“เสรี” เด้งรับสูตร 2-3-4 ปฏิรูป ตร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286654

การเมือง, คมชัดลึก, ปฏิรูป ตร, เสรี, เด้งรับสูตร, 2-3-4, ปฏิรูป

“เสรี” เด้งรับสูตร 2-3-4 ปฏิรูป ตร. หลังหยุดยาวเตรียมถกนัดแรก 12 ก.ค.กองทัพไทย

            8 ก.ค.60 – นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ในฐานะคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ กล่าวถึงสูตรการทำงาน 2-3-4 ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี มอบนโยบายว่า เหมาะสม เป็นกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับ 36 คณะกรรมการมีความตั้งใจและมั่นใจว่าการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จะเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอประเด็นปัญหาที่รับฟังมาจากหลายฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตัดสินใจได้สะดวกและง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ซื้อขายตำแหน่ง โครงสร้างงานด้านการสืบสวนสอบสวน โอนย้ายภารกิจงานที่ไม่ใช่ของตำรวจโดยตรง กระจายอำนาจตำรวจไปยังท้องถิ่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วม

นายเสรี คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ กล่าวย้ำว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาตรงประเด็นมากที่สุด ทำให้ตำรวจเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ระบบเทาๆที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนต้องไม่มีอีกต่อไป อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอย่าเพิ่งคัดค้าน การปฏิรูปตำรวจเราจะศึกษาอย่างรอบด้านดูผลกระทบที่ตามมาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยวันพุธที่ 12 ก.ค.นี้ เวลา 14.00 น.จะมีการประชุมนัดแรก ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อกำหนดสาระเนื้อหาในการทำงานต่อไป

นายกฯ ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286581

บิ๊กตู่, ขอโทษ, คมชัดลึก, นายกฯ, ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยาก, ประยุทธ์, คสช, Work Permit, เอกสารรับรองบุคคล

“ประยุทธ์” แจงยิบแก้ปมแรงงานต่างด้าว ยันต้องเร่งทำสางปมค้ามนุษย์-แรงงานเด็ก-แรงงานทาส ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยาก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า เรื่องแรงงานต่างด้าว วันนี้ตนดีใจที่คนไทยตื่นตัวในเรื่องกฎหมายและการปฏิรูปมากขึ้น  ซึ่งตนอยากให้เข้าใจตรงกันว่า ปัญหาแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในเรื่องของกฎหมายค้ามนุษย์ เราแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนในเวทีระหว่างประเทศว่า จะป้องกันและต่อต้านการค้ามนุษย์ให้ถึงที่สุด โดยกฎหมายนี้มีเรื่องใหญ่รวมอยู่ด้วยกัน อาทิ การค้ามนุษย์ การประมงผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก แรงงานทาส รวมทั้งแรงงานต่างด้าว ซึ่งเราต้องเร่งดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้ เพื่อประเทศไทยของเราเอง การแก้ปัญหาพยายามอย่างต่อเนื่องมา 3 ปี รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติไปแล้ว ราว 3 ล้านคน แต่อุปสรรคสำคัญคือการพิสูจน์สัญชาติ โดยประเทศต้นทาง ทำให้ยังคงเป็นปัญหาอยู่และก็ได้ผ่อนผันให้มาโดยตลอด หากยังพิสูจน์สัญชาติไม่ได้ ก็ให้ถือบัตรสีชมพูไปพลางก่อน

“เรื่องนี้ขอให้พิจารณาด้วยใจที่เป็นกลางอย่ามองปัญหาในเชิงธุรกิจแต่เพียงด้านเดียว เราต้องพึ่งแรงงานต่างด้าว หากทุกงานมีคนไทยทำเองหมดเราก็คงไม่ต้องไปพึ่งใคร แต่วันนี้คนไทยเราทำงานประเภทใช้แรงงานลดลงทุกวัน และเหลือน้อยมาก บางประเภทแทบไม่มี จึงเป็นเหตุที่เราต้องทำความร่วมมือกับต่างประเทศ มีข้อตกลงกัน ซึ่งมีความยุ่งยากมากมาย มีระเบียบ มีขั้นตอน ทั้งกฎหมายในประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งปัญหาในเรื่องการทุจริต ปัญหาด้านความมั่นคง ปัญหาการค้ามนุษย์ ภาระทางสังคม การศึกษา สาธารณสุข การถือสัญชาติเด็กที่เกิดจากแรงงานต่างด้าว วันนี้ผสมปนเป เชื่อมโยงกัน ทำให้เป็นการซ้ำเติมปัญหา ถ้าเราไม่แกะออกมา การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นไม่สามารถทำได้เพียงด้านใดด้านหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

@ หวังแรงงานต่างด้าวไม่ต้องหลบซ่อนอีก ย้ำให้สวัสดิการตามหลักสากล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราต้องดำเนินการจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด หากทำได้เรียบร้อยเป็นระบบก็จะบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืน ตรงตามความต้องการตลาดแรงงานในประเทศที่เราต้องการ ทุกภาคการผลิตและบริการไม่มีการแย่งงาน ไม่มีการหนีงาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนนายจ้าง ทุกฝ่ายก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆแล้ว ซึ่งคนที่ไม่เคยรู้ควรเปิดหูเปิดตาไม่ใช่หลับตาปิดใจ วิพากษ์วิจารณ์โดยปราศจากข้อมูล เราต้องเอาความจริงมาพูด มาเสนอแนะกัน ให้ความรู้ด้วยความจริงกับสังคม ว่าถ้าหากว่าไม่มีการให้แรงงานเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานเลย ก็จะไม่มีใครทำงานในโรงงานต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่หยุดชะงัก อย่าไปพูดจาให้มันเสียหาย

“เมื่อเขาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเราแล้ว แรงงานเหล่านี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมของเรา ซึ่งก็ต้องได้รับสวัสดิการตามสมควร ที่รัฐก็ต้องดูแลให้เป็นไปตามหลักสากลด้วย ซึ่งมีกระบวนการค่าใช้จ่ายตามปกติ ไม่ต่างอะไรจากคนไทยที่ต้องไปทำงานในประเทศต่างๆทั่วโลก เราจะเอาแต่ได้โดยไม่ยอมเสียอะไรเลย คงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องไม่ใช่การเสียความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งรัฐบาลก็จะไม่ยอมปล่อยปละละเลย ให้เป็นปัญหาคาราคาซังอีกต่อไป ให้เวลาไปแล้วต้องไปหาวิธีการดำเนินการกันให้ได้ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ แรงงาน ก็ต้องร่วมมือ หลายประเทศเขาก็ทำแบบนี้มาก่อน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

@ โวปี 57 จดทะเบียน 1.3 ล้านคน ทำสำเร็จแล้ว สวดข้าราชการ-นายจ้าง-นายหน้า ยังทุจริต ประกาศไม่ชะลอขึ้นทะเบียนแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การที่เราเคยเปิดให้จดทะเบียนไปแล้ว เมื่อปี 2557 กว่า 1.3 ล้านคน เป็นเพียงความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่แรงงานที่ไม่เข้ามาอยู่ในระบบและแรงงานที่เข้าออกหมุนเวียนมาใหม่ ด้วยช่องทางที่หลีกเลี่ยงกฎหมายของข้าราชการที่ทุจริต รวมถึงนายหน้าและนายจ้างที่ทุจริต ก็สร้างปัญหาอยู่อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่วงจรแรงงานทาส ค้ามนุษย์ ที่ส่งผลกระทบในภาพรวมของประเทศ ผู้ประกอบการเอง ก็ประสบปัญหาการเปลี่ยนงานของแรงงานต่างด้าวอยู่ตลอดเวลา ก็ขอทำให้มันถูกต้อง มันจะได้ชัดเจนขึ้น บางครั้งเสียเงิน เสียเวลา ฝึกฝนจนใช้งานได้ ก็ถูกดึงไปใช้ เพราะเราไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน มันก็เลยเกิดความไม่เป็นธรรมต่อนายจ้างเดิม

“การเข้ามาในประเทศที่ไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติจากประเทศต้นทาง เราเคยชะลอไปได้ วันนี้ไม่ได้แล้ว หากไม่มีหลักฐานทางราชการที่ถูกต้องในการเข้ามาทำงาน เราจะไม่สามารถควบคุม หรือจัดระเบียบอะไรได้เลย จากการที่นำเข้าผ่านแนวชายแดนเข้ามา ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ที่หลีกเลี่ยงไม่อยู่ในระบบเหล่านี้ ซึ่งได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านของเรา ช่วยกันแก้ปัญหา เราแก้คนเดียวไม่ได้ ช่วงที่ผ่านมาได้มีการจัดชุดพิสูจน์สัญชาติของต้นทางเข้ามาดำเนินการในบ้านเรา ในระหว่างที่ผ่อนปรนให้มีการใช้บัตรชั่วคราว แต่ห้ามย้ายงาน ย้ายพื้นที่ แต่ก็มีลักลอบอยู่ ต้องยอมรับความจริง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ก็มีข้อตกลงทำ หรือเอ็มโอยู กันระหว่าง 3 ประเทศได้ระบุไว้ว่า ต้องมีการพิสูจน์สัญชาติที่ชายแดนประเทศต้นทางที่มีสำนักงานอยู่เท่านั้น ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ที่ผ่านมามันปล่อยเข้ามาหลายปี วันนี้มันก็ต้องเข้ามาสู่กระบวนการที่มันถูกต้อง ก่อนที่จะเข้ามาในปลายทางของแต่ละประเทศ ก็มีการพิสูจน์สัญชาติมาก่อน ดังนั้นเมื่อเรามีพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวออกมา ก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ปัญหาเราอยู่ตรงที่แรงงานที่เข้ามาอีกบางส่วนยังคงไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา บางส่วนทำแล้วไม่สมบูรณ์ ก็คงต้องไปดำเนินการให้เรียบร้อยที่ชายแดน

@ ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยาก แต่จำเป็นต้องทำให้ถูกกม.

“เราทำครั้งนี้เรียบร้อยก็จะไม่มีปัญหาอีกต่อไป ก็ต้องขออภัยในความยุ่งยากด้วย เพื่อจะได้เข้ามาอย่างถูกต้อง เราไม่สามารถจะอนุญาตให้เข้ามาก่อน ให้มาขึ้นทะเบียนแล้วมาพิสูจน์สัญชาติภายหลังได้อีกต่อไป มันจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทำผิดกฎหมายอีก แล้วต้องไปพันกับค้ามนุษย์ พันกับปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู แล้ววันหน้าถ้ายังคงมี แล้วเขาไม่ซื้อสินค้าอื่นจะเป็นอย่างไร คนที่ออกมาเรียกร้อง ต้องเข้าใจประเด็นนี้ด้วย ผมเข้าใจถึงความเดือดร้อนของท่าน แต่ท่านต้องเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประเทศด้วย วันนี้เราพยายามแก้ปัญหาที่ก่อนหน้านี้ที่เราเข้ามาให้ได้ในประเด็นแรงงาน เป็นเรื่องสำคัญและเป็นวาระสำคัญของชาติ เราจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ยอมรับไม่ได้อีกต่อให้มีแรงงานผิดกฎหมาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

@ ขีดเส้น 6 เดือนต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง เราให้เวลาไปเกือบ 6 เดือน หรือภายในสิ้นปีนี้ตามที่ขยายไปแล้วให้ไปดำเนินการให้ครบ ท่านต้องหาวิธีดำเนินการให้ได้ ภาครัฐ กระทรวงแรงงาน สำนักงานจัดหางาน ผู้ประกอบการ บริษัท ต้องร่วมมือกันว่าจะหากลไกมาตรการอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบจากการประกอบการ ถ้าท่านบอกว่าทำแบบนี้แล้วเกิดผลกระทบกับการประกอบการแล้วจะเป็นอย่างไร มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้เหมือนเดิม เพราะอย่าลืมว่าที่ผ่านมาท่านทำผิดกฎหมายมาเป็นจำนวนมากและนานพอสมควร ในกลุ่มที่ดีตนขอชมเชย แต่คราวนี้ปัญหาก็คือในกลุ่มที่ลักลอบ แย่งงาน แย่งคนงานด้วยการชักชวนให้ย้ายงานทั้งที่เขาลงทุนไปแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ต้องปรับตัวเองให้ได้

“ที่เป็นกังวลตอนนี้ก็คือลูกจ้างที่ท่านไว้ใจ อาทิเช่น ดูแลบ้าน แม่บ้าน เลี้ยงลูก หรือทำงานอะไรต่างๆ อาจจะต้องให้กระทรวงแรงงานระบุให้ชัดเจนว่าพวกคนเหล่านี้ออกไปในส่วนของแรงงานประเภทเหล่านี้ แล้วให้กลับมาทำงานเหมือนเดิม ให้ระบุไว้มีบัตรเฉพาะออกไป ก่อนออกไปก็มีบัตรเฉพาะว่าพวกนี้ออกไปแล้วกลับมาทำงานเดิมจะทำได้หรือไม่ ก็ให้มีลายเซ็น มีการยินยอม รับรองเงื่อนไข จากทั้ง 2 ฝ่ายให้ชัดเจน ทั้งผู้ประกอบการและแรงงาน มันต้องมีมาตรการเฉพาะออกมาเป็นประเภท มีทั้งแรงงานที่จะเข้ามาทำงานเป็นรายปี และแรงงานอีกประเภท คือแรงงานที่เข้ามาไปเช้า-เย็นกลับ อันนี้ก็ต้องตกลงต่างหาก อย่าเอามาปนกัน ส่วนนั้นก็ต้องเอาเข้ามาและออกไป ทำงานในพื้นที่แนวชายแดนไม่ให้เกิดผลกระทบกับการประกอบการในพื้นที่ชายแดน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ส่วนราชการให้ไปคิดมาตรการให้มันชัดเจนเกิดขึ้น ในเรื่องของที่มีการเรียกร้องให้ดูแลหรือปรับปรุงในเรื่องค่าปรับต่างๆ รัฐบาลพยายามจะหาทาง วิธีการทางด้านกฎหมายว่าจะทำได้อย่างไรที่ค่าปรับต่างๆให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ก็กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ก็จะใช้เวลาที่มี 6 เดือนอยู่นี้แก้ปัญหาให้ไดมากที่สุดเพื่อลดกระทบ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สำนักจัดหางานเถื่อน นายหน้า หรือบริษัทไม่สุจริตเข้ามาแสวงประโยชน์ จากแรงงานเหล่านี้จะต้องถูกลงโทษเด็ดขาด สำหรับผู้ที่ค้ามนุษย์ก็ดำเนินการเต็มที่ ทั้งโทษอาญา โทษอื่น

“สำหรับขบวนการค้ามนุษย์ หากการล่อลวงว่าจะให้รายได้ที่ดีกว่าแล้วย้ายคนงานเหล่านี้ไปทำงานที่อื่นเอาผลประโยชน์ แล้วนายจ้างเดิมที่เขาเสียค่าใช้จ่ายเหล่านี้เขาจะทำอย่างไร ก็อย่าเห็นแก่ตัวแบบนั้น ทำให้เกิดปัญหากับนายจ้างเดิม แรงงานใหม่บางทีไปถ้าถูกกฎหมายก็แล้วไปย้ายงานได้แต่ถ้าย้ายงานไม่ได้ ก็ผิดกฎหมายลักลอบเข้าเมือง ลักลอบทำงานผิดกฎหมายอีก มันพันไปทั้งหมดทุกอย่างต้องอาศัยความไว้วางใจกันและใช้สติปัญญาในการแก้ไข้ปัญหา ต้องเสียสละกันบ้าง บางคนก็กำไรมามากแล้วในการใช้แรงงานผิดกฎหมาย วันนี้พอขาดทุนก็เรียกร้อง ก็ขอบคุณสำหรับผู้ที่ประกอบการดีๆทั้งหมด สำหรับผมคิดว่ามีจำนวนมากกว่าผู้ประกอบการที่ไม่ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ทันต่อการดำเนินการในช่วงผ่อนผัน ตามกรอบเวลา 6 เดือนข้างหน้า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็ขอให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เพื่ออำนวยการ บริหารจัดการ สำหรับการทำงานของคนต่างด้าวให้ถูกต้องตามพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว โดยจัดกลุ่มดังนี้ 1.กลุ่มที่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แต่ผิดนายจ้าง 2.กลุ่มที่ตรวจสัญชาติแล้ว มี Passport มี VISA มี CI (เอกสารรับรองบุคคล) แล้ว แต่ยังไม่ได้ขอใบอนุญาตทำงาน ทั้ง 2 กลุ่มให้สามารถดำเนินการให้ถูกต้องได้ทันที ที่ศูนย์เฉพาะกิจสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดและกรุงเทพฯ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า 3.กลุ่มที่มีการนำเข้าตาม MOU ไม่ได้เป็นปัญหา สามารถดำเนินการได้ตามปกติ และ4.กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ให้ทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง มาพบเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์เฉพาะกิจดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง ระหว่าง 24 กรกฎาคม-7 สิงหาคม กรณีที่ยังมีข้อสงสัยสามารถสอบถามที่สายด่วน 1694

“ลุงตู่” ชวนคนไทย เข้าวัดรักษาศีล5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286569

บิ๊กตู่ชวนคนไทย, เข้าวัด, เข้าวัดรักษาศีล5, ลุงตู่, ชวนคนไทย, เข้าวัดรักษาศีล5 , บิ๊กตู่, คสช

“บิ๊กตู่” ชวนคนไทยงดเหล้า-เข้าวัดรักษาศีล5 ช่วงอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ถวายในหลวงร.9 – พระเจ้าอยู่หัวร.10

        เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2560 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า สุดสัปดาห์นี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา โดยในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาและถือเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติซึ่งปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. ตนอยากขอเชิญชวนประชาชนได้ร่วมกันทำบุญ ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม โดยการงดดื่มสุราเครื่องดองของเมา ตลอดห้วงเวลาเข้าพรรษา 3 เดือนหรือตลอดไป

“หากใครมีศรัทธาที่แรงกล้า มีความมุ่งมั่น ก็สามารถละเลิกการดื่มสุราตลอดไปและตลอดชีวิต ก็ถือเป็นมหากุศล หากเลี่ยงไม่ได้ก็ขอให้เป็นการดื่มอยากมีสติส่วนการดื่มเพื่อเข้าสังคมนั้น ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ล้าหลังไปแล้วสำหรับสังคมไทยในวันนี้ รวมถึงการสูบบุหรี่ด้วย ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันพ.ร.บ.ยาสูบฉบับใหม่ และมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่คุ้มครองสุขภาพบุคคลรอบข้างที่ไม่สูบบุหรี่ รวมทั้งควบคุมและเตือนสิงห์นักสูบไม่ให้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนขอเชิญชวนชาวไทย โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนร่วมกันรักษาศีล 5 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานของชีวิตจะนำความเจริญมาสู่ผู้เคร่งครัดในการปฏิบัติ และเป็นประตูสู่ความเสื่อมสำหรับผู้ที่ละเมิดศีล ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ใน2560 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์รวมทั้งเพื่อความสงบสุขในสังคมไทยของเราด้วย

“บิ๊กตู่”ย้ำอีกไม่สืบทอดอำนาจ-ผลประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286565

บิ๊กตู่, คสช

“บิ๊กตู่”ย้ำอีกไม่สืบทอดอำนาจ-ผลประโยชน์ ซัดใครคิดควบคุมการเมือง-ประชาธิปไตยไปอีก10-20 ปี ไม่ใช่คนไทย เล็งเปิดโอกาสสร้างบรรยากาศปฏิรูป

 

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2560 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลและคสช. ไม่ได้มุ่งหวังอำนาจอย่างที่กล่าวอ้างกันทุกวัน ว่าจะสืบทอดอำนาจผลประโยชน์ ตนยังนึกไม่ออกเหมือนกัน ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ได้ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทุกวันนี้ตนไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไรเหมือนกัน เราไม่ต้องการที่จะไปควบคุมการเมือง ควบคุมประชาธิปไตยไปอีก 10-20 ปี ใครคิดแบบนั้นผมว่าไม่ใช้คนไทย

“ต้องขอความร่วมมือในการช่วยกันรักษาเสถียรภาพของบ้านเมือง ในช่วงนี้รัฐบาลและ คสช. คิด–ทำ–มุ่งหวัง อยู่เสมอว่าจะทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้จะไม่กลับมาอีก ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาทำกันต่อไปอีกหลายรัฐบาล ก็ใช่ว่าปัญหาเหล่านี้ จะแก้ไขได้หมดสิ้น โลกมีความเสี่ยงตลอดเวลา วันนี้โลกภายนอกเขาไม่ค่อยมีปัญหา หรือจะสนใจกับในเรื่องของการบริหารจัดการที่มาของรัฐบาลมากนัก ก็มีความทำความเข้าใจกันอยู่บ้าง แต่เขาให้ความสนใจกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะหากไม่มีเสถียรภาพ การค้า การลงทุน หรือเศรษฐกิจก็จะหยุดชะงัก ในโลกจึงมีทั้งประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งสังคมนิยม บางประเทศยังเป็นรัฐบาลทหาร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาการณ์ในแต่ละประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกคนก็ต้องสร้างความเข้าใจว่าเราทำเพื่ออะไรกันอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช้ไปฟังนักการเมืองที่มุ่งหวังแต่เพียงการเมืองอย่างเดียว หวังผลทางการเมือง เราต้องเร่งรักษาความสงบเรียบร้อยให้ได้จากภายในเสีย ตนไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นอย่างอื่น ตนยืนยันหลายครั้งแล้วเรามีประชาธิปไตยมา 85 ปีแล้ว เราต้องมาดูซิว่า ประชาธิปไตย 85 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ แต่ทำไมเราไม่รู้จักการแก้ไข้ในสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง มีการเปลี่ยนแปลงบ้างให้สำเร็จ ให้เหมาะสมเสียในช่วงนี้ วันหน้าทุกอย่างมันก็ต้องดีขึ้นเอง ช่วงนี้รัฐบาลและคสช. ก็พยายามจะเปิดโอกาส สร้างบรรยากาศ ให้มีการปฏิรูปในทุกด้าน เพื่อที่เราจะได้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างเต็มภาคภูมิ ตามแบบฉบับของเรา ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมของเรา

“ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือน บิดเบี้ยว จนเสียหลักการอันเป็นแก่นแท้ เพื่อเพียงผลประโยชน์ของใครบางคน กลุ่มบางกลุ่ม วันนี้เราต้องมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ ต้องให้กำลังใจ ให้โอกาสคนดีๆ พยายามทำเพื่อส่วนรวม ประเทศชาติ และอนาคตของลูกหลาน ไม่ให้พ่ายแพ้ต่อกลการเมืองที่อาจจะไม่จริงใจ ที่ดีเขาเยอะกว่าอยู่แล้ว คนที่ไม่ดีก็ยังมีอยู่ หรือกลุ่มผลประโยชน์ที่ไร้ศีลธรรม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เช็ก มือโพสต์ตั้งฆ่าหัว “มทภ.4”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286463

เช็ก, กอรม,  เช็ก, มือโพสต์ตั้งฆ่าหัว, มทภ4, เลขาฯ สมช, กอรมนภาค 4 ส่วนหน้า, สมช, กอรมน

“เลขาฯ สมช.”เผย รอ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” เช็ก มือโพสต์ตั้งฆ่าหัว “มทภ.4” เอี่ยวกลุ่มก่อเหตุ หรือแค่คะนอง

         7 ก.ค.2560 เวลา11.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งค่าหัวแม่ทัพภาคที่ 4 ในราคา 1 ล้านบาทว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐจะพยายามแสดงออกในลักษณะต่างๆ ขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า กำลังติดตามบุคคลดังกล่าวอยู่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวร่วมก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ หรือเป็นการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนองหรือไม่

         ผู้สื่อข่าวถามว่า การโพสต์ดังกล่าวเพื่อต้องการยั่วยุเจ้าหน้าที่หรือไม่ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า เป็นการพยายามแสดงออกให้เห็นว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำของภาครัฐที่พยายามสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่ แต่คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มน้อยที่ยังมีความเห็นแตกต่าง จึงพยายามแสดงออกโดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด เพื่อจะทำอะไรก็ได้เพื่อตอบโต้ อย่างไรก็ตาม การกระทำลักษณะนี้ผิดต่อพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย ถ้าผู้การกระทำถูกจับได้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ย้ำ “อีอีซี” ไม่เอื้อต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286292

คมชัดลึก, ต่าชาติ, เอื้อ, ไม่, แจง, นายกฯ, ย้ำ, อีอีซี, ไม่เอื้อต่างชาติ, บิ๊กตู่, คสช

“บิ๊กตู่” แจงอีอีซีไม่เอื้อประโยชน์ต่างชาติ ย้ำเลือกพื้นที่ทำเศรษฐกิจตามศักยภาพ ลั่นทำทุกภาคแน่นนอน

         6 ก.ค. 2560 – เมื่อเวลา 09.30 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) จากนั้นเวลา 12.00 น. นายกฯ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเข้าใจว่าการที่จะทำให้ประเทศเราหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไปสู่อันดับสูง ก็จำเป็นจะต้องมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีถ้าไม่เริ่มวันนี้ก็จะช้าเกินไป อย่างไรก็ตามเราจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ด้วย ตนได้ย้ำเรื่องการทำเกษตรในพื้นที่เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในส่วนการสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งรถไฟ รถไฟทางคู่ที่จะเชื่อมโยงไปยังสนามบินและท่าเรือไปด้วยกัน ถือเป็นโครงการระยะยาวที่จะก่อสร้างเพื่อขนส่งคนและสินค้า ที่จะเชื่อมโยงจากเส้นทางที่จะทำรถไฟทางคู่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงมา และเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากให้ไปทำความเข้าใจเรื่องเดินหน้าประเทศเราจำเป็นต้องคำนึงผลประโยชน์ชาติและของคนอื่นเขาด้วย ถ้าคำนึงถึงผลประโยชน์ชาติอย่างเดียวแล้วใครจะมาสนใจกับเรา เพียงแต่เราต้องไม่ไปเสียเปรียบเขา แล้วต้องให้ผลประโยชน์ในสัดส่วนที่เป็นธรรมในส่วนของเราเองเป็นการลงทุนที่ต้องมีต่างประเทศเข้ามาเสริมด้วย และต้องเชื่อมโยงกับการลงทุนในประเทศเพื่อยึดโยงเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

นายกฯกล่าวว่า ขอฝากไปถึงภาคอื่นๆ ด้วยว่าทำไมวันนี้เรามาทำอีอีซีภาคตะวันออกเพราะมันมีศักยภาพพอสมควรมีความพร้อมในเรื่องถนนหนทาง ส่วนภาคอื่นจะเป็นโครงการในระยะต่อไปที่ต้องทำอยู่แล้ว ยืนยันว่าเราต้องพัฒนาทุกภาคในตรงกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยภาคตะวันออกมีศักยภาพด้านการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ เรื่องการลงทุนขอว่าอย่าไปกังวลเราต้องมีการระดมทุนจากเอกชนของเราเอง หรือเอกชนร่วมมือกับต่างประเทศ ซึ่งการลงทุนมีสองประเภท ประเภทแรกเป็นเรื่องการประมูลตามกฎหมายให้เกิดความโปร่งใส  ประเภทที่สองถ้าเป็นอุตสาหกรรมที่เราต้องเราต้องเจรจาพูดคุยกับผู้ที่อยากจะลงทุนเป็นรายกิจการไป ขอให้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องของการไม่ประมูล เดี๋ยวจะเข้าใจผิดเพราะเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าเปิดการประมูลจะเป็นโครงการอีกส่วนหนึ่งที่จะมีการเปิดประมูลบางอย่างต้องมีการเอื้อเฟื้อให้เข้ามาให้ได้

ไม่ยี่หระกม.พิเศษสั่ง”โละกกต.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286278

คมชัดลึก, กกต, โละ, สั่ง, กฎหมายพิเศษ, ไม่ยี่หระ, โละกกต, กรธ, รมต-สนช, 6 กค

ปธ.กกต. โว มีอาวุธลับช่องทางยื่นศาลรธน. ไม่หวั่น กม.พิเศษสั่งโละกกต.

6 ก.ค.60 – นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ออกมาระบุว่า กกต.ยังไม่สามารถส่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้เอง เนื่องจากต้องรอให้กฎหมายมีผลใช้บังคับก่อน ว่า เรื่องนี้ไปศึกษาว่ามีช่องทางใดในการยืนเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเดิมได้หรือไม่   เพราะ กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นว่า 6 ประเด็นในร่างพ.ร.ป.กกต. ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (1) เป็นเพียงชองทางที่ให้อำนาจ หรือที่ศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาว่าร่างกฎหมาย หรือ กฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กกต.จึงต้องหารือกัน ไม่ใช่ยื่นไปแล้วเสียรางวัด ส่วนจะใช่ช่องทางใดในการยื่นนั้น ยังบอกไม่ได้ ถือเป็นอาวุธลับ เพราะทุกฝ่ายก็มีอาวุธลับเป็นของตัวเอง

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประธานกรธ. ระบุว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าความเห็นแย้งของกกต.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต.ที่ทำหน้าที่จะต้องพ้นสภาพไปทันทีนั้น ตนมองว่าจะพ้นไปทันที่หรือไม่ เราไม่วิตก เราพร้อมไปอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร  แต่ถ้าศาลรัฐธรรมูญเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้กฎหมายฉบันนี้ตกไป ใช้บังคับไม่ได้ เราไม่ต้องรักษาการ แต่เราก็ยังอยู่ตามกฎหมายพิเศษ ไม่ได้ไปทันที ซึ่งไม่ขอบบอกว่าเป็นกฎหมายอะไร

“พวกเราไมได้กังวล จะช้าหรือเร็ว เราก็ต้องไปอยู่ดี  ถ้าเราไปเร็วเราก็ได้พักผ่อน ไม่ต้องมากังวลหรือถกเถียงอะไรให้วุ่นวาย แม้ตัวเราจะต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่ก็ต้องรักษาองค์กรให้อยู่อย่างมีคุณภาพ เป็นเสือต้องไม่ร้องให้ ต้องมีศักดิ์ศรี”นายศุภชัย กล่าว

ปัด ตั้งกก.สอบ “รมต.-สนช.” ต่อรองปมเซ็ตซีโร่

เมื่อถามว่าการที่ กกต.มีมติตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีและ สนช. จะเป็นการต่อรองกันหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการต่อรอง แต่เป็นอำนาจหน้าที่ ที่กกต.ต้องพิจารณารัฐธรรมนูญ เมื่อ ครม. รัฐมนตรี หรือ สนช.มีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญต้องมีเหตุให้พ้นจากตำแหน่ง แต่กรณีนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ยื่นคำร้องมาให้ กกต.ตรวจสอบ เมื่อยื่นเข้ามา กกต.ก็ต้องตรวจสอบก่อน ไม่ใช่ยื่นส่งฟ้องศาลทันที ต้องดูว่าคำร้องถูกต้อง มีมูล ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่  ถ้าเราไม่รับเรื่องมาก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่อีก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กรณีนี้ไม่ได้ต่อร่องเรื่องเซ็ตซีโร่  เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่คิดว่าจะยื้อเพื่อให้อยู่ในตำแหน่ง  เราต้องรอบคอบ เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการประทบสิทธิ และไม่กลัวที่จะต้องพ้นจากตำแหน่งจากคำวินิยฉัยของศาล หรือดำสั่งพิเศษใดๆ

ยัน ไม่ได้วางยากม.พรรคการเมือง 

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่กรธ. ตั้ง 3 ประเด็นแย้ง ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็น 3 ประเด็นข้อโต้แย้งของ กรธ.เกี่ยวกับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งว่าจะส่งมาถึง กกต.ในวันนี้ (6 ก.ค.)  และในชั้นของกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ตนจะยืนยันตามมติ กกต.ว่าไม่มีบทบัญยัติใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของแนวทางปฎิบัติ ส่วนที่ประธานกรธ. ออกมาระบุว่าระบบไพรมารีโหวตเป็นการตัดสิทธิหัวหน้าพรรคการเมืองไม่ให้ลงสมัครส.ส.เขต เป็นการขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญนั้น ที่ผ่านมา กกต.ได้ถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติ ทั้งเจ้าหน้าที่  และผู้บริหารของสำนักงาน กกต.ก็ยืนยันวา สามารถปฎิบัติได้ ไม่มีปัญหาอะไร และที่เราเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญไมได้เป็นการวางยา เพราะผู้บริหารฯ และพนักงานมีประสบการณ์เกี่ยวกับเลือกตั้งถึง 19 ปี
ปัด ล็อบบี้อดีตกกต.ในกมธ.ร่วม 3 ฝ่าย

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับอดีต กกต.ที่อยู่ในกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายหรือไม่  นายศุภชัย กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยหรือล๊อบบี้  เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่ การพิจารณาจะต้องยึดหลักเหตุและผล ไมได้มีการล๊อบบี้ เพราะการล๊อบบี้เป็นเรื่องที่ผิด ไม่มีใครทำกัน เรื่องล๊อบบี้แค่คิดก็ผิดแล้ว  ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอย่างไรเราต้องเคารพ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร จะไปโย้แย้งไม่ได้

ยกฟ้อง “จิตรา คชเดช” ไม่มีเจตนาหลบหนีคำสั่งรายงานตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286269

คมชัดลึก, คสช, เรียกรายงานตัว, คำสั่ง, หลบหนี, ยกฟ้อง, จิตรา, คชเดช, จิตรา คชเดช, ศาลทหาร

“ศาลทหาร” ยกฟ้อง “จิตรา คชเดช” ไม่มีเจตนาหนีคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวล 9.30 น. ศาลทหารได้อ่านคำพิพากษา ยกฟ้องคดี น.ส.จิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพฯ และผู้ประสานงานกลุ่มสหกรณ์คนงาน TRY ARM และนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง จาก         6 ก.ค. 2560 – คดีที่ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.  เรียกบุคคลเข้ารายงานตัว จากการที่ไม่ได้เข้ารายงานที่สโมสรทหารบก เทเวศน์เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2557 ตามคำสั่งฉบับที่ 44/2557  ทั้งนี้ช่วงดังกล่าวถูกระบุว่าเธอยังอยู่ที่ประเทศสวีเดนและไดพยายามแจ้งกับสถานทูตไทยแล้ว แต่เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2557 กลับถูกควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา   โดยศาลระบุว่า ขณะที่เกิดเหตุจำเลยอยู่ต่างประเทศ จึงไม่ได้เข้ามารายงานตัวต่อคสช. แต่ก็ได้เข้าไปรายงานตัวที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงสตอล์กโฮม ประเทศสวีเดน โดยได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าคสช. และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อรับทราบตามที่คสช.ได้ส่งหนังสือเรียกตัว ทั้งนี้น.ส.จิตราไม่มีเจตนาไม่เข้ามารายงานตัว หรือต้องการหลบหนีแต่อย่างใด พร้อมทั้งได้กระทำตามคำสั่งคสช. ดังนั้นทางคณะตุลาการศาลทหารฯจึงเห็นว่าคดีดังกล่าวไม่มีมูล และเห็นควรยกคำฟ้องของโจทก์

ทั้งนี้ น.ส. จิตรา ได้ให้สัมภาษณ์ หลังทราบคำพิพากาษาว่า  ตนเชื่อแต่แรกว่าต้องยกฟ้องแน่นอน และเชื่อแต่แรกว่าจะไม่มีการสั่งฟ้องหรือออกหมายจับด้วยซ้ำไป เราเชื่อมั่นมาตลอดว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร   จากนี้จะดูว่าจะทำอะไรได้  ที่ผ่านมาเราก็พิสูจน์ว่าที่ผ่านมาเราก็เข้าสู่กระบวนการ

เมื่อถามว่าจะเป็นบรรทัดฐานกับคดีอื่นหรือไม่   น.ส. จิตรกล่าวว่าน่าจะเป็นบรรทัดฐานว่าคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. น่าจะไม่มีการลงโทษหรือยกฟ้อง

“ไพรมารี่” ไม่สมบูรณ์ กรธ. ชงแก้ใหม่ให้สอดคล้อง รธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286151

กระบวนการ, ไพรมารีโหวต, ยังไม่สมบูรณ์, ส่งแก้ใหม่, คมชัดลึก, ไพรมารี่, ไม่สมบูรณ์, กรธ, ชงแก้ใหม่ให้สอดคล้อง, รธน, มีชัย, สนช, พรป, 5กค, ไพรมารี่โหวต

“มีชัย” ชี้กระบวนการไพรมารี่ ไม่สมบูรณ์ ชงแก้ไข ทำเนื้อหาสอดรับเจตนารมณ์รธน. ยังลังเล ส่งชื่อเป็น กมธ.ร่วมหรือไม่

 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวยืนยันว่า กรธ. จะส่งความเห็นต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ในวันนี้ (5ก.ค.) โดยประเด็นที่เสนอไปนั้น คือ การปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาตัวแทนของพรรคส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง (ไพรมารี่โหวต) ให้มีความสมบูรณ์  อาทิ ประเด็นการตรวจสอบการทำไพรมารี่โหวต, สิทธิของพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง, การกำหนดระยะเวลาทำไพรมารี่โหวต ที่ไม่กระทบต่อสิทธิของพรรคการเมือง  รวมถึงการกำหนดช่วงเวลาเลือกตั้ง ทั้งนี้สิทธิของพรรคการเมืองต่อการส่งผู้สมัคร ส.ส. นั้นถือเป็นเจตนารมณ์สำคัญที่รัฐธรรมนูญกำหนดเพื่อให้พรรคเติบโต เรื่องตัดสิทธิ์ หัวหน้าพรรคการเมือง ที่ ร่าง พรป กำหนดให้ สมัคร บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ซึ่ง กรณีดังกล่าวเท่ากับเป็นการตัดสิทธิ์ หัวหน้าพรรคต่อการลงสมัครแบบเขต

“ประเด็นที่ขอเสนอแก้ไข นั้น ไม่สามารถชี้ลงไปในมาตราของรัฐธรรมนูญได้ เพราะเป็นประเด็นของเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งต้องอ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หากพูดถึงประเด็นที่กรธ. เสนอ เทียบกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จะเข้าได้ทั้ง มาตราว่าด้วยการปฏิรูปการเมือง, การไม่เลือกปฏิบัติ, กลไกการขจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต อย่างไรก็ตามประเด็นที่ กรธ. ให้ความเห็นนั้น จะนำไปสู่การแก้ไขร่างกฎหมายลูกหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการร่วม โดยหลัก กรธ.จะเน้นการอภิปราย ส่วนผมจะเข้าไปเป็น กมธ. หรือไม่นั้น ขอตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อไม่ต้องการให้กระทบงานทำกฎหมายอื่น” นายมีชัย กล่าว

กรธ.ส่งความเห็น แก้ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 3 ประเด็นใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/286120

ส่ง, ความเห็น, แย้ง, ร่าง, กฎหมาย, พรรคการเมือง, ไพรมารีโหวต, สาม, คมชัดลึก, กรธส่งความเห็น, แก้ร่าง, พรปพรรคการเมือง, ประเด็นใหญ่, อุดม, กรธ, สนช, พรป, กกต

“อุดม” เผย กรธ. เตรียมส่ง ความเห็น แก้ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง วันนี้ มี 3 ประเด็นใหญ่ ในระบบไพรมารีโหวต

  นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ. เตรียมส่งความเห็นถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  เพื่อขอให้ทบทวนและแก้ไขบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ตามกำหนดเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ภายใน 10 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันนี้ หลังจากที่ กรธ. หารือร่วมกันแล้วว่าจะมีประเด็นที่นำไปสู่การขัดหลักการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีการเลือกตั้งที่กำหนดให้ว่าต้องทำอย่างโปร่งใส ได้แก่ 1.ระบบการเลือกตั้งเพื่อหาตัวแทนของพรรคการเมืองส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือ ไพรมารี่โหวต ที่พบว่าเนื้อหาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะประเด็นการตรวจสอบผลของไพรมารี่โหวต หรือข้อร้องเรียน แม้ในร่างกฎหมายจะกำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นผู้ลงนามรับรอง แต่กรณีที่มีบุคคลที่ร้องเรียนว่าการเลือกตั้งตัวแทนไม่โปร่งใส ร่างกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนั้นถือว่าอาจจะขัดต่อหลักการเลือกตั้งที่โปร่งใสได้
นายอุดม กล่าวด้วยว่า 2.ระบบไพรมารี่โหวตที่อาจมีผลกระทบต่อระยะเวลาการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง กรณีที่บางเขตเลือกตั้งต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตามเงื่อนไขต้องเข้าระบบไพรมารี่โหวตก่อน แต่ด้วยระยะเวลาการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมอาจจะทำไม่ทันและมีปัญหาได้ และ 3.ประเด็นการกระทบสิทธิของประชาชนและพรรคการเมืองต่อการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยหลักการของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าเมื่อพรรคถูกจัดตั้งแล้ว พรรคมีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ แต่กรณีที่กำหนดให้ใช้กระบวนการไพรมารี่โหวตในเขตเลือกตั้ง นั้นอาจมีผลกระทบต่อประเด็นการจำกัดตัวเลือกของผู้สมัคร ส.ส.ของประชาชนได้
“ในหลักการเราไม่ขัดข้องกับไพรมารี่โหวต แต่ต้องทำระบบให้มีความสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง ซึ่งผมได้คุยกับกรรมการของพรรคการเมือง มีมุมมองด้วยว่ากรณีที่การส่งผู้สมัครของพรรคให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งเลือกในขั้นต้น อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนทั้งหมดได้ เพราะภายในพรรคมีกลุ่มก๊วน ที่เป็นฝ่ายเดียวกันอยู่ หรือเป็นอดีต ส.ส.ดั้งเดิม แต่ในปีที่มีการเลือกตั้งอาจจะมีคนรุ่นใหม่ที่อยากลงสมัคร เมื่อจัดเลือกตั้งขั้นต้น คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพอาจไม่ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งขั้นต้นได้ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก” นายอุดม กล่าว
นายอุดม กล่าวด้วยว่าสำหรับการส่งประเด็นโต้แย้ง เพื่อของ ให้สนช. แก้ไข ตนเชื่อว่าจะไม่ถูกตีตกเหมือนกับการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  แน่นอน เพราะประเด็นที่กรธ.จะส่งไปนั้น นอกจากจะมีประเด็นรายละเอียดแล้ว จะมีข้อเสนอต่อการปรับปรุงบทบัญญัติแนบไปด้วย เพื่ออภิปรายและอธิบายให้ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่ายพิจารณา.