เฮ! ดังๆ ปตท.-บางจาก ลดอีก ราคาดีเซล 40 สต. เริ่มตี 5 พรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898292


ปตท.-บางจาก ประกาศลดราคาดีเซลลง 40 สต. มีผลตี 5 วันที่ 29 มี.ค. ส่วนเบนซิน-โซฮอล์ คงเดิม…

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล 40 สตางค์/ลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์คงเดิม มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 29 มี.ค.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน ราคา 33.66 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 26.55 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.28 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 24.04 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 19.34 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 24.69 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

หนุน ‘หอยชักตีน กาแฟคลองท่อม กะปิแหลมสัก’ ขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 17:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898246


กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนชาวบ้านจ.กระบี่ ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสินค้าท้องถิ่นเป็นสินค้าจีไอ 3 รายการ ทั้งหอยชักตีน กะปิแหลมสัก และกาแฟกระบี่ หลังพบมีศักยภาพ ยันสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และความเข้มแข็งให้ชุมชนได้แน่

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ให้ครบทั้ง 77 จังหวัดว่า ขณะนี้ กรมได้เร่งดำเนินการเชิงรุก โดยลงพื้นที่สำรวจสินค้าชุมชนที่มีศักยภาพ เพื่อส่งเสริมให้ขึ้นทะเบียนจีไอ โดยเฉพาะใน 6 จังหวัดที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือยื่นคำขอเพื่อขึ้นทะเบียน ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี ระนอง สตูล สมุทรสาคร สิงห์บุรี และกำแพงเพชร

ทั้งนี้ ล่าสุด ได้เดินทางไปจังหวัดกระบี่ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสำคัญของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และผลักดันให้ชุมชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าชุมชน โดยสินค้าของกระบี่ที่มีศักยภาพขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอ มี 3 รายการ คือ หอยชักตีนกระบี่ กะปิแหลมสัก และกาแฟกระบี่ คาดว่า ผู้ประกอบการ และชุมชนจะสามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต่อกรมได้ในเร็วๆ นี้

“จังหวัดกระบี่ นอกจากขึ้นชื่อมีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากแล้ว ยังมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยสินค้าเกษตร และอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อ เช่น หอยชักตีน ซึ่งเป็นหอยขึ้นชื่อของจังหวัด ที่นำมาบริโภคกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งกาแฟคลองท่อมที่มีรสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น”

สำหรับ หอยชักตีนกระบี่ หรือหอยสังข์กระโดด เป็นหอยทะเลที่อาศัยอยู่ในพื้นทรายปนโคลน และบริเวณหญ้าทะเลและสาหร่าย ตั้งแต่เขตน้ำขึ้น-ลง ไปจนถึงในระดับความลึกถึง 55 เมตร ในไทยสามารถพบหอยชักตีนได้ทั่วไปตามทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เช่น กระบี่ ภูเก็ต พังงา ตรัง สตูล เป็นต้น ตัวหอยมีลักษณะพิเศษ ที่ปากจะมีติ่งคล้ายๆ เล็บสีน้ำตาลยื่นออกมา ใช้สำหรับเดิน ชาวบ้านเรียกว่า “ตีน” และในการกินหอย จะต้องดึงตีนออก เพื่อให้ตัวหอยหลุดตามออกมา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ชักตีน”

ส่วนกาแฟคลองท่อม หรือกาแฟกระบี่ เป็นสายพันธุ์โรบัสต้า นิยมปลูกในพื้นที่ราบ มีความสูงจากระดับทะเลไม่มากนัก ความพิเศษ ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ คือ รสชาติที่เข้มข้น ประกอบกับตำแหน่งและสภาพอากาศของพื้นที่บริเวณคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุภูเขาไฟในดินสูง ทำให้รสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด ทำให้ปัจจุบันกาแฟคลองท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจประจำท้องถิ่นที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเมล็ดกาแฟสด กิโลกรัม (กก.) ละ 70 บาท เมื่อคั่วเสร็จราคาจะสูงถึงกก.ละ 400 บาท

“ในปีงบประมาณ 60 กรมตั้งเป้าหมายจะส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ ครบทุกจังหวัด รวมทั้งสร้างการยอมรับในตราสัญลักษณ์จีไอให้มากขึ้น เพราะสินค้าจีไอ เป็นสินค้าที่ผลิตได้เฉพาะท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง จึงเป็นสินค้าหายาก และมีราคาแพง”

 

ครม.รับทราบทบทวนเงื่อนไข TOR รถไฟทางคู่-บิ๊กตู่ บี้ให้เสร็จใน 3 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 16:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898180


ครม.รับทราบทบทวนเงื่อนไขทีโออาร์ รถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง เพิ่มจำนวนผู้เข้าประมูล “บิ๊กตู่” สั่งให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน พร้อมอนุมัติเอกชนรายเดิม เดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค, บางซื่อ-ท่าพระ…

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.รับทราบมติของคณะกรรมการการจัดซื้อจัดจ้าง (ซูเปอร์บอร์ด) ที่ให้มีการทบทวนเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ของโครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง โดยลดเงื่อนไขกำหนดผลงานผู้เข้าประกวดราคาจาก 15% เป็น 10% เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าประมูลงานจากเดิมที่มีผู้เข้ามายื่นประมูลงานเพียง 6-7 ราย คาดหวังว่าจะเพิ่มเป็น 15 ราย รวมทั้งได้แยกการประมูลระบบอาณัติสัญญาณ และงานระบบรางและงานโยธา และไม่ได้กำหนดส่งมอบเครื่องจักรคืนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อลดงบการจัดซื้อจัดจ้าง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทบทวน TOR ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

มีรายงานว่า ที่ประชุมครม. ยังอนุมัติให้เอกชนรายเดิมเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค, บางซื่อ-ท่าพระ และให้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยจะเข้ามาลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐ และขยายระยะเวลาการเดินรถสายสีน้ำเงิน หรือสายเฉลิมรัชมงคลที่วิ่งอยู่ปัจจุบันให้สิ้นสุดระยะเวลาเดียวกับสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย.

 

หุ้นไทยปิดตลาดปรับเพิ่ม 6.22 ดัชนีอยู่ที่ 1,576 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898296


หุ้นไทยปิดตลาดปรับเพิ่มขึ้น 6.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,576.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,898.61 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 28 มี.ค. 60 พบว่า หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.22 จุด เปลี่ยนแปลง +0.40% ดัชนีอยู่ที่ 1,576.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,898.61 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน).

 

‘พาณิชย์’ มั่นใจอันดับความยาก-ง่ายทำธุรกิจไทยปี 61 ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 16:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898150


‘พาณิชย์’ มั่นใจ อันดับความยาก-ง่ายทำธุรกิจไทยปี 61 ที่ธนาคารโลกจะประกาศเดือนต.ค.นี้ ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ตั้งเป้าติด 1 ใน 30 หลังเปิดให้จดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ 18 เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงอันดับความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจของไทยประจำปี 61 ที่ธนาคารโลกจะประกาศผลเดือนต.ค.60 ว่า มั่นใจอันดับของไทยจะดีขึ้นแบบก้าวกระโดด หรือขยับมาอยู่ใน 30 อันดับแรก จาก 190 ประเทศที่ถูกจัดอันดับทั่วโลก ตามเป้าหมายของรัฐบาล จากปี 60 ที่ธนาคารโลกได้ประกาศผลเมื่อเดือนต.ค.59 ไทยอยู่ที่อันดับ 46 ส่วนตัวชี้วัดด้านการเริ่มต้นการทำธุรกิจของไทย จะขยับขึ้นแบบก้าวกระโดดเช่นกัน จากปี 60 ไทยอยู่อันดับที่ 78 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของนักธุรกิจต่างชาติ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้มั่นใจว่า ผลการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทยจะดีขึ้น เป็นเพราะกรมได้พัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลให้มีความทันสมัย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยสามารถจดทะเบียนนิติบุคคลทางออนไลน์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) ได้แล้ว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ เปลี่ยนแปลง จนถึงเลิกประกอบธุรกิจ

“ทุกขั้นตอนดำเนินการผ่านระบบ e-Registration ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียน ลดการใช้เอกสาร ลดค่าใช้จ่าย และระยะเวลาการเดินทางมาติดต่อเจ้าหน้าที่ (นายทะเบียน) และทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม e-Registration จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อเปิดให้ใช้บริการอย่างสมบูรณ์แล้ว จะส่งผลให้การจดทะเบียนธุรกิจของไทยเทียบเท่าประเทศที่มีแนวปฏิบัติด้านการให้บริการจดทะเบียนธุรกิจที่เป็นเลิศของโลกจาก Best Practice เช่น นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ

ทั้งนี้ ในทุกปี ธนาคารโลกจะจัดทำรายงานการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของ 190 ประเทศทั่วโลก หรือ Doing Business ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอน ระยะเวลาการให้บริการ ค่าใช้จ่าย ระบบอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงกฎหมายและระเบียบต่างๆ ของภาครัฐ โดยมีตัวชี้วัดในการสำรวจ 10 ด้าน ได้แก่ การเริ่มต้นธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง การขอใช้ไฟฟ้า การจดทะเบียนสินทรัพย์ การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุน การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และการแก้ไขปัญหาล้มละลาย

 

‘สมศักดิ์’ สั่งด่วน ขีดเส้น 15วัน หมู่หรือจ่ายกเลิกเมล์เอ็นจีวีหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 14:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897992


‘สมศักดิ์’ สั่งด่วน ขีดเส้น 15 วัน หมู่หรือจ่า จะยกเลิกเมล์เอ็นจีวีหรือไม่ ก่อนชงบอร์ด ขสมก.พิจารณาตัดสินครั้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60 นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ ขสมก.ไปสรุปรายละเอียดของสัญญาการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน ว่าจะสามารถดำเนินการต่อรับมอบรถที่จัดหา หรือยกเลิกสัญญากับกลุ่มบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป หรือไม่อย่างไร โดยจะต้องให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน เพื่อตนจะได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรในโครงการนี้ ก่อนที่จะเสนอให้บอร์ด ขสมก.พิจารณาตัดสินใจครั้งสุดท้าย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ 

 

สมาคมทีวีดิจิตอล หารือ กสทช. ปิดวอยซ์ ขอความชัดเจนบทลงโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มี.ค. 2560 13:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897885


สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล หารือ กสทช. กรณีปิดวอยซ์ทีวี เพื่อต้องการความชัดเจนในการลงโทษ และเสรีภาพสื่อ ขณะที่ กสทช. ย้ำตัดสินภายใต้กรอบกฎหมายจากเบาไปหนัก ยืนยันไม่มีอำนาจทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง

วันที่ 28 มีนาคม สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล นำโดย นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมฯ, นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ อุปนายกสมาคมฯ และนายธีรัตถ์ รัตนเสวี ผู้อำนวยการฝ่ายรายการ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ได้เข้าหารือกับ พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กรณีพักใช้ใบอนุญาตวอยซ์ทีวี 7 วัน เพื่อขอทราบความชัดเจนในบทลงโทษของ กสทช. และเสรีภาพสื่อมวลชนในการทำหน้าที่

โดยภายหลังหารือ สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เปิดเผยว่า รู้สึกหวาดหวั่นในการตัดสินบทลงโทษของ กสทช. แต่เข้าใจในการลงโทษของ กสทช.ตามลำดับ พร้อมทั้งเรียกร้องให้จัดตั้งองค์กรกำกับดูแลกันเองในอนาคต ซึ่งขั้นตอนอยู่ระหว่างดำเนินการ

กรรมการ กสท. ระบุว่า ก่อนมีคำสั่งปิดวอยซ์ทีวี ได้แจ้งให้ทางช่องรับทราบแล้ว พร้อมยืนยันว่า การตัดสินของคณะอนุกรรมการฯ ทำตามกรอบของกฎหมาย มีบทลงโทษตั้งแต่เบาไปหาหนัก ตั้งแต่ตักเตือน และปรับ ก่อนมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต และไม่มีอำนาจทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่วอยซ์ทีวีจะไปยื่นฟ้องศาลนั้น ระบุว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยที่หันไปออกอากาศผังรายการทางช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย

ด้าน นายธีรัตถ์ รัตนเสวี ผู้อำนวยการฝ่ายรายการ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี กล่าวว่า วันแรกที่ปิดสถานี พนักงานยังทำงานตามปกติ โดยนำผังรายการหันไปออกอากาศทางช่องทางออนไลน์ เบื้องต้นยังไม่มีการปรับรายการ และอยู่ระหว่างเตรียมเอกสารยื่นฟ้องศาลปกครอง ยืนยันว่าไม่ได้รับคำสั่งปิดช่องจาก กสทช.

 

โพลาริส แจ้งล้มดีล ลงทุน ‘อะเดย์’ เรียกคืนเงินมัดจำ 120 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 13:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897892


โพลาริส แจ้งยกเลิกเข้าลงทุน เดย์ โพเอทส์ เรียกคืนเงินมัดจำ 120 ล้าน ชี้โหน่ง-วงศ์ทนง และนิติพัฒน์ ลาออก ไม่ได้บริหารงานแล้ว อาจส่งผลกระทบแผนลงทุน…

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา บมจ.โพลาริส แคปปิตัล หรือ POLAR ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า คณะกรรมการบริษัทตัดสินใจยกเลิกการเข้าลงทุนในบริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด และเรียกให้บริษัท ธนวรินทร์ จำกัด คืนเงินมัดจำจำนวน 120 ล้านบาท ให้แก่บริษัท หลังจากผู้ก่อตั้งและผู้บริหารหลัก คือ นายวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ และนายนิติพัฒน์ สุขสวย ได้ลาออกจากบริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด ไปแล้ว

บริษัทชี้แจงว่า สาระสำคัญของการเข้าลงทุนในบริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด อยู่ที่ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจของผู้ก่อตั้งและผู้บริหารหลัก คือ นายวงศ์ทนง และนายนิติพัฒน์ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่าหากนายวงศ์ทนง และนายนิติพัฒน์ ไม่ได้บริหารงานให้กับบริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด แล้ว อาจจะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับผลตอบแทนตามแผนการลงทุนที่บริษัทฯ ได้วิเคราะห์ไว้ คณะกรรมการบริษัทจึงได้ร่วมกันตัดสินใจยกเลิกการเข้าลงทุนดังกล่าว.

 

ทองไทยเปิดตลาดร่วง 50 รูปพรรณ ขายบาทละ 20,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 09:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897727


ทองไทยเปิดตลาด ร่วง 50 บาท ทองแท่งซื้อบาทละ 20,350 ขายบาทละ 20,450 รูปพรรณ ซื้อบาทละ 19,980.88 ขายบาทละ 20,950…

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองไทยเปิดตลาดครั้งที่ 1 ปรับลดลง 50 บาท โดยทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 บาท ขายออกบาทละ 20,450 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,980.88 บาท ขายออกบาทละ 20,950 บาท.

 

คริสตัลเปิดโรงงานน้ำดื่มใหม่ ชิงแชร์ตลาด 3.5 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 09:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897720


ธุรกิจน้ำดื่มมูลค่า 3.5 หมื่นล้าน แข่งขันต่อเนื่อง “คริสตัล” เจ้าตลาดอันดับ 2 ทุ่มงบก้อนโตเปิดโรงงานแห่งใหม่ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี หวังปีนี้ เติบโตได้อีก 10%…

นายเลสเตอร์ เต็ก ชวน ตัน รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัดและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท เสริมสุขฯ ทุ่มงบลงทุน 350 ล้านบาท ขยายสายการผลิตน้ำดื่มคริสตัลแห่งใหม่ใน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเปิดตัวแคมเปญยิ่งรู้จัก ยิ่งรักคริสตัลตั้งเป้ายอดขายเติบโตอีก 10% ในปีนี้

ทั้งนี้ ตลาดน้ำดื่มในปี 2559 มีมูลค่าตลาด 35,000 ล้านบาท หรือเติบโต 8% ขณะที่น้ำดื่มคริสตัลเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากถึง 13% ในปี 2559 จึงถือว่า เป็นปีแห่งความสำเร็จของคริสตัล ด้วยส่วนแบ่งตลาด 19% ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในคุณภาพที่ได้รับรางวัล และมาตรฐานการผลิตต่างๆ จาก 5 สถาบันที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนฉลากลดโลกร้อน ในฐานะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เข้าสู่ฤดูร้อนของทุกปีเป็นช่วงการขายน้ำดื่มที่ดี ทุกแบรนด์ต่างเพิ่มกำลังการผลิตและจัดกิจกรรมการตลาด ไม่นับรวมแบรนด์ท้องถิ่นอีกจำนวนมาก สำหรับแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศมีน้ำดื่มสิงห์ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ตามมาด้วยคริสตัล.