โพลล์ ชี้ ปชช.เชื่อใช้ ม.44 ปฏิรูป ปท.สำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262919

การเมือง  :  4 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, ม.44, โพลล์, ชี้, ปชช, เชื่อ, ใช้, ม44, ปฏิรูป, สำเร็จ, ปชชเชื่อใช้, ปทสำเร็จ

“กรุงเทพโพลล์” ชี้ ปชช. กว่า 62 % เชื่อมั่นว่า ม.44 จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าปฏิรูปสำเร็จ

          “กรุงเทพโพลล์” ได้ทำการสำรวจความเห็นประชาชน  ในหัวข้อ“ม.44 กับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ผลปรากฏดังนี้

            –ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ม.44 ของประชาชน

            72.3%   ค่อนข้างน้อย

             24 %    ค่อนข้างมาก

            –การใช้ ม.44กับเรื่องใดที่ทำให้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้น

             50.9 % การปราบทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ

             45.7% การห้ามชุมนุมประท้วง

              42.2% การปราบยาเสพติด

              40% การปราบปรามมาเฟียผู้มีอิทธิพล

               25.9% การบุกจับพระธัมมชโย

               เมื่อถามถึง ม.44ประชาชนนึกถึงอะไรมากที่สุด

               47.5% ความสงบสุขเรียบร้อย

               32.9 % อำนาจการบังคับใช้กฎหมาย

               23.2% ความเด็ดขาด

                17.7% การปราบปราม

               เชื่อมั่นมากน้อยเพียงใดว่าการใช้ ม.44 จะทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าปฏิรูปสำเร็จ

              62.6%เชื่อมั่นค่อนข้างมาก

               29.8% เชื่อมั่นค่อนข้างน้อย

               ควรใช้ ม.44 ควบคุมสถานการณ์ในประเทศอีกหรือไม่หลังการจัดเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว

                78.4% ควรมีต่อไปได้ โดย

                60.7 % ใช้เฉพาะในบางสถานการณ์ที่รัฐบาลไม่อาจควบคุมได้17.7%  ใช้เพื่อควบคุมความสงบสุขของประเทศ

                19.3% ไม่ควรมีเพราะประเทศจะได้เดินหน้าสู่ประชาธิปไตย

“บิ๊กตู่”วอนปชช.ใช้น้ำหน้าแล้งให้ประหยัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262862

การเมือง  :  3 มี.ค. 2560

แบบ, นายกฯ ศาสตร์พระราชา 3 มี.ค., ศาสตร์พระราชา 3 มี.ค., นายกฯ วอนปชช.ร่วมกันประหยัดน้ำ, ประหยัดน้ำ, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, บิ๊ก, ตู่, วอน, ปชช, ใช้, น้ำ, หน้าแล้ง, ให้, ประหยัด, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่”วอนปชช.ใช้น้ำหน้าแล้งแบบประหยัด เชื่อมีน้ำใช้พอทั้งอุปโภค-บริโภค ขอปชช.ภาคใต้อย่าก่อสร้างสิ่งของกีดขวางทางน้ำ

          3 มี.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ช่วงหนึ่งว่า วันนี้เป็นห่วงเรื่องการบริหารจัดการน้ำในปีที่ผ่านมา รัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาต่างๆอย่างเต็มที่ ช่วงนี้เริ่มจะเข้าสถานการณ์ฤดูแล้ง เราต้องช่วยกันระมัดระวังปัญหาภัยแล้งในปีนี้ตั้งแต่ต้น ซึ่งน่าจะไม่รุนแรงเท่ากับหน้าแล้งในปีที่ผ่านมา แต่ก็ประมาทไม่ได้ เรื่องฝนฟ้าคาดเดาได้ยาก ในปีนี้เราอาจจะพอจะมีน้ำใช้อุปโภค บริโภคใช้ในการผลิต เพาะปลูกได้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้อย่างฟุ่มเฟือยแล้วก็ถือว่ามีมากใช้มากไม่ได้ น้ำนี้ยิ่งมีมากยิ่งต้องใช้น้อย เพราะว่ามันต้องเผื่อแผ่ไปในระยะเวลาอีกยาวนานกว่าฝนจะมา วันหน้าฝนจะมามากมาน้อย จะเก็บน้ำไว้ได้เท่าไร

          “วันนี้ระบบส่งน้ำก็ยังไม่สมบูรณ์รัฐบาลพยายามเต็มที่เพื่อจะให้ระบบส่งน้ำไปถึงผู้ใช้น้ำ โดยจะต้องระมัดระวังการใช้น้ำให้ผ่านพ้นฤดูแล้งนี้ไปถึงฤดูแล้งหน้าให้ถึงฤดูฝนหน้า อย่าประมาท ให้ช่วยกันดูแลการใช้น้ำอย่างระมัดระวัง สื่อก็อย่าเอาแต่ภาพที่มันตรงนั้นแห้ง ตรงนี้แห้งมาเลย เดี๋ยวประชาชนก็ตกใจหมด รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามจะบริหารจัดการน้ำอยู่ แต่ถ้าถามว่ามันจะเต็มทุกคลองเต็มทุกอ่างกักเก็บน้ำได้ไหม มันขึ้นอยู่กับปริมารฝนที่มีอยู่ น้ำต้นทุนมีหรือเปล่า เราต้องวางแผนการใช้น้ำให้เหมาะสม พอเหมาะพอควร ทุกภาคส่วนร่วมกันคนละไม้คนละมือ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลพยายามเต็มที่ที่จะเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ตามงบประมาณที่มีอยู่ ตามระยะเวลาที่มีอยู่ ข้อสำคัญก็คือในเรื่องของการติดตามวิเคราะห์ข้อมูลดินฟ้าอากาศและปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพื่อจะประเมินสถานการณ์ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ในการเตรียมพร้อมที่จะดูแลหากเกิดปัญหาได้อย่างทันทวงที่ นอกจากนี้ขอให้กำลังใจประชาชนภาคใต้ ที่กำลังฟื้นฟูภายหลังน้ำท่วมเมื่อช่วงต้นปี แล้วก็ช่วยกันดูแลเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ ไม่ก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งเราต้องแก้ไขให้ได้ในปีนี้ เพราะหากขว้างน้ำก็ท่วมอีก

“นายกฯ”ขอปชช.ใช้สติแยกแยะปมขัดแย้ง “วัดพระธรรมกาย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262864

การเมือง  :  3 มี.ค. 2560

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, นายกฯ ธรรมกาย, วอนปชช.ใช้สติปมธรรมกาย, นายกฯฯ วอนปชช.ใช้สติปมธรรมกาย, นายกฯ, ปชช, ใช้, สติ, แยกแยะ, ขัดแย้ง, วัด, พระ, ธรรมกาย, วัดพระธรรมกาย, บิ๊กตู่, ี้รบ-คสช, บางสื่อ-บางคอลัมนิสต์

“บิ๊กตู่”ขอปชช.ใช้สติแยกแยะปมขัดแย้ง“วัดพระธรรมกาย”  ช”ี้รบ.-คสช.”รับฟังทุกฝ่าย ไม่ลุแกอำนาจใช้ม.44 ใช้เท่าที่จำเป็น แถมสับ”บางสื่อ-บางคอลัมนิสต์”จงใจบิดเบือน

          3 มี.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า กรณีวัดพระธรรมกาย ตนขอให้เจ้าหน้าที่ พระ พุทธศาสนิกชน และประชาชน ได้อดทนใช้สติปัญญาและวิจารณญาณในการแยกแยะ ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตนอยากให้ฟังทั้งในส่วนของเจ้าหน้า วัด พระ ประชาชน และสื่อ ก็คงจะต้องนำมาประมวลผลแยกแยะให้ออกว่าประเด็นอยู่ที่เรื่องอะไร ที่ทำให้เกิดการยืดเยื้ออยู่ทุกวันนี้ เพราะรัฐต้องการจะรังแกพระและวัดจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต เรื่องกฎหมาย หรือการบิดเบือนคำสอนพระพุทธเจ้าประเด็นการเมือง ขอให้ทุกท่านลองนึกย้อนกลับไปอย่างเป็นกลาง แล้วก็แยกแยะให้ได้ว่าเราจะทำยังไงกัน

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บางคนอาจจะนึกว่ารัฐบาลและคสช. ใช้อำนาจรัฐาธิปัตย์น้อยเกินไปจนทำอะไรไม่สำเร็จ มีอิสระเสรีที่ไร้ขอบเขต เรียกร้องในสิ่งที่ให้ไม่ได้ ก็ทุกคนพยายามคิดแตกต่างกันตลอดทุกเรื่อง มันก็ขัดแย้งกันไปกันมาทำให้งานของตนเดินหน้าไปได้ช้า เป็นไปได้ยาก ช้าก็ไม่พอใจ สื่อบางคนก็ลืมบทบาทหน้าที่ของตน หน้าที่ของพลเมืองดีก็เป็นอยู่ไปแบบนี้

         “ผมไม่พยายามที่จะไปบังคับควบคุมใครเลย ก็จะเห็นได้ว่าทั้งสื่อ โซเชียลมีเดีย ก็พูดจาอะไรกันไปก็มากมาย ผมก็พยายามไม่สนใจในบางเรื่อง แต่ทุกคนต้องพยายามที่จะหาจุดร่วมกันให้ได้ เพื่อเราจะปฏิรูปประเทศร่วมกัน ผมไม่อยากให้อ้างคำว่าประชาธิปไตย หรือคำว่าจรรยาบรรณของสื่ออย่างเดียว ซึ่งต้องมีเสรีภาพเต็มที่ วันนี้ลองดูว่าประเทศเราเป็นอะไรอยู่ ยังทำอะไรอยู่ แก้ปัญหาอะไรอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ลองดูประเทศมหาอำนาจที่ว่าเป็นประชาธิปไตยวันนี้เขาดูแลสื่อเขาอย่างไร ไปดูคนอื่นเขาบ้าง ไม่ใช่ดูแต่ของเรา แล้วก็เอาหลักการที่ทุกคนต้องการ มาต่อสู้กันทุกวันอยู่อย่างนี้ไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะฉะนั้นอย่ามาอ้างเฉพาะในสิ่งที่ตนเองได้ประโยชน์ แต่ประเทศชาติเสียหายคนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา อยากได้ทุกอย่าง อยากได้อิสระ เสรีภาพ ประชาธิปไตย แต่ตัวเองไม่ย้อนดูว่าตัวเองทำอะไรไปบ้างกับประเทศชาติ และประชาชน พร้อมจะแก้ไขหรือยัง อย่าโทษรัฐบาล โทษคสช.อย่างเดียว ว่าทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

          “วันนี้ทุกคนต้องเข้าใจว่าทุกคนขาดแคลน ทุกคนก็อยากได้หลายอย่าง อยากได้เงิน อยากได้ทุนอยากได้ค่าแรง อยากได้ค่ารักษาพยาบาล การศึกษาฟรี อยากให้รัฐสวัสดิการ อะไรที่มันฟรีเราพร้อมหรือยังที่จะให้ได้มากขนาดนั้น เรามีรายได้เพียงพอหรือยัง วันนี้ทุกคนก็ไม่เข้าใจ พยายามไปปลุกปั่นไปปลุกระดม ผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ที่ลำบากว่ารัฐบาลจะต้องดูแลมากกว่านี้มากกว่านั้น แล้วที่ผ่านมาเราพยายามเพิ่มให้ทุกอย่าง ไม่เคยลดอะไรเลยสักอย่าง แต่มันเพิ่มได้น้อย เพราะรายได้เรายังมีเท่านี้ อย่าไปฟังมาก อย่ามาจ้องจับผิด ผมไม่ได้ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือกลุ่มทุน แล้วก็ไปลืมฐานรากลืมประชาชน ทุกครั้งที่ผมพูดทุกวันผมก็พูดถึงคนที่มีรายได้น้องก่อนเสมอ ผมไม่เคยลืม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ระบบเศรษฐกิจเราต้องไปพร้อมๆกันเป็นห่วงโซ่ เราต้องดูทบทวนกันเอง รัฐบาลและคสช.ก็ทบทวนตัวเอง ว่าเราได้ประโยชน์อะไรจากที่เรามาทำหรือเปล่า โดยส่วนตัวตนคิดว่าตนไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ประเทศชาติได้ประโยชน์ มันก็ทำให้ตนมีกำลังใจ มีความคิดความพยายามที่จะทำต่อไป เห็นรอยยิ้มของพี่น้องประชาชนที่มีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น ทุกคนได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เราไม่อยากให้พวกเราไปคิดกันคนละทางสองทาง แล้วก็มาติ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรที่มันดีกว่านี้ แต่ก็ติไว้ก่อน มันไม่เป็นประโยชน์เลยอย่าให้มันมีกันเยอะเกินไปคนประเภทนี้

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนขอร้องสื่อ ขอร้องนักข่าว ขอร้องคอลัมน์นิสต์บางคน ให้มาร่วมรับผิดชอบกับสังคมบ้าง ต้องรู้ว่าประเทศเป็นอย่างไร รายได้เป็นอย่างไร เก็บภาษีได้เท่าไหร่ ใครเสียบ้าง ใครไม่เสีย คนรายได้น้อยได้รับการดูแลอย่างไรแล้วสวัสดิการมีอย่างไรให้ไปแล้วเท่าไร อะไรยังไม่ได้ให้ ถ้าให้แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ให้มากก็เกินไปประเทศล่มสลาย ระบบการเงินการคลังเสียหายจะทำอย่างไรต้องรู้เรื่องเหล่านี้มันถึงจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นเท่ากับเลือกวิพากษ์วิจารณ์ โดยที่มันไม่คำนึงถึงมันจะเกี่ยวพันใคร ใครจะเสียหายแล้วมันทำให้การทำงานอื่นที่มันจะเป็นส่วนประกอบให้เกิดสิ่งที่ต้องการมันทำไม่ได้ อย่าเอาสิ่งที่ไม่ดีมีตีกับสิ่งที่ดี จนทำให้เรารู้สึกว่าไอ้สิ่งที่ทำมาทุกวันนี้ไม่มีค่าอะไรเลย

          “ถ้าเราคิดแบบนั้นประเทศเราไปไหนได้ไม่ไกลกว่านี้ ไม่สร้างสรรค์ ไม่พัฒนาตัวเอง ผมพยายามจะทำให้ดีที่สุดนะครับ ไม่เคยท้อแท้ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่สู้ชีวิต ประชาชนทุกคนสู้ชีวิต ผมเองก็สู้เพื่อชาติและประชาชน สถาบันอันเป็นที่รักของเราเท่าที่จะทำได้ ผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องไปกดดันคนเหล่านั้น คาดคั้นความรับผิดชอบจากเขาด้วย ผมขอพูดแค่นี้ ก็เอาไปทบทวนแล้วกันรู้ตัวกันอยู่แล้วอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ถ้าอยากจะทำแบบนี้ไปทำกับรัฐบาลหน้า ก็ดูซิว่าจะทำได้ไหม ไม่ต้องไปขัดแย้งไม่ต้องไปคดีความ ไม่มีคนเกลียด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ก็อยากทำให้ประเทศของเราเดินหน้าให้ได้ อย่าล้มเหลวเลย อย่าไร้ระเบียบวินัยเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม มีอะไรเสนอมาได้ ถ้ามีความคิดเห็นอย่างไรที่อยากจะให้รัฐบาลรับทราบ แต่อย่าติติงทั้งหมดเลย อาจจะไม่ได้ดีทั้งหมด แต่มันต้องดีมากกว่าไม่ดี แล้วก็บางอย่างเพิ่งจะเริ่ม มันต้องให้เวลาในการทำงานบ้าง

ผบ.ทบ.ดอดพบ “บิ๊กตู่” คาดคุยปมธรรมกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262866

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 มี.ค. 2560

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), ทำเนียบ, นายกฯ, คาดคุยปมธรรมกาย, ผบทบ, ดอด, บิ๊ก, ตู่, คาด, คุย, ธรรมกาย, ผบทบดอดพบ, บิ๊กตู่, คาดคุยปมธรรมกาย 

ผบ.ทบ.-รองแม่ทัพ 1 ดอดพบ “บิ๊กตู่” คาดคุยปมธรรมกาย

     3 มี.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยให้รถไปรับหลังตึกไทยคู่ฟ้า ทำให้ไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ คาดว่าการเข้าพบครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับวัดพระธรรม ที่ยืดเยื้อในขณะนี้

ลุย 42 ประเด็น“ปฏิรูป”ที่ต้องทำปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262863

การเมือง  :  3 มี.ค. 2560

สุวิทย์ เมษินทรีย์, ลุย, ประเด็น, ปฏิรูป, ที่, ต้อง, สุวิทย์, บิ๊กตู่

“สุวิทย์”กางพิมพ์เขียว โรดแม็พ ปฏิรูป 27 ด้าน 42 ประเด็นย่อย ต้องทำในปี 60 เผย จัดทัพกลไกขับเคลื่อน ตามที่“บิ๊กตู่”เน้นย้ำเรื่อง“ปชต.-เหลื่อมล้ำ-คน

       3  มี.ค. —  นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ใน ป.ย.ป. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือวาระสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.พิจารณาความเชื่อมโยงการปฏิรูปให้เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเดินหน้ากำหนดแนวทางการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ว่ามีเรื่องใดบ้างต้องทำก่อนหลัง 2.พิจารณา 27 วาระการปฏิรูปตามข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่แยกย่อยเป็น 42 ประเด็น ที่ต้องดำเนินการภายในปี 2560 และอีก 32 ประเด็นปฏิรูปที่ต้องดำเนินการตั้งแต่ปี 2561-2564 และ3.พิจารณาถึงการขับเคลื่อนการปฏิรูป ซึ่งจะดำเนินการโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูป (กขป.) และคณะกรรมการขับเคลื่อนเร่งรัดการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล (กขร.)

          ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้น 2 ชุด ได้แก่  1.คณะทำงานสานพลังปฏิรูปเพื่อพัฒนาพื้นที่และสังคม มีนางสีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธาน และ 2.คณะทำงานบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงระบบและโครงสร้าง มีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.)เป็นประธาน

            นายสุวิทย์ กล่าวว่า จากนี้จะแบ่งการปฏิรูปออกเป็น 3 ระดับ1.วาระปฏิรูปที่ดำเนินการได้ทันที มอบหมายกระทรวงขับเคลื่อน 2.การปฏิรูปที่ต้องบูรณาการข้ามกระทรวง มอบกขร.และกขป. ดำเนินการ 3.ประเด็นปฏิรูปที่มีความยุ่งยากซับซ้อน อาจต้องใช้กลไกพิเศษ ให้คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูป ใน ป.ย.ป.ดำเนินการ หรือหากยังมีข้อติดขัดจะเสนอให้ ป.ย.ป.ชุดใหญ่ดำเนินการ

             นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำใน 3 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การปฏิรูป โดยให้พิจารณา 1.ประชาธิปไตยในอนาคตที่แท้จริง ตามหลักคิดความเป็นปวงชนชาวไทยจะถูกพัฒนาอย่างไร โดยต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ซึ่งจะยึดโยงการปฏิรูปการเมืองการปกครองและระบบราชการ 2.การลดความเหลื่อมล้ำผ่านการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและสังคม และ 3.การพัฒนาคนและการศึกษา ให้คนไทยมีหลักคิดที่ถูก ทั้งนี้ นายกฯ ให้นำ 3 ประเด็นดังกล่าวเป็นตัวตั้งในการปฏิรูป

             “ขณะนี้รัฐบาลจัดทำพิมพ์เขียวที่รวบรวมวาระและแนวทางการปฏิรูปของปี 2560 ไว้แล้วอย่างสมบูรณ์ และได้จัดทำข้อสรุปถึงประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ว่าจะทำอะไรต่อไป นี่คือความคืบหน้าที่เกิดขึ้น จากนี้ไปเราจะเดินตามโรดแม็พการปฏิรูปตามที่ได้ประชุมกันวันนี้ นอกจากนี้ นายกฯ ยังเน้นย้ำต้องให้ประชาชนรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของประเทศคืออะไร และต้องบอกวิธีการทำงานของ ป.ย.ป.และผลสำฤทธิ์ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนว่าจะได้รับอะไร ป.ย.ป.จะตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างไร” นายสุวิทย์ กล่าว

จ่อ !! รื้อใหญ่กม.ป.ป.ช.ลดขั้นตอน-ทำงานเชิงรุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262860

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 มี.ค. 2560

อุดม รัฐอมฤต โฆษกกรธ., กม.ปปช, ปปช., จ่อ, รื้อ, ใหญ่, ปปช, ขั้นตอน, ทำงาน, เชิงรุก, กรธ

“กรธ.”เชิญ“ป.ป.ช.”หารือกม.ป.ป.ช. รอบ 2 ปัดมีปัญหาขัดแย้ง เล็งรื้อใหญ่ กม.ป.ป.ช.เรื่องวิธีทำงาน-ลดขั้นตอน – คาดโทษ จนท.ป.ป.ช.ที่ทำงานเกินกรอบเวลา

         3 มี.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.เป็นประธานการประชุม ซึ่งพิจารณาเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยได้เชิญ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  นำโดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.เข้าร่วม

ทั้งนี้ที่ประชุมได้ใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง จากนั้นนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรธ. เปิดเผยผลประชุมว่า กรธ.และป.ป.ช. ไม่ได้มีปัญหาข้องใจระหว่างกัน เหตุผลที่ต้องเชิญ ป.ป.ช. ให้ความเห็นติดต่อกันถึง 2 วันเพราะร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบทุจริตมีเนื้อหากว่า 200 มาตรา แต่หลังจากรับฟังความเห็นและหารือร่วมกันคงไม่ต้องเชิญกรรมการป.ป.ช.เข้าชี้แจงอีก เว้นแต่มีประเด็นอาจส่งหนังสือสอบถามเป็นการภายใน สำหรับเนื้อหาที่สรุปได้เบื้องต้น คือ ร่างกฎหมายปราบทุจริตที่ ป.ป.ช.เสนอนั้นอาจมีส่วนที่ต้องเขียนใหม่ โดยเฉพาะขั้นตอนและวิธีการทำงาน ที่ต้องลดขั้นตอน อาทิ การยื่นคำร้อง การตั้งเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.เป็นพนักงานไต่สวนเรื่อง แทนตั้งอนุป.ป.ช. พิจารณาเหมือนที่ผ่านมาหรือการทำงานในระดับพื้นที่ ซึ่งมีประเด็นพิจารณาคือ พิจารณายกเลิก ป.ป.ช.ประจำจังหวัด และยกระดับเป็นป.ป.ช.ประจำภาคแทน แต่กรณี ป.ป.ช.จังหวัดนั้นยังต้องหารายละเอียดข้อดี และข้อเสียเพิ่มเติมก่อนสรุปอย่างเป็นทางการ

“การทำงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนกับองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบอื่น ๆ กรธ. ได้หารือเบื้องต้นว่า จะให้องค์กรที่มีภารกิจตรวจสอบ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, กรรมการสิทธิมนุษยชน, ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประชุมหารือหากมีกรณีหรือเรื่องร้องเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรอื่น เพื่อตัดสินให้องค์กรที่รับผิดชอบโดยตรงตรวจสอบ แต่กรณีดังกล่าวยังเป็นสิ่งที่กรธ.ต้องหาข้อมูลก่อนเขียนบทบัญญัติต่อไป” นายอุดม กล่าว

นายอุดม กล่าวด้วยว่าในประเด็นการตรวจสอบกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่ทำผิดต่อหน้าที่ หรือ ประพฤติมิชอบต่อการปฏิบัติงาน กรธ. ได้สอบถามความเห็นจาก กรรมการป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน ว่าจะมีแนวทางให้กรรมการหรือบุคคลภายนอกองค์กรเป็นผู้ตรวจสอบ  เพื่อลดครหาว่าการตรวจสอบกันเองไม่โปร่งใส

เบื้องต้นอาจให้มีกรรมการอิสระเป็นผู้ตรวจสอบ แต่ต้องพิจารณาว่าบุคคลใดจะเป็นผู้แต่งตั้ง โดยหลักการจะไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมืองเข้ามาดำเนินการเรื่องดังกล่าวเด็ดขาด ขณะที่การทำงานเพื่อให้รวดเร็วนั้นเบื้องต้นจะกำหนดบทลงโทษเจ้าหน้าที่หรือกรรมการที่ทำงานไม่เสร็จตามกรอบเวลาด้วย ซึ่งอาจบัญญัติให้ลงโทษทางวินัย หรือ โยกย้ายก็ได้ แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมของการทำหน้าที่อีกครั้ง.

ส่องานเข้า !!! กกต.เลื่อนกลับไทยเร็วขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262849

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 มี.ค. 2560

กกต., ส่อ, งาน, เข้า, กกต, เลื่อน, กลับ, ไทย, เร็ว, ขึ้น, ส่องานเข้า

กกต.เลื่อนกลับไทยเร็วขึ้น หลังทริปดูงานญี่ปุ่น -เกาหลี ถูกวิจารณ์ขัดนโยบายรัฐบาล พร้อมเรียกประชุมทันที จันทร์นี้ คาดเตรียมข้อมูลตั้งโต๊ะแถลง

        3 มี.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ 5 กกต. นำผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2 ของสำนักงาน กกต. เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยคณะที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมีกำหนดเดินทางระหว่าง 28 ก.พ.-5 มี.ค. และคณะที่เดินทางไปประเทศเกาหลี มีกำหนดเดินทางในช่วงระหว่างวันที่ 1-5 มี.ค. ปรากฎว่า หลังมีข่าวถูกจับตาเรื่องเดินทางไปดูงานต่างประเทศในช่วงเวลานี้ เนื่องจากขัดกับนโยบายของรัฐบาล ก็มีรายงานว่า คณะเดินทางไปดูงานโดยเฉพาะกรรมการการเลือกตั้งที่ร่วมคณะไปด้วยได้มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางกลับให้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. และนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม ซึ่งร่วมคณะเดินทางไปเกาหลีใต้จะเดินทางกลับมาในคืนนี้ ( 3 มี.ค.)

         ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารเลือกตั้งก็จะเดินทางกลับมาถึงไทยในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ ( 4 มี.ค.) เช่นเดียวกับ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ที่นำผู้เข้าอบรมหลักสูตรกบส.เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ก็จะเดินทางกลับมาในวันพรุ่งนี้( 4 มี.ค.) เช่นกัน แต่นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนจะเดินทางกลับตามกำหนดการเดิมคือมาถึงในวันที่ 5 มี.ค. อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้เข้าอบรมทั้ง 2 คณะจะยังคงศึกษาดูงานและเดินทางกลับตามกำหนดการเดิม ไม่ได้เดินทางกลับมาพร้อมกับกกต. ซึ่งในส่วนของกกต.นั้นเมื่อเดินทางกลับมาถึงแล้วในสัปดาห์หน้าวันจันทร์ที่ 6 มี.ค. ก็จะมีกำหนดการประชุมกกต.ในทันที จากเดิมที่ปกติแล้วจะประชุมในทุกวันอังคารของสัปดาห์ โดยคาดว่าก็อาจจะมีการหารือหรือชี้แจงถึงผลการเดินทางไปดูงานดังกล่าวด้วย

คุก“ชิดพงศ์ ทองกุม”5 ปี 6 เดือนผิด“ม.112 -ลักทรัพย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262830

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 มี.ค. 2560

ศาลทหาร, ม.211, คุก, ชิด, พงศ์, ทองกุม5, เดือน, ผิด, 112, ลักทรัพย์, คุกชิดพงศ์, เดือนผิดม112, -ลักทรัพย์, ชิดพงศ์ ทองกุม, ม112 -ลักทรัพย์

ศาลทหารสั่งจำคุก“ชิดพงศ์ ทองกุม” 5 ปี 6 เดือน ผิด “ม 112 -ลักทรัพย์ -พรบ.ยา เครื่องสำอางค์”

        3 มี.ค. — จากกรณีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายชิดพงษ์ ทองกุม หรือพล.อ.ต.นายแพทย์ ชิดพงษ์ ทองกุม ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ใน สถานที่ราชการในเวลากลางคืน และในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วน ปฏิบัติการคณะทางานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาดังกล่าว กับพวก ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขณะเดียวกันกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ดำเนินคดีในความผิดตาม พรบ.ยา และเครื่องสำอางค์

        ทั้งนี้พนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นที่เรียบร้อย ได้สืบสวน สอบสวน รวบรวม พยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัด และเชื่อว่าผู้ต้องหา กับพวกได้กระทำความผิดจริง จึงได้ขออนุมัติศาล ทหารเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหา

        ต่อมาได้มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดี และพนักงานสอบสวน ได้สอบสวน รวบรวม พยานหลักฐานเสร็จสิ้น มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการศาล ทหารดำเนินคดี

         เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพนักงานอัยการ มีความเห็นควรสั่งฟ้อง และสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งตัว ผู้ต้องหา เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. และ พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจำ สนง. ผบ.ตร. ได้ร่วมกันเบิกตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำมามอบ ให้พนักงานอัยการศาลทหาร เพื่อยื่นฟ้องผู้ต้องหา ต่อศาลโดยศาลได้พิพากษา นายชิดพงศ์ ทองกุม ในข้อหา 1. ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มาตรา112จำคุก 5 ปี รับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน 2. ข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ (ม.335 (1) (8)) จำคุก 5 ปี รับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน 3. ความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 จำคุก 1 ปี รับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ 6 เดือน 4. ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ พ.ศ.2535 ปรับ 20,000 บาท รับสารภาพ ลดโทษ กึ่งหนึ่ง เหลือปรับ 10,000 บาท และ5. ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ พ.ศ.2535 ปรับ 30,000 บาท รับสารภาพ ลดโทษ กึ่งหนึ่ง เหลือปรับ 15,000 บาท รวมโทษจาคุก 4 ปี 18 เดือน ปรับ 25,000 บาท  ส่วน บริษัท ริชก้าเฮริบ์เวิล์ด จำกัด และ นางณพรรษร คาชุนสิงห์สิริ ผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำ ความผิดให้การปฏิเสธ ศาลจำหน่ายคดีให้โจทก์ฟ้องใหม่ภายใน 10 วัน

นายกฯย้ำทำทุกอย่างให้ประเทศสงบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262813

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 มี.ค. 2560

ล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายกฯ, ย้ำ, ทุกอย่าง, ให้, ประเทศ, สงบ

นายกฯนั่งหัวโต๊ะประชุม กก.ปฏิรูป “ย้ำ”พยายามทำทุกอย่างเพื่อประเทศสงบ ร่มเย็น

       3 มี.ค. —  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 1/2560  โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวช่วงแรกว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติสงบร่มเย็น สันติสุข มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ซึ่งมีหลายร้อยปัญหาที่กำลังเร่งแก้ไข มีทั้งที่ทันใจและไม่ทันใจประชาชน ก็เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยต้องได้รับความเดือดร้อนมากเกินไป บางอย่างอาจทำได้ในช่วงเวลานี้ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่จะทำได้ในช่วงเวลาถัดไป และหากมีคำถามหรือข้อสงสัยว่า เหตุใดไม่ทำในช่วงเวลานี้แล้วต่อไปจะสามารถทำได้หรือไม่มากขึ้น  ถือเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะจะส่งผลกระทบไปยังการทำงานด้านอื่นด้วย

“ผมเชื่อมั่นว่าที่ผ่านมาทุกคนได้ทำงานได้ดีอยู่แล้วในระยะเวลาที่ยังคงเดินหน้าตามโรดแมปอยู่ โดยพยายามทำเรื่องที่ขัดแย้งน้อยให้ได้ก่อน แล้ววางรากฐานนำปัญหาที่ยังมีความขัดแย้งมาก ไปทำในแผนแม่บทในอนาคต  ดีกว่าจะนำมาต่อยตีกันทั้งร้อยปัญหา บางเรื่องไม่ใช่เป็นเรื่องของการถอยหรือไม่ถอย แต่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า ประชาชนยังขาดการเรียนรู้และหลักคิดหลายประการ แต่จะไปว่าประชาชนไม่ได้  เพราะมีหลายหน่วยงานที่นำเสนอแนวคิด ทั้งสนช. สปท. หรือ รัฐบาล ภาษาที่ใช้ทำให้เกิดความเข้าใจไม่เหมือนกัน อีกทั้งหลายปัญหาก็สะสมมาเป็นเวลานาน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ศอ.บต.” ชี้ ผู้ก่อความไม่สงบใช้ความรุนแรงเหลือไม่มากแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262808

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 มี.ค. 2560

เหลือไม่มากแล้ว, ใช้ความรุนแรง, ศอ.บต., ภาพรวม, ไฟใต้, ศาสนา, สงคราม, ลอบยิง, เข้าใจ, ฆ่า, ชาวพุทธ, บาป, คมชัดลึก, ศอบต, ชี้, ผู้ก่อความไม่สงบ, ใช้, ความรุนแรง, เหลือ, ไม่, มาก, แล้ว

“ศอ.บต” เผย ภาพรวมไฟใต้ดีขึ้น ปี 59 มีเหตุแค่ 259 ครั้ง เร่งทำความเข้าใจ ฆ่าชาวพุทธไม่บาป ผิดหลักศาสนา

          3 มี.ค.60 – นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า ภาพรวมเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ปี 59 ถือว่าลดลง มีเหตุการณ์เพียง 259 ครั้ง ลดลงจากก่อนหน้านี้อย่างมาก เราดูแลพื้นที่อย่างดี แต่เหตุการณ์ลอบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและทหารนั้น เป็นการกระทำกับกลุ่มเป้าหมายที่นับถือศาสนาพุทธ เพราะมีการสั่งสอนว่าการฆ่าผู้นับถือศาสนาพุทธไม่บาป ศอ.บต.พยายามทำความเข้าใจว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องผิดต่อหลักศาสนา

“เหตุการณ์เมื่อวานเด็ก 8 ขวบคือผู้บริสุทธิ์ ตามหลักศาสนาอิสลามฆ่าไม่ได้ แม้แต่ในสงครามศาสนา เขาก็ห้ามฆ่าเด็ก สตรี คนชรา ฝากวิงวอนไปยังทุกฝ่ายว่าเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น วันนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก” เลขาศอ.บต. กล่าว

เมื่อถามว่า สาเหตุของทั้ง2 เหตุการณ์มาจากอะไร นายศุภณัฐ กล่าวว่า จากการรายงานน่าจะเป็นเหตุการณ์จากความไม่สงบ เพราะลักษณะการกระทำเหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะลักษณะการก่อเหตุยิงทหารนั้นยิ่งชัดเจน เหตุการณ์เช่นนี้อุกอาจก่อให้เกิดความหวาดกลัว ส่วนความคืบหน้าการสร้างความเข้าใจต่อประชาชนในพื้นที่หากตนพูดว่าดีขึ้นคงไม่มีใครเชื่อ แต่การสำรวจความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พบว่าประชาชน 71 เปอร์เซ็นต์มองว่า การก่อเหตุความรุนแรงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และประชาชนพอใจการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ 72 เปอร์เซ็นต์ เพราะเห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้น มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่ถูกปลูกฝังแนวคิดผิดๆ และยังก่อเหตุรุนแรงอยู่ ซึ่งมีจำนวนไม่มากแล้ว.