ก้าวที่กล้าคนกล้า ดิจิตอลไทยแลนด์4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889617


“คนกล้า” รุ่นพี่เคยกล่าวไว้ว่า การทำงานใน “เมือง”…ได้ทุกสิ่งอย่าง เงินทอง แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ…“ความสุข”

ในฐานะที่มีประสบการณ์เป็นคนกล้าที่กลับบ้านแล้ว พูดได้เต็มปากเลยว่า ตอนนี้มีเวลาเลี้ยงลูก มีเวลาทำกับข้าวให้กับคุณพ่อคุณแม่ทาน มีเวลาทำอาหารที่ปลอดภัย ปลูกผักที่ปลอดภัยให้คนในครอบครัวกินได้อย่างภาคภูมิใจ นั่นก็คือความสุข และความสุขนี้ได้มาจากการเข้าร่วมโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น”

“ความสุข”…ที่ไม่ใช่เป็นการเอาตัวเองไปใส่ไว้บนอะไรทั้งสิ้น สอนให้รู้ว่าค่าของคนอยู่ที่สิ่งที่เราทุกๆคนที่มีหน้าที่ แต่ที่เหนือกว่าหน้าที่ก็คือจิตใต้สำนึกที่เราจะร่วมกันพัฒนาบ้านเรา…ทำเกษตรยั่งยืน มีรายได้ ที่มั่นคง

การคืนถิ่น…ที่บ้าน ครอบครัวมีความสุข มีเวลา ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ด้วยกัน สร้างความมั่นคงด้านอาหาร ที่ต้องการจะสร้างอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเป็นคนเล็กๆคนหนึ่งที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นต่อไป

“เรามีประชากรกว่า 60 ล้านคน ไม่ต้องทำทุกคน สมมติว่ามีสัก 1 ล้านคนที่เป็นแบบคนกล้า ได้ลงมือทำแบบคนกล้าสัก 100 วัน…เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าสังคมไทยจะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

โครงการคนกล้าคืนถิ่น…ช่วยให้ก้าวข้ามและกล้าที่จะคิดต่าง สร้างฝันของตัวเอง เพื่อครอบครัวอันเป็นที่รักสู่ความสุขที่ยั่งยืน กล้าพอที่จะดำเนินรอยตามศาสตร์ของพระราชา “ใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง วิถีพอเพียง อย่างมั่นคงและยั่งยืน” และที่สำคัญสามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ใช้ชีวิตอิสระ ออกแบบชีวิตตนเองได้

ผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวคนกล้าหรืออยากจะเป็นหนึ่งในคนกล้าคืนถิ่น ได้ที่เว็บไซต์ http://www.konglakuentin.com และเฟซบุ๊กเพจ “คนกล้าคืนถิ่น”

โครงการคนกล้าคืนถิ่นปี 2560 “ดิจิตอลฟาร์มเมอร์” นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทำให้คุณเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” บอกว่า หัวใจ สำคัญคือการ…ต่อเชื่อมชีวิตเรากับธรรมชาติที่ถูกตัดขาดไป

ทำการเกษตร…แบบไม่ทำร้ายธรรมชาติ ไม่หวนกลับมาทำลายตัวเอง

“วิถีเกษตรเป็นรากแก้วของสังคมไทย ในอดีตตอนเช้าคนไทยออกไปทำอาชีพต่างๆ ไปเป็นครู ทหาร ตำรวจ ทำงานธนาคาร โรงงาน ค้าขาย กลับมาถึงบ้านตอนเย็นก็ดำเนินชีวิตในวิถีเกษตรยั่งยืน คนที่มีวิถีแล้วทำการเกษตรเป็นอาชีพ เราเรียกว่าเกษตรกร”

ฉะนั้น…วิถีของเกษตรพึ่งตนเป็นวิถีที่เป็นรากแก้วของสังคมไทย เป็นจุดเริ่มต้นของคนกล้าทุกคน คนกล้าที่กลับคืนถิ่นไม่ใช่ไปเป็นเกษตรกรเลย แต่เริ่มปลูกฝังวิถีตนเองให้ได้ก่อน บางคนยังทำงาน ซ่อมคอมพิวเตอร์ นักออกแบบ ค้าขายอยู่…เกษตรกรเมื่อไปอยู่แล้วประสบความสำเร็จก็จะไปเชื่อมร้อยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วยกัน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เอสเอ็มอี เกษตร…ผู้ประกอบการเกษตร สตาร์ตอัพ ดิจิตอลฟาร์มเมอร์ ฯลฯ

การออกแบบขับเคลื่อนโครงการ การเปลี่ยนแปลงคนกล้า ถอดต้นแบบจากการสัมมนาร่วมกัน ปุจฉาสำคัญ…หากพูดถึง “การปฏิรูป” การเปลี่ยนผ่าน วันเวลาผ่านมาถึงวันนี้ไม่คืบหน้า เดินหน้าไม่ถึงฝั่งฝัน เหตุสำคัญมาจากอะไรกันแน่? คำตอบที่ได้ ข้อสรุปมีว่า…เป็นเรื่องของการต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ

เริ่มจากคนคิดไม่ได้เป็นคนเรียน คนที่คิดไม่ได้เป็นคนทำ คิดเสร็จ… ได้นโยบาย ได้บทเรียนแล้วก็ส่งไปให้คนปฏิบัติ หรือผู้ปฏิบัติที่ขยันหน่อย ส่วนใหญ่เรียนไป รู้ไป รับคำสั่งไป…บางทีก็ได้แต่คิด ได้แต่เสนอ นอนคิดอยู่นั่นไม่ได้ลงมือทำเสียที คนกล้าหลายคนเป็นนักอบรม…ไปมาแล้ว 7-8 แห่ง กว่าจะเริ่มได้เสียทีก็ใช้เวลาอยู่นาน

หรือคนที่ขยันๆไม่น้อยก็ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ เพราะฉะนั้นการออกแบบกระบวนการเปลี่ยนคนต้องพยายามผลักดันนโยบาย…เปลี่ยนจากภายในเริ่มจากสิ่งที่มี เรียนรู้ ไปร่วมกับคนอื่นวางแผนทั้งของตัวเอง ของคนอื่น แล้วก็ขับเคลื่อนร่วมกับคนอื่นด้วยกระบวนการที่ทำให้เกิด …การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ

ก็จะเกิดการตื่นรู้ ลงมือทดลอง ขยายผล ทั้งของระดับบุคคล องค์การ

ดร.สุมิท ย้ำว่า งานของ “คนกล้า” ก็คืองานพัฒนาคน พัฒนาเครือข่าย พัฒนาภาคการเกษตร…ต้นน้ำของฐานรากประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม กล้าที่จะกลับไปตอบโจทย์ชีวิตของเขา

“คนกล้าสองพันชีวิตที่กำลังทำอยู่ ชีวิตเริ่มต้น ไม่ใช่กลับไปลอยๆ ผ่านกระบวนการอบรมบ่มเพาะ สี่วันสี่คืน บวกกับการทำจริงโดยมีพี่เลี้ยงอีกห้าเดือน จนประสบความสำเร็จ”

การอบรมนอกจากมีแรงบันดาลใจจนเกิดการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากตัวเองแล้ว มองหาสิ่งที่มีในบริบทของตน…ใช้พื้นที่เล็ก…ที่มีไม่เกิน 3 ไร่ ออกแบบให้เกิด “ความพอเพียง…มั่งคั่ง…ยั่งยืน” ได้

ก่อนจะออกไปลงมือจริงในพื้นที่ ต้องมีแผนผัง แผนที่กิจกรรม ที่เรียกว่า…แผนที่ชีวิต ส่วนคนที่ไม่มีที่ดินก็จะมีพื้นที่กลางจัดสรรให้อบรมเข้มข้น 5 เดือน แต่ปัญหามีว่าที่ดินมีมากกว่าคนที่จะเอาไปใช้เยอะมาก

ย้ำว่า…การเข้าสู่วิถีเกษตรของคนกล้า มีความคิดที่แตกต่างตรงที่การเริ่มต้นที่วิถีเกษตรก่อน…ไม่ใช่อาชีพ โครงการคนกล้าคืนถิ่น…เริ่มปีแรกในปี 2558 ผ่านมาถึงวันนี้มีเครือข่ายรวมพลังกันกว่า 30 องค์กรแล้ว ปีที่แล้ว 2559…เริ่มขยับขยายเข้าไปในสถานศึกษา ฝึกคนกล้าให้เป็นครูพี่เลี้ยง เพื่อหวังรองรับเด็กที่ตกหล่นระหว่างทางไม่สำเร็จการศึกษา อีกด้านหนึ่งก็เร่งติดอาวุธ ต่อยอดคนกล้าให้ก้าวอย่างมั่นคงได้ใน…ยุคดิจิตอลไทยแลนด์ 4.0

คนกล้ายุคใหม่สังคมดิจิตอล…ต่อยอดคนกล้าให้เป็นดิจิตอลฟาร์มเมอร์ อบรมปูพื้นฐาน ตอบสนองนโยบายรัฐ เดินหน้าฟันเฟืองประชารัฐ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตชุมชน ปัญหามีว่า…ถ้าไม่มีคนที่ทำเป็นคอยไปกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน ก็จะไม่ได้ผลเต็มที่ คนกล้าก็พร้อมที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจ สังคมไทยแลนด์ดิจิตอล 4.0 เต็มกำลัง

“คนกล้าทุกคนไม่ได้ถูกฝึกให้เก่งเดี่ยวไปคนเดียว หากแต่ฝึกให้เก่งร่วม กลับไปอยู่ในชุมชน ส่วนใหญ่ก็รับผิดชอบ ขยายผลให้เกิดการพัฒนาภายในชุมชน”

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะพลิกวิกฤติ…ค่านิยมเกษตรที่ติดลบ ไม่ใช่แค่โลกสวย แต่ทำจริง…มีรายได้จริง เลี้ยงดูครอบครัวได้ เกษตรกรไทยยุคใหม่ต้องเป็นอาชีพที่ทำแล้วเท่ เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้สบายๆ…เป็นไอดอลให้เยาวชนรุ่นใหม่ในพื้นที่หันมาจับอาชีพเกษตรกรให้มีจำนวนมากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

“คนคิดดี ทำดี มีเต็มประเทศไปหมด แต่สร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เป็นเพราะไม่มีพลังที่จะเปลี่ยนวิกฤติได้ ถ้าเราใส่แรงไป…ใส่น้ำหนักไปต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ และน้ำหนักไม่มากพอ…ไม่อยู่ในจุดที่เหมาะสม เราจะไม่สามารถงัดปัญหาให้ผ่าน…เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”

ถ้าเป็นภาคเกษตรในทฤษฎี ต้องมีพลัง 20 เปอร์เซ็นต์…ดังนั้นถ้ามีเกษตรกร 5 ล้านคน เราต้องการ 1 ล้านคนที่จะเป็นพลังนี้…แต่ละโครงการ กระทรวง ทบวง กรม เอกชนร่วมกันทำปีละอย่างมากก็ 5,000 คน ต้องใช้เวลาทำถึง 200 ปีกว่าจะได้…คงไม่มีใครอยู่ถึงวันนั้น

จำเป็นที่ต้องให้วิถีนี้แตกตัวไปเอง…ให้คนกล้าที่กลับไปในท้องถิ่นชวนเยาวชนในพื้นที่ทำ…ทำแล้วได้ผล ก็ขยายจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่ง …ชวนกันข้ามตำบล อำเภอ จังหวัด เรียนรู้ผ่านเครือข่าย…โลกออนไลน์

หาก “คนกล้า”…สักหมื่นชีวิตกลับไปแตกตัวแบบนี้…ก็จะสร้าง “เกษตรกรรุ่นใหม่” เป็นล้านชีวิตขึ้นมาได้.

 

ปตท.รุกปรับโครงสร้างธุรกิจ! เล็งนำกลุ่มค้าปลีกลุยตลาดหุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889816


นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) ปตท.มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้าง ปตท. ประกอบด้วย 1.การโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน รวมถึงสินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR โดยมูลค่าการโอนกิจการในครั้งนี้ คิดเป็น 121,953 ล้านบาท ทั้งนี้ ถ้าการโอนกิจการเกิดขึ้นภายหลังวันที่ 1 ก.ค.นี้ มูลค่าการโอนกิจการดังกล่าวจะถูกปรับด้วยมูลค่าตลาดของสินทรัพย์สุทธิที่เปลี่ยนแปลงไป

2.การเสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการเสนอขายหุ้น IPO รวมถึงการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ปตท. ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น แต่จะไม่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่ทำให้ PTTOR มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ (Preferential Share Offering) ในสัดส่วนไม่เกิน 5% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของ PTTOR ที่จะเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ทั้งนี้ ปตท. มีนโยบายที่จะคงสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำใน PTTOR ที่อย่างน้อย 45% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยที่ ปตท.และหน่วยงานของรัฐจะถือหุ้นใน PTTOR ต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว.

 

ประมูลเบอร์มือถือเลขสวยวันที่ 2 ยังคึกคัก ยอดครึ่งวันทะลุ 29.5 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 14:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889430


กสทช. เผยประมูลเบอร์มือถือเลขสวยวันที่ 2 ยังคึกคัก ยอดครึ่งวันทะลุ 29.5 ล้านบาท เลข 7 ตัวเหมือน “092-999-9999” ประมูลสูงสุด 4.51 ล้านบาท…

http://www.thairath.co.th/content/889430

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รายงานผลการประมูลเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เลขหมายสวยในช่วงครึ่งวันแรกของการประมูลในวันที่ 2 ซึ่งเริ่มต้นประมูลเบอร์สวย 7 ตัวเหมือน จำนวน 25 เลขหมาย มีผู้ประมูลไปแล้วจำนวน 6 เลขหมาย เบอร์สวย 6 ตัวเหมือน มีผู้ประมูลแล้ว 9 เลขหมาย คิดเป็นเงินรวม 29,539,997 บาท

สำหรับเบอร์สวยหมาย 7 ตัวเหมือนที่มีการเสนอราคาสูงสุด คือ เลขหมาย 092-999-9999 ในราคาชนะประมูล 4,510,000 บาท รองลงมาคือ เลขหมาย 093-999-9999 ในราคา 4,410,000 บาท และเลขหมาย 090-888-8888 ในราคา 4,110,000 บาท จากราคาตั้งต้นเลขหมายละ 3 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดการประมูลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 60 จนถึงวันที่ 19 มี.ค. 60 เวลา 12.00 น. คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 102,327,214 บาท ประมูลออกไปแล้วทั้งหมด 56 เลขหมาย จาก 200 เลขหมายที่นำมาประมูลทั้ง 2 วัน ซึ่งในช่วงบ่ายการประมูลยังคงดำเนินต่อไป โดยการประมูลในวันนี้จะทำการประมูลทั้งสิ้น 100 เลขหมาย.

 

ยันกล้องติดรถทุกประเภท ใช้ลดเบี้ยประกันภัยได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2560 14:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/888787


หลังมีประชาชนสับสนเกี่ยวกับใช้สิทธิ์ติดกล้องภายในรถยนต์ ลดค่าเบี้ยประกันภัยว่าจะต้องเป็นกล้องซีซีทีวีเท่านั้น ล่าสุด เลขาธิการ คปภ. ยืนยันว่า กล้องติดรถยนต์ทุกประเภท สามารถนำมาใช้สิทธิ์ได้ หากบริษัทใดปฏิเสธการใช้สิทธิ์ มีโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท


http://www.thairath.co.th/clip/110720

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ยืนยันว่า ประชาชนที่ติดตั้งกล้องภายในรถยนต์ทุกประเภท ที่สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่รวมถึงอุปกรณ์ประเภทอื่นที่นำมาดัดแปลงเพื่อให้มีลักษณะใช้งานเดียวกันกับกล้องติดรถยนต์ สามารถนำหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งกล้องในรถยนต์ ไปใช้สิทธิ์รับส่วนลดจากเบี้ยประกันภัยสำหรับการทำรถยนต์ภาคสมัครใจ ร้อยละ 5-10 ของเบี้ยประกันภัยสุทธิได้ หากบริษัทประกันภัยใด ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ คปภ. ถือว่ามีความผิดมาตรา 90 ตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย มีโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท

เลขธิการ คปภ. บอกด้วยว่า มาตรการนี้ มีขึ้นเพื่อจูงใจให้ผู้ขับขี่ขับรถยนต์ระมัดระวังมากขึ้น และคาดว่าสามารถลดอุบัติเหตุทางท้องถนนลงได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2560

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ประกาศมีผลบังคับใช้ เริ่มมีประชาชนส่วนหนึ่งแจ้งใช้สิทธิ์กับบริษัทประกันภัยแล้ว โดยเชื่อว่ามาตรการนี้ นอกจากจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ยังจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัย และบริษัทประกันภัย ในการตรวจสอบการเกิดอุบัติเหตุ

 

กสทช.ปลื้ม! ประมูลเบอร์สวย คึกคัก ผ่านครึ่งเช้า ทำรายได้ 40 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2560 14:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/888727


กสทช.ปลื้ม! ประมูลเบอร์โทรศัพท์สวย คึกคัก ผ่านครึ่งเช้าฉลุย!ทำรายได้แล้ว 40 ล้านบาท คาดจบประมูล มีรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน


http://www.thairath.co.th/clip/110715

วันที่ 18 มี.ค. บรรยากาศการเปิดประมูลเลขหมายสวยวันแรก ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. คึกคัก ตั้งแต่เริ่มเปิดประมูลในเวลา 09.30 น. โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล 55 คน ซึ่งเป็นการประมูลด้วยระบบซอฟต์แวร์ ที่จัดทำขึ้นมาในรูปแบบเว็บไซต์ครั้งแรกของประเทศไทย

ล่าสุด ผ่านไปครึ่งวัน ประมูลไปแล้ว 19 เลขหมาย คิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. คาดว่า การจัดประมูลครั้งนี้ จะมีรายได้เข้ารัฐขั้นต่ำ 100 ล้านบาท ถึง 225 ล้านบาท จากราคาเริ่มต้นต่ำสุด เลขหมายละ 5 แสนบาท สำหรับเหตุผลที่ทำให้มีผู้สนใจจำนวนมาก เพราะราคาไม่แพง มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง สามารถครอบครองเอง หรือนำไปทำการค้าก็ได้ และเป็นเลขหมายที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว

โดยครั้งนี้นับเป็นการประมูลครั้งที่สอง นับจากปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 7 ตัวเหมือน 50 เลขหมาย ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 1 หมื่นบาท หลักประกันต่อเลขหมายที่ 3 แสนบาท และ 6 ตัวหมือน 150 เลขหมาย ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท หลักประกันต่อเลขหมาย 5 หมื่นบาท

โดยจะเปิดให้ประมูลในวันที่ 19 มีนาคม 2560 รับรองผลการประมูลวันที่ 20 มีนาคม ชำระเงินประมูลภายใน 30 วัน นับจากวันรับรองผลการประมูล หมดเขตชำระเงิน ในวันที่ 19 เมษายน 2560 และสามารถเปิดใช้บริการเบอร์ได้ภายใน 90 วัน นับจากวันชำระเงินประมูล

 

‘พีชแอร์’ แถลงขออภัยยกเลิกไฟลต์ เหตุพบรอยนกบินชน ยันยึดความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2560 11:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/888562


(ภาพจากเฟซบุ๊ก Peach Aviation)

สารการบินพีช ออกแถลงการณ์ขออภัยยกเลิกเที่ยวบินจนทำให้ผู้โดยสารไม่พอใจ เผย พบรอยนกบินชน เพื่อความปลอดภัยจึงต้องซ่อมบำรุงเครื่อง ยัน เป็นเหตุสุดวิสัย พร้อมให้ขอเงินคืน-เปลี่ยนเที่ยวบิน

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 60 สายการบิน พีช เอวิเอชั่น (Peach Aviation) ออกแถลงการณ์เรื่องการยกเลิกเที่ยวบิน MM 990 วันที่ 17 มีนาคม และเที่ยวบิน MM 989 วันที่ 18 มีนาคม ว่า ก่อนอื่นทางสายการบินต้องขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ใช้บริการและสนับสนุนสายการบินพีช ด้วยดีมาโดยตลอด

กรณีเที่ยวบินของสายการบินพีช MM990 ในวันที่ 17 มีนาคม ที่ท่านผู้โดยสารได้กรุณาทำการจองไว้นั้น เนื่องจากทางสายการบินตรวจพบร่องรอยการพุ่งชนของนกในระหว่างตรวจเช็กเครื่องบินลำดังกล่าว ทางเราจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตรวจเช็กโดยละเอียด โดยในตอนแรกทางเราตั้งใจจะออกเดินทางภายหลังการตรวจเช็ก จึงประกาศแจ้งท่านผู้โดยสารว่าเที่ยวบินจะล่าช้าออกไป แต่จากการตรวจเช็กและการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารมาเป็นอันดับแรก เรามีความจำเป็นที่จะต้องซ่อมบำรุงเครื่องจึงนำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบิน ทางสายการบินต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่สร้างความเดือดร้อนแก่ท่านผู้โดยสารทั้งการให้รอคอยเป็นเวลานานและความไม่พร้อมเรื่องการจัดการที่สนามบิน

นอกจากนี้การซ่อมบำรุงและตรวจเช็กเพื่อความปลอดภัยต้องใช้เวลาจนถึงคืนวันที่ 17 มีนาคม ซึ่งปัจจุบันเครื่องบินลำดังกล่าวยังคงจอดอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากผลกระทบของการหมุนเวียนเครื่องบิน ทำให้เรามีความจำเป็นจะต้องยกเลิกเที่ยวบิน MM989 ในวันที่ 18 มีนาคมด้วย ทางสายการบินต้องขออภัยอย่างสูงมา ณ ที่นี้

สำหรับมาตรการจัดการกรณียกเลิกเที่ยวบินอันเนื่องจากเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือการพุ่งชนของนกเช่นเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางสายการบินเตรียมทางเลือกไว้สำหรับท่านผู้โดยสาร 2 ทาง ได้แก่ การคืนเงินค่าโดยสารหรือการเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินอื่นของพีช

*รายละเอียดเพิ่มเติม “เรื่องการจัดการของสายการบินเมื่อยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเหตุสุดวิสัยเช่นสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย”
http://www.flypeach.com/pc/th/lm/fares/fare_conditions#02

* แบบฟอร์มขอคืนเงินกรณียกเลิกเที่ยวบิน
https://www.flypeach.com/pc/th/form/refund

* ข้อมูลเกี่ยวกับ “สถานะเที่ยวบิน”
http://www.flypeach.com/pc/th/lm/flightstatus

ปัจจุบันเที่ยวบินกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – โอกินาว่า (นาฮา) มีเพียง 1 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งมีการจองเต็มทุกที่นั่งแล้วต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกต่อท่านผู้โดยสารที่มีธุระเร่งด่วน ทางสายการบินต้องขออภัยในความไม่สะดวกของท่านผู้โดยสารอีกครั้งมา ณ ที่นี้

บริษัทของเราเป็นสายการบินญี่ปุ่นเปิดใหม่ ที่เพิ่งเปิดให้บริการเส้นทางบินมายังกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การเปิดเส้นทางบินมายังกรุงเทพฯ เป็นความปรารถนาอันแรงกล้าของเราและเรายังคงตั้งใจที่จะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่นในฐานะ “รถไฟที่บินได้” เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทางสายการบินขอน้อมรับทุกข้อตำหนิและเสียงเรียกร้องให้ดำเนินการปรับปรุงจากกรณีการยกเลิกเที่ยวบินในครั้งนี้จากผู้โดยสารทุกท่าน พวกเราทุกคนรวมทั้งลูกเรือและเจ้าหน้าที่สนามบินจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการปรับปรุงเพื่อให้ผู้โดยสารทุกท่านได้รับการบริการที่ดีขึ้นจากสายการบินของเรา

สายการบินพีช จะน้อมรับฟังทุกเสียงของท่านผู้โดยสารและจะร่วมมือกับทุกท่านเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการให้บริการที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป ทางสายการบินหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นทท.งานเข้า! สายการบินดังจากญี่ปุ่นยกเลิกไฟลท์ แถมไม่มีคอลเซ็นเตอร์คนไทย

 

3 ปัญหาคลาสสิก ในการทำเว็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มีนาคม 2560 เวลา 22:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484862

3 ปัญหาคลาสสิก ในการทำเว็บ

โดย…กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไอท้อปพลัส

เชื่อหรือไม่ ปัญหาที่คุณจะอ่าน 3 ข้อนี้ เกิดขึ้นกับเจ้าของเว็บมานานตั้งแต่ยุคแรกของการทำเว็บ จนบัดนี้เกิน 20 ปีแล้ว แต่ปัญหานี้ยังไม่เคยหมดไป

ปัญหาแรก ถูกทิ้งงาน

คนที่เคยทำเว็บมาก่อน จะมีเยอะมากที่ทำเว็บแล้วถูกทิ้งงาน คือเรียกว่าพอเก็บเงินงวดแรกไปแล้ว คุยงานได้ไม่กี่ครั้ง หรือส่งแบบหน้าแรกเสร็จแล้วหายไปเลย ติดต่อไม่ได้ หาไม่เจอ เสียเงินฟรี อาการนี้มักจะเกิดจากการที่เจ้าของเว็บมักจะจ้าง Freelance ทำงาน เพียงเพราะราคาถูก หรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวแล้วอาสาทำให้เจ้าของเว็บส่วนใหญ่ชอบคนทำเว็บแบบนี้มาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองได้ดีราคาถูก สุดท้ายก็จ่ายฟรี

ปัญหานี้แก้อย่างไร ง่ายนิดเดียวครับ เลิกจ้าง Freelance ที่ไม่น่าเชื่อถือเถอะครับ ก่อนจ้างใครดูหน่อยว่าเขาตั้งใจทำธุรกิจนี้จริงมั้ย ทำมานานหรือยัง มองผลงาน และที่สำคัญอย่าหวังของดีราคาถูกเลยครับ หาของดีราคาเหมาะสมดีกว่า คุ้มกว่าครับ ถูกทิ้งงานแล้วไม่คุ้ม

ปัญหาที่สอง อยู่ๆ เว็บก็เพี้ยน

เว็บที่เคยแสดงผลอยู่ดีๆ วันดีคืนดี เว็บแสดงผลเบี้ยวบ้าง ไม่แสดงผลบ้าง บางเมนูหายไปบ้าง อันนี้ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องเข้าใจก่อนครับว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ Browser ทั้ง Chrome Internet Explorer Safari หรือ Firefox ก็จะมีการอัพเดทโปรแกรมเป็นระยะๆ ซึ่งก็อาจมีผลต่อเว็บไซต์เดิม ทำให้เว็บเดิมมีปัญหา

แก้อย่างไร ง่ายเช่นกันก็ต้องจ้างคนทำเว็บเดิมมาแก้ครับ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือหลายๆ คนที่ทำกันคือ ทำเว็บใหม่ เพราะส่วนใหญ่ เว็บที่เพี้ยนมักจะเป็นเว็บที่ทำมานานแล้ว เป็นเทคโนโลยีเก่า ก็เลยถือโอกาสนี้ทำเว็บใหม่เลย

ปัญหาที่สาม ตามคนทำเว็บเดิมไม่เจอ

ปัญหานี้คือมีเว็บอยู่ครับ วันดีคืนดี เว็บมีปัญหา หรือต้องการต่อชื่อเว็บ หรือต้องการให้มาช่วยเหลือบางเรื่อง แต่ติดต่อคนทำเว็บเดิมไม่ได้ อันนี้จะเจอเหมือนปัญหาแรกครับ คือจ้าง Freelance พอนานวันเข้า Freelance เหล่านี้ก็จะมีอาชีพใหม่ไปแล้วครับ ทีนี้ก็ไม่อยากรับผิดชอบลูกค้าเดิม ก็เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือซะ

เจอแบบนี้แก้ยังไง ก็ง่ายนิดเดียวอีกเช่นกันครับ อย่าจ้าง Freelance ที่ไม่มีคุณภาพก็เท่านั้นครับ

ที่มาเล่าให้ฟัง เพราะหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่เจอ 3 ปัญหานี้ ผมได้บอกวิธีการแก้ไขปัญหาให้แล้วครับ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างครับ

 

อิทธิพลโซเชียลมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มีนาคม 2560 เวลา 21:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484861

อิทธิพลโซเชียลมีเดีย

โดย…โธธโซเชียล

มาถึงวันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธอิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่มีต่อผู้บริโภคและนักการตลาด ซึ่งวันนี้ทางเรามีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจเพื่อยืนยันสิ่งเหล่านี้

ในส่วนของ “เฟซบุ๊ก” มีเพจที่แอ็กทีฟทั่วโลกถึง 40 ล้านเพจ กว่า 2 ล้านเพจ มักจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณา เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการสื่อสารแบบ B2C ในขณะที่ “ยูทูบ” มีการดูคลิปทั้งหมด 3,250 ล้านชั่วโมง/เดือน และบริษัทเกินครึ่งในอเมริกาก็ล้วนแล้วแต่มียูทูบ เหมาะกับธุรกิจแบบ B2B และ B2C

มาดูที่ “ทวิตเตอร์” กันบ้าง ทั่วโลกมีการทวีตข้อความถึง 6,000 ข้อความ/วินาที ที่สำคัญคือผลการสำรวจบอกว่า 77% บนทวิตเตอร์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นทัศนคติเชิงบวก ซึ่งแปลว่าส่วนใหญ่อาจจะเป็นกลุ่ม Brand Advocacy หรือคนที่ชื่นชอบแบรนด์ แม้ว่าในเมืองไทยจะเล่นทวิตเตอร์ไม่มากนัก แต่ก็เป็นทางเลือกให้กับนักการตลาดที่ต้องการทำแคมเปญและได้รับการตอบรับไปในทิศทางที่ดี

จะเห็นได้ว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากในการสื่อสารการตลาดของยุคสมัยนี้ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มนั้นก็มีพฤติกรรมและการใช้งานของผู้ใช้ที่แตกต่างกันด้วย ฉะนั้นการวางแผนหรือจัดแคมเปญหรือกิจกรรมต่างๆ ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด

 

 

หนีรถติดด้วยรถบินได้สุดล้ำจาก Airbus

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มีนาคม 2560 เวลา 15:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484834

หนีรถติดด้วยรถบินได้สุดล้ำจาก Airbus

ยานยนต์แห่งอนาคตที่สามารถวิ่งบนท้องถนน และเปลี่ยนไปบินบนอากาศได้ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

เมื่อคุณผู้อ่านเผชิญกับปัญหาน่าเบื่ออย่างรถติด จนอยากจะบินได้ให้มันรู้แล้วรู้รอด! ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไป เพราะบริษัท Airbus ได้ออกแบบยานยนต์รุ่นใหม่แห่งอนาคตที่สามารถวิ่งบนท้องถนน ด้วยระบบออโต้เมติก ในขณะเดียวกันก็สามารถบินได้ด้วยใบพัดคล้ายโดรน

ยานยนต์สุดล้ำนี้มีชื่อว่า Pop.Up ด้วยการออกแบบร่วมกับ Italdesign และเพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงาน Geneva Motor Show

Pop.Up ประกอบด้วยตัวแคปซูลห้องโดยสารขนาดพอดีที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 2 คน โครงสร้างของฐานติดล้อที่ใช้สำหรับวิ่งบนท้องถนน และโครงสร้างใบพัดคล้ายโดรนที่ใช้ในการเดินทางบนอากาศขนาด 4.4 เมตร ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนั้นแยกจากกัน และสามารถประกอบเข้าด้วยกันได้เมื่อใช้งาน โดยที่ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องลุกออกมาจากห้องโดยสารเลย

โครงสร้างของ Pop.Up ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.ฐานที่ใช้สำหรับวิ่ง 2.ห้องโดยสาร และ3.ใบพัดที่ใช้บินบนอากาศ

นอกจากนั้นความเก๋ไก๋ของ Pop.Up ระบบทุกอย่างนั้นใช้พลังงานไฟฟ้า และเป็นระบบอัตโนมัติ นั่นแปลว่าผู้โดยสารเพียงแค่เลือกจุดหมายปลายทางเท่านั้น จากนั้นก็นั่งชิวๆ ยานยนต์จะเดินทางขับเคลื่อนไปยังที่หมายเอง และที่สำคัญก็คือไอเดียสุดล้ำนี้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะไม่มีการปล่อยมลพิษเหมือนรถยนต์ปกติ

สำหรับไอเดียเบื้องหลังเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ ทางผู้ผลิต Pop.Up กล่าวว่า พวกเขาต้องการสร้างยานยนต์ที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ๆโดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของการจราจร และเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของการขนส่งในอนาคต ที่ผู้คนจะหันมาใช้การเดินทางอากาศกันมากขึ้นแทน

เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น หลายบริษัทเทคโนโลยีเลือกลุยตลาดใหม่ด้วยการขนส่งทางอากาศแทน

ด้าน Tom Enders ประธานผู้บริหารของบริษัท Airbus กล่าวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ตัวรถยนต์บินได้ต้นแบบที่สามารถทดลองใช้งานได้จริงจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ และทางบริษัทวางแผนว่าการใช้งานจริงจะเกิดขึ้นในปี 2020 นี้ ตามแผนที่วางไว้ ยังไงเสียบรรดาคุณผู้อ่านที่เบื่อรถติดใจจะขาดก็อดใจรอกันอีกหน่อย ในอนาคตอันใกล้นี้น่าจะได้เห็นยานยนต์ออกมาบินขึ้นฟ้ากันแน่นอน (และอาจนำมาซึ่งปัญหารถติดบนอากาศแทน) เพราะก่อนหน้านี้ที่ดูไบเองก็เพิ่งจะเปิดตัวแท็กซี่โดรนไปหมาดๆเช่นกัน

Pop.Up ตัวต้นแบบแรกเปิดตัวไปแล้วที่ Geneva Motor Show

 

 

ขอบคุณวิดีโอจาก Airbus Group

 

ดีอีสรรหาหัวกะทิรับไทยแลนด์4.0จูงใจอัดเงินเดือน 3.7 หมื่น-2.1 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มีนาคม 2560 เวลา 11:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484703

ดีอีสรรหาหัวกะทิรับไทยแลนด์4.0จูงใจอัดเงินเดือน 3.7 หมื่น-2.1 แสน

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนสู่รัฐบาลดิจิทัลและหน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ภายใต้บริบทไทยแลนด์ 4.0 รัฐต้องเร่งทำงานให้รวดเร็วขึ้นและมีตัวชี้วัดหน่วยงานดิจิทัล

ดีอีเร่งระดมหาบุคลากรหัวกะทิ 100 อัตรา รองรับไทยแลนด์ 4.0 หวังจูงใจอัดเงินเดือน 3.7 หมื่น-2.1 แสน

ทั้งนี้ ได้ผลักดันโครงการจัดหาบุคคลระดับหัวกะทิเข้ามาร่วมทำงานกับหน่วยงานในกระทรวง โดยหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สรรหาบุคลากรคุณภาพขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัล จำนวน 100 อัตรา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพนักงานราชการเชี่ยวชาญ ในอัตราจ้าง 3 ระดับ คือ ระดับเชี่ยวชาญทั่วไป เงินเดือน 109,200 บาท ระดับเชี่ยวชาญในประเทศ เงินเดือน 163,800 บาท และระดับเชี่ยวชาญต่างประเทศ เงินเดือน 218,400 บาท โดยจะต้องมีการประเมินผลงานทุก 1 ปี และกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มพนักงานข้าราชการพิเศษเฉพาะกิจ เงินเดือน 37,680- 68,350 บาท การคัดเลือกใช้วิธี สรรหาและเป็นการรับแบบปิด คือ ให้ สกอ.ดึงบุคลากรในระดับอุดมศึกษา

“กระทรวงยังขาดความเป็นดีอี ขาดคนเก่งเฉพาะทางที่เป็นเลือดใหม่ และขาดการจัดเก็บข้อมูลเพื่อมาวิเคราะห์ หากมี 2 ส่วนนี้ให้ครบ จะตอบคำถามได้ว่ากระทรวงดีอีแตกต่างจากกระทรวงไอซีทีอย่างไร” นายพิเชฐ กล่าว