Rookies : พลิกชีวิต‘วิว-ณัฐริกา’ อดีตนักกีฬาว่ายนํ้า กับก้าวแรกสู่วงการบันเทิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/216724

วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากอดีตนักกีฬาว่ายน้ำก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว สำหรับ “วิว-ณัฐริกา เฝ้าด่าน” ที่ล่าสุดกำลังมีผลงานละครซีรี่ส์เรื่อง “โปรเจ็กต์ เอ็กซ์ แฟ้มลับ เกมสยอง (Project X)” ทางช่อง MONO 29 เป็นเพราะชื่นชอบการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอจึงลองเปลี่ยนตัวเอง เข้ามาประกวดเวทีแรกคือ “มิสกอสซิป เกิร์ลส์ (Miss Gossip Girls 2013)” และผลออกมาก็คือได้ตำแหน่งชนะเลิศในปี 2013 ด้วยความสามารถบวกกับหน้าตาทำให้มีผลงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง

อดีตที่เคยเป็นนักกีฬาว่ายนํ้า

ก่อนเข้ามาในวงการบันเทิง “วิว” เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ บ้านอยู่ที่โคราช ซึ่งตอนนั้นกำลังเรียนหนังสือและเป็นนักกีฬาว่ายน้ำประจำจังหวัด เริ่มฝึกว่ายน้ำตั้งแต่สมัยอนุบาล จนได้มาลงแข่งตอนเรียนประถม หลังจากนั้นก็แข่งมาเรื่อยๆ จนได้มาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำตัวแทนจังหวัดได้เหรียญและถ้วยรางวัลเต็มบ้านเลยค่ะ

ทำไมตัดสินใจเข้ามาในวงการบันเทิง

มีอยู่วันหนึ่งคุณแม่พูดขึ้นมาว่าอยากให้ลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำดูบ้าง ทำให้อยากลองเข้ามาประกวดเวทีแรกก็คือ “มิสกอสซิปเกิร์ลส์ (Miss Gossip Girls 2013)” และผลออกมาก็คือได้ตำแหน่งชนะเลิศ จนได้เข้ามาเล่นละครเรื่องแรก “อรุณสวัสดิ์” ของพี่ “เอ- ศุภชัย” หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าชอบงานแสดง ทำให้ได้พัฒนา ได้ลองคาแร็กเตอร์ใหม่เรื่อยๆ จึงต้องหยุดว่ายน้ำไปค่ะ

เล่าถึงผลงานบ้าง

ถือว่า “วิว” ค่อนข้างโชคดีค่ะที่มีละครอย่างต่อเนื่องจากละครเรื่อง “อรุณสวัสดิ์” ก็มีโอกาสได้เล่นเอ็มวี และทางบริษัทก็ป้อนงานละครเข้ามาต่อเนื่อง 2 เรื่อง ทำให้ต้องทำงานและเรียนไปด้วย

เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เป็นอย่างไรบ้าง

ในช่วง ม.5-ม.6 เดินทางไป-กลับโคราชบ่อยมาก บางครั้งทำงานเต็มสัปดาห์ วันจันทร์ถึงวันพุธ ถ่ายละครเรื่อง “ดิแองเจิล นางฟ้าล่าผี (The Angels)” และวันพฤหัสฯถึงวันอาทิตย์ ถ่ายละครเรื่อง “โปรเจ็กต์ เอ็กซ์ แฟ้มลับ เกมสยอง (Project X)” ยอมรับว่าเหนื่อยมากค่ะ ยิ่งบางครั้งช่วงสอบเลิกกองเที่ยงคืนกลับถึงโคราชตีสาม และตื่นหกโมงเช้าไปสอบ จนบางครั้งก็รู้สึกท้อแต่มีคุณพ่อคุณแม่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ หลังจากจบ ม.6 ก็มาเข้าเรียนปี 1 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพเรียบร้อยแล้วค่ะ

เป็นคนจริงจังกับการทำงานมากทีเดียว

“วิว” จริงจังในการทำงาน บางครั้งหมกมุ่นอยู่กับตัวบทบาท เวลาเครียดก็มักจะเก็บไปเครียดคนเดียวและมันกลายเป็นความกดดันตัวเอง จนทำอะไรต่อไม่ได้เลยค่ะ เคยมีเหตุการณ์ที่ร้องไห้ไม่หยุด เพราะเราเป็นคนซีเรียสมาก หลังถ่ายเสร็จแล้ว ผู้กำกับฯ สั่งคัตพักกองวิวเดินออกมากินข้าวคนเดียวก็ยังร้องไห้อยู่ น้ำตาไหลไม่หยุด ทำให้ทุกคนที่เห็นไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย จนครูสอนแอ๊กติ้งต้องเข้ามาคุยมาให้กำลังใจมาสอนเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะหยุดร้องไห้ได้ค่ะ

ผลงานล่าสุด

ผลงานละครซีรี่ส์เรื่อง “โปรเจ็กต์ เอ็กซ์ แฟ้มลับ เกมสยอง (Project X)” ทางช่อง MONO 29

เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้าง

เป็นเรื่องราวกลุ่มวัยรุ่น 9 คน ในนาม…“โปรเจ็กต์ เอ็กซ์ (Project  X)”  ที่ได้รับการติดต่อจาก “แอดมิน ลึกลับ” ให้ปฏิบัติภารกิจ พิสูจน์หาความจริงจากสถานที่เกิดเหตุของคดีดังที่ยังปิดไม่ลงในแต่ละตอนมีทั้งเรื่องราวจริงๆ ที่เคยเกิดขึ้นในบ้านเราด้วย เพื่อต้องการกู้คืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งวัยรุ่นทั้ง 9 คน ได้ลุยสถานที่เกิดเหตุจริง เพื่อสืบหาข้อมูลหลักฐาน, บันทึกภาพการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน และอัพโหลดคลิปลงเว็บ แลกกับเงินทุนมหาศาล จนทำให้มีคนบนโลกออนไลน์ เฝ้าติดตามหลายล้านวิว    

บทบาทที่ได้รับ

รับบทเป็น “ตุลย์” จบปริญญาโท ด้านอาชญาวิทยาด้วยการสอบชิงทุนต่างๆ เพื่อให้มีเงินเรียน และยังมีความสามารถในการ
ต่อสู้ระยะประชิด พ่อของตุลย์เป็นตำรวจตงฉิน ที่เผอิญไปทำคดีซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผู้มีอิทธิพล จนเขาต้องออกจากการเป็นตำรวจ พ่อเริ่มติดสุราและออกเดินทางเร่ร่อน และถูกทิ้งให้อยู่กับญาติฝั่งแม่

กระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง

กระแสตอบรับดีค่ะ เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น ตอนนี้ยอดฟอลโล่ในไอจีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีแฟนคลับคอยติดตามผลงาน และส่งกำลังใจมาให้เป็นอย่างสม่ำเสมอ ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ มันทำให้ “วิว” มีพลังในการทำงานมากขึ้น

ฝากผลงานหน่อย

“วิว” ขอฝากผลงานละครซีรี่ส์เรื่อง “โปรเจ็กต์ เอ็กซ์ แฟ้มลับ เกมสยอง (Project X)” ทางช่อง MONO 29 ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30-21.30 น. เรื่องนี้มีทั้งความสนุกสนาน ทั้งความตื่นเต้นจนต้องลุ้นไปกับทุกๆ ตอน เพราะดูแล้วจะได้อารมณ์ ความรู้สึกเหมือนได้ดูซีรี่ส์จากต่างประเทศเลยค่ะ ยังไงก็ฝากให้ติดตามชมกันด้วยนะคะ”

ชื่อ : ณัฐริกา เฝ้าด่าน

ชื่อเล่น : วิว

การศึกษา : กำลังศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ

ผลงาน : ภาพยนตร์ กรรไกร-ไข่-ผ้าไหม สองบาทห้าสิบ, รางวัลชนะเลิศการประกวด Miss Gossip Girls 2013, ละครเรื่อง อรุณสวัสดิ์, ซีรี่ส์ นางฟ้าล่าผี 2 ผลงานล่าสุดซีรี่ส์ เรื่อง โปรเจ็กต์ เอ็กซ์ (กำลังออนแอร์)

งานอดิเรก : ชอบหนังสือทมยันตี, วันพีซ (หนังสือการ์ตูน)

ของสะสม : รองเท้ากีฬา, หมวก

กีฬา : เล่นกีฬา ว่ายน้ำ (ตอนเด็กเคยเป็นนักว่ายน้ำตัวแทนจังหวัดนครราชสีมา), ฟิตเนส, ต่อยมวย

ดนตรี : ระนาดเอก, ฆ้อง

Instagram : veviiew (คนติดตามประมาณ 13.3k)

Rookies : เปิดตัวสาว‘ลาว’คนงาม‘พุดทะสอน สีดาวัน’ ประเดิมหนังรักริมฝั่งโขง‘อ้อมกอดเขมราฐ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/215576

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พุดทะสอน สีดาวัน รับบทเป็น : พิมมะณี

หญิงสาวลาวอายุ 20 ปี   หน้าตาสวย สไตล์การแต่งตัวแบบหญิงลาวโดยเนื้อแท้ เสื้อแขนคอกระบอกสวมผ้าซิ่น รองเท้าแตะนิสัยเรียบร้อย ซื่อ อ่อนโยน แต่ภายในซ่อนความอดทน ขยันต่อสู้ เธอต้องจากบ้านเกิดมาเพื่อทำงานในเมืองไทยตั้งแต่เพิ่งแรกรุ่น เพื่อช่วยเหลือครอบครัว เป็นคนมีความคิดดีลึกซึ้งในพระพุทธศาสนา มีความน่าสงสาร กิริยามารยาทงดงาม อ่อนน้อมถ่อมตน

สัมบ๋ายดี๊ น้องชื่อ พุดทะสอน สีดาวัน อายุ 20 ปี เกิดที่เวียงจันทน์ ตอนนี้กะมีหนังเรื่อง “อ้อมกอดเขมราฐ” รับบทเป็น พิมมะณี

เข้ามาแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร

กะต้องเข้ามาแคสติ้งเหมือนกับหลายๆ คน คงเป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้โชว์คาแร็กเตอร์เด่นในเรื่องของคนลาว ด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมของทั้งสองฝั่งโขงเลยทำให้น้องได้มาแสดงนำในเรื่องนี้

รับบทเป็นใคร

ในเรื่องจะเป็นสาวชาวลาว ที่มีฐานะยากจน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง รวมไปถึง ความเป็นแม่ญิ๋ง ที่มีความเรียบร้อย รักนวลสงวนตัว ขยัน อดทน แล้วก็อ่อนหวานอย่างที่หาได้ยากในตัวหญิงสาวในวัยเดียว กัน ในทุกมื้อนี่ค่ะ

เป็นหนังเรื่องแรก

จ้ะ เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ข้ามมาทำงานในฝั่งแผ่นดินไทย

หนักใจไหมกับการมาร่วมแสดงในครั้งนี้

ความที่เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตจะหนักอกหนักใจอยู่ไม่น้อยยอมรับอีหลีว่าหนักใจค่ะ แต่กะเป็นบทที่ท้าทายมาก เป็นงานที่ต้องพยายามหลายๆ ดีใจที่พี่ๆ ทีมงาน พี่หมอริท ผู้สร้าง เจ้าของหนังผู้กำกับ ที่ได้เปิดโอกาสให้น้องได้เรียนรู้หลายต่อหลายอย่างเลยล่ะค่ะน้องตื้นตัน ตื่นเต้น ดีใจหลายๆ กับงานที่ท้าทายหลายครั้งนี้ กับแง่มุมของความรักแล้ว

ร่วมงานกับทีมงานคนไทยเป็นบ้าง

หมอเพื่อน สวย น่ารัก เป็นกันเอง, น้องปาล์มี่ ก็นิสัยดี เก่ง อดทน ขยัน ทำงาน ส่วนหนุ่มๆ กะเป็นผู้ดี รูปร่างหน้าตา บุคลิก นิสัยดีเป็นคนใจดี มีน้ำใจกับน้องตลอดเสมอมา ส่วนกับเต๋าเอง เป็นนักร้องดังๆ ไปถึงฝั่งลาว มีชื่อเสียง เก่ง ทำงานได้หลายอย่าง

ความรักในแบบ “พุดทะสอน”

ส่วนตัวเชื่อว่าการพบกันของคนสองคน มันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ เพราะบางทีสิ่งที่ทำให้เราได้พบกัน ได้รู้จักกัน มันอาจจะเป็นมากกว่าพรหมลิขิตก็เป็นได้จร้า เช่นเดียวกันกับการได้มาร่วมงานกับพี่ๆ น้องๆนักแสดงชาวไทยที่น่ารัก

“อยากฝากผลงานพวกเฮา ฝากเป็นกำลังใจให้ ทีมงาน ทุกๆ คนแล้วก็นักแสดงนำแหน่จ้า เข้าโรงแล้วอย่าลืมไปเบิ๋งกัน อยากให้ไปเบิ๋ง ติชมได้จะได้ปรับปรุงตัวเองให้ดี๊ขึ้นเรื่อยๆ จ้า และสุดท้ายฝากน้องไว้ในอ้อมอกอ้อมใจคนไทยหน่ำ น้องดีใจและปลื้มใจสุดๆ จ้าขอบไจ๋”

 

Rookies : เปิดตัวคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์เจเนอเรชั่นล่าสุด กับ‘บุ๊ค-ปาล์ม-กีต้าร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/214634

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
วันนี้ “บันเทิงแนวหน้า” ขอพาไปรู้จักกับสามหนุ่มวัยใสที่หลงรักในความงดงามของบทเพลงสุนทราภรณ์ “บุ๊ค-ปาล์ม-กีต้าร์”

บุ๊ค-ณัฐภพ ธัมกิตติคุณ

โดยส่วนตัวผมชอบและรักด้านดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ เนื่องจากทางบ้านคุณพ่อคุณแม่ชอบร้องเพลง สงสัยคงร้องเพลงตั้งแต่ผมอยู่ในท้อง โตมาก็ฟังเพลง พี่ชายก็เล่นดนตรี และถูกจับให้เรียนดนตรีตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะถูกจับให้มานั่งฟังพี่ชายเรียนร้องเพลงสุนทราภรณ์ตอนอายุประมาณ 9 ขวบ แล้วเสียงเพลงเหล่านี้ก็ซึมซับเข้ามาในหัวสมองเราเรื่อยๆ จนตอนนี้รู้แล้วว่าชีวิตขาดเสียงดนตรีไม่ได้

ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบ เอิ่ม… เพราะดนตรีมันฝึกให้เรามองข้อดีของสิ่งต่างๆ เอาเป็นอาหารละกัน ไม่ชอบอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเช่น ไก่ชุบแป้งทอดที่น้ำมันเยอะๆ เลี่ยนๆ  งานอดิเรก ในเวลาว่าง (ซึ่งเรียนคณะสัตวแพทย์มักจะไม่ค่อยมีเวลาว่าง (หัวเราะ)) ชอบอัดเพลงแล้วอัพลง Social network (FB: Bungkom bungbung) ขอโปรโมทนิดหนึ่ง ส่วนตัวชอบทำงานเพลง Studio เพราะช่วงมัธยมเคยประกวดดนตรี Hotwave Music แล้วต้องอัดเพลงส่ง ทำให้ตัวเองรู้สึกชอบงานด้านนี้

บุ๊ค

ความผูกพันกับสุนทราภรณ์

พี่ชายเป็นคนสนใจมาเรียนที่ โรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรีผมจึงตามพ่อแม่ที่มารอพี่ชาย พอสักพักแม่บังคับให้ลงเรียนด้วย ตอนแรกไม่ชอบเลยเพราะรู้สึกเป็นเพลงของคนแก่ แล้วเราชอบเพลงวัยรุ่น แต่พอมาเรียนที่นี่เขาสอน โน้ตและทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นด้วย เราจึงชอบมาก แต่ก็ยังร้องเพลงไม่ค่อยได้เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่เสียงเรายังไม่แตกหนุ่มมันยังไม่เข้าที่ พอถึงช่วงจะสอบเข้ามหา’ลัยก็หยุดเรียนไป พอเข้ามหา’ลัยก็ได้มาเป็นคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ซะแล้ว

การได้มาเป็นคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์

รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้ร้องเพลงกับวงดนตรีที่มีประวัติความเป็นมายิ่งใหญ่มาก จะมีวงดนตรีวงไหนในประเทศไทยที่มีผลงานเพลงเป็นพันเพลง หายากมากและเพลงแต่ละเพลงของสุนทราภรณ์ทรงคุณค่า จะร้องให้เพราะต้องฝึกกันเป็นเดือนอย่างต่ำ ทุกๆ เพลงที่ได้ต่อของสุนทราภรณ์ทำให้เรา up level ไปเรื่อยตรงนี้ขอขอบคุณวงดนตรีสุนทราภรณ์ที่ให้โอกาสครับ

กีต้าร์

กีต้าร์-คุณานนต์ หลิมพานิช

กีต้าร์-คุณานนต์ เกิดที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา อายุ 21 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต

กีต้าร์ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ

โดยเฉพาะเพลงของสุนทราภรณ์ และสามารถเล่นดนตรีได้สองชนิดคือ อัลโต แซกโซโฟน และไวโอลิน นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการใช้ภาษาไทยได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับมอบหมายให้เป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการและดีเจอยู่บ่อยครั้ง จนได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย รางวัลที่ได้รับสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวงได้ชั้นเอก/เป็นทูตวัฒนธรรม, อาสาเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมดีเด่น จังหวัดพังงา/เยาวชนส่งเสริมสนับสนุนและทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา/ชนะเลิศการแข่งขันโต้วาทีประจำปี 2554/นักเรียนที่มีความประพฤติดีเด่นประจำปี 2554 ฯลฯ

ได้ฟังและรู้จักบทเพลงสุนทราภรณ์มาตั้งแต่ 4 ขวบ เพราะคุณตาคุณยายท่านฟังและร้องกล่อมเสมอๆ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้รู้สึกชอบเป็นพิเศษโดยปกติจะฟังเพลงทั่วๆ ไป แต่เมื่อได้ฟังบ่อยขึ้นก็เกิด ความรู้สึกว่าบทเพลงสุนทราภรณ์ มีความไพเราะ ประกอบกับคำร้องที่มีสัมผัสนอก สัมผัสใน เหมือนบทกลอน มีความงดงามของภาษาและง่ายต่อการจดจำเมื่อผสมกับท่วงทำนอง เนื้อหาของบทเพลงยังมีความหลากหลาย ถ้าเป็นเพลงรักก็จะลึกซึ้งอ่อนหวาน ซึ่งไม่ว่ากีต้าร์จะมีความทุกข์หรือสุขเพียงใดก็จะมีบทเพลงสุนทราภรณ์นี่แหละครับที่อยู่เป็นเพื่อนกันและทำให้หัวใจพองโตทุกครั้งเมื่อได้ฟัง

“สุนทราภรณ์” เสมือนเป็นครอบครัวใหญ่ ที่อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น  ที่ซึ่งทุกคน ล้วนมีใจรักในสิ่งเดียวกันคือ เพลงสุนทราภรณ์ เป็นสถาบันที่สร้างคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ให้มีชื่อเสียงและ ประสบความสำเร็จ เป็นฐานที่มั่นคงในการดำเนินชีวิต มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี การที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสุนทราภรณ์ถือเป็นความภาคภูมิใจเป็นอันสูงสุดครับ

ปาล์ม

ปาล์ม-พัชร สุวรรณรัตน์

ปาล์ม-พัชร อายุ 20 ปี จบการศึกษามัธยมต้นจากโรงเรียน บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และมัธยมปลายจากโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรีคณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาดนตรีสากล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมชั้นปีที่ 2

สิ่งที่ชอบ ชอบการทำอะไรแบบอิสระไม่มีข้อบังคับครับ และสิ่งที่ชอบที่สุดคือดนตรี เพราะดนตรีไม่มีขอบเขตและใส่จินตนาการของทุกคนทำให้มีความสุขกับการเล่นดนตรีครับ

สิ่งที่ไม่ชอบ ก็หลายอย่างครับ (หัวเราะ) ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการใช้ชีวิตละกันครับ ปาล์มเป็นคนไม่ชอบให้ของใช้ทุกอย่างสกปรก

งานอดิเรก ฟังเพลง ร้องเพลง ฟิตเนต ตีกอล์ฟ และที่ขาดไม่ได้คือซ้อมดนตรีครับ

รางวัลที่ได้รับ รองชนะเลิศประเภทขับร้องเดี่ยวชาย/รางวัลชมเชยประเภทกลุ่ม/รางวัลชนะเลิศ ประเภทวง Big Band จากงานแม่กลอง Music Award ปี 2558

ความผูกพันกับเพลงสุนทราภรณ์

เนื่องจากคุณพ่อของปาล์มชอบฟังเพลงสุนทราภรณ์เลยทำให้ปาล์มได้ฟังได้รู้จักและสัมผัสเพลงสุนทราภรณ์ จากนั้นก็ได้เข้าประกวดเพลงสุนทราภรณ์อย่างจริงจัง เมื่อตอน ม.5 เป็นการประกวดที่มูลนิธิสุนทราภรณ์เป็นผู้จัดขึ้นที่ Royal Paragon Hall ปัจจุบันก็ได้เป็นคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์มา 2 ปีกว่าๆ แล้วครับ ได้ขึ้นคอนเสิร์ตสุนทราภรณ์กับพี่ๆ หนุ่มหนุ่มหนุ่ม มาหลายงานมากแล้ว ทั้งที่โรงละครแห่งชาติ ศาลาเฉลิมกรุง และหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ

การได้เป็นคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์

มีความรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากครับที่ได้มาเป็นผู้อนุรักษ์และเผยแพร่บทเพลงสุนทราภรณ์ เนื่องจากเพลงสุนทราภรณ์เป็นที่รู้จักมากมาแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้นิยมอยู่ ทำให้ผมอยากจะสืบทอดผลงานของบรมครูเพลงทุกท่าน เพลงสุนทราภรณ์มีความยากหลายระดับ ก่อนจะได้ถ่ายทอดเพลงแต่ละเพลงผมและพี่ๆ ในกลุ่มต้องใช้เวลาต่อเพลง ซ้อมเพลง เป็นเวลานานมาก ผมดีใจมากครับที่มีผู้ให้ความสนใจติดตามผลงานการร้องเพลงของพวกผม การที่ผมได้มายืนตรงจุดๆ นี้ ต้องขอขอบคุณ ผู้คอยให้การสนับสนุนในตัวผมมาตลอดครับ

ติดตาม คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์
เจเนอเรชั่นล่าสุด กับทั้งสามหนุ่มได้ทาง
Facebook: http://www.facebook.com/SuntarapornFoundation
Official Website: http://www.suntarapornorg.com
Unofficial Website: http://www.websuntaraporn.com

Rookies : เปิดซิง ‘อ้อมกอดเขมราฐ’ กับ ‘กอล์ฟ-อนุวัฒน์’ พร้อมโชว์แผงอกแน่นๆ เต็มตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/213640

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

✯กับผลงานหน้าจอภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง

รู้สึกตื่นเต้นนะครับ ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผมเลยทีเดียวนะ อาจเป็นเพราะเป็นหนังเรื่องแรกของกอล์ฟมั้งครับ

✯มาแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร ?

อ้อมกอดเขมราฐ ผมได้รับการติดต่อมาจากพี่หมอฤทธิครับ เขาบอกว่าเขาเองได้ดูผลงานทางทีวี.ของเรา แล้วรู้สึกชอบ และก็บังเอิญที่คาแร็กเตอร์ของเราตรงกับตัวละครในเรื่องพอดีก็เลยลองส่งบทมาให้อ่าน พอผมได้รับ รีบอ่าน พออ่านจบแล้วรู้สึกชอบ บทสนุกมากครับ อ่านไม่นาน ภายในไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นผมก็เลยตอบตกลงรับเล่นแบบไม่ต้องลังเลใจเลยครับ

✯รับบทเป็นใคร ?

ผมรับบทเป็น ก้อง ชายหนุ่มซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ที่มีกิจการเป็นของตัวเองไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือ ทำธุรกิจรีสอร์ท ควบคู่กันไป แต่เพราะความที่เคยอกหักมาก่อน ก็เลยไม่ได้โฟกัสเรื่องความรัก พอได้มาเจอกับ แพรขวัญ (หมอเพื่อน) เลยทำให้ไม่กล้าสานสัมพันธ์ เพราะกลัวว่าจะต้องพบกับความผิดหวังอีก จนมีเรื่องราวที่ทำให้คู่เราต่างเจออะไรอีกมากมายครับ

✯บท “ก้อง” ถือว่าต่างหรือเหมือนตัวเองไหม

ก็มีบ้างครับอย่างเรื่องของความรักเนี่ยก็นับว่าตรงเลยทีเดียว ที่เป็นคนรักใครรักจริง จริงจังกับเรื่องความสัมพันธ์ ส่วนเรื่องอื่นๆ อย่างการเป็นคนที่รักครอบครัวก็ตรงอีกเหมือนกัน เพราะผมจะให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวมากๆ ครับ

✯มีความฝันอยากเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเองด้วย ?

ครับก็เคยเป็นความฝันอย่างหนึ่งเหมือนกัน นับว่าหนังเรื่องนี้มีความเป็นตัวตนของกอล์ฟ อยู่มากพอสมควรเลยครับ

✯ในส่วนของตัวเอง หนังกับละคร ต่างกันยังไง

หนังค่อนข้างมีความต่างมากนะครับ สำหรับหนังเราจะต้องเล่นแบบเน้นๆ มากขึ้นทั้งในเรื่องของการทำอารมณ์และแอ๊กติ้ง เล่นซีนนั้นๆย้ำๆ ชัดๆ ในหลายมุม เล่นที่ต้องเข้าถึง อารมณ์ ความรู้สึก ที่ลึก ที่จริง ต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูความสมดุลของมันด้วย เพราะจะเล่นใหญ่เกินไปก็ไม่ได้ หรือจะเล่นเล็กเกินไปก็ไม่ดี เวลางานการถ่ายทำเราก็จะต้องท่องจำบทของตัวเองให้ได้ ดูอารมณ์ การส่งรับบทของคนที่เราร่วมซีนจะได้ไม่ต้องเทคหลายครั้ง

✯พูดบรรยากาศที่ อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี

เป็นที่ที่ผมประทับใจทั้ง ธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายอย่างหนึ่งเลยล่ะครับกับการทำงานครั้งนี้

✯เล่าถึงซีนที่ต้องโชว์แผงหน้าอกหน่อย

(หัวเราะ) มันเป็นฉาก สั้นๆ ครับ ที่ผมต้องยืนอยู่ที่หน้ากระจก แล้วก็เห็นผม ผ่านไหล่ เห็นจากมุมต่างๆ ซ้าย ขวา ข้าง เห็นอกครับ ถอดเสื้อ แต่ข้างล่างก็ใส่กางเกงปกติไม่ได้มีอะไรที่น่าหวาดเสียวหรอกครับ สบายใจได้ (หัวเราะ)

✯รู้สึกเขินๆ บ้างไหม ….

สบายนะครับกับการมีฉากแบบนี้โชคดีเพราะผมเองออกกำลังกายอยู่เสมอๆ พอจะต้องเข้าฉาก ก็วิดพื้นอีกนิด ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า เรียกกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวขึ้นมานิดๆหน่อยๆ ครับ แต่ก็ครึ่งวันเลยน่ะกับฉากนั้นครับผม

✯มุมมองความรักของตัวเองเป็นไงบ้าง

ครับ ส่วนตัวเป็นคนที่ศรัทธาในความรักนะ เพราะสำหรับผมแล้วความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ทุกวันนี้หลายคนก็อยู่ได้ด้วยความรักไม่ว่าจะเป็นความรักในครอบครัว หรือรักคนอื่นแบบคนรักก็ตามที แต่ถ้าจะถามว่าเชื่อในเรื่องของรักแรกพบ หรือพรหมลิขิตไหม ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะที่คนสองคนจะมาเจอกันได้ง่ายๆ เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมไปถึงในเรื่องของความเหมาะสมด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความรักก็เป็นสิ่งที่สวยสดงดงามเสมอ และในความรักก็ไม่มีคนที่เป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายที่ถูกต้องด้วย

ฝากไว้ด้วยครับ นักแสดงทุกคนรวมถึงทีมงานตั้งใจกันอย่างมาก อยากให้ไปชมกัน จะได้เห็น ประเพณี วัฒนธรรม กลิ่นอายของความรักและที่สำคัญคุณจะรักคนที่อยู่ข้างๆ มากขึ้นด้วย 12 พฤษภาคม 2559 นี้ ต้องรอชมครับ

 

Rookies : ‘ร็อก ออน เรดิโอ’ ดึงตัว ‘ว่าน’ The Voice ชิมลางงานดีเจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/212605

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สรรหาความสดใหม่ ตามเทรนด์สายร็อกมาเสิร์ฟแฟนเพลงกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “ร็อก ออน เรดิโอ (RockOnRadio.FM)” คลื่นเพลงร็อกออนไลน์ เอาใจคอเพลงอินดี้ คว้าตัวศิลปินสาวสุดฮอต “ดีเจว่าน-รัชยาวีร์” ชิมลางงานดีเจ เปิดไมค์จัดรายการช่วง (Rock On Indie Shuffle) ให้ได้เต็มอิ่มกับเพลง Indie และ Alternative Rock จากทั่วทุกมุมโลก

หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับเสียงห้าวเท่ของสาว “ว่าน-รัชยาวีร์” จากเวทีการประกวด The Voice Thailand 4 กันมาแล้ว ด้วยเสียงที่ทรงพลังบวกกับคาแร็กเตอร์เท่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้สาวว่านมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากแฟนคลับ ขึ้นแท่นสาวฮอตตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในรายการเลยทีเดียว คลื่นเพลงร็อกออนไลน์ “ร็อก ออน เรดิโอ(RockOnRadio.FM)” จึงไม่รอช้า รีบดึงตัวสาวว่านมาจัดรายการเป็นดีเจเต็มตัว โดยดีเจว่านเริ่มเปิดไมค์ออนแอร์ครั้งแรกไปแล้วเมื่อต้นเดือนมีนาคม

เหตุที่มาจับงานด้านดีเจ

“ว่านเคยร่วมสนุกกิจกรรมกับคลื่น Rock On Radio ตอนนั้นไปดูคอนเสิร์ต Urbanscape ที่มาเลเซีย เลยได้เจอกับทางโปรแกรมไดเร็กเตอร์คลื่นค่ะ และเขาเห็นว่าเราชอบดูคอนเสิร์ตชอบฟังเพลงนอกกระแส เลยชวนเรามาทำงาน”

ความรู้สึกเมื่อได้เป็นดีเจ

“ว่านชอบนะคะ เพราะเราไม่เคยทำมันมาก่อน และมันท้าทายดี มันแตกต่างกับตอนร้องเพลงมาก ว่านว่าร้องเพลงมันง่ายกว่า เพราะมันมีแบบแผน ไม่ต้องคิดก่อน แค่ซ้อมร้อง แต่เป็นดีเจต้องพูดต้องคิดหาข้อมูลและเชื่อมโยงนู่นนี่นั่น นอกจากต้องคิดเตรียมตัวให้ดี แล้วยังต้องซ้อมอีก ซ้อมเยอะมากๆ ทั้งวิธีพูด ทั้งการใช้เครื่องมือจากเป็นคนใช้คำพูดไม่ค่อยเป็นก็ต้องฝึก ตั้งแต่มาทำดีเจ รวมช่วงฝึกด้วย ทำให้เราพัฒนาดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ”

รูปแบบรายการที่จัด

“ช่วงรายการที่ว่านจัด ชื่อ “Rock On Indie Shuffle” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00-21.00 น. โดยฟังได้ทาง http://www.rockonradio.fm หรือ BEC-Tero Radio App รูปแบบรายการจะเป็นกันเองมากๆ เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน เพื่อนอยากบอกต่อเพื่อนให้ฟังเพลงนี้ดู เหมือนเรามาแลกเปลี่ยนกันมากกว่า ไม่ต้องเป็นพิธีมาก แต่เพลงที่เปิดในช่วงนี้ ส่วนใหญ่จะเป็น แนวเพลงIndie และ Alternative Rock จากทั่วโลก เป็นช่วงที่นำเสนอให้คนฟัง ได้ฟังเพลงนอกกระแสแบบเต็มๆ 3 ชั่วโมงค่ะ”

เพลง Indie Rock ที่อยากแนะนำ

“ตอนนี้ในใจมี 3 เพลงที่ชอบมากค่ะ เพลงแรกคือ Polish Girl ศิลปิน Neon Indian และก็เพลง To be young ของ I heart sharks รวมถึงเพลง Cellophane ของศิลปิน Miami Horror”

ติดตามฟังเสียงหวานๆ แล้วยังไม่จุใจ กดฟอลโล่ตามติดชีวิตสาวสถาปัตย์ “ว่าน” วัย 26 ปี กันได้ที่ IG @waanwanns หรือ Facebook RatchayaweeWeerasuthimas

 

Rookies : ‘ทอย’ ปฐมพงศ์ เรือนใจดี หนุ่มเนื้อหอม ที่ผอมได้เพราะ อกหัก!?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/211553

วันเสาร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
หนุ่มวัยละอ่อนเข้าคิวแจ้งเกิดกันเพียบ แต่ที่มาเงียบๆ แล้วโดดเด่นต้องยกให้ “ทอย” ปฐมพงศ์ เรือนใจดี หนุ่มเนื้อหอมจากโปรเจกท์ “เกรียน Possible” ที่เริ่มต้นงานแสดงด้วยบทพระเอกในซีรี่ส์ “GPA สถาบันพันธุ์แสบ” จากนั้นงานแสดงเรียงแถว แทบไม่ได้พัก ล่าสุดถูกจับตาจากบทบาทรักที่กำลังเข้มข้น ใน “Club Friday To Be Continued ตอน เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” Rookie สัปดาห์นี้จึงรั้งรอไม่ได้ กับการเข้าไปทำความรู้จักหนุ่ม “ทอย” กันทุกซอกทุกมุม

ทอยในวัยเด็ก?

“ผมถูกจัดเป็นเด็กซนครับ ชอบเล่นอะไรแปลกๆ แบบเอาไขควงไปแหย่ปลั๊กไฟหรือไม่ก็เอาก้นดินสอที่มียางลบ ยัดเข้าไปในจมูก (หัวเราะ) ดีที่รอดมาได้ครับ หรือบางทีพ่อซื้อรถบังคับให้ ก็ไม่เล่นเหมือนคนอื่น แต่จะแกะออกมาวิจัย จนสุดท้ายพังหมด ประกอบคืนให้เหมือนเดิมไม่ได้ อย่างรูบิก คนอื่นเขาซื้อมาหมุนให้สีตรงกัน ส่วนผมแกะออกจนเล่นไม่ได้ วีรกรรมทำลายของเยอะครับ (ลูกคนเดียว?) ผมมีน้องสาว 1 คน ห่างกัน 8 ปีครับ คือตอนแรกพ่อแม่อยากมีลูกคนเดียว แต่ผมบอกว่าอยากส่งน้องไปโรงเรียน เห็นเพื่อนมีน้อง แล้วทำไมผมไม่มี แม่ก็เลยมีน้องให้ พอโตมาแล้วกลายเป็นว่า ต่างคนต่างอยู่แกล้งน้องอีกต่างหาก (หัวเราะ) ด้วยความที่น้องเป็นผู้หญิง น้องผมจะค่อนข้างกลัวทุกอย่าง เป็นคนอยู่ในระเบียบ ผมจะเป็นพี่ที่คอยบอกให้น้องไม่ต้องทำตามกฎมาก ไม่ได้หมายความว่าให้น้องทำสิ่งไม่ดีนะครับ แต่อะไรที่แน่นเกินไป ผมว่าจะกลายเป็นการกดดันตัวเอง”

ผลการเรียน?

“ปานกลางครับ ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ ตั้งแต่เด็กมา ที่บ้านจะไม่เคยดูผลการเรียนเลยครับ คือเรียนยังไงก็ได้ ให้เอาตัวรอดได้ และก็อย่าให้โดนเรียกผู้ปกครอง อย่าโดนไล่ออกก็พอครับ พ่อแม่ท่านถือว่าเราโตแล้ว ให้เราเอาตัวรอดเอง ”

ธุรกิจทางบ้าน?

“คุณพ่อผมทำงานเกี่ยวกับขายรถมือสองครับ ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน พ่อแม่ผมเป็นคนสมัยใหม่มาก เขาไม่ได้คาดหวังให้เราต้องไปสานต่องานที่บ้านหรืออะไร คือแล้วแต่เรา ว่าจะชอบอะไรครับ เลือกเรียนคณะในมหา’ลัยก็เลือกเอง ตอน ม.ปลาย พ่ออยากให้ผมเรียนช่างฝีมือทหารด้วยซ้ำ ผมบอกพ่อว่าถ้าไปทางช่างไม่น่ารอด พอเข้ามหา’ลัยพ่ออยากให้เรียนนิติศาสตร์ ที่รามฯ เขาบอกว่าลุงผมก็จบที่นั่น แล้วก็เป็นอาจารย์ แต่ผมไม่ชอบ เพราะผมคิดว่าเรียนด้านนี้ คงมีแต่ตัวหนังสือ ผมต้องไม่โอเคแน่ๆ ผมก็เลยเลือกเรียนนิเทศฯ ที่ม.รังสิต(ทำไมอยากเรียนคณะนี้?) ตอนเด็กๆ ผมชอบจับกล้องถ่ายรูป เลยคิดว่าเราน่าจะมาทางนี้ได้ อีกอย่างเป็นด้านที่เน้นปฏิบัติ ผมเป็นคนที่อยู่กับทฤษฎีทั้งวันแล้วเบื่อ ตอนนี้เลยเรียนด้านภาพยนตร์ อยู่ปี 2 ครับ”

หัวโจกในกลุ่มเพื่อน?

“ไม่ถึงขั้นหัวโจกนะครับ แต่จะชอบพาเพื่อนไปลองไปเล่นอะไรใหม่ๆ หากิจกรรมมาชวนเพื่อนๆ ทำ อย่างไปทะเล ไปเล่นกีฬา ผมเป็นคนว่างไม่ค่อยได้ครับ ส่วนมากจะไปเตะฟุตบอลกัน แต่หลังๆ เริ่มไปทางกีฬาเอ็กซ์ตรีม เจ๊ตสกี ปีนเขา”

จุดเริ่มต้นงานด้านบันเทิง?

“ช่วงที่เข้ามหา’ลัย มีรุ่นพี่แนะให้ลองประกวดดาวเดือนของสาขา แล้วก็ชนะครับ ได้เป็นตัวแทนสาขาไปประกวดรอบคณะ พอได้ตำแหน่งก็มีคนแชร์รูปไปเรื่อยๆ ทางแกรมมี่เห็นเลยเรียกมาเซ็นเข้าสังกัด และได้ผลมีงานชิ้นแรกในรายการ เกรียน พอสซิเบิ้ล (ที่บ้านโอเคไหมกับงานในวงการ?) คุณแม่เป็นคนพาไปแคสครับ (หัวเราะ) คุณแม่สนับสนุนทางด้านนี้”

ชีวิตวัยรุ่นที่ขาดหาย?

“มีเสียดายบ้างครับ อย่างในอินสตาแกรม ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียงแล้ว จะเป็นพื้นที่ของประชาชน บางทีเราจะลงรูปที่ถ่ายกับเพื่อนมากก็ไม่ได้แต่ก็เป็นมุมดีที่ทำให้เรารู้จักคิดก่อนทำอะไร (เห็นในไอจีใช้ไอดี @muwaan1 ทำไมต้องเป็นหมูหวาน?) ตอนเด็กๆ ผมอ้วนครับ แล้วเพื่อนก็เรียกหมูหวาน ตอนนั้น hi5 กำลังดัง ก็เอามาตั้งชื่อ hi5 พอมีเฟซบุ๊คก็ใช้ชื่อนี้ รวมไปถึงไอจีด้วยครับ ผมชอบนะเวลาคนเรียกหมูหวาน (แล้วผอมได้ยังไง?) อกหักครับ แล้วเราก็คิดว่าทำไมเราต้องมานั่งเสียใจ เลยคิดเปลี่ยนตัวเอง ออกกำลังกาย ผมใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนเป็นส่วนมาก เพื่อนก็จะเตะบอลกัน (เป็นรักแรกเลยไหม?) ใช่ครับ ตอนนั้นเราก็อ้วนๆ หน้าตาไม่ดี เลยคิดลุคขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

สถานะหัวใจปัจจุบัน?

“โสดมากๆ ครับ คนคงมองว่าผมอยู่ตรงนี้ ต้องมีสาวๆเยอะแน่นอน เลยไม่มีใครกล้าเข้ามามั้งครับ”

จากผลงานที่ผ่านมาโดนติเรื่องไหนบ่อยที่สุด?

“ส่วนใหญ่ผมจะโดดติเรื่องหุ่น เล่นฟิตเนสแล้วทำไมซิกแพ็กไม่มาสักที เพราะเขาอยากให้เราดูโตขึ้น ตอนนี้กำลังพยายามอยู่ครับ แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง”

กับผลงานล่าสุดซีรี่ส์ เพื่อนรัก เพื่อนร้าย

“กำลังสนุกเลยครับ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลาสองทุ่ม ทางช่อง GMM 25 เรื่องนี้ผมทำการบ้านหนักกว่าทุกๆ เรื่องที่ผ่านมา ปกติเรื่องอื่น เราอ่านผ่านๆ ประมาณ 2-3 รอบ แล้วก็มาตีความอารมณ์แต่ละซีน แต่พอมาเรื่องนี้ ผมต้องอ่านเนื้อเรื่องประมาณ 5-6 รอบ แล้วก็ต้องมาทำความเข้าใจที่มาที่ไปว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ก่อนจะถ่ายยังต้องอ่าน อีกอย่างเริ่มเจอนักแสดงรุ่นพี่เยอะขึ้น เราก็ยิ่งกดดันตัวเอง ถ้าเล่นไม่ดี กลัวจะเป็นตัวถ่วงเขาครับ”

เจอสายป่านถึงกับมือเย็น?

“เข้าฉากแรกกับพี่สายป่าน ผมก็อ่านบทมาแล้วว่าเขาต้องร้องไห้ ผมก็แกล้งแซวพี่เขาว่าพี่ร้องไห้ได้เลยเหรอ เขาก็บอกว่า
ไม่ได้หรอก แต่พอเข้าฉากปุ๊บ น้ำตาพี่เขามาเลย ผมนี้นั่งตัวเย็นมือเย็นเลยครับ ไม่รู้จะทำตัวยังไง อารมณ์พี่เขามาแรงมาก”

เจอรุ่นพี่โชว์ของทางด้านการแสดง ทำเอาหนุ่ม “ทอย” ถึงกับอึ้ง แต่ดูจากบทบาทที่นาย “ทอย” เล่นแล้ว ก็ต้องทึ่งกับพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน

 

Rookies : ‘จีน่า’หลงเสน่ห์งานแสดง เชื่อมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุกอย่างต้องสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/210631

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
หากพูดถึงดาราเด็ก คงมีชื่อเด็กลูกครึ่งหน้าตาน่ารักไทย-อังกฤษอย่าง “จีน่า แคทเธอรีน” ติดโผอยู่หนึ่งในนั้น เพราะเจ้าตัว
โลดแล่นอยู่ในวงการตั้งแต่อายุ 4 เดือน หลายคนคงคิดถึงกัน ว่าปัจจุบันเจ้าตัวจะเป็นสาวขนาดไหน ล่าสุดเจ้าตัวกลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้ง ในฐานะนางเอกคนใหม่ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี กับผลงานละครเรื่อง “พี่เลี้ยง” ภายใต้ผลงานของ
ผู้จัด “เมย์-ปทิดา  กำเนิดพลอย”

เข้าวงการมาได้อย่างไร

เริ่มจากถ่ายโฆษณาค่ะ 3 เดือน แม่เอาไปแคส 4 เดือนก็ได้โฆษณาเลย ก็มีโมเดลลิ่งเข้ามาชวน เหมือนเมื่อก่อนยังมีเด็กทำงานไม่ค่อยเยอะ แม่ไปเจอเด็กลูกครึ่งคนหนึ่งแล้วเขาก็บอกเพื่อนว่าอยากให้ลูกเราน่ารักเหมือนเด็กคนนี้เนอะ เป็นเด็กลูกครึ่งเหมือนกัน พอเพื่อนแม่เขาได้ยินคำว่าลูกครึ่ง เขาก็ถามว่าอยากเอาลูกเข้าวงการไหม แล้วเขาก็ให้โมเดลลิ่งมาหามาถ่ายรูปเราเลย จากนั้นก็มีโฆษณามาเรื่อยตั้งแต่เด็กเลยค่ะ

เริ่มงานแสดงตอนไหน

ตอน 4 ขวบค่ะ  ผลงานชิ้นแรกเลย คือ บัวแก้วจักรกรด

ผลงานอะไรที่ทุกคนจำได้ว่าเป็นจีน่า

เป็นละครที่ดังมาก เรตติ้งดีมาก คือเรื่องนิทานทะลุมิติ เล่นเป็นลูกสาวของพี่อ้วน รังสิต เป็นหนังแฟนตาซี พ่อเป็นนักเขียน แล้วหนูไปวาดรูปทำหมึกหกใส่ภาพ แล้วภาพนั้นก็กลายเป็นเจ้าหญิงออกมา มีตัวละครออกมาในนิทานเยอะมาก เราก็ต้องไปแก้ปัญหา ถ่ายทำกันสองปีเต็มๆ เลยค่ะ เวลาเราไปไหนมาไหนคนก็จะจำได้ว่าเด็กคนนี้เล่นเป็นลูกพระเอกนะ  เหมือนเป็นตัวก่อปัญหาของเรื่องเลย(หัวเราะ)

มีช่วงหนึ่งที่เราหายไปจากวงการ

หายไปช่วงอายุ 12-14 ปีค่ะ คือตอนนั้นเราดัดฟันก็เลยมีงานน้อย เราก็เลยบอกว่าไม่แคสดีกว่าจนกว่าจะเอาเหล็กออก ตอนนั้นเราอ้วนด้วย ช่วงน้ำท่วมตอนนั้นจำได้เลย ทานแหลกเลยตอนนั้น กินอย่างเดียวแล้วก็นอน(หัวเราะ)

อยู่ในวงการตั้งแต่เด็ก ทำให้เราโตขึ้น หรือขาดอะไรไหม

ทำให้เราโตขึ้นมากค่ะ คือจริงๆ ทำงานตอนเด็กเราไม่ได้คิดอะไรมาก พอโตขึ้นมาพอรับรู้ได้มันก็เจออะไรเยอะพอสมควร ก็มีท้อบ้าง ไม่อยากทำอะไรเลย แต่อีกด้านหนึ่งมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรๆ หลายๆ อย่าง ได้ปรับปรุงตัวเอง เพราะบางอย่างเราคิดว่าเราไม่ได้คิดอะไร คนอื่นอาจจะตีความหมายไปต่างๆ นานาได้

พูดถึงละคร พี่เลี้ยง เป็นอย่างไรบ้าง

ละครพี่เลี้ยงสนุกดีค่ะ ท้าทายดี เพราะเราไม่ถนัดแนวอย่างนี้ ดราม่าหนักมาก คือเราคิดว่าตัวคุณเรเขามีโมเม้นต์ที่เป็นเด็ก เขาก็จะมีมุมงอแง ขี้งอน แต่จริงๆ เขาเป็นคนมีเหตุผล เขาเป็นคนเด็ดขาด สิ่งนี้แหละที่หนูคิดว่ามันยาก ยิ่งเวลาที่เราตีความให้มันซับซ้อนไป-มาเราก็จะเล่นเอง งงเอง (หัวเราะ) ก็ต้องปรึกษาแอ๊กติ้งโค้ช ปรึกษาพี่เมย์ ปรึกษาผู้กำกับ ว่าอยากได้แบบไหนอยากให้เราเล่นยังไงค่ะ

ในเรื่อง พี่เลี้ยง รับบทเป็นอะไร

รับบทเป็น เรไรค่ะ เป็นลูกสาวคนเดียวของระริน ได้รับการเลี้ยงดูมาแบบคุณหนูทุกกระเบียดนิ้ว แต่มีความใสซื่อบริสุทธิ์ จริงใจ อ่อนนอกแข็งใน เด็ดเดี่ยว เรื่องใดถ้าตัดสินใจแล้วไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ บางครั้งกล้าทำอะไรห่ามๆ อย่างที่คนอื่นนึกไม่ถึง รักเดียวใจเดียว ในใจมีแต่พี่ชายคนเดียวค่ะ

ผู้จัดพี่เมย์-ปทิดา กำเนิดพลอย ช่วยอะไรเราบ้าง

พี่เมย์ช่วยเยอะมาก ด้วยความที่เขาเป็นนักแสดง พี่เขาเข้าใจความรู้สึกว่าเขาจะอธิบายอย่างไรให้เราเข้าใจ คือบางทีเราไม่เข้าใจอะไรเลย พอพี่เมย์เขามาบอกก็เข้าใจ เคลียร์เลย อย่างมีฉากหนึ่งที่เราต้องร้องไห้ ร้องตลอดเวลา ตอนแรกร้องเพราะน้อยใจ ตอนหลังร้องเพื่อดีใจ แล้วเราไม่เข้าใจ พี่เมย์เดินมาเขาก็เข้ามาอธิบายให้ฟัง อธิบายปุ๊บน้ำตาเราไหลเลย อินเนอร์มาเลยค่ะ

ยากไหม

เรื่องนี้ยากมาก เป็นละครที่เรารัก 2 คน คนหนึ่งพี่ชาย คนหนึ่งเป็นคนที่เราต้องแต่งงานด้วย เวลาเราตีความแสดงออกมา ต้องแสดงออกมาว่าให้คนคิดเราทางบวก ไม่ใช่คิดว่าเราหลายใจ เราต้องพยายามทำให้ทุกคนคิดว่าเราไม่ได้สนใจเขา คือเราเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กันสามคนตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นมันก็เหมือนเพื่อนกันสามคน จริงๆ ลึกๆ คุณเรยังเด็กก็ยังไม่รู้ว่าความรักคืออะไร แต่ก็รู้แน่ๆ ว่าคนที่เราอยากอยู่ด้วย อยากใช้ชีวิตด้วย เป็นคนที่เราแคร์ ก็คือพี่ชาย

ตัวเรไร  มีใกล้เคียงอะไรเราบ้าง

ขี้แกล้ง  ขี้เล่น  เวลาคนไม่สนใจเราก็จะทำให้เขาสนใจ (หัวเราะ) เราก็ไปแหย่เขา ให้เขาหงุดหงิดเล่นๆ

อยากเล่นบทบาทไหน

อยากเล่นเป็นคนจิตนิดๆ จีน่าชอบ เราเคยลองมาแล้วนะ แต่เป็นบทที่ไม่สุด อยากเล่นให้มันสุดไปเลย มันเป็นบทที่ดีนะ คือคนที่มีปัญหาด้านนี้มันต้องมีหลายความคิดที่ซับซ้อนกันแต่รู้ตัวว่าเขาเป็น แต่เขาทำอะไรตัวเขาเองไม่ได้  อยากรู้ว่าเขาจะมีวิธีควบคุมจิตใต้สำนึกตัวเองอย่างไร  อยากลองค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่จีน่าเชื่อว่าเราจะก้าวผ่านความยากไปได้ คือ เราต้องมุ่งมั่น ตั้งใจ แล้วความสำเร็จจะรอเราอยู่แน่นอนค่ะ

เรื่องหัวใจล่ะ

ยังไม่คิดดีกว่าค่ะ เรายังเด็ก ทำงานเก็บเงินเลี้ยงแม่ดีกว่า (หัวเราะ)

งานอดิเรก

ชอบเล่นดนตรี ไวโอลิน เปียโน แล้วก็มีร้องเพลง บ้าง

ฝากละครหน่อย

ขอฝากละครเรื่อง พี่เลี้ยงด้วยนะคะ ทีมงานทุกคนตั้งใจมาก ทุ่มเทกันเต็มที่กับละครเรื่องนี้ หวังว่าทุกคนคงชอบ เป็นเรื่องแรกที่จีน่าได้ร่วมงานกับช่อง 8 เป็นบทที่ท้าทายและยากสำหรับจีน่ามาก อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้เราด้วย ติชมกันเข้ามาได้ พร้อมปรับปรุงเสมอค่ะ

Rookies : ‘วีวี่’ สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี สาววัยใส ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/209626

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นักแสดงหน้าใหม่เรียงคิวแจ้งเกิดเพียบ Rookie สัปดาห์นี้เลยขอแวะไปทางฝั่งช่อง GMM25 เพื่อทำความรู้จักกับสาว “วีวี่” สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี ที่เขาว่าตอนนี้กำลังฮอตจากซีรี่ส์ “เพื่อนรักเพื่อนร้าย”

วีวี่ในวัยเด็ก?

“วีวี่เป็นลูกคนเดียวค่ะ พ่อกับแม่เลยค่อนข้างจะตามใจ ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเป็นคนติดการ์ตูนมาก แม่เคยเล่าให้ฟังว่าหนูเป็นคนกินข้าวยากมาก ต้องเปิดเทเลทับบี้ให้ดูถึงจะยอมกิน แล้วเมื่อก่อนเป็นวีดีโอเทป กรอกลับไม่ได้ ก็ต้องเปิดใหม่ให้ถึงตอนที่พระอาทิตย์ขึ้น แม่บอกใช้จังหวะนั้นให้อ้าปาก แล้วป้อนข้าวเข้าปากค่ะ พอโตขึ้นประมาณประถมดื้ออีก ไม่ค่อยกินนม สมมุติแม่ส่งนมให้ เราก็จะทำทีถือออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อน แต่พอพ้นบ้านก็เอาไปทิ้ง จนแม่รู้ทัน ก็โดนว่ากันไปค่ะ ตอนหลังรู้ว่าดื่มนมแล้วจะสูง ก็เลยเริ่มดื่มค่ะ”

ด้านการเรียน?

“ที่บ้านจะไม่ได้วางกรอบเรื่องเรียนค่ะ ให้อิสระเต็มที่ ขอแค่ว่าอย่าแย่ไปกว่าปานกลาง ส่วนกิจกรรมพ่อ-แม่จะให้หนูลองหลายๆ อย่าง เพื่อดูว่าชอบด้านไหน เคยเรียนบัลเลต์ เรียนร้องเพลง แต่ก็ไม่ชอบ จนได้มาลองเต้น แม่ก็เห็นว่าเราสนใจ เลยได้เริ่มเรียนจริงจัง เต้นเพลงโคฟเวอร์ต่างๆ สนุกดีค่ะ เหมือนได้ออกกำลังกายด้วย (แสดงว่าไม่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง?) ไม่มีค่ะ เขาจะให้หนูเพิ่มมากกว่า ช่วงประถมหนูเคยกินฟักทองจนตัวเหลือง ต้องพาไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องหยุดกินฟักทองก่อน กินมากไปผิวเหลืองทั้งตัวเลยค่ะ”

ชีวิตในโรงเรียน ?

“อยู่โรงเรียน หนูเป็นคนชอบแกล้งเพื่อนค่ะ ชอบไปจับกลุ่มเม้าท์ ชวนเพื่อนไปนู่น ไปนี่ ตอนนี้กำลังจะขึ้น ม.6 ที่โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ หนูเรียนสาย ศิลป์-ญี่ปุ่น ที่เลือกสายนี้เพราะภาษาเขาน่ารักดีค่ะ แต่พอเรียนภาษาญี่ปุ่นจริงๆ ยากมากค่ะ แต่ต้องผ่านไปให้ได้ค่ะ (อยากเรียนต่อมหา’ลัยด้านไหน?) นิเทศฯ ค่ะ เพราะเราทำงานด้านนี้ ก็เลยอยากเรียนด้านนี้จริงจังค่ะ”

เริ่มเข้าวงการบันเทิง?

“ตั้งแต่ตอนอนุบาลแล้วค่ะ มีคนเข้าไปถ่ายรายการในโรงเรียน แล้วเขาเห็นหนู ก็ติดต่อขอพาหนูไปแคสที่ต่างๆ ได้ถ่ายนิตยสารเด็ก และประกวดตามเวทีเด็กๆ บ้างค่ะพอช่วงประถม ก็เรียนอย่างเดียว แต่พอมัธยมก็เริ่มมีงานเข้ามาอีก จนตอนนี้ม. ปลาย งานหนักขึ้นเยอะเลยค่ะ (เสียดายเวลาที่ควรจะได้เที่ยวกับเพื่อนไหม?) หนูสนุกที่ได้ทำค่ะ พอโตขึ้น ก็จะรู้จักแบ่งเวลา มีงานก็ทำงาน พอมีวันหยุดก็จะไปเที่ยวกับเพื่อน หนูไม่เคยคิดเสียใจ ที่ไม่มีเวลาว่างเหมือนเพื่อน แต่มาคิดกลับกันได้ประสบการณ์เร็วกว่าคนอื่นๆ ค่ะ”

มาเซ็นสัญญากับทางแกรมมี่ได้อย่างไร?

“ทางแกรมมี่เห็นหนูในเฟซบุ๊คค่ะ เลยเรียกเข้าไปแคส และก็ได้ทำงาน ตอนเด็กมีแค่ถ่ายงานโฆษณา แต่ตอนนี้งานจะหนักขึ้นมาก ต้องเรียนแอ๊กติ้งเพิ่ม เพื่อพัฒนาการแสดง”

ผลงานแสดงที่ผ่านมา?

“เริ่มจาก ซีรี่ส์ “GPA สถาบันพันธุ์แสบ” ต่อด้วยเรื่องที่สอง คือ “ปริศนาอาฆาต” และก็มาเรื่องที่สาม ที่กำลังออนแอร์ทุกวันจันทร์-อังคาร สองทุ่มทางช่อง GMM25 ตอนนี้ คือ “ Club Friday To be Continued ตอนเพื่อนรักเพื่อนร้าย” และก็มีที่เพิ่งบวงสรวงเปิดกล้องไปคือเรื่อง “ลายหงส์” ค่ะ

เสียงตอบรับที่ได้รับ?

“เริ่มมีคนมาติดตามเพิ่มขึ้นมากค่ะ พอมาเรื่องที่สามเพื่อนรักเพื่อนร้าย หนักมาก เพราะดราม่าเยอะ กดดัน แล้วพี่ๆ นักแสดงเขาเก่งๆ กันทั้งนั้น เข้าฉากครั้งแรกเกร็งมากคาแร็กเตอร์ของหนูในเรื่องจะรักใครรักจริง ผู้กำกับจะแนะนำว่าให้ไปดูบท ไปอ่านมาให้หมด ไปดูตัวละครคนอื่นด้วย ว่าเขามีเรื่องราวมายังไง ก่อนที่จะมาเจอเรา บทแรง แต่ก็มีแทรกคติสอนใจ สะท้อนสังคมสมัยนี้เป็นอย่างดีค่ะ”

ไลฟ์สไตล์ในวันว่าง?

“ชอบถ่ายรูปค่ะ จะชอบหาสถานที่ใหม่ๆ แล้วนัดกับเพื่อนๆ ไปถ่ายรูป ชอบถ่ายเก็บบรรยากาศ ถ่ายรูปวิว หรือถ่ายรูปตามร้านอาหารเปิดใหม่ค่ะ”

เห็นมีคนติดตามในอินสตาแกรมร่วม 7 หมื่นคน มีคนเข้ามาจีบเยอะไหม?

“(หัวเราะ)มีบ้างค่ะ แต่ว่าหนูยังไม่ได้อยู่ในวัยที่ควรจะมี ก็เลยเลือกที่จะเป็นเพื่อนค่ะ (คุณพ่อ-คุณแม่ห้ามไหม?) ไม่ได้ห้ามนะคะคุณแม่จะค่อนข้างเข้าใจวัยรุ่น แต่เขาจะสอนเราว่าทำอะไรดี อะไรไม่ดี หนูคิดว่าถ้าถึงเวลา ก็คงมีเอง เพราะเดี๋ยวเราก็ต้องโตไปเจอสังคมกว้างกว่านี้ (มีสเปกรึเปล่า?) ไม่มีค่ะ ขอแค่คุยกันแล้วรู้เรื่อง นิสัยดี จริงใจ ค่ะ”

หนุ่มๆทั้งหลายใจเย็นๆนะคะ หนู “วีวี่” เธอเพิ่งย่างเข้าวัย 16 ปี เพราะฉะนั้นตอนนี้ขอคิดแค่เรื่องเรียน กับทำงานก่อน ส่วนถ้าอยากส่องความน่ารักสดใส เธอใช้อินสตาแกรมชื่อ @vivi_sarannat ค่ะ

Rookies : ค้นใจหนุ่มฮอต ‘ชาโน แพมเบอร์เกอร์’ จากละครฮิต… วัยแสบสาแหรกขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/208613

วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
หนุ่มลูกครึ่งเยอรมัน ออสเตรีย รัสเซีย และไทย คนนี้เคยสร้างความฮือฮา เพราะหลังจากที่เรียนจบโรงเรียนนานาชาติ (หรือเทียบเท่าวุฒิ ม.6) เขาตัดสินใจสมัครเป็น ทหารพราน เพื่อไปประจำการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ทางเดินใน วงการบันเทิง กำลังสดใส มีผลงานละครต่อเนื่องอย่าง นางร้ายซัมเมอร์ และ ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล แต่เขากลับเลือกที่จะทำตามหัวใจ ด้วยการขยับให้ การแสดง เป็นเพียง งานอดิเรกสร้างเสริมประสบการณ์

หลายคนคิดว่าเขาหันหลังให้วงการ แต่ล่าสุดกับผลงานละคร วัยแสบสาแหรกขาด… “ชาโน” กลับมาฝากฝีไม้ลายมือในบท “หวาย” ได้เจิดจรัส วันนี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” จึงขอดึงตัวมาฟัด อุ๊ปส์!! ซักถามทำความรู้จักกันสักหน่อย!!

ยังประจำการอยู่ที่ 3 จังหวัดทางภาคใต้อยู่รึเปล่า?

“ช่วงนี้เป็นช่วงพักครับ ผมจะกลับไปอีกทีช่วงเดือนเมษายน ไปเป็นทหารเขียว สังกัดกองทัพบกครับ”

เลือกที่จะสานต่ออาชีพทหาร?

“ผมชอบทางด้านนี้อยู่แล้วครับ ได้ฝึกได้ลองใช้ชีวิตแบบทหาร เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง เหมือนเป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่เราดูแลซึ่งกันและกัน มีหน้าที่ปกป้องประชาชนให้ปลอดภัย ปกป้องแผ่นดินไทย”

หลังได้สัมผัสความฝันจริงๆ?

“บางครั้งก็มีแอบเหนื่อยนะครับ แต่มีความสุข ไม่อยากกลับเลย (คุณพ่อคุณแม่ห่วงไหม?)ตอนแรกใช้เวลาคุยนานพอสมควร คือผมก็เข้าใจในความเป็นคุณพ่อ-คุณแม่ เขาต้องห่วงลูกเป็นธรรมดา ไม่อยากให้ลูกไปเสี่ยง แต่ว่าในเมื่อเราทำ แล้วเรามีความสุข ท่านก็โอเคครับ”

ชีวิตการเรียนคาบเกี่ยว 2 ประเทศ?

“ผมเกิดที่ไทย สัญชาติไทย แต่ช่วงเล็กๆคุณพ่อส่งไปเรียนที่เยอรมนีครับ แล้วมาเรียนต่อที่เมืองไทยช่วง ป.1 จากนั้นก็กลับไปเยอรมนีอีกระยะหนึ่ง แต่ก็กลับมาต่อที่เมืองไทยเหมือนเดิม คือจริงๆ ทางบ้านอยากให้ได้ภาษาทางนั้น แต่ตัวผมชอบเมืองไทย อยากอยู่เมืองไทยมากกว่า เพราะผมชินกับการอยู่ประเทศไทย สุดท้ายเลยกลับมาเรียนต่อที่นี่ครับ (ตอนนี้พูดได้กี่ภาษา?) ไทย อังกฤษ เยอรมันรัสเซีย นิดหน่อยครับ”

งานในวงการบันเทิงวิ่งเข้าหา?

“ช่วงผมอายุ 18 ปี ไปเดินห้าง แล้วมีคนเข้ามาถามว่าสนใจไหม ตอนแรกผมก็ไม่ได้อะไรสักพักแม่ผมเดินมา เขาก็คุยกับแม่ผม จากนั้นแม่ผมก็บอกลองๆ หน่อยเถอะลูก เลยได้ไปเจอพี่เอิน-ณิธิภัทร์ (ผู้จัดฯค่ายมาสเตอร์วัน) เขาก็ให้ผมลองเรียนการแสดง เรียนไปสักพักก็มีละครมาให้เล่นเรื่อง “นางร้ายซัมเมอร์” แล้วก็ต่อด้วย “ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล” ติดกันเลยครับ (ความรู้สึกของการได้ชิมลางงานแสดง?) ตอนเล่นนางร้ายซัมเมอร์ผมตื่นเต้นมาก คือสมัยเด็กๆ ผมเคยถ่ายโฆษณามาก่อน แต่ผมก็หายไป ช่วงเรียนที่ต่างประเทศ พอกลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้ง ก็ได้ลองเล่นละครเลย สนุกดีครับ พอมาเรื่องที่ 3 “วัยแสบสาแหรกขาด” คราวนี้บทหนักมากครับ จะต้องใช้อารมณ์ ใช้อินเนอร์สูงมาก เพราะเป็นคนที่เก็บกด ใช้ความรุนแรง เพราะทางบ้านแยกกันอยู่ แล้วผมอยู่กับพ่อ ที่เป็นคนที่ชอบใช้อารมณ์ ใช้กำลัง ใช้ความรุนแรงคุมลูกน้อง ผมก็ซึมซับตรงนั้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว พอเวลาที่โรงเรียนมีปัญหา ผมก็จะมีเรื่องชกต่อยใช้กำลังในการตัดสินปัญหา เป็นสิ่งที่สะท้อนสังคมจริงๆ 100% และยังสอนวิธีแก้ปัญหาไปในตัว โดยมีพี่จ๊ะ-จิตตาภา เป็นนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยเด็กจาก 5 ครอบครัวที่กำลังมีปัญหา เนื้อเรื่องค่อนข้างเข้มข้น และสนุกมาก”

แบ่งเวลาระหว่างงานทหาร กับงานละคร?

“ถ้ามีถ่ายละครก็จะขอเข้าขึ้นมาถ่ายครับ แต่ตอนถ่ายละครวัยแสบสาแหรกขาด คือเป็นช่วงที่ผมได้พัก เพื่อให้ถ่ายเรื่องนี้ให้จบครับ เสร็จแล้วก็คาดว่าจะออกจากทหารพราน เข้ากองทัพบกโดยตรงครับ ตอนนี้ผมรอคำสั่งอยู่ว่าจะอย่างไร เพราะผมอยู่กับพันเอกนภดล วัชรจิตบวร ท่านเป็นผู้การที่ดูแลผม งานละครก็ยังทำ ยังรับอยู่ครับ เพราะสนุกและเป็นโอกาสที่ดีที่เราได้รับมา พอได้เงินละครมา ผมก็เอาไปช่วยเหลือทางบ้าน ให้คุณพ่อหมุนเวียนธุรกิจ อีกส่วนก็เอาไปช่วยทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือว่าผู้ยากไร้ เด็กๆ ที่เขาไม่มีเงินใช้”

ธุรกิจของที่บ้าน?

“คุณพ่อผมทำงานเป็นเจ้าของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ครับ (อยากให้ลูกชายมาสานต่อกิจการไหม?) แน่นอนครับ คุณพ่ออยากให้ไปช่วย คือปัจจุบันผมก็ได้ช่วยดู และคุยงานกับคุณพ่อบ้าง เพื่อจะได้มีประสบการณ์ มีความรู้เพิ่มมากขึ้น พ่อก็พาไปลองงานด้วย อนาคตถ้ามีโอกาสก็จะช่วยธุรกิจคุณพ่อด้วยเหมือนกันครับ ส่วนเรื่องเรียนต่อมหา’ลัยตั้งใจไว้อยู่แล้วครับ แต่ตอนนี้อยากไปทางทหารก่อนครับ”

ดูเหมือนชีวิตเคร่งเครียด มีช่วงเวลาได้ปาร์ตี้บ้างไหม?

“มีครับ ชีวิตวัยรุ่นต้องมีอยู่แล้ว จะมาให้อยู่บ้าน นั่งเฉยๆ หรือทำงานอย่างเดียว ก็คงน่าเบื่อเกินไป เพื่อนชวนไปไหน ผมก็ไปครับ คนรอบข้างที่ไม่รู้จักผม อาจจะมองว่าผมเงียบๆ เข้าถึงยาก แต่ถ้าได้รู้จัก จะรู้ว่าผมคุยได้กับทุกคนครับ ผมไม่ได้หยิ่งหรืออะไร วันว่างส่วนใหญ่ ผมจะชอบฟังเพลง ดูข่าว ดูคลิปดูข่าวสารต่างๆ ถ้าดูหนัง ส่วนใหญ่ผมจะไปดูคนเดียว หรือไม่ก็ไปดูกับคุณพ่อครับ (แสดงว่าสนิทกับคุณพ่อมาก?) ใช่ครับ ส่วนใหญ่ผมจะไปไหนมาไหนกับคุณพ่อ ถ้าคุณพ่อไม่ว่างทำงาน ผมก็ไปคนเดียว”

กับคำที่ถูกครหาว่าเป็นทหารเพื่อสร้างภาพ?

“ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนดีหรืออะไร แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุข ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แค่นี้ก็โอเคแล้วครับ เรื่องสร้างภาพต้องมีคนคิดอยู่แล้ว แต่ผมถามว่า ถ้าผมสร้างภาพ แล้วคุณล่ะทำอะไร ผมทำแล้วผมมีความสุข มีอีกหลายสิ่งที่ผมทำ แล้วคนไม่รู้ก็มีเพราะฉะนั้นผมไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ แต่ด้วยความที่เราเป็นนักแสดง ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องเป็นข่าวซึ่งถามว่าผมอยากให้เป็นข่าวไหม ผมไม่ต้องการเลยครับ แต่ผมทำอะไรผมไม่ปิดบัง ใครถามผมก็บอก และก็อยากเชิญชวนให้มาร่วมทำงานตรงนี้ด้วยกัน”

ค้นหัวใจนายชาโน?

“ความรัก ตอนนี้ยังไม่มีครับ (รักแรก?) ปัปปี้เลิฟต้องมีอยู่แล้วครับ สมัยเรียนช่วง ม.3 เป็นเพื่อนที่โรงเรียน ตอนแรกเขินไม่กล้าคุยกับเขา เมื่อก่อนมี msn ก็คุยกันทางนั้น คบกันประมาณ 4 ปี ผมเป็นคนที่รักใครรักจริง แล้วเขาก็น่ารักมาก แต่ตอนหลังมีบางเรื่องที่เข้ากันไม่ได้ ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปด้วยดีครับ (สเปกสาว?) ไม่รู้เลยครับ(ยิ้มเขิน) คุยกันถูกคอ แต่ตอนนี้ผมอาจจะเป็นทหารมั้งครับ เลยยังไม่มีใครอยากจะมาเสี่ยงด้วย”

ฟีดแบ๊กจากเรื่องวัยแสบฯ?

“ผมเองไม่ค่อยได้เล่นโซเชียล อินสตาแกรมยังโดนบังคับให้อัพรูปเลยครับ (หัวเราะ) เขาบอกมีคนอยากรู้ว่าทำอะไร เป็นยังไงบ้าง แต่ตอนนี้ก็เริ่มๆให้ความสนใจมากขึ้นหน่อย อัพบ่อยขึ้น สำหรับละครเรื่องนี้ผมว่าเป็นเพราะละครแหวกกระแส เปลี่ยนสไตล์ของละครไทย เลยทำให้หลายคนติดกัน ซึ่งโดยส่วนตัวผมจะชอบดูหนัง ดูละคร และส่วนใหญ่จะเป็นซีรี่ส์ของฝรั่งอย่าง Waking Dead, Games of Thrones ชอบมากครับ ถ้าเมืองไทยทำละครแนวนี้ได้ ผมเชื่อว่าคนไทยจะชอบมาก และคนต่างประเทศก็จะมาดู ขนาดวัยแสบสาแหรกขาดก็มีคนต่างชาติมาดูด้วยเหมือนกัน ถือว่ามิติใหม่ที่ดีครับ”

เห็นว่าได้ฉายาจากกองละครเรื่องนี้ด้วย?

“(หัวเราะ) พี่อาเล็ก-ธีรเดช เขาชอบเรียกผมว่า ชานม ครับ ชื่อผม ชาโน แพมเบอร์เกอร์ เขาก็จะเรียน ชานม แฮมเบอร์เกอร์ (หัวเราะ)”

แม้จะผ่านงานละครมาแล้ว 3 เรื่อง แต่เวลาที่มีแฟนๆ เข้ามาขอถ่ายรูป หนุ่ม “ชาโน” ยังออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งตอนสัมภาษณ์ยังเกิดอาการหน้าแดงเป็นพักๆ เห็นแล้วน่ารักน่าหยอกจริงๆ ค่ะ

 

Rookies : ‘มะเหมี่ยว-พรชดา เครือคช’ นางเอกหน้าหวาน ครั้งแรกกับละครคอเมดี้ชวนฮา ‘หอเฮ้ว ขนหัวลุก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/207613

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“มะเหมี่ยว-พรชดา เครือคช” สาวน้อยหน้าหวานที่เคยสร้างความประทับใจด้วยฝีมือการแสดงสุดดราม่าในละคร “พญาโศก” มาแล้ว และล่าสุดกลับมาอีกครั้งกับบทนางเอก ละครคอเมดี้ชวนฮา “หอเฮ้ว ขนหัวลุก” จากค่าย “มงคลการละคร” งานนี้สาวมะเหมี่ยวเห็นท่าจะ ดี๊ด๊าสุดๆ

Up Date ผลงาน

ตอนนี้ก็มี “หอเฮ้ว ขนหัวลุก” “แม่อายสะอื้น” และก็ “สาปดอกสร้อย” ค่ะ

กลับมาครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง

รู้สึกตื่นเต้น เพราะได้เล่นละครแนวคอเมดี้เป็นครั้งแรกแต่ไม่กดดันเท่าเรื่องที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้เป็นละครสนุก และมีแต่เพื่อนๆ พี่ๆ นักแสดงวัยใกล้เคียงกัน จูนกันได้ง่าย

บทบาท

ในเรื่องรับบท “เมษา” สาวแก่นเซี้ยวเฟรชชี่ปี 1  ที่กลัวผีสุดๆ แต่ต้องมาอยู่หอดอกเข็มที่มีผีชุกชุม  ไม่ถูกชะตากับ นายทอย (อั๋น-ชยพล) แต่จริงๆ เราแก๊งเดียวกันนะคะ (หัวเราะ)  เมษาจะเป็นคนที่กลัวผีสุดๆ มีเพื่อนสนิทชื่อ “ปลาทอง” หรือ พลอย-พลอยไพลิน ซึ่งเป็นคนชอบสิ่งลี้ลับมาก จนวันหนึ่งปลาทองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และกลายเป็นผี แต่ไม่ยอมไปเกิด เพราะยังมีห่วงอยู่ แล้วเรื่องวุ่นๆ ก็เกิดขึ้น

ร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ เป็นไงบ้าง

หนูเคยร่วมงานกับพี่อั๋นมาก่อนค่ะ  พอมาคู่กันในเรื่องนี้เลยรีแล็กซ์สนุกสนานทุกวันที่มาถ่ายละคร  มีความสุขที่ได้เจอผู้กำกับ เก่ง และใจดีแบบ พี่บุญชู พิทักษ์เลิศกุล รู้สึกโชคดีมาก

ละคร “หอเฮ้ว ขนหัวลุก” นี้เป็นละครมี CG ด้ว

ใช่ค่ะ หนูเพิ่งเคยเล่นละครที่มีซีจีจะงงๆ ไม่รู้ต้องมองตรงไหน  พี่ชูผู้กำกับก็อธิบายทุกอย่างละเอียด…ใจเย็น และย้ำเสมอว่าให้หนูเล่นใหญ่เข้าไว้ เดี๋ยวสู้นักแสดงคนอื่นไม่ได้ เพราะแต่ละคนมาเต็มมาก (หัวเราะ)

ละครเป็นคอเมดี้ ว่าด้วยเรื่องตลกมุขฮา

(หัวเราะ) หนูก็พยายามพร้อมทั้งฝึกมุขตลกไว้ต่อกลอนกับพี่ๆ ทุกสัปดาห์ กลัวเล่นแล้วไม่ฮาไง ก็ต้องฝึกๆ และปล่อยไปตามอารมณ์ เล่นให้ตลกเนี่ยยากนะคะ ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของทีมก็ต้องขยันกว่าคนอื่น

ฝากถึงผลงาน

ก็อย่าลืมติดตามนะคะ ละคร “หอเฮ้ว ขนหัวลุก”ทุกเช้า วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 น. ช่อง 7 ชอบ ตรงไหนหรือมีแนะนำก็เข้าไปพูดคุยทักทายกันได้ค่ะที่ Instagram @chada_meaw