ชวนคนไทยดื่มนมเพิ่มส่วนสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897572


นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดโครงการ “รณรงค์บริโภคนมช่วงสงกรานต์” เพื่อส่งเสริมให้มีการบริโภคนมเพิ่มขึ้นตลอดปีนี้ โดยจะจัดรณรงค์บริโภคนม ตามเทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ วันที่ 1—15 เม.ย. วันดื่มนมโลกวันที่ 1—15 มิ.ย. ซึ่งในแต่ละเทศกาลจะจัดโปรโมชั่นลดราคา 5—40% ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ เทสโก้โลตัส สยามแม็คโคร บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต รวม 2,000 สาขาทั่วประเทศ

นายทศพร ศรีศักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ได้ระบุว่า วัยรุ่นไทยเตี้ยกว่ามาตรฐาน โดยเด็กไทยเมื่อมีอายุ 18 ปี ผู้ชายมีความสูงเฉลี่ย 167.1 เซนติเมตร (ซม.) ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 157.4 ซม. กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มความสูงเด็กไทย อายุ 18 ปี ให้ได้มาตรฐานสูงสมส่วน ไม่อ้วน ด้วยการดื่มนมเพื่อทำให้ ปี 2568 ผู้ชายควรมีความสูงเฉลี่ย 177 ซม. ส่วนผู้หญิง 165 ซม. รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการดื่มนมของคนไทย ให้เพิ่มจาก 14 ลิตรต่อคนต่อปีในขณะนี้ ให้เป็น 20 ลิตรต่อคนต่อปี เพราะประชากรของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมีการดื่มนม 30 ลิตรต่อคนต่อปี.

 

ตั้ง ‘สมศักดิ์ ห่มม่วง’ รองปลัดคมนาคม นั่งแท่นรักษาการ ผอ.ขสมก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 20:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897436


บอร์ด ขสมก.ตั้ง ‘สมศักดิ์ ห่มม่วง’ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นั่งแท่นรักษาการ ผอ.แทน ‘สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล’ เผยเร่งเตรียมเอกสารรับมือ ‘เบสท์ริน’ ฟ้องกลับกรณียกเลิกสัญญารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 60 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ประธานบอร์ด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า บอร์ด ขสมก. มีมติแต่งตั้ง นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ดำรงตำแหน่ง รักษาการ ผอ.ขสมก.แทนนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล หลังจากที่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีลงนามโยกย้าย นายสุระชัย เอี่ยมวิชรสกุล พ้นจากตำแหน่ง ผอ.ขสมก. ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สาเหตุที่แต่งตั้งเนื่องจาก นายสมศักดิ์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ขสมก.(บอร์ด) จึงได้ติดตามโครงการของ ขสมก.มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตำแหน่งรักษาการ ผอ.ขสมก. มีอำนาจเต็มในการบอกเลิกสัญญารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ได้ทันที โดยไม่ต้องเสนอเรื่องให้บอร์ด ขสมก.พิจารณา

“ขณะนี้ได้สั่งการให้บอร์ดเตรียมหาแนวทางบริหารสัญญาในกรณีที่ต้องบอกเลิกสัญญารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน โดยจะเร่งหาข้อสรุปเพื่อจบปัญหาดังกล่าวภายในเดือนเมษายน หลังจากที่ ขสมก.มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดเจนในการบอกเลิกสัญญา แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมหลักฐานและเอกสารยืนยัน เพื่อรับมือการฟ้องร้องของคู่สัญญาคือ บริษัทเบสท์ริน โดยจะพิจารณาข้อเท็จจริงทุกส่วนเพื่อหาแนวทางดำเนินการบอกเลิกสัญญา เพราะการที่ไม่สามารถจัดซื้อรถเมล์ใหม่นั้นมีผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูองค์กร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอีกทั้งยังส่งผลให้ประชาชนเสียประโยชน์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในระเบียบไม่ได้เขียนแนวทางบอกเลิกสัญญาไว้อย่างเด็ดขาด แต่ขณะนี้ก็พยายามรวบรวมข้อมูลโดยทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับอัยการ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการบอกเลิกสัญญาในครั้งนี้ ขสมก.ต้องชนะคดีอย่างแน่นอน”

สำหรับแนวทางการเดินหน้าโครงการของ ขสมก.นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอปรับแผนจัดซื้อรถเมล์พลังงานทางเลือกเพื่อเร่งนำรถเมล์ใหม่มาให้ประชาชนใช้ ควบคู่ไปกับการเตรียมปรับตัวเพื่อเป็นผู้ให้บริการ (Operator) จึงมีแผนจัดระเบียบเส้นทางรถเมล์โดยสารให้มีความสอดคล้องกับระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังพิจารณาเปลี่ยนรถตู้ที่เป็นรถร่วม ขสมก. ซึ่งมีอยู่ราว 6,000 คันเป็นรถตู้ไมโครบัสด้วย เนื่องจากสัญญาเดินรถของรถตู้ส่วนใหญ่จะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงจะพิจารณาให้การต่อสัญญาใหม่ต้องเปลี่ยนมาใช้รถไมโครบัสให้บริการในเมืองหลวงแทน ตามนโยบายมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาล

 

หุ้นไทยปิดตลาดปรับลด 3.01 ดัชนีอยู่ที่ 1,570 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 17:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897330


หุ้นไทยปิดตลาดปรับลด 3.01 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,570.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 30,964.38 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงครึ่งบ่ายของวันที่ 27 มี.ค.60 พบว่า ดัชนีปรับลดลง 3.01 จุด เปลี่ยนแปลง -0.19% ดัชนีอยู่ที่ 1,570.50 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 30,964.38 ล้านบาท ระหว่างวันพบว่าดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,576.12 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,568.48 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน).

 

วอยซ์ทีวี เล็งยื่นอุทธรณ์ศาลปกครอง ยันเนื้อหาไม่กระทบความมั่นคง (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 17:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897286


ผู้บริหารวอยซ์ทีวี แถลงเตรียมยื่นอุทธรณ์ศาลปกครอง หลังคณะกรรมการ กสท. มีมติพักใช้ใบอนุญาต 7 วัน ยืนยันดำเนินการตามพื้นฐานวิชาชีพสื่อ แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่แตกต่าง แต่ไม่กระทบความมั่นคง…เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2560 นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี (Voice TV) เปิดเผยว่า เห็นด้วยและเห็นต่างกับมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ที่มีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่อง 7 วัน และขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาวอยซ์ได้ดำเนินการตามพื้นฐานวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่แตกต่าง แต่ยืนยันว่าเนื้อหาไม่กระทบความมั่นคง และเตรียมดำเนินการทางแพ่งและปกครองตามความเหมาะสมต่อไป

หลังจากนี้ จะปรับการออกอากาศในช่องทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่กระทบกับการทำงานของพนักงาน และไม่มีการปลดคนออก โดยเบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 5 ล้านบาท สำหรับรายการที่ได้รับการร้องเรียน 3 รายการ ได้แก่ ที่เผยแพร่ผ่านทางช่อง Voice TV คือ รายการ ใบตองเเห้ง รายการ อินเตอร์วิว (Interview) เเละ รายการ โอเวอร์วิว (Overview) โดยรวมมีการวิพากษ์วิจารณ์ที่ขาดเหตุผล ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม ไม่มีการติชม ชี้เเนะ แนวคิดอันชอบธรรม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติกสท.พักใบอนุญาตVoiceTVรวม7วันมีผลเที่ยงคืน28มี.ค.เหตุขัดคำสั่งคสช.

 

โลตัสผนึกกระทรวงเกษตรฯ ขยายเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าอาหารสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 16:37

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897270


เทสโก้ โลตัส ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานจับคู่ธุรกิจขยายโอกาสให้เกษตรกรจังหวัดขอนแก่น ส่งผลิตผลทางการเกษตรคุณภาพสูงเพื่อจำหน่าย หวังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 เทสโก้ โลตัส ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร จัดงานจับคู่ธุรกิจขยายโอกาสให้เกษตรกรจังหวัดขอนแก่น เข้ากระบวนการสรรหาตรง ส่งผลิตผลทางการเกษตรคุณภาพสูงเพื่อจำหน่ายภายใน เทสโก้ โลตัส โดยจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ลดความเสี่ยงสินค้าล้นตลาด ซึ่งนำไปสู่ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรตกต่ำ โดยมี นายนำชัย พรหมมีชัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี

ดร.สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร ผอ.ฝ่ายสรรหาและพัฒนาอาหารสด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการจัดหาอาหารสดคุณภาพสูงและมีความปลอดภัย ในราคาย่อมเยาให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ส่งตรงจากแหล่งเพาะปลูกเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ความต้องการรับซื้อผักและผลไม้ที่ได้รับรองมาตรฐานของเทสโก้ โลตัส มากขึ้นทุกปี ปัจจุบันผลิตผลทางการเกษตรเกือบทั้งหมดที่จำหน่ายในเทสโก้ โลตัส มาจากโครงการรับซื้อตรง หรือ direct sourcing โดยในปี 2559 เทสโก้ โลตัส รับซื้อผักและผลไม้สดตรงจากเกษตรกรทั่วประเทศมากกว่า 150,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น ที่รับซื้อทั้งหมด 100,000 ตัน

สำหรับในจังหวัดขอนแก่น ที่เทสโก้ โลตัส มีศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคตั้งอยู่ ซึ่งทำให้การรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในปัจจุบันเทสโก้ โลตัส ได้รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวา จังหวัดขอนแก่น ภายใต้โครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ และต้องการสนับสนุนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ของภาครัฐ จึงได้สรรหาเกษตรกรจากโครงการเกษตรกรแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 9 ราย เข้าร่วมโครงการ BU Matching เกษตรแปลงใหญ่ เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดความเสี่ยงสินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำด้วย

ขณะที่เกษตรกร 9 ราย ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจ ได้ผ่านเกณฑ์คัดเลือกมาตรฐานกับทางเทสโก้ โลตัส โดยเป็นสินค้าผักผลไม้ประเภท ลำไย, ปลานิล, กุ้งก้ามกราม, มะม่วง, กล้วยหอม

ดร.สรินทิพย์ กล่าวอีกว่า “เทสโก้ โลตัส มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกษตรกรไทยมีความเข้มแข็งทั้งในเรื่องมาตรฐานการเพาะปลูก การวางแผนการผลิต การจัดการ ตลอดจนการตลาด เพื่อให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างผลผลิตที่ตลาดมีความต้องการได้อย่างแท้จริง”

 

เผยเดือนมี.ค.60 ‘สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน’ ลงทุนไทยเพิ่ม ดันการจ้างงานอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 16:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897230


บอร์ดต่างด้าวไฟเขียวคนต่างชาติลงทุนเดือนมี.ค.60 จำนวน 28 ราย ลดลง 12% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 59 พบส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 715 คน

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.60 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยเดือนมี.ค.60 จำนวน 28 ราย ลดลง 12% เทียบกับเดือนมี.ค. 59 โดยมีเงินลงทุนประกอบธุรกิจ 580 ล้านบาท ลดลง 30% โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 715 คน

ส่วนในช่วง 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค.) ปีนี้ มีคนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตแล้ว 69 ราย ลดลง 27.37% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อนุญาต 95 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,387 ล้านบาท ลดลง 33.25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินลงทุน 2,078 ล้านบาท ขณะที่ทั้งปี 59 มีคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในไทย 352 ราย และมีเงินลงทุนทั้งสิ้น 7,443 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตในเดือนมี.ค.60 ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม 9 ราย มีเงินลงทุน 278 ล้านบาท ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า 8 ราย มีเงินลงทุน 242 ล้านบาท โดยเป็นคนต่างด้าวจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน ธุรกิจบริการเป็นสำนักผู้แทน 5 ราย มีเงินลงทุน 15 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาครัฐ 3 ราย มีเงินลงทุน 26 ล้านบาท โดยเป็นคนต่างด้าวจากสิงคโปร์ ฝรั่งเศส และอิตาลี และธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง 3 ราย มีเงินลงทุน 19 ล้านบาท โดยเป็นคนต่างด้าวจากจีน และสิงคโปร์

“การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้ มีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิทยาการ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญ หรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น วิทยาการเฉพาะด้านเกี่ยวกับการก่อสร้างพื้นคอนกรีตชนิดต่างๆ และการใช้เทคโนโลยีช่วยให้พื้นคอนกรีตมีคุณลักษณะและคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสากล การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตเคมีภัณฑ์ประเภทสารไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ วิทยาการเฉพาะด้านเกี่ยวกับขั้นตอน มาตรฐานการผลิต เป็นต้น”

 

มติกสท.พักใบอนุญาตVoiceTVรวม7วันมีผลเที่ยงคืน28มี.ค.เหตุขัดคำสั่งคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 14:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897136


มติที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.มีมติ สั่งพักใช้ใบอนุญาติ ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) รวม 7 วัน มีผล ตั้งแต่ 00:01 น. วันที่ 28 มี.ค.2560 ด้านวอยซ์ทีวี แถลงจะมีการปรับรูปแบบออกอากาศไปออกทางเว็บไซต์ของ Voice TV แทน…

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2560 พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ คณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุฯ มีมติพักใช้ใบอนุญาต ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) เนื่องจากพบว่า วอยซ์ทีวี ออกอากาศเข้าข่ายทำผิดซ้ำซากในเนื้อหาที่กระทบความมั่นคง และรอบปี 2559 ที่ผ่านมา ทาง กสทช. ได้มีมติเตือนหลายครั้ง และมีคำสั่งพักรายการแล้ว แต่ก็ยังพบว่าได้นำเสนออยู่ ซึ่งต้องพิจารณาการลงโทษที่เข้มข้นมากขึ้น และเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เวลา 14.00 น. วันนี้ (27 มี.ค.2560) เพื่อออกเป็นมติบอร์ด กสท.

การประชุมคณะกรรมการ กสท. ช่วงบ่ายวันนี้ จะประกอบด้วย พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. พล.ท. พีระพงษ์ มานะกิจ และนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. และไม่ได้ระบุว่าจะมีการแถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการ กสท. เสร็จหรือไม่

ส่วนนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. ล่าสุดประกาศขอยุติบทบาทไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2560 จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมฯ

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ท.พีระพงษ์ ระบุว่า มติที่ประชุมบอร์ด กสท.สั่งพักใช้ใบอนุญาติ ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) รวม 7 วัน มีผล ตั้งแต่ 00:01 น. วันที่28 มี.ค. เนื่องจากกระทำการที่ขัดกับ ม.37 และประกาศคสช.ฉบับ 97 และ 103

ด้าน นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการ แถลงข่าว กรณีบอร์ด กสท. มีมติพักใช้ใบอนุญาต Voice TV 7 วัน กล่าวว่า ทางสถานีเตรียมจะปรับรูปแบบการออกอากาศ เป็นผ่านช่องทางออกไลน์ทางเว็บไซต์ของ Voice TV พร้อมปรับรูปแบบรายการ เพื่อรองรับการกลับมาออกอากาศทางทีวีดิจิตอลอีกครั้ง รวมทั้งจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป.

 

เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ทองปรับขึ้น 100 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 09:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896821


ราคาทอง เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ปรับขึ้น 100 บาท โดยทองคำแท่งขายบาทละ 20,500 ส่วนรูปพรรณขายบาทละ 21,000 …

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำประจำวัน โดยเปิดตลาดราคาปรับขึ้น 100 บาท ทั้งนี้ ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 บาท ขายออกบาทละ 20,500 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 บาท ขายออกบาทละ 21,000 บาท

 

แห่ซื้อคอนโดปล่อยเช่าต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896626


อสังหาแนวรถไฟฟ้า-เมืองท่องเที่ยวยังคึก

โบรกเกอร์ฟันธงธุรกิจอสังหาปีนี้ยังคึกคัก นักลงทุนแห่ซื้อคอนโดปล่อยให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่า ชี้ย่านสุขุมวิทตามแนวรถไฟฟ้าและเมืองท่องเที่ยวฮิต ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์เคทีบีคาดกำไรบริษัทในตลาดหุ้นปีนี้กำไรโตยกแผงกลุ่มแบงก์ พลังงาน ก่อสร้าง สื่อสารโชว์กำไรสูงสุด ขณะที่ท่องเที่ยว และขนส่งกำไรเติบโตมากสุด

นายชาตรี โรจนอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี เปิดเผยว่า ในปี 60 คาดว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์จะมีกำไรรวมกัน 24,309 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.27% เนื่องจากผู้ประกอบการที่เลื่อนเปิดตัวโครงการในปลายปีที่แล้วมาเปิดตัวในปีนี้มากขึ้น ประกอบกับมีนักลงทุนหันมาลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมในโครงการใหม่ๆ ที่เปิดตามใจกลางกรุงเทพฯที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า และตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เพื่อให้นักธุรกิจต่างชาติที่ทำงานในไทยและนักท่องเที่ยว เข้ามาเช่า เพราะจะได้ผลตอบแทนที่สูงมาก “นอกจากมีการเปิดโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้นในปีนี้แล้ว ยังพบว่า อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นก็มีผลเช่นกัน ทำให้ผู้บริโภคต้องเร่งซื้อที่อยู่อาศัยกันมากขึ้นก่อนที่ดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงขึ้นกว่านี้ และระยะหลังการซื้อคอนโดเพื่อลงทุนมีสัดส่วนที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่ลงทุนเพื่อให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยเช่า โดยย่านสุขุมวิทและย่านตามแหล่งท่องเที่ยวจะได้รับความนิยมมากขึ้น”

นายชาตรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้ บล.เคทีบีได้ปรับเพิ่มประมาณกำไร บจ.ปี 60 ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะมีกำไร 940,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 990,000 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 59 ที่ผ่านมาออกมาดีและแต่ละบริษัทได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ปี 60 กันจำนวนมาก โดยคาดว่ากลุ่มที่จะมีกำไรสูงสุดคือ กลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะมีกำไรรวม 232,197 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มพลังงาน คาดมีกำไรรวม 168,058 ล้านบาท, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กำไร 55,739 ล้านบาท, กลุ่มสื่อสาร กำไร 54,915 ล้านบาท และกลุ่มพาณิชย์ กำไร 38,789 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตจากปีก่อนมากสุด หรือเพิ่มขึ้นสูงสุด คือกลุ่มขนส่ง คาดว่าจะมีกำไร 36,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.48% รองลงมาเป็นบรรจุภัณฑ์ กำไร 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.98%, กลุ่มท่องเที่ยว กำไร 8,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.12%, กลุ่มพาณิชย์ กำไร 38,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.49% กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ กำไร 2,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.36% “ธุรกิจขนส่งและท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของภาคท่องเที่ยวและราคาน้ำมันที่ลดลง ส่งผลให้กลุ่มขนส่งมีกำไรที่เพิ่มขึ้นมากสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ โดยกลุ่มขนส่ง เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมการบิน, การขนส่งทั่วไป ส่วนธุรกิจท่องเที่ยว มีปัจจัยหลักจากปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น.

 

ผุดคลินิกแก้หนี้เสีย! ช่วยคนไทยไม่หนีหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896625


ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือ FIDF ได้อนุมัติให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เปิดโครงการคลินิกแก้หนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนของประชาชนที่มีเพิ่มขึ้นมาก โดย เฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) โดยจะจัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนในการแก้ปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่มีหนี้สินจำนวนมากยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้ต่อไปไม่ต้องกลายเป็นหนี้เสีย เบื้องต้นจะรับบริหารหนี้ที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินหลายราย มาบริหารเป็นก้อนเดียวในรูปแบบการรวมศูนย์ เพื่อให้ระบบการจัดการหนี้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้น ยังสนับสนุนหน่วยงานดังกล่าวให้เป็นกลไกของรัฐที่บริหารหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ขนาดใหญ่ในยามเกิดวิกฤติสถาบันการเงินในอนาคต

ส่วนกรณีการโอนหุ้นของธนาคารกรุงไทยซึ่งกองทุนฯถือหุ้น 7,696 ล้านหุ้น หรือ 55.05% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดให้แก่บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาตินั้นจะเป็นการโอนทั้งจำนวนตามมูลค่าตลาด.