SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433032?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

6 มิถุนายน 2563 – 15:10 น.

สืบสานงานประเพณีปีละครั้ง “ขึ้นเขาพนมรุ้ง” ช่วงเดือนเมษาของทุกปี

          งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี (วันเพ็ญเดือนห้า) จะมีประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2481 โดยความคิดริเริ่มของท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมญาณ จากวัดท่าประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีทางขึ้นสู่ตัวปราสาท ผู้ที่สนใจอยากขึ้นชมปราสาทต่างคนต่างขึ้นมาเองโดยไม่กำหนดเวลาประกอบกับจังหวัดสุรินทร์มีประเพณีขึ้นเขาสวายในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกๆ ปี ท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมญาณเห็นว่าประเพณีขึ้นเขาเป็นสิ่งดี เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันทำบุญพบปะสังสรรค์ สร้างความสามัคคีและมีโอกาสได้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย จึงริเริ่มให้จัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญเดือน 5 ปี พ.ศ. 2485 และประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งก็ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกระทั่ง

          ปัจจุบันเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ทุกปีจะมีปรากฏการณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี คือในช่วงเวลานั้นเราจะมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงตามความยาวของปราสาทเราสามารถมองลอดประตูทางด้านทิศตะวันตกฝ่ากรอบประตูต่างๆ กว่า 10 กรอบ ทะลุผ่านประตูปรางค์ประธาน และทะลุออกซุ้มประตูหน้า ความยาว 88 เมตร มองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงกรอบประตูพอดี

เขาพนมรุ้ง ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตร ซึ่งคำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “ภูเขาใหญ่” นั่นเองโดยตัวปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอด อันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะ ๆ ถนนทางเดินนี้ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่าโรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท

          ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นศาสนสถาน ในลัทธิพราหมณ์และ ได้รับการแปลงเป็นพุทธสถานในสมัยหลัง ช่วงที่ถูกทิ้งร้างอยู่มีผู้นำพระพุทธบาทจำลองไปประดิษฐานไว้ที่ปรางค์น้อยบนเขา กลายเป็นประเพณีของชาวบ้านรอบ ๆ บริเวณนั้นพากันขึ้นไปนมัสการปิดทองรอย พระพุทธบาทนี้รวมทั้งไหว้พระทำบุญในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เนื่องจากปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นโบราณสถานที่ยี่งใหญ่สวยงามและเป็นประเพณีแต่ดั้งเดิม จังหวัดจึงได้ส่งเสริมให้มีงานประเพณีในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน โดยจัดกิจกรรมต่างๆ อันเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณ ได้แก่ ขบวนแห่ราชประเพณีขอมโบราณ การแสดงแสง-เสียง ย้อนรอยอดีตพนมรุ้ง และการแสดงระเบิดภูเขาไฟจำลอง

          เป็นวันที่ประชาชนทั่วไปร่วมทำบุญปิดทองนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ประดิษฐานอยู่ในปรางค์องค์น้อยและทำให้ชาวบ้านได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ โดยเฉพาะการทอผ้าไหมทั้งนี้เพราะในช่วงงานประเพณีขึ้นเขา ชาวบ้านหญิงชายจะแต่งกายด้วยผ้าไหมทอลวดลายสวยงามประณีตที่สุดของตนเองเป็นการอวดฝีมือและความสามารถสร้างชื่อเสียงของหมู่บ้านและของตนเองอีกด้วยและยังเป็นโอกาสให้ชาวบ้านได้เที่ยวชมความงามของปราสาทพนมรุ้ง และชักชวนให้คนเดินทางมาเที่ยวชมในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งมากขึ้นทุกปี

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

สืบสานงานประเพณีปีละครั้งขึ้นเขาพนมรุ้ง

ผวจ.สุโขทัยเปิด โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เขตสุขภาพที่2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432991?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ผวจ.สุโขทัยเปิด โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เขตสุขภาพที่2

6 มิถุนายน 2563 – 08:34 น.

ผวจ.สุโขทัยเปิด โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เขตสุขภาพที่2

นายไมตรี  ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิด “โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  Combat 4th Wave of COVID-19 (C4) เขตสุขภาพที่ ๒ จังหวัดสุโขทัย” ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตสุโขทัย ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยบุคลากรทางสาธารณสุข และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 140 คน

ากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวางไปหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา  2019 โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ของประชาชนอีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพทางจิตใจในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ให้มีภูมคุ้มกันทางใจตลอดจนภาวะเหนื่อยล้า หมดไฟ ในบุคลากรสาธารณสุข ผู้ให้บริการคัดกรองป้องกันและรักษาผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 เกิดการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมสุขภาพจิต พร้อมด้วย หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาลจิตเวชพิษณุโลก และศูนย์สุขภาพจิตที่เขตสุขภาพที่  2 จังหวัดสุโขทัย จึงได้เร่งดาเนินการให้ความช่วยเหลือดูแลจิตใจประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ โดยกระบวนการส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและให้การเยียวยาจิตใจให้สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด และจัดให้มีการบรรยายองค์ความรู้การเสริมสร้างพลังใจสู้ภัยโควิด-19 โดยดร.วุฒิพงศ์  ถายะพิงค์ ประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพมนุษย์และกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ Wuttipong Academy การจัดกิจกรรมบูทนิทรรศการดูแลช่วยเหลือทางจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งได้กำหนดให้มีการเว้นระยะห่างทางกายภาพ  การแจกหน้ากากผ้าอนามัย การล้างมือด้วยเจลแอลกฮอล์ การคัดกรองอุณหภูมิ ก่อนเข้าร่วมการประชุมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของสุโขทัยดีขึ้น ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม เป็นระยะเวลากว่า 73 วันแล้ว แต่ยังคงมีการ เฝ้าระวังกันต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขอให้กำลังใจบุคลากรทุกท่านที่เข้ามามีส่วนร่วม ในการดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตโควิด-19 ที่สำคัญที่สุด ทีมบุคลากรก็มีความจำเป็นที่จะต้อง ตรวจสอบสภาพจิตใจของตนเองด้วยเช่นกัน  และหวังว่าการจัดกิจกรรมเช่นนี้จะสามารถช่วยเหลือดูแลจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ได้อย่างเหมาะสม

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

พระภิกษุใจดี ร่วมกับเทศบาลห้วยทราย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม.นำข้าวสารอาหารแห้งเพื่อไปจ่ายแจกชาวบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432990?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

พระภิกษุใจดี ร่วมกับเทศบาลห้วยทราย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม.นำข้าวสารอาหารแห้งเพื่อไปจ่ายแจกชาวบ้าน

พระภิกษุใจดี  ร่วมกับเทศบาลห้วยทราย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม.นำข้าวสารอาหารแห้งเพื่อไปจ่ายแจกชาวบ้าน

6 มิถุนายน 2563 – 08:34 น.

พระภิกษุใจดี ร่วมกับเทศบาลห้วยทราย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม.นำข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่ จำนวน 230 ชุดเพื่อไปจ่ายแจกชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง

พระภิกษุใจดี  ร่วมกับเทศบาลห้วยทราย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม.นำข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่ จำนวน 230 ชุดเพื่อไปจ่ายแจกชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และ แม่บ้านในพื้นที่ 2 หมู่บ้าน บ้านดอยซิว, บ้านป่าตึง อำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ “ร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งปันความสุข”ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์โควิดท-19
ที่หมู่บ้านดอยซิว หมู่ 6 ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ พระครูปลัดศุภชัย ภัทเทกเมธี เจ้าอาวาสวัดแม่ป่าข่า หมู่ 12 ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน พร้อมด้วยนายไวศักดิ์ ใจเทพ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยทราย นายชาคริต ธิสา รองนายกฯ นายสายเพชร ทาโปปิน สมาชิกสภาฯนายประเวท จินาจันทร์ สมาชิกฯ,นายเอนก อินมูตโต สมาชิกฯ คุณแม่สุข อินต๊ะปวง,นายพิรุณ ขัตธิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ห้วยทราย ,นายสมาน หมื่นแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ห้วยทราย,นางจันทร์ทิพย์ บุญเพ็ง ประธานกลุ่มแม่บ้านดอยซิว หมู่ 6, และนางจันทร์ศรี ภักดี ประธานกลุ่มแม่บ้าน หมู่ 7 ต.ห้วยทราย  พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง และ เจ้าหน้าที่ อสม.ตำบลห้วยทราย พร้อมทีมงานจำนวนกว่า 20 คน ได้ช่วยกันลำเลียงไข่ไก่ จำนวนกว่า 250 แผง พร้อม ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวน 230 ชุด ไปวางบนโต๊ะเพื่อทำการแจกจ่ายบรรดา ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง แม่บ้าน บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัส 2019 หรือ โรคโควิท -19 ในพื้นที่ตำบลห้วยทราย จำนวน 2 หมู่บ้าน ทั้งนี้ได้มีการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิท-19 โดยได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของชาวบ้าน มีการรักษาระยะห่าง จัดเตรียมแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด

พระครูปลัดศุภชัย ภัทเทกเมธี เจริญพรว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิท-19 ขณะนี้ ทำให้เราทุกคนต่างได้รับผลกระทบ และเกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ เงินทอง เครื่องใช้ อาหารการกิน ทำให้คนตกงาน ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ผู้คนเกิดความหิว อดอยาก โดยทางอาตมา ซึ่งมีบ้านเกิดบ้านเดิมอยู่หมู่บ้านดอยซิว หมู่ 6 ต.ห้วยทราย มีความสำนึกสงสารชาวบ้านอยากให้การช่วยเหลือสังคม จึงได้ควักทุนทรัพย์ส่วนตัว และบางส่วนที่ได้รับการบริจาคจากคณะลูกศิษย์ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างปรเะทศ ได้นำมาจัดชื้อข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค-บริโภค นำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน  ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 6 บ้านดอยซิว และ หมู่ 7 บ้านป่าตึง ต.ห้วยทราย เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ช่วยแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาหารการกินที่เพียงพอ ซึ่งเป็นการ บรรเทาความเดือดร้อนในระดับหนึ่ง

ซึ่งการนำข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ เครื่องอุปโภค-บริโภค มาแจกจ่ายในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของหมู่บ้านดอยซิว โดยที่ผ่านมาทางคณะสงฆ์ และอาตมา ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งมาแล้วจำนวนทั้งสิ้นจำนวน 11 ครั้ง จำนวน 1,715 ครัวเรือน สำหรับโครงการครั้งต่อไปจะนำไปแจกที่ อ.พร้าว จำนวน 250 ครัวเรือน  อ.แม่อาย จำนวน 200 ครัวเรือน, ตำบลห้วยทรายอีก 400 ครัวเรือน และที่ ต.แม่ทา อ.แม่ทา จำนวน 300 ครัวเรือนในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 นี้

นิวัตร ธาตุอินจันร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

สทบ.เปิดการซื้อขายสินค้าสมาชิกกองทุน 12จว. ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432989?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สทบ.เปิดการซื้อขายสินค้าสมาชิกกองทุน 12จว. ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน

6 มิถุนายน 2563 – 08:32 น.

สทบ.เปิดการซื้อขายสินค้าสมาชิกกองทุน 12 จังหวัด

นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผอ.สทบ. ลงพื้นที่ภาคเหนือที่จังหวัดสุโขทัยเพื่อเปิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ทำให้เกิดการเสริมรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องกองทุนหมู่บ้าน โดยการซื้อขายสินค้าระหว่างกองทุนหมู่บ้านทำให้เกิดรายๆได้เข้าสู่ชุมชน

ขยายผลไปในระดับภูมิภาคของภาคเหนือ จังหวัดกำแพงเพชร ตาก น่าน แพร่ สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ที่ตกลงซื้อขายสินค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี สกลนคร เลย หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนโดยสมาชิกกองทุนนำสินค้าที่เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทำให้สร้างรายได้และยังเกิดความประทับใจสู่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน อีกทั้งยังมีการเปิดพื้นที่ให้สมาชิกนำสินค้ามาขายเป็นการเพิ่มรายได้เข้าสู่ชุมชนอีกด้วย

นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผอ.สทบ.กล่าวด้วยว่า ตนได้เร่งดำเนินโครงการต่างๆที่เป็นนโยบายในการเสริมสร้างรายได้ ลดรายจ่ายห้กับพี่น้องกองทุนหมู่บ้าน สร่างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก สร้างชุมชนเข้มแข็งและต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีอยู่กว่า 13 ล้านคนทั่วประเทศ

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432969?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัส

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัส

6 มิถุนายน 2563 – 00:00 น.

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัสสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายได้

          ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก และยิ่งตอนนี้หลายคนเริ่มออกจากบ้านกลับมาใช้ชีวิตกันปกติแล้วหลังจากที่ต้อง Work from home อยู่เป็นเดือน แน่นอนว่าเมื่อคนเรากลับมาดำเนินชีวิตแบบปกติ การดูแลสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึง และยิ่งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ ยิ่งทำให้เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ดังนั้นวันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ ผลไม้ที่จะช่วยป้องกันไวรัส สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายได้ นั้นก็คือ Elderberry (เอลเดอร์เบอร์รี่)

          Elderberry ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแวดวงผู้รักสุขภาพในบ้านเรา ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเบอร์รี่ชนิดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ วันนี้เรามารู้จัก เอลเดอร์เบอร์รี่ ให้มากกว่านี้กัน เอลเดอร์เบอร์รี่ เป็นผลเบอร์รี่ขนาดเล็กสีม่วงเข้ม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sambucus nigra เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในยุโรป และแอฟริกาทางตอนเหนือ ซึ่งในหลายประเทศในแถบยุโรปมักนำดอก เอลเดอร์เบอร์รี่ มาทำเป็นน้ำเชื่อมเพื่อใช้รับประทานเป็นอาหารเช้า รวมทั้งนำผลมาทำเป็นเครื่องดื่ม ไวน์ แยม น้ำผลไม้

เอลเดอร์เบอร์รี่ ถือเป็นพืชมหัศจรรย์ตระกูลเบอร์รี่เลยก็ว่าได้  ซึ่งในเม็ดเล็กที่เราเห็นกันนั้น มีสารหลากหลายที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ มีกรดอะมิโนรูติน เคอเซติน วิตามินเอ บี และซี และสำหรับสารที่ Wow สุด  ๆ ในผลเอลเดอร์เบอร์รี่คือสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและด้วยสารนานาชนิดที่อยู่ในผลเอลเดอร์เบอร์รี่ จึงทำให้วงการแพทย์สกัดสารต่าง ๆ ในเบอร์รี่ชนิดนี้มาใช้เป็นยาต้านหรือยับยั้งเชื้อไวรัสต่างๆ เช่น โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อไวรัสเริม ยับยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสในร่างกาย ลดการอักเสบและยับยั้งการหลั่งของสารก่อการอักเสบในร่างกาย และสำหรับในแวดวงสุขภาพได้นิยมรับประทานมากขึ้นเพราะ เอลเดอร์เบอรี่มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล บำรุงสายตา ที่สำคัญเพิ่มภูมิคุ้มกัน และด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทำให้คนยุโรปมีความเชื่อว่า Elderberry คือยาอายุวัฒนะ

          ยังไงในช่วงนี้ ที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ เรายิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ดังนั้นหากมีเวลาว่างก็เดินเข้าห้างสรรพสินค้าหรือตลาดเพื่อแวะซื้อเอลเดอร์เบอร์รี่สด ๆ มาแช่ตู้เย็นเก็บไว้รับประทานกันบ้าง หรือถ้าหากใครไม่มีเวลาแนะนำลองมองหาผลิตภัณฑ์ หรือ วิตามินดี ๆ อย่างCELE FOOZ (เซเลฟูซ) ที่มีสารสกัดจากเอลเดอร์เบอร์รี่ ในปริมาณที่ร่างกายต้องการมาติดบ้านไว้บ้างก็ดีนะ เพื่อที่ภายในร่างกายของเราจะได้มีเกาะป้องกันเจ้าไวรัสต่าง ๆ ที่พยายามเปิดประตูมาทำร้ายร่างกาย
#HiPOWERSHOT #CELEFOOZ #เซเลฟูซ # Elderberry

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัส

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัส

ชวนรู้จัก Elderberry เบอร์รี่มาแรงกับประโยชน์ที่ช่วยป้องกันไวรัส

โผล่อีก ผนังอุโบสถวัดหนองเต่า ศิลปินวาดตัวละครดังลงในภาพมารผจญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432904?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

โผล่อีก ผนังอุโบสถวัดหนองเต่า ศิลปินวาดตัวละครดังลงในภาพมารผจญ

โผล่อีก ผนังอุโบสถวัดหนองเต่า ศิลปินวาดตัวละครดังลงในภาพมารผจญ

5 มิถุนายน 2563 – 12:55 น.

โผล่อีก ผนังอุโบสถวัดหนองเต่า ศิลปินวาดตัวละครดังลงในภาพมารผจญ ทำเอาคนชมภาพอึ่งตามกัน

   วันที่ 5 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.ที่วัดหนองเต่า หมู่ที่ 7 ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี นายธาติกร เจริญศิริ อายุ 32 ศิลปินรุ่นพี่ของ คุณจรัณภัตษญ์ ศิลปินผู้วาดภาพที่กลายเป็นกระแสข่าวอันโด่งดัง ซึ่งขณะนี้ นายธาติกร ต้องทำเอาคนที่มาชมภาพสิตางศุ์ใน อุโบสถทึ่งกันอีกครั้งเมื่อ ตัวละคร 4 ตัวในหนังฮอลลีวูดโผล่มาในภาพมารพจญ ซึ่งในรานละเอียดรูปภาพนั้นมีภาพพระพุทธเจ้ากำลังนั่งสมาธิแล้วมีหมู่มารมาขัดขวางการปฎิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า ในภาพมีหมู่มารตามภาพวาดที่วาดตามกันมาตั้งแต้โบราณรวมถึงพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งมาบีบมวยผมเพื่อนำน้ำมาปัดเป่าเหล่าหมู่มาร โดยภาพที่มีเหล่าบรรดาหมู่มารนั้น มีตัวละครคือ ทานอส จากตัวละครจากภาพยนตร์ เรื่อง อเวนเจอร์ส  หลอดเวอร์ดามอร์ ตัวร้ายในเรื่องแฮรรี่พอตเตอร์  ดาร์ธ เวเดอร์จากเรื่องสตาร์วอรส์ และไทรตัน ซึ่งตัวเป็นละครจากหนังญี่ปุ่น

ซึ่งนายธาติกรได้เปิดเผยว่าตัวละครจากหนังทั้ง 4 ตัวนั้นที่เขียนบนผนัง อุโบสถวัดหนองเต่า เป็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบจึงนำมาเขียนไว้ในภาพมารผจญ ซึ่งตัวละครทั้ง 4 ตัวก็เป็นตัวโกงในภาพยนตร์ ทั้งสิ้น แนวการวาดภาพก็คือมาจากอารมณ์การวาดของตัวเองซึ่งเป็นแนวคิดที่จะให้เด็กๆหันมาเข้าวัดอีกด้วยจากตัวละครดัง 4 ตัวนี้ และก่อนหน้านี้เคยวาดภาพคล้ายนักการเมืองไว้สองคนแต่ในวันที่สิตางศุ์มา นั้นในช่วงเช้าถูกมือดีลบภาพนักการเมือง 2 คนไป ตัวเองก็เสียความรู้สึกเป็นอย่างมากแต่ก็ต้องจำใจก็เพราะไม่รู้ว่าใครนั้นมาลบเพราะในช่วงเช้านั้นตัวเองเข้ามาดูภาพวาดของตัวเองและออกไปทำธุระ

ประชาชนนั้นที่เดินทางมาดูภาพสิตางศุ์ซึ่งเป็นกระแสโด่งดังเห็น นายธาติกร นั้นกำลังใช้พู่กันตกแต่งภาพต่างก็ทึ่งกันอีกครั้งที่มีตัวละครจากภาพยนตร์โผล่มาเพิ่มอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ภาพสิตางศุ์ก็โด่งดังจนวัดหนองเต่าแห่งนี้เป็นที่รู้จักเพราะกระแสข่าวมาคราวนี้คนที่มาชมภาพก็ต้องทึ่งอีกครั้ง แต่ต้องรอลุ้นกันอีกครั้งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะว่าอย่างไรในภาพดังกล่าว แต่เสียงประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับชื่นชมด้วยซ้ำที่ นายธาติกร ศิลปินวาดภาพนำตัวละครจากภาพยนตร์มาใส่ในภาพวาด เพราะในเมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปก็ต้องยอมรับกันอีกทั้งตัวละครทั้ง 4 ตัว ก็เป็นเหมือนหมู่มารซึ่งสอดคล้องกับรูปภาพเพียงแต่เป็นมารในสมัยนี้จากจากภาพยนตร์ที่โด่งดังในปัจจุบัน

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432893?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

5 มิถุนายน 2563 – 11:01 น.

ขาเที่ยวมีเฮ ที่พัก -สปา  หลังคลายล็อกท่องเที่ยวไทย จัดหนักรับคนรักการเดินทางท่องเที่ยว

          ได้เวลาคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย  “แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล”  รับลูกเปิดตัวบัตรกำนัลชุดพิเศษ ของขวัญที่สมบูรณ์แบบและเพิ่มมูลค่าให้กับการพักผ่อนภายในประเทศ   งานนี้จัดหนักจัดเต็มเพื่อคนรักการเดินทางท่องเที่ยว  โดยเปิดขายตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น และสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ทั้งห้องพักสุดหรู อาหาร และสปาชั้นเลิศในแต่ละโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทย

          สำหรับรายละเอียดบัตรกำนัลมีให้เลือก 3 แบบ เริ่มจากรับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุดถึง 50% จากการซื้อบัตรกำนัล เช่น เมื่อซื้อบัตรกำนัลในราคา 1,000 บาท จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่าสูงถึง 1,250 บาท หรือมากกว่าราคาซื้อ 25% เมื่อซื้อบัตรกำนัลในราคา 3,000 บาท จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 4,050 บาท หรือมากกว่าราคาซื้อ 35% และเมื่อซื้อบัตรกำนัลในราคา 10,000 บาท จะสามารถนำบัตรกำนัลไปใช้สำหรับที่พัก ห้องอาหาร และสปา มูลค่าสูงสุดถึง 15,000 บาท หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 50% จากราคาซื้อ

นอกจากจะใช้เป็นส่วนลดสำหรับท่องเที่ยวด้วยตัวเองแล้ว ยังสามารถซื้อหาไว้เป็นของขวัญที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด ของขวัญแต่งงาน หรือวันครบรอบวันแต่งงาน โดยบัตรกำนัลแต่ละใบสามารถใช้ได้กับที่พักที่มีให้เลือกสรรมากมาย ตั้งแต่โรงแรมในเมืองที่มีสไตล์ไปจนถึงรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนอันแสนสบาย และอื่น ๆ อีกมากมาย  สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาคลิ๊กที่นี่

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ผู้แทนประธานวุฒิสภา มอบถุงยังชีพพระสงฆ์และอสม.จ.อุตรดิตถ์ “ตามดำริของสมเด็จพระสังฆราช” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432890?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ผู้แทนประธานวุฒิสภา มอบถุงยังชีพพระสงฆ์และอสม.จ.อุตรดิตถ์ “ตามดำริของสมเด็จพระสังฆราช”

ผู้แทนประธานวุฒิสภา มอบถุงยังชีพพระสงฆ์และอสม.จ.อุตรดิตถ์ "ตามดำริของสมเด็จพระสังฆราช"

5 มิถุนายน 2563 – 10:27 น.

สว.อุตรดิตถ์เป็นผู้แทนประธานวุฒิสภามอบถุงยังชีพพระสงฆ์ “ตามดำริของสมเด็จพระสังฆราช”และ อสม.เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับ อสม.ทุกคน ในการร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรคโควิด-19

ที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประธานกรรมการดำเนินการ จัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม และกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา ผู้แทน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายทรงเดช เสมอคำ สว. นายธนทัต นิติวราธนกุล กรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม และกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา และคณะ 10 คน ร่วมกันมอบถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์

โดยมีนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ น.ส.งามจิต อ้นยาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ต.พยูนห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จว.อ.ต. นายสหวิช อภิชัย วิศรุตกุล ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ต.อ.ดิยเดช พัชรภูวดล ผกก.สส.ภ.จว.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.นนทวร สีอินทร์ ผกก.สภเมืองอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยอสม.เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จำนวนกว่า 350 คนให้การต้อนรับ

ในการมอบถุงยังชีพให้กับ อสม.ในครั้งนี้ต้องถือว่า อสม.ถือว่าเป็นด่านหน้าในการเฝ้าระวัง ติดตาม กักตัว และให้ความรู้แก่ประชาชนรวมทั้งผนึกกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ถือว่าเป็นรากฐานอันเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งยังเป็นผลงานระดับโลก ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ชื่นชมว่า อสม.นับเป็นพลังเงียบฮีโร่สู้โควิด-19 และจะเป็นตัวอย่างให้กับหลายประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุมโรคโควิด-19 ต่อไป ทางคณะ สว.จึงให้ความสำคัญกับ อสม. อย่างมาก ในการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 จึงให้ทาง กรรมการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม และกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา มามอบถุงยังชีพพร้อมให้กำลังใจกับการทำงานของ อสม.ตลอดไป

นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากจะมอบถุงยังชีพให้กับ อสม.เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์จำนวน 300 ชุดแล้ว ยังมอบถุงยังชีพผ่านนายธนกร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อนำไปมอบให้กับ อสม.อ.บ้านโคกอีกจำนวน 330 ชุดด้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับ อสม.ทุกคน ในการร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรคโควิด-19 อสม.ถือว่าเป็นบุคคลด่านแรกที่จะต้องเผชิญและสุ่มเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งไม่น้อยไปกว่าแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ต้องชื่นชมและยอมรับว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ลดลงอยู่ในระดับหนึ่งได้นั้น เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานของกลุ่ม อสม.ทั่วประเทศที่เอาจริงเอาจังกับการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สว.จึงมอบถุงยังชีพและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ อสม.เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งต่อไปในการต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19  หลังจากคณะ สว.มอบถุงยังชีพให้กับ อสม.เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคใส่ตู้ปันสุขของ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จากนั้นเดินทางไปยังวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ ต.ผาจุก อ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อมอบกระโจมอะคริลิค จำนวน 3 ชุด และเจลแอลกอฮอล์ให้กับเทศบาลตำบลผาจุก เพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยหรือกรณีฉุกเฉิน เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมกับมอบถุงยังชีพให้กับพระสงฆ์วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถจำนวน 50 ชุด โดยพระดำริ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  และจุดสุดท้ายคณะเดินทางไปมอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้กับนายสังวร อ่อนจันทร์ อายุ 44 ปี นางเครือวรรณ อ่อนจันทร์ อายุ 42 ปี เพื่อสมทบทุนสร้างบ้าน ที่หมู่บ้านชำป่าหวาย หมู่ 6 ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

ท้าให้ลอง พิซ่ากระเพราไก่ รสชาดจัดจ้านอร่อยจนต้องบอกต่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432889?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ท้าให้ลอง พิซ่ากระเพราไก่ รสชาดจัดจ้านอร่อยจนต้องบอกต่อ

ท้าให้ลอง พิซ่ากระเพราไก่ รสชาดจัดจ้านอร่อยจนต้องบอกต่อ

5 มิถุนายน 2563 – 10:26 น.

ท้าให้ลอง พิซ่ากระเพราไก่ อร่อยจนต้องบอกต่อ สำหรับพิซซ่าสไตล์ไทยๆ รสชาดจัดจ้านหน้ากระเพราไก่ที่อร่อยถึงใจหากคุณต้องการความแปลกใหม่ที่ผสมผสานฟิวชั่นอย่างลงตัว

ต้องลองพิซซ่าสไตล์ไทยๆ รสชาดจัดจ้านหน้ากระเพราไก่ที่อร่อยถึงใจหากคุณต้องการความแปลกใหม่ และการผสมผสานของอาหารระหว่างอิตาลีและไทย นี่คือการผสมผสานที่ใช้เอกลักษณ์ของอาหารจานหลักที่ Signature ของทั้งสองประเทศ นั่นคือพิซซ่าของอิตาลี และกระเพราของไทย โดยใช้แป้งสูตรอิตาเลียนและใช้หน้ากระเพราไก่รสชาติแบบไทยๆ จี๊ดจ๊าดตามสไตล์ไทยๆ ทำให้เกิดการผสมผสานฟิวชั่นอย่างลงตัวหากคุณเป็นคนที่ชอบอาหารรสจัดแนะนำเมนูนี้ที่ต้องลองรับรองติดใจด้านคนไม่ทานเผ็ด แต่เน้นความมันส์หนึบของชีสทั้งหน้าผักขมชีสสโมกกี้เบคอนและหน้ายอดนิยมฮาวายเอี้ยนก็เด็ดไม่แพ้กันด้านชีส ก็ใช้ชีสที่รสชาติดีมากๆ ทำให้มีลูกค้าขาประจำแวะเวียนมาสั่งแบบไม่ขาดสายเพราะทางร้านมีหน้าให้เลือกกว่า 10 หน้าด้าน ราคามี 3 ขนาดตั้งแต่ size S ราคา 69 บาท ทานคนเดียว size M ราคา79 แบบจุใจsize L 139 บาท อร่อยคุ้มแบบจุก

ด้านเจ้าของร้านคุณกรวลี แม้นพยัคฆ หรือคุณเก่งเจ้าของร้าน pizza by keng เล่าว่าเดิมทีร้านเปิดขายแต่ชานมไข่มุกหลังจากหลังจากที่รัฐบาลผ่อนปรนให้ร้านอาหารก่อนหน้านี้ร้านอาหารต้องให้บริการเฉพาะการซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น ทำให้หลายร้านมียอดขายที่ลดลง หรือบางร้านก็ต้องพึ่งพาบริการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี ทางร้านจึงหาทางเพิ่มยอดขายโดยนำพิซซ่ามาเสริมเพื่อลดค่าใช้จ่ายแต่คาดไม่ถึงได้รับการตอบรับที่ดีลูกค้ามาทานแล้วติดใจจนเป็นที่มาของปากต่อปากทำให้ยอดขายพุ่งบางรายมาขอซื้อสูตรเพื่อไปเปิดสาขาตามที่ต่างๆ ล่าสุดมีเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา หากใครสนใจติดต่อได้ที่ร้าน pizza by keng ที่อยู่ 25/6 ตลาดวีระกร ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000 หรือสอบถามเส้นทางหรือสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 092-238-8964

รณกฤต วรรันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

หนุ่มสุรินทร์สู้ชีวิต นอนติดเตียง กว่า12ปี อยากตัดขาทิ้ง หวังช่วยงานทางบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/432888?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

หนุ่มสุรินทร์สู้ชีวิต นอนติดเตียง กว่า12ปี อยากตัดขาทิ้ง หวังช่วยงานทางบ้าน

หนุ่มสุรินทร์สู้ชีวิต นอนติดเตียง กว่า12ปี อยากตัดขาทิ้ง หวังช่วยงานทางบ้าน

5 มิถุนายน 2563 – 10:23 น.

หนุ่มสุรินทร์สู้ชีวิต นอนติดเตียงกว่า12 ปี อยาก ตัดขาทิ้ง หวังช่วยงานทางบ้าน เหกิดอุบัติเหตุตกลงไปในบ่อปูนความสูงประมาณ 5 เมตร เอวถึงขาท่อนล่างขยับไม่ได้เป็นอัมพาตท่อนล่าง ส่งกลิ่นคาว แผลเน่าบวม มีแมลงวันบินตอมวอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคแผ่นรองซับ

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2563 ที่บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณชั้นล่างโล่ง ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจำเนือน คิดนุนาม อายุ 48 ปี พักอาศัยบ้านเลขที่ 61 ม. 6 บ้านกันตาลหาร ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งได้นอนป่วย ติดเตียง นานนับ 12 ปี เพราะนายจำเนือน คิดนุนาม ได้ไปเป็นลูกจ้างงานก่อสร้างของผู้รับเหมา ที่ จ.อยุธยา และได้เกิดอุบัติเหตุตกลงไปในบ่อปูนความสูงประมาณ 5 เมตรในระหว่างทำงาน ทำให้เป็นอัมพาต ตั้งแต่เอวถึงขาท่อนล่างขยับไม่ได้ ด้านหลังและก้น มีแผลกดทับหลายจุด เกิดจากการนอนติดเตียงนานๆ ทั้งเป็นแผลตกสะเก็ด มีกลิ่นคาวกลิ่นแผลเน่า และบวม นอนป่วยติดเตียงนาน 12 ปี จึงทำให้ทำงานไม่ได้ ผู้รับเหมาได้ช่วยค่าพยาบาลให้กับนายจำเนือน คิดนุนาม ในจำนวน 10,000 บาท นายจำเนือน คิดนุนาม จึงได้เดินทางกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด วอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคแผ่นรองซับ ต้องอาศัยเบี้ยคนพิการเพียงเดือนละ 800 บาทเลี้ยงดูตนเอง

ทีมข่าวได้สอบถามนายสำเนียง คิดนุนาม อายุ 48 ปี เป็นน้องชาย พักบ้านเดียวกัน กล่าวว่า นายจำเนือน คิดนุนาม เป็นพี่ชายได้ไปทำงานก่อสร้างที่ จ.อยุธยา แล้วได้เกิดอุบัติเหตุทำงานไม่ได้ จึงกลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งอาการพี่ชายนั้น เป็นอัมพาตท่อนล่าง ตั้งแต่เอวถึงขาท่อนล่างขยับไม่ได้ ซึ่งตนได้ทำงานรับจ้างเย็บผ้าในหมู่บ้าน ยามตนไม่อยู่ก็จะให้หลานชายเป็นคนดูแล ส่วนกับข้าวกับปลานั้น ทางพี่สาวที่อยู่บ้านใกล้กันจะนำมาให้ ตนจึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้เข้ามาช่วยเหลือ หรือมีผู้ใจบุญช่วยบริจาคแผ่นรองซับ เพราะทุกวันนี้ได้เงินจากเบี้ยคนพิการของนายจำเนือน คิดนุนาม พี่ชาย จำนวน 800 บาท ซื้อมาใช้และจะใช้เพียงวันละแผ่นเท่านั้นเพื่อประหยัด

สำหรับพี่ชายตน ได้นอนป่วยติดเตียง อัมพาตท่อนล่าง ก็จะมี เจ้าหน้าที่อนามัย จะมาเปลี่ยนท่อถุงน้ำเสียให้ทุกเดือน เดือนละครั้ง นายจำเนือน คิดนุนาม ผู้ป่วยติดเตียง กล่าวว่า ตนได้ไปเป็นลูกจ้างงานก่อสร้างของผู้รับเหมา ที่ จ.อยุธยา และได้เกิดอุบัติเหตุตกลงไปในบ่อปูนความสูงประมาณ 5 เมตรในระหว่างทำงาน ทำให้ตนเป็นอัมพาตท่อนล่าง ตั้งแต่เอวถึงขาท่อนล่างขยับไม่ได้ นอนป่วยติดเตียงนาน 12 ปีมาแล้ว

หลังจากประสบอุบัติเหตุ ทางผู้ว่าจ้าง ก็ได้ให้เงินช่วยเหลือมา 10,000 บาท ตนจึงได้กลับมารักษาตัวเองยังบ้านเกิดที่สุรินทร์ และตนนั้นอยากจะทำงานและช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งสิ่งที่ตนขาดของใช้คือ แผ่นรองซับกระดาษทิชชู อยากให้ผู้ใจบุญช่วยบริจาคให้กับตน อีกทั้งตนขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือท่านผู้ว่าราชการ จ.สุรินทร์ ช่วยตน อยากให้หมอ ตัดขาทิ้ง ตนจะได้นั่งรถวีลแชร์ช่วยเหลือตนเองและทำงานช่วยพี่น้องได้

ท่านใดสนใจมีจิตเป็นกุศล อยากให้ความช่วยเหลือ แผ่นรองซับ กระดาษทิชชู ฯลฯ บริจาคได้ที่ธนาคาร ธกส. สาขาปราสาทเมืองใหม่ เลขที่บัญชี 020128052719 ชื่อบัญชีนายจำเนือน คิดนุนาม โดย นางสำรวย คิดนุนาม หรือโทร.เบอร์0934698059 หรือ เบอร์โทร.097-0868183 นายสำเนียง คิดนุนาม น้องชาย

ภาพ/ข่าว: รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุรินทร์