Laos to realise rural education improvements

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/aec/30304625

A typical basic classroom in a rural secondary school.

A typical basic classroom in a rural secondary school.
January 21, 2017 18:11
By Somxay Sengdara – Vientiane Times (Laos)

Duterte: ASEAN to focus on people’s progress, peace, maritime security

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/aec/30304207

January 16, 2017 13:06
By The Philippine Daily Inquirer
Asia News Network
DAVAO CITY

Picture of rat in food warmer goes viral

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/aec/30303564

Photo : The Star

Photo : The Star
January 06, 2017 14:58

2,671 Viewed

Snooping plan raises fear of privacy breach

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/aec/30303274

File photo : Joko Widodo//EPA

File photo : Joko Widodo//EPA
January 02, 2017 01:00
By The Jakarta Post
Asia News Network

2,401 Viewed

Temperature records shattered in 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/aec/30303273

Photo : The Straits Times

Photo : The Straits Times
January 02, 2017 01:00
By The Straits Times
Asia News Network

ไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าบางพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลฝนตกร้อยละ40

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/267896

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.21 น.

30 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนองลดลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(30 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์
ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี
นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ปลูก’หญ้าทะเล’ที่อ่าวนาเกลือ ฟื้นฟู-อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/267804

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560, 15.05 น.

28 เม.ย.60 ที่กลุ่มประมงต้นแบบพื้นบ้านนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีการจัด “กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (การปลูกหญ้ากุยช่ายทะเล)” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระดับสากล โดยมีนายอำเภอบางละมุงมาเป็นประธานเปิดงาน

กลุ่มประมงต้นแบบพื้นบ้านนาเกลือ, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โดย สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3), ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย ฝั่งตะวันออก จ.ระยอง และเครือข่ายโรงแรมสีเขียว (Green Hotel) ได้ร่วมจัดกิจกรรมนี้ขึ้น

ซึ่งได้รับการสนับสนุนหญ้าทะเล พันธุ์กุยช่าย จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย ฝั่งตะวันออก จ.ระยอง จำนวน 10,000 ต้น

สำหรับกิจกรรมนี้ ได้ดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งปีที่แล้วได้มีการทดลองปลูกพันธุ์หญ้าทะเลและสาหร่ายใบมะกรูด บริเวณอ่าวนาเกลือ ก็พบว่าหญ้ากุยช่ายทะเล สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อ่าวนาเกลือ ในปี 2560 นี้ จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขึ้น

โดยนำเอาหญ้าทะเลพันธุ์ดังกล่าวมาปลูกในพื้นที่ห้ามทำการประมงซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่ทางกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านนาเกลือ ได้กำหนดไว้ เพื่อเป็นการสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน (เล่น ลูกกุ้ง ลูกปู)โดยธรรมชาติ

ซึ่งการปลูกหญ้าทะเล จะต่างกับการทำปะการังเทียม หรือทำบ้านปลา ตรงที่หญ้าทะเลเป็นพืชน้ำ เมื่อสิ้นสภาพก็จะย่อยสลายเอง หรือเป็นอาหารของสัตว์น้ำ ส่วน หญ้ากุยช่ายทะเลที่ปลูกในวันนี้เมื่อสิ้นสภาพ จะกลายเป็นอาหารของสัตว์น้ำหรือกลายเป็นเม็ดทรายในทะเล (เนื่องจากมีองค์ประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต) โดยพืชน้ำชนิดนี้จะไม่เป็นขยะในทะเล

กิจกรรมนี้เป็น กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ทาง สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3) ได้มุ่งเน้นไปที่การเที่ยวโดยชุมชน การรักษาดูแลสิ่งแวดล้อม การปลูกฝังให้ เยาวชน ชาวบ้าน เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างแท้จริง

โดยชาวบ้านในพื้นที่อ่าวนาเกลือ ที่อยู่อาศัยบริเวณนี้ มีทะเลเป็นหน้าบ้าน อีกทั้งเป็นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพประมงพื้นบ้านมาจนถึงวันนี้ ทำให้ชาวบ้านมีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเลแห่งนี้อย่างแนบแน่น การดูแลทรัพยากรทะเลหน้าบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านตระหนักมาก ทาง อพท.3 จึงได้เข้ามาส่งเสริม สนับสนุนทางชุมชนนี้ให้เกิดการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และกิจกรรมนี้ ก็จะทำให้ชุมชนมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว จากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในการประกอบอาชีพประมง และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

จีนไม่แคร์!เสียงประท้วงขุดเจาะน้ำโขง เดินหน้าวัดระดับน้ำมุ่งสำรวจ15โซน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/267783

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560, 13.27 น.

29 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากตังหวัดเชียงรายว่า เรือเฉินตง 9 ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนเรือสำรวจของบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ที่ได้รับสัมปทานจากทางการจีนให้มีการสำรวจแม่น้ำโขง ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปจนถึงแก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย  ตามข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ ตลอดแนวชายแดนติดกับประเทศไทยตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน ไปถึงแก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ระยะทางประมาณ 96 กิโเมตร มีกำหนดระยะเวลาสำรวจ 55 วัน โดยดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ยังคงเดินหน้าสำรวจแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง

โดยจอดลอยลำอยู่บริเวณชายแดนฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามบริเวณชายแดนไทยระหว่างบ้านดอนที่กับบ้านหาดบ้าย ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ก่อนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ออกทำการสำรวจ โดยปักหมุดจับค่าจีพีเอสบนฝั่งทั้งสองประเทศเพื่อกำหนดจุด และในการสำรวจของเรือเจียฟู 3 ที่เป็นเรือสำรวจขุดเจาะชั้นดิน ชั้นหินและตะกอนทรายในแม่น้ำ ซึ่งกำลังสำรวจอยู่ในพื้นที่บ้านแซว ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสนอยู่ ซึ่งจะตามมาในภายหลัง

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังใช้อุปกรณ์สำรวจทางชลศาสตร์ ไปวัดค่าน้ำทั้งในเรื่องการขึ้นลงของระดับน้ำและอัตตราการไหล โดยทำการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดไว้จำนวน 3 จุด กระจายไปตามร่องน้ำระยะหว่างกันประมาณ 50-100 เมตร เป็นเวลา 3 วันก่อนที่จะมีการรายงานผลแบบค่าอัตโนมัติมาสู่ผู้สำรวจ เพื่อประมงลผลทางหลักชลศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะทำการย้ายไปยังจุดอื่นๆตามแผนสำรวจทั้ง 15 โซน

ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์ยังคงมีการติดป้ายคัดค้าน การระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงช่วงบริเวณบ้านเมืองกาญจน์ ตำบลริมโขง อำเภอเชียง แต่อย่างยังไม่มีการเคลื่อนใดๆ หลังจากได้มาชูป้ายแสดงสัญญาลักษณ์เพื่อต่อต้านไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ บริเวณช่วงแนวแก่งคอนผีหลง แต่ก็มีกำหนดนัดหมายกันที่จะออกมาแสดงพลังอีกครั้ง หากเรือสำรวจโดยเฉพาะเรือขุดเจาะเข้ามาสำรวจในแนวแก่งคอนผีหลง ซึ่งถือเป็นแก่งที่ใหญ่มีความยาว 8-9 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งใน 11 จุดของทางการจีน ที่มีแผนจะทำการระเบิดเกาะแก่งหินในแม่น้ำโขง แต่ถูกคัดค้านจากกลุ่มนักอนุรักษ์จนไม่สามารถทำระเบิดได้มาจนถึงทุกวันนี้

 

 

กลุ่มต้านจีนสำรวจแม่น้ำโขงถือป้ายประท้วง! ลั่นทำหนังสือถึงรัฐบาลจีนชี้แจง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/267649

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560, 14.35 น.

28 เม.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า กลุ่มเครือข่ายธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา (กลุ่มรักษ์เชียงของ) ซึ่งนำโดย นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ พร้อมด้วย เครือข่ายกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มเยาวชน อ.เชียงของ กลุ่ม North องศาเหนือ ประมาณ 30 คน ถือป้ายคัดค้านการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงและล่องเรือเล็กจากพื้นที่ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทวนกระแส แม่น้ำโขงขึ้นไปยังเกาะแก่งกลางแม่น้ำโขงที่เรียกกันว่า “คอนผีหลง” เขตแดนระหว่างบ้านเมืองกาญจน์ ต.ริมโขง อ.เชียงของ และผาพระ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยจุดดังกล่าวมีเกาะแก่งเรียง รายกันอยู่หลายจุด เช่น ผากันตุง ผาเยีย ผาถาก ผาหัวขโตน ฯลฯ โดยฝั่ง สปป.ลาว เป็นผาพระ ซึ่งมีจุดชมวิวอยู่ในฝั่งไทย

ทั้งกลุ่มดังกล่าวได้ไปแสดงพลังและสัญลักษณ์คัดค้าน ด้วยการนำเรือเทียบเกาะแก่งผาเยีย ซึ่งเป็นเกาะหินขนาดใหญ่และได้ถือป้ายคัดค้านกลางแม่น้ำโขง  มีป้ายข้อความที่เป็นทั้งภาษาไทย ภาษาจีนและภาษา อังกฤษ ที่มีเนื้อหาให้หยุดการระเบิดเกาะแก่ง รวมทั้งยังมีการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่ ที่มีข้อความและเนื้อหาในลักษณะเดียวกันเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ตรงจุดชมวิวผาพระซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน

โดยนายนิวัฒน์ กล่าวว่า จุดที่ชาวบ้านไปถือป้ายบนเกาะหิน เรียกว่า ผาเยีย ใกล้กันคือ ผากันตุง ตั้งอยู่ตรงกันข้ามผาพระในฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งบริเวณนี้หากน้ำขึ้นจะมีสภาพเป็นโพลงใต้น้ำ เป็นเสมือนบ้านของปลาและแหล่งอาหาร ดังนั้นหากเอาเกาะแก่งนี้ออกก็เหมือนฆ่าปลา การจะกลับมาฟื้นฟูก็ทำไม่ได้อีกแล้ว ทั้งนี้ทราบมาว่าบริเวณผาเยีย จะมีการเจาะหินด้านล่างเกาะจำนวน 5 จุดและด้านบนอีก 30 จุด ซึ่งจากลักษณะพื้นที่เชื่อว่าทั้งเกาะผาเยียและผาตุง รวมถึงใกล้เคียงจะต้องถูกเอาออกแน่นอน

“จุดนี้มีความลึกของแม่น้ำโขงบริเวณประมาณ 40 เมตร จึงมีความซับซ้อนด้วยธรรมชาติของเกาะแก่งเหมือนคอนโดของปลา ดังนั้นเราจึงมาจัดกิจกรรมที่นี่เพื่อยืนยันว่าถ้าเรือขุดเจาะมาถึงจุดนี้ก็จะมาแสดงพลัง อีกครั้ง โดยจะมีพี่น้องเครือข่ายมาแสดงออกกันมากกว่านี้เพื่อให้เห็นว่าเราไม่เห็นด้วย ส่วนเขาจะสำรวจก็ปล่อยไปเราจะไม่ได้ทำอะไรแต่จะแสดงออกเพื่อให้เขารู้ ควบคู่ไปกับการทำหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆ  และตั้งเป้าจะเขียนจดหมายไปถึงรัฐบาลจีนเพราะเขาอาจจะยังไม่เข้าใจ จึงจะทำให้เข้าใจตรงว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรและย่อมมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน” นายนิวัฒน์ กล่าว

ทางด้านนายจีระศักดิ์ อินทะยศ แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า บริเวณแก่งคอนผีหลงมีระยะทางประมาณ 7-8 กิโลเมตร และการพัฒนาระยะแรกจะอยู่ในเขตประมาณ 1.6 กิโลเมตร แต่ในระยะต่อไปก็จะเป็น เหมือนลำคลองเพื่อการเดินเรือสินค้าได้สะดวกซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าคงจะไม่เหลือเกาะแก่งบริเวณนี้อีกเลย ทั้งนี้เมื่อมองจากภายนอกที่ชัดเจน คือเป็นเกาะแก่งบริเวณนี้เป็นเหมือนฝายกั้นน้ำและมีระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต มีระบบการเติมอ๊อกซิเจนให้น้ำ เมื่อน้ำหลากก็ช่วยชะลอน้ำ ดังนั้นเราจึงไม่เห็นด้วยกับการสำรวจที่จะนำไปสู่การระเบิดเกาะแก่งดังกล่าว

ทั้งนี้ทางด้าน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย แจ้งว่า วันนี้เรือเจียฟู่ 3 มีกำหนดปฏิบัติงานตรงเกาะมะโนตรงกันข้ามกับบ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน โดยเรือลำนี้มีหน้าที่ขุดเจาะชั้นดินและหิน ดังกล่าวโดยยังคงมีกำหนดอยู่ที่บริเวณใกล้เคียงกันนี้อีกระยะหนึ่ง แต่สำหรับเรือเฉินตง 9 มีกำหนดเคยไปสำรวจทางชลศาสตร์ที่เกาะผาเยีย ที่ชาวบ้านชุมนุมกันอยู่ไปจนถึงแก่งไก่ ซึ่งเข้าสู่เขต ต.เวียง อ.เชียงของ โดยใช้เรือเล็กร่วมด้วย แต่วันนี้เรือลำนี้ ได้กลับขึ้นมาบริเวณเหนือ เกาะผาเยียขึ้นไปยังเกาะดอนที่ บ้านดอนที่ ต.ริมโขง ทำให้ไม่เผชิญหน้ากัน

 

เรือจีนเดินหน้าสำรวจจุดที่2 ชาวบ้านยังแขวนป้ายประท้วงต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/267596

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560, 11.12 น.

28 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากว่า เรือเจียฟู่ 3 ซึ่งเป็นเรือขุดเจาะ ของบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลจีน ให้ดำเนินการสำรวจแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว  ตามข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ไทย,สปป.ลาว,เมียนมา, และจีนตอนใต้ ตลอดแนวชายแดนติดกับประเทศไทยตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปถึงแก่งผาได อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ระยะทางประมาณ 96 กิโเมตร โดยมีกำหนดระยะเวลาสำรวจ 55 วัน ยังคงเดินหน้าทำการขุดเจาะชั้นดิน หินและทรายในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง

โดยในวันนี้่ได้มีการย้ายจุดสำรวจมายังแม่น้ำโขงบริเวณบ้านแซว ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นจุดสำรวจที่ 2 ใน 15 จุดหลักที่ทางคณะมีแผนสำรวจ หลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจในจุดสำรวจแรกที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน โดยการดูแลและติดตามสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข.เขตเชียงราย และสำนักงานกรมเจ้าท่าภูมิภาคเชียงรายอย่างใกล้ชิด

โดยนายสุรนาท ศิริโชค รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย กล่าวว่า สำหรับการสำรวจในจุดที่ 2  ทางคณะสำรวจจะดำเนินการขุดเจาะประมาณ 10 จุดย่อย คาดว่าจะใช้เวลาในการสำรวจประมาณ 3 วัน ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปยังจุดสำรวจหลักจุดที่ 3 ซึ่งการสำรวจจะเป็นการเน้นในการสำรวจขั้นดิน ชั้นหิน และทราย เพื่อดูความหนาแน่น ความตื้นลึกของแม่น้ำตะกอนทราย และสภาพภูมิศาสตร์โดยทั่วไปเหมือนจุดแรก เพื่อเก็บตัวอย่างของสภาพหิน ดินและทรายไปประกอบรายงานการสำรวจ  โดยจะตระเวนสำรวจโดยทั้่วบริเวณซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือเชียงแสนแห่ง  2 ประมาณ 3-4 กิโลเมตร โดยจะมีการเจาะในแม่น้ำความลึกระหว่าง 5 -10 เมตร โดยยืนยันว่ายังเป็นการเพียงวการเจาะเพื่อสำรวจแค่นั้นยังไม่มีการระเบิดเกาะแก่งแต่อย่างใดตามที่หลายฝ่ายมีความกังวล

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้เรือเฉินตง 9 ได้เดินสำรวจตามลำน้ำโขงโดยเฉพาะเกาะแก่งซึ่งคนเรือจีนเรียกว่า “Zhong Sai”และ  “Luk Sao Chao Anuvong” ตั้งอยู่ติด ต.ริมโขง อ.เชียงของ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีว่ากลุ่มเกาะแก่ง “คอนผีหลง” ที่กลุ่มชาวบ้านเคยแจ้งว่าจะออกมาแสดงพลังคัดค้านการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงของจีน โดยเรือเน้นตรวจเรื่องอุทกศาสตร์โดยมีเรือเล็กเร็วจำนวน 4 ลำพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่สนับสนุน โดยได้มีการวัดระดับน้ำมาตลอดแนวทั้งด้วยเครื่องมือเจ้าหน้าที่และเครื่องวัดระดับที่มีการติดตั้งเอาไว้แล้วหลายจุด ในบางจุดเจ้าหน้าที่ของจีนได้ขึ้นฝั่งไทยเพื่อใช้ถนนเลาะแม่น้ำโขงในการตั้งจุดถ่ายภาพด้วยระบบกำหนดตำแหน่ง หรือ จีพีเอส

อย่างไรก็ตามพบว่าในขณะที่คณะเจ้าหน้าที่ของจีนได้ตรวจวัดระดับน้ำไปจนถึงบริเวณผาพระ ซึ่งเป็นหน้าผาตั้งอยู่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ส่วนฝั่งไทยคือหมู่บ้านเมืองกาญจน์ ม.2 ต.ริมโขง ปรากฎว่าได้มีผู้นำป้ายผ้าสีขาวใบใหญ่ไปแขวนเอาไว้โดยมีข้อความว่า “หยุด! ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง เคารพสิทธิคนท้องถิ่น” ซึ่งป้ายข้อความหันออกไปทางแม่น้ำโขงสู่เรือจีนที่อยู่ในแม่น้ำโขง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

เรือขุดจีนรุกคืบ! ชาวบ้านขึ้นป้ายประท้วง ‘หยุด!ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง’