“กต.สหรัฐ”แจง’รายงานสิทธิฯทั่วโลกประจำปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263096

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, รายงานสิทธิฯ, กต.แจงรายงานสิทธิของสหรัฐ, ของ, สหรัฐฯ, รายงานสิทธิฯของสหรัฐฯ, กต ออกแถลงการณ์ชี้แจง รายงานสิทธิฯของสหรัฐฯ ยัน, สหรัฐ, แจง, รายงาน, สิทธิ, ทั่วโลก, ประจำปี, 2016, กตสหรัฐ, กต สหรัฐฯ, รบไทย, เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

“กต. สหรัฐฯ”ออกแถลงการณ์ชี้แจง ‘รายงานสถานการณ์สิทธิฯทั่วโลก ยัน”รบ.ไทย”มุ่งมั่นทำตามโร้ดแมป หวังคืน ปชต. – ปรองดอง ปชช. ชี้รายงานจัดทำขึ้นโดยสหรัฐฯฝ่ายเดียว

          4 มี.ค. 60 – (ตรงกับวันที่ 5 มี.ค. 60 ตามวันเวลาในประเทศไทย) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่าง ๆ ประจำปี ค.ศ. 2016 ซึ่งเป็นรายงานที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาจัดทำขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีเพื่อรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐอเมริกาตามกฎหมาย Foreign Assistance Act ค.ศ. 1961

​รายงานดังกล่าวประจำปีนี้เป็นรายงานฉบับที่ 41 ครอบคลุม 195 ประเทศ ใน 6 ภูมิภาคทั่วโลก โดยรายงานฯ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่าง ๆ แบบไม่มีการจัดลำดับและไม่ระบุข้อเสนอแนะ ทั้งนี้ ในบทแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาย้ำว่า การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเป็นหลักการสำคัญของนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกายังคงยึดมั่นในคุณค่าทั้งสองนี้เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของโลก

​ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย รายงานดังกล่าว ได้กล่าวถึงทั้งความก้าวหน้าและข้อจำกัดเช่นเดียวกับเมื่อกล่าวถึงประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 190 ประเทศ โดยข้อจำกัดบางประการของไทยในรายงาน อาทิ เสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นที่ปรากฏอยู่ในรายงานปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันรายงานฉบับนี้ก็ได้ระบุถึงความก้าวหน้าของไทยไว้ด้วย อาทิ การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ และการยกเลิกการพิจารณาคดีผู้ต้องสงสัยที่เป็นพลเรือนในศาลทหาร เป็นต้น จากรายงานประจำปีนี้ ฝ่ายไทยขอให้ข้อมูลและข้อคิดเห็น ดังนี้

1. รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการตามโรดแมป ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สังคมที่ปรองดอง และบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน การออกกฎหมายและคำสั่งโดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม แก้ไขปัญหาที่สั่งสมมานานและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกฎหมายปกติ ทั้งนี้ รัฐบาลใช้อำนาจดังกล่าวเฉพาะเท่าที่จำเป็นด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศ

2. สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบาย “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ในช่วงปี 2559 จำนวนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในการแก้ไขปัญหาโดยมีแนวคิดให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันซึ่งต้องใช้เวลานั้นถือว่ามีพัฒนาการและความคืบหน้าโดยลำดับ

​อนึ่ง รายงานฉบับดังกล่าวเป็นมุมมองของสหรัฐอเมริกาแต่เพียงฝ่ายเดียว และจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลข้อห่วงกังวล กรณีศึกษาที่ไม่เปิดเผยและไม่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเพื่อตรวจสอบและเกิดความกระจ่างในข้อมูลและความเข้าใจในการดำเนินการปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของไทยที่ถูกต้องชัดเจนต่อไป

“เรื่องไกร” เดินหน้า ยื่น ป.ป.ช. สอย 2 รมต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263099

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

ยื่นป.ป.ช.สอบ, สอย 2 รมต., เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย, ป.ป.ช.ตรวจสอบ, 2 รมต.ผิดพ.ร.บ., เรื่อง, ไกร, เดินหน้า, ยื่น, ปปช, สอย, รมต, เรื่องไกร, เรืองไกร

“เรืองไกร” เตรียมยื่น  ป.ป.ช. สอบ 2 รมต. ปมที่ดินเขาใหญ่ หลัง นายกฯ ไฟเขียว ให้ตรวจสอบ ยัน ก่อนแต่งตั้ง พิจารณามาดี

          วันที่ 5 มีนา 60 – นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หลังจากได้ยื่นหนังสือร้องขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาปรับรัฐมนตรี 2 คน คือนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  รมช.พาณิชย์ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากกระทำการฝ่าฝืนพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี ไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา  โดยนายสนธิรัตน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กรณีตามคำร้องนั้น ได้ทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว ไม่มีอะไรอธิบาย  ต่อมาในวันที่ 28 ก.พ.นายกฯ ได้แถลงข่าวว่าทราบเรื่องร้องแล้ว เห็นว่าการแต่งตั้งรมต.ได้มีการตรวจสอบมาดีแล้ว และสอบถามรมต.ทั้ง 2 คน ก็ยินดีให้ตรวจสอบตามคำร้องต่อไป

ทั้งนี้เมื่อนายกฯ ทราบเรื่องและยืนยันว่า มีการตรวจสอบคุณสมบัติมาแล้วโดยถูกต้อง พร้อมทั้งยินดีให้ตรวจสอบต่อได้  เพื่อยืนยันว่า การร่วมลงทุนในที่ดินเขาใหญ่ของ 2 รมต.เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป โดยจะมีเอกสารของทางราชการที่สำคัญ ประกอบด้วย ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากร คำพิพากษาศาลฎีกาและเอกสารกระทรวงการคลังที่เสนอคณะรัฐมนตรี ไปเป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องด้วย

นอกจากนี้หลักฐานดังกล่าวจะเป็นสิ่งยืนยันว่า รมต.ที่ร่วมลงทุนในที่ดินเขาใหญ่โดยทำสัญญาในลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น กระทำไม่ได้และการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวป.ป.ช. ระบุไว้ชัดเจนว่า นายกฯเป็นผู้รักษาการ เพื่อสนองตอบความต้องการให้ตรวจสอบต่อไปได้ของนายกฯ  โดยในวันจันทร์ที่ 6 มี.ค.เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือถึงป.ป.ช. ที่สนามบินน้ำ พร้อมหลักฐานทางราชการไปให้ป.ป.ช.ตรวจสอบรมต. 2 คน เนื่องจากตนเห็นว่ารมต.ทั้ง 2 คนเข้าข่ายมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายไปแล้ว

“สุริยะใส”แนะ”คสช.-ปยป.”เปิดใจฟังข้อเสนอ”ธีรยุทธ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263089

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

เปิดใจฟังข้อเสนอ, สุริยะใส แนะคสช.-ปยปชป, สุริยะใส แนะคสช.-ปยป.ฟังข้อเสนอ, ฟังข้อเสนอธีรยุทธ์, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, สุริยะ, แนะ, คสช, เปิดใจ, ฟัง, ข้อเสนอ, ธีรยุทธ์, สุริยะใส, คสช-ปยป, ธีรยุทธ บุญมี, ปยป

“สุริยะใส”แนะ”คสช.”เปิดใจพิจารณาข้อเสนอ”ธีรยุทธ บุญมี” เตือน”ป.ย.ป.”ระวังติดกับดักความคิดแบบอนุรักษ์และจารีตนิยม จนงานปฏิรูปผิดทิศผิดทาง

          5 มี.ค. 60 – นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่นายธีรศ.ธีรยุทธ บูญมี นักวิชาการอิสระ ได้แถลงเสนอมุมมองต่อการปฎิรูปประเทศ ว่า ตนเห็นด้วยการการวิเคราะห์ของ ธีรศ.ธีรยุทธ ที่มองว่าการปฎิรูปประเทศของรัฐบาลนั้นยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควรโดยเฉพาะการปฏิรูปในระดับรากฐานหรือโครงสร้างที่เป็นปัญหา จนทำให้ทิศทางการขับเคลื่อนประเทศที่ผ่ามาติดหล่มและวนเวียน จนกลายเป็นประเทศที่มีช่องว่างความเหลื่อมล้ำสูงมากอีกประเทศหนึ่ง คสช.โดยเฉพาะ ป.ย.ป.ต้องเปิดใจกว้างรับฟัง เพราะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ ป.ย.ป. ที่เตรียมขับเคลื่อนการปฏิรูป 27  วาระมี 42 ประเด็น ที่ต้องทำให้เสร็จในปี 2560 และอีก 32ประเด็นที่ต้องทำให้เสร็จภายในปี 2561-2564 นั้น

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ป.ย.ป.ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าประเด็นปฏิรูปเหล่านี้ต้องนำไปสู่การปฏิรูประดับนโยบายหรือโครงสร้าง ซึ่งแน่นอนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาแต่ถ้าทิศทางเป้าหมายชัดก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ ฉะนั้นจุดนับหนึ่งหรือจุดเริ่มต้นจึงสำคัญที่กลไกที่เกี่ยวข้องต้องอยู่ในภาวะที่ตระหนักต่อปัญหาร่วมกัน ไม่ใช่ทำไปเพียงเพราะรัฐบาลสั่งการและรอรัฐบาลใหม่เท่านั้น การคำนึงถึงความต่อเนื่องระยะยาวของการปฏิรูปจึงเป็นปัจจัยที่ ป.ย.ป.ต้องคำนึงถึง แม้กำหนดกรอบเวลาในแต่ละประเด็นชัดเจน แต่ถ้ากลไกราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ตระหนักร่วมไม่ปรับตัวยังยึดติดกับวัฒนธรรมความคิดแบบอนุรักษ์และจารีตนิยม เน้นกลไกราชการเป็นพระเอก แต่ขาดการมีส่วนร่วมหรือดึงภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมขับเคลื่อนรับผิดชอบ ในระยะยาวจะไปได้ยากเพราะระบบราชการบางครั้งก็กลายเป็นปัญหาของการปฏิรูปอยู่ด้วย

นายสุริยะใส ยังกล่าวอีกว่า  เพราะฉะนั้น ป.ย.ป.ต้องแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆดึงมาเป็นพัธมิตรของการปฏิรูปทั้งในระยะสั้นและระะยาวร่วมคิดร่วมกำหนดมาตรการ ไปพร้อมๆกัน สุดท้ายสังคมก็จะกลายเป็นเจ้าภาพที่แท้จริงในการขับเคลื่อนไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล หรือกลไกราชการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่คนที่จะต้องแบกรับภาระและปัญหาคือประชาชนทั้งประเทศ

ผู้ช่วยโฆษกฯรบ. เผย “นายกฯ” เตรียมลงพื้นที่ปราจีนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263070

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

บิ้กตู่, พ.อ.หญิงทักษดา ผู้ช่วยโฆษกฯรัฐบาล, พ.อ.ทักษดา สังขจันทร์, ผู้ช่วยโฆษกฯรัฐบาล, นายกฯลงพื้นที่ปราจีนฯ, ผู้ช่วย, โฆษกฯ, เผย, นายกฯ, เตรียม, พื้นที่, ปราจีน, ผู้ช่วยโฆษกฯรบ, บิ๊กตู่

พ.อ.ทักษดา เผย “บิ๊กตู่” เตรียมลุย ปราจีนฯ พบ ปชช.-หัวหน้าส่วนราชการ ชมนิทรรศการสมุนไพรรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

          5 มี.ค.60 – พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พร้อมคณะ เตรียมการลงพื้นที่อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามการปฎิบัติงาน โดยช่วงเช้านายกฯและคณะจะเดินทางไปดูโครงการหมอครอบครัวของกระทรวงสาธารณสุข  พร้อมกับตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำของจ.ปราจีนฯ และพบปะประชาชน หัวหน้าส่วนราชการ ที่โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง ก่อนที่นายกฯและคณะจะเดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร และนิทรรศการเมืองสมุนไพร ก่อนจะเดินทางกลับกทม. อย่างไรก็ตามการปฏิบัติราชการที่จ.ปราจีนบุรี เพื่อเน้นงานด้านสาธารณสุขให้กับจ.ปราจีน และการนำสมุนไพรไทยไปต่อยอดเป็นยารักษาโรคให้กับประชาชน รวมถึงเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป

องค์กรอิสระเปิดหลักสูตรจัดทัวร์นอกถี่ยิบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263071

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, การเมือง, ต่างประเทศ, หน่วยงานราชการ, ประชาธิปัตย์, มติครม., นายกฯ, นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์, ปชป., จัดทัวร์นอก, องค์กรอิสระ, เปิด, หลักสูตร, จัด, ทัวร์, นอก, ถี่ยิบ, วิลาศ

“วิลาศ” อัด องค์กรอิสระจัดหลักสูตรทัวร์นอก ขัดมติครม. แฉ ปธ.บางองค์กรทัวร์แล้ว 40 ประเทศ จี้ นายกฯ เขียนกม.โละทุกหลักสูตร

          เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่พรรคปนะชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เอาจริงเอาจังและใส่ใจกับการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของหน่วยงานราชการและองค์กรอิสระ เนื่องจากเคยออกคำสั่งวันที่ มี.ค. 58 ให้งดเว้นการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการทุกหน่วยเพื่อประหยัดงบประมาณ แต่หลังจากออกคำสั่งลองไปทบทวนว่ามีหน่วยงานไหนปฏิบัติตามคำสั่งบ้าง อาจจะมีการชะลอไปบ้างแต่เมื่อถึงเดือน ก.ย. ของทุกปีจะมีการนำข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการไปดูงานซึ่งไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์กับชาติไหน  แม้ว่าอาจจะน้อยลงไปบ้างหลังมีคำสั่งนายกฯแต่หน่วยงานที่ไม่ลดลงเลยคือองค์กรอิสระ จึงอยากให้มีการหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง

          นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่ามีสองอย่างที่ควรยกเลิกโดยเด็ดขาดคือ หลักสูตรพิเศษขององค์กรอิสระและหลักสูตรพิเศษที่หน่วยงานต่างๆ จัดอบรมที่ไม่ควรให้ไปต่างประเทศเลย เพราะการจัดอบรมก็เพื่อให้มีความรู้ไม่จำเป็นต้องอบรมเป็นคอร์สเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งบางหลักสูตรไป 2-3 ประเทศ ปฐมนิเทศเสร็จก็จับสลากว่าจะไปประเทศไหน กลายเป็นว่าการไปต่างประเทศเป็นตัวชักนำ จึงควรห้ามโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะหลักสูตรพิเศษขององค์กรอิสระทีควรจะยกเลิกให้หมด โดยอาจให้เขียนในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าห้ามไม่ให้องค์กรอิสระจัดหลักสูตรพิเศษ เพราะเป็นองค์กรที่ให้คุณให้โทษแต่มีหลักสูตรพิเศษมีงานสายสัมพันธ์ย่อมกระทบต่อคดีความที่ต้องมีการตัดสิน

          นายวิลาศ กล่าวอีกว่า มีหน่วยงานเดียวที่เป็นองค์กรอิสระคือศาลปกครองสูงสุด ต้องขอบคุณนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ปิดหลักสูตรของศาลปกครองสูงสุด อีกทั้งยืนยันว่าในยุคที่เป็นประธานจะไม่ให้มีการอบรมหลักสูตรพิเศษเพราะคงเข้าใจว่าไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ตนคิดว่าองค์กรอิสระควรจะอิสระเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่แต่ระเบียบอื่น ๆ ควรใช้เหมือนกับหน่วยราชการอื่น ไม่ใช้มีอำนาจโอนงบกันได้เอง จึงฝากไปถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้ตรวจสอบว่าองค์กรอิสระไปต่างประเทศอย่างไรบ้าง ผมตรวจสอบพบว่าไปต่างประเทศบ้าเลือดมากมีสององค์กรเอาช่วงเฉพาะที่คนๆ หนึ่งเป็นประธานไปมาแล้วกว่า 40 ประเทศ บางประเทศเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไปดูเกี่ยวกับการเลือกตั้ง บางประเทศไม่มีคณะกรรมการปราบปรามทุจริตก็ไปดู บางประเทศไม่มีศาลรัฐธรรมนูญก็ไปดูงานประเทศนั้น

          นายวิลาศ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติครม.ว่าเนื่องจากในปัจจุบันเป็นช่วงเตรียมการเข้าสู่การปฏิรูปประเทศและมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานของรัฐที่จัดหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ โดยใช้งบประมาณของทางราชการ ชะลอการรับภาคเอกชนและข้าราชการที่เกษียณอายุไว้ก่อน แต่หลังจากมีมติครม.ไปแล้วองค์กรอิสระยังคงจัดหลักสูตรเหมือนเดิม โดยมีเอกชนเรียนเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเวลาไปต่างประเทศก็จะเก็บจากคนเหล่านี้ให้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนเอกชนก็คิดแต่จะสร้างเครือข่ายอย่างเดียว จึงอยากให้ไปตรวจสอบเพราะไม่ได้ปฏิบัติตามมติครม. โดยควรบังคับกับองค์กรอิสระด้วย เพราะในขณะนี้องค์กรอิสระใช้วิธีไม่เปิดรายชื่อผู้เรียน จะไปต่างประเทศก็รู้กันเฉพาะกลุ่ม ขณะที่การจัดโปรแกรมใช้วิธีให้ต่างประเทศทำหนังสือเชิญมา

          “ที่น่าเกลียดที่สุดคือสององค์กรอิสระทำหนังสือถึงประเทศภูฎานให้ทำหนังสือเชิญไปดูงาน เขาตอบมาว่าไม่ต้องเชิญพวกคุณก็ไปอยู่แล้ว จึงไม่ทราบว่าคนที่ทำหนังสือไปจะละอายบ้างหรือไม่ ตอนนี้แต่ละหน่วยงานพยายามจัดหลักสูตรพิเศษเพิ่มขึ้น ทำให้มีการวิ่งเต้นเพราะข้าราชการเรียนฟรี มีอีเว้นท์ มีผลประโยชน์ จึงเพิ่มไปเรื่อย แม้แต่กทม.ยังมีหลักสูตรมหานคร โดยเฉพาะกระทรวงการคลังจัดเกือบทุกกรม”นายวิลาศ กล่าว

หนุนติดดาบฟันทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263061

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

กฎหมาย, กรธ., ชงกรธ.แก้กม, ทุจิต, หนุน, ติด, ดาบ, ฟัน, ทุจริต, หนุนติดดาบฟันทุจริต, องอาจ

“องอาจ” ชงกรธ.แก้กม.เข้ม เชื่อ ปราบนักการเมืองโกงได้ แนะ ปรับขั้นตอนรวดเร็ว -จับคนทุจริตรับโทษได้จริง เชื่อ กฏหมายศักดิ์ขึ้นแน่

          เมื่อวันที่ 5 มี.ค.60 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ดำเนินการตามที่ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น เพื่อสนองตอบต่อการป้องกันปราบปรามการทุจริตให้ได้ผลจริงจังเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องการพิจารณาคดีที่ใช้ระบบไต่สวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว การไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยได้ การไม่ให้นับอายุความสำหรับกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลยหลบหนี รวมถึงกรณีที่จำเลยซึ่งไม่ได้ถูกคุมขังเป็นผู้อุทธรณ์ จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์  มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

นายองอาจ กล่าวต่อว่า การปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายครั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือเพื่อให้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญ แล้วยังเป็นการแก้ไขปัญหาการหลบหนีคดีที่เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะการไม่ให้นับอายุความถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีคดี และยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ถ้ายังหลบหนีคดีอยู่ ถ้าใครคิดหลบหนีคดี ก็ต้องคิดหนักเพราะจะต้องหนีตลอดชีวิต การปรับปรุงเพิ่มเติมครั้งนี้ อาจช่วยทำให้ผู้ที่คิดจะทุจริตมีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น ว่าถ้าถูกจับได้เป็นคดีความขึ้นมา จะไม่สามารถหนีไปกบดานต่างประเทศจนคดีหมดอายุความแล้วก็กลับมาเสวยสุขบนทรัพย์สินเงินทองที่ตนทุจริตไปเก็บไว้ได้อีกต่อไป  ซึ่งน่าจะเป็นการป้องกันการทุจริตได้อีกทางหนึ่งด้วย

“ขอฝากให้ กรธ.พิจารณาว่าจะมีกลไกใดเพิ่มเติมในกฎหมาย เพื่อให้การพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเที่ยงธรรม ถ้าพิจารณาคดีทุจริตด้วยความรวดเร็วฉับไวตรงไปรอตรงมาและเที่ยงธรรม จนเอาคนผิดติดคุกได้ให้เห็นกันภายในเวลาไม่นานนักหลังถูกจับได้ น่าจะทำให้เกิดความกลัวต่อการทำผิดได้ดีขึ้น”นายองอาจ กล่าว

สามเหลี่ยมเศรษฐกิจชายแดนใต้ แก้ปัญหาความไม่สงบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263054

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

หวัง, คลอด, รัฐบาล, นายกรัฐมนตรี, นายก, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ชายแดนใต้, สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ, ปัญหาความไม่สงบ, คุณภาพชีวิต, สามเหลี่ยม, เศรษฐกิจ, ชายแดน, ใต้, แก้, ปัญ, หาความ, ไม่, สงบ, แก้ปัญหาความไม่สงบ

รัฐบาล เร่งพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจชายแดนใต้ หวังยกระดับคุณภาพชีวิต-ดันเศรษฐกิจขยายตัวกว่า 2,000 ล้าน เชื่อ แก้ปัญหาความไม่สงบได้

          เมื่อวันที่ 5 มี.ค.60 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ และผลักดันให้เศรษฐกิจแต่ละจังหวัด ปี 2560 ขยายตัวมากกว่า 2,000 ล้านบาท ช่วยสร้างอานิสงส์แก่พื้นที่อำเภอใกล้เคียง

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเร่งสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนอย่างน้อย 2 โรงงาน ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งจะพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงชีวมวล น้ำมันดีเซล หรือพลังน้ำ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงกับอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง อาทิ หมู่บ้านไก่เบตง หมู่บ้านปลากือเลาะห์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านคน สร้างรายได้ 2,500 ล้านบาท และเตรียมเปิดท่าอากาศยานแห่งใหม่ต้นปี 2562

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับ อ.หนองจิก ปัตตานี ได้สนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรเชิงคู่ เช่น ปลูกข้าวคู่กับปาล์มน้ำมัน หรือปศุสัตว์ สนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาเป็น Smart Farmer สร้าง SMEs เกษตรยุคใหม่ แปรรูปสินค้าเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ ก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน และอ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยให้บริการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร และกำลังพิจารณามาตรการทางภาษี เช่น กำหนดให้เป็นเขตปลอดอากร หรือสินค้าปลอดภาษีอากร กระตุ้นการซื้อขาย 4,500 ล้านบาทต่อปี

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและทรัพยากรที่ดี จึงสมควรส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างสูงสุด ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างผสมผสานลงตัว โดยย้ำว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ต้องทำหลายมิติ ทั้งการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจ ยกระดับการศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่นำแนวทางประชารัฐไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในท้องถิ่น”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

“สมชัย” แจงยิบ กกต.บินดูงานเกาหลี หลังจ่อถูกสตง.สอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263042

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

“สมชัย” โพสต์เฟซฯ แจงละเอียดยิบ กกต.บินดูงานเกาหลีจริง เยี่ยมองค์กรจัดเลือกตั้ง ระบุ เกาหลีใต้จัดการซื้อเสียงเฉียบขาด-เพิ่มโทษหนักขึ้น ทำบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า

           ภายหลังที่ 5 กกต.นำผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2 ของสำนักงาน กกต. เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่าง 28 ก.พ.-5 มี.ค. และสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 1-5 มี.ค. นั้น ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่เกรงกลัวที่จะถูกตรวจสอบ หลังสำนักงานตรวจเงินแผ่น(สตง.) ออกมาระบุว่าจะตรวจสอบหลักสูตรอบรมขององค์กรอิสระที่ใช้เงินงบประมาณไปเที่ยวต่างประเทศ

"สมชัย" แจงยิบ กกต.บินดูงานเกาหลี หลังจ่อถูกสตง.สอบ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.60 เวลา 08.30 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวชี้แจงภายการเดินทางไปศึกษาดูงานในหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง(กบส.) รุ่นที่ 2 ที่สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 1 มี.ค.-5มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนได้คุยกับ กกต.เกาหลีใต้ กกต.เกาหลีใต้ มีจำนวน 9 คน มีประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่เป็นประธาน บุคคลที่มาต้อนรับและให้ข้อมูลเป็นรองประธาน กกต. ซึ่งทำงานใน กกต.มาก่อนเป็นเวลายาวนาน คำถามที่ผมถาม คือ เกาหลีใต้ขจัดการซื้อเสียงได้อย่างไร ทั้งๆที่เมื่อ 50-60 ปีก่อน สภาพการเมืองการหาเสียง เต็มไปด้วยการซื้อเสียงและใช้อำนาจอิทธิพลต่างๆ

“คำตอบของเขามีดังนี้ 1.มีการแก้กฎหมายเพิ่มโทษ แก่ผู้กระทำผิดใช้เงินซื้อเสียง ทั้งโทษอาญาติดคุก และโทษปรับที่รุนแรง 2.ชาวบ้านที่รับเงิน หรือรับสิ่งของ หากถูกจับได้ ไม่มีโทษอาญา แต่มีโทษปรับเป็นมูลค่าเงิน 10 เท่า เช่น รับแจกบะหมี่มา 1 ห่อ มูลค่า 3,000 วอน. หากจับได้ ถูกปรับ 30,000 วอน 3.กกต.เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กม. ไม่เกรงใจพรรคการเมืองใด แม้เป็นพรรครัฐบาล มีการทำคดีจนนักการเมืองเข้าคุกไปหลายคนแล้ว 4.ประชาชน มีความตื่นตัว ในการใช้สิทธิให้ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง โดยสามารถเชื่อมโยงได้ว่า การเลือกตั้งที่สุจริต นำไปสู่การเมืองคุณภาพ. และนำไปสู่บ้านเมืองที่เจริญก้าวหน้า”นายสมชัย ระบุ

"สมชัย" แจงยิบ กกต.บินดูงานเกาหลี หลังจ่อถูกสตง.สอบ

นายสมชัย โพสต์อีกว่า ตนยังได้ไปคุยกับสมาคมองค์กรจัดการเลือกคั้งโลก (Association of World Election Bodies) หรือ A WEB ที่ตั้งอยู่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลี องค์กรนี้มีบทบาทในการส่งเสริมการจัดการเลือกตั้งของประเทศสมาชิกให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และมีประสิทธิภาพที่ผ่านมา ได้เข้าไปช่วยหลายประเทศ ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการเลือกตั้ง เช่นที่ เอกัวดอร์ คีจิซสถาน

พร้อมทั้งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณของอาสาสมัครสังเกตการณ์นานาชาติ ในการเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศต่างๆ โดย A WEB ได้ใช้เวลาสั้นๆ ในการนำเสนอความก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยีสำหรับการเลือกตั้งสมัยใหม่ที่ใช้ในโลกนี้ เข่น เครื่องลงคะแนนอีเล็กทรอนิกส์ เครื่องนับคะแนน เครื่องลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์ เครื่องประมวลผล ฯลฯ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า ยินดีสนับสนุนและให้การช่วยเหลือ กกต.ไทย ทั้งในด้านการอบรม และ อุปกรณ์ต่างๆ

นายสมชัย ระบุต่อว่า นอกจากนี้คณะตนยังได้ไปคุยกับสถาบันการให้การด้านการเมืองแก่ประชาชนของเกาหลี (Korean Civic Education Institute for Democracy) หรือ KOCEI ที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด ของกกต.เกาหลี ที่มีกลุ่มเป้าหมายของการให้การศึกษา มี 4 กลุ่ม คือ 1.ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง (voters) 2.ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในอนาคต (future voters) 3.นักการเมือง พรรคการเมือง 4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และมีหลักสูตรอบรมต่างๆร่วมร้อยหลักสูตร มีคนผ่านกระบวนการอบรมกว่าหมื่นคนในแต่ละปี

“คำถามที่ผมถามคือ มีปัจจัยอะไรที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานตั้งมากมายก่ายกองเท่านั้น คำตอบ คือ 1.การให้ความรู้ทางการเมือง civic education ได้อยู่ในกฎหมายกำหนดเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของกกต. 2.โคซี่ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐฉพาะในกิจกรรมดำเนินการต่างๆปีละ 170 ล้านบาท (ยังไม่รวมงบก่อสร้าง ศูนย์อบรมใหญ่ เป็น complex จำนวน 5 อาคาร) 3.ความมุ่งมั่นและจริงใจของรัฐบาลในการให้ความรู้ทางการเมืองแก่ประชาชน โดยเชื่อว่าหากประชาชนรู้การเมืองประชาชนจะช่วยพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้น”นายสมชัย ระบุ

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ตนได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยของเกาหลี ทำให้ทราบปัญหาของการใช้สิทธิ์ของคนไทยในเกาหลี ดังนี้ 1.คนไทยในเกาหลี มีนับแสนคน แต่เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายเพียง 2 หมื่นเศษ ที่เหลือเป็นแรงงานผิดกฎหมาย กลุ่มคนเหล่านี้จึงไม่ประสงค์แสดงตน กลัวว่าการมาใช้สิทธิ์ จะถูกทางการเกาหลีจับส่งกลับไทย 2.รูปแบบการจัดการเลือกตั้ง สถานทูตใช้หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ (moblie unit) ไปบริการคนไทยในเมืองใหญ่ 5 เมือง อาทิ ปูซาน อินชอน เทจอง อย่างไรก็ตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ยังค่อนข้างน้อย 3.ไม่สามารถใช้ระบบการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้. เนื่องจากระบบไปรษณีย์ยังไม่ดีนัก 4.ระบบการจดทะเบียนผู้มีสิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ตที่ กกต.เริ่มใช้ช่วงประชามติ เป็นสิ่งดี แต่ต้องประชาสัมพันธ์หนักกว่านี้

“ผมได้ชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นสำหรับการเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ 1.จะมีประเทศนำร่อง 3 ประเทศ ที่สามารถเลือกตั้งทางอินเตอร์เน็ตได้ คือ นอร์เวย์ จอร์แดน และ กรุงโอซาก้า ญี่ปุ่น 2.จะยกเลิกการส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทย แต่ให้นับคะแนนที่สถานทูต ต่อหน้าคนไทยที่เป็นสักขีพยาน 3.การนับคะแนน จะต้องนับภายใน 24 ชม. หลังจากเวลาปิดหีบที่ประเทศไทย 4.คนไทยในต่างประเทศ สามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครและพรรคการเมืองได้ ผ่านทาง application บนมือถือ ที่กกต.จัดทำขึ้น”นายสมชัยระบุ

ผบ.ทบ.ลงใต้กำชับเข้มรปภ. – นายกฯหวั่นตอกลิ่มสองศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262990

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

ผู้บัญชาการทหารบก, ผบทบ, ใต้, กำชับ, เข้ม, รปภ, นายกฯ, หวั่น, ตอก, ลิ่ม, สอง, ศาสนา, มารา ปาตานี

ผบ.ทบ.ลงใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย นายกฯ ย้ำให้ระวังนำประเด็นศาสนาไปสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง

          พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) โดยมี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจระดับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมที่ห้องประชุมกองพลทหารราบที่ 15 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

ภายหลังการประชุม พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยกำลังพล และได้สั่งการให้มาดูแล โดยเฉพาะเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้มีการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือมากขึ้น โดยเฉพาะงานด้านการข่าวที่มีการแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้สถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ดีขึ้น ประชาชนมีความเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

โดยขณะนี้ได้มีการจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ทหารผ้าพันคอสีฟ้า) ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนตามความต้องการ พร้อมกับการเสริมสร้างความเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสมรรถนะให้กับอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) และกองกำลังภาคประชาชน เพื่อช่วยกันดูแลพื้นที่ เพราะหากทุกฝ่ายช่วยกันจะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้โดยเร็ว

การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ผบ.ทบ.ในครั้งนี้ อยู่ในช่วงที่สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ค่อนข้างหนักหน่วงรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงก่อนและหลังการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ “มารา ปาตานี”

ผบ.ทบ.ลงใต้กำชับเข้มรปภ. - นายกฯหวั่นตอกลิ่มสองศาสนา

 ผบ.ทบ.กล่าวต่อไปว่า ได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบอย่างเต็มที่ และเคร่งครัดเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการพูดคุยเพื่อสันติสุขหรือไม่ ยอมรับว่าการควบคุมเหตุยิงรายวันทำได้ยาก เพราะผู้ก่อเหตุเตรียมการล่วงหน้าเสมอ

ทั้งนี้ในช่วงเช้าก่อนการลงพื้นที่ของ ผบ.ทบ.ในวันนี้ (4 มี.ค.) เกิดเหตุคนร้ายลอบยิง นายมะดอเลาะ สาและ อายุ 56 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เปาะเส้ง อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุเกิดขณะที่นายมะดอเลาะเพิ่งจอดรถที่หน้าบ้านใน ต.สะเตง อำเภอเมือง จ.ยะลา และกำลังเปิดประตูลงจากรถ จังหวะนั้นคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิงครั้งนี้

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายชาวพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องการให้รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาหรือปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบอย่างเด็ดขาดว่า สาเหตุของปัญหาในพื้นที่มีหลายมิติ จึงจำเป็นต้องมองอย่างรอบด้าน ขณะนี้รัฐบาลใช้กฎหมายปกติและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ซึ่งทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยใช้กำลังหรือความรุนแรงเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ

ผบ.ทบ.ลงใต้กำชับเข้มรปภ. - นายกฯหวั่นตอกลิ่มสองศาสนา

นอกจากนั้น เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัย เช่น ความขัดแย้งส่วนตัว ยาเสพติด การเมืองท้องถิ่น และผลประโยชน์ ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง และหลังการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ จึงอาจทำให้สังคมหลงเข้าใจผิดว่าเหตุการณ์นั้นเป็นผลมาจากการพูดคุยฯ ทั้งๆ ที่กระบวนการพูดคุยฯเป็นแนวทางสันติวิธีที่รัฐบาลต้องการลดความรุนแรงและความสูญเสียทั้งปวง

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงอยากให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญานในการรับข่าวสาร และขอความร่วมมือสื่อมวลชนพิจารณานำเสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์ เพื่อป้องกันการบิดเบือนหรือบั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ เพราะมิฉะนั้นอาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง สร้างความหวาดระแวง หรือทำลายกระบวนการพูดคุยซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเกิดความไว้วางใจมาเป็นลำดับ

“นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยสวัสดิภาพของประชาชน และแสดงความเชื่อมั่นว่าทั้งคนไทยพุทธและมุสลิมไม่มีใครอยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะทุกศาสนาสอนให้คนคิดดี ทำดี ละบาป โดยประชาชนทั้งสองศาสนาพึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมานาน จึงไม่อยากให้นำเรื่องศาสนาไปสร้างเงื่อนไขของความขัดแย้ง”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

คสช.ขอบคุณ”ธีรยุทธ” วิเคราะห์การเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262989

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

ปฏิรูป, คสช., คสช, ขอบคุณ, ธีรยุทธ, วิเคราะห์, การเมือง, คสชขอบคุณธีรยุทธ, วิเคราะห์การเมือง

คสช.ขอบคุณ “ธีรยุทธ” วิเคราะห์การเมือง ยันปฏิรูปคืบ ย้ำรักษาคำมั่นสัญญากับปชช. รับระยะเวลาโรดแม็พอาจเลื่อน เหตุมีงานสำคัญเข้ามา

        4 มี.ค. — พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระออกมาแถลงวิเคราะห์อนาคตการเมืองและการปฏิรูปว่า ต้องขอขอบคุณนายธีรยุทธ เพราะทุกคนทราบดีว่าเป็นบุคคลที่มีองค์ความรู้และสามารถวิเคราะห์งานด้านการเมืองในมุมมองนักวิชาการได้ ทุกครั้งที่นายธีรยุทธออกมาวิเคราะห์ และวิพากษ์วิจารณ์การเมืองก็จะมีแนวคิดชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหา ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ส่วนที่มีการมองว่าเรื่องปฏิรูปอาจไม่ค่อยมีความคืบหน้านั้นต้องยอมรับว่าปัญหาภายในประเทศมีเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าบอกว่าการปฏิรูปไม่ก้าวหน้าเลยก็คงไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้วว่ามีงานและมีความคืบหน้าอย่างไร รวมทั้งจากนี้จะชี้แจงรายละเอียดให้เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของคสช.ที่ผ่านมาได้ใช้กำลังดำเนินการเต็มความสามารถ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ทั้งเรื่องการปฏิรูปและทุกเรื่อง ซึ่งคสช.ไม่ลืมคำมั่นสัญญาและจะทำให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่มีอยู่

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการเตือนรัฐบาลว่าอย่าฝืนอยู่เกินโรดแม็พนั้น การดำเนินการตามโรดแม็พของรัฐบาลและคสช.ยังคงเป็นไปตามที่เคยระบุไว้ แต่ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าเรามีงานที่สำคัญเร่งด่วนเพิ่มเติม ดังนั้นก็อาจจะกระชับหรือยืดเวลาออกไปบ้างเล็กน้อย แต่ยืนยันไม่มีเจตนาถ่วงรั้งหรือยืดโรดแม็พออกไปเป็นปี ที่ผ่านมาคสช.เน้นงานภารกิจที่สำคัญของชาติบ้านเมือง เพื่อให้บ้านเมืองสุข สงบและร่มเย็น บางครั้งอาจไม่ตรงใจหรือไม่เป็นไปตามที่ใครคาดหวังแต่คสช.ก็ขอรับฟังเพื่อนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต ส่วนที่มองว่าหากคสช.หมดอำนาจปัญหาทุกอย่างก็จะกลับมาอีกนั้น ตนคิดว่าภาคประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมและจะต้องรับรู้ถึงปัญหาที่ทุกหน่วยงานพยายามร่วมกันแก้ไข  ซึ่งคงไม่มีใครอยากถอยกลับไปสู่ความไม่เรียบร้อยเหมือนที่ผ่านมา ทุกคนต้องช่วยกันรักษาสิ่งที่คสช.และรัฐบาลทำไว้