รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงก์ นำสุนัขทหาร ตรวจความปลอดภัยสถานีสุวรรณภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580202

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 20:21

 

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นำสุนัขทหาร ตรวจความปลอดภัย รอบสถานีสุวรรณภูมิ ช่วงวันหยุดยาว ไม่พบสิ่งแปลกปลอม-วัตถุต้องสงสัย…

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีสุวรรณภูมิ ชั้น B1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมการสัตว์ทหารบก และตำรวจรถไฟสถานีสุวรรณภูมิ นำสุนัขทหารมาตรวจวัตถุต้องสงสัย โดยรอบบริเวณสถานีรถไฟฟ้า และในขบวนรถไฟฟ้า ก่อนที่ผู้โดยสารจะเข้าไปใช้บริการ รวมถึงกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสาร ระหว่างยืนรอบริเวณชานชาลา ซึ่งเป็นการเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาว เนื่องในวันมาฆบูชา โดยผลการตรวจในครั้งนี้ไม่พบสิ่งแปลกปลอมหรือวัตถุต้องสงสัย

ทั้งนี้ ทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้ทำการตรวจและดูแลความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยทุกวันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ ออกตรวจทุกสถานีและในขบวนรถไฟฟ้า อยู่เป็นประจำ ส่วนในช่วงวันหยุดและเทศกาล จะเพิ่มความเข้มและเพิ่มวงรอบในการตรวจมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้มาใช้บริการมากเป็นพิเศษ รวมทั้งได้ทำการตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิดในทุกสถานี (CCTV) ให้มีความพร้อมการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ อีกด้วย.

ลีดบิซิเนส จับมือมหาวิทยาลัยคอร์เนล มอบประกาศนียบัตรหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580177

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 16:01

 

บริษัท ลีดบิซิเนส จำกัด สถาบันให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาบุคลากรระดับบริหารด้วยมาตรฐานระดับโลก ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มไอวีลีก (Ivy League Universities) มีความเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และมีความเป็นเลิศทางวิชาการที่ยอดเยี่ยม ก่อตั้งมากว่า 150 ปี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในลำดับต้นของการจัดอันดับทั้งในสหรัฐฯ และระดับโลก จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำของหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร เมื่อเร็วๆ นี้

ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และประธานกิตติคุณบริษัท ลีดบิซิเนส กล่าวในพิธีมอบเข็มและประกาศนียบัตรหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ว่าสำหรับหลักสูตรที่ได้มีการอบรมเสร็จสิ้นไปแล้วนี้ ประกอบด้วย โครงการ Airport Management Development Program (AMDP) ซึ่งจัดฝึกอบรมให้กับกลุ่มพนักงานผู้มีศักยภาพ (High Potential) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) โครงการ Executive Leadership Development Program และโครงการ Leadership Development Program ให้กับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงไทย จำกัด โดยทั้งสองหลักสูตรทางลีดบิซิเนส และทางมหาวิทยาลัยคอร์เนล ได้พัฒนาหลักสูตรขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินการของแต่ละองค์กร

โดย ลีดบิซิเนส มีความตั้งใจในการหาหลักสูตรที่ทันสมัย และให้การช่วยเหลือผู้บริหารในยุคปัจจุบันให้พร้อมสำหรับอนาคต ผลักดันให้ผู้บริหารขององค์กรได้มีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ และแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมองการบริหารจัดการด้านต่างๆ จากวิทยากรจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ทั้งยังผลักดันให้พนักงานใช้ศักยภาพในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการนำพาองค์กรมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย สำหรับในปีที่ผ่านมา ลีดบิซิเนสได้พัฒนาผู้บริหารกว่า 300 คน และในปีนี้ก็มีโครงการหลักสูตรเพิ่มอีกมากมาย ในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารไทย

บริษัท ลีดบิซิเนส บริษัทชั้นนำในการพัฒนาบุคลากรระดับบริหารมาตรฐานโลก ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพนักบริหารในประเทศไทย เพิ่มวิสัยทัศน์และความสามารถในการเป็นผู้นำในการบริหาร เพื่อให้นักบริหารสามารถขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย เติบโตทัดเทียมนานาประเทศ

‘พาที’ รับ นกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน 23 ก.พ. จากปมนักบินประท้วง 14 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580171

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 15:25

 

ซีอีโอนกแอร์ รับ ยกเลิกเที่ยวบิน 23 ก.พ.นี้ มีผลสืบเนื่องจากวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา จากเหตุนักบินประท้วง ส่งผลให้ ชม.บินของสายการบินรวนจากนักบินที่หายไป ยัน แจ้งผู้โดยสารแล้ว พร้อม ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด ระบุพร้อมรับการตรวจสอบเต็มรูปแบบจาก กพท….

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สายการบินนกแอร์ ยอมรับว่า การยกเลิกเที่ยวบินวันที่ 23 ก.พ. มีผลสืบเนื่องจากวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ยกเลิกเที่ยวบิน 17 เที่ยวบิน จากที่นักบินหยุดประท้วง ทำให้ชั่วโมงบินของสายการบินนกแอร์รวนจากที่นักบินหายไป ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารที่จะเดินทางวันที่ 23 ก.พ. ได้รับการติดต่อแล้ว และให้ทางเลือกให้บินโดยใช้สายการบินอื่นที่เป็นพันธมิตรสายการบินนกแอร์ คือสายการบินไทย สายการบินไทยสมายล์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ หรือให้ผู้โดยสารสามารถเลื่อนไฟลต์ได้

ขณะที่ บมจ.สายการบินนกแอร์ แจ้งว่า สายการบินนกแอร์ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การชดเชย และติดต่อผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน สายการบินพร้อมให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เข้าตรวจสอบเกี่ยวกับการยกเลิกเที่ยวบินตามที่ กพท.ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นกแอร์กำลังดำเนินการชดเชยให้แก่ผู้โดยสารทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการติดต่อและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างเต็มที่ และจะทำต่อไปจนกว่าผู้โดยสารทั้งหมดจะได้รับการดูแลเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ นกแอร์พร้อมรับการตรวจสอบเต็มรูปแบบจาก กพท. เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พร้อมขอเน้นย้ำว่า จะไม่มีการแสดงความคิดเห็น หรือหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรในช่วงเวลานี้ ซึ่งขอสงวนข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ พร้อมของดแสดงความคิดเห็นในข่าวลือหรือการพาดพิงใดๆ ที่มีต่อสายการบิน.

ส่อวุ่นอีก! นกแอร์แจ้งเลิก 20 เที่ยวบิน 23 ก.พ.นี้ ‘พาที’ ยัน มีพันธมิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580103

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 12:23

 

สายการบินนกแอร์ แจ้ง ยกเลิก 20 เที่ยวบินภายในประเทศวันที่ 23 ก.พ. นี้ ทั้งเหนือ อีสาน ใต้ พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก…

วันที่ 20 ก.พ. 59 เพจของสายการบินนกแอร์ ขอแจ้งยกเลิกเที่ยวบินในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ดังต่อไปนี้

DD7106 ดอนเมือง-หาดใหญ่ (DMK-HDY)
DD7107 หาดใหญ่-ดอนเมือง (HDY-DMK)
DD7818 ดอนเมือง-นครศรีธรรมราช (DMK-NST)
DD7819 นครศรีธรรมราช-ดอนเมือง (NST-DMK)
DD7208 ดอนเมือง-สุราษฎร์ธานี (DMK-URT)
DD7209 สุราษฎร์ธานี-ดอนเมือง (URT-DMK)
DD7406 ดอนเมือง-ตรัง (DMK-TST)
DD7407 ตรัง-ดอนเมือง (TST-DMK)
DD8414 ดอนเมือง-พิษณุโลก (DMK-PHS)
DD8415 พิษณุโลก-ดอนเมือง (PHS-DMK)
DD8718 ดอนเมือง-เชียงราย (DMK-CEI)
DD8719 เชียงราย-ดอนเมือง (CEI-DMK)
DD9214 ดอนเมือง-อุดรธานี (DMK-UTH)
DD9215 อุดรธานี-ดอนเมือง (UTH-DMK)
DD9314 ดอนเมือง-อุบลราชธานี (DMK-UBP)
DD9315 อุบลราชธานี-ดอนเมือง (UBP-DMK)
DD9410 ดอนเมือง-สกลนคร (DMK-SNO)
DD9411 สกลนคร-ดอนเมือง (SNO-DMK)
DD9814 ดอนเมือง-ขอนแก่น (DMK-KKC)
DD9815 ขอนแก่น-ดอนเมือง (KKC-DMK)

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดต่อ Call Center 1318 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่ง นกแอร์ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ส่วนกรณีการยกเลิกเที่ยวบินในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ยังไม่มีการชี้แจง จากนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ แต่มีการเปิดเผยเพียงว่า การยกเลิกเที่ยวบินครั้งนี้ ทางนกแอร์มีพันธมิตร ที่จะช่วยรองรับผู้โดยสารที่เดินทางตามเที่ยวบินที่ยกเลิก ขอให้ผู้โดยสารไม่ต้องกังวล

อย่างไรก็ตาม ทางสายการบินแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ ได้มีการติดต่อแจ้งผู้โดยสารทุกท่านที่เดินทางในเที่ยวบินดังกล่าวแล้ว

ล่าสุด “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ได้พยายามติดต่อ นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ถึงสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งนายพาที ได้ให้เลขาฯ ส่วนตัว เป็นผู้ชี้แจง โดย ระบุว่า เป็นการยกเลิกเที่ยวบินตามปกติ ที่มีการปรับเปลี่ยนตารางการบิน เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งไม่ขอให้รายละเอียดว่า เป็นผลพวงจากปัญหาภายในองค์กรกับนักบินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ ที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ต้องปรับเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้างในวันเดินทาง โดยถือว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งทางสายการบินได้มีการโทรแจ้งผู้โดยสารทั้งหมดแล้ว แต่เนื่องจากกังวลว่าอาจจะมีการตกหล่น จึงมีการแจ้งผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งหนึ่ง พร้อมยืนยัน ว่าการยกเลิกเที่ยวบินในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้โดยสารแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สายการบิน ได้ทยอยทำการติดต่อไปยังผู้โดยสารทุกคนในเที่ยวบินที่มีการยกเลิก และแจ้งทางเว็บไซต์ ที่มีการแชร์ข้อมูลกันอยู่ในขณะนี้โดยได้เสนอทางเลือกให้กับผู้โดยสาร เช่น ให้คืนเงิน เปลี่ยนเที่ยวบิน หรือ เปลี่ยนไปบินกับสายการบินอื่นที่เป็นพันธมิตรกัน เช่น การบินไทยสมายด์ แล้วแต่ผู้โดยสารจะเลือกใช้บริการ โดยหากผู้โดยสารท่านใดยังไม่ได้รับการติดต่อ ให้ติดต่อกลับทางสายการบินเพื่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1318

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สายการบินนกแอร์ ได้แจงว่า เที่ยวบินที่มีการยกเลิก เป็นเที่ยวบินที่มีการยกเลิกเดิมอยู่แล้ว ซึ่งการยกเลิกเที่ยวบินในวันที่ 23 ก.พ.นี้ เป็นการปรับเปลี่ยนตารางการบินเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนตามปกติ โดยอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อให้เที่ยวบินทั้งไป-กลับมาเป็นปกติ โดยนกแอร์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยแล้วความสะดวกสบายของผู้โดยสารเป็นหลัก

ทองเปิดตลาด ปรับเพิ่ม 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580045

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 09:40

 

ราคาทองเปิดตลาด ราคาเพิ่ม 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,600 ขายออกบาทละ 20,700 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,299.24 ขายออกบาทละ 21,100 บาท …

วันที่ 20 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.14 น. ราคาเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,600.00 บาท ขายออกบาทละ 20,700.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,299.24 บาท ขายออกบาทละ 21,100.00 บาท

ประกันภัยรุกตลาดออนไลน์ เปิดช่องทางจ่ายเงินใหม่ง่ายขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580030

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 09:15

 

“ฟอลคอนประกันภัย” จับมือ “ไลน์เพลย์” เอาใจลูกค้าและอำนวยความสะดวก โดยเพิ่มช่องทางชำระเงิน…

บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้ทำธุรกิจประกันวินาศภัย ได้ร่วมกับไลน์เพลย์เพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านไลน์เพลย์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ารายย่อยในกลุ่ม iSPORT4LIFE ประกอบด้วย 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ iBIKE ประกันความสุขของนักปั่น iXTREME ประกันอุบัติเหตุจากกีฬาผาดโผนและเสี่ยงอันตราย iWINNER ประกันอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย อุบัติเหตุทั่วไป และ iGOLFER
ประกันภัยอุบัติเหตุจากการเล่นกอล์ฟ ซึ่งเน้นประกันภัยอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาเป็นหลัก

ทั้งนี้ ลูกค้าจะสามารถชำระเงินจากบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของธนาคารต่างๆ ผ่าน ไลน์เพลย์ รวมถึงกระเป๋าเงินไลน์เพลย์ โดยบริษัท ฟอลคอนประกันภัยหวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอลในการซื้อประกันภัยบนเว็บไซต์ isport4life.com.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดผสม หลังราคาน้ำมันร่วงอีกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579985

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 08:29

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลดลงในวันศุกร์ โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับเพิ่มขึ้น หนุนแนสแด็กปิดบวก…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 19 ก.พ. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 21.44 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 16391.99 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.05 จุด หรือไม่ถึง 0.01% ปิดที่ 1917.78 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 16.89 จุด หรือ 0.38% ปิดที่ 4504.43 จุด

ราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มปิโตรเลียมส่วนใหญ่ลดลงตามราคาน้ำมัน โดยบริษัทที่หุ้นตกมากที่สุดคือ อาปาเช ปิโตรเลีย และ คอนติเนนทัล รีซอร์ซส์ ซึ่งร่วงประมาณ 4.5% ทั้งคู่ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การเพิ่มขึ้นของแนสแด็กสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนมองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของราคาน้ำมัน

หุ้นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น อเมซอน +1.9%, เฟซบุ๊ก +1.1% และ ไพรซ์ไลน์ +2.5% แต่หุ้นแอปเปิลลดลงเล็กน้อยที่ 0.2% หลังทางการสหรัฐฯ พยายามขอให้ศาลมีคำสั่งให้แอปเปิลปลดล็อกข้อมูลไอโฟน เพื่อสืบคดีเหตุกราดยิงที่เมืองซาน เบอร์นาดิโน เมื่อปีก่อน

อัดสินเชื่อเกษตร 8.5 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579933

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 06:01

 

รัฐจัดเงินกู้เพิ่ม ธ.ก.ส.-ออมสินรับหน้าเสื่อ

“สมคิด” เผย คลังชงโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากเพิ่มเติมเข้า ครม.สัปดาห์หน้าวงเงินรวม 85,000 ล้านบาท โครงการแรก ธ.ก.ส.ให้วงเงิน 15,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการปลูกพืชชนิดอื่น และโครงการที่ 2 ธ.ก.ส.–ออมสินร่วมปล่อยสินเชื่ออีก 60,000–70,000 ล้านบาท สร้างเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ” ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการและเปิดปฏิบัติการ โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ โดยมีสมาชิกของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเข้าร่วม 11,000 คน ว่า ตั้งแต่วันที่มารับตำแหน่งตนเองและคณะมีภารกิจ 2 ประการคือ ประการแรกพยายามประคองไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา โดยตระหนักและสำนึกตลอดเวลาว่าต้องอยู่ในความไม่ประมาท จึงขอให้พี่น้องคนไทยวางใจและมั่นใจได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง คอยช่วยดูแลพวกท่านอยู่

สำหรับประการต่อมา เราต้องการปฏิรูปประเทศ หลายสิ่งหลายอย่างต้องการปฏิรูป การให้เศรษฐกิจของประเทศเดินไปข้างหน้าได้ประเทศจะต้องมีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งตนเองและคณะกำลังทำเรื่องนี้อยู่และ ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาอุตสาหกรรมหรือการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ หรือการเน้นการขับเคลื่อนด้วยระบบทุนนิยม แต่นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในเศรษฐกิจฐานราก หาวิธีการทำให้เกษตรกรชาวไร่ชาวนามีรายได้มากขึ้นและเปลี่ยนเกษตรกรจากคนจนให้เป็นเกษตรกรที่เข้มแข็งยืนหยัดเท่าเทียมคนอื่นด้วย

“ผมได้หารือกับนายกรัฐมนตรีว่าเกษตรกรลำบากมาก ขอให้ให้สินเชื่อให้กู้ยืมไปพัฒนาตัวเองซึ่งท่านนายกฯไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว จะมีมาตรการให้สินเชื่อ 60,000 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านเมื่อเดือนกันยายน 2558 จากนั้นมาก็เห็นว่าการให้สินเชื่อยังไม่เพียงพอหรือไม่ยั่งยืน ผมจึงเรียนนายกฯให้มีการช่วยในครั้งที่ 2 แต่ครั้งนี้ หมู่บ้านคิดร่วมกันว่าต้องการอะไร รัฐบาลจึงอนุมัติงบให้อีก 35,000 ล้านบาทเพื่อให้ไปดำเนินการ สิ่งเหล่านี้ชาวบ้านต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องจัดการชีวิตและอนาคตด้วยตัวเอง ถึงจะทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งอย่างแท้จริง ไม่ใช่พูดทุกวันว่าประชาธิปไตยต้องมาแต่ไม่รู้สึกถึงหน้าที่และการบริหารจัดการ การดำเนินงานของรัฐบาลในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”

ทั้งนี้ นอกจากประเด็นข้างต้นแล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 23 ก.พ.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอ โครงการที่เน้นการปฏิรูปภาคการเกษตรโดยเฉพาะ โดยโครงการแรกเป็นการปรับโครงสร้างการผลิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า การปลูกสินค้าอย่างเดียวเช่นยางพารา เมื่อมีปัญหาราคาตกก็ส่งผลให้เกิดความลำบากต่อการยังชีพ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงต้องการทำให้เกษตรกรได้ปลูกพืชตามสิ่งที่ในหลวงตรัสไว้คือการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายชนิด เพื่อให้หล่อเลี้ยงครอบครัวได้

ดังนั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเสนอการใช้แนวทางให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งหมายถึงกลุ่มลูกค้าของ ธ.ก.ส.ที่เป็นกลุ่มอาชีพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ปลูกพืชชนิดอื่น นอกเหนือจากที่เคยปลูกอยู่ประจำ โดยให้ชุมชนบริหารจัดการตนเอง ขณะที่ทาง ธ.ก.ส. พาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด หอการค้าจังหวัด จะชี้เป้าให้ว่าแต่ละชุมชนควรปลูกพืชชนิดใด โดย ธ.ก.ส.จะให้สินเชื่อกับเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้เป็นการบังคับ วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท ถือเป็นโครงการเริ่มต้นนำร่องโดยจะใช้ในช่วงที่จะเกิดวิกฤติภัยแล้งให้เป็นโอกาส ในกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองรวม 26 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกรประมาณ 100,000 คน ทั้งนี้ ชุมชนจะเป็นผู้บอกว่าจะปลูกพืชอะไรต้องเช่าที่ดินหรือไม่ ต้องจ้างงานหรือไม่ ต้องซื้อปัจจัยการผลิตจากที่ไหน ในส่วนนี้ให้บริหารกันเอง ขณะที่ ธ.ก.ส. กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน หอการค้าจังหวัด จะช่วยหาตลาดรองรับสินค้าเกษตรที่ปลูกให้เมื่อเกษตรกรผลิตและขายได้กำไรก็จะให้ชุมชนแบ่งปันกันเอง

สำหรับโครงการที่ 2 เป็นการยกระดับ การผลิต การแปรรูป การเพิ่มมูลค่า การบริหารจัดการ ของเกษตรกรเพื่อให้เป็นผู้ประกอบการ โดย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย จะร่วมมือกันสรรหาและคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบในแต่ละตำบลขึ้นมา โดยโครงการนี้มีวงเงินสินเชื่อ 60,000-70,000 ล้านบาท ที่จะลงไปสู่ชุมชนเพื่อจะทำให้เกิดการสร้างเครือข่าย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภาคเกษตร หรือพูดง่ายๆจะคัดเลือกเกษตรกรที่จะเป็นผู้ประกอบการในอนาคตได้ให้เป็นตัวแทนในการปรับปรุงการผลิต และยกคุณภาพของสินค้าขึ้นมา ขณะที่รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องความรู้และการตลาด.

ฝันหวานปลดล็อกธงแดงมีนาปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579931

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:45

 

28 สายการบินในไทยสุดสยอง กทพ.ชง ครม.ตรวจไลเซนส์ใหม่

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยานและผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแผนดำเนินการเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Re-AOC) โดยผ่านการหารือกับคณะกรรมการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ เพื่อขอความเห็นชอบกรอบแผนใหญ่ ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดขั้นตอนดำเนินงานโดยเฉพาะแผนการออก AOC ใหม่ทั้ง 28 สายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศก่อน คาดว่าจะนำไปสู่การปลดล็อกธงแดงไม่เกิน มี.ค.60 หรือเร็วกว่านั้น

ส่วนแผนการตรวจสอบสายการบินเพื่อนำไปสู่การออก AOC ใหม่นั้น ในแผนกำหนดระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายใน พ.ย.59 จากนั้นเดือน ธ.ค.59 จะทำหนังสือแจ้งให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อประเมินผลการตรวจสอบตามกระบวนการ ICAO Coordinated Validation Mission (ICVM) โดยจะให้เวลาตั้งแต่ ธ.ค.59-มี.ค.60 อย่างไรก็ตาม ภายในเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ จะมีการลงนามในสัญญาว่าจ้าง CAAI ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษเข้ามาทำงานร่วมกับ กพท.

นอกจากนี้ในขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ ซึ่งระยะเร่งด่วนมี 28 สายการบิน ส่วนที่เหลืออีก 13 สายการบินจะดำเนินการตั้งแต่ เม.ย.-ก.ย.59 แต่เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการปลดล็อกธงแดง ดังนั้นในขั้นตอนการตรวจสอบ 28 สายการบินหากพบว่าสายการบินใดคุณสมบัติไม่ได้มาตรฐาน กพท.จะปรับลดระดับห้ามบินต่างประเทศ ให้บินเฉพาะภายในประเทศ ดังนั้นสุดท้ายอาจมีไม่ถึง 28 สายการบินที่ตรวจสอบครบก่อน ก็จะทำหนังสือแจ้ง ICAO เข้ามาตรวจสอบเพื่อนำไปสู่การปลดล็อกธงแดงให้ได้ตามแผน ทั้งนี้หลังจาก ครม.เห็นชอบแผนนี้แล้ว จะเรียกผู้ประกอบการสายการบินทุกรายเข้ารับฟังคำชี้แจงขั้นตอนแผนตรวจสอบเพื่อออก AOC ใหม่.

รื้อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ “ธนารักษ์” พบช่องโหว่เอกชนเสือนอนกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579927

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:30

 

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์จะเข้าไปตรวจสอบสัญญาการเช่าที่ดินเดิมระหว่างกรมธนารักษ์กับเอกชน ที่เช่าที่เพื่อการพาณิชย์ โดยพบว่าที่ผ่านมา สัญญาการเช่าที่ราชพัสดุหละหลวมมาก ซึ่งมีสาเหตุหลัก 2 ประการคือ 1.ราคาค่าเช่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี 2527 และยังมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว และ 2.สัญญาเช่าที่กรมธนารักษ์ทำกับภาคเอกชนระบุว่า สัญญาเช่าจะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงมีการอาศัยช่องโหว่นี้ โดยไม่ยอมก่อสร้างโครงการให้เสร็จสิ้น เช่น อ้างว่ากำลังก่อสร้างท่อระบายน้ำ หรือยังไม่ได้ทาสีอาคาร แต่ในระหว่างนั้นก็เปิดธุรกิจค้าขายตามปกติทำให้สัญญาที่ตกลงเอาไว้ 20 ปี ก่อสร้างเสร็จ 10 ปี สัญญาก็กลายเป็น 30 ปีโดยปริยาย

“ในช่วงที่ผ่านมากรมธนารักษ์ได้สั่งเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศไปสำรวจสัญญาที่ทำเอาไว้กับภาคเอกชน ทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 100,000 สัญญาในจำนวนนี้เป็นสัญญาที่ทำเอาไว้กับรัฐวิสาหกิจ 30-40 สัญญาที่เหลือทั้งหมดเป็นสัญญาเพื่อเชิงพาณิชย์ ที่อยู่อาศัยและการเกษตร โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ผลการสำรวจจะเสร็จสิ้น หลังจากนั้นกรมธนารักษ์ก็จะออกประกาศแก้ไขเนื้อหาสาระของสัญญาใหม่ โดยสัญญาเดิมที่ยังมีผลผูกพันจะไม่เข้าแตะต้อง แต่หากต่อสัญญาใหม่จะให้เริ่มนับสัญญาเช่าตั้งแต่วันทำสัญญา จะไม่ระบุว่าสัญญาจะเริ่มต้นเมื่อโครงการเสร็จ

ส่วนการเพิ่มค่าเช่าที่ดินใหม่นั้น จะสำรวจค่าเช่าใหม่ทั่วประเทศ โดยค่าเช่าเพื่อการพาณิชย์จะต้องปรับขึ้นเพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุดเช่น ที่ราชพัสดุที่มีการเช่าทำตลาดสด กรมธนารักษ์คิดเพียงตารางวาละ 2.50 บาทต่อปี แต่ในความเป็นจริง เจ้าตลาดคิดค่าเช่ากับผู้ค้าเป็นทอดที่ 2 วันละ 100-200 บาท และยังคิดค่าเซ้งแผงเป็นรายปีอีกด้วย ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้ หากดำเนินการได้ก็จะเพิ่มรายได้ให้แก่กรมธนารักษ์อีกประมาณ 25% หรือเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันจัดเก็บได้ 4,000 บาทจะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท.