KLOSET อวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ The Hidden Treasure รับสปริง/ซัมเมอร์ 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/615054

วันที่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 12:10 น.

KLOSET อวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ The Hidden Treasure รับสปริง/ซัมเมอร์ 2020

KLOSET แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำของไทย ต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2020 จัดแฟชั่นโชว์อวดโฉมคอลเลคชั่น The Hidden Treasure พร้อมพาสาวๆ ออกเดินทางพักร้อนยังกรีซ เมืองมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

KLOSET (คลอเส็ท) แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย พร้อมอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ The Hidden Treasure สร้างสีสันให้การแต่งตัวสำหรับวันพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ โดย มลลิกา เรืองกฤตยา กรรมการบริหารมากฝีมือประจำแบรนด์ ได้จัดแฟชั่นโชว์ในชื่อ The Hidden Treasure นำเสนอแรงบันดาลใจจากร่องรอยความงดงามของสถานที่ซึ่งเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากประเทศกรีซ ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าที่สอดผสานสไตล์เฟมินีนเข้ากับงานฝีมือและลวดลายพิมพ์ประจำซีซั่นนี้ได้อย่างลงตัว พร้อมเนรมิตรันเวย์ให้บรรดาแฟนคลับของแบรนด์ได้สวมบทบาทเป็นสาวนักโบราณคดียุคใหม่ที่ได้ท่องไปในดินแดนแห่งอารยธรรมกรีกโบราณ

ภายในงานมีไฮไลท์สุดพิเศษจากเหล่านักแสดงชื่อดังที่ตบเท้าเข้าร่วมเดินแบบแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ได้แก่ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง และออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

สำหรับ KLOSET เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำเสนอความเป็นตัวตนผ่านหญิงสาวที่มีสไตล์การแต่งตัวแบบเฟมินีน (Feminine) โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องรายละเอียดของลายพิมพ์ที่มีสีสันหลากหลาย ประกอบกับงานปักประดับอันประณีตบรรจง โดยฝีมือการตัดเย็บจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถเติมเต็มคาแรคเตอร์ และสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่มาตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี

มลลิกา เรืองกฤตยา กล่าวถึงจุดเด่นของคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2020 พร้อมแนะนำทริคการมิกซ์แอนด์แมทช์สำหรับสาวๆ ที่รักการแต่งตัวว่า

“คอลเลคชั่นเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2020 นี้เราตั้งใจออกแบบชุดให้มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อารยธรรมขึ้นชื่อในประเทศกรีซ ผ่านเรื่องเล่าของนักโบราณคดีสาวที่ออกเดินทางสำรวจไปในประเทศกรีซช่วงวันหยุดฤดูร้อน และได้หยิบยกรายละเอียดจากสิ่งต่างๆ ที่สังเกตเห็น มารังสรรค์ลงบนชุดและเครื่องประดับสวยๆ ซึ่งนำเสนอความเป็นอายธรรมกรีกโบราณผ่านลวดลายพิมพ์บนผืนผ้าได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นลายโซ่ เหรียญสีทอง หรือแจกัน และลวดลายสีสันของดอกไม้เมืองร้อนอย่างเฟื่องฟ้า พิมพ์ลงบนผืนผ้าซิลค์ให้สัมผัสที่ลื่นเบาสบาย ในส่วนของซิลลูเอทชุดจะเน้นเป็นแบบสวมใส่ได้ง่าย อย่างทรงหลวม (Loose) ให้เข้ากับสภาพอากาศในช่วงซัมเมอร์ โดยในคอลเลกชั่นนี้เรามีชุดเด่นหลากหลายชุด

อาทิ กางเกงขาสั้นพิมพ์ลายที่สามารถแมทช์กับเสื้อฮู้ดก็ให้ลุคที่ดูสวยเท่ได้ หรือจะเป็นชุดว่ายน้ำที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับกางเกงทรงหลวมหรือสวมทับด้วยชุดมูมู่ก็ให้อารมณ์ความเป็นแฟชั่นนิสต้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีชุดเดรสสั้นที่สามารถใส่ได้ทุกช่วงเวลาตั้งแต่เช้ายันค่ำ และอาจจะเลือกแอคแซสซอรี่สวยๆ มาช่วยคอมพลีทลุคอย่างต่างหูหรือสร้อยคอโทนสีทองหรือสีเงินซึ่งสามารถแมทช์เข้ากับทุกชุด ส่วนพร็อพที่เหมาะกับซัมเอร์นี้คือหมวกปีกหรือหมวกซาฟารีก็ดูเข้ากันได้ดีกับชุดสบายๆ และไอเท็มเด็ดที่ห้ามพลาดสำหรับคอลเลคชั่นนี้คือเสื้อคล้องคอพิมพ์ลายโซ่สีทอง เผยโชว์ผิวบริเวณหัวไหล่ เหมาะกับสาวๆ ให้ลุคที่ดูเซ็กซี่แต่ไม่โป๊ และแอคเซสซอรี่ชิ้นเด่นที่แนะนำคือต่างหูรูปแจกันด้วยรูปทรงที่ดูแปลกตาจะช่วยทำให้ลุคเราดูน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น ให้สาวๆ คลอเส็ท ได้สนุกสนานไปกับการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างลุคที่ดูน่าสนใจยามท่องเที่ยวในฤดูร้อนได้อย่างไม่รู้จบ”

งานนนี้เหล่าเซเลบริตี้สาวสวยยังร่วมเผยเคล็ดลับการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดสร้างสไตล์ให้สวยเด่นสำหรับทริปเที่ยวช่วงซัมเมอร์นี้ เริ่มที่สาวสวย พิมพิศา จิราธิวัฒน์ เล่าว่า “ซัมเมอร์เป็นฤดูที่ผู้หญิงเราสามารถสนุกสนานไปกับการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสได้อย่างเต็มที่ อย่างเราเองก็ชอบแต่งด้วยชุดเดรสสั้นที่มีลายพิมพ์ดอกไม้น่ารักๆ ในโทนสีฟ้า ซึ่งเหมาะกับเดินเที่ยวเล่นถ่ายรูปตามชายทะเลหรือสถาปัตยกรรมสวยๆ ในประเทศเม็กซิโกที่เราวางแผนจะไปเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วย และที่สำคัญจะไม่ลืมแอคเซสซอรี่ชิ้นโปรดอย่างหมวกปีกมาคอมพลีทลุคด้วย ซึ่งจะทำช่วยให้ลุคของเราดูสวยโดดเด่นขึ้นมาก”

ส่วนสาวหน้าหวาน พลอยพยัพ ศรีกาญจนา เล่าว่า “เราเป็นคนที่ชอบฤดูร้อนมาก เพราะส่วนตัวชอบเที่ยวทะเล ได้นอนอาบแดดให้มีผิวสีแทนช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเรา นอกจากนี้เสื้อผ้ายังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มลุคให้ดูโดดเด่นขึ้น โดยเราจะเน้นแต่งตัวด้วยชุดผ้าพริ้วๆ สบายๆ ให้เข้ากับอากาศ ส่วนมากจะเลือกหยิบเป็นชุดเดรสสั้นสายสปาเก็ตตี้ที่ตกแต่งด้วยลายพิมพ์ที่โซ่สีทองเพิ่มความน่าสนใจ ซึ่งเหมาะกับเดินเที่ยวเล่นในช่วงเช้า จะเลือกหยิบพร็อพอย่างหมวกปีกมาใส่ และลุคตอนเย็นก็จะใส่ต่างหูดีไซน์แปลกตาแต่มีความน่ารัก อย่างต่างหูรูปแจกันเพิ่มความน่าสนใจในงานปาร์ตี้ ส่วนทริปฤดูร้อนนี้มีวางแผนจะหนีร้อนไปสัมผัสอากาศหนาวกับครอบครัวที่ประเทศโครเอเชีย”

ปาวา นาคาศัย เผยว่า “โดยปกติทุกฤดูร้อนเราก็มีแพลนไปดำน้ำตามจุดดำน้ำสวยๆ ที่ต่างประเทศ แต่ในปีนี้ก็จะมีแพลนจะไปเที่ยวพักผ่อนรับลมร้อนที่ประเทศอิตาลี ซึ่งส่วนใหญ่เวลาที่เราไปเที่ยวเสื้อผ้าก็ต้องเลือกให้เข้ากับสถานที่และสภาพอากาศ เพราะเวลาถ่ายรูปจะได้ดูสวยและเข้ากับสถานที่นั้น โดยชุดที่เราชอบใส่เป็นประจำคือชุดมูมู่ลายพิมพ์สวยๆ ซึ่งสามารถสวมทับชุดบิกินีได้อย่างสบายๆ และไอเท็มเด็ดที่ขาดไม่ได้คือแว่นกันแดด เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันดวงตาจากแสงยูวีแล้ว ยังช่วยทำให้ลุคของเราดูเก๋มีสไตล์ขึ้นด้วย”

ปิดท้ายที่สาวมีสไตล์ สรัย วัชรพล เล่าว่า “ซัมเมอร์นี้เรามีแพลนเที่ยวพักผ่อนที่เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา เน้นใกล้บ้าน เพราะเดินทางสะดวกไม่ต้องบินไกลไปถึงต่างประเทศ และทะเลไทยนี่แหละที่สวยที่สุดแล้ว กิจกรรมหลักๆ จะเป็นดำน้ำ นอนอาบแดด ซึ่งนอกจากนี้แล้วต้องแต่งชุดสวยๆ หามุมถ่ายรูปเก๋ๆ โดยชุดที่มองไว้จะเป็นชุดว่ายน้ำดีไซน์สวยเน้นอวดโชว์รูปร่างและอีกหนึ่งชุดสำหรับปาร์ตี้กลางคืนจะเป็นเสื้อคล้องคอลายพิมพ์โซ่สีทอง แมทช์กับกางเกงขาสั้นดูเข้ากันได้ดี ส่วนแอคเซสซอรี่ที่จะขาดไม่ได้คือสร้อยคอ และต่างหูสีทองที่จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคของเรา”

โดยในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ พิมพิศา จิราธิวัฒน์, ปาวา นาคาศัย, อภินรา-พิมพ์พยัพ-พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, สรัย วัชรพล, ภัทรียา ณ นคร, พรรษมน พิริยะเมธา, ญาณินท์ วีระไวทยะ, นิโคล กิตติวัฒน์, ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, รัสรินทร์ ธนะชัยวัฒนะโภคิน, สิตมน ผลดี, แสงแข เหมกมลเศรษฐ์, พรนภา เกียรติศรีชาติ และอีกมากมาย

รวมถึงนักแสดงชื่อดัง อาทิ มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน, ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร, เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์, ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์, คารีสา สปริงเก็ตต์, กวาง-วรรณปิยะ ออมสินนพกุล, เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา, น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์, แยม-มทิรา ตันติประสุต, เบลล์-เขมิศรา พลเดช, แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์, แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, เบสท์-ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, บุ๊ค-ณัชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม, พราว-อรณิชา กรินชัย, ใบเตย-สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ และอีกมากมาย

ร่วมสัมผัสความงดงามของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองในอดีตของอาณาจักรกรีซ ที่นำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าจากแบรนด์ ‘คลอเส็ท’ (KLOSET) ได้แล้ววันนี้ที่แฟล็กชิพสโตร์ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์, ชั้น 1 สยามพารากอน, ชั้น 2 สาขาเซ็นทรัลชิดลม, ชั้น 1 เอ็มโพเรียม โซนไทยดีไซน์เนอร์ และ ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว โซนศูนย์การค้าเซ็นทรัล หรือผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.klosetdesign.com/online_shop, Instagram : klosetdesign

เคล็ดลับจัดลำดับความสำคัญของชีวิตตามแบบคนดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614949

วันที่ 16 ก.พ. 2563 เวลา 09:03 น.

เคล็ดลับจัดลำดับความสำคัญของชีวิตตามแบบคนดัง

วันอาทิตย์มีน้อย ค่อยๆ ใช้สอยอย่างประหยัด มาดูการบริหารจัดการวันหยุดให้อยู่หมัด ด้วย 5 วิธีจัดลำดับความสำคัญของชีวิตตามแบบนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

1.กำหนดเป้าหมายและตัดสินใจลงมือทำตาม Warren Buffett 

Warren Buffett นักธุรกิจและนักลงทุนชาวอเมริกัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เลือกจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของเขา โดยเลือกใช้วิธีการตัดสินใจทำในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงการตัดสินใจที่เด็ดขาด เมื่อได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนไว้แล้วและรู้ว่าเราต้องการสิ่งไหนมากที่สุด ต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบก่อนจะทำอะไรลงไป แต่ถ้าหากโอกาสมาถึงแล้วก็ต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ให้เร็วที่สุด

การกำหนดว่าเป้าหมายว่าคืออะไร จะทำให้รู้ว่าสิ่งไหนควรทำก่อนหรือควรทำในตอนหลัง หากสิ่งนั้นถูกเลือกเป็นเป้าหมายแรกในการทำ จงอุทิศตัวเพื่อเป้าหมายนั้นและจดจ่อกับมัน เพื่อให้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย

2.ใช้เวลาให้คุ้มค่า ไม่เสียเวลากับสิ่งไร้ประโยชน์แบบ Bill Gates 

Bill Gates นักธุรกิจชาวอเมริกันและหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft เขาเลือกใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ไม่สนใจสิ่งรบกวนและสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เช่น ในการทำงานของเขานั้น จะวางข้อจำกัดในการอ่านอีเมลต่างๆ ที่เข้ามาในบัญชีว่าจะไม่อ่านอีเมลบางฉบับที่ไม่สำคัญ เพราะเขารู้ว่าการอ่านทุกอย่างมันจะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ

การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ที่สุดและรู้ว่าสิ่งไหนไม่สำคัญก็ให้มองข้ามมันไป จะสามารถทำให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่นขึ้นโดยปราศจากสิ่งที่เป็นตัวรบกวนที่จะมาทำให้ชีวิตที่เดินหน้าอยู่หยุดชะงัก

3.ตรวจสอบความคืบหน้าในการใช้ชีวิตเหมือนกับ Lisa Skeete Tatum

Lisa Skeete Tatum ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Landit มีกลยุทธ์ที่จะทำให้เป้าหมายบรรลุความสำเร็จ คือการตรวจสอบความสำเร็จล่าสุดที่ตัวเองได้ทำ และตรวจสอบความก้าวหน้าของตนเองอยู่ตลอด เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการใช้ชีวิต เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะมีตารางการกำหนดเป้าหมายชีวิตของแต่ละคน แต่ถ้าเป็นการบันทึกถึงความสำเร็จของตัวเองที่ได้รับแล้ว มันเหมือนการให้คำชมกับตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ชีวิตของตัวเองก้าวหน้าไปอีก และหากเมื่อกลับมามองย้อนหลังก็จะทำให้เห็นการเติบโตที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละขั้น ทั้งยังเป็นการสร้างกำลังใจในการที่จะพัฒนาตนเองต่อไปได้ด้วย

4.การอยู่กับปัจจุบันและรู้จักยืดหยุ่นอย่าง Norman Lear

Norman Lear นักเขียนและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ เขามีคำง่ายๆ ที่เอามาใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเอง ก็คือคำว่า ‘Over and next – การสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง คือ การเริ่มต้นของสิ่งใหม่เสมอ’ มันเป็นคำที่ช่วยให้เขาจัดการกับความท้าทายและสามารถช่วยให้ก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้น อย่ายึดติดอยู่กับอดีตที่ผ่านไปแล้วและอย่าท้อต่ออุปสรรคที่กำลังเผชิญ การอยู่กับปัจจุบันและรู้จักวิธียืดหยุ่นในการใช้ชีวิตจะเป็นตัวที่ช่วยจัดการกับอุปสรรคหรือปัญหาที่กำลังพบเจอ

5.เติมแบตเตอรีให้ตัวเองสไตล์ Arianna Huffington

Arianna Huffington นักเขียนคอลัมนิสต์ ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง The Huffington Post และ Thrive Global มีความคิดว่าสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิต ขณะที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพนั้นยังต้องมีการหยุดพักเหนื่อย พักหายใจหรือพักงีบบ้าง แทนที่จะเขียนงานหรือเอกสารให้เสร็จแล้วค่อยลุกจากโต๊ะไป การเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พักผ่อนเป็นการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการทำงานที่อาจจะเกิดจากความเหนื่อยล้าได้ และเธอพบว่าหลังจากที่ได้หยุดพักไป เธอสามารถกลับมาทำงานได้ด้วยพลังที่มากขึ้น

การหยุดพักจากการทำงานหรือทำสิ่งต่างๆ นั้นเป็นการเติมแบตเตอรี่ให้กับตัวเธอเอง ซึ่งมันจะทำให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าให้ตัวคุณเองอีกด้วย

เครื่องเงินไทยใครว่าเชย ส่องความเก๋ของเครื่องเงินไทยที่มัดใจคนทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614745

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 15:55 น.

เครื่องเงินไทยใครว่าเชย ส่องความเก๋ของเครื่องเงินไทยที่มัดใจคนทั่วโลก

รู้จัก “เครื่องเงินไทย” ในสายตาชาวโลก เครื่องประดับคลาสสิกสุดประณีตที่มีดีไซน์ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกวัน ตอบโจทย์สายแฟชั่นทั่วโลก

“เครื่องประดับเงิน” ในมุมมองของหลายคนอาจคิดว่าใส่แล้วเชย หรือทำราคายากหากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อ เพราะคนส่วนใหญ่จะสนใจโลหะหรือแร่ที่มีค่าอื่นๆ มากกว่า อย่างทองคำหรือเพชรพลอย แต่จะว่าไปแล้วเครื่องเงินไทยจัดเป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าจากความประณีตในการผลิตชิ้นงานไม่แพ้กัน ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานที่นอกจากเป็นโลหะมีค่า และด้วยกรรมวิธีที่แสนละเอียดอ่อน ทั้งถักทอ ตอก ดุน แกะลาย หรือฉลุ จนเกิดเป็นชิ้นงานนำมาพัฒนาเป็นสินค้าได้หลากหลายประเภท ทั้งแนวคลาสสิคชูเสน่ห์เครื่องเงินโบราณ หรือจะแนวดีไซน์ร่วมสมัยใส่ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะแบบไหน ความเก๋ของเครื่องเงินไทยก็ตอบโจทย์สายแฟชั่นได้ทั่วโลก

ในตลาดเครื่องประดับโลก ถึงแม้โลหะเงินและเครื่องประดับเงินจะผลิตและจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก แต่เครื่องประดับเงินของไทยส่งออกสูงสูดเป็นอันดับ 1 ของโลก รองลงมาคือประเทศอินเดีย และเยอรมนีตามลำดับ ด้วยความงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านดีไซน์และการผลิตสุดประณีต เครื่องประดับเงินไทยจึงครองอันดับหนึ่งและเป็นที่ต้องการในตลาดจิวเวลรี่ระดับโลกมาตลอด

คุณดวง โปษยานนท์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Harper’s BAZAAR แบ่งปันแง่มุมในฐานะกูรูผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการแฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทย ภายในงาน “Afternoon Tea Talk: ดึงเสน่ห์จิวเวลรี่ไทย สู่เป้าหมาย World’s Jewelry Hub” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นทั่วโลกมีความเป็นตัวของตัวเองสูง โดยจะเห็นได้จากเทรนด์ Personalized Marketing and Services กำลังมาแรงมากในยุคนี้ ดังนั้น ไม่ว่าสินค้าเครื่องประดับจะทำจากวัสดุใด ไม่ว่าจะเป็นงานเงิน งานพลอย หรือแม้กระทั่งวัสดุทางเลือกสาย recycle ถ้าสินค้าชิ้นนั้นๆ ช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ผู้สวมใส่บ่งบอกความเป็นตัวเอง และเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นอีก ถือว่าเจ้าของสินค้านั้นเข้าใจการตีตลาดของผู้บริโภคยุคนี้ได้อย่างดี  ยิ่งเป็นเครื่องประดับฝีมือคนไทย โดยเฉพาะงานทำมือถ้ามีคำว่า “Made in Thailand” คำนี้การันตีได้ว่าช่วยมัดใจลูกค้าต่างชาติได้ไม่ยาก

ในมุมของตัวแทนคนรุ่นใหม่  คุณบิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยปี 2562 และ Miss International 2019 และทูตการท่องเที่ยวและจิวเวลรีจังหวัดยามานาชิ สะท้อนมุมมองของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย มีหน้าที่หลายบทบาทที่ต้องรับผิดชอบ และเป็นผู้ที่สนใจเรื่องแฟชั่นและบุคลิกภาพ เผยว่าการที่ตนเองได้รับตำแหน่ง Miss International 2019 ตนให้ความสำคัญกับเรื่องบุคลิกภาพและความมั่นใจเป็นอย่างมาก และเครื่องประดับก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ตนไม่เคยมองข้าม ในแต่ละวันที่ต้องรับบทบาทหลายหน้าที่ บางครั้งการปรับ mix & match เสื้อผ้าเพียงเล็กน้อย แล้วใช้เครื่องประดับเป็นตัวดึงสายตาสะท้อนบุคลิกในแต่ละโอกาส ช่วยให้ตนมีความมั่นใจและสนุกกับการแต่งตัวในทุกๆ วัน นอกจากนี้คุณบิ๊นท์ยังแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปร่วมเดินแฟชั่นโชว์จิวเวลรี่ในฐานะตัวแทนทูตการท่องเที่ยวของ Japan Tourism Agency ที่จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น และได้มีประสบการณ์ลองขัดเงาอัญมณีซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าหลักประจำเมืองนี้ ซึ่ง Yamanashi Jewelry Japan จะมาร่วมออกบูธในงานบางกอกเจมส์ครั้งล่าสุดที่จะถึงนี้ด้วย

งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 65 นี้ นำเสนอไฮไลต์ Siam Silver Showcase: From Past to Present รวบรวมเครื่องประดับเงินร่วมสมัยจากแบรนด์ชั้นนำ งานฝีมือเครื่องเงินที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วไทย และเครื่องประดับที่คัดสรรจากผู้ประกอบการคุณภาพ มาแสดงภายในงานเพื่อแสดงศักยภาพกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องประดับเงินของไทย ความสามารถของนักออกแบบไทย ทักษะการผลิตอันประณีตของช่างฝีมือไทย และประวัติศาสตร์ที่มีอยู่อย่างยาวนานของการผลิตเครื่องเงินของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ถ้าพูดถึงเครื่องเงินไทย แล้วใครยังคิดว่าเชย เราขอเชิญมาเปิดประสบการณ์ใหม่ได้ที่งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ในวันที่ 25-29 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็คเมืองทองธานี …งานนี้ถ้าไม่เก๋จริง คงไม่จัดมาถึงครั้งที่ 65 บอกเลยสายจิวห้ามพลาดเด็ดขาด!

งามพิสุทธิ์ดุจเทวี ความงดงามอย่างไทยในคอลเลคชั่นเดือนแห่งความรัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614555

วันที่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 09:00 น.

งามพิสุทธิ์ดุจเทวี ความงดงามอย่างไทยในคอลเลคชั่นเดือนแห่งความรัก

ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ สุดงดงามในลุคชุดไทยจักรพรรดิเต็มยศครั้งแรกในคอลเลคชั่นเดือนแห่งความรัก

…ชุติมาดาราโสภาพรั่ง

อันมลังเมลืองเรืองรองศรี

พิพิมศาลพิศนิจปฐวี

สมโสภีสุวดีรุจีชัชวาล

เพชรชูเชิดเพริศอนันต์สุวรรณพร่าง

ช่างรางชางอดุลละมุนชาญ

สฤษฏ์สวัสดิ์จรัสรัตน์พิภัทรสะคราญ

นิรันดร์กาลงามพิสุทธิ์ดุจเทวี

ปานวาด ณ วนัช ผู้ประพันธ์

ต้อนรับเทศกาลแห่งความรักด้วยการเปิดตัวชุดไทยสุดหวานรับวาเลนไทน์จากห้องเสื้อวนัช กูตูร์ ที่การันตรีได้ถึงความสวยงดงามและดูหรูหราเช่นเคย ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ได้นางแบบสาวหน้าหวาน ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ มาร่วมถ่ายทอดความงดงามของชุดไทยในคอลเลคชั่นนี้ ภายใต้ชื่อ  “ชุติมางามพิสุทธิ์ดุจเทวี” ที่มีให้เลือกชมมากถึง 10 ชุด

แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสาวต่ายห่มสไบถ่ายแบบชุดไทยให้ได้ชมกัน แต่เธอนั้นก็สามารถถ่ายทอดความสง่างามของชุดไทยออกมาได้อย่างดี มีความละมุนละไม เปี่ยมไปด้วยออร่าสุดงดงามตามแบบฉบับของหญิงไทยโบราณชั้นสูง

ผ้าไหมไทยที่นำมาใช้ในการตัดเย็บครั้งนี้เป็นผ้าไหมผ้าไหมยกดอกลำพูน ทั้งยกใหญ่และยกเล็ก สีที่เลือกใช้เน้นสีมงคลที่ผ่านการทออย่างประณีตงดงาม เนื้อผ้ามีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่ซ้ำใคร เมื่อเพิ่มงานปักเข้าไปแต่ละฝีเข็มนั้นทำให้ลายผ้าดูเด่นชัดและงดงามขึ้นเป็นพิเศษบ่งบอกได้ถึงความละเอียดขั้นสุดของช่างฝีมือที่ต้องการให้ชุดไทยออกมาสวยงดงามและทรงคุณค่ามากที่สุดนั่นเอง

นอกจากชุดไทยโบราณแล้ว สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยประยุกต์ก็มีมาให้เลือกอีกเช่นกัน อย่างในคอลเลคชั้นนี้ก็ได้ออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับชุดบาบ๋าย่าหยา ด้านบนตัดเย็บด้วยผ้าปักจากอิตาลี ส่วนตัวกระโปรงนั้นใช้ผ้าไหมยกลำพูนสีเขียวดอกบัวนำมาตัดเย็บ ซึ่งชุดนี้เน้นงานเข้ารูปและคัตติ้งสุดเนี๊ยบ มีความสวยงาม เรียบหรูและดูโมเดิร์นและเป็นการผสมผสานที่ดูงดงามและลงตัวมากที่สุดอีกด้วย

สำหรับชุดไทยในคอลเลคชั่นนี้ถูกออกแบบมาให้สวยหวานรับเทศกาลพอดิบพอดี รับรองว่าถูกอกถูกใจของสาวๆสายหวานแน่นอนค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดไทยสุดพรีเมียมที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราไม่ซ้ำใคร เชิญเข้ามารับคำปรึกษาได้ที่ห้องเสื้อวนัช กูตูร์ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture

3 คู่รักเซเลบริตี้เผยเคล็ดลับการเลือกชุดสร้างความประทับใจรับวาเลนไทน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614377

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 14:50 น.

3 คู่รักเซเลบริตี้เผยเคล็ดลับการเลือกชุดสร้างความประทับใจรับวาเลนไทน์

Bchu Runway แหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ชวนเซเลบริตี้คู่รักเผยเคล็ดลับการเลือกชุดสวยสร้างความประทับใจในโอกาสสำคัญ ต้อนรับวันแห่งความรัก

เมื่อถึงเดือนแห่งความรัก โมเมนต์เติมเต็มความหวานให้แก่กันและกันก็มาถึง ซึ่งแน่นอนว่าการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่สร้างสไตล์ของตนเองให้ดูโดดเด่นนั้นย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างความประทับใจแก่คนรักได้เป็นอย่างดี ล่าสุดยสองผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง ศิตา ชุติภาวรกานต์ และ วรกร เดียวสุทธิชาติ แหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ Bchu Runway ได้จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปเลือกเสื้อผ้าสร้างสไตล์ให้โดดเด่นเพื่อสร้างความประทับใจในช่วงเดือนแห่งความรัก พร้อมเชิญชวนเหล่าเซเลบริตี้คู่รักหนุ่มสาว มาร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกชุดสร้างสไตล์สวยเท่ในวันออกเดทรับวันวาเลนไทน์นี้

เริ่มที่คู่รักสุดหวาน “พอลลี่-เบนซ์” พอลลี่ พรพรรณ เผยว่า “เรารู้สึกประทับใจพี่เบนซ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันในวันเดทแรกที่ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ย่านพลับพลาชัย เพราะทำให้เราเห็นว่าเขาเป็นคนที่เรียบง่าย มีความเป็นกันเอง และเป็นคนที่จริงใจ โดยวันนี้มีโอกาสได้มาร่วมกิจกรรมเลือกชุดเดทวันวาเลนไทน์ ปกติเวลามีงานสำคัญเราก็จะแต่งตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะ และจะเลือกชุดให้เหมาะสมกับรูปร่างของเราเป็นสำคัญ อย่างช่วงนี้รู้สึกสนุกสนานกับการกินก็จะเลือกชุดที่ช่วยปกปิดสัดส่วนที่เราไม่มั่นใจ อย่างต้นแขนใหญ่ก็จะเลือกเป็นชุดที่มีดีไซน์ที่แต่งระบายบริเวณแขนเสื้อ หรือบริเวณช่วงเอวก็จะเลือกเป็นชุดที่เข้ารูปบริเวณเอว ส่วนชุดที่เลือกให้สามีวันนี้ คือสูทสีมัสตาร์ดจากแบรนด์มาทิส ออม (Mathis Homme) เป็นสูทสีไม่เข้มหรือสว่างเกินไปเหมาะกับพี่เบนซ์มาก เพราะส่วนตัวเขาเป็นคนที่ชอบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสอยู่แล้ว” 

ด้าน เบนซ์ รัฐพงษ์ เสริมว่า “เวลาที่ออกงานคู่กับภรรยา เราก็จะต้องดูก่อนว่าเขาจะสวมชุดสไตล์ไหน เฉดสีอะไร เพื่อที่จะได้เลือกชุดที่เข้ากัน ปกติจะชอบใส่สูททรงสลิมฟิตแบบกระดุมหนึ่งเม็ดให้ความรู้สึกไม่เป็นทางการมาก และจะเลือกเสื้อเชิ้ตที่มีคอปกใหญ่เพราะจะทำให้ภาพรวมดูสมบูรณ์แบบขึ้น ส่วนชุดที่เลือกให้ภรรยาในวันนี้ เป็นชุดเดรสสีฟ้าน้ำทะเลจากแบรนด์ซอลี (SAU LEE) ที่มีไซน์แตกแต่งด้วยการปักลายดอกไม้เล็กๆ ชวนนึกถึงทุ่งดอกไม้ที่เราชอบ และดีไซน์ชุดเองแต่งระบายเป็นชั้นๆ เวลาที่ภรรยาเขาเคลื่อนไหวจะได้ดูสวยมีชีวิตชีวามากขึ้น (ยิ้ม) ส่วนสถานที่เดทในฝันที่อยากพาเธอไปชม คือซอลท์ เลค (Salt Lake) ประเทศอาร์เจนตินา เป็นซอลท์เลคที่สวยเหมือนกระจกใสส่องสะท้อนกับท้องฟ้าดูสวยงาม ถ้าได้ไปด้วยกันคงมีความสุขมากๆ”

ต่อมาที่คู่รักสายติสท์ “กุ๊กกุ๊ก-ไก๋” ซึ่งงานนี้ กุ๊กกุ๊ก รัสวดี  เล่าว่า “จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพี่ไก๋นั้นไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่จะเป็นรูปแบบของการค่อยพัฒนาความสัมพันธ์มากันมาเรื่อยๆ เพราะเขาเป็นคนน่ารัก จิตใจดี ดูแลเราอย่างความสม่ำเสมอ และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของเราสองคนนั้นค่อนข้างที่จะเหมือนกัน ทั้งการกิน กิจกรรมหรือแม้แต่กีฬาก็ชอบเหมือนกันอย่างทริปที่ประทับใจก็คือเทรคกิ้งที่แคชเมียร์ เราได้ใช้เวลาเดินเทรคกิ้งผ่านหุบเขาสวยๆ ด้วยกัน มันสนุกและล้ำค่ามาก ส่วนสไตล์การแต่งตัวเรานั้นจะชอบแต่งแนวทะมัดทะแมง ส่วนใหญ่จะสวมเป็นกางเกงเพราะเคลื่อนไหวสะดวก ส่วนในวันนี้ได้เลือกชุดให้กับพี่ไก๋จะเป็นชุดสูทตัวเท่สีกรมท่าเหมาะกับพี่ไก๋มาก เพราะขนาดที่พอดีกับตัวเขาและโทนสีเข้มสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับกางเกงได้หลากหลายสี เสริมลุคให้ดูเท่สมาร์ทมากขึ้น” 

ทางด้าน ไก๋-สิระ หงส์มังกร เสริมว่า “โดยปกติส่วนตัวเราก็จะแต่งตัวเรียบๆ ไม่ค่อยสวมเนคไทด์เพราะรู้สึกอึดอัด จะเน้นความสบายๆ โดยจะสวมเป็นเสื้อเชิ้ตเรียบๆ ทับด้วยเบลเซอร์หรือสูทสีพื้นๆเท่านี้ก็พร้อมออกงานแล้ว และวันนี้เลือกชุดให้น้องกุ๊กกุ๊กเป็นชุดสูทผ้าทวีตจากแบรนด์เลกซี่ (LEXI) ด้วยดีเทลของชุดที่เป็นผ้าทอแสดงถึงความเป็นอ่อนโยนแบบผู้หญิง แต่ดูทะมัดทะแมงและคล่องตัว เข้ากับสไตล์ของน้องกุ๊กกุ๊ก ส่วนสถานที่เดทในฝันอยากพาเขาไปเทรคกิ้งที่คอดิลเลร่า วายวอช (Cordillera Huayhuash) ประเทศเปรู ซึ่งจะได้ศึกษาเส้นทาง (Trail) ที่ผ่านหุบเขาชมความงามของธรรมชาติที่แตกต่างกันไปตลอดเส้นทาง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 10 วันด้วยกัน”

ปิดท้ายที่คู่รักศิลปินชื่อดัง “กวินท์-ปุ้มปุ้ย” เริ่มที่คุณภรรยา ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา เผยว่า “ชีวิตคู่ตอนนี้เราทั้งสองมีความสุขขึ้น ถึงแม้จะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เป็นสีสันของชีวิตคู่ ด้วยการทำงานของกวินท์ที่เป็นศิลปิน ทำให้มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย แต่เราก็จะหาเวลามาทานข้าวด้วยกัน ออกกำลังกายบ้าง และหากมีวันหยุดยาวก็จะหาสถานที่ท่องเที่ยวไปเที่ยวกัน ส่วนการเลือกเสื้อผ้านั้นเราให้ความสำคัญมาก ปกติส่วนตัวเรามักจะแต่งตัวเซ็กซี่ เน้นเผยโชว์สัดส่วนเพราะเป็นคนตัวเล็ก แต่พอหลังแต่งงานก็จะแต่งตัวที่มิดชิดขึ้นและเหมาะสมกับกาลเทศะด้วย ส่วนหนึ่งก็มาจากกวินท์เองก็จะคอยแนะนำเราด้วย อย่างวันนี้เราได้มีโอกาสมาเลือกชุดเดทในวันวาเลนไทน์ให้กัน ซึ่งเราก็ได้เลือกชุดสูทโทนสีเบจจากแบรนด์มาทิส ออม (Mathis Homme) ด้วยสไตล์ของสูทที่มีความวินเทจ ให้ลุคที่ดูดีเหมาะกับเขามากๆ และยังช่วยเสริมลุคให้ดูสมาร์ทขึ้นจากการแมทช์สูทกับเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ตัวเก่งของเขาได้เป็นอย่างดี” 

ส่วนหนุ่ม กวินท์ ดูวาล เสริมว่า “วันนี้ผมเลือกชุดเดรสเกาะอกสีชมพูพาสเทลให้ภรรยาใส่ เป็นชุดจากแบรนด์เลกซี่ (LEXI) ที่ปุ้ยใส่แล้วดูดีมาก เพราะชุดเดรสนี้มีคอร์เส็ทที่ช่วยทำให้เห็นสัดส่วนรูปร่างได้ชัดเจน ซึ่งเป็นสไตล์ที่มีความเซ็กซี่และความหวานที่ซ่อนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งตรงสเป็กของผมเลย ส่วนสถานที่เดทที่เราทั้งสองรู้สึกประทับใจคือทริปเที่ยวทะเลที่เกาะสมุย เป็นทริปตะลอนกินและเที่ยวสนุกสุดๆ เพราะปุ้ยเขาเป็นคนที่ชอบทะเลมาก เวลาไปเที่ยวทะเลจะเห็นเขาแต่งตัวสวยๆ จัดเต็มตลอด และสถานที่เดทในฝันอยากพาปุ้ยไปดูแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์ เพราะการดูแสงเหนือนั้นหาดูได้ยาก และอากาศหนาวมาก ซึ่งหากมีโอกาสไปดูด้วยกันก็น่าจะช่วยเพิ่มความทรงจำและสร้างความประทับใจดีๆ ระหว่างเราเพิ่มมากขึ้น (ยิ้ม)”

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้หนุ่มสาวได้เลือกเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์จากแบรนด์ระดับโลก อาทิ แบรนด์ ซอลี (SAU LEE) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรูที่มีแรงบันดาลใจจากผู้หญิงที่มีสไตล์แข็งแกร่งและกล้าหาญ ทว่าคงความเฟมีนีนในแบบฉบับของผู้หญิง ผ่านเส้นสายและงานดีไซน์ของชุดเอาไว้ได้อย่างลงตัว ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับหญิงสาวในทุกๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นลุคในวันสบายๆ หรือออกงานสำคัญ ซึ่งเสื้อผ้าจากแบรนด์ซอลีนั้นจะสามารถช่วยเติมเต็มสไตล์ของสาวๆ ให้สวยสมบูรณ์แบบได้อย่างมั่นใจ ต่อมาที่แบรนด์ เลกซี่ (LEXI) ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์อยู่ที่ความเซ็กซี่และความเรียบโก้ผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งมีทั้งชุดเดรสยาว เดรสสั้น และสูทที่สามารถขับเน้นสรีระของหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจับตามอง ถัดมาที่แบรนด์ชุดสูททักซิโด้สำหรับผู้ชายอย่างแบรนด์ มาทิส ออม (Mathis Homme) ชุดสูทสไตล์ฝรั่งเศส ที่มีงานดีไซน์เน้นความวินเทจและสีสันของสูทที่คุณผู้ชายสามารถเลือกหยิบมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างสรรค์สไตล์ให้ลงตัวได้ในทุกโอกาส ตั้งแต่ลุคออกงานสำคัญไปจนถึงแคชชวลลุคในวันสบายๆ ได้อย่างเหมาะสม และแบรนด์ มิสเตอร์ ทักซ์ (Mr.Tux) แบรนด์ชุดสูทน้องใหม่จากร้านบีชู รันเวย์ ที่โดดเด่นด้วยงานตัดเย็บจากผ้าวูลพรีเมี่ยม 100% คัดติ้งที่เนียบและดีไซน์หรูหรา ซึ่งจะช่วยเสริมลุคผู้ชายให้ดูสมบูรณ์แบบและน่าจับตามองมากยิ่งขึ้น

Bchu Runway แหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกในรูปแบบตัวแทนเช่าอย่างเป็นทางการที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ผ่าน 3 ขั้นตอนการใช้บริการง่ายๆ เพียง ‘เช่า-สวมใส่-ส่งคืน’ สร้างสรรค์สไตล์ให้โดดเด่นพร้อมสร้างความประทับใจให้แก่คนรักรับวาเลนไทน์นี้ด้วยชุดสวยหลากหลายแบรนด์ที่แหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำได้แล้ววันนี้ที่ Bchu Runway Headquarter หรือที่ www.bchurunway.com

รวมเด็ด 7 หลักสูตรเรียนจบแล้วมีงานทำในยุคดิจิทัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614372

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 14:14 น.

รวมเด็ด 7 หลักสูตรเรียนจบแล้วมีงานทำในยุคดิจิทัล

เด็กวิทย์เลือกเรียนอะไรจบไปแล้วปัง!! รวมเด็ด 7 หลักสูตรภาคพิเศษน่าเรียนในยุคดิจิทัล มุ่งสู่ฝันกับอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในอนาคต

ปัจจุบันสถาบันการศึกษาเปิดพื้นที่กว้างมากขึ้น สำหรับเด็กวิทย์ที่ต้องการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยรัฐ โดยมีทางเลือกตั้งแต่การสอบตรง โควตา การยื่นแอดมิชชั่นกลาง ภาคภาษาอังกฤษ จนมาถึงภาคพิเศษ แต่สำหรับน้องๆ ที่สนใจเรียนวิทยาศาสตร์ ศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อชีวิตและก่อเกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ทั้งในวงการแพทย์ โลกแห่งเทคโนโลยี ทาง SCI-TU หรือคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงวงการวิทยาศาสตร์ มุ่งผลิตและบ่มเพาะนักวิทย์สายพันธุ์ใหม่ และใช้นวัตกรรมต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ ได้เปิดหลักสูตรภาคพิเศษของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถึง 7 หลักสูตรด้วยกัน

ทั้งนี้ ทุกหลักสูตรภาคพิเศษของ SCI-TU มีความทันสมัย บางหลักสูตรมีสอนเฉพาะแค่ภาคพิเศษเท่านั้น เช่น วิชาเอกคณิตศาสตร์การเงิน และเพื่อผลิตบัณฑิตรุ่นใหม่รับกับยุคดิจิทัล ยังได้เปิดหลักสูตรใหม่ วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล ใน ด้านการเรียนการสอนมีความเข้มข้น คณะอาจารย์ทุกท่านทุ่มเทการสอนถึงแก่นวิชาการเทียบเท่ากับภาคปกติ โดย SCI-TU นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่เปิดหลักสูตรภาคพิเศษโดยที่นักศึกษาไม่ต้องเข้าเรียนในช่วงค่ำ หรือเสาร์-อาทิตย์ ปัจจุบันหลักสูตรภาคพิเศษล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในอนาคตแทบทั้งสิ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

“วิทยาการคอมพิวเตอร์” หลักสูตรของภาคพิเศษ

น้อง ๆ ที่ชื่นชอบการศึกษาศาสตร์ทางด้านเทคโนโลยี ต้องถูกใจหลักสูตรนี้อย่างแน่นอน เพราะเน้นศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะหลักสูตรวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นหลักสูตรยอดนิยมได้รับความสนใจจากน้อง ๆ จำนวนมาก เพราะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรม แอปพลิเคชัน และระบบสารสนเทศ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI หรือ Data Science อาชีพที่ต้องการในตลาดแรงงาน นอกจากนี้ยังมีสายงานใหม่เหมาะกับกลุ่ม Gen Z อย่าง UI/UX ที่ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และหลักการตลาด เพื่อออกแบบระบบหรือผลิตสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น Youtube Channel ให้ตรงใจผู้ติดตามทั้งหลาย

สำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์หลักสูตรของภาคพิเศษ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้และการลงมือปฏิบัติจริง โดยมีคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยอุปกรณ์สนับสนุนการเรียนรู้ที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั้งจากสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย เพื่อเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์จริงก่อนออกไปสู่โลกการทำงาน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่หลาย ๆ องค์กรต้องการตัวอย่างมาก  โดยสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์หลักสูตรภาคพิเศษ เปิดรับนักศึกษารอบละ 40 คน ซึ่งน้อง ๆ ที่สนใจสมัครเข้าเรียนต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมหรือ GPAX 2.75

เรียนสาขาวิชา “สถิติ” รับยุคทองของข้อมูล

เป็นหลักสูตรในโครงการพิเศษที่เน้นเรื่องของความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาจัดการกับข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ตามหลักทฤษฎีทางสถิติ น้อง ๆ จะได้ทักษะการคิดและจัดการกับข้อมูลจากในหลาย ๆ วิชาที่ให้ฝึกการคิดคำนวณ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) ในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันที่เป็นยุคทองของข้อมูล ดังนั้นหลักสูตรสถิติ เอกสถิติประยุกต์ ของทาง SCI-TU จึงเป็นหลักสูตรสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคนี้เป็นอย่างมาก จากการถ่ายทอดทั้งความรู้และเน้นความชำนาญ เพื่อพัฒนาบัณฑิตให้เป็นผู้มีความสามารถและก้าวสู่โลกการทำงานได้จริงใน สำหรับสาขาวิชาสถิติภาคพิเศษ เปิดรับนักศึกษารอบละ 50 คน

“คณิตศาสตร์” ใครอยากเรียนเอกการเงินต้องมา

สายคณิตศาสตร์และน้อง ๆ ที่สนใจด้านการเงิน ต้องเรียนหลักสูตรนี้เท่านั้น โดยหลักสูตรคณิตศาสตร์ภาคพิเศษ ของ SCI-TU เน้นศึกษาตั้งแต่รากฐานไปจนถึงคณิตศาสตร์ขั้นสูง ได้เรียนรู้ทฤษฎีและหลักการอย่างลึกซึ้ง เพื่อสามารถวิเคราะห์ วิจัย หรือค้นคว้าทางด้านวิชาการในระดับประเทศและระดับสากล สำหรับน้อง ๆ ที่อยากศึกษาต่อเพื่อเป็นครูหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็สามารถมาเรียนในสาขานี้ได้เช่นเดียวกัน และในภาคพิเศษนี้ ยังมีความพิเศษ เพราะมีการเปิดสอนหลักสูตรที่ไม่มีในภาคปกติอย่าง “วิชาเอกคณิตศาสตร์การเงิน” ที่วิเคราะห์ปัญหาด้านการเงินการลงทุนโดยเฉพาะ สำหรับใครอยากเรียนหลักสูตรนี้สามารถยื่นสมัครหลักสูตรคณิตศาสตร์ในภาคพิเศษ โดยเปิดรับนักศึกษารอบละ 40 คน

“คณิตศาสตร์การจัดการ” ศาสตร์แห่งการประยุกต์

เป็นวิทยาศาสตร์ทางด้านการจัดการ ที่ผสานหลักการทางด้านคณิตศาสตร์ สถิติ คอมพิวเตอร์ เข้ากับกระบวนการทางด้านการจัดการ เป็นศาสตร์แห่งการประยุกต์ ด้านการเรียนการสอนเน้นทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งกำลังขาดแคลนคนรุ่นใหม่ ในการคิดวิเคราะห์ จัดระบบ เชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์แบบการจำลองสถานการณ์ การพยากรณ์ การวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

น้องๆ ที่เรียนหลักสูตรนี้จะได้นำความรู้ไปใช้ในสายงานที่หลากหลาย ได้แก่ ด้านอุตสาหกรรม การจัดการกระบวนการดำเนินงาน ด้านโลจิสติกส์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การขนส่ง หรือสายการบิน ด้านธุรกิจการเงิน การวิเคราะห์การลงทุน ด้านธุรกิจบริการ การจัดตารางดำเนินงาน วางแผนทรัพยากรมนุษย์ ด้านการวางแผนต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้หลักสูตรคณิตศาสตร์การจัดการภาคพิเศษ ของทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ยังมีทุนเรียนดีและทุนสนับสนุนค่าธรรมเนียมตลอดการศึกษา สำหรับผู้มีผลการเรียนดี  น้อง ๆ ที่จะสมัครเรียนต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมหรือ GPAX 2.75 โดยจะเปิดรับจำนวนรอบละ 40 คน

“วิทยาการประกันภัย” ความต้องการตลาดสูง

หลักสูตรนี้น้อง ๆ จะได้เรียนรู้การวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีต ประเมินความเสี่ยงในปัจจุบัน และสร้างตัวแบบเพื่อคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต สำหรับธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย การจัดการความเสี่ยงด้านการเงิน การจัดการกองทุนบำเหน็จบำนาญต่าง ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก โดยใช้พื้นฐานของคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ การจัดการความเสี่ยง เศรษฐศาสตร์ การบริหาร ธุรกิจ การบัญชีการเงินและกฎหมายมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้เครื่องมือสำหรับการบริหารและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ให้เกิดความมั่นคงทางการเงินของสังคมส่วนรวม เกิดสมดุลที่ดีระหว่างการดูแลประโยชน์ทั้งบริษัทและผู้ประกันภัย โดยหลักสูตรวิทยาการประกันภัย ภาคพิเศษ เปิดรับนักศึกษาจำนวนทั้งหมด 40 คน

หลักสูตรสมัยใหม่ “วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล”

สำหรับการเปิดหลักสูตรนี้ เพื่อผลิตบัณฑิตตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม โดยมีการเรียนผ่านเทคนิคและเครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) อันทันสมัย อีกทั้งยังได้เรียนรู้ศาสตร์ด้านคณิตศาสตร์ สถิติ คอมพิวเตอร์ รวมถึงนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ เมื่อจบหลักสูตรนี้ไป เป็นได้ทั้งนักวิเคราะห์ข้อมูล วิศวกรข้อมูล หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ซึ่งล้วนเป็นอาชีพที่ในตลาดต้องการทั้งสิ้น น้อง ๆ ที่สนใจสมัครเข้าเรียนต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมหรือ GPAX 2.75 จำนวนที่รับรอบละ 30 คน

“เทคโนโลยีพลังงานชีวภาพและการแปรรูปเคมีชีวภาพ”

สายรักษ์โลกและผู้ที่ชื่นชอบการเรียนเคมี ชีวภาพ ต้องเรียนเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพและการแปรรูปเคมีชีวภาพหลักสูตรภาคพิเศษของ SCI-TU เพราะน้องๆ จะได้เรียนรู้เทคโนโลยีชีวภาพอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ ประยุกต์กับเคมี และพื้นฐานทางวิศวกรรมเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งได้ความรู้และประสบการณ์จริงจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และได้ร่วมฝึกงานกับองค์กรขนาดใหญ่ตลอด 1 ปีการศึกษา เรียกได้ว่าจบไปทำงานได้จริง พร้อมทักษะการทำงาน การแก้ปัญหาในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพในอนาคตเป็นอย่างมาก โดยสาขาดังกล่าวเปิดรับนักศึกษารอบละจำนวน 20 คน

สำหรับน้องๆ ที่สนใจศึกษาหลักสูตรภาคพิเศษ ทาง SCI-TU เปิดรับด้วยกัน 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน (Admission 1) ระหว่างวันที่ 17 – 27 เมษายน 2563 และรอบที่ 4 รับกลางร่วมกัน (Admission 2) ระหว่างวันที่ 7 – 20 พฤษภาคม 2563 หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ScienceThammasat และ www.sci.tu.ac.th

เยียวยาทุกข์ ขจัดเครียดสไตล์ ‘นิ้วกลม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614289

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 06:07 น.

เยียวยาทุกข์ ขจัดเครียดสไตล์ 'นิ้วกลม'

P L A N วิธีการสลายความเครียด ร่วมสร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้คิดบวกเป็นสองเท่า ‘กับ นิ้วกลม’ นักเขียนและนักคิดชื่อดัง

ช่วงนี้ไทยเราเจอวิกฤตเศษฐกิจ โรคภัย ตลอดจนเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นรายวัน คนไทยจึงใช้ชีวิตเหมือนได้ผจญภัยไม่รู้จบ ในปี 2563 บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพระดับโลกจากประเทศสหรัฐ จึงใช้โอกาสนี้ในการแนะนำรายการ Jigsaw For Good Life ที่ดำเนินรายการโดย “นิ้วกลม” สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนและนักคิดชื่อดัง เพื่อแนะนำวิธีเยียวยาความทุกข์และแนวทางขจัดความเครียด พร้อมวิธีเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้คิดบวกเป็นสองเท่า

จากผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า พบว่า “ความเครียด” คือจุดศูนย์กลางแห่งปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งในด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของคนไทย ซึ่งผลกระทบดังกล่าวนั้นสามารถสร้างความเสียหายถึงชีวิต ด้วยพันธกิจหลักในการสนับสนุนให้ผู้คนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ซิกน่าจึงได้ร่วมกับคุณ “นิ้วกลม” จัดทำรายการ Jigsaw For Good Life พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นปัญหาสังคมในปัจจุบันและวิธีการรับมือ อาทิ พูดคุยเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้ใหญ่และเด็กในสังคม ในตอน “คนรุ่นใหม่ vs ผู้ใหญ่ เมื่อความดีของเราไม่เหมือนกัน” หรือพูดคุยเกี่ยวกับภาวะเหนื่อย หมดไฟ ไม่มีกำลังใจ เครียด ซึมเศร้า ในตอน “พบจิตแพทย์ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด feat. นพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์”

P L A N สลายความเครียด

P : Period of time to unwind เลือกช่วงเวลาว่างในแต่ละวันและคิดถึงสิ่งต่างๆ ในแง่บวก 

หากคุณกำลังตกอยู่ในสภาวะความเครียด ไม่ว่าจะกับเรื่องอะไรก็ตาม อันดับแรกให้นั่งพักสักครู่แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อผ่อนคลายตนเอง แล้วคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ในแง่บวก และใช้เวลาหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ในการทบทวนเป้าหมายที่คุณตั้งไว้เพื่อจัดการกับระดับความเครียดของคุณให้ดียิ่งขึ้น

L : Location that is stress reducing ผ่อนคลายตนเองด้วยวิธีง่ายๆ

การผ่อนคลายเพื่อลดความเครียดนั้นทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลายทางร่างกาย หรือทางจิตใจ เช่น การฝึกหายใจ การออกกำลังกาย การฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ การนวด การรับประทานอาหาร การอาบน้ำอุ่นหรือ การสร้างอารมณ์ขัน การดูภาพยนตร์ การฟังเพลง การทำสมาธิ หรือ ไปยังสถานที่จะช่วยให้คุณมีสมาธิและสบายใจ เป็นต้น

A : Activity to enjoy ค้นพบให้เจอว่าแท้จริงแล้ว ความสุขในชีวิตคืออะไร

หากชีวิตของคุณต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เข้ามาบั่นทอนหัวใจจนทำให้เสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้คุณลองมานั่งทบทวนตัวเอง หาความสุขที่แท้จริงในชีวิต บางทีสิ่งที่

คุณคิดว่าทำแล้วมีความสุข เช่น การทำงานวนลูปติดกันตลอด 24/7 นั้น อาจจะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียดชั้นดีเลยทีเดียว หากคุณลองหาอะไรทำที่ไม่ต้องยึดติดกับสิ่งต่างๆ เลือกกิจกรรมที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายแต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และทำให้คุณสนุกได้ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับคนรอบตัวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณสามารถหลุดออกจากวังวนความเครียดนั้นไปได้อีกทางหนึ่ง

N : Name a person to talk to รับพลังงานบวกจากคนรอบข้าง

ลองนึกถึงชื่อของคนที่คุณสามารถพูดคุยเรื่องต่างๆ รวมไปถึงความเครียดของคุณได้ บางทีการได้ระบายเรื่องอึดอัดใจให้คนรอบตัวฟังก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแต่ต้องแน่ใจแล้วว่าผู้ฟังสามารถรับฟังและมอบพลังงานเชิงบวกกลับมาให้คุณได้

นอกจากภาวะความเครียดแล้วแล้ว ยังมีอีกหนึ่งอาการยอดนิยมที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในกลุ่มคนวัยทำงาน ได้แก่ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดและการขาดแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งหากคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองตกอยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงานรึเปล่า ควรเช็คให้ชัวร์และหาทางป้องกันแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณรู้สึกว่าขาด Passion ในการทำงานและส่งผลให้เกิดเป็นภาวะความเครียดสะสมนั่นเอง

ภาวะหมดไฟเป็นสิ่งน่ากลัวมากกว่าที่คุณคิด เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดหัวใจ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับความเครียดและฮอร์โมน Cortisol หากคุณเข้าข่ายการเป็นโรคดังกล่าว วิธีแก้ไขนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะสามารถใช้วิธีจัดการกับปัญหาแบบเดียวกับการรักษาอาการเครียดได้เลย โดยคุณสามารถเริ่มต้นด้วยการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตเสียใหม่ ด้วยการแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็น 3 ส่วน คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง นอนหลับ 8 ชั่วโมง และพักผ่อนหย่อนใจคลายเครียดอีก 8 ชั่วโมง รวมไปถึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด หากคุณอยากรู้ว่าตัวคุณเองตกอยู่ในสภาวะความเครียดหรือไม่ หรืออยู่ในระดับใด สามารถไปค้นหาความเครียดในตัวคุณได้เลยที่แบบทดสอบออนไลน์ https://www.cigna.co.th/mystressplan

ไม่เพียงแต่รายการดีๆ ที่ซิกน่าจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปเท่านั้น ซิกน่ายังได้คิดค้น ‘เครื่องมือวัดระดับความเครียด’ เครื่องแรกของโลกขึ้น เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าทดสอบวัดระดับความเครียดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ผ่านแคมเปญ “เผยความเครียดที่มีตัวตน” (SEE STRESS DIFFERENTLY) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในตัวตนของความเครียด สำหรับท่านที่สนใจรับชมรายการ Jigsaw For Good Life รายการนี้จะมีความยาวทั้งหมด 10 ตอน ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 1 ทุ่มตรง โดยสามารถรับชมได้ผ่านช่องทาง YouTube http://bit.ly/34WSpbL

เรื่องความเครียดและภาวะหมดไฟในการทำงานเป็นเรื่องน่ากลัว แต่หากคุณมีการเตรียมความพร้อมและหมั่นฝึกฝนให้ตนเองคิดบวกอยู่เสมอ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีอย่างแน่นอน!

เปิดวาร์ปส่อง 5 ของดีประจำงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614319

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 18:49 น.

เปิดวาร์ปส่อง 5 ของดีประจำงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์

จุฬาฯ คว้าแชมป์ งานบอลฯ 74 ชนะธรรมศาสตร์ 2–1 ธรรมศาสตร์เปิดโค้ดล้อการเมืองลา…มะลิลา ส่องของดีงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 74

ว่ากันว่างานฟุตบอลประเพณีจุฬา–ธรรมศาสตร์ ทุกปีจะเป็นแหล่งรวม “ไอต้าว’ ความรัก” ศัพท์ใหม่ในวงการวัยรุ่นที่มักเรียกเด็กวัยเฟรชชี่หน้าตาจิ้มลิ้มที่คนทั่วไปรู้จักกัน ต่างพร้อมใจกันตบเท้ากันเข้ามาสร้างสีสันให้กับงานฟุตบอลฯ ตั้งแต่ผู้นำเชียร์ คฑากร ผู้อัญเชิญ ทูตกิจกรรม และผู้ร่วมงานต่างๆ และไฮไลท์ที่มากไปกว่าชมการแข่งขันฟุตบอลคือ การแปรอักษรของแสตนด์ทั้งฝั่งจุฬา และธรรมศาสตร์ที่ฟาดฟันด้วยวลีเด็ดๆ อย่างถึงพริกถึงขิง นอกจากจะเชียร์โต้ตอบกันแล้ว นิสิตนักศึกษายังเป็นพลังสำคัญในการแสดงออกถึงสังคมการเมืองถึงจุดยืนในประเด็นสังคมต่างๆ ที่ส่งผ่านผู้มีอำนาจผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลง ในฐานะตัวแทนนิสิต นักศึกษาขอพาส่อง 5 แอคทิวิตี้ นิสิตจุฬาฯ – นักศึกษามธ. ที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 74

‘เชียร์บอล’ ติดขอบสนาม แล้วไปฉลองด้วยกัน

ฟังเผินๆ การดูบอลหรือการเชียร์บอลเหมือนจะเป็นกิจกรรมทั่วไปของเด็กผู้ชาย ที่มักจะมีทีมโปรดในใจที่เราต่างเชียร์กันอยู่แล้ว โดยในปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาคว้าแชมป์เอาชนะเหนือทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยสกอล 2 – 1 แต่ความพิเศษของการแข่งขันฟุตบอลในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 74 ไม่ใช่แค่การเชียร์บอลแบบที่คาดหวังผลแพ้ – ชนะ แต่เราต่างมีจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้การแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้เป็นนัดกระชับมิตรประจำทุกๆ ปี ระหว่างทั้งสองมหาวิทยาลัย แม้สุดท้ายปลายทางผลลงเอยใครจะชนะก็ตาม เราก็มักจะไปฉลองความสำเร็จร่วมกันอยู่ดี

‘แสตนด์เชียร์’ ที่นั่งวีไอพี แถมฟรีของพรีเมียมลิมิเต็ดอิดิชั่น

สีสันมากที่สุดของงานและสิ่งที่ขาดไปไม่ได้คือ ‘การเชียร์’ และความพิเศษของการขึ้นแสตนด์ของทั้งสองฝั่ง ไม่เพียงแค่จะได้ดูการแข่งขันฟุตบอลด้วยบัตรฟรี ที่นั่งวีไอพีแล้ว ยังมีของแจกพรีเมียมลิมิเต็ดอิดิชันมากมายจากพี่ๆ สปอนเซอร์ใจดี เรียกว่าเป็นถุงยังชีพที่มีแค่คนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งบนแสตนด์เชียร์เท่านั้นที่จะได้เป็นเจ้าของ โดยในถุงยังชีพจะอัดแน่นไปด้วย ขนม นม เนย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม และไอเท็มที่พิเศษสุดๆ สำหรับงานบอลฯ 74 คงหนีไม่พ้น ‘ผ้าพันคอ’ สีเหลือง-แดงสุดร้อนแรงของฝั่งธรรมศาสตร์ และ ‘หมวกขาว – ชมพู พาสเทล’ กันแดด กันฝ้า สไตล์มินิมอล สองไอเท็มพิเศษที่หาได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น คือ เรียกว่ามางานนี้แค่ขึ้น แสตนด์ก็มีแต่คุ้มกับคุ้ม

ตื่นตาตื่นใจไปกับ ‘ของดีของเด็ด’ ประจำงานบอลฯ

อย่างที่เกริ่นไปเบื้องต้น ‘ของดีของเด็ด’ ที่สร้างสีสันความฟินให้กับงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ในทุกๆ ปี ก็หนีไม่พ้นน้องๆ คิวท์บอย คิวท์เกิร์ล ทั้งที่เป็นผู้นำเชียร์ คฑากร ผู้อัญเชิญทั้งฝั่งธรรมศาสตร์และจุฬาฯ และเหล่านิสิตนักศึกษาที่มาร่วมงาน หน้าตาน่ารักที่จะทำให้หัวใจเต้นแรงหน้าแดงอีกครั้ง และเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ ที่อาจจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันหรือต่างมหาวิทยาลัย ที่จะนำไปสู่การต่อยอดทำความรู้จักกันต่อไปได้

‘ล้อการเมือง แปรอักษร’ กิจกรรมคู่งานบอลฯ ที่ขาดไม่ได้

สำหรับกิจกรรมที่ทุกคนในสังคมต่างจับตารอคอยในการเชียร์ประจำงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ของทุกๆ ปี คือการแสดงพลังทางการเมืองจากคนรุ่นใหม่ ส่งต่อเสียงสะท้อนจากนิสิตนักศึกษาถึงผู้มีอำนาจ ผ่านการเดินพาเรดล้อการเมืองและการแปรอักษรสะท้อนสังคม ที่เป็นธรรมเนียมต่อกันมาอย่างยาวนาน และถือเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคม หรือ Social movement จากกลุ่มนิสิตนักศึกษา จากความหวังเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดีขึ้นจากคนรุ่นใหม่ ตรงตามแนวคิดของงานในปีนี้นั่นคือ ‘Make a CHANGE เปลี่ยน ปรับ ขยับสังคม’ โดยการแปรอักษรล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ขึ้นชื่อมาในธีม ‘ลา…มะลา’ ที่กล่าวถึงการยอมรับความเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นธรรมดาของโลก โดยใช้อดีตเป็นบทเรียนในการมองอนาคต

‘พบปะ’ เพื่อนที่เป็นเสมือนครอบครัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย 4 ปี ได้สร้างตัวตนของเราขึ้นมาไม่มากก็น้อย เปรียบเสมือนคนในครอบครัวที่เติมเต็มชีวิตของเราได้ งานบอลฯ ในทุกปี จะเป็นพื้นที่กลับมารวมตัวกันของทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน รวมไปถึงว่าที่เฟรชชี่ในอนาคต ที่มากับเพื่อนด้วยกันและมากันแบบเป็นครอบครัว นอกจากจะได้นัดพบเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยแล้วยังได้พบปะสานสัมพันธ์กับเพื่อนต่างมหาวิทยาลัยอีกด้วย เรียกได้ว่างานบอลฯ ทุกปีเหมือนได้มาเจอกันและชาร์ตพลังบวก จุดไฟฝันให้กันและกันอีกครั้ง

สำหรับใครที่พลาดการเป็นส่วนหนึ่งในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 สามารถเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมแล้วไปเจอกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดทงานฟุตบอลได้ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/tucheerclub และ www.facebook.com/CUTUFootball

บางทีเราก็เข้าใจการใช้มาส์กหน้าผิด! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614316

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 17:55 น.

บางทีเราก็เข้าใจการใช้มาส์กหน้าผิด!

ก่อนนอนวันนี้มีกิจกรรมบำรุงผิวหน้าแนะนำให้ทำนั่นคือการ “มาส์กหน้า” แต่เชื่อว่าหลายคนยังใช้และมีความเข้าใจบางอย่างผิด อยากรู้ไหมว่าอะไร ไปดูกัน

สาวๆ ทั้งหลายอย่าเพิ่งหัวใจวาย หากเราจะบอกว่าวิธีหรือความคิดที่คุณมีบางอย่างเรื่องการมาส์กหน้ามันไม่ใช่เรื่องถูก ซึ่งหลายคนอาจจะยังมาส์กหน้าแบบผิดๆ กันอยู่แบบไม่รู้ตัว มาดูกันดีกว่าว่าเราทำกันอยู่บ้างหรือเปล่า

เปิดซองสบายใจใช้ได้ทุกเมื่อ

อย่าคิดว่าความบริสุทธิ์ของตัวเรามีตลอดเวลา ควรล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาดพร้อมก่อนจะหยิบแผ่นมาสก์หน้าออกมาจากซอง ไม่อย่างนั้นเชื้อโรคจากมือและใบหน้าที่เผชิญมลภาวะมาอาจจะมาแพร่เชื้อลงบนแผ่นมาส์กหน้าก็ได้ สุดท้ายแทนที่จะได้บำรุงผิวหน้า อาจพ่วงเชื้อโรคใส่ลงไปในใบหน้าแทน เตือนแล้วนะ!!

แผ่นมาส์กยังสภาพดีใช้อีกทีสองทีก็ได้

สวยสายเซฟเก็บไว้ใช้ซ้ำ เคยเป็นกันบ้างมั้ย แต่จริงๆ แล้วเราไม่ควรใช้มาส์กแผ่นเดิมซ้ำ เพราะในการใช้แผ่นมาส์กบำรุงผิวหน้าใช้แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว เนื่องจากการแกะแผ่นมาส์กมาใช้ในครั้งแรกแผ่นมาส์กก็สัมผัสทั้งอากาศและฝุ่นแล้ว แถมถ้ายังจะเก็บไว้ก็ทำให้สารประกอบที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์นั้นเสื่อมสภาพลงอีกด้วย จึงแนะนำว่าไม่ควรใช้แผ่นมาส์กหน้าเดิมซ้ำๆ ก็มันเสี่ยงหน้าพังนะสิ

มาส์กยาวนานข้ามคืน

มาส์กหน้าสุดผ่อนคลายสบายข้ามคืน ก็มี!! แต่ไม่ใช่ทุกกรณีหรือทุกแผ่นมาส์กจะสามารถโปะไว้ยาวนานข้ามคืนได้ เพราะการมาส์กหน้าเกินเวลาที่ระบุไว้ นอกจากจะไม่ได้สารบำรุงที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหน้าแล้ว ยังทำให้หน้าแห้งหนักกว่าเดิมอีก เนื่องจากแผ่นมาส์กที่แห้งติดหน้าจะดูดความชุ่มชื้นออกจากผิวเรานั่นเอง

มาส์กคือการบำรุงทุกกรณี ไม่ต้องล้างออก

ความเข้าใจแบบนี้ ไม่ถูกต้อง!! เราควรอ่านและเช็กให้ดีว่าหลังมาส์กหน้าเสร็จต้องล้างหน้าหรือไม่ แผ่นมาสก์หน้าแต่ละยี่ห้อนั้นมีขั้นตอนการใช้งานที่แตกต่างกัน ฉะนั้นไม่ใช่ว่าแผ่นมาสก์หน้าทุกแผ่นจะมาส์กเสร็จแล้วสามารถทาครีมบำรุงต่อได้เลย เพราะมีบางยี่ห้อที่พอมาสก์หน้าเสร็จแล้วก็ต้องล้างหน้าอีก 1 รอบ แล้วจึงตามด้วยสกินแคร์บำรุงผิว ดังนั้น ควรดูรายละเอียดให้ดีว่าหลังมาส์กหน้าเสร็จต้องล้างหน้าด้วยหรือไม่ หากไม่ล้างอาจเป็นสาเหตุทำให้ผิวระคายเคือง เกิดการแพ้และเกิดสิวได้

แช่มาส์กไว้ในตู้เย็นเป็นการยืดอายุ

ใครบอก การที่เราแช่มาส์กไว้ในตู้เย็นเป็นการเพิ่มความเย็นเพื่อความรู้สุกสบายเวลามาส์กหน้าเท่านั้น แต่มีหลายคนเชื่อว่าการแช่แผ่นมาส์กหน้าไว้ในตู้เย็นช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นมาส์ก ความจริงแล้วความเย็นมีส่วนทำให้สารประกอบบางชนิดลดประสิทธิภาพลงได้ ดังนั้น หลังซื้อแผ่นมาส์กหน้ามาแล้ว ควรเช็ควันหมดอายุให้ดีและใช้ให้ทันก่อนหมดอายุจึงจะดีที่สุด สำหรับการเก็บแผ่นมาสก์หน้านั้น ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องและห้ามโดนแสงแดดโดยตรง

ภาพ freepik

6 นวัตกรรมตัวช่วยด้านไลฟ์สไตล์สุดคูลสำหรับคนยุค 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614283

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 11:06 น.

6 นวัตกรรมตัวช่วยด้านไลฟ์สไตล์สุดคูลสำหรับคนยุค 2020

แนะนำ 6 แอปพลิเคชั่นติดเครื่องไว้ไม่ชวด!! โดย NIA อวดโฉม 6 นวัตกรรมตัวช่วยด้านไลฟ์สไตล์สุดคูลที่ถูกคิดค้นพัฒนาโดยสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ตอบโจทย์มนุษย์ยุคใหม่…ไม่มีไม่ได้แล้ว

เพื่อให้ไลฟ์สไตล์ของทุกคน “ไม่ชวด” และเจอแต่เรื่อง “ชิลชิล” วันนี้จะพาไปพบกับนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตง่ายด้วยปลายนิ้วสัมผัส โดยนวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และถูกคิดค้นพัฒนาโดยสตาร์ทอัพสัญชาติไทย แนะนำว่าให้รีบไปตามหาไปดาวน์โหลดกันให้ไว

KOOUP

เริ่มกันที่แอปฯ สำหรับคนที่เชื่อเรื่องดวง KOOUP : คูอัพ ซึ่งพัฒนาขึ้นมาสำหรับคนที่อยากลองตามหาความรักในชีวิต โดยระบบนี้จะช่วยค้นหาคนโดนใจตามสเปคในฝัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูง รูปร่าง สีผิว ตำแหน่งหน้าที่การงาน ระดับการศึกษา รายได้ ฯลฯ ตามแต่ที่สมาชิกต้องการจะเจาะจงลงไปในการค้นหา เพื่อให้ได้คนที่ตรงใจและสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกระดับ นอกจากนี้ ยังมีระบบค้นหาคู่แบบฟันธงดวงสมพงษ์ โดยคณาจารย์โหราศาสตร์ในศาสตร์ต่างๆ ที่จะร่วมไขกุญแจปริศนาดวงวันกำเนิดของผู้ใช้ พร้อมรวบรวมคำนวณวิเคราะห์หาความเหมาะสมของดวงที่สมพงษ์ของสมาชิก โดยออกเป็นคำทำนายว่าเมื่อคบหากันแล้วจะเป็นคู่ลัษณะใดได้บ้าง เช่น แบบคู่ครอง เป็นคู่เป็นแฟนแบบผู้อุปถัมภ์ มีดวงสมพงษ์มากน้อยต่อกันวัดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งระบบนี้จะสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในการตัดสินใจได้อีกทางหนึ่ง

Pharmasafe

ต่อกันที่อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เกิดมาสำหรับคนที่ขี้หลงขี้ลืม โดยเฉพาะการลืม “รับประทานยา” แอปฯ นี้มีชื่อว่า Pharmasafe : ฟาร์มาเซฟ นวัตกรรมนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแนะนำการทานยาของผู้ป่วยสำหรับการรักษาโรค โดยจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ด้วยเทคโนโลยี Data Management System บน ระบบคลาวน์ที่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบของสถานพยาบาล โดยจะส่งข้อมูลและแนะนำการใช้ยาให้ผู้ป่วยอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานของผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามผลการใช้งานของผู้ป่วย เพื่อประเมินประสิทธิภาพการควบคุมการทานยาที่ถูกต้องและให้คำแนะนำที่เหมาะสมอีกด้วย

OOCA

ข้ามมาที่อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่มีความเคร่งเครียดหรือคับข้องใจจากปัญหาในที่ทำงานกับ OOCA : อูก้า ระบบปรึกษาจิตวิทยาสำหรับองค์กร โดยแพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพทางจิตกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เพื่อให้บริการคำปรึกษา โดยประกอบด้วยระบบนัดหมาย ระบบจับคู่ระหว่างผู้เข้ารับบริการกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ระบบติดต่อสื่อสารด้วยภาพและเสียง (Video Call) ด้วยเทคโนโลยี WebRTC ซึ่งทำการส่งข้อมูลระหว่างผู้เข้ารับบริการและผู้ให้บริการได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูลและประวัติทางการแพทย์ (E-PHR) และระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม อูก้าได้มีการออกแบบและพัฒนาขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงการให้บริการสำหรับปรึกษาด้านสุขภาพจิตแบบออนไลน์ซึ่งมีความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อพบแพทย์ รวมทั้งลดปัญหาการขาดแคลนจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในบางพื้นที่

Ontrack Studyplan

เอาใจกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่กำลังคร่ำเคร่งกับการเตรียมตัวสอบกันบ้าง กับ Ontrack Studyplan ระบบวางแผนเตรียมสอบ โดยนวัตกรรมนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนการเรียน การทบทวนบทเรียนที่เหมาะสมกับตนเองได้ ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชั่นประกอบกับการใช้หนังสือเป็นสื่อการเรียน และการแสกน QR Code จากหนังสือ เพื่อให้นักเรียนเก็บข้อมูลของตนเอง โดยจะแสดงการวิเคราะห์ความสามารถด้วยหลักการทางสถิติ “Correlation” ในการหาความสัมพันธ์ของบทเรียนที่นักเรียนแต่ละคนมีแนวโน้มจะทำได้ ทั้งนี้ Ontrack Studyplan จะช่วยลดปัญหาที่สำคัญของกลุ่มนักเรียนใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การไม่ทราบจุดแข็งจุดอ่อนของทักษะและความสามารถของตนเอง 2. แผนการอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับตนเอง และ 3. ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการอ่านหนังสือและทำข้อสอบให้มากกว่าเดิม

FINSTREET

อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “เรื่องเงินและการบริหารจัดการหนี้” ปัญหาดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป เพราะเรามีตัวช่วยที่ชื่อว่า FINSTREET : ฟินสตรีท บริการให้คำปรึกษาทางการเงินในรูปแบบของ chatbot ช่วยให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีคำถามในการบริหารหนี้สินให้สามารถปลดหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถูกออกแบบมาภายใต้ แนวคิด เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก แนะนําการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและนําไปใช้ได้จริง การให้บริการของ FINSTREET Chatbot อยู่บนโปรแกรมแชท Facebook Messenger ซึ่งเป็น Chat Application ที่คนไทยใช้งานมากที่สุดกว่า 47 ล้านบัญชี การเข้าถึงเพื่อขอคําปรึกษาจึงเป็นเรื่องง่าย ไม่จําเป็นต้องโหลด แอปพลิเคชั่นเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมี ระบบจับคู่ระหว่างผู้มีความรู้ด้านการเงินและผู้ต้องการคำปรึกษาเชิงลึก (Matching) ซึ่งเป็นการให้คำปรึกษาด้านการเงินแบบ 1:1 รวมถึงมีการพัฒนาระบบ Smart Credit Score เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการวิเคราะห์หาความสามารถทางการเงินของบุคคลของสถาบันการเงินได้อีกด้วย

MUVMI

ปิดท้ายกันที่ MUVMI : มูฟมี แอปพลิเคชั่นด้านการเดินทางที่กำลังมาแรง และมีไว้ตอบโจทย์สายรักษ์โลก โดยแอปฯ ดังกล่าว เป็นช่องทางสำหรับการจองบริการรถตุ๊กตุ๊กระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับกลุ่มคนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก และผู้ที่มีการเดินทางไปใช้บริการรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่รถโดยสารเช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ในตรอกซอกซอย หรือสถานที่ที่ไม่ได้อยู่บนถนนเส้นหลักได้ โดยที่รถยังมีการใช้นวัตกรรมไฟฟ้าแทนน้ำมัน มีระบบสำหรับความปลอดภัย เช่น เข็มขัดนิรภัย ระบบแจ้งเตือนการพลิกคว่ำ ระบบควบคุมความเร็วและความสมดุลของรถ ส่งผลให้มีความปลอดภัยสูงกว่ารถตุ๊กตุ๊กที่ขับขี่อยู่บนท้องถนนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังกดเรียกง่ายใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 นาที ก็ได้รถมารับถึงที่ (ปัจจุบันให้บริการอยู่ในพื้นที่อารีย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เรียกว่าทำให้ผู้โดยสารได้รถที่มีความปลอดภัย เดินทางสะดวกสบาย ที่สำคัญยังช่วยลดมลพิษได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็น 6 นวัตกรรมสุดเจ๋งที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด ซึ่งตัวช่วยเหล่านี้จะทำให้ไลฟ์สไตล์และการแก้ปัญหาชีวิต    มีความสนุก จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญพกติดตัวไปได้ทุกที่ ยังไงก็ไม่มีเอาท์แน่นอน