วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากสำหรับหนุ่มๆ หน่วยฉลามวาฬ จากซีรี่ส์ภารกิจรัก ตอน “ราชนาวีที่รัก” ทางช่อง 7 เราจึงไม่ยอมพลาดจับสองหนุ่ม “ณัฐ-พศุฑย์ พงศ์พศุตม์”และ “เอ็ม-อดุลยรัศมิ์ สุวรรณจักรา” มาแนะนำให้แฟนๆ ได้รู้จักกัน
แรกเริ่มก่อนที่จะมาสัมผัสงานแสดง
เอ็ม : ผมชอบร้องเพลงครับ เคยประกวดเดอะสตาร์ปีเดียวกับแกงส้ม เข้ารอบร้อยคน และก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นละครเวที คือมาทางสายละครเวที ตั้งแต่อายุ 15 อยู่กับค่ายดรีมบ๊อก พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังเรียนละครเวทีด้วย ชอบร้องเพลงเพราะว่าตอนที่เล่นละครเวทีก็เป็นละครเพลงครับ แรกๆ ฝึกร้องเองแต่ว่าพอมาเล่นละครเวทีก็จะมีครูสอนร้องเพลงสอนการแสดงให้ผมก็โชคดีที่ได้เรียนรู้จากตรงนั้น เพลงก็ยังร้องอยู่จะมีวงประสานเสียงอยู่ที่วงสวนพลูเป็นหนึ่งในสมาชิกตรงซึ่งก็ยังคงมีร้องบ้าง มีอีเว้นท์เรื่อยๆ วงสวนพลูเป็นวงประสานเสียงของไทยที่ชนะเลิศระดับโลก งานมีแทบทุกวัน ถ้าผมว่างก็จะไปเพราะว่าสมาชิกเรามีสี่สิบห้าสิบคนถ้าติดละครผมก็จะขอดรอปการซ้อมไว้ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ให้ความสำคัญกับเขาคือผมได้เรียนรู้จากตรงนี้แล้วผมก็เคารพในความรู้ที่เขาให้ผมมา ถ้ามีโอกาสที่ผมจะได้กลับไปทำเต็มที่ผมก็จะไป
ณัฐ : ผมมีความฝันว่าอยากจะเป็นนักฟุตบอลครับ เคยเป็นนักเตะฝึกหัดของแมนฯซิตี้ช่วงอายุ 15 ปี ก็ได้ไปซ้อมที่อังกฤษ แล้วผมต้องเลือกระหว่างฟุตบอลกับเรียน มันจุดพลิกผันที่ว่าเราต้องมาคุยกับแม่กับที่บ้านแล้วว่าเราจะเลือกอะไร สุดท้ายพอกลับมาจากอังกฤษก็เลือกที่จะเรียนแล้วก็สอบเข้าที่ธรรมศาสตร์ ไม่ได้รู้สึกเสียดายโอกาสตรงนั้นนะครับ ผมว่าทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตมันจะพาให้เรามาอยู่ในจุด ณ ปัจจุบัน เหมือนกับว่าทุกอย่างมันวางไว้หมดแล้วครับ ตอนนั้นคือคิดว่าอยากจะเป็นนักเตะอาชีพ แต่มีปัญหาที่ว่าเราอายุ 15 มันคาบเกี่ยวระหว่างเรียน ใกล้เข้ามหา’ลัยเลยเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

มีครอบครัวเป็นผู้ผลักดัน
เอ็ม : จุดเริ่มต้นมาจากน้องสาวผมครับที่เขาเห็นว่าเราเรียนมาทางการแสดงแต่ว่ายังไม่เคยเห็นออกทีวี น้องก็เลยแอบส่งโพรไฟล์ของผมเข้าประกวดดรีมสตาร์โดยที่ผมไม่รู้ คือผมจะมีโพรไฟล์แล้วก็รูปเก็บไว้ในคอมพ์พอน้องสาวรู้ว่าเขาเปิดรับสมัครก็เลยส่งไป สักพักมีคนโทร.มาหาผมแล้วบอกว่าโพรไฟล์ผ่านให้ผมเข้าไปคัดตัวอีกรอบหนึ่ง ผมก็ตกใจบอกเขาไปว่าผมไม่ได้ส่งอะไรไปนะครับ เขาก็เลยบอกว่าพอดีมีน้องผู้หญิงติดต่อมา และส่งโพรไฟล์นี้มาก็นึกถึงน้องสาวเลย พอโทร.ไปถามน้องเขาก็ยอมรับว่าเขาส่งไปเอง เพราะอยากเห็นเราออกทีวี ในเมื่อมันเป็นการแสดงซึ่งผมรักการแสดงอยู่แล้วงั้นเราลองเปลี่ยนสายไปดูลองไปทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้างก็เลยได้ไปประกวดและเข้ารอบมาเรื่อยๆ จนชนะ
ณัฐ : ผมเริ่มจากการประกวดของโตโยต้า ที่เขาหาพรีเซ็นเตอร์รถยนต์ ก็เข้าไปประกวด และได้มีโอกาสไปเรียนการแสดง จังหวะนี้เลยทำให้ผมรู้สึกว่าเราเริ่มชอบ คือแม่อยากให้ไปประกวดเพื่อที่เราจะได้กล้าแสดงออก พอได้เรียนการแสดงก็เลยเริ่มชอบ หลังจากนั้นแม่ก็ไป
เห็นว่าทางช่อง 7 มีประกวดดรีมสตาร์ค้นหานักแสดงหน้าใหม่ แม่ก็เลยให้ลองมาประกวด โดยที่ทุกคนเขาแสดงเก่งมากแต่ว่าผมไม่เคยเลย แต่ว่าก็ติดมาได้ อาจจะเป็นเพราะว่าเรามาแบบธรรมชาติด้วยครับ ไม่ได้เก่งก็จริงแต่ว่าเรามาแบบเป็นตัวของตัวเองไม่ได้คิดอะไร เลยได้ตำแหน่งขวัญใจรุ่นพี่ จากพี่ๆ นักแสดงช่อง 7
ฟีดแบ๊กจากครอบครัว
เอ็ม : น้องสาวก็ดีใจครับไม่คิดว่าเราจะไปได้ขนาดนั้น คือเขาคิดว่าเห็นพี่ออกทีวีประกวดเขาก็ดีใจแล้ว พอวันจริงประกาศชื่อผมชนะเลิศก็กรี๊ดกันทั้งบ้านเลยครับ ก็โอเคเขาคิดว่าผมทำในสิ่งที่ผมรักสำเร็จแล้วผมเคยเรียนการแสดงตอนมัธยมที่บ้านก็ไม่สนับสนุนประมาณว่าเราจะมามั่นคงได้ไหมกับอาชีพนี้จะเต้นกินรำกินได้เหรอ แต่ผมไม่ได้คิดแบบนั้นผมรู้สึกว่าผมทำแล้วมีความสุขเพราะฉะนั้นชีวิตนี้ผมขอได้ทำในสิ่งที่มีความสุขแล้วกัน จริงๆที่บ้านเขาก็ไม่เชิงให้หรอกครับแต่ว่าผมดื้อ (หัวเราะ) และเราก็พิสูจน์ให้เขาได้เห็นว่าผมสามารถทำมันได้จริงๆ
ณัฐ : ที่บ้านก็บอกว่าถ้าลูกมีความสุขก็ทำไปเลย ถ้าไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนคือทุกอาชีพถ้าเกิดว่าเราทำแล้วมีความสุขเราก็ทำไปเถอะครับ พอผมได้ลองถ่ายโฆษณาโตโยต้าไปแล้วเราก็รู้สึกว่าชอบและสนุกที่จะทำได้เจอทีมงานเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้นไม่เขินกล้อง แต่มาประกวดเราก็ไม่ได้หวังอะไรเลยนะครับ ไม่คิดอะไรก็มาแบบสบายๆ เพราะว่าผมไม่ได้มีความฝันว่าวันหนึ่งเราจะเป็นนักแสดงด้วยซ้ำ
พร้อมที่จะเรียนรู้และเปิดรับการแสดง
เอ็ม : ผมต้องปรับเยอะเลยครับเพราะละครเวทีเล่นสดเล่นใหญ่ ก็เลยต้องลดการแสดงของตัวเองลง และเล่นมาจากอินเนอร์ข้างในของตัวละครจริงๆ ว่าตอนนั้นเขารู้สึกยังไงและควรแสดงออกมายังไงผมอุทิศตัวเองกับการแสดงแล้วถึงแม้ว่าต่อไปภายภาคหน้าผมจะไม่ได้เป็นนักแสดง ผมก็จะผันตัวเองมาทำเบื้องหลัง ด้วยความที่สายที่เรียนมาเขาสอนให้เราเหมือนไปเป็นครูการแสดงด้วย ได้เรื่องแอ๊กติ้งโค้ชด้วย ผมก็คิดว่าถ้าวันหนึ่งที่ผมแก่ หรือว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวผมที่ทำให้ไม่สามารถเป็นนักแสดงได้ผมก็จะมาเป็นครูสอนการแสดงแทน
ณัฐ : เข้ามาวงการมาเต็มตัวแล้วรู้สึกมีความสุขมากนะครับ ถึงจะเป็นงานที่ตื่นตีสามตีสี่ก็จริงแต่ว่าก็มีความสุข เลือกไม่ผิดเลยที่ได้มีโอกาสเข้ามา ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะชอบขนาดนี้ แต่ว่าพอเข้ามาทำแล้วเรารู้สึกมีความสุข ก็จะเล่นละครต่อไปเรื่อยๆ คือไม่ได้คิดล่วงหน้าคิดแค่ว่าตอนนี้เราได้รับมอบหมายบทนี้มาเราก็ตั้งใจทำให้เต็มที่ เพราะว่าแต่ละบทบาทมันก็ค่อนข้างหนักเราต้องเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ ถ้าเราไปเล่นส่งเดชผมว่ามันก็ไม่ใช่ เดี๋ยวโอกาสที่ผู้ใหญ่ให้มามันจะเสียเปล่า

ด้วยความมุ่งมั่นและพยายาม
เอ็ม :ตอนที่ผมประกวดดรีมสตาร์ ผมหนักเก้าสิบกว่าแต่เวทีนี้เขาไม่ได้คัดเลือกจากรูปร่างหน้าตา เขาเลือกจากความสามารถ ผมอ้วนมากบึ้กมากไม่มีใครคิดว่าผมจะได้ จนมาถึงตอนสัมภาษณ์คัดตัวก็มีผู้ใหญ่หลายคนมากคือเขาให้ผมแสดงแล้วก็พูดคุยถึงเรื่องทัศนคติต่างๆ ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาชอบผมแล้วหลังจากนั้นเขาก็ถามว่าผมจะลดน้ำหนักได้ไหม ผมก็ไม่รู้แต่ก็บอกว่าได้เพราะว่าอยากจะทำตรงนี้ ก็เลยลดน้ำหนักมาเรื่อยๆจนถึงวันประกวดซึ่งใช้เวลาประมาณสามเดือนในการเก็บตัว ผมเหลือ 67 คนที่เห็นผมวันแรกกับมาเห็นวันสุดท้ายที่ประกวดเขาช็อกเลยครับ เราทำได้จริงๆ ผมว่าเขาน่าจะเห็นจากความพยายามของผมเลยทำให้ผมชนะการประกวด
จากวันแรกจนถึงวันนี้
ณัฐ : จากละครเรื่องแรก “คู่หู” เล่นเป็นเพื่อนสนิทของนางเอกหลงรักเพื่อน บทจะเป็นใสๆ พอมาเรื่องที่สอง “นายร้อยสอยดาว” ได้เล่นเป็นพระเอก ก็รู้สึกกดดันมากๆ กลัวจะทำออกมาไม่ดี เพราะว่าเรื่องนี้เป็นละครรีเมคแต่ว่าเราก็มีโอกาสได้ไปเวิร์กช็อปถึงสี่เดือน เลยทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นครับ ที่ว่ากดดันก็เพราะว่าเราต้องเล่นเป็นคนในเครื่องแบบเป็นนักเรียนนายร้อยซึ่งดูทรงเกียรติมาก ส่วน “ราชนาวีที่รัก” ต้องบอกว่าผมไม่เคยคิดลุ้นงานตัวเอง แค่คิดว่าเราทำเต็มที่ ผู้ชมก็คือมีหลายๆ ความคิดเห็นเราไม่สามารถไปให้ทุกคนชอบได้เพราะว่าทุกชิ้นงานก็ต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีนะครับ คือเขาอาจจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนกันอาจจะมองว่างานควรจะเป็นแบบนั้นแบบนี้มากกว่าไหม ก็เลยไม่ได้ซีเรียสครับ เราเป็นนักแสดงถ้าผู้กำกับอยากให้เราเล่นไปในทางไหนเราก็ควรจะเล่นแบบนั้น เพราะถ้าเกิดเราไปเล่นไปคิดอะไรมากมายมันเกินหน้าที่ครับเพราะเราเป็นแค่นักแสดง
เอ็ม : ผลงานละครตอนนี้ที่ถ่ายทำมีสามเรื่องและเล่นเป็นทหารหมดเลย แล้วล่าสุดผมเพิ่งจับใบดำใบแดงมาแล้วได้ใบดำเขาก็บอกว่าหน่วยก้านอย่างนี้น่าจะเป็นทหาร ผมก็เลยบอกว่าขอไปรับใช้ทางอื่นแล้วกันนะครับ สุดท้ายก็เลยได้มาเล่นเป็นทหารทั้งสามเรื่อง เรื่อง “นายร้อยสอยดาว” เป็นทหารบก “แม่สื่อจอมป่วน” เป็นทหารอากาศ “ราชนาวีที่รัก” เป็นทหารเรือ ก็โชคดีครับที่ได้ใส่เครื่องแบบของทุกเหล่าทัพเลย ซึ่งก็รู้สึกถึงความเข้มแข็งบางอย่างที่ถ้าเป็นเราเองเราคงไม่รู้สึกแบบนี้ สำหรับฟีดแบ๊กเรื่อง “ราชนาวีที่รัก” ถือว่าดีมากๆ มีคนพูดถึงหน่วยฉลามวาฬกันเยอะเลยก็รู้สึกดีใจครับ
อีกหนึ่งกำลังใจสำคัญ
เอ็ม : ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาติดตามเราแบบนี้ครับ คือมันเหนือความคาดหมายมากๆ ของผมคือผมรู้สึกว่าเราเป็นแค่คนคนหนึ่งที่รักการแสดง แล้วเราจะทำอาชีพการแสดงให้ดีที่สุด เราไม่ได้คิดว่าเราเข้ามาตรงนี้แล้วเราอยากจะมีแฟนคลับ แต่ได้มาเจอผมติดตามจากผลงานแล้วได้รู้จักตัวตนแล้วเขาชื่นชอบในตัวตน และยอมรับในสิ่งที่ผมเป็นก็ต้องขอบคุณพวกเขามากๆ ป้ายไฟมีแล้วครับ (หัวเราะ)ไม่เคยเจอไม่คิดว่าจะมีแบบนี้
ณัฐ : แฟนคลับมีเหมือนกันครับ และจะมีจับให้เป็นคู่จิ้นกับพี่เอ็มด้วยครับ เหมือนว่าเราได้ร่วมงานกัน ประกวดมาพร้อมกันและได้ร่วมงานด้วยกันบ่อย เรื่องแรกเราอาจจะไม่ได้เล่นด้วยกัน แต่ว่าพอมาเรื่องนายร้อยสอยดาว ผมเล่นเป็นพระเอก พี่เอ็มเขาก็เล่นเป็นพระรอง คือเราเหมือนเป็นคู่ซี้กันเข้าฉากด้วยกันบ่อยเลยครับในเรื่อง และพอมาเรื่องราชนาวีที่รัก ก็ได้เล่นด้วยกันอีก แต่ในบทละครเราไม่ได้เป็นคู่จิ้นอะไรกันนะครับ คือจะเป็นกลุ่มเพื่อนกันปกติ แต่คนอื่นเห็นเขาจะรู้สึกว่าสองคนนี้อีกแล้วเหรอ (ยิ้ม) ความรู้สึกของผมเองผมว่าทำอะไรที่มีความสุขก็ได้หมดครับ ที่คนมองว่าจิ้นก็คืออย่างเวลาไปถ่ายละครผมก็จะติดรถพี่เอ็มไป นอนก็นอนห้องเดียวกัน เข้าบทด้วยกัน พี่เอ็มเขาเป็นพี่ชายครับ คนอื่นจะเห็นยังไงอันนี้ไม่แน่ใจ (หัวเราะ) ไม่ได้ซีเรียสถ้าจะจับให้เป็นคู่จิ้นกัน เพราะสมัยนี้มันเปิดกว้างมาก

ชื่อ – สกุล : พศุฑย์ พงศ์พศุตม์
ชื่อเล่น : ณัฐ
วัน / เดือน / ปี เกิด : 11 พฤศจิกายน 2536
ส่วนสูง: 180 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 68 กิโลกรัม
การศึกษา : ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
งานอดิเรก : เตะฟุตบอล, มวยไทย
อาหารจานโปรด : ทุกอย่างโดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่น
ศิลปินต้นแบบ : เวียร์-ศุกลวัฒน์, มิกค์ ทองระย้า
ผลงานที่ผ่านมา : โฆษณาโตโยต้า, ละครเรื่อง คู่หู
ผลงานปัจจุบัน : ซีรี่ส์ภารกิจรักตอน ราชนาวีที่รัก, นายร้อยสอยดาว
คติประจำใจ : ทำอะไรที่มีความสุขจงทำไปเถิดถ้าไม่เดือดร้อนคนอื่น
ช่องทางการติดตาม : IG @nutpasuth

ชื่อ – สกุล : อดุลยรัศมิ์ สุวรรณจักรา
ชื่อเล่น : เอ็ม
วัน / เดือน / ปี เกิด : 24 สิงหาคม 2534
ส่วนสูง:180 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 72 กิโลกรัม
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะสื่อสารการแสดง วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
งานอดิเรก : ออกกำลังกาย, ปีนหน้าผาจำลอง
อาหารจานโปรด : อาหารไทยทุกชนิด
ศิลปินต้นแบบ : ซี-ศิวัฒน์, นก-สินจัย, แอน ทองประสม, อั้ม-พัชราภา
ผลงานที่ผ่านมา : ชนะเลิศ Dream Star 2014, ละครเรื่อง คนละโลก, คุณนายสายลับ
ผลงานปัจจุบัน : ซีรี่ส์ภารกิจรัก ตอนราชนาวีที่รัก, แม่สื่อจอมป่วน, นายร้อยสอยดาว
คติประจำใจ : เชื่อมั่นในตัวเองและเห็นคุณค่าในตัวเอง
ช่องทางการติดตาม : IG@adulyarasmi