สกู๊ปพิเศษ : ‘วิน-ฮิวโก้-ไมร่า’ 3 เลือดไทย ในละครเวทีโปรดักชั่นนอก Dracula-Blood Is Life

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201180

วันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
จากวรรณกรรมสุดคลาสสิก… 12 กุมภาพันธ์–6 มีนาคมนี้ เมืองไทยกำลังจะได้เห็นมิติใหม่ของ แดร็กคิวล่าที่มาในรูปแบบ ละครเวที แต่ที่ ไม่ธรรมดา ก็ตรงที่ “Dracula–Blood Is Life” เป็นงานโปรดักชั่นนอก สร้างสรรค์โดยผู้คร่ำหวอดในวงการละครเวทีระดับโลก ทั้ง เวสต์เอนด์ ของสหราชอาณาจักร และบรอดเวย์ ของสหรัฐอเมริกา โดย พอล ยูวิ่ง ผู้อำนวยการผลิตซึ่งเป็นนักแสดงระดับโลกมากว่า 60 ปี รวมทั้งเป็นนักร้องนักแต่งเพลง ได้หยิบต้นฉบับของ แบรม สโตกเกอร์ เจ้าของบทประพันธ์ดั้งเดิมชาวไอริชมาดัดแปลง และ โจ ฮาร์มสตัน รับหน้าที่กำกับการแสดง โดยมีนักแสดงทั้งไทยและเทศร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

“ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสพิเศษ เข้าชมการซ้อมของละครเวทีเรื่องนี้ จึงถือโอกาสพูดคุยกับ 3 สายเลือดไทย ที่ได้เติมเต็มประสบการณ์สู่ผลงานระดับโลก!! นำโดยพระเอกของเรื่อง “ฮิวโก้” จุลจักร จักรพงษ์ รับบทเป็น แดร็กคิวล่า, “ไมร่า”
มณีภัสสร มอลลอย สาวเสียงดี ผู้ชนะการแข่งขันไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ซีซั่นแรก รับบทเป็น ลูซี่ และ “วิน” ดนัยนันท์
กฤดากร หนุ่มนักเรียนนอกจากสหรัฐอเมริกา ผู้รับบทเป็น โจนาธาน ฮาร์เกอร์

ด้วยความที่ไม่คุ้นหน้า แต่ทราบมาว่า “วิน” คือนักแสดงละครเวทีมืออาชีพ ที่โลดแล่นอยู่ในอเมริกา ความน่าค้นหา จึงพาให้เราเข้าไปนั่งคุยกับหนุ่มคนนี้ทันที

“คุณพ่อ-คุณแม่ผมเป็นคนไทยเชื้อสายจีนครับ ผมเกิดที่อเมริกา แต่กลับมาเรียนที่ไทยช่วงประถม จากนั้นก็กลับไปเรียนไฮสคูลและต่อปริญญาตรีและโททางด้านการแสดงที่อเมริกา และเป็นนักแสดงอยู่ที่นั่นมาประมาณ 5-6 ปี ส่วนเหตุผลที่ผมได้มาแสดงเรื่องนี้ คือผมกลับมาเที่ยวเมืองไทยเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตั้งใจกลับมาเซอร์ไพรส์วันเกิดอายุครบ 60 ปีของคุณแม่ แล้วก็ถือโอกาสเที่ยวด้วยครับ ระหว่างนั้นมีเพื่อนบอกว่า มีคนกำลังหานักแสดงพูดภาษาอังกฤษได้ ผมก็ลองติดต่อไป แล้วก็ได้เจอกับคุณพอล ผู้อำนวยการผลิต จนประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน เขาติดต่อกลับมาว่าผมได้ร่วมแสดง ที่บ้านก็ดีใจกันใหญ่ ว่าลูกได้อยู่บ้านนานขึ้น (หัวเราะ) และก็ได้ดูงานที่ผมทำด้วย เพราะปกติผมแสดงที่โน่น เขาไม่มีโอกาสบินไปดูกัน ครั้งนี้เหมือนเป็นโชค
ที่เข้าทางพอดี เขาต้องการนักแสดงที่พูดภาษาอังกฤษได้ และผมมีประสบการณ์ทางด้านการแสดงละครเวทีมา ก็เลยลงล็อกครับ”

บทของ โจนาธาน ฮาร์เกอร์ ที่ “วิน” ได้รับ เป็นบุคคลที่ไปร่างสัญญาย้ายบ้านให้กับแดร็กคิวล่า “โจนาธานช่วยโดยไม่รู้อะไร แต่พอรู้ว่าจริงๆ แล้วแดร็กคิวล่าเป็นใคร ตอนหลังเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่จะปราบแดร็กคิวล่า คาแร็กเตอร์นี้ถือว่าท้าทายพอสมควรครับเพราะเขามีเส้นทางที่เกือบจะสติแตกก็ว่าได้ แต่ก็ต้องกลับมาด้วยความรักด้วยหน้าที่ เพื่อปราบแดร็กคิวล่า”

หันไปทางพระเอกของเรื่อง “ฮิวโก้” หนุ่มมาดนิ่ง ผู้มีเสน่ห์แม้กระทั่งตอนนั่งเงียบๆ บอกความรู้สึกในการทำงานครั้งนี้ว่า “Dracula-Blood Is Life เป็นการแสดงละครเวทีครั้งแรกของผมครับ จริงๆ ผมไม่ได้เป็นนักแสดงอาชีพขนาดที่จะรับบทอะไรก็ได้ แต่บทเรื่องนี้ไม่ได้ห่างไกลกับความเข้าใจผมมากนัก เพราะด้วยคาแร็กเตอร์ที่เป็นคนกลางคืน เป็นคนผิดยุค และเป็นคนที่มาจากตระกูลเก่าแก่ มีความเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้ ผมเข้าใจอาการเหงา และความที่แตกต่างจากสังคมยุคปัจจุบันของเขาตรงนี้ครับ และจริงๆ บทพูดของผมในเรื่องถือว่าน้อยมาก เลยไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องของการจำเยอะเท่า
นักแสดงคนอื่นๆ ซึ่งอันนี้เป็นจุดขายที่คุณพอล เขาเอามาพรีเซ็นต์กับผม (หัวเราะ) ว่าไม่ต้องจำบทมาก แต่จะท้าทายในด้านการทำงานที่ประสบการณ์น้อยกว่าคนอื่นครับ”

ส่วนสาวน้อยลูกครึ่งอเมริกัน ซึ่งเป็นน้องเล็กของทีมนักแสดงอย่าง “ไมร่า” แม้จะมีผลงานละครเวทีมาแล้วอย่าง “เรยา เดอะมิวสิคัล” และละครโอเปร่า A Boy and a Tiger และ Ayodhya เธอบอกว่า “เจอรุ่นใหญ่ๆ แล้วเครียดค่ะ(หัวเราะ)ไมร่าดีใจที่ได้มีโอกาสทำงานตรงนี้ แต่เครียดพอสมควรค่ะ เพราะไมร่าเป็นคนที่ทำอะไรอยากทำให้ดีที่สุด แต่ว่างานนี้ยากมากๆ ไมร่าต้องใช้เวลา และฝึกซ้อมเองเยอะมากค่ะ ในเรื่องไมร่ารับบทเป็นลูซี่ เป็นเด็กวัยใส โตมากับแม่ ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอก พอเริ่มโตก็อยากรู้อยากเห็น เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี มีเพื่อนสนิทอีกคน เป็นผู้หญิงแค่ 2 คนในเรื่องค่ะ ที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้หญิงเต็มตัว แต่สุดท้ายก็โดนแดร็กคิวล่ากัด กลายเป็นแวมไพร์”

ถึงจะมีประสบการณ์ของการแสดงละครเวทีมาก่อน แต่ “ไมร่า” บอกงานนี้ไม่ง่ายเลย “ความยากที่ไมร่าเจอคือต้องพลิก
บทบาท ตอนแรกยังง่ายอยู่ คล้ายๆ เรา แต่สุดท้ายพอต้องกลายเป็นแวมไพร์ก็จะมีเซ็กซี่ และอาจต้องกลายเป็นบ้าไปเลยค่ะ ยากตรงที่ไมร่าเป็นคนขี้อาย และแอ๊กติ้งก็ไม่เก่ง คือไม่ได้ชินกับแอ๊กติ้งขนาดนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นเวลาซ้อมก็จะโดนติงเรื่องพูดให้ดังขึ้น แล้วก็ใช้พลังจากท้องในการเปล่งเสียง ออกเสียงพยัญชนะให้ชัดค่ะ”

และแม้จะต่างที่มา แต่ดูเหมือนว่านักแสดงทุกคนจะเข้าขากันได้เป็นอย่างดี

ฮิวโก้ : ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุด น่าจะมาจากผู้กำกับฯครับ โจเขาสื่อสารกับเราได้ดี และเข้าใจสิ่งที่เราต้องการ ในเรื่องของนักแสดงคนอื่น มีส่วนดีตรงที่ว่าเขามีประสบการณ์มากกว่าผม ถึงจะกดดันบ้างตรงที่เราเป็นมือใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็เบาใจที่เขาคาดหวังจากเราน้อยกว่าคนอื่นครับ (หัวเราะ)

วิน : คุณพอลเขามีประสบการณ์เยอะครับ พอมาเป็นผู้จัดฯ เขาก็เอาประสบการณ์นั้นมาใช้ แล้วระบบการทำงานก็คล้ายกับที่ผมทำมา คือเข้ากันได้ค่อนข้างดี ทำงานไม่มีปัญหาเลยครับ จะมีปัญหาก็เพียงความท้าทายกับบทบาทที่ได้รับมากกว่า ที่ผมชอบคือนักแสดงทุกคนมีประสบการณ์ด้วยกันทั้งหมด เพียงแต่มีในด้านที่ต่างกัน การที่เรามาจูนกัน ถือเป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายครับ และจะช่วยให้ละครเข้มข้น มีเลเยอร์มากขึ้น เพราะว่าเราเอาประสบการณ์จริงๆ ของเรามาใช้ในฉากด้วย

ไมร่า : ดีใจมากเลยค่ะ ที่ได้ทำงานกับโจ เพราะโจเข้าใจว่าไมร่าไม่ได้มีประสบการณ์ทางการแสดงมากนัก และยังค่อนข้าง
ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก เขาก็จะช่วยไมร่ามากๆ นั่งคุยกับไมร่าทำให้เรารู้สึกว่าเขาแคร์เราจริงๆ อยากให้ไมร่าเติบโตและพัฒนาจริงๆ เขาเห็นว่ามีอะไรในตัวไมร่า ที่เขาอยากจะดึงออกมา และช่วยให้ทำให้ดีที่สุด

ก่อนที่จะเริ่มการแสดงในสุดสัปดาห์นี้ พวกเขาอยู่ในห้องซ้อม 6 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เช้าถึง 6 โมงเย็น ร่วม 2 เดือน เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ที่หลายคนสะดุดน่าจะเป็นเรื่องของ อีโรติก ที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงในเรื่องนี้ด้วย

ฮิวโก้ : ฉากเหล่านั้นเหมือนเป็นตัวแทนของความหวาดกลัวที่คนมีต่ออารมณ์ทางเพศครับ บทประพันธ์เรื่องนี้ยังมองเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ฝ่ายหนึ่งได้ และฝ่ายหนึ่งเสีย ซึ่งเมืองไทยเรายังใช้ภาษาแบบนี้กันอยู่ เพราะฉะนั้นมันเหมาะสมมาก แต่เปรียบเทียบ
กับสังคมทุกวันนี้ ผมว่าเบากว่าพอสมควร อีโรติกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยสมอง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นใต้สะดือ เพราะฉะนั้นอีโรติกในเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากจินตนาการครับ

วิน : คุณพอลเขาอยากทำให้เรื่องนี้ดีที่สุดจริงๆ เขาเอานักแสดงที่คิดว่าเล่นแต่ละบทได้ดีที่สุดมา ดีไซเนอร์และโปรดักชั่นจัดมาแบบดีที่สุด ที่เราซ้อมกันมา ผมว่าโปรดักชั่นเรื่องนี้ไม่ต่างจากที่เมืองนอกเลยครับ หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำในบางเรื่อง เพราะทุกคนตั้งใจทำงานกันจริงๆ แล้วมีความมุ่งหวังที่จะทำให้เท่าเทียมกับเมืองนอก ผมว่าคนไทยไม่เคยดูเรื่องแบบนี้มาก่อน อยากให้มาดูกันครับ เพราะนอกจากอีโรติก เซ็กซี่ แล้วก็มีความน่ากลัว สยองขวัญ แต่ว่าก็มีเรื่องที่สนุกและความรัก มีหลายๆ อย่างที่
คนไทยคุ้นอยู่แล้ว แต่ว่าการนำเสนอต่างกันเท่านั้นเอง ในเรื่องของฉาก แสง สี เสียง เรามีกลไก มีมายากล ที่คนดูเห็นแล้วจะตะลึงแน่นอนครับ เขาตั้งใจนำเข้ามาเพื่อให้คนไทยได้ดูจริงๆ และราคานี้ไม่ต่างจากของเมืองนอกครับ ผมว่าดูยังไงก็คุ้ม

แม้ Dracula–Blood Is Life จะไม่ใช่ละครมิวสิเคิลแต่ก็ได้มีเพลงที่ปล่อยออกมาเพื่อใช้ในการโปรโมท ซึ่งเป็นการแต่งเนื้อร้องโดย “ฮิวโก้” ในชื่อเพลง Blood Is Life (เลือดคือชีวิต)

ฮิวโก้ : พอล ไมร่า และผม ต่างก็เป็นนักร้อง เราจึงร้องร่วมกันในเพลงนี้ โดยทำนองของเพลงก็จะถูกแซมเข้าไปในเรื่อง ให้มีความเป็นธีมเดียวกันครับ

ก่อนจากกัน ทั้ง 3 ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากให้คนไทยพลาดกับงานโปรดักชั่นสากลระดับนี้ ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนในเมืองไทยมาก่อน แม้จะสร้างเป็นภาษาอังกฤษ แต่จะมีคำบรรยายภาษาไทยประกอบ รวมถึงการใช้เทคนิคและเอฟเฟกท์พิเศษ ดึงดูดให้ผู้ชมได้รื่นรมย์กับเนื้อเรื่อง

ฮิวโก้ : เราจัดแสดงหลายรอบอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นข้ออ้างที่จะไม่มาดู ก็แทบไม่มีเลย เรามีให้เลือกทั้งรอบเช้า รอบเย็น ย้ำอีกทีนะครับ ไม่มีข้ออ้างที่จะพลาดครับ (ไมร่าและวินต่างพยักหน้าสนับสนุน)

นักแสดงเขาขายของกันขนาดนี้ เพราะฉะนั้น 12 กุมภาพันธ์–6 มีนาคม 2559 นี้ จับจองตั๋วกันได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โดย“ฮิวโก้” จะร่วมแสดงตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 อาคารสยามสแควร์ วัน (ละครจำกัดเฉพาะผู้ชมที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 12 ปี)

นับถอยหลังสู่วันคอนเสิร์ต Madonna Rebel Heart Tour

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201178

วันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
พรุ่งนี้แล้ว ที่แฟนเพลงชาวไทยจะได้เห็นการปรากฏตัวของราชินีเพลงป๊อปตลอดกาลของโลก ในการเดินทางมาเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกในเมืองไทย กับคอนเสิร์ต “มาดอนน่า เรเบิ้ล ฮาร์ท ทัวร์แบงค็อก สนับสนุนโดยน้ำดื่มสิงห์” จะเว่อร์วังอลังการขนาดไหน มีแฟนเพลงชาวไทยเพียง 2 หมื่นคนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสได้สัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้ ในวันที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์นี้ บนเวที อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี

โดยก่อนหน้าที่จะมาเมืองไทย มาดอนน่าได้เดินทางเปิดการแสดงมาแล้ว 63 รอบในอเมริกา 36 รอบ ยุโรป 25 รอบ และ 2 รอบที่ไทเป 3 วันก่อนเดินทางมากรุงเทพฯ และหลังจากจบการแสดง 2 รอบที่บ้านเราแล้ว ก็จะไปต่อที่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเก๊า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ก่อนที่เดินทางไปแสดงที่ออสเตรเลีย ซึ่งรวมแล้วกว่า 80 รอบทั่วโลก!!

กระแสตอบรับจากแฟนเพลงและสื่อทั่วโลกต่างชื่นชมว่าเป็นโชว์ที่ดีที่สุด อลังการจัดเต็ม และได้ฟังเพลงฮิต ตั้งแต่ยุคแรกๆ และ นิตยสารบิลบอร์ดรายงานว่าทัวร์ มาดอนน่า เรเบิ้ล ฮาร์ท นี้ เป็นโชว์ที่ทำรายได้สูงสุดอยู่ในขณะนี้ โดยรวมรายได้แค่ในอเมริกาและยุโรป นั้นทำเงินได้มากกว่า 80 ล้านเหรียญ หรือเกือบ 3 พันล้านบาท

สำหรับในเมืองไทย ยิ่งใกล้วัน กระแสความตื่นเต้นของแฟนคลับเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใครที่ไม่อยากพลาดความเว่อร์วังอลังการในการมาเยือนของคุณแม่ตอนนี้ยังมีบัตรของรอบวันที่ 10 กุมภาพันธ์ บางส่วนจำหน่ายอยู่ สามารถเข้าไปเลือกที่นั่งได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com โทร.02-2623838 นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของโชว์ที่ดีที่สุดแห่งปีจากไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร

ส่ง ‘จิณณะ-โอ๊ต’ ตะลุยดอยอินทนนท์ นำทีมแจกผ้าห่ม เสื้อกันหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201176

วันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เดินหน้าจัดโครงการ “7 สี ช่วยชาวบ้าน” ต้านภัยหนาวในเขตภาคเหนือ อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำทีมผู้บริหาร โดย คุณสมหมาย ศิลปีโยดม ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายข่าว และ คุณจเด็ด ศรีชื่น หัวหน้ากองกิจการสังคม ตัวแทนจาก สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมด้วยนักแสดงจากช่อง 7 สี จิณณ์-จิณณะ, โอ๊ต-สุรศักดิ์ และผู้ประกาศข่าว กุลธิดา พงษ์แจ่ม แท็กทีมลงพื้นที่มอบเครื่องกันหนาวให้แก่เด็กๆ ในชุมชน จำนวน 200 ตัว และมอบผ้าห่ม 1,000 ผืน ให้แก่ชาวบ้านที่ประสบปัญหาสภาพอากาศเย็นจัด พร้อมร่วมแบ่งปันความอบอุ่น และส่งต่อกำลังใจแก่พี่น้อง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
เมื่อวันก่อน

เมื่อคณะเดินทางไปถึงก็สร้างบรรยากาศให้ชาว ต.บ้านหลวง จ.เชียงใหม่ คึกคักเป็นพิเศษ ทันทีที่ได้พบกับ 2 นักแสดงหนุ่ม จิณณ์-จิณณะ และ โอ๊ต-สุรศักดิ์ พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าวสาว แอปเปิ้ล-กุลธิดา มาถึงอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ด้านผู้แทน
ในพื้นที่ คุณนิติยา พงษ์พานิช นายอำเภอจอมทอง ไม่รอช้าขึ้นกล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร และทีมงานอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง
สมการรอคอย จากนั้น คุณสมหมาย ศิลปีโยดม ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายข่าวจากช่อง 7 สี พร้อมด้วย คุณจเด็ด ศรีชื่น หัวหน้ากองกิจการสังคมสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ขึ้นกล่าวถึงโครงการ พร้อมส่งช่วงต่อให้หนุ่มจิณณ์ ทำหน้าที่ฮีโร่พันธุ์ไทย ขวัญใจเด็กๆ สวมเสื้อกันหนาวเติมไออุ่นให้แก่น้องๆ ชุมชนชาวบ้านหลวงแบบแนบแน่นด้านหนุ่มโอ๊ตขอเอาใจผู้สูงวัยชวนพ่อเฒ่าพ่อแก่เล่นเกมสนุกลืมความหนาว ส่วนสาวเปิ้ล ฟิตเต็มที่ ร่วมสนุกกับเกมและส่งกำลังใจโดยทั้งหมดพร้อมแจกจ่ายเครื่องกันหนาว-ผ้าห่มจำนวน 1,200 ชุด และมอบปฏิทินช่อง 7 สี ปี 2559 ให้แก่ชาวบ้านทุกคนอีกด้วย


 

‘ทับทิม’โพสต์มือไร้แหวนแต่งงาน บอกรู้สึกโล่งแต่เดี๋ยวก็คงโอเค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201173

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 13.45 น.
7 ก.พ.59 หลังจากที่ออกมาประกาศว่าได้เลิกรา สำหรับอดีตคู่รัก “ปลื้ม สุรบถ” และ“ทับทิม มัลลิกา” ท่ามกลางกระแสดราม่าและข่าวลือมากมาย

ล่าสุด สาวทับทิมก็ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม เป็นรูปมือด้านซ้ายที่ทำให้เห็นว่าไม่ได้สวมแหวนแต่งงานแล้ว พร้อมกับข้อความว่า “มันโล่งแปลกๆ… ความรู้สึกเหมือนใส่เสื้อลืมติดกระดุม.. กินข้าวไม่มีช้อน.. นั่งชักโครกไม่มีแผ่นรองนั่ง.. มันหวิวๆงงๆ.. แต่เดี๋ยวก็คงโอเค เนาะ!! ใช้เวลาแหละ”

ภาพจาก : @tubtimofficial

‘เอ๋ มณีรัตน์’นุ่งบิกินีอวดผิวเนียน เที่ยวทะเลภูเก็ตอาบแดดสุดชิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201166

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 12.47 น.
7 ก.พ.59 นางเอกสาวหน้าคม “เอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน” ที่ขอพักงาน มาเที่ยวล่องเรือทะเลภูเก็ตพักผ่อนแบบชิลๆ อวดหุ่นสวยๆ รับลมทะเล นอนเล่นอาบแดดในชุดบิกินีตัวจิ๋วสีขาว แถมโชว์ผิวออร่าให้หนุ่มๆ ได้ละลายไปตามๆ กัน

ภาพจาก : @ae_maneerat

‘โบว์ แวนด้า’เล่าเรื่องน้ำตาซึม ขอโทษเคยห้าม’ปอ’ลงรูปคู่’มะลิ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201164

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 12.07 น.
7 ก.พ.59 ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ สำหรับการจากไปแบบไม่มีวันกลับของพระเอกติดดิน“ปอ ทฤษฎี” 

ล่าสุด ภรรยาสาว “โบว์ แวนด้า” ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม ปอ เดินจูงมือน้องมะลิ พร้อมข้อความว่าปอเคยบอกกับโบว์ว่า “โบว์ ปออยากจะลงรูปปอกับมะลิบ้าง เหมือนที่พ่อคนอื่นเค้าลง เมื่อไหร่จะลงได้” ขอโทษนะปอที่วันนั้นโบว์ห้ามปอ ถึงวันนี้ปอไม่สามารถลงเองได้ แต่โบว์จะทำให้ปอเอง รักปอนะ

ภาพจาก : @vanda29

ซี๊ด!’โบวี่ อัฐมา’ถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ โชว์หุ่นสวยแซ่บไม่มีเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201159

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 11.11 น.
7 ก.พ.59 นางร้ายหน้าสวย “โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์” ที่คงความเซ็กซี่ไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังจะทวีความฮอตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อล่าสุดได้มีโอกาสสลัดผ้าถ่ายแฟชั่นสุดเซ็กซี่ อวดทรวดทรงในชุดสุดหวิวให้กับ นิตยสาร FHM Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ที่รับประกันความร้อนฉ่าบนแผงหนังสืออย่างแน่นอน

ภาพจาก : FHM

‘คริส หอวัง’พาลูกทีมเที่ยวพัทยา ประชันหุ่นในชุดว่ายน้ำสุดตรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201157

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 10.36 น.
7 ก.พ.59 ทำเอาทั้งแฟนคลับและหนุ่มๆ รัวกดไลค์แทบไม่ทันเลยทีเดียว เมื่อเมนเทอร์ “คริส หอวัง” ได้พาลูกทีมจากรายการ The Face Thailand Season 2 อย่าง น้ำหวาน, กวาง, เจสซี่, ลูกน้ำ และ จูน ไปเที่ยวพักผ่อนทะเลพัทยา

โดยทุกคนได้ประชันหุ่นสวยในชุดว่ายน้ำ อวดความเซ็กซี่ รัวแชะภาพสุดตรองแบบครบทีม งานนี้บอกเลยว่าไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

ภาพจาก : #teamcrischapter2

‘จ๊ะ’รถคว่ำขณะกลับจากคอนเสิร์ต เจ้าตัวโพสต์IGปลอดภัยแล้วนะคะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201154

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.45 น.
7 ก.พ.59 มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของคืนวานนี้ (6 ก.พ.) เกิดอุบัติเหตุรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮย 3029 เสียหลักพลิกคว่ำกลางถนนสายสวรรคโลก – ทุ่งเสลี่ยม บริเวณโค้งพระครูจันทร์ ม.2 ต.วังไม้ขอน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสวรรคโลก

ทั้งนี้ ทราบภายหลังทราบว่า เป็นรถตู้ของ น.ส.นงผณี มหาดไทย หรือนักร้องดัง จ๊ะ อาร์สยาม โดยรถคันดังกล่าวมี นักร้องสาวชื่อดัง พี่สาว และแดนเซอร์ นั่งมาเต็มคัน หลังขับรถกลับจากเล่นคอนเสิร์ตที่ จ.สุโขทัย เจ้าตัวบาดเล็กน้อย ล่าสุดปลอดภัย ส่วนพี่สาวได้รับบาดเจ็บหัวแตก แดนเซอร์แขนหัก ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สวรรคโลก

โดย จ๊ะ อาร์สยาม เปิดเผยว่า พึ่งเสร็จงานจากคอนเสิร์ตที่บ้านเหมืองนา ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ขณะที่ขับรถออกมาได้นิดเดียว เจอทางโค้งบวกกับถนนมืด ด้วยความที่ขับมาเร็วเลยแหกโค้งคว่ำ ทั้งนี้ จ๊ะ อาร์สยาม เผยว่า วันรุ่งขึ้นมีงานคอนเสิร์ตที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

ล่าสุด นักร้องสาว จ๊ะ อาร์สยาม ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “jaja_nongpanee” ระบุว่า

“หนูและทีมงานปลอดภัยแล้วนะคะ ไม่มีใครเป็นอะไรมาก พรุ่งนี้ไปงานกันต่อปกติค่ะ#สงสารรถจัง#รับทรัพย์ยับเลย#สู้ๆนะ#พักผ่อนก่อนเดี๋ยวแม่ไปรับมาทำงานด้วยกันต่อ”

“ถึงบ้านโดยปลอดภัย ผลบุญกุศล และการสวดมนต์ทุกคืน ส่งผลให้หนูและทีมงานปลอดภัย#ต่อจากนี้หมดทุกข์ #หมดโศก#หมดโลก#หมดภัย#รวยๆๆๆๆๆ”

 

‘ASEAN Music Festival’ ขนทัพนักร้องดัง พิสูจน์พลังดนตรีเชื่อมโยงอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/201098

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บทเพลงอาเซียน วัน (ASEAN One) ที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นเพลงธีมสำหรับงาน ASEAN Music Festival ได้สื่อความหมายว่าวันนี้ 10 ประเทศอาเซียนได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว และเสียงดนตรีเป็นเครื่องทลายกำแพงความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และหลอมหัวใจของพวกเราให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังที่เวที ASEAN MusicFestival ได้ใช้เสียงดนตรีเป็นการประกาศการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการ ด้วยการสร้างสรรค์รูปแบบเทศกาลดนตรีที่รวมเอาศิลปินอาเซียนทั้ง 10 ประเทศไว้มากที่สุด โดยจัดขึ้น 3 วันระหว่างวันที่ 29-31 มกราคมที่ผ่านมา และเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้ง 3 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยและพี่น้องประเทศเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในไทยได้มาร่วมสนุกดื่มดำบรรยากาศเสียงเพลง และเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน

โดยตลอดทั้ง 3 วันได้มีการแสดงจากนักร้องทั้ง 10 ชาติอาเซียนสับเปลี่ยนกันขึ้นโชว์ในทุกๆ วัน ซึ่งบรรยากาศของเทศกาลดนตรีอาเซียน ASEAN Music Festival ถือเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ที่รวบรวมนักร้องอาเซียนไว้มากมาย กับสไตล์ดนตรีที่ครบรสเข้าถึงทุกกลุ่มผู้ชมตั้งแต่เด็ก,วัยรุ่น ไปถึงผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะคนไทยหรือพี่น้องประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนอาเซียน ก็ยังมาร่วมชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ตลอดการแสดงทั้ง 3 วัน สะท้อนได้ว่าดนตรีไม่ว่าจะชาติไหนภาษาไหนล้วนสื่อสารและสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ และวันนี้ดนตรีได้หลอมรวมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว และพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ซึ่งกรมอาเซียนตั้งเป้าว่าจะให้กิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกแน่นอนในปีถัดๆ ไป