สมรสเท่าเทียม ผ่านแล้ว คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ มีผลหลังประกาศใช้ใน 120 วัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577247

18 มิ.ย. 2567

15:24 น.

สมรสเท่าเทียม ผ่านแล้ว คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ มีผลหลังประกาศใช้ใน 120 วัน

สมรสเท่าเทียม ผ่านการพิจารณาร่างจากวุฒิสภา คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ตามกฎหมาย มีผลหลังประกาศใช้ภายใน 120 วัน

18 มิ.ย. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ … ) พ.ศ. … หรือกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯ ที่มีนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สว. เป็นประธาน และพิจารณาเสร็จแล้ว

โดยที่ประชุม ลงมติด้วยคะแนน เห็นชอบ 130 คะแนน ไม่เห็นด้วย 4 คะแนน และ งดออกเสียง 18 คะแนน ทำให้ สมรสเท่าเทียม ผ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม) โดยจะมีผลบังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศใช้กฎหมาย สมรสเท่าเทียม ไทยจะกลายเป็นประเทศที่ 38 ของโลก และเป็นแระเทศแรกในอาเซียน ที่มี กฎหมายสมรสเท่าเทียม รองรับการจดทะเบียนสมรสของทุกเพศ 
 

สำหรับประเด็นที่พิจารณา ดังนี้ 

  • สมรสเท่าเทียม เปลี่ยนจากชายหมั้นหญิงเป็นคู่หมั้นและผู้รับหมั้น เปลี่ยนจากอายุ 17 ปีเป็น 18 ปี
  • สมรสเท่าเทียม เปลี่ยนจากชายและหญิงเป็นบุคคล เปลี่ยนจากสามีภริยาเป็นคู่สมรส เพื่อให้สิทธิ หน้าที่ และสวัสดิการ เทียบเท่ากับชายหญิง และเปลี่ยนอายุการสมรสจากอายุ 17 ปี เป็น 18 ปี
  • สมรสเท่าเทียม รวมการแก้ไขเหตุแห่งการฟ้องหย่าให้ครอบคลุมและคุ้มครองถึงทุกเพศ
  • สมรสเท่าเทียม ในกรณีหญิงสมรสหญิงที่หย่าจากกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอ 310 วันเพื่อจดทะเบียนสมรสใหม่
  • สมรสเท่าเทียมในมาตรา 67 กำหนดให้บรรดากฎหมายอื่นใดประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีอื่นใดที่มีคำว่าสามีภริยาหรือสามีหรือภริยาให้หมายถึงคู่สมรสที่จดทะเบียนตามการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในครั้งนี้

ประโยชน์ที่จะได้จาก สมรสเท่าเทียม

  • บุคคลสองคน ไม่ว่าเพศใด หมั้นหรือสมรสกันได้
  • การหมั้นหรือสมรส ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์
  • สถานะหลังจดทะเบียนสมรส ใช้คำว่า “คู่สมรส”
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ เช่นเดียวกันกับคู่สมรสชาย-หญิง

ทั้งนี้ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า มาตราสำคัญในร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม คือมาตรา 67 ซึ่งตนเสนอไว้ว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ ประกาศ คำสั่ง หรือมติใดของคณะรัฐมนตรีที่อ้างถึง สามี ภริยา หรือสามีภริยา ให้ถือว่าอ้างถึงคู่สมรส ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ทำให้กฎหมายทุกฉบับให้สิทธิ หน้าที่ ความรับผิด เท่าเทียมกับชายหญิงทั่วไป

อย่างไรก็ตาม มีอีก 2 ประเด็นเท่านั้นที่ต้องแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป คือการขอสัญชาติให้คู่สมรสและกฎหมายที่เกี่ยวข้องการใช้เทคโนโลยีในการตั้งครรภ์

“ทนายทักษิณ” เตรียมฟ้อง “หมอ” ปูดจ่าย 2,000 ล้านบาท แลกปล่อย “ทักษิณ” ชั่วคราว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577227

18 มิ.ย. 2567

13:30 น.

"ทนายทักษิณ" เตรียมฟ้อง "หมอ" ปูดจ่าย 2,000 ล้านบาท แลกปล่อย "ทักษิณ" ชั่วคราว

“ทนายทักษิณ” เตรียมฟ้อง “หมอ” ปูดจ่าย 2,000 ล้านบาท ปล่อยชั่วคราว แจงเหตุไม่โผล่พบสื่อ ต้องทานข้าว-ยา และติดภารกิจต่อ

18 มิ.ย. 2567 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นายทักษิณ ชินวัตร  ให้สัมภาษณื ภายหลังศาลให้ประกันวงเงิน 5 แสนบาทพร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามออกนอกประเทศว่า ในวันนี้ต้องขอบคุณศาลที่ได้พิจารณาคดี  ในส่วนเงื่อนไขประกัน ศาลยึดหนังสือเดินทางของนานทักษิณไว้ หากต้องการออกนอกประเทศต้องขอเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับใครหลายคน แต่ขณะนี้นายทักษิณ ไม่ได้ใช้หนังสือเดินทางของไทยมานานแล้ว หลังจากนี้จะไปทำหนังสือเดินทางใหม่ เพื่อส่งมอบให้ศาล 

โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 19 ส.ค. 2567 และขณะนี้ยังไม่สามารถระบุพยานฝ่ายจำเลยได้ ต้องไปดูพยานในชั้นสอบสวนว่าเพียงพอหรือไม่ และในวันตรวจพยานหลักฐานนั้น ก็จะได้เห็นข้อชัดเจนยิ่งขึ้น  รวมถึงคลิปวีดีโอที่นำมาอ้างอิง  

นายวิญญัติ ระบุว่า ส่วนตัวมั่นใจ เจ้าหน้าที่ไม่ได้สอบสวนให้สิ้นกระแสความ ยังมีข้อไม่สมบูรณ์หลายประการที่เคยชี้ไว้ก่อนหน้านี้ แม้จะเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาญาจักร ก็สามารถแสดงหาพยานหลักฐาน รวมถึงนักข่าวเกาหลีที่สัมภาษณ์นายทักษิณ ก็มีชื่อชัดเจน เหตุใดจึงไม่มีการเดินทางไปสอบปากคำ  
 

ส่วนกรณีที่นายแพทย์คนหนึ่งกล่าวอ้างถึงวงเงิน 2,000 ล้านบาทถึงได้ประกันตัว นายวิญญัติ เชื่อว่า ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงและแสวงหาหลักฐาน ไม่ให้น้ำหนักข่าวลือหรือข่าวโคมลอย และขณะนี้อยู่ระหว่างการถอดเทปนายแพทย์คนดังกล่าว เพื่อยื่นฟ้องหลักหลายร้อยล้านบาทในสัปดาห์หน้า 

ส่วนทำไมวันนี้นายทักษิณไม่ปรากฎตัว เป็นการหลบเลี่ยงสื่อหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณใช้เวลาอยู่ที่ศาลเป็นเวลานาน และมีภารกิจต่อ รวมถึงติดช่วงเที่ยงอาจต้องทานอาหารและยา ไม่ได้เจตนาจะหลบเลี่ยง พร้อมเข้าสู่กระบวนการอยู่แล้ว ไม่พร้อมวันนี้คงไม่มา และวันนี้นายทักษิณไม่ได้มีอาการเครียดใดๆ พร้อมฝากขอบคุณมวลชนที่มาให้กำลังใจและให้ความสนใจ มั่นใจจะได้รับความยุติธรรม และคดีนี้ไม่มีการกำหนดรายงานตัวระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว แต่เป็นคดีที่ผู้ฟ้อง มีตำแหน่งระดับอธิบดีอัยการขึ้นไป คดีไม่สามารถพิจารณาลับหลังได้ นั่นหมายความว่า นายทักษิณต้องเดินทางมาด้วยตัวเองในนัดต่อๆไป 
 

ทนายทักษิณทนายทักษิณ

นอกจากนี้ นายวิญัญติ ยืนยันไม่ได้มีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมรอบสองตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้นั่นคือ ข่าวมั่ว มีเพียงการยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดการสอบสวนเพิ่มเติมเท่านั้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการสอบถามกรณีคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ มีกระบวนการพิจารณาเร็วกว่าคดีของบุคคลอื่นหรือไม่ นายวิญญัติ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น

นายกฯ ลุ้นต่อ! ศาล รธน. สั่งผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานเพิ่มภายใน 15 วัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577226

18 มิ.ย. 2567

13:28 น.

นายกฯ ลุ้นต่อ! ศาล รธน. สั่งผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานเพิ่มภายใน 15 วัน

นายกฯ ลุ้นต่อ! “ศาลรัฐธรรมนูญ” สั่งผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 15 วัน นัดพิจารณาอีกครั้ง 10 ก.ค. นี้

18 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญปรึกษาคดีที่สำคัญ กรณีประธานวุฒิสภา 40 คน ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

กรณีนี้ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ 

โดยสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ  เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5)เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 1 มีคำสั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยผู้ถูกร้องที่ 1  ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15  วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันพุธที่ 10 ก.ค.2567

ขีดเส้น 7 วัน ศาล รธน.ให้ “ก้าวไกล” ทำบันทึกสู้ คดียุบพรรค นัดตรวจหลักฐาน 9 ก.ค.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577224

18 มิ.ย. 2567

12:57 น.

ขีดเส้น 7 วัน ศาล รธน.ให้ "ก้าวไกล" ทำบันทึกสู้ คดียุบพรรค นัดตรวจหลักฐาน 9 ก.ค.

ศาล รธน. ขีดเส้น 7 วัน “ก้าวไกล” ทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง-ความเห็นล่วงหน้า นัดพิจารณาอีกรอบ 3 ก.ค. ให้คู่กรณีเข้าตรวจพยานหลักฐาน 9 ก.ค.

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญปรึกษาคดีที่สำคัญ และเป็นที่สนใจ เรื่องพิจารณาที่ 10/2567 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 – มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

คำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานภายในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 ผู้ร้องได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 14 มิถุนายน 2567 และผู้ร้องได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 ฉบับลงวันที่ 17 มิถุนายน 2567

ผลการพิจารณา
 
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า

1. เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณากำหนดให้บุคคลเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นล่วงหน้าต่อศาลรัฐธรรมนูญตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

2. มีคำสั่งให้นำพยานเอกสารในสำนวนการไต่สวนคดีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 มารวมไว้ในสำนวนคดีนี้เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

3. กำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2567

4. กำหนดให้คู่กรณีเข้ามาตรวจพยานหลักฐานในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2567 (3) ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสาม

ขีดเส้น 7 วัน ศาล รธน.ให้ \"ก้าวไกล\" ทำบันทึกสู้ คดียุบพรรค นัดตรวจหลักฐาน 9 ก.ค.
ขีดเส้น 7 วัน ศาล รธน.ให้ \"ก้าวไกล\" ทำบันทึกสู้ คดียุบพรรค นัดตรวจหลักฐาน 9 ก.ค.
ขีดเส้น 7 วัน ศาล รธน.ให้ \"ก้าวไกล\" ทำบันทึกสู้ คดียุบพรรค นัดตรวจหลักฐาน 9 ก.ค.

“ทักษิณ” ยิ้มแย้ม เดินทางกลับบ้านพร้อม ลูกสาว หลังศาลให้ประกันตัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577222

18 มิ.ย. 2567

12:50 น.

"ทักษิณ" ยิ้มแย้ม เดินทางกลับบ้านพร้อม ลูกสาว หลังศาลให้ประกันตัว

“ทักษิณ” สีหน้ายิ้มแย้ม เดินทางกลับบ้านพร้อม ลูกสาว “เอม” พินทองทา หลังศาลให้ประกันตัว ไม่ปรากฎตัวต่อสื่อมวลชน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจาก ศาลอาญา รัชดา หลังได้รับการประกันตัว โดย “ทักษิณ” ขึ้น รถเบนซ์ ทะเบียน ทษ 267 บริเวณประตูด้านข้างศาล จากนั้นก็ใช้เส้นทางประตูข้างปั๊มปตท. ของ ศาลอาญา ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย กันพื้นที่ไว้ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป แล้วเดินทางออกไปทันที

โดยสังเกตุเห็นว่า ขากลับ “ทักษิณ” ไม่ได้ใส่แมส เหมือนตอนขามา และมีสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส ก่อนขึ้นรถ รวมถึงการแต่งกายของวันนี้ใส่ชุดสูทสีกรมท่า ที่ติดเข็มตราสัญลักษณ์ที่ระลึก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 บริเวณปกเสื้อฝั่งอกข้างซ้าย ทั้งหมด 2 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 60 พรรษา และรุ่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 และสวมเนคไทสีเหลือง

โดยการเดินทางมาศาลในครั้งนี้มี “เอม” พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ลูกสาว เดินทางมาพร้อมกับ “ทักษิณ” ด้วย และการเดินทางมาของ “ทักษิณ” ในวันนี้ ไม่ปรากฎตัวต่อสื่อมวลชนทั้งขามาและขากลับ

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.35น. นานทักษิณได้เดินทางกลับถึงบ้านพักจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวในซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 โดยนรถยนต์ Mercedes Benz สีทูโทน หมายเลขทะเบียน ธษ 267 กรุงเทพมหานคร ที่ “ทักษิณ” ใช้โดยสารออกจากบ้านพัก โดยรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับกลับเข้าบ้านพักจันทร์ส่องหล้าโดยใช้ประตูฝั่งซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งเป็นประตูเดียวกับที่ขับรถออกมาเมื่อช่วงเช้า

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ที่ขับออกมาจากศาลอาญาพร้อมกัน ซึ่งรถคันดังกล่าวมีข้อมูลว่าเป็นของทีมทนาย ขับเข้าไปในบ้านพร้อมกัน

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

โดยบรรยากาศบริเวณรอบ บ้านจันทร์ส่องหล้า ในช่วงที่ นายทักษิณ กำลังเดินทางกลับ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประจำจุดรอบๆ บ้านเพื่อดูแลความเรียบร้อย โดยการกลับเข้าบ้านพักของ นายทักษิณ ครั้งนี้ ไม่ได้มีการทักทายสื่อมวลชนหรือลดกระจกรถแต่อย่างใด

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577221

18 มิ.ย. 2567

12:45 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ “เลือกตั้ง สว.” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ระดับประเทศต่อ 26 มิ.ย. นี้

18 มิ.ย.2567 ตุลาการ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา มาตรา 36 การแนะนำตัวตามที่ กกต.กำหนดมาตรา 40 และมาตรา  41 และ 42 ว่าด้วยการเลือก สว.ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศนั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ที่ว่าด้วยจำนวน สว., สิทธิของผู้สมัครในการเลือก การรับสมัคร และการแบ่งกลุ่ม

สำหรับผลการวินิจฉัยดังกล่าวนี้ ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. สามารถเดินหน้าจัดการเลือก สว.ระดับประเทศ ขั้นตอนสุดท้าย ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 นี้ต่อไปได้

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต “บุ้ง” ตามกฎหมายกำหนด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577213

18 มิ.ย. 2567

11:18 น.

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต "บุ้ง" ตามกฎหมายกำหนด

“ทนายด่าง” ยืนขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต “บุ้ง” ตามกฎหมาย เชื่อหาก “ทักษิณ” ได้ประกันตัว เยาวชนคดี ม.112 จะได้เช่นกัน

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญา เพื่อขอให้ศาลอาญามีคำสั่งให้ไต่สวนการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร ตามกฎหมาย 

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต \"บุ้ง\" ตามกฎหมายกำหนด

ด้วยเหตุผลทางข้อเท็จจริงที่ครอบครัวได้รับจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ทำให้เชื่อว่า น.ส.เนติพร เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ตั้งแต่โรงพยาบาลทัณฑสถานราชทัณฑ์ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลอาญาแล้ว

ทนายกฤษฎางค์ กล่าวว่า จนขณะนี้ครอบครัวยังไม่ได้รับคลิปวงจรปิดวันเสียชีวิตของ น.ส.เนติพรจากกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม แต่ผลจากการชันสูตรพลิกศพของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ถือว่าครบถ้วนแล้ว ซึ่งตนก็จะไปขอรับมาหลังจากนี้ โดยทนายความและครอบครัวทราบข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ว่า น.ส.เนติพร  เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทัณฑสถานเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เขตบางเขน ซึ่งอยู่ในขอบเขตอำนาจของศาลอาญาและศาลอาญามีอำนาจที่จะพิจารณาคดีนี้อยู่แล้ว

สำหรับการมาในวันนี้ตนมายื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญา เนื่องจากน.ส.เนติพร ถูกคุมขังในคดีภายใต้การดูแลของศาลอาญานี้และได้เสียชีวิตไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ตนจึงทำหนังสือให้ท่านมีคำสั่งให้ไต่สวนการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร ที่ศาลนี้

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต \"บุ้ง\" ตามกฎหมายกำหนดสำหรับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้ให้หลักฐานตั้งแต่วันที่ร่างของบุ้งไปถึง การที่เราต้องการภาพกล้องวงจรปิดในห้องที่เนติพรเสียชีวิตเพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่กรมราชทัณฑ์พูดมาตลอดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ มีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลหรือไม่ มีการกู้ชีพอย่างไร 

ในส่วนนี้เรามีหลักฐานจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์อยู่แล้ว ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า จะให้เอกสารหลักฐานมาโดยตลอด แต่ตนก็ยังไม่แน่ใจว่าจะยื่นภายในเมื่อใด แต่ทั้งนี้ถ้าศาลอาญารับจดหมายยื่นขอความเป็นธรรมจากตนก็จะสามารถออกคำสั่งให้กรมราชทัณฑ์นำหลักฐานส่วนนั้นให้กับครอบครัวได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการไปถึงผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงยุติธรรมมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในกรณีนี้

ทนายกฤษฎางค์ กล่าวว่า หลังจากกรมราชทัณฑ์กับกรรมาธิการกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรและส่งหนังสือถึงทนายความตนก็ได้ส่งเอกสาร และสำเนาบัตรประชาชนของตนและครอบครัวน.ส.เนติพรเพื่อใช้ประกอบการรับคลิปวงจรปิดไปแล้ว และเมื่อวานนี้ 17 มิ.ย. รายงานว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะอยู่ระหว่างตรวจสอบนานเท่าไร

ส่วนกรณีที่วันนี้อัยการยื่นส่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทนายกฤษฎางค์ ระบุว่า หากถามความเห็นของตนโดยหลักของกฎหมายที่ยุติธรรม นายทักษิณต้องถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สิทธิ์และต้องได้รับการประกันตัวปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิ์ของคุณทักษิณ เหมือนกับเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ก็ต้องได้รับการประกันตัวเช่นกัน

วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์หนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ว่าดุลยพินิจของการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นตามหลักของกฎหมายหรือเป็นไปตามหลักของอำเภอใจหรือเป็นไปตามหลักความเชื่อทางการเมืองของคนตัดสิน

ทนายกฤษฎดางค์ ยอมรับว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะมายื่นประกันตัวเยาวชนในคดีนี้ แต่ก็กลับมาตรงกับวันที่ทักษิณขอยื่นประกันเช่นเดียวกับเยาวชนทั้ง 12 คนที่ตนเดินทางมายื่นขอประกันในคดี ม.112 ที่ผ่านมาศาลให้เหตุผลว่า ไม่ประกันเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ซึ่งทางทนายความยืนยันมาตลอดว่า จะไม่มีการหลบหนีพวกเขาเป็นเพียงนักศึกษาระดับปริญญาโท ไม่มีแม้แต่เครื่องบินส่วนตัวที่จะหลบหนี เยาวชนผู้ต้องหาต้องการออกมาต่อสู้คดีเท่านั้น 

ถ้าถามความเห็นตน นายทักษิณ ก็ต้องมีสิทธิ์ได้ประกันตัวเว้นแต่มีพฤติการณ์หลบหนีเพราะตาม รัฐธรรมนูญหรือประมวลอาญาก็ดีการควบคุมขังไว้ระหว่างพิจารณาคดีทำไม่ได้เว้นแต่ป้องกันการหลบหนีเท่านั้น

เมื่อถามว่าวันนี้คาดหวังว่า ถ้าทักษิณได้ประกันลูกความของตนจะได้ประกันหรือไม่ ทนายกฤษฎางค์ ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกันแต่ตนก็เชื่อว่าผู้ที่ระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีไม่มีใครควรถูกคุมขัง

รอดคุก “ทักษิณ” ยิ้มได้ ศาลไฟเขียวให้ประกัน 5 แสน ก่อนขึ้นศาลอีกนัด 19 ส.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577208

18 มิ.ย. 2567

10:52 น.

รอดคุก "ทักษิณ" ยิ้มได้ ศาลไฟเขียวให้ประกัน 5 แสน ก่อนขึ้นศาลอีกนัด 19 ส.ค.นี้

ศาลไฟเขียว ให้ประกันตัว “ทักษิณ” ด้วยหลักทรัพย์ 5 แสน ห้ามพูด ม.112 ยึดหนังสือเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทนายเผยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส นัดตรวจหลักฐาน 19 ส.ค.

18 มิ.ย. 2567 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานอัยการสูงสุด นำตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งฟ้องศาลอาญา ภายหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ในคดี มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ต่างประเทศ ที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558

โดย นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีได้ส่งฟ้อง พันตำรวจโท หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลอาญา ตามข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว โดยศาลประทับ รับฟ้องไว้ตามหมายเลขคดีดำที่ อ.1860/2567 ซึ่งบัดนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาแล้ว หากมีผลคืบหน้าทางคดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งให้ทราบต่อไป


ต่อมาเวลา 10.30 น.มีรายงานข่าวว่า ศาลอาญา นัดตรวจพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์และจำเลย ในคดีที่อัยการสูงสุดส่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2567 และมีรายงานว่า ศาลให้ประกันตัว ทักษิณ ชินวัตร ด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไขประกันตัว ห้ามพูด ม.112 ยึดหนังสือเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์ แห่งคดีแล้ว เห็นว่า จำเลยให้การปฏิเสธมาตลอด อายุมาก ได้รับการปล่อยชั่วคราว ในชั้นสอบสวน มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอนอยู่กับครอบครัว ประกอบกับโจทก์ไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว มีเหตุสมควรเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาจำเลยจะไม่หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือขัดขวางการพิจารณาของศาล อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ระหว่างพิจารณา โดยให้ตีราคาประกัน 500,000 บาท กับให้จำเลยวางหนังสือเดินทาง ยึดหนังสือเดินทาง และหลักประกัน ห้ามจำเลยเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แจ้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทราบ

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร” สรุปว่า ขณะเกิดเหตุในคดีนี้และในปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดหรือจะกล่าวหาหรือจะฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยพระมหากษัตริย์ขณะเกิดเหตุคดีนี้คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ส่วนพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล 10 เมื่อระหว่างวันที่  21-22 พ.ค.2558 เวลากลางวัน, ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา

จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา ด้วยการร่วมกันใช้อุปกรณ์ที่มีระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วยกันได้และอุปกรณ์ดังกล่าวได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ แล้วโพสต์ข้อมูล ภาพ ข้อความ และตัวอักษร ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ซึ่งตั้งค่าเปิดเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ลงในแอปพลิเคชั่น YouTube กับแอปพลิเคชั่น Facebook ดังกล่าวผ่านระบบสัญญานอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)

โดยจำเลยได้พูดให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของสำนักข่าว Chosun Media ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เป็นภาษาไทย เมื่อวันที่ 20 พ.ค.โดยสำนักข่าว Chosun Media มีเว็ปไซต์ข่าว Url : http//www.Chosun เพื่อใช้ในการเผยแพร่ข่าว และจำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันนำคลิปวิดีโอถ้อยคำ การพูดให้สัมภาษณ์ของจำเลยในชื่อ ” คลิป ทักษิณให้สัมภาษณ์ทิ้งบอมบ์ เบื้องหลัง ยึดอำนาจ อัดสุเทพ บิ๊กทหาร องคมนตรี “เผยแพร่ที่เว็บไซต์ YouTube โดยใช้ชื่อ https:// http://www.youtube.com/watch? v=tar/yCmbvABgo โดยผู้ที่ใช้ชื่อว่า “news_vivความยาว 1.32 นาที และเผยแพร่ที่เว็บไซต์ facebook ชื่อบัญชี “หยุดดัดจริตประเทศไทย” ปรากฏตาม url :https://www.focebook.com/ stopfakethailand 2fref=ts 

อันเป็นการล่วงละเมิด หมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็นข้อมูล ข้อความ และตัวอักษรที่จำเลยได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของสำนักข่าว Chosun Media ในกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีดังกล่าวเข้าใจว่าสื่อถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  และเข้าใจว่าการยึดอำนาจ รัฐประหารเป็นเรื่องที่ทหารได้รับคำสั่งมาจากในวังพระมหากษัตริย์ออกมาช่วยในการทำรัฐประหารและอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร

ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยมีการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ข้อความดังกล่าวเป็นการมุ่งทำลาย ดูหมิ่นด้วยการใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อองค์พระมหากษัตริย์ด้วยความไม่เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศรัทธาและเคารพบูชาของประชาชนชาวไทยเป็นเหตุให้พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศชื่อเสียงและเป็นการร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาไม่เคารพต่อองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้

และเป็นการกระทำมิบังควรจาบจ้วงล่วงเกินดูหมิ่น หรือกระทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทต่อพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 โดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ทรงเสื่อมเสีย พระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และทำให้ประชาชนเสื่อมความเคารพศรัทธาต่อพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเหตุเกิดที่ เมืองกรุงโซล สาธารณรัฐกาหลี และที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครและทั่วราชอาณาจักร ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน


ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาระหว่างสอบสวน จำเลยไม่ถูกควบคุมตัวโดยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวตลอดมาหากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโจทก์ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

โดยจำเลยนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อม 9/2551 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุก 4 ปี  โดยจำเลยจะพ้นโทษคดีดังกล่าว ในวันที่ 31 ส.ค.2567  ขอศาลนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้เรียงติดต่อกันกับโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวด้วย

ศาลพิจารณาเเล้วประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1860/2567 โดยศาลอ่านเเละอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังเเล้วจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี 

นายวรชัย เหมะ อดีตเเกนนำเสื้อเเดงที่มาให้กำลังใจกล่าวว่านายทักษิณยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราววงเงิน 5 เเสนบาทศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีทั้งสองฝ่าย วันที่ 19 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

โดยมีรายงานว่า ศาลให้ประกันตัว “ทักษิณ ชินวัตร”

ศาลรับฟ้อง “ทักษิณ” คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577198

18 มิ.ย. 2567

09:19 น.

ศาลรับฟ้อง "ทักษิณ" คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

“ทักษิณ” ชิ่งสื่อฯ ดอดเข้าประตูหลังศาลฯ ลุ้นประกัน หลัง อสส. ส่งฟ้องคดี ม.112 – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ “รอด หรือ เข้าเรือนจำ”

วันที่ 18 มิ.ย. 2567 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานอัยการสูงสุด นำตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งฟ้องศาลอาญา ภายหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ในคดี มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ต่างประเทศ ที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

บรรยากาศบริเวณพื้นที่ศาลฯ พบว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจ นายทักษิณ ตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 07.00 น. และมีสื่อมวลชนหลายสำนัก มาติดตามทำข่าวดังกล่าว

ต่อมา เวลา 08.50 น. นายทักษิณ เดินทางมาถึงศาลอาญาด้วยรถยนต์ส่วนตัว Mercedes-benz ป้ายทะเบียน ธษ267 โดยมีรถตู้ Mercedes-benz สีขาว ป้ายทะเบียน 9กย 59 ขับตามมาด้วย ทั้งนี้ รถยนต์ของ นายทักษิณ ไม่ได้ขับมาจอดบริเวณทางเข้าหลักของศาลอาญา แต่มีการขับวนไปจอดที่ด้านหลังของศาลอาญา ส่งผลให้สื่อมวลชนที่มาปักหลักรอตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาบริเวณบันไดศาลฯ ต้องรอเก้อ

ศาลรับฟ้อง \"ทักษิณ\" คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

ตามที่งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ว่านายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 นั้น

วันนี้ (18 มิถุนายน 2567 เวลา 08.56 น.) นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีได้ส่งฟ้อง พันตำรวจโท หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลอาญา ตามข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว โดยศาลประทับ รับฟ้องไว้ตามหมายเลขคดีดำที่ อ.1860/2567 ซึ่งบัดนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาแล้ว หากมีผลคืบหน้าทางคดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ศาลรับฟ้อง \"ทักษิณ\" คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

ด่วน “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงศาลอาญา ตามนัดส่งฟ้อง คดี ม.112 – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577197

18 มิ.ย. 2567

08:56 น.

ด่วน "ทักษิณ ชินวัตร" ถึงศาลอาญา ตามนัดส่งฟ้อง คดี ม.112 - พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทักษิณ ชินวัตร ถึงศาลอาญารัชดา ตามนัดส่งฟ้อง หลังอัยการ นัดส่งฟ้องต่อศาลคดีกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

18 มิ.ย. 2567 มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มทยอยให้กำลังใจ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่ศาลอาญารัชดา หลังจากวันนี้อัยการนัดส่งฟ้องต่อศาลคดีกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่เกาหลีใต้ ซึ่งเดิมอัยการสูงสุด เคยสั่งฟ้องเมื่อปี 2558 ซึ่งก่อนหน้านี้เลื่อนนัดส่งตัวฟ้องศาลเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เนื่องจากนายทักษิณอ้างว่าป่วยติดโควิด
 

ล่าสุด มีรายงานว่า นายทักษิณออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เวลา 07.55 น. แล้ว ซึ่งตามขั้นตอน นายทักษิณ ในฐานะผู้ต้องหาต้องเดินทางมารับทราบคำสั่งฟ้องกับพนักงานอัยการ จากนั้นทางอัยการจะพาตัวพร้อมสำนวนคำฟ้องไปยื่นฟ้องที่ศาลอาญาตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อมีการฟ้องแล้วและศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเป็นคดีในศาล สถานะของ นายทักษิณ จะตกเป็นจำเลยตามกฎหมาย ซึ่งภายหลังกระบวนการฟ้องเสร็จสิ้น นายทักษิณมีสิทธิยื่นขอประกันตัว 

โดยระหว่างนี้ถือว่าตัว นายทักษิณ ในฐานะจำเลยอยู่ในอำนาจควบคุมของศาล หากสุดท้าย นายทักษิณ ไม่ได้รับการประกันตัว จะถูกควบคุมตัวในเรือนจำชั้นพิจารณาคดี

จากนั้นเวลา 08.48 น. นายทักษิณ ได้เดินทางถึงศาลอาญารัชดา นั่งอยู่ในเบนซ์ เดอะบัส ขาวดำ ทะเบียน ธษ 267 เป็นที่เรียบร้อย แต่ขบวนรถอ้อมไปด้านหลังของศาล ขับผ่านสื่อมวลชนไปโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ หรือลงด้านหน้าของศาลอาญา