เตือนการระบาดครั้งหน้า หายนะยิ่งกว่าโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669959

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 16:41 น.เตือนการระบาดครั้งหน้า หายนะยิ่งกว่าโควิดหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาวัคซีน AstraZeneca เตือนว่าการระบาดครั้งต่อไปอาจเอามนุษย์ถึงตายยิ่งกว่าโควิด-19

ศาสตราจารย์ ซาราห์ กิลเบิร์ต (Prof Dame Sarah Gilbert) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้ร่วมพัฒนาวัคซีน AstraZeneca กล่าวว่าการระบาดใหญ่คราวนี้ยังไม่จบ และคราวหน้าอาจะเลวร้ายยิ่งกว่า

“ความจริงก็คือ ครั้งต่อไปอาจจะแย่กว่านั้นก็ได้ มันอาจจะเป็นโรคติดต่อมากขึ้นหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตมากขึ้นหรือทั้งสองอย่าง”

ศาสตราจารย์กิลเบิร์ตกล่าวในการบรรยาย Richard Dimbleby Lecture ครั้งที่ 44 ซึ่งเป็นการบรรยายทางด้านวิชาการที่มีชื่อเสียงว่า “‘เราไม่สามารถยอมให้สถานการณ์ที่เราผ่านมาเกิดขึ้นอีกครั้ง และต้องพบความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลที่เราได้รับอย่างต่อเนื่อง แต่กลับยังไม่มีเงินทุนสำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่”

“เช่นเดียวกับที่เราลงทุนในกองกำลังติดอาวุธ งานด้านข่าวกรอง และการทูตเพื่อป้องกันสงคราม เราต้องลงทุนในบุคลากร การวิจัย การผลิต และสถาบันต่างๆ เพื่อป้องกันการระบาดใหญ่” ศาสตราจารย์กิลเบิร์ต กล่าว

กิลเบิร์ต ศาสตราจารย์ด้านวัคซีนแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า โลกควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเตรียมพร้อมสำหรับไวรัสตัวต่อไป โดยกล่าวว่า

“ความก้าวหน้าที่เราได้ลงมือทำ (ในการระบาดครั้งนี) และความรู้ที่เราได้รับมาจะต้องไม่สูญหายไป”

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า ความพยายามในการยุติการระบาดใหญ่ของโควิด-19 นั้นไม่สม่ำเสมอและไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะการเข้าถึงวัคซีนในประเทศที่มีรายได้ต่ำถูกจำกัดเอาไว้ ในขณะที่ประเทศร่ำรวยได้รับวัคซีนกระตุ้นกันแล้ว

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์การอนามัยโลกเพื่อตรวจสอบการจัดการกับการระบาดใหญ่ของ SARS-CoV-2 ได้เรียกร้องให้มีเงินทุนถาวรและเพื่อให้มีความสามารถมากขึ้นในการตรวจสอบการระบาดใหญ่ผ่านสนธิสัญญาใหม่

ข้อเสนอหนึ่งคือการจัดหาเงินทุนใหม่อย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่

ติดโอไมครอนพุ่งขึ้นหลายเท่า จากแอฟริกาใต้ถึงยุโรปน่าเป็นห่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669952

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 14:26 น.ติดโอไมครอนพุ่งขึ้นหลายเท่า จากแอฟริกาใต้ถึงยุโรปน่าเป็นห่วงแอฟริกาใต้พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ขณะที่สหราชอาณาจักรติดโอไมครอนเพิ่มขึ้นถึง 50% ในวันเดียว

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติ (NICD) ของแอฟริกาใต้และรายงานโดยสำนักข่าว CNN ระบุว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ในแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าในช่วง 4 วันที่ผ่านมา (จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม ตอกย้ำความกังวลว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างโอไมครอนจะแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น

เมื่อวันศุกร์ แอฟริกาใต้รายงานผู้ป่วย COVID-19 ใหม่ 16,055 ราย เพิ่มขึ้นจาก 4,373 รายเมื่อวันอังคารที่แล้ว ในวันพฤหัสบดี NICD ยังเปิดเผยว่าผู้ป่วยรายใหม่บางรายเป็นผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้แล้ว และติดเชื้อซ้ำด้วยสายพันธุ์

ศาสตราจารย์แอนน์ ฟอน ก็อตต์เบิร์ก (Professor Anne von Gottberg) นักจุลชีววิทยาจากสถาบัน NICD กล่าวว่า “การติดเชื้อก่อนหน้านี้เคยใช้ป้องกันเดลต้าได้ แต่ตอนนี้กับโอไมครอนดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น” พร้อมกล่าวว่า ไม่เห็นการติดเชื้อซ้ำจากเชื้อเบต้าและเดลต้ามากกว่าที่คาดหวัง แต่กำลังเห็นการติดเชื้อโอไมครอนเพิ่มขึ้น

เตรียมเตียงเพิ่มรับโอไมครอน

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า แอฟริกาใต้กำลังเตรียมโรงพยาบาลสำหรับการรับผู้ป่วยเพิ่ม เนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอนผลักดันประเทศให้เข้าสู่คลื่นลูกที่สี่ของการระบาด ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา (Cyril Ramaphosa) กล่าวเมื่อวันจันทร์

โอไมครอน ถูกตรวจพบครั้งแรกในแอฟริกาตอนใต้เมื่อเดือนที่แล้ว และได้จุดชนวนให้เกิดการเตือนภัยทั่วโลก เนื่องจากรัฐบาลเกรงว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

รามาโฟซา กล่าวในจดหมายข่าวรายสัปดาห์ว่า โอไมครอนดูเหมือนจะเป็นเชื้อส่วนใหญ่ในหมู่ผู้ป่วยรายใหม่ใน 9 จังหวัดส่วนใหญ่ของประเทศและกระตุ้นให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นรับการฉีดวัคซีนป้องกัน

“ขณะนี้แอฟริกาใต้มีวัคซีนเพียงพอ … การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเรา เพราะเมื่อมีผู้คนจำนวนมากขึ้นได้รับการฉีดวัคซีน พื้นที่ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะเพิ่มมากขึ้น” เขากล่าว

เร่งหาคำตอบติดไวหรือไม่

เร็วๆ นี้ รัฐบาลจะเรียกประชุมสภาบัญชาการไวรัสโคโรนาแห่งชาติ เพื่อทบทวนสถานะของการระบาดใหญ่ และตัดสินใจว่าจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนปลอดภัย รามาโฟซา กล่าว

นักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้และประเทศอื่นๆ แข่งขันกันเพื่อหาคำตอบว่าโอไมครอนสามารถแพร่ระบาดได้งาสยขึ้นหรือไม่ ทำให้เกิดโรคที่รุนแรงขึ้น และดื้อต่อวัคซีนที่มีอยู่หรือไม่

แต่เข้อมูลไม่เป็นทางการจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในแอฟริกาใต้ให้ความมั่นใจ โดยบ่งชี้ว่าการติดเชื้อจำนวนมากที่เกิดขึ้นนั้นไม่รุนแรง

“เรากำลังจับตาดูอัตราการติดเชื้อและการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด” รามาโฟซากล่าว

อังกฤษพบติดเชื้อเพิ่ม 50%

ด้านสถานการณ์ที่สหราชอาณาจักรก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน โดย Sky News รายงานสถิติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมพบว่า สหราชอาณาจักรตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่อีก 86 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวม 246 ราย

ตัวเลขนี้แสดงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งมีผู้ป่วยได้รับการยืนยัน 160 ราย

เดนมาร์กกังวลยอดติดเพิ่ม

หน่วยงานด้านสุขภาพของเดนมาร์กกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าประเทศเผชิญกับสถานการณ์ที่ “น่ากังวล” หลังยอดติดเชื้อโอไมครอนเพิ่มขึ้นเป็น 183 ราย

จำนวนดังกล่าวแสดงถึงผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 48 ชั่วโมง จากที่ได้รับการยืนยัน 18 รายและผู้ต้องสงสัย 42 รายในวันศุกร์ ตามข้อมูลจากสถาบันสาธารณสุขของ SSI

ก่อนหน้านี้ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) มีผู้ป่วยเพียง 182 รายในสหภาพยุโรปทั้งหมด รวมทั้งนอร์เวย์และไอซ์แลนด์

หัวหน้า SSI กล่าวว่าการเพิ่มขึ้นของเคสโอไมครอนยังคงเป็น “ความน่ากังวล” และเสริมว่า “ขณะนี้มีการติดเชื้อหลายสายซึ่งพบสายพันธุ์นี้ในผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศหรือติดต่อกับผู้เดินทาง”

นอร์เวย์กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอร์เวย์กลายเป็นคลัสเตอร์การระบาดของโอไมครอนที่ใหญ่ที่สุดนอกแอฟริกาใต้ไปเรียบร้อยแล้ว

ที่ออสโลมีอย่างน้อย 13 คนติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนภายหลังงานเลี้ยงคริสต์มาสของบริษัท และตัวเลขของพวกเขาอาจเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 60 ราย จนกล่าวกันว่าเป็น “งานอีเวนต์ซุปเปอร์สเปรดเดอร์”

การระบาดเกิดขึ้นที่งานปาร์ตี้คริสต์มาสเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนซึ่งจัดโดยบริษัทพลังงานหมุนเวียน Scatec ซึ่งมีการดำเนินงานในแอฟริกาใต้ซึ่งตรวจพบสายพันธุ์ดังกล่าวเป็นครั้งแรก

Photo by AFP / China OUT

จำคุกอองซานซูจีฐานปลุกปั่นต่อต้านเผด็จการทหารเมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669950

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 13:08 น.จำคุกอองซานซูจีฐานปลุกปั่นต่อต้านเผด็จการทหารเมียนมาศาลเมียนมาร์เมื่อวันจันทร์ ตัดสินจำคุกผู้นำพลเรือนอองซานซูจีเป็นเวลา 4 ปีฐานยุยงให้ประชาชนต่อต้านกองทัพและฝ่าฝืนกฎโควิด โฆษกของรัฐบาลเผด็จการทหารบอกกับเอเอฟพี

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลเผด็จการซูจี “ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีภายใต้มาตรา 505 (วรรค b) และจำคุก 2 ปีภายใต้กฎหมายภัยพิบัติทางธรรมชาติ” (กฎหมายฉบับนี้นำมาใช้ควบคุมการระบาดของโควิด-19)

อดีตประธานาธิบดี วิน มยินต์ ก็ถูกจำคุกเป็นเวลา 4 ปีภายใต้ข้อกล่าวหาเดียวกัน โดยซอ มิน ตุนกล่าวเสริมว่าทั้งสองจะไม่ถูกนำตัวเข้าคุก

“พวกเขาจะเผชิญข้อกล่าวหาอื่นๆ จากสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้” ในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศ เขากล่าวเสริมโดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมามีการประกาศลดโทษของอองซานซูจีเหลือ 2 ปี 

ซูจี วัย 76 ปี ถูกควบคุมตัวตั้งแต่นายพลโค่นอำนาจรัฐบาลของเธอในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการยุติระบอบประชาธิปไตยสั้นๆ ของเมียนมา

นับแต่นั้นมา รัฐบาลทหารได้เพิ่มคำฟ้องอื่นๆ อีกจำนวนมาก รวมถึงการละเมิดกฎหมายว่าด้วยความลับของทางราชการ การทุจริตและการฉ้อโกงการเลือกตั้ง ผู้ได้รับรางวัลโนเบลต้องเผชิญกับโทษจำคุกหลายสิบปีหากถูกตัดสินว่ามีความผิด

นักข่าวถูกห้ามไม่ให้ร่วมการดำเนินคดีในศาลพิเศษในเมืองหลวง และทนายความของซูจีเพิ่งถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดกับสื่อ

มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,300 คน และถูกจับมากกว่า 10,000 คนในการปราบปรามผู้เห็นต่างตั้งแต่รัฐประหาร ตามรายงานของกลุ่มสังเกตการณ์ท้องถิ่น

ผู้ร่วมพัฒนาวัคซีน AstraZeneca เตือนโอไมครอนระบาดง่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669935

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.ผู้ร่วมพัฒนาวัคซีน AstraZeneca เตือนโอไมครอนระบาดง่ายนักวิจัยที่ร่วมผลักดันวัคซีน Oxford/AstraZeneca เตือนต้องตั้งการ์ดเอาไว้จนกว่าจะรู้ข้อมูลที่ครอบถ้วนเกี่ยวกับสายพันธุ์ใหม่นี้

ซาราห์ กิลเบิร์ท (Sarah Gilbert) ศาสตราจารย์ด้านวัคซีนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและนักวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื้องหลังวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของ Oxford/AstraZeneca ของสหราชอาณาจักร กล่าวเตือนในการบรรยายผ่านรายการของBBC TV ในวันจันทร์ว่า สหราชอาณาจักรควรระมัดระวังจนกว่าเจ้าหน้าที่จะทราบถึงผลกระทบของตัวแปรโอไมครอนชนิดใหม่ เนื่องจากง่ายต่อการแพร่ระบาด

“โปรตีนสไปก์ของสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสามารถเพิ่มการแพร่กระจายของไวรัสได้ แต่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมที่อาจหมายความว่าแอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีนหรือโดยการติดเชื้อกับสายพันธุ์อื่นๆ อาจมีประสิทธิภาพน้อยกว่าในการป้องกันการติดเชื้อโอไมครอน”

นั่นหมายความว่ามันมีความเป็นไปได้ที่วัคซีนจะมีประสิทธิภาพด้อยลงเมื่อเจอเข้ากับโอไมครอนหรือแม้แต่ผู้ที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นๆ มาแล้วและมีแอนติบอดีป้องกันก็อาจรับมือกับมันไม่ไหว

“จนกว่าเราจะทราบข้อมูลเพิ่มเติม เราควรระมัดระวัง และดำเนินการเพื่อชะลอการแพร่กระจายของตัวแปรใหม่นี้” ศาสตราจารย์กิลเบิร์ท กล่าวกับ BBC

แม้ว่าจะยังไม่ทราบข้อมูลมากนัก ศาสตราจารย์กิลเบิร์ทยังชี้ว่า แม้ว่าการติดเชื้อจะง่ายขึ้นโดยมีอาการเบาลง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การป้องกันการติดเชื้ออาการหนักและการเสียชีวิตอาจจะไม่ลดลง ซึ่งหมายความวาการฉีควัคซีนเป็นสิ่งที่จำเป็น

“แต่อย่างที่เราเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ การป้องกันที่ลดลงต่อการติดเชื้อและอาการที่ไม่รุนแรง ไม่ได้หมายความว่าการป้องกันโรคร้ายแรงและการเสียชีวิตจะลดลงเสมอไป” ศาสตราจารย์กิลเบิร์ท กล่าว

Photo by GABRIEL BOUYS / AFP

นักวิทย์กังวล โอไมครอนมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669930

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 10:32 น.นักวิทย์กังวล โอไมครอนมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วผิดปกตินักวิทยาศาสตร์คนแรกที่เรียงลำดับทางพันธุกรรมของเชื้อ Omicron แสดงกังวลกับความเร็วของการเปลี่ยนแปลงของเชื้อนี้

ซีคูลิเล โมโย (Sikhulile Moyo) นักวิทยาศาสตร์ที่ตรวจพบสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน กล่าวว่าความเร็วที่สายพันธุ์โอไมครอนสะสมรูปแบบการกลายพันธุ์อย่างผิดปกตินั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าโมโย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการ Botswana Harvard HIV Reference Laboratory และนักวิจัยที่ Harvard T.H. Chan School of Public Health กล่าวในการบรรยายสรุปเมื่อวันศุกร์ว่าไวรัสไม่ได้สะสมการกลายพันธุ์ในขั้นตอนเดียว

“เรายังคงพยายามที่จะเข้าใจว่ามีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นมากมายกับโอไมครอนในช่วงเวลาอันสั้นได้อย่างไร” เขากล่าว เขาเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อื่นว่า “ถ้าคุณดูสายพันธุ์ก่อนหน้า ถ้าคุณดูที่อัลฟ่า ถ้าคุณดูที่เบต้า คุณจะเห็นว่าการกลายพันธุ์สะสมเมื่อเวลาผ่านไป”

ทฤษฎีหนึ่งคือ สายพันธุ์นี้พัฒนาขึ้นในบุคคลที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งกักเก็บไวรัสไว้นานกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม โมโยเตือนว่าไม่มีหลักฐานในเรื่องนี้

อีกสมมติฐานหนึ่งที่กำลังถูกตรวจสอบคือ เป็นไปได้หรือไม่ที่เชื้อสามารถข้ามจากคนไปอยู่ในโฮสต์ (พาหะ) ที่เป็นสัตว์ จากนั้นเมื่อเชื้อปรับตัวให้เข้ากับโฮสต์ที่เป็นสัตว์นั้นด้วยอัตราค่อนข้างเร็วแล้วจึงย้ายกลับคืนสู่โฮสต์ที่เป็นมนุษย์

ตอนแรก โมโยพบว่าโอไมครอนมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนมาก ทำให้เขาคิดว่านี่จะเป็นไวรัสที่อ่อนแอ แต่แล้วพบว่ามันดูเหมือนว่าจะสามารถทำซ้ำได้อย่างรวดเร็วและหลบเลี่ยงส่วนต่างๆ ของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำได้ หมายความว่ามันไม่ใช่เชื้อกลายพันธุ์ธรรมดาเสียแล้ว

สิ่งที่ยืนยันสมมติฐานนี้คือ ในแอฟริกาใต้ ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายวันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าตั้งแต่วันอังคารที่ เนื่องจากมีการแพร่กระจายของโอไมครอนไปทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์ใหม่อาจติดต่อได้เพียงใด

Photo by Frederic J. BROWN / AFP

โอไมครอนแพร่ง่ายเหลือเชื่อ ฉีดวัคซีน-ไม่สัมผัสกัน ยังข้ามมาติดได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669927

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 09:38 น. โอไมครอนแพร่ง่ายเหลือเชื่อ ฉีดวัคซีน-ไม่สัมผัสกัน ยังข้ามมาติดได้ข้อมูลจากฮ่องกงพบว่าโอไมครอนสามารถเล็ดรอดการป้องกันถึง 2 ระดับ จากการอยู่ห่างกันข้ามห้องโดยมีระเบียงทางเดินกั้นและฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สายพันธุ์โอไมครอนแพร่กระจายในหมู่นักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบ 2 คนที่ถูกกักตัวเอาไว้อยู่คนละห้องที่โรงแรมแห่งหนึ่งในฮ่องกงและยังมีโถงทางเดินของโรงแรมกั้นเอาไว้อีกขั้นหนึ่ง ตอกย้ำว่าเหตุใดสายพันธุ์โคโรนาไวรัสที่กลายพันธุ์อย่างสูงจึงทำให้หน่วยงานสาธารณสุขไม่สบายใจ

ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเผยให้เห็นว่าไม่มีบุคคลใดออกจากห้องหรือไม่มีการติดต่อใดๆ เลย ส่งผลให้มีการสรุปว่าเป็นการแพร่เชื้อในอากาศเมื่อมีการเปิดประตูห้องเพื่อรับอาหารหรือการทดสอบโควิด ซึ่งเป็นโหมดการแพร่กระจายที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

ข้อมูลนี้ได้มาจากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ที่ระบุในการศึกษาที่ตีพิมพ์ันศุกร์ในวารสาร Emerging Infectious Diseases

ทั้งนี้ ฮ่องกงมีระเบียบการเข้าเมืองที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ความเข้มงวดนี้ทำให้สายการบินบางแห่งตัดสินใจระงับเที่ยวบินไปฮ่องกง เช่น สายการบิน Swiss International Air Lines ได้ระงับเที่ยวบินไปฮ่องกงชั่วคราวจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม อันเป็นผลมาจากการกักกันที่เข้มงวดสำหรับสมาชิกลูกเรือ

อย่งไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการกักกันเข้มงวดแต่ฮ่องกงเป็นที่แรกๆ ที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน 

Photo by CLAUDIO REYES / AFP

“พระสุเมรุพิโรธ” เมื่อภูเขาไฟแห่งทวยเทพปะทุขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669891

วันที่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 16:06 น."พระสุเมรุพิโรธ" เมื่อภูเขาไฟแห่งทวยเทพปะทุขึ้นภาพความหายนะและรายงานสถานการณ์จากพื้นที่ประสบภัยภูเขาไฟเซอเมรู (Semeru) ภูเขาไฟใหญ่ของอิโดนีเซียที่จุ่ๆ เกิดปะทุขึ้น

ภูเขาไฟเซอเมรูเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นที่สุดลูกหนึ่งในอินโดนีเซีย ที่ระดับความสูง 3,676 เมตร ถือเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดบนเกาะ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม การปะทุเริ่มต้นเมื่อเวลา 14:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยปล่อยกลุ่มเถ้าภูเขาไฟสูง 12,000 เมต ขึ้นไปในอากาศ คาดว่าการปะทุเริ่มขึ้นเมื่อโดมลาวาที่ปากปล่องภูเขาไฟถล่มเนื่องจากฝนตกหนัก โดมที่พังทลายทำให้เกิดกระแสธารเถ้าถ่านร้อนจัด หรือ pyroclasitc ไหลลงมาตามทางลาดของภูเขาไฟ

Photo by JUNI KRISWANTO / AFP

ในเขตปกครองมาลัง หกตำบลย่อยได้รับผลกระทบจากเถ้าถ่าน แปดหมู่บ้านและสองตำบลในเขตปกครองลูมาจังก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สะพานกลาดักเปรักที่พังลงจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้ปิดถนนรถเข้าถึงหมู่บ้านในพื้นที่ และยังเกิดไฟฟ้าขัดข้องและไฟฟ้าดับ ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างน้อย 30,253 คนในเขตโปรโนจีโวของชวาตะวันออก บ้านเรือนอย่างน้อย 30 หลังถูกทำลายโดยกระแสลาวา และต้องอพยพประมาณ 300 ครอบครัว

Photo by JUNI KRISWANTO / AFP

ณ ช่วงเช้าวันที่ 5 ธันวาคม โฆษกหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทุของภูเขาไฟเซอเมรูของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็น 13 รายในวันอาทิตย์

Photo by JUNI KRISWANTO / AFP

ภูเขาไฟเซอเมรู รู้จักกันในชื่อ “มหาเมรุ” ซึ่งแปลว่า “ภูเขาอันยิ่งใหญ่” ในภาษาสันสกฤตที่ได้มาจากชื่อภูเขาพระเมรุหรือพระสุเมรุ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาลวิทยาในศาสนาฮินดูซึ่งเป็นที่พำนักของเหล่าทวยเทพ คตินี้ยังคงมีอยู่ในเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซียที่ซึ่งยังมีความเชื่อแบบฮินดูและพุทธผสมผสานกับศาสนาอิสลาม 

Photo by JUNI KRISWANTO / AFP

ชาวฮินดูชาวอินโดนีเซียยังเชื่อว่าภูเขาเป็นที่พำนักของพระอิศวรในเกาะชวาด้วย ซึ่งเป็นความเชื่อแบบท้องถิ่นที่ตีความให้เข้ากับคติฮินดู และในวรรณคดีชวาเล่าไว้ว่า แต่เดิมภูเขาไฟสุเมรุนี้อยู่ทางตะวันตกของเกาะ แต่เพราะมีน้ำหนักมหาศาลจึงผลักแผ่นดินกลับไปอีกข้าง สุเมรุจึงไปอยุ่ทางทิศตะวันตกในปัจจุบัน 

“มหาเมรุ” เป็นหนึ่งในสถานที่เดินป่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอินโดนีเซีย 

Photo by AMAN ROCHMAN / AFP

เปิดศักราชใหม่โลจิสติก รถไฟสินค้าจีน-ลาวขบวนแรกถึงเวียงจันทน์แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669902

วันที่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 15:10 น.เปิดศักราชใหม่โลจิสติก รถไฟสินค้าจีน-ลาวขบวนแรกถึงเวียงจันทน์แล้วรถไฟบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศจีน-ลาว ขบวนแรกเดินทางจากนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มาถึงสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ของลาวแล้วเมื่อเวลา 23.10 น. ของวันเสาร์ (4 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยรถไฟขบวนนี้บรรทุกไดแคลเซียมฟอสเฟตที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์

“ผมดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้ทำงานภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) และได้เป็นทูตมิตรภาพระหว่างจีนกับลาว” โจวอวี้ขุย วัย 31 พนักงานขับรถไฟบรรทุกสินค้าที่ทำงานนี้มา 6 ปีกล่าว

“ทางรถไฟจีน-ลาววิ่งให้บริการคล้ายกับทางรถไฟภายในประเทศ แต่ตัวรางมีสภาพดีกว่าในจีนเสียอีก และเพื่อรักษาความปลอดภัยของรถไฟขบวนแรก เราไม่กล้าพักสายตาเลยตั้งแต่รถไฟวิ่งออกจากพรมแดนไปเมื่อเวลา 15.39 น.”

หลี่ถงสวี่  ผู้อำนวยการสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้ ที่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับทางรถไฟกว่า 20 ปี และปฏิบัติงานเป็นผู้อำนวยการสถานีในจีนเป็นเวลากว่า 10 ปี เดินทางมายังลาวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่าทางสถานีได้เตรียมการพร้อมต้อนรับรถไฟขบวนแรกจากจีน

ปัจจุบัน สถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้มีพนักงาน 68 คน เป็นบุคลากรฝ่ายเทคนิคและฝ่ายบริหารชาวจีนมากประสบการณ์จำนวน 9 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ชาวลาวล้วนมีวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษา และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และเคยผ่านการฝึกอบรมกับบริษัททางรถไฟจีน-ลาว จำกัด โดยพวกเขาต่างปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

(แฟ้มภาพซินหัว : โจวอวี้ขุย พนักงานขับรถไฟบรรทุกสินค้าให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ที่นครหลวงเวียงจันทน์ของลาว วันที่ 5 ธ.ค. 2021)

“รถไฟขบวนแรกที่เราส่งกลับไปยังจีนเมื่อวาน บรรทุกแร่โพแทชที่ผลิตในลาว” หลี่กล่าว พร้อมเสริมว่าอวิ๋นหนานอุดมไปด้วยแร่ฟอสฟอรัส “วันนี้เรารองรับตู้สินค้าขนาด 6 เมตรจำนวน 50 ตู้ ที่บรรทุกไดแคลเซียมฟอสเฟต ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนกันระหว่างตลาดทั้งสองประเทศ”

(แฟ้มภาพซินหัว : หลี่ถงสวี่ ผู้อำนวยการสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ที่นครหลวงเวียงจันทน์ของลาว วันที่ 5 ธ.ค. 2021)

ทางรถไฟสายใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้บริการนี้ ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศได้มาก ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าสำหรับขนส่งข้ามพรมแดนก็มีปริมาณมากพอ โดยปัจจุบัน สินค้าที่ต้องขนส่งจากสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้มายังจีนอยู่ที่กว่า 100,000 ตัน ขณะที่สินค้าที่ต้องขนส่งจากจีนไปยังลาวมีปริมาณมากเช่นกัน โดยเฉพาะ ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์

อนึ่ง ทางรถไฟจีน-ลาว เปิดทำการเมื่อวันศุกร์ (3 ธ.ค.) และรถไฟบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศขบวนแรกที่วิ่งมาจากนครหลวงเวียงจันทน์เดินทางมาถึงจีนเมื่อบ่ายวันเสาร์ (4 ธ.ค.)

เนื้อหาข่าวและภาด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

แค่ผลตรวจเป็นลบไม่พอ ยุโรปบังคับต้องฉีดวัคซีนสถานเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669900

วันที่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 14:32 น.แค่ผลตรวจเป็นลบไม่พอ ยุโรปบังคับต้องฉีดวัคซีนสถานเดียวมันเป็นไปแล้ว ยุโรปหลายประเทศกลับมาติดเชื้อหลักหมื่น ไม่ต้องถึงขั้นการระบาดของโอไมครอน ตอนนี้แค่เดลตาก็ทำให้หลายประเทศในยุโรปพบกับคลื่นการระบาดระลอกใหม่ ติดหลักหมื่นกันวันต่อวัน

ฝรั่งเศส – ฝรั่งเศสในวันเสาร์พบผู้ติดเชื้อ 51,624 คนในระยะเวลาช่วง 24 ชั่วโมง ในขณะที่ผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งสูงขึ้น แม้จะมีคนนับล้านที่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นก็ตาม ทั้งนี้ ฝรั่งเศสมีผู้ป่วยรายใหม่โดยเฉลี่ยเกือบ 41,000 รายต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับน้อยกว่า 28,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 694 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยรวมถึง 119 รายที่ป่วยหนัก และเสียชีวิต 113 คนในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีสาธารณสุข โอลิวิเยร์ เวอรัง ออกคำสั่งห้ามล็อกดาวน์ แต่ขอให้ผู้ใหญ่ในประเทศจำนวน 67 ล้านคนลงทะเบียนรับวัคซีนป้องกันโควิด 3 ครั้งที่ 3 ภายในกลางเดือนมกราคม โดยหลังวันที่ 15 มกราคม ประชาชนที่มีอายุระหว่าง 18-64 ปีจะต้องแสดงหลักฐานการเติมวัคซีนไม่เกินเจ็ดเดือนหลังจากเข็มที่ 2 เพื่อรักษาสถานะบัตรผ่านโควิดให้ใช้งานได้เวลาเข้าใช้บริการร้านอาหาร บาร์ โรงยิม และสถานที่สาธารณะอื่นๆ

อิตาลี – กระทรวงสาธารณสุขอิตาลีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคโคโรนาไวรัส 75 รายในวันเสาร์ เทียบกับ 74 วันก่อนหน้า ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันลดลง 16,632 จาก 17,030 ราย จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่รวมผู้ป่วยไอซียู อยู่ที่ 5,428 รายในวันเสาร์ เพิ่มขึ้นจาก 5,385 รายในวันก่อนหน้า

เช่นเดียวกับสเปน อิตาลียังไม่มีคำสั่งล็อคดาวน์แม้การติดเชื้อจะพุ่งขึ้นมาอีก แต่อิตาลีจะเพิ่มความเข้มงวดของบัตรผ่านโควิดสำหรับเป็นใบเบิกทางในการใช้บริการสาธารณะต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ “กรีนพาส” หรือใบรับรองสุขภาพโควิด ซึ่งสามารถรับได้โดยผ่านการฉีดวัคซีนและการฟื้นตัวจากการติดเชื้อโควิด หรือมีผลตรวจเป็นลบในสองถึงสามวันก่อนหน้านั้น แต่หลังจากนี้จะเป็น “ซูเปอร์กรีนพาส” ที่ผลตรวจเป็ยนลบจะใช้ไม่ได้อีก เพราะจัรับรองเฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนหรือฟื้นจากการติดเชื้อแล้ว

เยอรมนี – นายกรัฐมนตรีเยอรมัน อังเกลา แมร์เคิล เรียกร้องให้ชาวเยอรมันรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยกล่าวก่อนออกจากตำแหน่งในตอนสุดท้ายของวิดีโอพอดแคสต์ โดยกล่าวว่า “ฉันขอให้คุณจริงจังกับไวรัสที่แสนกลอย่างจริงจังอีกครั้ง” แมร์เคิลกล่าว พร้อมกล่าวว่าคลื่นโคโรนาไวรัสลูกที่สี่กระทบเยอรมนีในเวลานี้ “ร้ายแรงมาก” และกระทั่ง “รุนแรงสาหัส” หลังจากห้องผู้ป่วยหนักในบางส่วนของประเทศมีผู้ป่วยหนักเกินพิกัด

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอไมครอนสายพันธุ์ใหม่ดูเหมือนว่าจะแพร่เชื้อได้มากกว่าที่เคยเป็นมา มาฉีดวัคซีนให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนครั้งแรกหรือการกระตุ้น” แมร์เคิลกล่าวเสริม “วัคซีนทุกตัวช่วยได้” พร้อมขอบคุณ “บรรดาผู้ที่มีเหตุผลและเข้าใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้” และ “ยึดมั่นในกฎเกณฑ์เพื่อปกป้องตนเองและดูแลผู้อื่น”

ออสเตรีย – ในขณะที่ยอดติดเชื้อพิ่มขึ้นและรัฐบาลพยายามใช้มาตรการที่เข้มงวด แต่ชาวออสเตรียก็ยังไม่พอใจ มีรายงานว่าชาวออสเตรียหลายหมื่นคนเข้าร่วมการประม้วงมาตรการล็อคดาวน์วันเสาร์ เป็นการแสดงพลังต่อต้านสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน หลังจากการประท้วงหลายครั้งเกิดขึ้นในเมืองหลวงเวียนนา ตำรวจประเมินว่ามีผู้เข้าร่วม “มากกว่า 40,000”

ออสเตรียเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่จะบังคับให้ประชาชนทุกคนต้องฉีดวัคซีนโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลได้ให้เหตุผลที่ใช้มาตรการดังกล่าวโดยชี้ไปที่การระบาดคลื่นลูกที่สี่ของไวรัสและอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศ ที่ร้อยละ 67 ซึ่งต่ำที่สุดในยุโรปตะวันตก ทำให้หน่วยผู้ป่วยหนักของประเทศกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น กระนั้น นับตั้งแต่การล็อกดาวน์มีผลบังคับใช้ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ 8.9 ล้านคนได้ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 13,000 ครั้งต่อวันเหลือต่ำกว่า 10,000 ราย

ภาพ – ตำรวจและผู้ประท้วงเผชิญหน้ากันระหว่างการชุมนุมต่อต้านข้อจำกัดโควิด-19 และฉีดวัคซีนภาคบังคับในแฟรงก์เฟิร์ต อัม ไมน์ ทางตะวันตกของเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ท่ามกลางการระบาดของโคโรนาไวรัสที่กำลังดำเนินอยู่ (ภาพโดย Yann Schreiber / AFP)

‘หนองคาย’ มุ่งคว้าโอกาสจากรถไฟจีน-ลาว พัฒนาสู่ ‘ศูนย์กลางโลจิสติกส์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669886

วันที่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 11:21 น.‘หนองคาย’ มุ่งคว้าโอกาสจากรถไฟจีน-ลาว พัฒนาสู่ ‘ศูนย์กลางโลจิสติกส์’จังหวัดหนองคายทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและอยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ของลาวราว 22 กิโลเมตร คาดหวังว่าทางรถไฟจีน-ลาวที่มีกำหนดเปิดบริการวันศุกร์นี้ (3 ธ.ค.) จะเป็นดังลมหนุนที่มีบทบาทส่งเสริมการพัฒนาของจังหวัด

“ทางรถไฟจีน-ลาวจะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและจีน” จิรนันท์ สกุลตั้งไพศาล ที่ปรึกษาสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคายกล่าว “ตลาดจีนมีขนาดใหญ่มาก ธุรกิจในลาวย่อมจะได้ประโยชน์จากการขยับขยายการค้ากับจีนแน่นอนหลังเปิดใช้งานทางรถไฟสายใหม่ ซึ่งก็จะช่วยผลักดันธุรกิจของไทยด้วย”

จิรนันท์มองว่า การเปิดบริการทางรถไฟจีน-ลาวถือเป็นข่าวดีสำหรับภาคธุรกิจหนองคาย โดยคาดว่าทางรถไฟสายนี้จะกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของหนองคายที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เนื่องจากทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนสะดวกสบายกว่าเดิม และอาจดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนหนองคายมากขึ้น นำไปสู่โอกาสการพัฒนาในภาคการจัดเลี้ยง ที่พัก และหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

นอกจากนั้นจิรนันท์กล่าวว่าหนองคายควรส่งเสริมความร่วมมือกับภูมิภาคตามแนวเส้นทางรถไฟ เพื่อพัฒนาทัวร์ท่องเที่ยวตามทางรถไฟ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสวิวทิวทัศน์งดงามตระการตาระหว่างทาง

หลังจากเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2016 ทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งมีความยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร เชื่อมโยงนครหลวงเวียงจันทน์กับคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีกำหนดเปิดบริการวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะย่นเวลาการเดินทางทางบกระหว่างสองเมืองให้เหลือน้อยกว่า 1 วัน

จี๋ซู่เลี่ยน หญิงจีนวัย 31 ปีจากเมืองซ่านโถว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเปิดร้านของชำในหนองคายมานานถึง 8 ปีแล้ว บอกเล่าว่าทางรถไฟสายใหม่และเวลาการเดินทางที่ลดน้อยลงเป็นสัญญาณอันดีสำหรับธุรกิจของเธอ

ร้านของจี๋ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อก่อนเธอมักรองรับลูกค้าหนาแน่น แต่ตอนนี้คงเหลือเพียงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยประปรายในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ดีจี้กล่าวว่าทางรถไฟจีน-ลาวจะช่วยดึงดูดลูกค้ามากขึ้นและทำให้ธุรกิจของเธอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“ฉันขายสินค้านำเข้าจากจีน เมื่อก่อนรถบรรทุกใช้เวลาขนส่ง 1 อาทิตย์ แต่ตอนนี้ใช้เวลานานกว่า 2 อาทิตย์แล้ว การเปิดทางรถไฟจีน-ลาวจะช่วยให้ฉันประหยัดทั้งเวลาและเงิน” จี้กล่าวเสริม

ด้านดวงใจ สุขเกษมสิน รองประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย คาดว่าปริมาณการค้าระหว่างไทยและจีนจะเพิ่มสูงหลังทางรถไฟสายข้างต้นเปิดใช้งาน โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้สดและสินค้าเกษตรอื่นๆ ของไทยสู่จีน และการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนมายังไทย ซึ่งจะส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และคลังสินค้าในหนองคาย

ขณะเดียวกันดวงใจระบุเพิ่มเติมว่าหนองคายจะสร้างเป็นศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์สำหรับการค้าไทย-จีนด้วยใข้โอกาสใหม่จากทางรถไฟจีน-ลาว

เมื่อไม่นานนี้ รัฐบาลไทยมีการออกแผนงานอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างหนองคายและเวียงจันทน์ อาทิ การก่อสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่ การเพิ่มขบวน

รถไฟจากหนองคายไปเวียงจันทน์ ตลอดจนการสร้างศูนย์ตรวจสอบและถ่ายโอนย้ายสินค้านำเข้าใกล้สถานีรถไฟหนองคาย

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว