ดีแทคตีปีกลูกค้าเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มีนาคม 2560 เวลา 07:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484588

ดีแทคตีปีกลูกค้าเพิ่ม

ดีแทคมั่นใจรายได้ทั้งปี กลับมาเติบโต โชว์แพ็กเกจโกกวาดผู้ใช้งาน 5 แสนราย ชิงลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 2.25 แสนราย

นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทปรับแบรนด์แพลตฟอร์มสู่การเป็นแบรนด์ดิจิทัล ภายใต้แนวคิด FLIP IT-แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย ด้วยการนำเสนอแพ็กเกจโก โน ลิมิต และซิม โก เพลิน ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน เปิดบริการความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่อั้นหรือไม่ลดความเร็วลง พร้อมกับโทรฟรี 24 ชม. ภายในเบอร์ดีแทค กว่า 3 สัปดาห์มีลูกค้าเปลี่ยนมาใช้บริการเพิ่ม 5 แสนราย

ทั้งนี้ การเปิดตัวแพ็กเกจดังกล่าว ทำให้มีลูกค้าระบบเติมเงินหรือพรีเพด 4 แสนราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ 2 แสนราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 20-25% ส่วนลูกค้าในรูปแบบรายเดือนหรือโพสต์เพดสมัครใช้งาน 1 แสนราย เป็นลูกค้าใหม่ 2.5 หมื่นราย นอกจากนี้มีพฤติกรรมการใช้เปลี่ยนจากรายวันสัดส่วน 70% มาเป็นเหลือ 40% การใช้รายสัปดาห์จาก 15% เป็น 30% และมีการใช้รายเดือนเพิ่มจาก 15% เป็น 30% โดยแพ็กเกจที่นิยมใช้มากสุดสำหรับลูกค้าใหม่เปิดบริการ 499 บาท ความเร็วเน็ต อั้น 1 Mbps

ขณะที่ลูกค้ารายเก่าเปลี่ยนแพ็กเกจ การใช้งานจากเดิม 399 บาท หรือ 499 บาท มาเป็น 699 บาท ความเร็วไม่อั้น 4 Mbps ส่งผลให้บริษัทมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี จากการสำรวจกลุ่มลูกค้ารายเดือน 40% สนใจที่จะใช้แพ็กเกจดังกล่าว แต่ยังมีถึง 60% ที่ไม่สนใจใช้ เพราะดีแทคมีการนำเสนอแพ็กเกจที่คุ้มค่าตอบสนองความต้องการได้ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์สัดส่วน 10-20% ติดสัญญาการใช้งานโอเปอเรเตอร์

“แพ็กเกจโก โน ลิมิต กับซิม โก เพลิน ดีแทคมองว่าตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าเติมเงินได้ดีกว่ากลุ่มผู้ใช้ในรูปแบบรายเดือน ส่วนการแข่งขัน ยังไม่มี คู่แข่งหรือโอเปอเรเตอร์ออกมาทำแพ็กเกจแข่งขันกับดีแทค” นายสิทธิโชค กล่าว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเดินหน้าสร้างการรับรู้บริษัทเปิดตัวพรีเซนเตอร์ นาย- ณภัทร เสียงสมบุญ โรดโชว์ 5 มุมเมือง อาทิ สีลม อโศก รัชดาภิเษก โดยปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 25 ล้านราย และจากการเปิดตัวแพ็กเกจโก โน มิลิต กับซิม โก เพลิน มีอัตราเติบโต 20-30% เมื่อเทียบกับแคมเปญก่อนหน้านี้ มั่นใจผลักดันรายได้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

 

กสทช.เล็งออกกฎคุมกูเกิลยูทูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2560 เวลา 08:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484448

กสทช.เล็งออกกฎคุมกูเกิลยูทูบ

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยหลังการประชุม NBTC Public Forum ครั้งที่ 2/2560 เรื่อง อนาคตเพย์ทีวี 4.0 กับสิทธิผู้บริโภคว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเพย์ทีวีเข้ามาที่ กสท. แล้วประมาณ 100 ราย ซึ่งถึงแม้จะมีกฎหมายกำกับดูแล แต่หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม ผู้บริโภคสามารถเรียกร้องสิทธิตามสัญญาที่สมัครสมาชิกไว้ได้

กสทช.แนะผู้บริโภคเรียกร้องสิทธิตามสัญญาเพย์ทีวี เตรียมออกกฎหมายคุมยูทูบ กูเกิล

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตธุรกิจเพย์ทีวีจะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการแบบเดิมต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ากว่า 50% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตดูรายการผ่านโทรทัศน์น้อยลง แต่หันไปรับชมวิดีโอผ่านมือถือมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการควรร่วมกับค่ายมือถือผลิตรายการร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดในอนาคต

“ทั้งเพย์ทีวีและมือถือเป็นกลุ่มที่ กสทช.กำกับดูแลได้ เพราะธุรกิจทั้งสองประเภทต้องขอรับใบอนุญาตจาก กสทช. ส่วนเนื้อหารายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ยูทูบ และกูเกิล กสทช. ยอมรับว่า ขณะนี้ไม่มีอำนาจกำกับดูแล แต่จะเร่งออกกฎหมายขึ้นมาควบคุม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 ปี ในการออกกฎหมาย” นายประวิทย์ กล่าว

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีก่อนหน้านี้บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป ได้ยกเลิกการให้บริการกลุ่มช่อง HBO จำนวน 6 ช่อง โดยไม่แจ้งล่วงหน้าแก่ผู้บริโภค แต่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กลับอนุมัติให้ดำเนินการ ก่อนมีบทสรุปเรื่องแผนเยียวยาลูกค้าที่มีประสิทธิภาพออกมา

ทั้งนี้ อยากเสนอให้แก้ไขกฎหมาย กสทช. ให้แยกหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนจากองค์กรกำกับดูแลเพื่อลดปัญหาในการพิจารณา นอกจากนี้ควรแก้ไขกฎหมายให้การคุ้มครองผู้บริโภคทำงานโดยอิสระ รวมถึงทำให้กลไกรับเรื่องร้องเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งสามารถขยายขอบเขตของการพิจารณาตรวจสอบให้กว้างขึ้นเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการทั่วไป นอกจากนี้การฟ้องร้องได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการฟ้องร้องรวมเป็นกลุ่ม ดังนั้นการแก้ไขเยียวยาก็ควรเป็นการเยียวยาเป็นกลุ่มด้วยเช่นกัน

 

อูเบอร์สมานฉันท์รัฐบาลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2560 เวลา 08:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484441

อูเบอร์สมานฉันท์รัฐบาลโลก

อูเบอร์หยุดใช้ซอฟต์แวร์สกัดรัฐสอดส่อง ส่งสัญญาณล่าสุดประนีประนอมเจ้าหน้าที่รัฐ

อูเบอร์ ผู้ให้บริการแท็กซี่ออนไลน์รายใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทจะยุติการใช้ “เกรย์บอล” หรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ ในพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้มีการเปิดบริการ อูเบอร์ในสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดในการพยายามประนีประนอมกับภาครัฐ ท่ามกลางการต่อต้านบริการแชร์รถร่วมกันของอูเบอร์ ที่ละเมิดกฎระเบียบด้านการคมนาคม และสร้างความไม่พอใจให้คนขับแท็กซี่ในหลายประเทศก่อนหน้านี้

นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อูเบอร์ใช้ซอฟต์แวร์เกรย์บอลมานานหลายปีแล้วนับตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระบุตัวผู้ละเมิดกฎการใช้บริการ รวมถึงใช้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการใช้ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ บันทึกโทรศัพท์ และข้อมูลบัตรเครดิต โดยหากผู้เข้าข่ายดังกล่าวพยายามเรียกอูเบอร์ ระบบจะใช้เกรย์บอลเพื่อแสดงแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นปลอม ทำให้บุคคลดังกล่าวไม่สามารถเรียกรถของอูเบอร์ได้

อย่างไรก็ดี อูเบอร์ยังไม่ได้หยุดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในทันที โดย โจ ซัลลิแวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความมั่นคงสารสนเทศของอูเบอร์ เปิดเผยว่า เนื่องจากอูเบอร์ต้องปรับเปลี่ยนระบบภายใน การหยุดใช้เกรย์บอลอย่างเต็มรูปแบบจึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

นอกจากนี้ อูเบอร์เสริมว่า การใช้เกรย์บอลได้รับความเห็นชอบจากทีมกฎหมายก่อนหน้านี้ โดยจุดประสงค์เริ่มแรกของการใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าว คือ เพื่อให้พนักงานทดลองใช้ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในระบบ ทำการตลาด ป้องกันการฉ้อโกง และปกป้องคนขับอูเบอร์โดนทำร้ายร่างกายในหลายประเทศ เช่น ในอินเดีย ฝรั่งเศส และเคนยา

ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานว่า อูเบอร์ได้รับใบอนุญาตทดสอบรถไร้คนขับในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ปิดฉากความขัดแย้งในประเด็นดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากก่อนหน้านี้อูเบอร์ไม่ยอมจ่ายค่าขอใบอนุญาต 150 เหรียญสหรัฐ (ราว 5,305 บาท)

 

10 เหตุผลที่มิจฉาชีพ หมายหัวสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2560 เวลา 19:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484382

10 เหตุผลที่มิจฉาชีพ หมายหัวสมาร์ทโฟน

โดย…welivesecurity

สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของเรา ทำให้เราสามารถทำอะไรได้หลายอย่างในทุกที่ทุกเวลา ทำให้ชีวิตของเราง่าย และมีสีสันมากขึ้นแต่ในขณะที่พวกเราใช้ชีวิตกันได้ง่ายมากขึ้น อีกหนึ่งความเป็นจริงก็คือสมาร์ทโฟนกำลังกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของมิจฉาชีพ เพราะว่า :

1.สมาร์ทโฟนรู้จักเราดี เพราะข้อมูลส่วนตัวของเราส่วนมากเก็บอยู่ในสมาร์ทโฟน ข้อมูลที่บ่งบอกตัวตนของเราเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเหมืองทองขนาดใหญ่สำหรับมิจฉาชีพนั่นเอง

2.สมาร์ทโฟนเป็นทางลัดเข้าสู่องค์กร ปัจจุบันหลายองค์กรทั่วโลกอนุญาตให้พนักงานใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของตัวเองสำหรับทำงาน (Bring Your Own Device) ทำให้อาชญากรไซเบอร์และมิจฉาชีพใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางในการล้วงข้อมูลขององค์กร

3.การรักษาความปลอดภัยหละหลวม นโยบาย BYOD ทำให้หลายองค์กรปวดหัว เพราะการควบคุมความปลอดภัยนั้นทำได้ยาก และไม่มีโซลูชั่นไหนที่ครอบคลุมในทุกอุปกรณ์

4.ฟังก์ชั่น Autofill เป็นที่นิยม หลายแอพพลิชั่นสามารถใช้งานได้ด้วยการกรอกทุกอย่างลงไปเพียงครั้งเดียว

5.สมาร์ทโฟนเป็นเส้นทางสู่กระเป๋าตังค์ของคุณ เพราะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกใช้เพื่อซื้อของออนไลน์ โอนเงิน ชำระบิลต่างๆ รวมทั้งบริการชำระเงิน

6.สมาร์ทโฟนรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร? อยู่ที่ไหน?

7.Bluetooth เป็นเหมือนฟังก์ชั่นบังคับของสมาร์ทโฟน และยังสามารถระบุตำแหน่งได้เหมือนกับ GPS แต่ Bluetooth ก็ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่ออุดช่องโหว่

8.สมาร์ทโฟนแบรนด์ดังย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด และมิจฉาชีพในเวลาเดียวกัน เพราะพวกเขาสามารถทำเงินจำนวนมากภายในช่วงเวลาสั้นๆ

9.สมาร์ทโฟนเป็นที่รองรับ Spam ชั้นดี ทุกคนไม่ชอบอีเมล Spam แต่อาชญากรไซเบอร์และแฮ็กเกอร์ชอบ

10.ผู้ใช้ไว้ใจสมาร์ทโฟนเสมอ ด้วยความคุ้นเคยจากการใช้งานอยู่ตลอดเวลา

ทั้งหมด 10 ข้อนี้กำลังจะบอกเราว่าภัยคุกคามกำลังใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความรู้ความเข้าใจของผู้ใช้ก็กำลังเพิ่มขึ้นแต่ในอัตราที่ช้ากว่ามาก

*********************

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.eset.co.th/

 

อยากลองกันไหม? ถุงยางอัจฉริยะเก็บข้อมูลทุกกิจกรรมบนเตียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2560 เวลา 15:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484325

อยากลองกันไหม? ถุงยางอัจฉริยะเก็บข้อมูลทุกกิจกรรมบนเตียง

บริษัทถุงยางในอังกฤษเตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะใช้คู่ถุงยางที่สามารถบันทึกข้อมูลระหว่างมีเพศสัมพันธ์

ในยุคที่สิ่งของรอบตัวทุกอย่างล้วนเป็นอัจฉริยะไปเสียหมด อุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่างถุงยาง ก็ไม่พ้นถูกพัฒนาให้เป็น Smarth Condom เช่นกัน แต่จริงๆแล้วจะเรียกถุงยางอัจฉริยะเต็มปากก็ไม่ถูกนัก เพราะเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ถุงยางธรรมดาที่คุณใช้พิเศษขึ้นมากกว่า

British Condoms บริษัทผู้ผลิตถุงยางชื่อดังจากอังกฤษเปิดตัวถุงยางอัจฉริยะเป็นครั้งแรก ซึ่งถุงยางเหล่านี้สามารถเก็บข้อมูล และแสดงผลได้มากกว่าที่ผู้ใช้งานรู้เองเสียอีก โดยใช้ชื่อว่า i.Con

i.Con เป็นห่วงอุปกรณ์ที่ใช้สวมใส่คู่กับถุงยาง สำหรับวิธีใช้นั้นให้ผู้ใช้งานสวม i.Con ไว้ที่โคนของถุงยาง ด้วยเซนเซอร์อัจฉริยะที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์จะทำหน้าที่บันทึกข้อมูล และสถานะต่างๆระหว่างดำเนินกิจกรรม ตั้งแต่ ความเร็วของแรงกระแทก, จำนวนครั้ง, ความถี่, ระยะเวลาแต่ละรอบในการมีเซ็กส์, ความร้อนของผิวร่างกาย ไปจนถึงปริมาณแคลอรี่ที่เสียไปเลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะแสดงผลบนแอพพลิเคชั่น ที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดลงสมาร์ทโฟน และสามารถแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับเพื่อนๆได้ด้วย

ห่วงอุปกรณ์นี้สามารถสวมถอด และล้างได้ตามต้องการ ตัวอุปกรณ์กันน้ำ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานก็สามารถอยู่ได้นาน 6 – 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 รอบ นอกจากนั้น i.Con ยังสามารถยึดขยายได้ตามขนาดที่แตกต่างไปของผู้ใช้งานอีกด้วย หมดกังวลได้เลยไม่ว่าน้องชายของคุณจะมีขนาดเท่าใดก็ตาม

 

สนนราคาของถุงยางอัจฉริยะนี้อยู่ที่ 59.99 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2,500 บาท ซึ่งหากคุณผู้อ่านสนใจขณะนี้ก็สามารถพรีออเดอร์บนเว็บไซต์ได้ เนื่องจากทางบริษัทยังไม่ได้กำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

และในอนาคตทางบริษัทผู้ผลิตวางแผนที่จะพัฒนาสินค้าของพวกเขาให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น ด้วยประสิทธิภาพในการตรวจจับโปรตีน และแอนติเจนบางชนิดที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยจะแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน หากอุปกรณ์ตรวจพบ ซึ่งขณะนี้ฟีเจอร์ใหม่ดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางการแพทย์

 

 

ประมูลเบอร์สวย200เลขผ่านแอพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2560 เวลา 07:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484253

ประมูลเบอร์สวย200เลขผ่านแอพ

กสทช.เปิดประมูลเบอร์สวยผ่านแอพพลิเคชั่น 18-19 มี.ค.นี้ หวังรายได้เข้ารัฐขั้นต่ำ 225 ล้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18-19 มี.ค. จะเปิดการประมูลหมายเลขโทรศัพท์สวย 6 ตัวเหมือนและ 7 ตัวเหมือน ในห้องประมูลผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นครั้งแรก (url 172.17.200.33) โดยเป็นระบบที่ออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ประมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผย หากเป็นผู้ชนะการประมูลทั้งป้องกันการสมยอมราคา ซึ่งผู้ประมูลแต่ละรายไม่สามารถทราบราคาของผู้ประมูลรายอื่น

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้สนใจประมูลหมายเลขสวยขั้นต่ำ 50% จากทั้งหมด 200 เลขหมาย  ซึ่งประเมินเบื้องต้นหากมีการประมูลได้ 70 เลขหมายแล้วนั้น จะมีรายได้จากการประมูลไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท โดยการเปิดประมูลครั้งนี้เป็นหมายเลข 6 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท  เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท หลักประกันต่อเลขหมาย 5 หมื่นบาท และ 7 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 1 หมื่นบาท หลักประกันต่อเลขหมาย 3 แสนบาท ซึ่งหากมีผู้เข้าร่วมประมูลท้งหมด 200 เลขหมาย จะมีเงินนำส่งเข้ารัฐบาลขั้นต่ำ 225 ล้านบาท

 

TMA เชิญกูรูแนะกลยุทธ์ไอซีทีสร้างความโดดเด่นเชิงศัยภาพองค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2560 เวลา 16:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484176

TMA เชิญกูรูแนะกลยุทธ์ไอซีทีสร้างความโดดเด่นเชิงศัยภาพองค์กร

TMA เชิญกูรูแนะกลยุทธ์ไอซีทีเพื่อสร้างความโดดเด่นเชิงศักยภาพขององค์กร พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในงาน “Thailand ICT Excellence Awards 2017”

น.ส.วรรณวีรา รัชฎาวงศ์ กรรมการบริหาร สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ TMA เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้จัดโครงการ “Thailand ICT Excellence Awards 2017”  เพื่อยกย่องสนับสนุนองค์กรและผู้บริหารที่สามารถนำระบบไอซีทีมาบริหารจัดการ  พัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการระดมความคิดเห็นของนักบริหารไอทีชั้นนำ ที่มีต่อสถานการณ์ด้านไอทีในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ จะเปิดเวทีสัมมนาเชิงวิชาการ “Thailand ICT Management Forum” ภายใต้คอนเซปต์ ” Leading Digital Transformation : From Idea to Action” มุ่งเน้นการเปิดมุมมองแบบเจาะลึก 4 หัวข้อหลักที่เกี่ยวกับ ลูกค้า (Customer) การบริหารทรัพยากรบุคคล(HR) การปฏิบัติการ(Operation) และ ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการในเชิงไอซีที

สำหรับ ผู้เข้าร่วมงานจะได้อัพเดตข้อมูลที่ทันสมัย ต่อยอดการวางกลยุทธ์การบริหารจัดการในองค์กรให้แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงไอซีที อาทิ Mr.John  Wagner, MD จากเฟซบุ๊ก ไทยแลนด์ นายโอม ศิวะดิตถ์ National Technology Officer บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัดนายธีรพันธุ์ เหลืองนฤมิตรชัย ผอ.สำนักสารสนเทศ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งผู้บริหารองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จมาร่วมแชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประกาศรางวัล Thailand ICT Excellence Awards 2017 เพื่อยกย่องและสนับสนุนองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ไทยในการพัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งโครงการTHAILAND ICT MANAGEMENT FORUM &THAILAND ICT EXCELLENCE AWARDS 2017  กำหนดจัดให้มีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 30 มี.ค. เวลา 08.30น.-18.30 น. ณ แอทธินี คริสตัลฮอลล์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน   ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ที่โทร.02 319 7677, 02 718 5601 ต่อ 204   หรือสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tma.or.th

 

เผยภาพการทดสอบไฮเปอร์ลูป รถไฟแห่งอนาคตความเร็วเสียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2560 เวลา 14:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484158

เผยภาพการทดสอบไฮเปอร์ลูป รถไฟแห่งอนาคตความเร็วเสียง

บริษัทไฮเปอร์ลูปเผยภาพการก่อสร้าง และการทดสอบระบบขนส่งมวลชนแห่งอนาคต คาดใช้งานจริงในปี 2021 นี้

ภาพถ่ายการทดสอบระบบไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ในทะเลทรายของรัฐเนวาดา ถูกเผยแพร่ระหว่างการประชุม Middle East Rail ที่นครดูไบ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งใหม่ของเทคโนโลยีการขนส่งมวลชนแห่งอนาคต ที่ทางผู้ผลิตระบุว่ารถไฟของพวกเขามีความเร็วกว่าเครื่องบินเสียอีก

จากภาพถ่ายแสดงให้เห็นมุมมองทางอากาศโครงสร้างของรางไฮเปอร์ลูป ด้วยระยะทางความยาวประมาณ 500 เมตร ส่วนตัวท่อขนส่งสูญญากาศนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 3.3 เมตร

โปรเจคไฮเปอร์ลูปวันนี้เกิดขึ้นด้วยสตาร์ทอัพ ในลอสแอนเจลิส ที่ตั้งใจสร้างระบบขนส่งที่สามารถทำความเร็วได้ใกล้เคียงกับความเร็วเสียง ตัวรถไฟจะเดินทางผ่านท่อแรงดันต่ำด้วยความเร็วสูงสุด 760 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยมีเป้าหมายทำการทดสอบภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2017 นี้ และวางแผนที่จะใช้ไฮเปอร์ลูปในการขนส่งผู้โดยสารจริงๆในปี 2021

ทางบริษัทคาดหวังว่าเทคโนโลยีของพวกเขาจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของระบบขนส่งมวลชนในตะวันออกกลาง เดิมการเดินทางจากนครดูไบ ไปยังอาบูดาบีนั้นต้องใช้เวลาราว 90 นาที แต่หากเดินทางด้วยไฮเปอร์ลูปจะใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น ซึ่งจากแถลงการณ์ของบริษัท พวกเขาระบุว่าระบบไฮเปอร์ลูปนั้นมีความปลอดภัยมากกว่าเครื่องบินเจ็ทโดยสาร ด้วยต้นทุนการก่อสร้างที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง และค่าบำรุงรักษาที่ถูกกว่ารถไฟความเร็วสูง

 “เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตของพวกเราไปมาก แต่กับระบบขนส่งมวลชนแล้ว เรายังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรนับตั้งแต่สองพี่น้องตระกูลไรต์ประดิษฐ์เครื่องบินได้ เมื่อ 100 ปีก่อน” Rob Lloyd ซีอีโอของไฮเปอร์ลูปกล่าว

ทั้งนี้ไอเดียแรกเริ่มของไฮเปอร์ลูปนี้ ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในปี 2013 โดยมหาเศรษฐีเจ้าของ Space X อีลอน มักส์ เมื่อตัวเขาตั้งใจที่จะสร้างระบบขนส่งมวลชนที่สามารถพาผู้คนจากลอสแอนเจลิส ไปยังซานฟรานซิสโกได้ในเวลาเพียง 30 นาที ต่อมามักส์เปิดโอกาสให้บริษัทใดก็ได้เข้ามารับช่วงต่อในการทำไอเดียของเขาให้เป็นจริง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งไฮเปอร์ลูปวัน

เมื่อเดือนมกราคม Space X ร่วมกับไฮเปอร์ลูปวัน ในการจัดการประกวดหาไอเดียออกแบบท่อขนส่งสูญญากาศที่ดีที่สุด ซึ่งทีมที่ชนะเป็นทีมนักศึกษาเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยเทคนิคในมิวนิค ที่ผลงานของพวกเขาตัวเครื่องยนต์สามารถเดินทางจากฝั่งหนึ่งของอุโมงค์ ไปยังอีกฝั่งด้วยความเร็ว 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางไฮเปอร์ลูปวัน เพิ่งจะเจรจาร่วมกับรัฐบาลอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกไป ด้าน Space X เองยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเช่นกัน โดยเตรียมจัดการแข่งขันครั้งต่อไปในปลายปีนี้  ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ความเร็วของระบบขนส่งเป็นหลัก

 

 

ทรูวิชั่นส์รุกคืบเน็ตทีวี คาดปีแรกยอดขาย1.5แสนกล่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2560 เวลา 05:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484094

ทรูวิชั่นส์รุกคืบเน็ตทีวี คาดปีแรกยอดขาย1.5แสนกล่อง

ทรูวิชั่นส์เปิดตัวทรูทีวี กล่องดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตต่อยอดธุรกิจเพย์ทีวี หวังดันรายได้สิ้นปีโต 2 หลัก

นายศึกษิฐ ชลศึกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภายหลังจากบริษัทได้ทดลองระบบไอทีมาครึ่งปี เพื่อให้บริการการ ดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต วันนี้บริษัท พร้อมแล้วที่จะเปิดตัว ทรูทีวี กล่องดูทรูวิชั่นส์ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ที่พักอาศัยในตึกสูง เช่น คอนโดมิเนียม และอพาร์ตเมนต์ ให้สามารถรับชมรายการทีวีของทรูวิชั่นส์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบริการดังกล่าวไม่ต้องติดจานดาวเทียม หรือสายเคเบิล เพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือไว-ไฟใน ทุกเครือข่ายในความเร็วขั้นต่ำ 15 เมกะบิต ก็สามารถรับชมรายการต่างๆ ของทรูวิชั่นส์ได้ทันที

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้ารู้จักบริการและเข้าถึงการให้บริการของทรูทีวีได้เร็วขึ้น บริษัทจึงได้จัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่มีเบอร์ของทรูมูฟเอช สามารถซื้อกล่องทรูทีวีได้ ในราคา 990 บาท จากราคาปกติ 2,990 บาท ส่วนลูกค้าทั่วไปสามารถซื้อกล่องทรูทีวีได้ในราคา 1,990 บาท จากราคา 2,990 บาท

“ปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมาขยายธุรกิจในรูปแบบอินเทอร์เน็ต เพราะสามารถเพิ่มบริการได้ง่ายกว่าเพย์ทีวี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช่องรายการ หรือเพิ่มช่องเอชดี ซึ่งลูกค้าที่ซื้อกล่องทรูทีวีวันนี้

จะได้รับชมรายการกีฬาสดอย่างฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โตโยต้าไทยลีก และฟุตบอลรายการดังอีกกว่า 1,200 แมตช์ นอกจากนี้ ยังจะได้ดูหนังใหม่ฟรีออนดีมานด์อีกกว่า 100 เรื่อง รายการบันเทิงดัง และซีรี่ส์ยอดนิยมอีกกว่า 1,000 รายการ ฟรี 6 เดือน” นายศึกษิฐ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทมั่นใจว่าในอีก 12 เดือนนับจากนี้ บริษัทน่าจะมียอดขายกล่องทรูทีวีได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนกล่อง และภายในปี 2561 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากการขายกล่องทรูทีวีอยู่ที่ประมาณ 10% จากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจเพย์ทีวีประมาณ 65% ธุรกิจอีเวนต์ ธุรกิจบันเทิง และธุรกิจอื่นๆ อีกประมาณ 35%

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2559 ที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.22 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 1.8% แต่หากมองเฉพาะธุรกิจเพย์ทีวีปีที่ผ่านมามีรายได้เติบโตมากถึง 5.6% เนื่องจากบริษัทมีฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.9 ล้านราย คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 5 ล้านราย และมีรายได้เติบโตที่ 2 หลัก

ภาพประกอบข่าว

 

บ้านจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้เวลาสร้างเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มีนาคม 2560 เวลา 14:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/483830

บ้านจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้เวลาสร้างเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

สตาร์ทอัพสุดเจ๋ง เมื่อบ้านทั้งหลังสามารถพิมพ์ออกมาได้ในวันเดียว สนนราคาหลังละ 3 แสนบาทเท่านั้น

ถ้าคุณผู้อ่านกำลังมีแผนที่จะย้ายเมือง แต่ไม่สามารถหาที่อยู่ใหม่ที่ถูกใจได้ ในอนาคตอันใกล้นี้ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป เพราะบ้านทั้งหลังสามารถพิมพ์ออกมาได้ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ!

แน่นอนว่าด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันการพิมพ์ 3 มิติสามารถสร้างสรรค์อุปกรณ์ งานศิลปะ ไปจนถึงอวัยวะเทียมได้แล้ว แต่การสร้างบ้านทั้งหลังนี้ นับได้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่เลยทีเดียว ที่สำคัญก็คือบ้านดังกล่าวนั้นแข็งแรง และสามารถเข้าอยู่อาศัยได้จริงอีกด้วย

ต้องขอขอบคุณสตาร์ทอัพจากซานฟรานซิสโกที่มีชื่อว่า Apis Cor ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของการก่อสร้างในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์คอนกรีตของพวกเขา บ้าน 1 หลังที่ใช้เวลาในการก่อสร้างเป็นเดือน สามารถเสร็จสิ้นได้ในเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น

หน้าตาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ทำหน้าที่พิมพ์คอนกรีตออกมาตามโครงสร้างของบ้านที่ออกแบบไว้

บ้านหลังแรกที่ถูกพิมพ์ขึ้นนี้มีพื้นที่รวม 38 ตารางเมตร ตัวบ้านถูกออกแบบเป็นวงกลม มีมุมสามมุมที่ยื่นออกมาในแบบสมมาตรเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ในขณะที่หลังคานั้นแบนราบและถูกออกแบบมาเพื่อรองรับหิมะตกหนักโดยเฉพาะ

Apis Cor ใช้เครื่องพิพม์ 3 มิติขนาดใหญ่ที่มีหน้าตาเหมือนเครนค่อยๆพิมพ์ชั้นคอนกรีตของผนังไปทีละชั้นๆ ซึ่งทางบริษัทระบุว่าความคงทนของบ้านหลังนี้นั้นสามารถใช้งานได้นานถึง 175 ปีเลยทีเดียว

มุมมองด้านบนของตัวบ้านชั้นเดียว

 หลังโครงสร้างของกำแพงบ้านเสร็จเรียบร้อย ตัวเครนที่ใช้พิมพ์ก็จะถูกยกออก ประตูหน้าต่าง รวมถึงหลังคาถูกนำมาติดตั้งแทน ตามด้วยเฟอร์นิเจอร์ใช้สอย และของประดับตกแต่งบ้าน ซึ่งทางบริษัทระบุว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการสร้างบ้านหลังนี้อยู่ที่ราว 10,134 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยเพียง 350,000 บาท

ทั้งนี้ทางบริษัทตั้งความหวังไว้ว่าเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะมีส่วนช่วยในการสร้างบ้านหลังใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แก่บรรดาผู้ประสบภัยพิบัติจนสูญเสียที่อยู่ หรืออาจนำไปแก้ไขปัญหาคนจรจัดที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยในเมือง เป็นต้น

ภายในของบ้านที่สามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงๆ

 เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิตินี้นับเป็นข่าวดีแก่บรรดาลูกค้าบ้านต้นทุนต่ำ แต่สำหรับบรรดาผู้ประกอบการก่อสร้างแล้วพวกเขาคงหนาวๆร้อนๆเป็นแน่แท้ เนื่องจากเครื่องพิพม์ 3 มิตินี้สามารถทดแทนแรงงานมนุษย์ในการเทคอนกรีตได้เร็วกว่าหลายเท่า อย่างไรก็ตามทางบริษัทเองระบุว่า เป้าหมายของพวกเขานั้นต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการก่อสร้าง เพื่อช่วยให้ผู้คนนับล้านมีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่า

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://apis-cor.com/en/