กอ.รมน.ปฏิเสธข่าวประกาศจับตายแกนนำป่วนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262988

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

กอ.รมน., กอรมน, ปฏิเสธข่าว, ประกาศ, จับตาย, แกนนำ, ป่วน, ใต้, ประกาศจับตาย, สขวกอรมนภาค 4 สน, ทีมล่าความจริง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ออกมาปฏิเสธข่าวการออกประกาศจับตายแกนนำผู้ก่อความไม่สงบที่มีหมายจับหลายราย หลังเกิดเหตุรุนแรงกระทำต่อผู้บริสุทธิ์

          สื่อสังคมออนไลน์ได้ส่งต่อภาพหมายจับที่เขียนว่า “ประกาศจับตาย” พร้อมชื่อและภาพถ่ายบุคคลซึ่งล้วนเป็นแกนนำผู้ก่อความไม่สงบคนสำคัญ โดยใต้ภาพยังระบุรางวัลนำจับ และอ้างอิงที่มาว่ามาจาก “สขว.กอ.รมน.ภาค 4 สน.” ซึ่งหมายถึง “สำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า”

“ทีมล่าความจริง” ช่อง NOW 26ตรวจสอบประวัติบุคคลตามภาพแต่ละคน ล้วนเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงคนสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ เด็ก ครู และทหาร  โดยนายดูนเลาะ แวมะนอ เชื่อว่าเป็นแกนนำและผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็น  นายอิสมาแอ มะเซ็ง และนายเด็ง อาแวจิ เป็นแกนนำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนรุ่นใหญ่ มีหมายจับในคดีปล้นอาวุธปืน 413 กระบอกเมื่อปี 2547  นายบูคอรี หลำโส๊ะ เป็นฝ่ายปฏิบัติการ เคลื่อนไหวในอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

กอ.รมน.ปฏิเสธข่าวประกาศจับตายแกนนำป่วนใต้

นายซอบือรี เจะหะ และนายมาหามะ สะอิ เป็นแกนนำระดับปฏิบัติการเคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี และใกล้เคียง โดยเชื่อว่าทั้งคู่เกี่ยวพันกับเหตุจ่อยิงทหารเสียชีวิต 3 นายกลางตลาดนัดในอำเภอมายอ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผานมา ทั้งนี้ นายซอบือรี ยังถูกออกหมายจับในคดียิงครู กศน. คือ ครูสุณิสา บุญเย็น เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมปีที่แล้ว และยังดวลปืนกับเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอมายอ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม แต่ยิงฝ่าวงล้อมหลบหนีไปได้  ขณะที่ นายมาหามะ สะอิ ถูกออกหมายจับในคดียิง นางสาวรัตติกาล จ่าวัง สาวตั้งครรภ์ 8 เดือน เสียชีวิตที่ตลาดปาลัส ฝั่งอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

ล่าสุด สำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ส่งข้อมูลทางโซเซียลมีเดียชี้แจงว่า ประกาศจับตายที่มีการเผยแพร่กันในโลกออนไลน์นั้น เป็นการแอบอ้างเกินจริง เพราะสำนักการข่าวฯ ให้การสนับสนุนรางวัลแก่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และสนับสนุนงบประมาณเพื่อติดตามจับกุมแกนนำและผู้ก่อเหตุรุนแรงตามกฎหมายเท่านั้น

ทั้งนี้ สำหรับภาพ “ประกาศจับตาย” ที่ส่งต่อๆ กันทางโซเชียลมีเดีย ประกอบด้วย นายดูนเลาะ แวมะนอ รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท  นายอิสมาแอ มะเซ็ง รางวัลนำจับ 5 แสนบาท  นายเด็ง อาแวจิ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท  นายมาหามะ สะอิ รางวัลนำจับ 2 แสนบาท  นายซอบือรี เจะหะ รางวัลนำจับ 2 แสนบาท และนายบูคอรี หลำโส๊ะ รางวัลนำจับ 3 แสนบาท

“เสรี”โวย“ธีรยุทธ”ดิสเครดิตสปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262982

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

สปท.ธีรยุทธ บุญมี, เสรี สุวรรณภานนท์, เสรี, โวย, ธีรยุทธ, ดิสเครดิต

“เสรี”โวย“ธีรยุทธ”ดิสเครดิตสปท.โดยไม่ได้ดูของจริง  ชี้การปฏิรูปไม่สามารถแก้ได้แบบพลิกฝ่ามือ

           4 มี.ค. – นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการสาธารณะ วิเคราะห์ทิศทางอนาคตการเมืองไทย ภายใต้การบริหารของรัฐบาลคสช.และไร้ผลงานปฏิรูปว่า  ข้อวิจารณ์อ่านแล้ว จริง ๆ ก็เป็นเรื่องการวิจารณ์ทางด้านคำพูดมากกว่าเป็นข้อเสนอการปฎิรูป เพราะไม่เห็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม ให้เกิดการปฎิรูปและเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่เป็นแค่การเปรียบเทียบมากกว่า ซึ่งในส่วนของสปท.เราก็พยายามที่จะเสนอแนวทางให้มีการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นในหลายด้าน ทั้งนี้การปฏิรูปที่สปท.ทำอยู่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาด้านการเมือง ซึ่งไม่สามารถแก้ได้แบบพลิกฝ่ามือแต่ข้อเสนอและกระบวนการที่ทำต้องการให้การเมืองดีขึ้น ซึ่งเราเสนอไปหลายรูปแบบ เพราะเชื่อว่าในอนาคตการเมืองต้องดีขึ้นทั้งระบบ ทั้งตัวนักการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจะเห็นเป็นรูปธรรมไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด

สิ่งที่นายธีรยุทธวิจารณ์ เรื่องการปฏิรูปไม่ใช่เรื่องง่าย เพียงแต่การปฏิรูปในยุคปัจจุบัน เป็นความจริงที่ต้องทำในเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา ไม่ใช่การปฎิรูปเรื่องใหม่หรือเริ่มต้นใหม่  เพราะปัญหาที่เราทำอยู่นี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์หรือจากหนึ่ง แต่เริ่มจากปัญหาที่ติดลบ หยั่งรากลึก ที่เป็นรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน มีการทุจริตคอร์รัปชั่น  แสวงประโยชน์  มีการได้มาซึ่งอำนาจที่แย่งชิงกันมา ยึดโยงอำนาจกันยาวนาน ดังนั้นปัญหาที่เราแก้ในปัจจุบันมีหลายมิติ ซึ่งข้อเสนอที่ผ่านมาทั้งสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) และสปท. ก็พยายามแก้ในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีมากหมายหลายเรื่อง เกิดผลบ้างไม่เกิดผลบ้างต้องใช้เวลาไม่ได้ง่ายอย่างที่นายธีรยุทธพูด

ถ้าจะบอกว่าการปฎิรูป 3 ปีที่ผ่านมาได้ผลหรือไม่ ก็ต้องเอาสภาพปัญหาปัจจุบันไปเปรียบเทียบกับปัญหาของประเทศก่อนการรัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค.57 ว่ามีความแตกต่างอย่างไร ชัดเจนว่าปัจจุบัน  เกิดความสงบเรียบร้อยในประเทศ การบังคับใช้กฎหมายดีขึ้นกว่าเดิม และข้อเสนอการปฏิรูปเช่นโครงสร้างระบบราชการก็อยู่ระหว่างการดำเนินการและเกิดผลทันที ในเรื่องเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ สังคม ก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งเรายอมรับว่าในการเสนอข้อปฏิรูปนี้ยังขาดเจ้าภาพรับผิดชอบที่ชัดเจน ถึงได้ถูกบ่นมากว่าเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นจะต้องดำเนินการตามแผนงาน ที่จะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ซึ่งรัฐต้องช่วยสนับสนุนด้านช่องทางเงินทุน และสนับสนุนกิจการของภาคเอกชน  คนก็จะมีรายได้มากขึ้น ซึ่งก็กำลังดำเนินการอยู่

“โดยร่วมการปฏิรูปที่เราทำอยู่ มันจะเกิดเผล แต่ก็ต้องเป็นกระบวนการตามขั้นตอน ดังนั้นสิ่งที่นายธีรยุทธพูด ก็เหมือนเป็นการดิสเครดิตสปท.มากกว่า โดยไม่ได้ดูงานที่แท้จริง ทั้งที่งานปฏิรูปที่เราทำมีเป็นร้อยเรื่อง  ดังนั้นก็ไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิด และเกิดความไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อถือในการทำงานของเรา  ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการให้ประเทศดีขึ้น จึงต้องทำให้สังคมเข้าใจ  และเราก็มีความคาดหวังเช่นเดียวกันว่าจะให้บ้านเมืองดีขึ้น”นายเสรีกล่าว

“พล.ต.ท.ศานิตย์” ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262977

การเมือง  :  4 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, การเมือง, วิชา มหาคุณ, วัชรพล, ป.ป.ช., เป็นเท็จ, ยื่นบัญชีทรัพย์สิน, ศานิตย์ ไทยเบฟ, พลตท, ศานิตย์, ยื่น, บัญชี, ทรัพย์สิน, เป็น, เท็จ, พลตทศานิตย์, ตายน้ำตื้น, น1 บึ่งทุกที่

ปมเงินที่ปรึกษา ไทยเบฟฯ เขย่า“ศานิตย์”ผิดจริง มีสิทธิ ติดคุก!!!

            4 มี.ค.60 – การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป...ของพล...ศานิตย์ มหถาวรผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช..)ครั้งเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นำมาซึ่งคำถามต่อนายตำรวจรายนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนที่ระบุว่าพล...ศานิตย์มีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัทไทยเบฟเวอเรจจำกัดหรือเจ้าเบียร์ช้างเดือนละ50,000บาทมาตั้งแต่ปี2558

เสียงวิพากย์วิจารณ์ในแง่ลบจึงตามรบเร้านายตำรวจรายนี้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพราะการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่เฉพาะตำแหน่งผบช..แต่พล...ศานิตย์ยังเป็นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กทม.โดยตำแหน่งด้วยนั้นจึงต้องเข้มงวดกวดขันในทุกบริบทที่น้ำเมาเข้าไปเกี่ยวข้องแต่เอกสารบัญชีทรัพย์สินฯกลับโชว์หราคนมีหน้าที่ควบคุมไปรับเงินเป็นที่ปรึกษาจากคนที่ต้องถูกควบคุมเลยมีคำถามถึงความเหมาะสมมากมาย

ล่าสุด พล...ศานิตย์ ได้ยื่นเอกสารชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ไม่เคยเป็นที่ปรึกษาและรับเงินจากเอกชนรายดังกล่าวหลังถูกร้องเรียนเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม ทั้งอ้างว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่เตรียมเอกสารบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นต่อป...แต่ข้อมูลรายละเอียดและตัวเลขต่างๆที่ให้เจ้าหน้าที่จัดทำแทนนั้น ต้นทาง คือ พล...ศานิตย์ ไม่ได้เป็นคนเตรียมให้ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ที่พล...ศานิตย์ อ้างถึงว่าเป็นคนทำเอกสารผิดพลาดไปหา ไปรวบรวมเอาเองแบบนั้นใช่หรือไม่

เรื่องนี้คงไม่เข้าทำนอง“ตายน้ำตื้น”เพราะถ้าการอ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารผิดพลาด พล...ศานิตย์ไม่ได้ทำด้วยตัวเองจะฟังขึ้นหรือไม่ไม่รู้ แต่ในเมื่อมีการเซ็นชื่อรับรองเอกสารบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ยื่นก็เท่ากับว่าพล...ศานิตย์ตรวจสอบดีแล้วว่าข้อมูลที่ยื่นต่อป...ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการไม่ใช่การเซ็นชื่อแบบผ่านๆ

อีกทั้งการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯครั้งรับตำแหน่งสนช.ของพล...ศานิตย์ คงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งทำครั้งแรกสำหรับเจ้าตัวเพราะการดำรงตำแหน่งข้าราชการตำรวจระดับสูงของพล...ศานิตย์มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป...อยู่แล้วเพียงแต่กฎหมายป...ไม่ได้ระบุให้เปิดเผยต่อสาธารณะเหมือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

จึงมีคำถามตามมาว่าป...ต้องลงมือตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีทรัพย์สินฯที่ พล...ศานิตย์ เคยยื่นมาครั้งก่อนๆในตำแหน่งข้าราชการตำรวจด้วยหรือไม่

แล้วการที่พล...ศานิตย์โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นต่อป...นั้น เมื่อเรื่องแดงออกมาเหตุใดถึงไม่รีบชี้แจงต่อป...และสังคมว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไรแต่กลับเลือกเล่นบท นิ่งเงียบมา2-3เดือนวางท่าสงบหวังสยบความเคลื่อนไหวถึงค่อยมาชี้แจงต่อผู้ตรวจฯภายหลังเมื่อถูกร้องเรียน

เรื่องนี้พล...ศานิตย์จะเข้าข่ายยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จต่อป...หรือไม่คงต้องติดตามต่อ

แต่ทว่าตาม มาตรา119ของพ...ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ..2542บัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป...ภายในเวลาที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนดหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พล...วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป..เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่าพล...ศานิตย์จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา103ตามพ...ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ..2542หรือไม่นั้นต้องรอผู้ตรวจฯพิจารณาว่าพล...ศานิตย์ผิดต่อมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ ถ้าผิดขั้นตอนต่อไปคือป...ต้องมาพิจารณาว่าผิดกฎหมายของป...หรือไม่ เรื่องนี้จึงมีสองขั้นตอนที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่และขั้นตอนของป...ที่ต้องพิจารณาความผิดทางอาญา

ขณะที่ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป...เคยกล่าวถึงกรณีนี้ว่า ถ้าการกระทำเข้าข่าย ก็ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย พร้อมหยิบยกพ...ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ..2542มาตรา103ที่บัญญัติว่าห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายหรือกฎข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการป...กำหนด

ซึ่งมาตรา103จะไปเชื่อมโยงกับมาตรา122ของพ...ป้องกันและปราบปราบทุจริตพ..2542ที่บัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา103ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

จึงต้องติดตามต่อไปว่าการตรวจสอบกรณีนี้ของพล...ศานิตย์ หากปรากฎว่าพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดมาตรา103และมาตรา119ของกฎหมายของป...ซึ่งกำหนดโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกนั้น จะเขย่าอนาคตนายตำรวจเจ้าของฉายา “น.1 บึ่งทุกที่” และเป็นเจ้าของวลี “ตำรวจ 99.99%เป็นคนดี” แค่ไหน

นายกฯแนะเสนอปฏิรูปให้บอกวิธีแก้ปัญหาด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262975

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

สรรเสริญ แก้วกำเนิด, นายกฯ, แนะ, เสนอ, ปฏิรูป, ให้, บอก, วิธี, แก้ปัญหา, ด้วย

“นายกฯ”ขอบคุณทุกความเห็นสู่การปฏิรูป แนะให้บอกวิธีการแก้ปัญหามาด้วย ไม่ใช่แตะแค่ทฤษฎี ชี้ ประเทศเสียโอกาสจากคำพูด ที่ไม่ได้ลงมือทำมามากแล้ว

        4 มี.ค. —  พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายธีรยุทธ บุญมี และน.พ.ประเวศ วะสี ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลงานการปฏิรูปของรัฐบาล และ คสช.ว่า รัฐบาลขอบคุณทั้ง 2 ท่านที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง โดยพร้อมรับฟังอย่างเปิดกว้าง เพราะถือเป็นความเห็นของคนไทยคนหนึ่ง

“นายกฯ ย้ำเสมอว่า ทุกความเห็นมีความสำคัญต่อการปฏิรูป รัฐบาลจึงจัดตั้งกลไกเพื่อรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ และพิจารณานำไปบรรจุเป็นแนวทางเพื่อการปฏิรูปที่ครอบคลุมทุกประเด็น อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่จะเป็นประโยชน์มากที่สุด คือ การนำเสนอวิธีการหรือรายละเอียดที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่การนำเสนอเพียงหลักการหรือทฤษฎีที่ไม่ลงลึกถึงปัญหา”

พลโท สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ และเชื่อว่าทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตและก้าวไปข้างหน้า แต่การปฏิบัติให้เกิดผลไม่ใช่ของง่าย หรือไม่สามารถเนรมิตให้สำเร็จได้เพียงไม่กี่วัน เพราะหลายปัญหาถูกหมักหมมมานาน ดังนั้น 2 ปีที่ผ่านมาจึงเป็นการนำปัญหาเก่ามาแก้ไข ป้องกันปัญหาใหม่ไม่ให้เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเสริมสร้างศักยภาพคน การลดความเหลื่อมล้ำ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาการบริหารจัดการภาครัฐ

อยากให้พี่น้องประชาชน นักวิชาการ สื่อมวลชน ได้ศึกษาวาระการปฏิรูปประเทศให้กระจ่างว่า มีรายละเอียดอย่างไร มีกิจกรรม ระยะเวลา กฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบอะไรบ้าง หากสิ่งใดที่สามารถดำเนินการได้ รัฐบาลก็จะลงมือทำทันที เช่น การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ระบบและโครงสร้างภาษี ที่ดินและการจัดการที่ดิน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าผลสำเร็จอาจไม่ได้เกิดขึ้นในวันนี้ แต่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จึงจะเห็นผลในวันหน้า ประเทศไทยสูญเสียโอกาสจากคำพูด แต่ไม่ได้ลงมือทำมามาก เช่นเดียวกับการตำหนิในสิ่งที่ยังไม่เห็นผล เข้าทำนองติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ทรงเครื่อง จึงอยากให้ทุกคนหันมาช่วยกันคิดและลงมือทำให้เกิดผลสำเร็จ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างแต่ก็จำเป็นต้องทำ

“บิ๊กตู่” วอน อย่านำ ศาสนา มาเป็นเงื่อนขัดแย้ง ชายแดนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262952

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

บิ๊ก, ตู่, วอน, อย่า, ศาสนา, เป็น, เงื่อน, ขัดแย้ง, ชายแดน, ใต้, บิ๊กตู่, อย่านำ, มาเป็นเงื่อนขัดแย้ง, ชายแดนใต้

“บิ๊กตู่” ห่วง สวัสดิภาพ ปชช. ชายแดนใต้ วอน อย่านำ ศาสนา เป็นเงื่อนขัดแย้ง แจง ใช้ความรุนแรง แก้ ไม่ใช่คำตอบ ชี้ ความไม่สงบมาจากหลายปัจจัย “ยาฯ-การเมืองท้องถิ่น”

        เมื่อวันที่4 มี.ค.2560 พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่ โดยฝากแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียและให้กำลังใจทุกฝ่ายในการทำหน้าที่ พร้อมทั้งกำชับให้เร่งจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด

         “นายกฯ เชื่อมั่นว่า ทั้งคนไทยพุทธและมุสลิมไม่มีใครอยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะทุกศาสนาสอนให้คนคิดดี ทำดี ละบาป โดยประชาชนทั้ง 2 ศาสนาพึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข จึงไม่อยากให้นำเรื่องศาสนาไปสร้างเงื่อนไขของความขัดแย้ง”พลโท สรรเสริญกล่าว

พล.ท. สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า ข้อเรียกร้องของเครือข่ายชาวพุทธภาคใต้ที่ต้องการให้รัฐใช้ ม.44 แก้ไขปัญหาหรือปราบปรามคนร้ายอย่างเด็ดขาดนั้น ขอเรียนว่า สาเหตุของปัญหาในพื้นที่มีหลายมิติจึงจำเป็นต้องมองอย่างรอบด้าน ขณะนี้รัฐบาลใช้กฎหมายปกติและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้น การแก้ปัญหาโดยใช้กำลังหรือความรุนแรงเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ

“เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัย เช่น ความขัดแย้งส่วนตัว ยาเสพติด การเมืองท้องถิ่นและผลประโยชน์ ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง และหลังการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มผู้เห็นต่าง จึงอาจทำให้สังคมหลงเข้าใจผิดว่าเหตุการณ์นั้นเป็นผลมาจากการพูดคุย ทั้ง ๆ ที่กระบวนการพูดคุยดังกล่าวเป็นแนวทางสันติวิธีที่รัฐบาลต้องการลดความรุนแรงและความสูญเสียทั้งปวง รัฐบาลจึงอยากให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และขอความร่วมมือสื่อมวลชนพิจารณานำเสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์ เพื่อป้องกันการบิดเบือนหรือบั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง สร้างความหวาดระแวง หรือทำลายกระบวนการพูดคุยซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเกิดความไว้วางใจมาเป็นลำดับ” พล.ท. สรรเสริญ กล่าว

“สามารถ” โต้คำแถลงร.ฟ.ท. หมดหวังรื้อเครื่อง ร.ฟ.ท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262949

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

ร.ฟ.ท., สามารถ, โต้, คำแถลง, รฟท, หมดหวัง, รื้อ, เครื่อง, โต้คำแถลงรฟท, หมดหวังรื้อเครื่อง, ดรสามารถ ราชพลสิทธิ์

“สามารถ” โต้คำแถลง ร.ฟ.ท. ยิบ เผยความหวังรื้อเครื่อง ร.ฟ.ท. เริ่มริบหรี่

         เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2560 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” ว่า ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามอำนาจม.44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อีกทั้ง ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นมาเพื่อกำกับ เร่งรัด ติดตาม และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

         ทั้งนี้ ได้เน้นหนักไปที่การประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ของ ร.ฟ.ท.นั้น ประชาชนที่ติดตามก็ตั้งความหวังกันไว้ว่า ร.ฟ.ท.จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่หลังจากได้อ่านคำชี้แจงของ ร.ฟ.ท. จากนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ทำให้ความหวังนั้นเริ่มริบหรี่ ซึ่งสรุปได้ความว่า การประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ที่ ร.ฟ.ท.กำลังดำเนินการอยู่ 5 โครงการนั้น มีความเหมาะสมและถูกต้องอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

        นายสามารถ  กล่าวต่อไปว่า แม้ ร.ฟ.ท. จะไม่ได้ระบุว่าเป็นการชี้แจงการตั้งข้อสังเกตของตนที่ผ่านมา แต่เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า ร.ฟ.ท.ต้องการชี้แจงข้อสังเกตของตน ด้วยเหตุนี้ ตนขอตอบโต้คำชี้แจงของ ร.ฟ.ท. ดังนี้ 1.ทางร.ฟ.ท.ชี้แจงว่าเหตุที่ต้องเลื่อนการประกาศผลว่ามีผู้รับเหมารายใดบ้างที่มีสิทธิ์เข้าเสนอราคาก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 โครงการ ไปก่อน จากเดิมเป็นวันที่ 20 ก.พ. นั้น เป็นเพราะว่าโครงการรถไฟทางคู่เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูง จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ตนขอแย้งว่า ก่อนที่ ร.ฟ.ท.จะกำหนดวันประกาศผล ร.ฟ.ท.ก็รู้อยู่แล้วว่าโครงการรถไฟทางคู่เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูง และมีเอกสารมาก แต่ ร.ฟ.ท.ก็มั่นใจว่าจะสามารถตรวจสอบเอกสารได้ทันตามกำหนด อีกทั้ง ร.ฟ.ท.ก็มีบริษัทที่ปรึกษาช่วยกลั่นกรองข้อมูลในเอกสารให้อยู่แล้ว

          ดังนั้น การเลื่อนประกาศออกไปไม่น่าจะเกิดจากสาเหตุดังกล่าว แต่เกิดจากมีผู้ร้องเรียนมากมายถึงความไม่ชอบมาพากลมากกว่า ซึ่งเป็นการยากที่ ร.ฟ.ท.จะชี้แจงแสดงเหตุผลให้สังคมยอมรับได้ แม้ว่ามีการเลื่อนการประกาศออกไปก็ตาม แต่เป็นที่รู้กันภายในว่า ร.ฟ.ท.ตรวจเอกสารเสร็จแล้ว และรู้แล้วด้วยว่าผู้รับเหมารายใดบ้างสอบผ่านหรือมีคุณสมบัติครบถ้วนที่สามารถเข้าเสนอราคาได้

         นายสามารถ กล่าวด้วยว่า 2. ร.ฟ.ท.ชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบราคากลางของรางรถไฟจากผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น จีน และไทย โดยได้เลือกใช้ราคาต่ำสุดมากำหนดเป็นราคากลาง ตนขอแย้งว่า ร.ฟ.ท.ควรที่จะต่อรองราคากับผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายให้ได้ราคาต่ำที่สุด เพราะราคาที่ผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายเสนอให้ ร.ฟ.ท. ยังสูงกว่าที่เสนอให้ผู้รับเหมาอยู่อีกมาก

          3. ร.ฟ.ท.ชี้แจงว่า หากต้องแบ่งการก่อสร้างออกเป็นตอนๆ จะทำให้ค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารงานก่อสร้าง รวมทั้งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้การก่อสร้างล่าช้า ตนขอแย้งว่า ค่าจ้างที่ปรึกษาอาจจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนจะน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าก่อสร้าง ที่สำคัญ ร.ฟ.ท.จะสามารถประหยัดค่าก่อสร้างได้หากแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นตอนๆ เพราะจะทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าร่วมประมูลได้ด้วย ส่งผลให้มีการแข่งขันด้านราคากันอย่างจริงจัง พูดได้ว่า ร.ฟ.ท.จะสามารถประหยัดค่าก่อสร้างได้มากกว่าค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังการเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าร่วมประมูลได้นั้น จะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทยด้วย

         สำหรับกรณีข้ออ้าง ที่บอกว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารงานก่อสร้างนั้น ร.ฟ.ท.ก็มีบริษัทที่ปรึกษามาทำหน้าที่บริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้างอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ ร.ฟ.ท.อ้างว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้การก่อสร้างล่าช้า หากการก่อสร้างตอนใดตอนหนึ่งมีปัญหานั้น ร.ฟ.ท.ก็น่าจะย้อนคิดดูถ้าไม่มีการแบ่งการก่อสร้างออกเป็นตอนๆ ดังที่ประมูลอยู่ในปัจจุบัน แต่ให้ผู้รับเหมารายเดียวทำการก่อสร้างตลอดระยะทาง แล้วเกิดมีปัญหาร้องเรียนขึ้น โครงการทั้งหมดก็จะหยุดนิ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าการแบ่งงานเป็นตอนๆ กล่าวคือ การแบ่งงานเป็นตอนๆ กรณีมีปัญหาร้องเรียนเกิดขึ้นที่ตอนใดตอนหนึ่ง ความเสียหายจะเกิดขึ้นเฉพาะงานตอนนั้นเท่านั้น

          อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่า ผู้รับเหมาขนาดใหญ่ที่จะได้งานก่อสร้างรถไฟทางคู่จะต้องจ้างผู้รับเหมารายย่อยหลายรายมาช่วยทำการก่อสร้างและติดตั้งองค์ประกอบต่างๆ ถามว่าเมื่อผู้รับเหมาขนาดใหญ่มีศักยภาพในการบริหารผู้รับเหมารายย่อยให้งานลุล่วงไปตามกำหนดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วทำไม ร.ฟ.ท.จึงจะทำไม่ได้หากต้องใช้ผู้รับเหมาหลายรายในกรณีที่ต้องแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นตอนๆ

      “น่าเสียดายที่รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ไม่ได้นำประสบการณ์จากการบริหารโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา ที่มีการแบ่งการก่อสร้างออกเป็นถึง 40 ตอน มาประยุกต์ใช้กับกรณีนี้ ที่สำคัญกรมทางหลวงไม่ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาให้มาบริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้าง แต่กรมทางหลวงทำเองทั้งหมด ซึ่ง ร.ฟ.ท.ก็มีบุคลากรที่มีคุณภาพและสามารถทำงานได้เช่นเดียวกับกรมทางหลวง หากเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้น ซึ่งจะทำให้ลดงบประมาณในการจ้างบริษัทที่ปรึกษาลงได้”นายสามารถ กล่าว

        นอกจากนั้น ร.ฟ.ท.ยังไม่ได้ชี้แจงข้อสังเกตของผมที่บอกว่ามีการล็อกสเปกเครื่องจักรบำรุงทางและระบบอาณัติสัญญาณให้ผู้ผลิตรายหนึ่ง น่าเสียดายที่รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.เร่งรีบตอบข้อสังเกตของผม โดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเสนอแนะให้รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เลือกใช้คนใน ร.ฟ.ท. หรือกุนซือที่เหมาะสม และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ที่สำคัญ รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.น่าจะได้ฉุกคิดสักนิดว่า การที่ท่าน พล.อ.ประยุทธ์  ได้ตัดสินใจใช้อำนาจตามความใน ม.44 ก็เพราะต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงใน ร.ฟ.ท. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 โครงการ ที่มีเรื่องร้องเรียนมากมาย ถ้าการประมูลมีความโปร่งใสและเป็นธรรมอยู่แล้ว ท่านนายกฯ จะออกคำสั่งนี้มาทำไม ถึงเวลานี้ คงต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่คณะกรรมการ ร ฟ.ท. และคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างในการปรับปรุงการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่เสียแล้ว

ส่อง งานปฏิรูป ปี60 เล็ง ผุด กม.คุมสื่อ – เสริมวัฒนธรรมปชต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262946

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

ป.ย.ป., ส่อง, งาน, ปฏิรูป, ปี60, เล็ง, ผุด, คุม, สื่อ, เสริม, วัฒนธรรม, ปชต, งานปฏิรูป, กมคุมสื่อ, เสริมวัฒนธรรมปชต, ปยป

ส่อง ประเด็นปฎิรูป “ป.ย.ป.” ปี60 ใน 27 ด้าน 42 วาระ เล็ง ผุด พ.ร.บ.เสริมวัฒนธรรมปชต.- จดแจ้งการพิมพ์-กำกับ อปท.-ความปลอดภัยไซเบอร์

        จากการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานเมื่อวันที่3 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า มีการกำหนด27วาระด้านการปฏิรูปแยกออกเป็น42ประเด็นที่ต้องเดินหน้าขับเคลื่อนในปี2560นี้  โดยแบ่งออกเป็น5กลุ่มงาน ประกอบด้วยกลุ่มงาน 1.เศรษฐกิจอนาคตมีวาระปฏิรูปเช่นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมืองออกพ.ร.บ.นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว

          ด้านที่ 2เศรษฐกิจชีวภาพเช่นออกพรฎ.จัดตั้งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน)เร่งรัดประกาศใช้พรฎ.จัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการค้าและออกพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ด้านที่3 เศรษฐกิจดิจิทัลเช่น พัฒนา พ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัลเร่งรัดออกพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้านที่4เศรษฐกิจสร้างสรรค์เช่น ออก พ.ร.ฎ.จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(องค์การมหาชน)

           กลุ่มงานด้านการพัฒนาคนวาระ ด้านการปฏิรูปที่5 การพัฒนาการกีฬา ออกพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติและพ.ร.บ.นโยบายการกีฬาแห่งชาติ ด้านที่6การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย  ออกพ.ร.บ.เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ด้านที่7ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อ ออกพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน และพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ด้านที่8ปฏิรูปการศึกษา ออกพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติและพ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต พร้อมเร่งการพัฒนาครูและปฏิรูประบบการเรียนรู้ STAR STEMS

          ด้านที่9เตรียมการผู้สูงวัย โดยขับเคลื่อนต้นแบบงานบูรณาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเดินหน้าตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้อปท.ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้านที่10 ด้านสุขภาพ ออกพ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ด้านที่11ปฏิรูปแรงงานจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ณ จุดผ่านแดนถาวรให้มีคณะกรรมการนโยบายยุทธศาสตร์แรงงานข้ามชาติพร้อมแก้ไขพ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ. 2522และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

         กลุ่มงานด้านเครื่องมือพัฒนาฐานราก วาระด้านการปฏิรูปที่12การเงินฐานราก ออกพ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชน ด้านที่13 ธนาคารที่ดิน ออกพ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ด้านที่14วิสาหกิจเพื่อสังคม ออกพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม  กลุ่มงานกลไกภาครัฐวาระด้านการปฏิรูปที่ 15 ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ออกพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประมวลกฎหมาย อปท.ออกพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกทม. ,พัทยาส่วนงานบุคคลส่วนท้องถิ่นจะออกพ.ร.บ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกทม.

          ด้านที่16การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภาครัฐฯให้ทบทวนการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางที่ไปปฏิบัติงานในภูมิภาค ด้านที่17ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ออกพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายในคดีอาญาและแก้ไขพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ พ.ศ. 2544รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด้านที่18ปฏิรูปกลไกภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลออกพ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะออกพ.ร.บ.จริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐและพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ด้านที่19 ระบบงบประมาณการคลัง  ออกพ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐและพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ

         กลุ่มงานโครงสร้างพื้นฐานวาระด้านการปฏิรูปที่ 20 น้ำ ออกพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ด้านที่21การจัดการพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ออกพ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์และพ.ร.บ.โบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ด้านที่22ไซเบอร์ ออกพ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ด้านที่23โลจิสติกส์ ออกพ.ร.บ.สภาโลจิสติกส์แห่งชาติ ด้านที่24ผังเมือง ออกพ.ร.บ.ผังเมืองและพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม ด้านที่25พลังงาน ออกพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ด้านที่26การปรับเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ กำหนดให้การแก้ไขปัญหาเป็นวาระแห่งชาติและผลักดันSEA ด้านที่27ป่าไม้ชุมชนอุทยานสัตว์ป่า ออกพ.ร.บ.ป่าชุมชนพ.ร.บ.อุทยานและพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

“ภูมิสรรค์” ขอ รัฐบาล ลดอคตินักการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262943

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

ประชาธิปัตย์, ภูมิ, สรรค์, รัฐบาล, อคติ, นักการเมือง, ภูมิสรรค์, ลดอคตินักการเมือง

“ภูมิสรรค์” ขอ รบ. ลดอคตินักการเมือง ชี้ยิ่งเพิ่มอำนาจราชการ ยิ่งเหลื่อมล้ำ แนะต้องปฏิรูปประเทศให้กระจายอำนาจ

           เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสานพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อคิดเห็นทางวิชาการของนายธีรยุทธ์ บุญมี ว่าตนเห็นด้วยในหลายประเด็น ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงรู้สึกไม่ต่างกันคือในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราอยู่กันเหมือนลักษณะเอาใจช่วย แต่ขณะนี้คงเข้าสู่โหมดความรู้สึกกังวลห่วงใย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปฏิรูปและลดความเหลื่อมล้ำ ที่เจือจางลงในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการตั้งโจทย์การปฏิรูปขาดซึ่งเจตนารมณ์สูงสุดไปคือการกระจายอำนาจท้องถิ่น เเม้นายกฯเเละคสช.อาจมีเจตนาดีในการจะตั้งคณะกรรมการหลากชนิดและพยายามเเยกทำเป็นเรื่องๆ แต่ก็ขาดซึ่งกรอบหลักที่จะใช้นำขบวนการสู่การปฏิรูปโดยผ่านการกระจายอำนาจท้องถิ่น โดยในความเป็นจริงมันสวนทางกันกับความพยายามจะลดความเหลื่อมล้ำ

นายภูมิสรรค์  กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่ตนเป็นเลขานุการคณะทำงานติดตามการปฏิรูปการกระจายอำนาจท้องถิ่นพรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากเรียนฝากถึงเครื่องมือที่สำคัญดังนี้ 1.หันทิศทางจัดระเบียบการปฎิรูปเข้าสู่กลไกการกระจายอำนาจท้องถิ่น โดยทำในลักษณะจากล่างขึ้นบน ใช้ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนเป็นรากฐาน ลดความอคติที่รู้สึกว่านักการเมืองทั้งหมดเป็นตัวปัญหาเเบบเหมารวม เลยพยายามเพิ่มอำนาจให้ภาครัฐำโดยหารู้ไม่ว่านั้นคือการบั่นทอนและเพิ่มความเหลื่อมล้ำจากประชาชนยิ่งไปอีก อาจใช้กลไกการกระจายอำนาจท้องถิ่นในลักษณะจังหวัดจัดการตนเอง หรือวางรากฐานสู่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่พร้อมในอนาคตหรือทดลองในลักษณะช่วงวางรากฐานประชาธิปไตย

2.วางตัวผู้นำการปฏิรูปแบบที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในเชิงบริหารงานการเมือง บริหารงานราชการแผ่นดิน บริการรัฐกิจและประชาชนรู้สึกไว้วางใจ ซึ่งเขาเหล่านั้นเข้าใจประชาชนเเละวิถีประชาธิปไตยเป็นอย่างดี ให้มาช่วยเชื่อมต่อเฉพาะกิจ โดยลดบทบาทลักษณะที่เอานักการตลาดเเละนักการธุรกิจเอกชนมานำ และถอยนักการทหารที่ประชาชนไว้วางใจไปคุมงานความมั่นคงเป็นหลัก 3.ฟื้นฟูระบบเเละกลไกการมีส่วนร่วมในภาคประชาสังคมทุกด้าน เช่น สภาพัฒนาการเมืองที่มาจากภาคประชาสังคม หากเห็นว่ายังขับเคลื่อนได้ผลไม่พอ ยกระดับการบริหารให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพราะสิ่งนี้จะสามารถเข้าถึงเเละยึดโยงกับประชาชนรากหญ้าได้ แต่ไม่ใช่ยุบทิ้ง หากจะเปรียบกับงานความมั่นคงเเล้วจะคล้าย กอรมน.ซึ่งยุบทิ้งไม่ได้เช่นกัน

“สุดท้ายผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เอาใจช่วยและมีความหวังกับรัฐบาลมาตลอด อยากให้นายกฯใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้ทรงคุณค่า ในขณะที่ใช้อำนาจได้เต็มที่มากกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งแต่ขบวนการการใช้อำนาจลักษณะนี้มักเป็นดาบ 2 คมหากใช้พร่ำเพรือและพลาดเป้า ก่อนถึงวันเลือกตั้งที่วางโรดแม๊ปไว้ หวังว่าคงได้เห็นอะไรเป็นรูปธรรมบ้างเพื่อเป็นการวางรากฐานและผมยังเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าจะทำเพื่อตัวเองและพยายามสืบทอดอำนาจเหมือนที่ประชาชนเริ่มจะรู้สึกขึ้นมาบางขณะ”นายภูมิสรรค์กล่าว

สหรัฐฯ ห่วง“ไฟใต้-คุกไทย แออัด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262936

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

รอยเตอร์, ไฟใต้, สหรัฐอเมริกา, สหรัฐฯ, ห่วง, ใต้, คุก, ไทย, แออัด, ห่วงไฟใต้-คุกไทย, ไฟใต้-คุกไทย แออัด

ก.ต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกปี 59 ห่วงไฟใต้ คุกไทยแออัด

          สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ เผยแพร่รายงานด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2559 ซึ่งในรายงานดังกล่าว ได้ระบุถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในไทยด้วย

          โดยรายงานของสหรัฐสรุปสาระสำคัญว่า ไทยอยู่ภายใต้การบริหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช. ) ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2557 ชาวไทยลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ปีที่แล้ว ตามแนวทางของแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศโดยคสช. แม้ในรอบปีที่ผ่านมา ยังคงมีรายงานการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ เกินกว่าเหตุต่อผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรมและการเมือง แต่ถือว่าน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังไม่พบการสูญหายของบุคคลที่อาจเป็นผลจากความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 14 เดือนที่ผ่านมา

          นอกจากนี้ สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่สหรัฐฯ จับตายังคงเกี่ยวข้องกับกรณีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร แต่สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนทางใต้ของไทยยังน่าเป็นห่วง และสภาพเรือนจำของไทยถือว่าแออัดเกินไป เนื่องจากปัจจุบัน มีจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศมากกว่า 300,000 คน

           ในการเผยแพร่รายงานสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ไม่ได้เป็นผู้แถลงเกี่ยวกับรายงานฉบับดังกล่าวด้วยตัวเองถือเป็นการแหวกธรรมเนียมปฏิบัติอย่างมาก จนส่งผลให้ นายมาร์โก รูบิโอ หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐ เรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง

“โพลล์”ระบุบ้านเมืองสงบแต่ยังขัดแย้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262932

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  4 มี.ค. 2560

โพล, นายกฯ, โพลล์, ระบุ, บ้านเมือง, สงบ, แต่, ยัง, ขัดแย้ง, สวนดุสิตโพล, สวนดุสิตโพลล์

“สวนดุสิตโพล”เผยผลสำรวจระบุประชาชน 77.80 เปอร์เซ็นต์เห็นว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย – แต่ยังมีความขัดแย้ง

         4 มี.ค. — “สวนดุสิตโพลล์”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯในการ บริหารจัดการและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีทั้งสิ่งที่ดีขึ้น เหมือนเดิม และแย่ลงหรือไม่อย่างไร โดยใน  1) ด้านการเมือง  บอกว่า สิ่งที่ดีขึ้นใน อันดับ 1 คือบ้านเมืองสงบเรียบร้อย 77.80% อันดับ 2 การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น 66.42% อันดับ 3 แนวทางสร้างความปรองดอง 58.96%  ส่วนสิ่งที่แย่ลง อันดับ 1คือการจำกัดสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น 71.07%  อันดับ 2 การปล่อยข่าว สร้างกระแส ใส่ร้ายโจมตี 65.01%

อันดับ 3 ขาดนักการเมืองหน้าใหม่ ๆ 54.25%

สำหรับสิ่งที่เหมือนเดิม อันดับ 1 การทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย  71.74% อันดับ 2 การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง63.41% อันดับ 3  การแก้ปัญหาไฟใต้ 42.73%                                                    2) ด้านเศรษฐกิจ  สิ่งที่ดีขึ้น อันดับ 1 รัฐบาลให้ความสำคัญและเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 61.31% อันดับ 2 ช่วยเหลือคนยากจน เกษตรกร ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 53.74% อันดับ 3    รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 46.34%  สิ่งที่แย่ลง อันดับ 1    ค่าครองชีพสูง ข้าวของแพง 70.56% อันดับ 2 ต่างชาติ ภาคเอกชน ไม่กล้าลงทุน 60.47%อันดับ 3    โครงการขนาดใหญ่ไม่ครอบคลุมในพื้นที่ชนบท 56.85%

ส่วนสิ่งที่เหมือนเดิม อันดับ 1 เศรษฐกิจย่ำแย่ คนไม่มีกำลังซื้อ ขาดเงินหมุนเวียน 76.36% อันดับ 2    ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ต้องแข่งขัน ดิ้นรน  69.29% อันดับ 3 ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ การส่งออกยังไม่ดีขึ้น    61.98%

3) ด้านสังคม “ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน” สิ่งที่ดีขึ้น อันดับ 1    ชีวิตความเป็นอยู่สงบมากขึ้น ไม่วุ่นวาย 82.59% อันดับ 2 การจัดระเบียบสังคมและการแก้ปัญหาต่างๆ    64.42% อันดับ 3 การนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวัน 54.58% สิ่งที่แย่ลง อันดับ 1    รายได้ไม่พอกับรายจ่าย เป็นหนี้    78.64% อันดับ 2 ความเหลื่อมล้ำทางสังคม    62.24%

อันดับ 3 การเดินทาง การจราจร ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ครอบคลุม 55.51%  สิ่งที่เหมือนเดิม อันดับ 1 ต้องทำงาน หาเลี้ยงชีพ ดูแลตัวเองและครอบครัว    81.16% อันดับ 2 คนไม่มีน้ำใจ เห็นแก่ตัว 79.73%  อันดับ 3 ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 74.77%