วัดดังชัยนาท ขอคืนพื้นที่ตลาดประชารัฐ หลังมือดีโพสต์ด่า ทำแม่ค้ากว่า60ร้านเดือดร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วัดดังชัยนาท ขอคืนพื้นที่ตลาดประชารัฐ หลังมือดีโพสต์ด่า ทำแม่ค้ากว่า60ร้านเดือดร้อน

วัดดังชัยนาท ขอคืนพื้นที่ตลาดประชารัฐ หลังมือดีโพสต์ด่า ทำแม่ค้ากว่า60ร้านเดือดร้อน4 กรกฎาคม 2563 – 22:10 น.

เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ออกประกาศขอคืนพื้นที่ตลาดประชารัฐ หลังเจอแม่ค้ามือดี โพสต์เฟสบุ๊กด่าเรื่องในวัด ทำแม่ค้ากว่า 60 ร้าน ช็อค! น้ำตาคลอเบ้า ร้อง ศดธ.ช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่ค้าตลาดประชารัฐ ภายในวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ถึงกับช็อคไปตามๆกัน เมื่อคิดว่ารัฐบาลปลดล็อคเฟส 5 แล้วจะได้กลับไปเปิดตลาดขายของตามเดิม  หลังจากหยุดขายไปนานกว่า 3 เดือน จากสถานการณ์โควิด-19  แต่กลับมาเจอประกาศแบบสายฟ้าฟาดของ พระราชสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า ที่ประกาศขอคืนพื้นที่บริเวณตลาด โดยให้เหตุผลว่าต้องการนำพื้นที่ไปปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อทำโรงทาน และลานจอดรถ  โดยกำหนดเส้นตาย  ให้พ่อค้าแม่ค้า ขนย้ายแผงค้าขาย ออกจากวัดภายใน 15 วัน  นับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.63 เป็นต้นไป   ทำให้พ่อค้า แม่ค้า จำนวนกว่า 60 ร้านค้า  ต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะทำให้ไม่มีที่ทำกินแบบกะทันหัน ไม่ทันตั้งตัว   จึงเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เพื่อขอให้ประสานพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด เพื่อขอความเห็นใจ

นายยุทธนา แรกขึ้น  นายอำเภอวัดสิงห์  พร้อมด้วย  นางจิรประภา เอี่ยมเจริญ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท และ  นางสาวพรเพ็ญ โตประเสริฐ  ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท  จึงได้ประสานให้  นายวิเชียร บัวแก้ว ไวยาวัจกรวัดปากคลองมะขามเฒ่า กับ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า  ได้เจรจาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน  แต่การเจรจาพูดคุยไม่เป็นผล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายวิเชียร บัวแก้ว อายุ 77 ปี ไวยาวัจกร ซึ่งเป็นตัวแทนของพระราชสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า  ยืนยันให้พ่อค้าแม่ค้าปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว เพราะเป็นความประสงค์ของท่านเจ้าอาวาส  นายวิเชียร ยังเผยว่า  ตอนแรกท่านเจ้าอาวาส ต้องการให้มีการปรับปรุงสถานที่ภายในตลาด เพื่อให้มีความพร้อมตามมาตรการ การป้องกันโรคโควิด19 ก่อน จึงจะอนุญาตให้เปิดค้าขายได้ตามปกติ   แต่ท่านเจ้าอาวาสกลับถูกพ่อค้าแม่ค้าบางคนพูดจา กดดันเร่งให้เปิดตลาด ทั้งที่ทางวัดยังไม่พร้อม  นอกจากนี้ยังมีคนไปโพสต์ข้อความที่มีคำหยาบคายลงในเฟสบุ๊ก แม้จะไม่ได้มีการเอ่ยชื่อวัด แต่คนในพื้นที่ เมื่ออ่านข้อความในโพสต์ ก็จะทราบดีว่าเป็นเรื่องตลาดในวัด  ทำให้เจ้าอาวาสไม่สบายใจ จึงออกประกาศขอคืนพื้นที่บริเวณตลาด เพื่อทำการปรับปรุงภูมิทัศน์และทำโรงทาน โดยให้พ่อค้าแม่ค้าขนย้ายแผงค้าออกไปจากวัดภายใน 15 วัน

ด้าน  น.ส.นันท์นภัส มั่งอาจ อายุ 46 ปี  แม่ค้าในตลาดที่ได้รับผลกระทบ บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้สึกช็อคกับประกาศของท่านเจ้าอาวาส  ไม่คิดว่าจะเป็นความประสงค์ของท่านจริงๆ เพราะปกติท่านเป็นพระใจดี มีเมตตา จึงอยากขอความเห็นใจจากท่าน เพราะตนมีลูก 2 คน ต้องเลี้ยงดู ตอนนี้เหลือเงินติดตัวแค่ 200 บาท เมื่อทางวัดมีประกาศให้ย้ายร้านออกไป ทำให้ตนไม่มีที่ค้าขาย และยังไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไปจะทำอย่างไรดี ขณะที่ นายยุทธนา แรกขึ้น นายอำเภอวัดสิงห์ เปิดเผยว่า จะนำเรื่องนี้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ เพื่อหาแนวทางเข้าไปพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาทางออกให้วัดและประชาชนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เกิดการแตกแยก

ทั้งนี้   วัดปากคลองมะขามเฒ่า   เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดชัยนาท  เนื่องจากเป็นวัดที่เคยมี พระครูวิมลคุณากร หรือ “หลวงปู่ศุข” พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่ประชาชนทั่วสารทิศให้ความเคารพนับถือ และเป็นอาจารย์ของเสด็จใน “กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์” พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 อีกด้วย  

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท

บ้านพักเด็กฯ ลุยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำฯ ให้มีคุณสมบัติครบ 6 มิติมาตรฐานเยาวชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ้านพักเด็กฯ ลุยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำฯ ให้มีคุณสมบัติครบ 6 มิติมาตรฐานเยาวชน

บ้านพักเด็กฯ ลุยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำฯ ให้มีคุณสมบัติครบ 6 มิติมาตรฐานเยาวชน4 กรกฎาคม 2563 – 21:14 น.

บ้านพักเด็กฯ ลุยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำฯ ให้มีคุณสมบัติครบ 6 มิติมาตรฐานเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีกลุ่มที่เข้มแข็งในทุกๆระดับโดยมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ก่อให้เกิดความเข้มแข็งแก่สภาเด็กและเยาวชน มีความเป็นผู้นำ มีความเข้มแข็ง

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2563) ที่ไร่ภูกลองฮิลล์ รีสอร์ท ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา นายชนก มากพันธุ์ ปลัดจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดการอบรมโครงการ “พัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน จังหวัดพะเยา ประจำปี 2563 โดยมีนางนางอัญชัญ หวังระบอบ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา นายฐปนพ ขรวงศ์ นักพัฒนาสังคม สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พะเยา นายสิริเฉลิม ศรีแพงมูล รองประธานสภาเยาวชน  ตลอดจนตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยาทั้ง 9 อำเภอ คอยให้การต้อนรับ

นายสิริเฉลิม เปิดเผยว่า ตามที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้บ้านพักเด็กและครอบครัวจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชน โดยให้เด็กฯจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้หลักการ “เด็กคิด เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีกลุ่มที่เข้มแข็งในทุกๆระดับโดยมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ก่อให้เกิดความเข้มแข็งแก่สภาเด็กและเยาวชน มีความเป็นผู้นำ มีความเข้มแข็ง มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในทุกระดับ ทั้งเวทีการแดสงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อผลักดันนโยบายของเด็กและเยาวชนให้เป็นนโยบายสาธารณะ และที่สำคัญที่สุดได้ฝึกแกนนำให้สามารถเข้าใจภาวะผู้นำและบทบาทหน้าที่ของตนเองได้ มีเยาวชนเข้าร่วมจาก 9 อำเภอ ทั้งหมด 70 คนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านนายชนก กล่าวว่า โครงการ พัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน จังหวัดพะเยา ประจำปี 2563 นี้ มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนที่เข้าอบรมในครั้งนี้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างรอบด้านใน 6 มิติ คือ 1. มิติการดำรงชีวิต คือ ความรับผิดชอบ การพึ่งพาตัวเองได้, 2. มิติสังคม คือมีการปรับตัวอยู่กับคนอื่นได้, 3. มิติศีลธรรม จริยธรรม คือ มีความประพฤติและจิตใจดี, 4. มีมิติวิชาการ  คือ สามาเรียนรู้นำไปสู่การปฏิบัติ, 5. มิติอาชีพ คือ มีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝนตัวเอง ตามความถนัดย่างเหมาะสม และ 6 มิติทางนันทนาการ คือ การมีการงานอดิเรกที่ชอบ ที่สนใจ เมือเกิดองค์ 6 ตามนี้ เยาวชนย่อมเป็นผู้นำที่ดี เติบโตขึ้นไปย่อมเป็นผู้ใหญ่ที่ดี สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ บ้านเมืองต่อไป  

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

พหลโยธินรถแน่น ปชช.แห่เดินทางออกต่างจังหวัด รับหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พหลโยธินรถแน่น ปชช.แห่เดินทางออกต่างจังหวัด รับหยุดยาว

พหลโยธินรถแน่น ปชช.แห่เดินทางออกต่างจังหวัด รับหยุดยาว4 กรกฎาคม 2563 – 10:22 น.

พหลโยธินรถแน่น ปชช.แห่เดินทางออกต่างจังหวัด รับหยุดยาว บริเวณถนนพหลโยธินขาออกทั้งช่องทางด่วนและช่องทางคู่ขนาน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีปริมาณรถที่กลับต่างจังหวัดไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในช่วงวันหยุดยาวในช่วงวันเข้าพรรษา

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 ก.ค.2563 บริเวณถนนพหลโยธินขาออกทั้งช่องทางด่วนและช่องทางคู่ขนาน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีปริมาณรถที่กลับต่างจังหวัดไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในช่วงวันหยุดยาวในช่วงวันเข้าพรรษา ทำให้มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นจำนวนมากซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยากำลังช่วยกันอำนวยการจราจร

ด้าน พ.ต.ต.สิงหา เฟื่องแก้ว สว.จร.สภ.คลองหลวง กล่าวว่าวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวันเพราะเป็นวันหยุดยาวในช่วงเข้าพรรษารถที่กลับต่างจังหวัดไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จึงมีปัญหาการจราจรติดขัดในบริเวณถนนพหลโยธินขาออกซึ่งก็ขอฝากประชาชนที่จะขึ้นทางเหนือก็ให้ใช้ถนนเลี่ยงไปทางถนนปทุมธานี-บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) ส่วนประชาชนที่มาจากถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข9ฝั่งตะวันออก) ก็ให้ใช้ถนนหมายเลข 2341 ผ่านอำเภอคลองหลวงเพื่อที่จะไปเข้าถนน 347 ก็จะมีความสะดวกมากว่านนี้  และฝากบอกประชาชนให้ขับรถเคารพกฎจราจรเพราะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี

อุบลฯเปิดงาน “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น”ท่องเที่ยววิถีใหม่แบบ New Normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อุบลฯเปิดงาน “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น”ท่องเที่ยววิถีใหม่แบบ New Normal

อุบลฯเปิดงาน "อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น"ท่องเที่ยววิถีใหม่แบบ New Normal4 กรกฎาคม 2563 – 09:03 น.

อุบลฯ เปิดงาน “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น” ยิ่งใหญ่ ท่องเที่ยวมิติใหม่ในรูปแบบ New Normal ปีนี้ ถือว่า เป็นปี ที่ 119 ของงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี แต่เนื่องจากสถาณการณ์โรคไวรัสโควิค-19 จึงได้มีการจัดงานในรูปแบบ new normal

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี จัดงาน อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น” สืบสานงานบุญประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ปี 119 ในรูปแบบ new normal 3-7 กรกฎาคม 2563 

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 3 กรกฎาคม ที่สวนสาธารณtทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี หน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน และประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกันจัดงาน อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น ขึ้น โดยมี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมในพิธีเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจาก ขบวนเรือพนมพระจังหวัดสุราฎร์ธานี ที่มาในรูปแบบ ขนาดเล็กมาร่วมขบวนแห่ ซึ่งเป็นความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เข้าพรรษาประเพณีแห่เทียนอุบลราชธานี ออกพรรษา ประเพณีชักพระจังหวัดสุราฎร์ธานี

สำหรับ งาน “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น” จะจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 3-7 กรกฎาคม 2563  เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิตเนื่องในโอกาสที่หลวงปู่มั่น ซึ่งมีชาติกำเนิดเป็นชาวอุบลราชธานี ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ โดยในปีนี้ ถือว่า เป็นปี ที่ 119 ของงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี แต่เนื่องจากสถาณการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิค-19 จึงได้มีการงดจัดงานดังกล่าว เพื่อป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และได้มีการปรับรูปแบบของการจัดงานในรูปแบบ new normalติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับการเข้าชมกิจกรรมในบริเวณสนามทุ่งศรีเมืองได้กำหนดจุดคัดกรองเข้าออกบริเวณจัดงาน การจองล่วงหน้าผ่านระบบลิงก์หรือคิวอาร์โค้ด โดยมีการแบ่งช่วงเวลาการเข้าชม 3 รอบ คือเวลา 10.00 น 14.00 น และ 18.00 น  รอบละไม่เกิน 2,500 คน สามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดได้จากจอ LED ประตูเข้าบริเวณงาน ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ ต่อไป.

ภายในงานมี การจัดแสดงเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ต้นเทียนที่ได้รับรางวัลในปี 2562 ทั้งประเภทแกะสลักขนาดใหญ่และขนาดกลาง ประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่และขนาดกลาง และเทียนโบราณ รวมจำนวน 5 ต้น ได้แก่ ต้นเทียนประเภทแกะสลัก ขนาดใหญ่ วัดผาสุการาม ต้นเทียนประเภทแกะสลัก ขนาดกลาง วัดเลียบ  ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่ วัดพลแพน ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ขนาดกลาง วัดมหาวนาราม และ ต้นเทียนประเภท เทียนโบราณ วัดเลียบ การจัดนิทรรศการการแกะสลักเทียนพรรษา ทั้งประเภทแกะสลัก และติดพิมพ์ และ นิทรรษการ รำลึก 150 ปี หลวงปู่มั่นภูริทัตโต การแสดงจากนักร้องชื่อดัง และวงโปงลางจากนักเรียน นักศึกษา ลูกหลานชาวจังหวัดอุบลราชธานี

ข่าว/ภาพ จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าว จังหวัดอุบลราชธานี

สธ.ผุดโครงการ ฮีโร่โควิด19″หมอเอ้ก” ชวนผู้หายป่วยศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สธ.ผุดโครงการ ฮีโร่โควิด19″หมอเอ้ก” ชวนผู้หายป่วยศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกัน

สธ.ผุดโครงการ ฮีโร่โควิด19"หมอเอ้ก" ชวนผู้หายป่วยศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกัน4 กรกฎาคม 2563 – 00:25 น.

สธ.ผุดโครงการ ฮีโร่โควิด19″หมอเอ้ก” ชวนผู้หายป่วยและผู้สัมผัสใกล้ชิด ร่วมเป็นอาสาสมัคร “ฮีโร่โควิด 19” ในการศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยที่หายแล้วและผู้ใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับมอบหมายจาก ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ฮีโร่โควิด 19”

โดยหน่วยไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกันในผู้ที่หายจากโรคโควิด 19 โดยได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจาก กรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสุขภาพ (สวรส.) จำนวน 3 ล้านบาท เพื่อศึกษาการสร้างภูมิคุ้มกัน, ป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ ระยะเวลาที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเมื่อหายป่วย และภูมิคุ้มกันสามารถอยู่ในร่างกายได้นานเพียงใด

โดยคุณสมบัติอาสาสมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี เป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 และหายดีแล้ว และกลุ่มผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้ว จะมีการเจาะเลือดเพื่อนำไปศึกษา 3 ครั้ง คือระยะ 3 เดือน ,6 เดือนและ 9 เดือน ซึ่งจะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของผู้ที่เข้าร่วมวิจัย

“ขอเชิญชวนให้ผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด 19 รวมถึงผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยแต่ไม่ติดเชื้อ ร่วมเป็นอาสาสมัครฮีโร่โควิด 19 เพราะเลือดหรือภูมิคุ้มกันของท่าน อาจเป็นกุญแจที่จะช่วยป้องกันควบคุมการติดเชื้อของโรคโควิด 19 ในอนาคต” นายแพทย์คณวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด 19 รวมถึงผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด สามารถติดต่อขอบริจาคเลือดได้ที่ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 02-256-4132 ต่อ 404 หรือ อีเมล์ ChulaCovid@gmail.com

บุกชิมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บุกชิมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษ

บุกชิมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษ4 กรกฎาคม 2563 – 00:00 น.

บุกชิมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นดินภูเขาไฟ “เปลือกบาง เนื้อหนา กรอบนอก นุ่มใน หวานอร่อย ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน”

ทุเรียนระยอง จันทบุรี กำลังจะหมดแต่ที่ ศรีสะเกษยังมีให้ชิม ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นดินภูเขาไฟ “เปลือกบาง เนื้อหนา กรอบนอก นุ่มใน หวานอร่อย ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน” ปีนี้มีทุเรียนรองรับแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 150 ตัน หรือ 150,000 กิโลกรัม ปลูกใน 3 อำเภอ คือ อ.กันทรลักษ์, อ.ขุนหาญ และ อ.ศรีรัตนะ พื้นที่การปลูกประมาณ 4,200 ไร่ ผลผลิตทั้งหมด 4,500 ตันติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

วันนี้มีโอกาสมาเที่ยวมาชิมถึงสวนทุเรียนภูเขาไฟ มีรถมาจอดซื้อมาดูเต็มสองข้างทางหลังจากรัฐบาลปลดล็อก ก็มีคนออกมาหาซื้อมาชมสวนไม่ขาดสาย ทุเรียนที่นี้เป็นพันธุ์หมอนทองจากระยอง แต่ที่ไม่เหมือนกันตรงที่ดิน ที่นี้เป็นดินภูเขาไฟจะออกเป็นสีแดงๆทำให้ได้ทุเรียนที่รสชาติแปลกไปจากหมอนทองที่มาจากระยอง จันทบุรี คือ กรอบนอก นุ่มใน หวานอร่อยแม้ว่าเนื้อจะนิ่มแต่เนื้อไม่เละ หวานไม่มาก ลองมาลิ้มลองกันดูนะครับมาสวนที่นี้กำลังออกลูกคาดว่าน่าจะมีให้ชิมกันไปจนถึงเดือนสิงหาคม
        

บุกชิมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษ
บุกชิมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษ

ยามเย็นสัมผัสความสงบริมแม่น้ำมูล นั่งริมแพดูตะวันตกดินกินอาหารทะเล รสชาติแซบ ๆ  ที่

เปิดเทอมแล้ว! TikTok ชวนพ่อแม่ทำความรู้จัก Parental Control เพื่อดูแลและควบคุมการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดเทอมแล้ว! TikTok ชวนพ่อแม่ทำความรู้จัก Parental Control เพื่อดูแลและควบคุมการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลาน

เปิดเทอมแล้ว! TikTok ชวนพ่อแม่ทำความรู้จัก Parental Control เพื่อดูแลและควบคุมการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลาน3 กรกฎาคม 2563 – 17:26 น.

เปิดเทอมแล้ว! TikTok ชวนพ่อแม่ทำความรู้จัก Parental Control เพื่อดูแลและควบคุมการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลานในทุกขั้นตอน

3 กรกฎาคม 2563 – ในฐานะแพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นที่กำลังมาแรงทั่วโลก TikTok มุ่งมั่นในการพัฒนามาตราฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มให้กับผู้ใช้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาประสบการณ์บน แพลตฟอร์มให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่ TikTok ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้ ผ่านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ความปลอดภัยต่างๆ เนื่องจากผู้ใช้ TikTok มีตั้งแต่กลุ่มเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุเริ่มต้นตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง TikTok ขอแนะนำ Parental Control หรือ วิธีการควบคุมดูแลการใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมของบุตรหลาน

ความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม คือ สิ่งที่ TikTok ให้ความสำคัญสูงสุดมาโดยตลอด จึงทำให้การวางมาตราฐานความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่าการใช้แพลตฟอร์ม TikTok ของบุตรหลานมีความปลอดภัยไร้กังวล Parental Control หรือ วิธีการควบคุมการใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมของบุตรหลาน จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถตั้งค่าความปลอดภัยได้ตามความต้องการเพื่อควบคุมการใช้แพลตฟอร์มผ่าน Family Pairing หรือ โหมดแนะนำโดยผู้ปกครองที่จะช่วยเชื่อมต่อการใช้แพลตฟอร์มระหว่างบัญชีของผู้ปกครองกับบัญชีของบุตรหลาน เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถต้ังค่าฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ได้ดังนี้  

•Screen Time Management : การควบคุมระยะเวลาการใช้แพลตฟอร์มในแต่ละวัน โดยผู้ปกครองสามารถกำหนดระยะเวลาการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลานในแต่ละวันได้ตามที่ต้องการ โดยสามารถกำหนดระยะเวลาได้ตั้งแต่ 40 60 90 และ 120 นาทีพร้อมกับตั้งค่ารหัสผ่าน และเมื่อมีการใช้ครบระยะเวลาที่กำหนดหน้าจอของแพลตฟอร์มจะแสดงให้ใส่รหัสผ่านที่ผู้ปกครองเป็นผู้กำหนดเพื่อขอใช้งานต่อ ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

•Restricted Mode : การจำกัดการแสดงเนื้อหาที่ไม่เหมาะให้กับผู้ชม โดยการเปิดโหมดการจำกัดการแสดงเนื้อหาจะช่วยจำกัดการปรากฎของคอนเทนต์ที่อาจไม่เหมาะสมกับผู้ชม ผู้ปกครองสามารถตั้งค่าโหมดจำกัดเนื้อหาได้ โดยไปที่ “การตั้งค่า” => “Digital Wellbeing สุขภาวะดิจิทัล” => “โหมดการจำกัด” => เลือก “เปิดใช้งาน”

•Direct Message : จำกัดผู้คนที่จะส่งข้อความเข้ามาหาหรือปิดรับข้อความ ผู้ปกครองสามารถตั้งค่าปิดรับการส่งข้อความจากคนแปลกหน้าได้ โดย TikTok จะไม่อนญาตให้มีการรับส่งภาพหรือวิดีโอทางข้อความในทุกกรณี รวมถึงการปิดรับการส่งข้อความสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี

โดยทั้ง 3 ฟีเจอร์ ผู้ปกครองสามารถควบคุมและตั้งค่าบนแพลตฟอร์มผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้ปกครองเองได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อตอกย้ำความปลอดภัยในการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลานที่ครอบคลุม

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TikTok มุ่งมั่นยกระดับมาตราฐานความปลอดภัยให้กับชุมชนผู้ใช้ทั่วโลก ควบคู่ไปกับการพัฒนาประสบการณ์บนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอชุมชนที่มีความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ในการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ 

เลขา กพฐ.ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สุโขทัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เลขา กพฐ.ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สุโขทัย

3 กรกฎาคม 2563 – 16:47 น.

เลขา กพฐ.ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สุโขทัย  เน้นย้ำเด็กนักเรียนทุกคนต้องได้รับการเรียนรู้อย่างครบถ้วน ส่วนปัญหาที่เด็กนักเรียนบางคนไม่มีหน้ากากอนามัย ทางโรงเรียนก็ยังได้จัดหาหน้ากากอนามมัยแบบผ้า มอบให้กับเด็กนักเรียนไว้ใช้แล้ว

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ติดตามการเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ที่โรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ และโรงเรียนบ้านกง (ราษฎร์อุทิศ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 เพื่อติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด -19 และหลังจากลงพื้นที่ได้ทราบปัญหาอุปสรรค์ การทำงานของคณะครู ร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อเข้าถึงตัวนักเรียนให้มากที่สุด

นายอำนาจ ยังเน้นย้ำในการใช้ประโยชน์จากการเรียนออนไลน์ให้มากที่สุด ซึ่งครอบครัวที่ไม่พร้อมขอให้สถานศึกษาแก้ปัญหาเป็นรายครอบครัว เพราะสังคมคาดหวังกับสถานศึกษาที่จะดูแลบุตรหลานให้ได้รับความรู้ให้มากที่สุด พร้อมทั้งให้กำลังใจและขอขอบคุณสถานศึกษาที่ถึงแม้จะต้องทำงานหนักมากขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่ครูก็มีหน้าที่และควรทำอย่างเต็มความสามารถ อีกทั้งยังเน้นย้ำให้มีการจัดการสอนในห้องเรียนให้มากที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการคัดกรองวัดไข้ การจัดสถานที่ให้มีที่ล้างมือ การเว้นระยะหางทางสังคมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งทางโรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ ได้มีการจัดเตรียมไว้อย่างทั่วถึง รวมถึงการเรียนการสองในระบบ ON AIR เรียนทางโทรทัศน์สลับกับการมีเรียนในโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้เป็นการลดความแออัดในห้องเรียนโดยแบ่งเด็กเรียนในห้องเรียนไม่เกิน 20 คน จะสลับ วันเรียนในโรงเรียนและเรียนทาง ON AIR หากเด็กไม่พร้อมจริงๆก็สามารถมาเรียนกับคุณครูที่โรงเรียนได้ โดยนายอำนาจ เน้นย้ำเด็กนักเรียนทุกคนต้องได้รับการเรียนรู้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามปัญหาที่เด็กนักเรียนบางคนไม่มีหน้ากากอนามัย ทางโรงเรียนก็ยังได้จัดหาหน้ากากอนามมัยแบบผ้า มอบให้กับเด็กนักเรียนไว้ใช้ในโรงเรียน อย่างทั่วถึงอีกด้วย

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435971/36788/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435971/36789/news

เด็กเรียนดีแต่ยากจน สอบติดวิศวะฯลาดกระบัง แต่ฝันอาจสลายครอบครัวไม่พร้อมส่งเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เด็กเรียนดีแต่ยากจน สอบติดวิศวะฯลาดกระบัง แต่ฝันอาจสลายครอบครัวไม่พร้อมส่งเรียน

3 กรกฎาคม 2563 – 15:43 น.

เด็กเรียนดีแต่ยากจน สอบติดวิศวะฯลาดกระบัง แต่ฝันอาจสลายครอบครัวไม่พร้อมส่งเรียน ครูยืนยันว่าน้องฝนเป็นเด็กดี มีพฤติกรรมดี เรียบร้อย ตั้งใจจริงในการศึกษา ซึ่งเสียดายโอกาสดีๆ จึงอยากวิงวอนขอผู้มีจิตอันเป็นกุศลช่วยดูแลให้จิราภาได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจไว้

จากกรณีมูลนิธิพิพัฒน์เพื่อการศึกษาซึ่งมอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กเรียนดี แต่ยากจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้วอนหาคนใจบุญสนับสนุนด้านการเรียนต่อให้กับ น.ส.จิราภา บุญทาทิพย์ (น้องฝน) นักเรียนดีเด่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แม็กซ์พลอยส์ ทริปเปิ้ลเกมส์ ชิงแชมป์ภาคเหนือ จากโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ที่มีผลการศึกษาดี สามารถสอบติด คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ฐานะทางบ้านยากจน ไม่เงินค่าเทอม จึงทำให้อาจจะหมดโอกาสได้เรียนตามที่ฝัo

น้องฝน เป็นพี่คนโต อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ น้องสาว และหลานสาวอีก 3 คน ที่บ้านเลขที่ 229 ม.3 ต.ทุ่งหลวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย โดยพ่อคือนายโกศัลย์ บุญทาทิพย์ อายุ 50 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้วันละไม่เกิน 300 บาท ส่วนแม่คือนางจรูญ บุญทาทิพย์ อายุ 49 ปี เป็นแม่บ้านอยู่บ้านดูแลลูกหลาน ไม่มีอาชีพ รายได้ในครอบครัวจึงมาจากพ่อคนเดียว และด้วยความที่น้องฝน เป็นคนขยันสู้งาน ไม่ย่อท้อ ในช่วงปิดเทอมน้องยังหางานทำพิเศษในตำแหน่งพนักงานควบคุมเครื่องปรุงของโรงงานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม เพื่อหารายได้เก็บไว้ใช้ตอนเปิดเรียน

น้องฝน จึงมีความฝันอยากเรียนให้สูงๆ จะได้ทำงานดีๆ มีเงินมาเลี้ยงน้อง หลาน และให้พ่อ แม่ มีชีวิตปั้นปลายอย่างมีความสุข จึงมุ่งมั่นในการเรียน จนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และครูในโรงเรียน ล่าสุดเมื่อทราบว่าครอบครัวไม่พร้อมที่จะส่งเสีย คุณครูกัณฑิมา ทาจิตต์ ครูที่ปรึกษาในสมัยที่น้องเรียนอยู่ ม.4/1 จึงได้ประสานสื่อมวลชน พร้อมเข้าเยี่ยมบ้าน และกล่าวว่า เมื่อมาเยี่ยมบ้านเด็กเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าครอบครัวน้อง อาศัยนอนในคอกวัว ที่ใช้สังกะสีกั้นเป็นฝาบ้าน โยงไฟฟ้ามาจากบ้านญาติ และห้องน้ำต้องออกมาเข้าข้างนอก ซึ่งไม่เหมาะกับเด็กสาวที่กำลังโต จึงนำเรื่องไปปรึกษากับทางอำเภอและนายพิพัฒน์ เอาภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น  ตามโครงการนักศึกษาวิชาทหารช่วยเหลือประชาชน  และได้นำกำลังนักศึกษาวิชาทหารจากโรงเรียนมาช่วยกันปลูกสร้างที่พักให้ใหม่ พออยู่ได้ และรับการสนับสนุนอุปกรณ์การก่อสร้างจากอำเภอ และมูลนิธิพิพัฒน์เพื่อการศึกษา โดยนายพิพัฒน์ เอกภาภัณฑ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

คุณครูญาณนันท์ อุปถัมภ์ ครูประจำชั้น ม.6/1 โรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม ซึ่งเป็นครูอีกท่านที่คอยสนับสนุนให้จิราภามีงานทำพิเศษ และยืนยันว่า น้องฝนเป็นเด็กดี มีพฤติกรรมที่ดี เป็นเด็กเรียบร้อย ตั้งใจจริงในการศึกษา ซึ่งเสียดายโอกาสดีๆ หากเด็กไม่มีคนสนับสนุนต่อเนื่อง จึงอยากวิงวอนขอผู้มีจิตอันเป็นกุศลช่วยดูแลให้จิราภาได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจไว้ โดยน้องยังได้กล่าวว่าจะตั้งใจร่ำเรียนให้จบมาทำงานเพื่อครอบครัว และเป็นคนดีของสังคมต่อไป

สำหรับผู้ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือให้น้องฝน (น.ส.จิราภา) ได้เรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนจบการศึกษา สามารถร่วมสนับสนุนกำลังทรัพย์ได้ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสุโขทัย  น.ส.จิราภา บุญทาทิพย์ หมายเลขบัญชี 616-0-52550-6

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435963/36776/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435963/36777/news

พะเยา สืบฮีตสานฮอยป๋าเวณี “หล่อเตียนผะษา” ให้อนุชนได้เรียนรู้สืบทอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พะเยา สืบฮีตสานฮอยป๋าเวณี “หล่อเตียนผะษา” ให้อนุชนได้เรียนรู้สืบทอด

พะเยา สืบฮีตสานฮอยป๋าเวณี "หล่อเตียนผะษา" ให้อนุชนได้เรียนรู้สืบทอด3 กรกฎาคม 2563 – 12:03 น.

วัดหลวงราชสัณฐานรักษาจารีตประเพณีทำพิธี “หล่อเตียนผะษา” เชื่อทำให้ชีวิตสว่างไสว เจริญรุ่งเรือง

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2563) ที่วัดหลวงราชสัณฐาน ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา พระครูอุปถัมภ์จันทวงศ์ เจ้าอาวาสฯ พร้อมด้วยศรัทญาติโยมได้ทำพิธี “หล่อเตียนผะษา” หรือหล่อเทียนพรรษาตามที่เคยปฏิบัติสืบทอดขนบประเพณีจากครั้งโบราณกาล เพื่ออนุรักษ์และสืบสานส่งต่ออนุชนรุ่นหลังตลอดจนให้อนุชนได้มองเห็นคุณค่าอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพชน

พระครูอุปถัมภ์จันทวงศ์ เปิดเผยว่า ทางชุมชนและวัดได้ช่วยกันอนุรักษ์และสืบประเพณีการหล่อเทียนพรรษามาช้านานรุ่นต่อรุ่น เนื่องจากคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นชุมชนวัดใดๆทางเหนือก็ล้วนแต่เชื่อว่าถ้าถวายเทียนพรรษาแล้วชีวิตจะสว่างไสวเจริญรุ่งเรือง มีบารมี โดยทางวัดได้จัดเตรียมเทียนที่เป็นรูป 12 นักษัตรไว้ให้ญาติโยม จากนั้นให้คนชื่อตนเอง ครอบครัว ลงไปในเทียนด้วยนำไปต้ม ก่อนที่จะใช้กระบวยตักเทียนใส่ในแบบของแท่งเทียนไปจนกว่าจะได้ต้นเทียนที่สมบูรณ์ ส่วยการหล่อเทียนพรรษาน่าจะเป็นความเชื่อมาจากเมื่อครั้งพุทธกาล พระอนุรุทธะ สาวกของพระพุทธเจ้าเคยให้แสงประทีปเป็นทานในอดีตชาติ จึงมีสติปัญญาเฉียบแหลม ฉลาดรอบรู้พระธรรมวินัยอย่างแตกฉาน และ หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งได้นำประทีปไปจุดให้แสงสว่างคนที่มาฟังธรรมที่เชตวนาราม เมืองสาวัตถี เมื่อตายไปแล้วไปเกิดใหม่เป็นนางฟ้า เทพธิดาผู้มีรัศมีสว่างงดงามติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อานิสงส์การถวายเทียนพรรษา 1. เกิดปัญญาทั้งชาตินี้และชาติหน้า 2. ทำให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว เจริญรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ 3. ทำให้เรืท่องร้ายๆกลับกลายเป็นดี 4. มีมิตรสหายมากมาย 5. เป็นที่รักของมนุษย์ เทวดา 6. เมื่อตายไปจะได้สู่สุขคติสวรรค์ และ 7. หากมีบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาเห็นธรรม เข้าสู่พระนิพพาน

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา