563 ครั้งที่ 1 เรื่อง “บทเพลงของพ่อจากลูกของแผ่นดิน” โดย หรั่ง ร็อคเคสตร้า และเยาวชนอาสา ในวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00-16.30 น. สอบถามโทร.0-2282-8799

จิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 10

          ** บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เชิญชวนร่วมส่งผลงานเข้าประกวดใน “จิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 10” ภายใต้หัวข้อ “ศิลป์ ธรรม นำนวัต” ผู้สนใจดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.asiaplus.co.th/artcontest/ ส่งผลงานในวันที่ 30-31 มีนาคม (เวลา 09.00-17.00 น.) ที่อาคารเอเชีย เซ็นเตอร์ ชั้น 12A ถนนสาทรใต้, คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่, คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.มหาสารคาม และ Patani Artspace & Patani Contemporary Art Gallery จ.ปัตตานี สอบถามโทร.0-2680-4045, 0-2680-1113

นิทรรศการ “Indigo Monsters Return”

          ** นิทรรศการ “Indigo Monsters Return” ผลงานโดย วิภู ศรีวิลาส, ชิน โคยาม่า และ เป๊ปแปง แวนเด็น นิวเว็นไดค์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้-10 เมษายน ที่ ละลานตา ไฟน์อาร์ต

นิทรรศการ “เมื่อตุลาคมหวนมา”

          ** หอศิลป์ Buró57 จัดแสดงผลงานของศิลปินผู้ก่อตั้งหอศิลป์ นาตาเลีย ลุดมิลา ประกอบด้วยรูปภาพคน แผนภาพ และสิ่งเก็บตก ผลงาน “เมื่อตุลาคมหวนมา” เป็นการค้นหาความเข้าใจประวัติศาสตร์โดยให้ความสนใจกับสถานที่ที่มีอดีตอันหนักหน่วงยิ่ง ด้วยการใช้ประสบการณ์ส่วนตัวและการบันทึกภาพโบราณสถานหลายแห่ง ศิลปินตั้งใจจะทำความเข้าใจวิธีการที่เราวิเคราะห์ความหมาย ประมวลความคิด และเชื่อมโยงความคิดนั้นกับสถานที่เหล่านี้ จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-1 มีนาคม

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/416878?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

16 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:00 น.
พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่,พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระบาง สกุลลำพูน
เปิดอ่าน 1,633 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** งานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ นี้ จัดโดยสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จ.ขอนแก่น รางวัลแต่ละรายการ “เหรียญพระมงคลมิ่งเมือง” พระที่จัดประกวดกว่า ๓,๐๐๐ รายการ

** พระองค์แรกวันนี้ ขอเริ่มด้วย พระบูชาสมัยเชียงแสนสิงห์สามสกุลช่างหลวง ขนาดหน้าตัก ๑๕ นิ้ว ของ สถิต มหัทธนไพศาล ประธานกรรมการบริหาร สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดราชบุรี พร้อมกับความในใจของ “พี่ถิต” ว่า… “พระบูชาที่มีขนาดใหญ่ไม่เคยเช่า องค์นี้เป็นองค์แรกในชีวิตนักเลงพระบ้านนอกอย่างผม เหตุที่ไม่เคยเช่า เพราะ ๑.กลัวของร้อน ๒.เพราะหายากไม่ค่อยพบเจอ ๓.ไม่เคยเจอถูกใจ ๔.กลัวไม่แท้เพราะเราไม่เป็น ๕.ราคาค่อนข้างสูง ๖.พระขนาดใหญ่ขนย้ายลำบาก นี่เป็นมูลเหตุที่ไม่ซื้อพระบูชาขนาดใหญ่ …บางท่านอาจจะถามว่าดูไม่เป็นแล้วซื้อมาได้ยังไง…ก็ให้เขาประกันให้…ถ้าไม่เป็นเราไม่ต้องอายใคร ก็บอกไปตรงๆ ว่าเราไม่เป็น…พระองค์นี้แค่เห็นรูปก็ถูกใจแล้ว แต่พอถามราคาแทบเป็นลม…” ที่สุดแล้ว “พี่ถิต” ก็ซื้อมาจนได้ เพราะถ้าไม่ซื้อเดี๋ยวคนอื่นก็ซื้อไปไม่ใช่มีเราชอบคนเดียว คนอื่นเขาก็ชอบด้วย…วันนี้ที่ได้ขอภาพพระบูชาองค์นี้มาลง ก็เพราะชอบความสมบูรณ์สวยงามคมชัดขององค์พระ และชอบความในใจเจ้าของพระด้วย ที่ให้ข้อคิดดีๆ หลายอย่างหลายมุมมองของ “เซียนพระ” รุ่นใหญ่ท่านนี้

** พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ องค์นี้ส่งมาจาก พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ + โจ๊ก ลำพูน ทีมงานคุ้มเมืองเหนือ องค์นี้สวยแท้ดูง่าย คมชัด มีคราบกรุบางๆ ช่วยให้ดูดีมีเสน่ห์ชวนมองมากขึ้น น่าเสียดายที่มีรอยชำรุดเล็กน้อยตรงมุมล่างซ้าย แต่ด้วยศักดิ์ศรีของ พระพิมพ์ใหญ่ ราคาก็ต้องกว่า ๑ ล้านบาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพระแท้ราคาไม่สูงนัก องค์นี้ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่มีการเอกซเรย์องค์พระ ก็ต้องวัดดวงกัน แต่สมัยนี้การเอกซเรย์องค์พระทำได้ง่าย มีผู้รับบริการในราคาร้อยกว่าบาท เซียนพระรุ่นใหม่จึงนิยมกัน และบอกความจริงให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าเสมอ ก่อนจะตกลงซื้อขายพระที่มีรอยชำรุดอุดซ่อมกัน พระระดับนี้ราคาเท่านี้ ไม่นานก็มีผู้มานิมนต์ไปต่อแน่นอน

** พระบาง สกุลลำพูน ลักษณะพิมพ์ทรงและขนาดองค์พระจะใกล้เคียงกับ พระคง มาก ต่างกันที่ความหนาบาง พระคง จะอูมหนากว่า พระบาง และการวางแขนซ้ายขององค์พระ พระคง จะตั้งได้ฉากส่วน พระบาง ข้อศอกยกขึ้นเล็กน้อย พระ ๒ พิมพ์นี้มักจะขุดพบในกรุเดียวกันเสมอ โดย พระคง จะมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า องค์ในภาพนี้ คือ พระบาง กรุวัดดอนแก้ว  สภาพสวยคมชัด ครบสูตร ขอบกระจก โพธิ์เด้งเม็ดบัวกลมสวย องค์พระเต็มแขนชัดจัดเป็นพระเกรด เอ ได้รับรางวัลงานสมาคมที่จ.ลำพูน ต้นปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาเป็นพระของ อรรถพันธ์ ศรีเมืองมูล (คู่บุญพระเครื่อง) อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แหล่งรวมพระสกุลลำพูน ในเว็บพระล้านนา.คอม

** พระสังกัจจายน์ พ่อท่านเหลื่อม วัดนาท่อม จ.พัทลุง ปี ๒๔๘๕ เป็นอีกหนึ่งในพระหล่อโบราณของจ.พัทลุงที่หาชมของแท้ได้ยากยิ่ง มีจำนวนสร้างน้อยกว่า พระสังกัจจายน์ พระอาจารย์ดิษฐ์ วัดปากสระ โดยทั้ง ๒ ท่านได้ร่วมกันสร้างและปลุกเสกที่ถ้ำเขาอ้น ในช่วงสมัยสงครามโลกปี ๒๔๘๕ จัดเป็นพระเครื่องที่น่าใช้มากๆ เพราะได้สุดยอดพระเกจิอาจารย์เมืองพัทลุง ๒ ท่านปลุกเสกมีพุทธคุณครบทุกด้านภาพนี้เป็นพระองค์แชมป์งานประกวดพระของ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗) ของ จูน หาดใหญ่ คนหนุ่มนักนิยมสะสมพระท้องถิ่นปักษ์ใต้

**รูปเหมือนปั๊มยิ้ม หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม รุ่นแรก ปี ๒๕๐๒ สร้างขึ้นเพื่อหาเงินสมทบทุนก่อสร้างอุโบสถวัดวังน้ำขาว โดยมี พระอาจารย์เหว่า เจ้าอาวาสวัดวังน้ำขาว ซึ่งเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของหลวงพ่อเงินสร้างด้วยเนื้อทองแดงผิวไฟ และทองแดงรมดำ อย่างละ ๕ พันองค์ ทำบุญองค์ละ ๒๕ บาท ออกให้บูชาที่วัดวังน้ำขาว และวัดดอนยายหอม หลวงพ่อปลุกเสก ๑ พรรษา ปัจจุบันเป็นพระหลักอันดับต้นๆ ในสายหลวงพ่อเงิน ที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมพระเครื่องอย่างกว้างขวาง รวมทั้งวงการประกวดพระเครื่อง ถือเป็น “พระหลักยอดนิยม” ที่เช่าหากันถึงหลักหมื่นกลางขึ้นไป องค์นี้เป็นพระเนื้อทองแดงผิวไฟสภาพสวยเดิมๆ แชมป์งานตำรวจภูธรภาค ๗ (๔ สิงหาคม ๒๕๖๒) ของ ภมร ภคอัครเลิศกุล (ตือ ประตูน้ำ) ผู้มั่นใจว่าอนาคตพระรุ่นนี้ขึ้นแท่นหลักแสนแน่นอน

** เหรียญพ่อท่านกล่ำ วัดศาลาบางปู จ.นครศรีธรรมราช รุ่น ๓ พิมพ์ใบสาเก สร้างขึ้นเพื่อฉลองอายุครบ ๘ รอบ จำนวนสร้าง เนื้อเงิน ๗๐ เหรียญ, เนื้อทองฝาบาตรกับเนื้อทองแดง ๕,๐๐๐ เหรียญ (เนื้อทองแดงมีไม่กี่ร้อยเหรียญ) พ่อท่านกล่ำปลุกเสกเดี่ยว ต่อมาลูกศิษย์นำเข้าร่วมปลุกเสกพร้อมกับพระผงสุริยัน-จันทรา ปี ๒๕๓๐ โดยมีพ่อท่านกล่ำเป็นประธานในพิธี เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดสูงมาก ขนาดเหรียญกะทัดรัด ในภาพเป็นเหรียญของ สุวัฒน์ เหมอังกูร ผู้ชำนาญวัตถุมงคลองค์พ่อจตุคามรามเทพ ยุคแรกๆ

** หนังสือตามรอยหลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมีเป็นที่ปรากฏ รวมวัตถุมงคลรุ่นยอดนิยมต่างๆ ชี้ตำหนิ จุดพิจารณา ให้ศึกษาและเรียนรู้อย่างเข้าใจ หนา ๕๐๐ หน้า ปกแข็งเย็บกี่ ผู้สั่งจองจะได้รับรูปหลวงพ่อผาง ขนาด ๘x๑๐ นิ้ว เป็นของสมนาคุณ สั่งจองได้ที่โทร.๐๘-๖๒๔๐-๗๑๘๓, ๐๙-๘๖๙๙-๓๕๔๙

** วางตลาดแล้ว นิตยสาร ลานโพธิ์ ฉบับใหม่ อ่านประวัติ หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน และวัตถุมงคลอย่างละเอียด, ตะกรุดกระดูกแร้ง หลวงพ่อหรุ่น วัดอัมพวา, พระทวารวดี หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ฯลฯ

** ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่าน  คมเลนส์ส่องพระ มาตลอด พบกันใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิดมาก่อน ควรนิมนต์พระเครื่องที่มี อานุภาพด้านแคล้วคลาด ปลอดภัย บูชาติดตัวไว้บ้างก็จะเป็นการดี  ***