Dr. Guislain Museum และ Janssen Research & Development, LLC เปิดรับสมัครผู้เข้าชิงรางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เกนต์, เบลเยียม–2 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – การเฟ้นหาผู้มีคุณูปการในการเยียวยาผู้ป่วยสุขภาพจิตที่ถูกตีตราจากสังคม

          พิพิธภัณฑ์ Dr. Guislain Museum ในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยี่ยม จับมือกับบริษัท Janssen Research & Development, LLC ขอเชิญชวนบุคคลและองค์กรทั่วโลกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” ประจำปีครั้งที่ 5 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล โครงการ หรือองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ดีเด่นในด้านการช่วยเหลือผู้ป่วยสุขภาพจิตที่ถูกตีตราจากสังคม โดยบุคคลและองค์กรจากทั่วโลกสามารถเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลได้ที่ www.drguislainaward.org ซึ่งจะเปิดรับรายชื่อจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่า 50,000 ดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้สานต่อในการดำเนินงานให้เกิดการลดการตีตราจากสังคมในหมู่ผู้ป่วยสุขภาพจิตต่อไป

logo

          “ผู้ป่วยสุขภาพจิตทั่วโลกยังคงถูกตีตราในสังคม เราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชิดชูเกียรติผู้ที่เป็นแนวหน้าในการต่อสู้เพื่อลดอคติที่มีต่อผู้ป่วยสุขภาพจิต” Brother Rene Stockman ผู้อำนวยการใหญ่ของ Dr. Guislain Museum กล่าว “Dr. Guislain ได้อุทิศตนมาทั้งชีวิตเพื่อกำจัดอคติและสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม เราภูมิใจที่ได้สานต่องานอันทรงเกียรติเช่นนี้ ด้วยการยกย่องผู้ที่ทุ่มเทให้กับผู้ป่วยสุขภาพจิตซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้”

          คณะกรรมการคัดเลือกอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสุขภาพจิตระดับโลก จะตัดสินบุคคล โครงการ หรือองค์กรที่ได้รับรางวัลนี้ และจะจัดพิธีมอบรางวัลในวันสุขภาพจิตโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ที่มหานครนิวยอร์ก

          จากความทุ่มเทอย่างไม่ลดละและความสามารถอันโดดเด่นในการช่วยบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ของผู้ป่วยสุขภาพจิต อีกทั้งยังได้บุกเบิกและสนับสนุนการตั้งชมรมศิลปะภายในสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยสุขภาพจิต ทำให้ Janos Marton, Ph.D. ผู้อำนวยการของ The Living Museum ในย่านควีนส์ของนิวยอร์ก เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลเมื่อปีที่แล้ว

          “Janssen มีประวัติอันยาวนานและมีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและทางระบบประสาท” Husseini K. Manji, MD หัวหน้าฝ่ายรักษาโรคทางประสาทวิทยาศาสตร์ บริษัท Janssen Research & Development, LLC กล่าว “เป้าหมายสูงสุดของเราคือการเปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วยสุขภาพจิตทุกคน ซึ่งสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้เรายกย่องบุคคลจากทั่วโลกที่มีส่วนในการกำจัดการตีตราจากสังคมให้หมดไป”

          Janssen มีความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ โดยย้อนไปตั้งแต่สมัย Dr. Paul Janssen (พ.ศ.2469-2546) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นทั้งแพทย์และนักวิจัยเภสัชกรรมที่มีพรสวรรค์ รวมถึงมีความทุ่มเทที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น และเพื่อสานต่อปณิธานของเขา Janssen จึงให้การสนับสนุนชุมชนสุขภาพจิตรวมถึงองค์กรและโครงการต่างๆมากมาย โดยในปี 2554 ทาง Janssen Pharmaceutical Companies of Johnson & Johnson ได้เปิดตัวโครงการ Healthy Minds ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างพันธมิตรในแวดวงเทคโนโลยีชีวภาพ เภสัชกรรม และภาครัฐ เพื่อเร่งให้เกิดการคิดค้นยารักษาใหม่ๆสำหรับโรคทางสมอง

          เกี่ยวกับ Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” Award

          บุคคล องค์กร หรือโครงการต่างๆจากทั่วโลกที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ในการจัดการหรือรณรงค์ให้สังคมเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิต ต่างมีสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” ซึ่งรางวัลนี้จะมอบให้แก่บุคคล องค์กร หรือโครงการที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

          – มีคุณูปการด้านการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตในระดับวัฒนธรรม และ/หรือ ระดับสังคม

          – ทุ่มเททำงานเพื่อลดการตีตราจากสังคมในหมู่ผู้ป่วยสุขภาพจิต

          – ส่งเสริม/ให้ความเอาใส่ใจดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิต

          – ทุ่มเททำสิ่งเหล่านี้ด้วยใจรัก ด้วยความคิดสร้างสรรค์ และแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

          รางวัล Dr. Guislain “Breaking the Chains of Stigma” นี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Joseph Guislain (พ.ศ.2340-2403) ผู้อุทิศตนให้กับการช่วยเหลือผู้ป่วยสุขภาพจิต และเป็นจิตแพทย์ชาวเบลเยียมคนแรกที่ทำการรักษาผู้ป่วยสุขภาพจิตตามหลักวิทยาศาสตร์ Dr. Guislain ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับผู้ป่วย และช่วยให้ผู้ป่วยมีสถานะทางสังคมที่ดีขึ้น ทั้งนี้ Dr. Guislain Museum ร่วมกับ Janssen ในการสนับสนุนรางวัลนี้ โดยใช้เงินทุนจาก Janssen โดยที่องค์กรทั้งสองแห่ง ต่างมีประวัติอันยาวนานและมีส่วนร่วมในการวิจัย รักษา และให้ความรู้เกี่ยวกับอาการป่วยทางสุขภาพจิตมาโดยตลอด

          เกี่ยวกับ Dr. Guislain Museum

          Dr. Guislain Museum ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2529 ที่เมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านจิตเวชศาสตร์ รวมถึงจัดแสดงผลงานศิลปะเกี่ยวกับผู้ที่ถูกสังคมกีดกัน นอกจากนั้นยังมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนในหัวข้อต่างๆ Dr. Guislain Museum มีภาพถ่ายทางจิตเวช เอกสารสำคัญที่เก็บรวบรวมมานานกว่า 200 ปี และห้องสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ด้านจิตเวชศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบความรู้ให้แก่สาธารณชน ทำให้ผู้คนเลิกเข้าใจผิดและเลิกมีอคติกับการรักษาผู้ป่วยสุขภาพจิต พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผู้เข้าชมราว 72,000 คนต่อปี

          พนักงานและเจ้าหน้าที่ของบริษัท Johnson & Johnson และ Janssen Research & Development, LLC รวมถึงบริษัทสาขาและบริษัทในเครือ พิพิธภัณฑ์ Dr. Guislain Museum เอเจนซี่โฆษณาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสมาชิกครอบครัวใกล้ชิดของบุคลากรที่กล่าวถึงข้างต้น ไม่มีสิทธิเข้าร่วมในรางวัล Dr. Guislain Award ทั้งในฐานะผู้เสนอชื่อ ผู้ชิงรางวัล หรือผู้ตัดสินรางวัล โดยคำว่าครอบครัวใกล้ชิดนั้นหมายถึงพ่อแม่ พี่น้อง หรือบุคคลที่อาศัยอยู่ในชายคาเดียวกันกับพนักงาน

          ติดต่อ:

          Patrick Allegaert

          Dr. Guislain Museum

          โทร. +32 9 216 35 95

          อีเมล: allegaert.patrick@gmail.com 

          Yoon Hee Lamot

          Dr. Guislain Museum

          โทร. +32 9 216 35 36

          อีเมล: y.lamot@museumdrguislain.be

AACSB International โชว์นวัตกรรมแห่งอัจฉริยะภาพและการสร้างสรรค์จากสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เทมปา, ฟลอริดา–2 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          การเปิดตัวโครงการ “Innovations That Inspire” ซึ่งพร้อมนำเสนอกลยุทธ์เชิงสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ ทั้งกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การเป็นผู้ประกอบการ การพัฒนาอาชีพและอื่นๆ

          สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่างๆ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยความคิดนอกกรอบมาเป็นเวลานาน ในวันนี้ ณ ที่ประชุมคณบดีของสถาบัน  AACSB International (AACSB) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานระดับโลก และเป็นสมาชิกสมาคมของสถาบันธุรกิจหลายแห่ง ได้จัดแสดงตัวอย่าง นวัตกรรม 30 รายการ ที่นำเสนอวิธีการที่สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่างๆ คิดค้นนวัตกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้านธุรกิจได้อย่างหลากหลาย

          เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองครบรอบศตวรรษของ AACSB และโครงการด้านวิสัยทัศน์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ การเปิดตัว ” Innovations That Inspire ” จึงจะช่วยนำเสนอจุดเด่นของวิธีต่างๆ ที่สมาชิกสถาบันการศึกษาในเครือ AACSB ทั่วโลกใช้ในการรังสรรค์และสร้างความหลากหลายให้แก่บรรยากาศในการเรียนรู้ด้านธุรกิจ ตั้งแต่วิธีการเข้าถึงการวิจัยและการศึกษาค้นคว้าไปจนถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น รวมถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการและการดำเนินงาน สถาบันธุรกิจเหล่านี้จะเป็นผู้ให้คำจำกัดความใหม่ๆเกี่ยวกับวิธีการที่สถาบันวิชาการทุกแขนงสร้างสรรค์ สั่งสอน เชื่อมโยง และนำทางผู้เรียน

          “สถาบันการศึกษาธุรกิจทั่วโลกต่างมีส่วนช่วยสนับสนุนสังคมในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งจากความคิดนอกกรอบ การบุกเบิกวิชาการเชิงปฏิบัติ ไปจนถึงการทุ่มเทเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้บริการธุรกิจในอนาคต” นายโทมัส อาร์. โรบินสัน ประธานและซีอีโอของ AACSB กล่าว “โครงการ Innovations That Inspire จะนำความคิดมาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรม ความสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการซึ่งฝังอยู่ในสายเลือดของสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่างๆ เราภูมิใจที่ได้นำเสนอความคิดอันล้ำลึก กว้างขวาง และแยบคายอันเกิดขึ้นจากการศึกษาด้านการบริหารจัดการในทุกๆ วันนี้”

          สมาชิก AACSB ได้รับเชิญให้ร่วมแบ่งปันวิธีการซึ่งท้าทายอุดมคติแบบเดิมๆ และสร้างผลกระทบด้านบวกต่อสถาบัน นักเรียน และสังคมในภาพรวม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มดังกล่าว โดยมีการส่งผลงานกว่า 300 ชิ้น จากสถาบันซึ่งเป็นสมาชิกเครือ AACSB กว่า 200 แห่ง ใน 35 ประเทศ ที่ล้วนมีแรงบันดาลใจในการสร้างความมุ่งมั่นเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ นวัตกรรม และผลกระทบให้เกิดขึ้น

          “Innovations That Inspire ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่ AACSB หาทางผลักดันและสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาดเนธุรกิจต่างๆ เปิดรับความคิดนอกกรอบ” วิลเลียม เอช. กลิค ประธานผู้บริหาร AACSB และ คณบดีของสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านธุรกิจ เจส เอช. โจนส์ แห่งมหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าว “การส่งผลงานต่างๆเข้ามาล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลังของสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของ AACSB ในการเป็นผู้ผลักดันนวัตกรรม สร้างสรรค์ความรู้ แหล่งการเรียนรู้อันไม่สิ้นสุด การเป็นผู้นำด้านภาวะผู้นำ และสามารถแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้”

          สำหรับรายละเอียดภาพรวมของนวัตกรรมที่จะนำไปจัดแสดง กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ www.AACSB.edu/Innovations-That-Inspire ในอีกไม่กี่เดือนนี้ AACSB จะเริ่มจัดแสดงตามโรงเรียนต่างๆมากขึ้น รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับของความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นอันน่าประทับใจจนอยู่ในระดับที่ได้คุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกในเครือ AACSB จะได้รับช่องทางในการเข้าถึงฐานข้อมูลมาตรฐานของ AACSB ที่มีชื่อว่า  DataDirect อีกด้วย

          ลักษณะที่ครอบคลุมของโครงการริเริ่มด้านวิสัยทัศน์ที่ AACSB กำลังจะจัดขึ้น มีพร้อมให้ชมแล้วที่ www.AACSB.edu/Vision สำหรับผลงานค้นคว้าจากโครงการด้านวิสัยทัศน์นี้ จะได้รับการนำเสนอที่งาน  ICAM ประจำปี 2559 ที่บอสตัน รัฐแมสซาชูเชตส์ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายนนี้

          เกี่ยวกับ AACSB International

          AACSB ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2459 เป็นสมาคมที่ประกอบไปด้วยสถาบันการศึกษา สถาบันธุรกิจ ตลอดจนองค์กรต่างๆกว่า 1,450 แห่งใน 90 ประเทศ AACSB มีพันธกิจในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนด้านการบริหารจัดการทั่วโลก ด้วยการรับรองคุณภาพ เป็นผู้นำทางความคิด และให้บริการมูลค่าเพิ่ม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสำคัญซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับรองให้กับสถาบันการศึกษาที่สอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกสาขาธุรกิจและการบัญชี AACSB ได้นำเสนอบริการที่หลากหลายให้กับวงการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ AACSB มีสำนักงานใหญ่ระดับโลกอยู่ที่เมืองเทมปา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่สิงคโปร์ รวมถึงสำนักงานใหญ่ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

ฤกษ์ดี!’เปิ้ล นาคร’เข้าพิธีปลงผม เตรียมอุปสมบท15วันที่อินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200614

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 15.31 น.
3 ก.พ.59 พิธีกรอารมณ์ดี “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” ได้ฤกษ์ดีเข้าพิธีปลงผมนาคและขอขมา ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร พร้อมกับ “จอนนี่ แอนโฟเน่” เพื่อเตรียมไปบรรพชาและอุปสมบท ณ แดนพุทธภูมิ ลานพระศรีมหาโพธิ์ ประเทศอินเดีย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 4-15 ก.พ.นี้

โดยมีญาติและพี่น้องคนบันเทิงมาร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้อย่างอบอุ่น

ภาพจาก : @ple_nakorn , @june_kasama

ชีวิตดี!’จ๊ะ อาร์สยาม’แอ่วเหนือ ขับเบนซ์คันงามเดินสายทำบุญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200605

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 15.17 น.
3 ก.พ.59 ต้องบอกว่าชีวิตดี๊ดี!! สำหรับนักร้องขาแดนซ์ จ๊ะ อาร์สยาม ที่ล่าสุดว่างจากเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตขอไปใช้ชีวิตชิวๆ ขับรถเบนซ์ป้ายแดงสีขาว เดินสายทำบุญโดยเจ้าตัวยังแบ่งปันภาพแห่งความสุขผ่านเฟซบุ๊ก นงผณี มหาดไทย (จ๊ะ อาร์สยาม) ให้แฟนๆได้ติดตามและร่วมอนุโมทนาบุญอีกด้วย

ขอบคุณ : นงผณี มหาดไทย (จ๊ะ อาร์สยาม)

ลือสนั่น!!’ปลื้ม-ทับทิม’ส่อรักล่ม ชาวเน็ตจับผิดแยกบ้านกันอยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200583

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 14.20 น.

3 ก.พ.59 กลายเป็นประเด็นเมาท์ว่อนโซเชียล เมื่อบนเว็บไซต์พันทิปสมาชิกชื่อว่า เก้าหาง ได้มีการตั้งกระทู้ตั้งข้อสงสัยว่า ปลื้ม สุรบถ กับ ทับทิม มัลลิกา พิธีกรรายการดังอย่าง VRZO ว่าทั้งคู่เลิกกันแล้วเหรอ ? “พอดีไปเห็นฟีตทับทิมขึ้นมาในเฟสพอดี เลยกดอ่านคอมเม้น มีแต่คนถามว่าเลิกกันแล้วเหรอ เห็นว่าแยกกันอยู่แล้ว ทับทิมย้ายกลับไปอยู่บ้านตัวเอง จริงเท็จอย่างไรคะ”
หลังจากที่บนเฟซบุ๊ก Tub Tim ได้โพสต์ภาพบ้านหลังใหม่พร้อมข้อความว่า “วันนี้วันดี ซื้อบ้านให้ตัวเองหลังแรก หลังจากตระเวนหามานาน ถูกใจ แฮปปี้เดย์” งานนี้เลยทำให้แฟนคลับเกิดข้อสงสัยโดยเข้าไปแสดงความคิดเห็นว่าระยะหลังมานี้ไม่เห็นทับทิมอัพรูปและออกงานคู่ หรือว่าทั้งคู่จะเลิกกันแล้ว ? รวมถึงบนอินสตาแกรมสาวทับทิม tubtimofficial ยังได้ตอบกลับบนอินสตาแกรมว่า “ยังอยู่ดีมีชัยค่ะ”
ด้าน ออม สุชาร์ ซึ่งเป็นเพื่อนสาวคนสนิทของสาวทับทิม เผยว่าก่อนหน้านี้พอทราบบ้างว่าทั้ง 2 คน เคยมีปัญหาทะเลาะกัน แต่ทั้งนี้อยากให้ไปถามทั้ง 2 คนมากกว่า
อย่างไรก็ตามกับประเด็นดังกล่าวด้านฝ่ายชายจะออกมาชี้แจงเรื่องทั้งหมดเร็วๆ นี้
ขอบคุณ :  Tub Tim , เก้าหาง , 

ชีวิตต้องสู้!!..”ดู๋ ดอกกระโดน” จากตลกดังสู่พ่อค้าสาหร่ายทอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200553

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 09.32 น.
เป็นเรื่องธรรมดาของวงการบันเทิงที่ชื่อเสียงนั้นมักไม่มีความจีรัง การเป็นที่รู้จักย่อมหายไปตามกาลเวลา แถมยังมีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมแจ้งเกิดเป็นดาวเด่นอยู่ตลอด เช่นเดียวกับวงการตลกที่จะเห็นได้ว่านักแสดงตลกรุ่นเก่าที่หลายคนเคยคุ้น ก็เริ่มหายหน้าไปพร้อมกับการปิดตัวลงของคาเฟ่ต่างๆ ทำให้มีรายได้ลดลงและไม่แน่นอน หลายคนจึงต้องดิ้นรนหาอาชีพที่สามารถทำเงินเพื่อหาเลี้ยงปากท้องและครอบครัวได้

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตลกชื่อดัง “ดู๋ ดอกกระโดน” ผู้สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมากมาย ที่โด่งดังในยุคตลกคาเฟ่ เคยได้รับรางวัลนักแสดงตลกดีเด่น รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิงถึง 2 ปี และเคยรับตำแหน่งนายกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย และเป็นตลกอีกคนหนึ่งที่ไม่นิยมเล่นมุกหยาบโลน ซึ่งคาแรคเตอร์ของดู๋ที่ทำให้ผู้คนจดจำได้เมื่อครั้งยังเล่นตลกอยู่นั้น คือ การสวมสูท และสวมหมวกตอนที่แสดงตลก พร้อมกับมุกการพูดเลียนเสียง และเล่นมุกตอบคำถาม ถ้าหากใครตอบผิดจะโดนตีหัวด้วยถาด หรือสายพันท่อแอร์ ที่เป็นมุกที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คนมากมาย แต่ในตอนนี้งานตลกเริ่มซบเซา ทำให้รายได้น้อยลง ตลกรุ่นใหญ่ผู้นี้จึงได้หันมาทำธุรกิจ “สาหร่ายทะเลฟู ดู๋ ดอกกระโดน”

โดย ดู๋ ดอกกระโดน ได้เริ่มต้นธุรกิจมาจากความชอบมาจากการชอบกินสาหร่าย และเริ่มขายตามงานต่างๆ ซึ่งจุดเด่นของแบรนด์คือการที่เป็นตลกผู้สร้างรอยยิ้มของตนเองนั้น เมื่อคนจำได้ต่างก็พากันมาอุดหนุน พร้อมทั้งมีรสชาติที่ถูกปากแบบไทยๆ ทานง่าย ซึ่งตอนนี้มี 2 รสชาติ คือรสดั้งเดิม และรสเข้มข้นที่เผ็ดกำลังดี โดยในตอนนี้ผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าโอทอปและกำลังอยู่ในขั้นตอนขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมยืนยันว่าสาหร่ายนั้นอร่อยในตัวอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีผลิตภัณฑ์ ดินเกษตร ตรา ดู๋ ดอกกระโดน ที่เป็นหุ้นส่วนและพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังขายดิบขายดี ทั้งยังได้ส่งออกไปยังประเทศลาวอีกด้วย

ดู๋ ดอกกระโดน เผยว่าเหตุที่ต้องผันตัวเองจากตลกดังมาทำธุรกิจเพราะเมื่อก่อนอยากทำธุรกิจอยู่แล้วแต่ไม่มีเวลา จนตอนนี้งานตลกเริ่มลดน้อยถอยลงจึงได้เริ่มทำธุรกิจ ซึ่งตอนนี้ก็ยังพอมีงานในวงการอยู่บ้าง เช่น ละคร ภาพยนตร์ ต่างๆ

โดยได้พูดถึงวงการตลกในตอนนี้ว่า “คนก็ยังชอบดูตลกอยู่  แต่ตลกจะเริ่มน้อยลงเพราะไม่มีเวทีให้แสดง คนจ้างน้อยลง ถ้าไม่มีชื่อเสียงจริงๆ ก็จะอยู่ไม่ได้” พร้อมกับฝากถึงผู้ที่คิดอยากเริ่มต้นทำธุรกิจว่า ขอให้ตั้งใจ อดทน ลองแล้วลองอีก ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ราคาไม่แพงเกินไปก็จะไปได้สวย

ดู๋ ดอกกระโดน ถือเป็นตัวอย่างของดาราตลกที่ครั้งหนึ่งเคยประสบความสำเร็จและเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ชีวิตพลิกผันไปตามกาลเวลา จากชีวิตในคาเฟ่กลายเป็นพ่อค้าขายสาหร่ายทอดเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว สู้ชีวิต ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต

 

ฤกษ์ดี!!’เคน ภูภูมิ’ขึ้นบ้านใหม่ ภูมิใจด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200435

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 16.34 น.
2 ก.พ.59  ต้องขอแสดงความยินดีกับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ หรือ เคน ภูภูมิ พันละแหง ที่ขยันขันแข็งผลิตผลงานดีๆออกมา จนเก็บเงินซื้อบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัว และล่าสุดเช้าวันนี้ ได้ฤกษ์ดีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ โดยมีผู้ใหญ่ในวงการบันเทิง อาทิ เอ ศุภชัย , พี่หน่อง อรุโณชา รวมถึงคู่จิ้นอย่าง น้ำตาล พิจักขณา ร่วมแสดงความยินดีด้วย

ขอบคุณ : ken_phupoom

Inter Entertainment : 3 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200434

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ไฮดี้ คลูม เผยเสียใจ ปฏิเสธบทใน ‘Zoolander 2’

เพราะเป็นนางแบบงานชุก เมื่อมีงานภาพยนตร์อย่าง “Zoolander 2” ของ เบน สติลเลอร์ เข้ามา นางแบบสาว ไฮดี้ คลูม เลยต้องปฏิเสธไปแบบที่เจ้าตัวบอกว่าเสียดายสุดๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้ หลังจากที่เคยได้มาปรากฏตัวในภาคที่แล้ว

คลูมให้สัมภาษณ์ว่าเธอไม่มีเวลาให้กับภาพยนตร์เรื่อง “Zoolander 2” ด้วยตารางงานที่แน่นขนัด “ฉันกำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำรายการทางโทรทัศน์ถึง 3 รายการในตอนนั้น และโชคไม่ดีเลยที่ฉันไม่สามารถจะจัดตารางลงได้ แต่ฉันเองก็อยากจะมีส่วนร่วมกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ฉันก็เลยรู้สึกอิจฉาคนอื่นๆ มาก”

เมื่อถามถึงการปรากฏตัวของเธอในภาพยนตร์ภาคที่แล้ว นางแบบสาวถึงกับจำไม่ได้ว่าเธอเคยมีส่วนร่วมในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ ก่อนจะพูดว่า
“โอ้พระเจ้า เห็นไหมว่ามันตั้ง 15 ปีมาแล้วอยู่ๆ ฉันก็ลืมไปเลย เห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้นเวลาที่คุณมีลูกสี่คน มันดูดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากคุณจนหมดเลย”

“Zoolander 2” มีกำหนดเข้าฉายในบ้านเราในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ โดยนอกจากนำแสดงโดย เบน สติลเลอร์และ โอเวน วิลสัน แล้ว ยังมีศิลปินดาราดังมาร่วมรับเชิญอีกคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น เพเนโลเป้ ครูซ, จัสติน บีเบอร์,อเรียนา แกรนเด, เคที่ แพร์รี่ และ เบนเนดิกต์ คัมเบอร์แบช

‘โจเซฟ ไฟนส์’ โดนวิจารณ์ยับหลังตอบรับบท ‘ไมเคิล แจ๊คสัน’

จัดเป็นดาราเจ้าบทบาทคนหนึ่งสำหรับ โจเซฟ ไฟนส์ แต่ใครจะคิดว่าเขาจะต้องเผชิญกับความกดดันทางด้านเชื้อชาติอย่างหนักเมื่อต้องมารับบทแสดงเป็น ไมเคิล แจ๊คสัน

นักแสดงหนุ่มจะมารับบทเป็นราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เรื่อง “Elizabeth, Michael and Marlon” ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในฐานะที่เขาเป็นคนผิวขาว ที่จะมารับบทเป็นชาวผิวสี

กระแสตอบรับทางแง่ลบส่วนหนึ่งโยงเรื่องนี้เข้ากับกระแสรางวัลออสการ์ที่มีแต่ดาราผิวขาวที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสำคัญๆ โดยผู้ไม่เห็นด้วยรายหนึ่งทวิตว่า “ดาราผิวขาวกำลังจะมาแสดงเป็นเอ็มเจ. เพราะเห็นได้ชัดว่าเรายังมีสีขาวไม่พอในฮอลลีวู้ด” สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Elizabeth, Michael and Marlon” นั้น จะเป็นเรื่องราวการขับรถไปท่องเที่ยวของ เอลิซาเบธ เทเลอร์, มาร์ลอน แบรนโดและ ไมเคิล แจ๊คสัน ตามมาด้วยการก่อการร้ายในนิวยอร์กที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 นั่นเอง

เบน สติลเลอร์ ชมเปาะ จัสติน บีเบอร์ มากความสามารถ

ไม่เป็นที่ปฏิเสธว่า จัสตินบีเบอร์ เป็นศิลปินที่มีข่าวอื้อฉาวในแง่ลบมากที่สุดคนหนึ่งของวงการ แต่ เบนสติลเลอร์ ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับนักร้องหนุ่มในภาพยนตร์เรื่อง “Zoolander 2”ออกมาปกป้องบีเบอร์จากกระแสความเกลียดชังนักร้องหนุ่มว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมที่เขาจะโดนโจมตีแบบนี้

สติลเลอร์กล่าวถึงบีเบอร์ว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจนะ เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในภาพยนตร์ชี้ให้เห็นว่าผู้คนรู้สึกยังไงกับเขา ผมคิดว่าจัสตินเป็นเหมือนกับรูปลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาดึงดูดคนอื่นเป็นอย่างมาก”

นอกจากนี้ สติลเลอร์ยังชมบีเบอร์อีกด้วยว่า “เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นคนที่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้เขามีผลต่อความรู้สึกของคนอื่นๆ ได้ขนาดนี้ แต่เขาก็เป็นเด็กที่ดีมาก และผมก็โชคดีมากที่ได้เขามาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ผมคิดว่าพวกที่วิจารณ์บีเบอร์ต่างก็ต้องการที่จะเป็นแบบเขานะ พวกเขาอยากมีชีวิตแบบจัสติน บีเบอร์ ยอมรับมาเถอะ ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ในเรื่องทั้งหมดนี้ และผมก็ยังคิดว่าเขาจะเป็นคนที่หัวเราะทีหลังด้วย”

ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ปลื้ม ได้โอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตปาปา

ถึงแม้ตารางงานจะยุ่งแค่ไหน แต่พระเอกหนุ่ม ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ก็เป็นปลื้มที่เขาได้มีโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ในการได้เข้าเฝ้า สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ที่นครวาติกัน เป็นการส่วนตัวเมื่ออาทิตย์ก่อน

มีรายงานว่า พระเอกหนุ่มเดินทางไปถึงที่พำนักของสมเด็จพระสันตปาปาตั้งแต่รุ่งเช้า และทำการจูบแหวนของท่าน พร้อมกับกล่าวเป็นภาษาอิตาเลียน โดยมีใจความว่า “ท่าน…ขอบคุณที่ได้ให้โอกาสผมมาเข้าเฝ้าท่านอย่างเป็นการส่วนตัว”

ดิคาปริโอ และสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสต่างก็ได้แลกเปลี่ยนของขวัญ ก่อนจะสนทนากันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยพระเอกหนุ่มยังได้มอบหนังสือที่รวบรวมศิลปะสมัยศตวรรษที่ 15ของจิตกรชาวดัชต์ ส่วนสมเด็จพระสันตปาปาเองก็ได้ประทานงานเขียนของพระองค์ให้กับพระเอกหนุ่มด้วยเช่นกัน

เซน มาลิค ประกาศชัด บอยแบนด์ไม่ใช่สไตล์ที่ถนัด

กำลังมีผลงานซิงเกิ้ลใหม่ที่ฉายเดี่ยวเป็นครั้งแรกมาให้แฟนๆ ได้ฟัง สำหรับ เซน มาลิค ซึ่งซิงเกิ้ลนี้ทำให้แฟนๆ ที่รอคอยเขาหายคิดถึงกันไปได้โข โดยมาลิคให้สัมภาษณ์ว่าเขาดีใจที่ได้ทำงานเพลงออกมาอีกครั้ง และกล่าวว่าเขาไม่เคยคิดอยากจะเป็นศิลปินบอยแบนด์ตั้งแต่แรก

นักร้องหนุ่มอธิบายว่า “ผมรู้สึกเสมอว่าผมอยากจะไป ตั้งแต่ปีแรกแล้ว ผมเองไม่อยากจะอยู่ในนั้นหรอก ในวงน่ะ ผมก็แค่อยากจะลองดูเพราะว่าโอกาสมันมา ณ ตอนนั้น ผมไม่สามารถออกความคิดเห็นได้เพราะว่ามันไม่เหมาะสมในฐานะที่พวกเราเป็นศิลปินที่เป็นกลุ่ม และไม่เหมาะสมกับสิ่งที่พวกเราได้แสดงออก”

มาลิคกล่าวต่อว่า “ผมคิดว่าคนอื่นๆ ในวงก็ทราบว่า ในเรื่องของงานเพลงที่พวกเราทำ มันไม่ใช่สไตล์ของผมเลย พวกเขาก็คงรู้ล่ะ แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากให้ผมออกจากวง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถจะพูดให้ผมเปลี่ยนใจได้เหมือนกันในตอนนั้น ผมได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยออกมา”

คิม คาร์เดเชียน ยกพี่สาว เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต

ชีวิตค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยสำหรับเซเลบฯสาวอย่าง คิม คาร์เดเชียน ที่ไหนจะต้องเลี้ยงลูกคนแรกอย่าง นอร์ท เวสต์ ไหนจะต้องดูแลสุขภาพกับการตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ซึ่งคิมกล่าวว่าตอนนี้คนที่ทำให้เธอรู้สึกดีและสบายใจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพี่สาวแท้ๆ ของเธออย่าง คอร์ทนีย์ คาร์เดเชียนนั่นเอง

คิมกล่าวถึงความผูกพันแบบพี่น้องของเธอว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะทำยังไงถ้าฉันเกิดก่อน ฉันเลียนแบบทุกอย่างที่คอร์ทนีย์ทำ เธอสอนฉันว่าผูกเชือกรองเท้ายังไง เธอสอนฉันทุกอย่าง เธอเป็นคนที่เป็นการเป็นงานที่สุด มั่นคงและสงบ อาจจะมีนานๆ ครั้งที่เธอระเบิดออกมา แต่เธอก็จะมีทัศนคติที่ว่าเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ เธอสอนฉันว่ามันไม่คุ้มที่จะต้องเสียพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น”

นอกจากนี้ คิมยังกล่าวอีกด้วยว่าการมีลูกทำให้พวกเขายิ่งผูกพันกันมากขึ้น “สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจก็คือตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเธอเป็นสาวปาร์ตี้ตัวฉกาจเลย เธอไม่ชอบเด็กๆ ด้วยซ้ำ เธอเคยมีร้านขายเสื้อผ้าเด็กและเธอก็เกลียดเอามากๆ เวลาที่เด็กๆ เดินเข้ามาในร้าน แต่ตอนนี้เธอเป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลก และตอนนี้ที่ฉันเองก็เป็นแม่คนแล้ว ฉันโทร.หาเธอเสมอในทุกๆ เรื่อง มันเป็นเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิด ฉันเลียนแบบคอร์ทนีย์ และลูกสาวของฉันก็อยากจะทำทุกอย่างให้เหมือนกับที่ เพเนโลเป้ ลูกสาวของคอร์ทนีย์ทำ เรากลับมาอยู่ในวงจรเดิมอีกครั้ง”

Quote

การทำให้คนอื่นๆ หัวเราะได้ เป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์

อแมนดา ไซย์ฟริด

‘แพท-ณปภา’ ปริปากกระแสคู่จิ้น ‘โตโน่’ แรง!! ยืนยันยังไม่มีการสานต่อ-ยอมรับผู้ชายใช่สเปก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200433

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
แอบลุ้นแอบจิ้นกันทั้งบ้านทั้งเมืองตอนนี้กับกระแส “แพท”ณปภา ตันตระกูล พิธีกรสาวจากรายการ เสียงสวรรค์ขวัญใจมหาชน ทางช่อง 8 กับนักร้องหนุ่ม “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ที่ต่างฝ่ายต่างโสดแล้วมาเจอกันระหว่างออกรายการแถมหยอกเอินกันดูน่ารักจนทำให้เหล่าบรรดากองเชียร์อยากให้ทั้งคู่สานต่อความสัมพันธ์ซึ่งพิธีกรสาว กล่าวถึงกระแสจิ้นนี้ว่า

“เรื่องกระแสโน่แพทก็ได้ยินมาบ้าง แต่ไม่มีอะไรเลย ยังไม่ได้คิดอะไร แพทกับโน่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน มาเจอกันตอนไปออกรายการ แล้วได้ทำงานด้วยกัน แต่พอรายการจบเราทั้งสองคนก็จบนะ ไม่ได้สานต่ออะไรกัน แต่หลังจากนั้นที่มีภาพออกไปก็มีคนเชียร์ก็รู้สึกดีที่มีคนเชียร์และมองเราจิ้นกัน มันน่ารักดี สำหรับแพทก็ยอมรับว่าโน่ใช่สเปกนะ เพราะเขาเป็นคนรักครอบครัวเหมือนๆ กัน แต่แพทไม่ได้คุยกับโน่นอกรอบเลยไม่มีคุยกันถึงเรื่องนี้ ถามว่าถ้าเขาจีบแพทจริงๆก็ให้โน่ตอบดีกว่า ยอมรับว่าหวั่นกระแสแฟนคลับเขาเหมือนกัน เพราะเราก็เข้าใจความรู้สึกของแฟนคลับที่จะหวงศิลปิน แต่เท่าที่แพทดูกระแสก็ไม่มีใครพูดหรือด่าอะไร มีแต่คนมาเชียร์ แพทเองก็ไม่คิดอะไรมาก ถ้ามันเป็นกระแสที่ดีแพทก็เต็มใจรับ อีกอย่างโน่เคยบอกก่อนหน้านี้ว่ากระแสที่มันเข้ามาเยอะมาก ส่วนแพทตอนนี้มีคนเข้ามาเยอะ แต่เราก็ต้องดูดีๆ ยาวๆ เพราะเราก็ไม่อยากเสียใจอีก ก็เปิดโอกาสแต่ไม่รีบ”

แรงได้อีก!! ‘เอมมี่ แม็กซิม’ ดึง ‘หนึ่ง เอพริล’ นัวกันแซ่บประกบ ‘นิกกี้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200432

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แรงได้อีกสำหรับเซ็กซี่สตาร์อกภูเขาไฟอย่าง เอมมี่-อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ หรือ เอมมี่ แม็กซิม ที่เปิดตัวการเป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำหอมมัดใจผัว กับภาพสุดได้อย่างฮือฮาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุด ปล่อยทีเด็ดด้วยการเปิดภาพพรีเซ็นเตอร์ลอตสอง คราวนี้จับ หนึ่ง เอพริล เจ้าของน้ำหอม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมด้วย พร้อมเผย
ภาพสุดสยิวกับ นิกกี้-สุระ ธีระกลงานนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ

“พอดีพี่หนึ่ง เจ้าของน้ำหอมเขาจะมีน้ำหอมกลิ่นพิเศษ น้ำหอมยั่วยวนสำหรับ “ตุ๊ด” โดยเฉพาะ คือเขาจะใส่ฟีโรโมนอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นแคริเออร์ตัวที่ 2 ซึ่งเหมาะกับ“ตุ๊ด” ใช้สำหรับเรียกรักผู้ชายที่คุณๆ เค้าหมายปอง แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์กลิ่นของ sexy girl เอาไว้ ทีนี้จะให้เอมมี่เป็นพรีเซ็นเตอร์กลิ่นนี้ก็ไม่ใช่ป่ะ เอมมี่เลยบอกพี่หนึ่งว่า งั้น…พี่หนึ่งก็เป็น พรีเซ็นเตอร์ เองแล้วกัน เหมาะดีก็เลยลงตัวมาเป็น พรีเซ็นเตอร์ร่วมกันค่ะ ซึ่งภาพชุดนี้ที่ออกมาก็ค่อนข้างหวิวนิดหนึ่ง มันเป็นการตอบโจทย์ของสินค้าที่ทางพี่หนึ่งเค้าวางไว้ค่ะ”