“กฟผ.”รับมือพม่าหยุดจ่ายก๊าซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582018

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 05:45

 

นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้ เตรียมความพร้อมรองรับการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ระหว่างวันที่ 25-28 ก.พ.นี้ เพื่อเชื่อมต่อแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติบาดัมยาร์ ซึ่งเป็นหลุมผลิตก๊าซธรรมชาติใหม่ของแหล่งยาดานา ทำให้ก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากพม่าหายไปจากระบบ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ล้าน ลบ.ฟุต) ต่อวัน ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ก๊าซฯ ทั้งภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง (เอ็นจีวี) และภาคอุตสาหกรรม ที่ กฟผ. และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันบริหารจัดการให้เกิดผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศน้อยที่สุด

สำหรับในภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก ที่ใช้ก๊าซฯพม่า 70 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน ปตท.จะทำการเก็บก๊าซฯไว้ในท่อ เพื่อให้ผู้ใช้ก๊าซฯ สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ในฝั่งภาคตะวันตกได้มีก๊าซฯสำรองไว้ใช้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าบริษัท ราชบุรี จำกัด โรงไฟฟ้าบริษัทราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด โรงไฟฟ้าบริษัทไตรเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ชุดที่ 3 ที่ใช้ก๊าซฯในการผลิตไฟฟ้า

ทั้งนี้ กฟผ.ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ทุกด้าน ตั้งแต่ด้านระบบผลิต ให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือชุดที่ 1 และ 2 เดินเครื่องด้วยก๊าซฯ ฝั่งตะวันออก ประสานงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากลาว ให้เดินเครื่องเต็มความสามารถ และทดสอบโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ที่ได้รับผลกระทบให้มีความพร้อมเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซลแทน ขณะที่ในด้านเชื้อเพลิงจะมีการสำรองน้ำมันให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าที่ต้องใช้น้ำมันเดินเครื่องแทนเชื้อเพลิงก๊าซฯที่หยุดจ่าย คาดว่าจะใช้น้ำมันเตา 34.8 ล้านลิตร น้ำมันดีเซล 8.1 ล้านลิตร รวมทั้งประสานงานไปยังผู้จัดส่งน้ำมันให้มีการจัดส่งน้ำมันเสริมปริมาณสำรองอย่างต่อเนื่อง.

รายได้เดือน ม.ค.ฝืด กินบุญเก่าคลังพลาดเป้า 1.4 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582017

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 05:30

 

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (ต.ค.58-ม.ค.59) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 742,070 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 54,323 ล้านบาท หรือ 7.9% สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 11.1% โดยการนำส่งรายได้ของหน่วยงานอื่นสูงกว่าประมาณการ 57,246 ล้านบาท หรือ 100.3% ในขณะที่การจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีสังกัดกระทรวงการคลังประกอบด้วยกรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ 14,004 ล้านบาทและการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าประมาณการ 653 ล้านบาท “รายได้ของรัฐบาลในช่วง 4 เดือนที่ยังสูงกว่าประมาณการ เนื่องจากการนำส่งรายได้จากการประมูลใบอนุญาต 4 จีคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประกอบกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ สูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่ในเดือน ม.ค.2559 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 156,392 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 14,591 ล้านบาท หรือ 8.5% มีสาเหตุสำคัญจากมูลค่าการนำเข้าที่ลดลงจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในเดือน ม.ค.59 ยังคงขยายตัวติดลบอย่างต่อเนื่องจากปี 58 ว่า เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาดคู่ค้าหลักๆ ของไทยและราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเจาะตลาดเชิงลึกจะเริ่มเห็นผลในช่วงครึ่งปีหลัง จึงจะยังคงเป้าหมายมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้ขยายตัวที่ 5%.

เกษตรฯยันน้ำประปาคนกรุงไม่เค็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582014

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 05:15

 

นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยกรมชลประทานได้สั่งให้ตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจุดตรวจวัดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สำแล จ.ปทุมธานี มีค่าความเค็มเฉลี่ยประมาณ 0.15 กรัมต่อลิตร ต่ำกว่าค่ามาตรฐานใช้ในการผลิตประปาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร ไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำดิบผลิตประปาของการประปานครหลวง รวมทั้งในลุ่มน้ำท่าจีน ค่าความเค็มยังอยู่ในเกณฑ์ปกติคือ โดยที่ปากคลองจินดา จ.นครปฐม มีค่าความเค็มอยู่ที่ 0.30 กรัมต่อลิตร ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กล้วยไม้รับได้คือ 0.75 กรัมต่อลิตร จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสวนกล้วยไม้ในคลองจินดาแต่อย่างใด

“กรมชลประทานได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ โดยจากการติดตามเพิ่มเติมพบว่า จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานี ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมว่า ถ้าหากน้ำเค็มไหลบ่าเข้ามาสู่พืชสวนไร่นา จะรีบประชาสัมพันธ์ให้เกษตรปิดทำนบต่างๆ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าสวน และเตรียมแผนที่จะขนน้ำเพื่อเข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรและประชาชน”

นอกจากนี้ต้องขอความร่วมมือโดยเฉพาะเกษตรกรที่มีพื้นที่การเกษตรอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายหลัก ให้งดสูบน้ำเพื่อการทำนาปรัง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่ผลผลิตจะเสียหายจากภาวะขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงปริมาณน้ำต้น ทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ อาจจะไม่เพียงพอใช้ในอนาคต ซึ่งขณะนี้ การเพาะปลูกข้าวนาปรังลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่ามีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 1,960,000 ไร่ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 240,000 ไร่ และยังคงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกประมาณ 1,720,000 ไร่ น้อยกว่าปี 2557/58 ที่ผ่านมา

“ปัจจุบันน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ มีการใช้น้ำไปแล้ว 3,068 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือน้ำใช้การได้จนถึงเดือน มิ.ย. โดยจะระบายน้ำวันละ 18 ล้าน ลบ.ม.”

เงินฝรั่งเข้าต่อ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582001

โดย อินเด็กซ์ 51 25 ก.พ. 2559 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 ก.พ. ปิดที่ 1,331.93 จุด เพิ่มขึ้น 6.14 จุด

มีมูลค่าซื้อขาย 43,349.09 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,362.57 ล้านบาท

หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด PTTEP ปิด 66.50 บาท ลบ 2.50 บาท, PTT ปิด 258 บาท ลบ 4 บาท, SCB ปิด 141 บาท บวก 4 บาท, ADVANC ปิด 172 บาท บวก 1 บาท และ KBANK ปิด 173 บาท บวก 1.50 บาท

หุ้นไทยฟื้นตัวด้วยแรงซื้อจากกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่ไหลเข้าในหุ้น 3 กลุ่มหลัก คือธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล และกลุ่มท่องเที่ยวรวมทั้งหุ้นสื่อสารที่จ่ายปันผลดี สวนทางกับหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยังถูกเทขายออกมาจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน และร่วงแรง

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินหุ้นไทยระยะสั้น มีโอกาสบวกต่อ จากแรงหนุนของกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่ไหลออกจากตลาดพันธบัตรที่ให้อัตราผลตอบแทนลดลงเข้าตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยพบว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มขายตราสารหนี้ไทยออกมาหลายวันติดต่อกันแล้ว ขณะที่มามาโชว์การซื้อสุทธิหุ้นไทยมากขึ้น

ส่วนโอกาสของตลาดจะขึ้นไปได้ไกลและแรงแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยลบราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง และภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอจะส่งผลกดดันต่อจิตวิทยาการลงทุนมากน้อย แนะกลยุทธ์ลงทุนเก็งกำไรหุ้นเป้าหมายของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ รวมทั้งหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 4 ปี 58 จะออกมาดี ด้านเทคนิคประเมินแนวรับไว้ที่ 1,320 จุด แนวต้าน 1,342 จุด

ปิดท้ายมีบทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TPCHให้ราคาเป้าหมาย 23.20 บาท ยกให้เป็น King of Biomass ระบุว่า ราคาหุ้นสะท้อนประเด็นลบทั้งในส่วนของความล่าช้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและความล่าช้าการเปิดประมูลจากภาครัฐไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มค่า Ft ที่ลดลงกระทบโครงการ CRB เพียงโครงการเดียว จาก sensitivity analysis พบว่า ราคาเป้าหมายจะปรับลง 0.07 บาท หากค่า Ft ปรับตัวลดลง ทุก 10 สตางค์ ต่อหน่วยในโครงการ CRB นอกจากนี้ยังคาดการณ์ ROE ปี 59 ที่ 14%

รวมทั้งประเมินว่าราคาหุ้นมี upside 1 บาทต่อหุ้น จากแผนซื้อโรงไฟฟ้าชีวมวล 2 แห่ง เพิ่มเติม ขนาดรวม 20 MW นอกจากนี้ ยังมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและความเสี่ยงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งผู้จัดหาวัตถุดิบเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล ดังนั้นคาดผลประกอบการ ปี 59 โตก้าวกระโดด ซึ่งได้แรงหนุนจาก 3 โครงการที่เตรียม COD หรือจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ประมาณการกำไรสุทธิปี 59-60 ที่ 306 ล้านบาท และ 564 ล้านบาท ตามลำดับ!!

อีกตัวทรีนีตี้แนะนำ “ซื้อ” หุ้น ADVANC ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 191 บาท!!

อินเด็กซ์ 51

ดัชนีเศรษฐกิจ 25/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582004

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 05:01

 

17 นักบินนกแอร์ขอลาออก ทำเอา ‘พาที’ กร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582011

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 05:01

 

“พาที” กร่อยรับเรื่องปกติหลังเขี่ยหัวโจก

นักบินนกแอร์แห่ยื่นใบลาออกเพิ่มอีก 17 คน มีผลวันที่ 1 มี.ค. ทำเอา “พาที” กร่อย จากที่ก่อนหน้านี้ยืนยันว่าไม่มีการลาออก รับเสียงอ่อยเป็นเรื่องปกติ เขี่ยหัวโจกออกก็ต้องมีแก๊งออกตาม เตรียมนักบินเสริมทัพเพิ่ม ย้ำแก้ปัญหาเช่าเครื่องสายการบินพันธมิตร บินได้ปกติ ด้านไทยสมายล์เตรียมส่งบิลเก็บตังค์

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า มีนักบินลาออกเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อเย็นของวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาแต่ไม่ขอระบุจำนวนว่าออกเท่าไหร่ ยืนยันว่าการลาออกของนักบิน ถือเป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจ ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา จะมีพนักงานทุกตำแหน่งลาออกและเข้าใหม่ตลอดเวลา ดังนั้นเชื่อว่าสายการบินอื่นๆก็ประสบปัญหาลักษณะเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ มีการนำไปเชื่อมโยงกับกรณีที่นักบินประท้วงหยุดบิน จนส่งผลกระทบต้องมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายบริหารของสายการบินนกแอร์ได้พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้อย่างเต็มที่ เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสาร เพราะนกแอร์จะยังคงให้บริการตามตารางบินที่ได้ประกาศไว้ปกติทุกอย่าง โดยจะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการติดต่อสายการบินพันธมิตรเข้ามาทำการบินแบบเช่าเหมาลำแทนเที่ยวบินของนกแอร์ เช่น สายการบินพันธมิตร ไทยสมายล์ ไทยเวียดเจ็ท เป็นต้น

“ผมมองว่าเป็นปกติ หากจะมีกัปตันที่ถูกให้ออกไป 3 คน และก็จะมีกัปตันในกลุ่มเดียวกัน สมัครใจลาออกตามไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อหัวโจกออกคนกลุ่มก้อนเดียวกันก็อาจจะออกตามหรืออยู่ต่อ แต่ขอให้มั่นใจว่า 1 มี.ค.นี้ ปัญหาทุกอย่างจะแก้ไขได้”

นายพาทีกล่าวย้ำว่า ขณะนี้ต้องถือว่าสายการบินนกแอร์อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาโครงสร้างภายในองค์กรใหม่ และยอมรับว่าขณะนี้ทางฝ่ายบริหารกำลังดำเนินการบางอย่างเพื่อล้างบางกลุ่มที่มีปัญหากับองค์กรทั้งหมด และมั่นใจว่าตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้ สถานการณ์ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ ตารางบินปกติ เนื่องจากในเดือนมีนาคม 59 เป็นต้นไป สายการบินนกแอร์จะเริ่มมีนักบินใหม่ ทยอยเข้ามาร่วมบินกับนกแอร์อีกประมาณ 20-30 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีนักบินของสายการบินนกแอร์เริ่มทยอยยื่นใบลาออก ในเบื้องต้น ณ ช่วงเย็นของวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการยื่นใบลาออกรวมทั้งสิ้น 17 คน แต่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้เป็นต้นไป รวมทั้งมีการจับตามองว่า อาจมีทยอยลาออกอีกหลายระลอก ซึ่งในช่วงเย็นของวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา นายพาทีเพิ่งให้สัมภาษณ์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีนักบินลาออกแต่ผลปรากฏว่ามีลาออกเป็นจำนวนมาก

ด้านนายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า ได้รับรายงานปัญหาการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์ ล่าสุดแจ้งว่าวันที่ 25 ก.พ.นี้ มีการยกเลิก 2 เที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รวมไปกลับ 4 เที่ยวบิน โดยให้สายการบินนกสกู๊ตจะเข้ามาทำการบินแทน

ด้านนายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์ แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 15-21 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางไทยสมายล์เข้าไปช่วยให้บริการเที่ยวบินทดแทนแก่สายการบินนกแอร์จำนวน 16 เที่ยวบินในรูปแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) โดยทยอยให้บริการตามแผนงานที่นกแอร์เข้ามาขอแบบวันต่อวัน อาทิ วันที่ 15 ก.พ.เข้าไปให้บริการจำนวน 6 เที่ยวบิน วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมาให้บริการ 3 เที่ยวบิน และวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมาจำนวน 1 เที่ยวบิน เป็นต้น

“ตอนนี้นกแอร์ไม่ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามาแล้ว คาดว่าน่าจะได้สายการบินที่ประจำดอนเมืองให้บริการทดแทน โดยยืนยันว่าไทยสมายล์พร้อมช่วยเหลือนกแอร์ หากเช็กว่ามีเครื่องบินสำรองว่างอยู่ เพราะที่ผ่านมาก็มีบางวันที่ไทยสมายล์เข้าไปช่วยไม่ได้ เพราะเราก็รับชาร์เตอร์ไฟลท์ด้วย นอกจากนี้อยากชี้แจงว่าไทยสมายล์ไม่ได้มีเครื่องบินจอดว่างที่จะเข้าไปช่วยนกแอร์ได้เต็มที่ แต่เหตุที่เข้าไปช่วยเกิดขึ้นจากการเช็กความพร้อมของเครื่องก่อน ทั้งยังเป็นนโยบายของทางกระทรวงคมนาคมและถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนร่วมธุรกิจ”

อย่างไรก็ดี สำหรับค่าใช้จ่ายการรับเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลท์กรณีนกแอร์นั้น ที่ผ่านมายังไม่มีการเจรจาถึงค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน เนื่องจากมองว่าการช่วยเหลือเพื่อนร่วมธุรกิจและผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญ แต่ตามกระบวนการยืนยันว่าฝ่ายการเงินของไทยสมายล์ จำต้องดำเนินการจัดเก็บค่าใช้จ่ายไปยังนกแอร์อยู่แล้ว ซึ่งอัตราค่าเช่าเครื่องบินก็จะคิดตามมาตรฐานของธุรกิจ ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นมูลค่ารวมเท่าใด.

CP-AGP จับมือ ตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบ-ห่วงโซ่อุปทาน สู่การจัดหายั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581834

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 04:16

 

ซีพี จับมือ AG Processing Inc ผู้นำธุรกิจเกษตรตลาดถั่วเหลืองของอเมริกา ร่วมตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตอกย้ำนโยบายจัดหายั่งยืน สร้างความมั่นคง หวัง สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม-สิ่งแวดล้อม…

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสมชาย กังสมุทร กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึง โครงการความร่วมมือในการพัฒนาระบบการจัดหากากถั่วเหลืองอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวความคิด “ร่วมคิด ร่วมสร้าง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ว่า โครงการนี้เกิดขึ้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของบริษัท ในการเดินหน้าตามนโยบายความยั่งยืน ในห่วงโซ่การผลิตในระยะยาวอย่างแท้จริง หลังจากที่บริษัทได้มีการส่งมอบนโยบายและแนวปฏิบัติให้กับคู่ค้าในประเทศ สำหรับคู่ค้าธุรกิจหลักในกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ ประกอบด้วย ปลาป่นและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นายสมชาย กังสมุทร กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์

โครงการความร่วมมือดังกล่าว มีระยะเวลา 3 ปี โดยมีเป้าหมายและแนวทางความร่วมมือหลัก 7 ประการ คือ 1.ความร่วมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน 2.ร่วมจัดทำมาตรการและแนวทางการกำกับดูแลด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศที่มีการดำเนินธุรกิจ 3.ร่วมพัฒนากระบวนการบริหารจัดการเพื่อทำให้แน่ใจว่าแหล่งเพาะปลูกต้องไม่มีการบุกรุกทำลายป่า 4.มีแผนการส่งเสริมเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง 5.แลกเปลี่ยนรายละเอียดการพัฒนาความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน 6.ร่วมประเมินความท้าทายและหาแนวทางแก้ไขสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ 7.ร่วมกันสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

“ความร่วมมือกับคู่ค้ากันในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนธุรกิจของทั้ง 2 ฝ่ายให้มีความมั่นคงมากขึ้น ทั้งในด้านการตลาดและแหล่งที่มาของวัตถุดิบของเครือเจริญโภคภัณฑ์บนพื้นฐานความถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาแรงงาน การบุกรุกพื้นที่ป่า และการทำลายสิ่งแวดล้อม” นายสมชาย กล่าว

ด้าน นายเครก พีทีก ผู้แทนของเอจี โพรเซสซิ่ง อิงค์ หรือ AGP ผู้นำธุรกิจเกษตรตลาดถั่วเหลืองของสหรัฐอเมริกา กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการสร้างยั่งยืนในห่วงโซ่การผลิต ทั้งเกษตรกร สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภคในระยะยาว.

ศูนย์การค้าสะพานเหล็ก ร่วม กทม.ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582006

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 03:41

 

ผู้บริหารศูนย์การค้าชื่อดังสะพานเหล็ก ร่วม กทม.ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมบริจาคเงินให้สถานสงเคราะห์เด็ก (บ้านเฟื่องฟ้า) ยัน ทุ่มเทเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ

วันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแวดวงธุรกิจ เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ได้รับการตอบรับที่ดีจากหลายฝ่ายเพราะถือเป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคม ในขณะเดียวกัน ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวธุรกิจเอง ในการเป็นที่ยอมรับในสังคม เช่นเดียวกับ คุณวัลลภ กมลวิศิษฎ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจเป็นอย่างมาก มีศูนย์การค้าในเครือมากมาย และได้จับมือกับพันธมิตรกลุ่มผู้ประกอบการด้านไอทีย่านประตูน้ำ เพื่อเปิดโซน “พาลาเดียม ไอที ประตูน้ำ” รองรับผู้ประกอบการที่มากขึ้น รวมทั้งจับมือกับกรุงเทพมหานคร ในการร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการ “โก คลีน โก กรีน”

คุณวัลลภ กมลวิศิษฎ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง

นอกจากนี้ คุณวัลลภ ยังได้นำเงินรายได้จากการประมูลสินค้าในงาน “ซอร์ฟ โอเพนนิ่ง” มอบให้กับมูลนิธิสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา (บ้านเฟื่องฟ้า)‪ เมื่อปลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย

นอกจากจะเป็นแหล่งธุรกิจการค้า ใจกลางเมืองกทม.แล้ว ผู้บริหารไม่ละเลยที่จะทำประโยชน์ให้สังคม ทั้งการปลูกต้นไม้ร่วมกทม. พร้อมทั้งบริจาคเงินให้กับสถานเลี้ยงเด็กด้วย

และกิจกรรมพิเศษล่าสุดของ คุณวัลลภ นั่นคือการขยายพื้นที่ของศูนย์การค้า “เมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก” เพื่อรองรับผู้ประกอบการธุรกิจจากตลาดสะพานเหล็ก ให้มีพื้นที่ในการประกอบธุรกิจ หลังจากที่ถูกรื้อถอนสะพานเหล็กไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการหลายราย ต่างพากันชื่นชมและขอบคุณที่ทำให้มีพื้นที่ในการประกอบธุรกิจ ต่อไป

ศูนย์การค้าเมก้า ย่านสะพานเหล็กแห่งใหม่ ซึ่งสินค้าถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ-สวยงาม-น่าซื้อ หลังจากสะพานเหล็กเดิม ถูกทาง กทม. รื้อออกไป

นายจักรกฤษณ์ สุวรรณโสภณ เจ้าของร้านโจโจ้ ทอย ได้กล่าวว่า “ตอนนี้ยอดขายเริ่มกลับมาใกล้เคียงกับที่เก่า และยังสะดวกสบายกว่าทั้งที่จอดรถ ห้องน้ำ การจัดวางก็สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งดีกว่าพื้นที่ที่ กทม.เคยจัดให้ย้ายไปอยู่บริเวณชานเมือง ซึ่งผู้ประกอบการสะพานเหล็กไม่มีใครอยากย้ายไป ต้องขอขอบคุณทางศูนย์การค้า ที่ให้โอกาสและพื้นที่ทำกินแล้วก็ไม่ได้มีการฉวยโอกาสหรือเอาเปรียบอะไรเรา ให้เช่าพื้นที่ในราคาพิเศษอีกด้วย สำหรับราคาขายก็ยังคงเดิมอยากให้มาเดินกันเยอะๆ ครับ”

พื้นที่ ศูนย์การค้า ‘เมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก’ เปิดตัวแห่งใหม่ เพื่อหวังเป็นศูนย์กลางการค้าในย่านใจกลางเมือง

ทองปิดตลาดครั้งที่ 6 ปรับขึ้นรวม 200 บ. รูปพรรณขายบาทละ 21,200

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581842

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 17:30

 

ทองปิดตลาดครั้งที่ 6 ตลอดทั้งวันราคาปรับขึ้นรวม 200 บ. ส่งผลให้ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 20,700 ขายออกบาทละ 20,800 ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 20,405.36 ขายออกบาทละ 21,200…

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.59 รายงานสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศ พบว่า ยังคงมีความผันผวน โดยตั้งแต่ช่วงเช้าสมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.18 น. ราคาทองปรับขึ้น 150 บ. จากนั้นครั้งที่ 2 เวลา 10.35 น. ปรับขึ้นอีก 50 บาท ครั้งที่ 3 เมื่อเวลา 10.57 น. ปรับลงมา 50 บาท และครั้งที่ 4 เมื่อเวลา 14.18 น. ปรับลดลงอีก 50 บาท

ความเคลื่อนไหวครั้งที่ 5 เมื่อเวลา 15.20 น. ปรับขึ้นอีก 50 บาท กระทั่งล่าสุด ทองปิดตลาดครั้งที่ 6 เมื่อเวลา 17.07 น. ปรับขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 20,700 ขายออกบาทละ 20,800 ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 20,405.36 ขายออกบาทละ 21,200.

หุ้นไทยปิดตลาดพุ่ง 6.14 จุด มูลค่าซื้อขาย 43,349.09 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581846

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 17:11

 

หุ้นไทยปิดตลาด บวก 6.14 จุด ที่ระดับ 1,331.93 จุด มูลค่าซื้อขาย 43,349.09 ล้าน…

วันที่ 24 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด บวก 6.14 จุด ที่ระดับ 1,331.93 จุด หรือคิดเป็น 0.46% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 43,349.09 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)