มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301776

มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

มทรธัญบุรี, อีสาน, โอทอป

นักวิจัย มทร.ธัญบุรี ยกระดับผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป ภาคอีสาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และคุณภาพดีขึ้น สร้างการแข่งขันที่ยั่งยืน

       นางสาวจีรวัฒน์ เหรียญอารีย์ คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความประสงค์ในการหาที่ปรึกษาและผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเทคโนโลยี และนวัตกรรม ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายและของใช้ ของตกแต่ง และของที่ระลึก ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ในพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์วิชาชีพด้านคหกรรมศาสตร์ ที่มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์สร้างสรรค์ ประเภทของตกแต่ง และของที่ระลึก ดังนั้นทาง

มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี จึงได้รับเป็นที่ปรึกษาดำเนินโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป (OTOP) ให้มีศักยภาพทางตลาดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประเภท ผ้าและเครื่องแต่งกาย และของใช้ ของตกแต่ง และของที่ระลึก พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี พ.ศ.2559 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีขึ้น สร้างการแข่งขันที่ยั่งยืน และเป็นการผลักดันงานวิจัยและพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ในกลุ่มผู้ผลิตวิสาหกิจชุมชน และสามารถเผยแพร่และขยายผล ไปสู่กลุ่มอื่นๆ อันจะนำไปสู้เชิงพาณิชย์ต่อไป

ด้าน ผศ.ดร.อ้อยทิพย์ ผู้พัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม  เล่าว่า ในการคัดเลือกพิจารณาผลิตภัณฑ์ ตามที่ สป.วท. กำหนด โดยได้พิจารณาเข้าร่วม 14 กลุ่ม ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย อ.ชนบท จ.แขนแก่น  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมัดย้อม  อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมทอผ้าฝ้ายบ้านเหล่าใหญ่ อ.ส่องดาว จ.สกลนคร วิสาหกิจชุมชนทอผ้าครองวิถี อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ย้อมสีครามธรรมชาติ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมขิดบ้านอูบมุงเหนือ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านทอผ้าและตัดเย็บชุมชน หมู่ 13 อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ากาบบัวคำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองหญ้าปล้อง อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และหมอนขิดบ้านด่านเหนือ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กลุ่มทอผ้าบ้านคำโพนทอง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีแม่บ้านโนนสามัคคี อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ กลุ่มสตรีบ้านแกใหญ่ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์

มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

ในการลงพื้นที่ทั้ง 14 กลุ่ม ได้นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายมาวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง และแนวทางของการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์โอทอป ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด และสามารถดำเนินการได้จริงของแต่ละผลิตภัณฑ์ กำหนดแผนในการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์โอทอป (Concept idea) เน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมรวมทั้งผลงานวิจัย ที่ดำเนินการโดยนักวิจัยของสาขาวิชาด้านคหกรรมศาสตร์

โดยรวมกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายสามารถนำไปสู่กระบวนการผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง จากนั้นจัดทำร่างผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่จะดำเนินการพัฒนาและยกระดับ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปถ่ายทอด ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการทำผลิตภัณฑ์ตามผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โดยให้คำปรึกษาเชิงลึก จัดกิจกรรมถอดบทเรียน ด้วยการติดตามผลเพื่อให้ผู้ประกอบการโอทอป สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ตามต้นแบบ จากนั้นทำการทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นกับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มหมาย ณ ตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ อย่างน้อย 1 ครั้ง

มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

ยกระดับผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายทั้งหมด ออกแบบเป็นชุด Dress สุภาพสตรี เสื้อกางเกงและกระโปรงสตรี สำหรับใช้สวมใส่ลำลองหรือชุดทำงาน ทั้งหมด 9 กลุ่มได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมัดย้อม  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ย้อมสีครามธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมขิดบ้านอูบมุงเหนือ  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านทอผ้าและตัดเย็บชุมชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ากาบบัวคำขวาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมทอผ้าฝ้ายบ้านเหล่าใหญ่ ยกระดับผลิตภัณฑ์ของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก 5 กลุ่มได้แก่

มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน มทร.ธัญบุรีร่วมยกระดับสินค้าโอทอปถิ่นอีสาน

วิสาหกิจชุมชนทอผ้าครองวิถี ผลิตภัณฑ์หมวกจากผ้าย้อมคราม ประเภทหมวก Cap  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองหญ้าปล้อง ผลิตภัณฑ์กระเป๋าเป้ หมวกปีกและหมวก Cap วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และหมอนขิดบ้านด่านเหนือ ผลิตภัณฑ์กระเป๋า จำนวน 3 รูปแบบ กระเป๋ารูปหัว กระเป๋าจิ๋วแต่แจ๋ว และกระเป๋าเอนกประสงค์ เน้นรูปแบบที่ทันสมัยเพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย กลุ่มทอผ้าบ้านคำโพนทอง พัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าเป็นจำนวน 3 รูปแบบ กระเป๋าสี่เหลี่ยมคางหมู กระเป๋ากลีบบัว และกระเป๋าพกพา วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีแม่บ้านโนนสามัคคี พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าจำนวน 2 รูปแบบ กระเป๋าเครื่องเขียน และกระเป๋าสะพาย กลุ่มสตรีบ้านแกใหญ่ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าสตางค์

ฟันข้าราชการสธ.ลวนลามลูกน้องผิดวินัยร้ายแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301793

ฟันข้าราชการสธ.ลวนลามลูกน้องผิดวินัยร้ายแรง

ปลดออก, ไล่ออก, ข้าราชการ สธ, ลวนลาม, แพทย์ลวนลามพยาบาล

คกก.สอบวินัย มีมติไล่ออกหรือปลดออกข้าราชการสธ.ลวนลามลูกจ้าง ระบุผิดวินัยร้ายแรง ชงปลัดสธ.ลงโทษ

      เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะประธานสอบวินัยข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขได้ลวนลามลูกจ้างสาวหลายลายมาตั้งแต่ปี 2557 และใช้อำนาจข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายออกมาโวยวาย ว่า จากการสอบข้อเท็จจริง ผู้เสียหาย 7 ปาก พยาน และเอกสารต่างๆ รวมถึงเอกสารที่ข้าราชการส่งมาให้คณะกรรมการพิจารณาแทนการเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสอบวินัยด้วยตัวเอง ทั้งนี้ คณะกรรมการใช้เวลาในการพิจารณา 70 วัน เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2560 เป็นการประชุมครั้งสุดท้าย

“ที่ประชุมมีมติสรุปว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษไล่ออก หรือปลดออก ซึ่งได้ส่งเรื่องไปยังนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาแล้วว่าจะให้เป็นการลงโทษอย่างไร ก่อนส่งเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงสาธารณสุข (อกพ.สธ.) ต่อไป” นพ.พิศิษฐ์ กล่าว

นพ.พิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า หากเป็นการไล่ออกจะไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด บำนาญใดๆ เลย แต่หากเป็นการปลดออกยังมีสิทธิ ซึ่งตรงนี้จะอยู่ที่การพิจารณาของปลัดกระทรวงฯ อย่างไรก็ตาม ตัวข้าราชการคนดังกล่าวหากไม่เห็นด้วยยังสามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์ได้ที่ อกพ.สธ. หรือฟ้องศาลปกครอง ส่วนการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรงของผู้บังคับบัญชาของข้าราชการคนดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการได้ลงความเห็นว่ามีความผิดจริง แต่ผู้บังคับบัญชาท่านนี้ได้ลาออกจากราชการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1ต.ค. 2560

ด้าน นพ.เจษฎา กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากนพ.พิศิษฐ์เรียบร้อยแล้ว และจะพยายามเลื่อนเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมอกพ.สธให้เร็วที่สุดเนื่องจากเดิมที่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ แต่ตนเห็นว่าอาจช้าไปอยากเอาเรื่องเข้าที่ประชุมให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ที่ผ่านมาสธ.ไม่เคยนิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301768

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ

เปิดโลกการศึกษามุสลิม, เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ

ไม่จำเป็นเลยว่าถ้าเรียนศาสนาแล้วจะต้องกลับไปยึดอาชีพครูสอนศาสนา การมีอาชีพสำรองเป็นเชฟอาหารไทยสร้างรายได้หลากประสบการณ์ ทำให้ชีวิตมีสีสรรได้อย่างอัศจรรย์

     “การเป็นเชฟ” คือเป็นหนังสือเรียนเล่มหนึ่ง ที่ต้องเปิดอ่านและเรียนรู้   “นาซีร”-“สุรศักดิ์ ยอระมิน” เป็นคน จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของพี่น้อง 6 คน พ่อชื่อ นายอรัญ แม่ชื่อ ฟาติฮ๊ะ ยอระมิน มีอาชีพทำนา การศึกษาด้านสามัญ จบชั้นม.3 จากโรงเรียนไผ่ดำพิทยาคม จ.ฉะเชิงเทรา และ ก.ศ.น ม6 ร.ร บางกะปิ กทม ด้านศาสนา จบระดับ ซานาวีย์ จาก ร.ร ริดวานุ้นอิสลาม และระดับปริญาตรี มหาลัย อัลอัซฮัร คณะนิติศาสตร์อิสลาม

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ 

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ    น้องนาซีร ใช้เวลา 8 ปีในการเรียนจบมหาลัยอัลอัซฮัร เขาเดินทางมาอียิปต์เมื่อปี 2550 จบเมื่อปี 2558 ตอนแรกที่มาถึงอียิปต์ ต้องปรับตัวหลายๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา ชีวิตการเป็นอยู่กับตัวเอง เพื่อนและสังคม ต้องอดทนและทนอดไปในเวลาเดียวกัน

    “เป็นคนที่เรียนไม่เก่ง แต่เพราะกำลังใจจากอาจารย์ท่านหนึ่ง ว่า “คนที่เก่งไม่ใช่คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป” เราก็มาคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้เราประสบความสำเร็จในด้านการเรียน ต้องรู้จักแบ่งเวลา ไปเรียนให้สม่ำเสมอ ทบทวนบทเรียน เป็นสามข้อเคล็ดลับของคนที่เรียนไม่เก่งจำเป็นต้องทำ ” น้องนาซีร กล่าว

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ 

   เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ 

  ทั้งนี้เป็นเพราะสภาพเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมใน “อียิปต์” สอนให้เข้มแข็ง ให้สามารถดูแลและปกครองตัวเองได้ สอนให้มีระเบียบ ให้รู้จักคิดวางแผนในการใช้ชีวิตที่นี่ โดยเฉพาะมุมมองทางด้านศาสนาที่กว้างขึ้นทำให้ชีวิตเริ่มมีความฝันที่หลากหลาย เพื่อนคนอียิปต์ที่เป็นนักเรียน และเพื่อนร่วมงานช่วยเหลือกันตลอด และอีกอย่างที่สัมผัสได้ก็คือคนอียิปต์เป็นคนที่รักครอบครัว รักพ่อแม่และวงศ์ตระกูล

      จุดพลิกผันที่ให้เขาได้มาเป็นเชฟเบอร์หนึ่งของโรงแรมดัง หลังจบการศึกษาจาก ม.อัลอัซฮัร เป็นเพราะว่าสมัยเรียนที่โรงเรียนริดวาน ได้มีโอกาสช่วยเหลืออาจารย์และแม่ค้าหน้าโรงเรียนอยู่บ่อยๆ รู้สึกสนุกกับการที่ได้ทำอาหารให้ผู้อื่นทาน  พอมาอยู่อียิปต์ก็ได้มาทำงานในสภานักเรียน โดยได้อยู่ในตำแหน่งพ่อครัว ได้มีโอกาสทำอาหารบ่อยๆในงานต่างๆ ของชมรม หรือได้ออกงานของสมาคมฯ ทำให้เก่งขึ้น มั่นใจขึ้น

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ 

     เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ 

พอดีมีโอกาสเมื่อรุ่นพี่คนหนึ่งได้ชวนไปลองทำอาหารในโรงแรม ตอนแรกไม่มั่นใจเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านโรงแรมมาก่อน เคยทำที่ร้านอาหารอย่างเดียว รุ่นพี่อธิบายให้เข้าใจงาน เลยตัดสินใจเข้าทำงานในโรงแรมโรงแรม Makadi in Hurghada ครั้งแรก ต่อมาย้ายไปทำที่ The grand hotel และก็ Sayoy in Sharm el-Sheik ปัจจุบันนี้ทำอยู่ที่โรงแรม Royal maxim Kempinski ในกรุงไคโร อาหารที่ขึ้นชื่อของทางโรงแรมมีหลายอย่าง เช่น ผัดไท แกงเผ็ด ส้มตำ

   “แม้ไม่ได้มีโอกาสเรียนทางด้านอาหารศึกษาจากยูทูบเอาก็ทำให้เราประสบผลสำเร็จได้ เพราะกุญแจสำคัญในการเป็นเชฟ คือความมีระเบียบวินัย ต่อหน้าที่การงาน ” เชฟนาซีร กล่าว

เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ เรียนศาสนาแต่มาเป็นเชฟ 


“ยุ้งฉางแสนรัก” เกมที่จะพาไปรู้จักการทำนาทุกขั้นตอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301759

“ยุ้งฉางแสนรัก” เกมที่จะพาไปรู้จักการทำนาทุกขั้นตอน

มจธ, The Farmers Barn, ยุ้งฉางแสนรัก

นักศึกษา มจธ.พัฒนาเกม The Farmer’s Barn ยุ้งฉางแสนรัก ส่งเสริมการเรียนรู้อาชีพเกษตรกรไทย ตั้งแต่ไถเตรียมพื้นที่ไปจนถึงเก็บเกี่ยว

       การทำนาปลูกข้าวของไทย มีมาตั้งแต่ยุคโบราณและเป็นอาชีพหลักของคนไทย ในอดีตการทำนาใช้แรงงานคนในครอบครัวและแรงงานสัตว์เป็นหลัก พึ่งพาน้ำฝนและน้ำในแม่น้ำลำคลองในการเพาะปลูก และใช้ในชีวิตประจำวัน ลักษณะการดำรงชีวิตที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ และพึ่งพาตนเอง ทำให้ชาวบ้านเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันและพึ่งพากัน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงเป็นสุข การทำนาจึงมีความสำคัญต่อคนไทย คนรุ่นหลังจึงควรรักษาและสืบทอดความรู้การทำนาของไทยต่อไป

"ยุ้งฉางแสนรัก" เกมที่จะพาไปรู้จักการทำนาทุกขั้นตอน

 โครงการพัฒนาเกม The Farmer’s Barn ยุ้งฉางแสนรัก ผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์-มัลติมิเดีย สาขาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดย นางสาวเจนจิรา แก้วศรีเมือง นางสาวฐิติมา โค้ดารงค์ นางสาวธนาภรณ์ เพาะทรัพย์เจริญ นายพิสุทธิ์ อูปแก้ว นายวุฒิชัย ปัญญาสูง และนายพีรพันธ์ แก่นสาร โดยมี ผศ.ดร.อาษา ตั้งจิตสมคิด เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

เกมได้พัฒนาโดยซอฟท์แวร์ซึ่งรันแบบ Cross Platform ระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และ Android โดยใช้ ARSA Framework เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่สำคัญในการพัฒนาเกมในครั้งนี้ เนื้อหาเกมเกี่ยวกับการทำนาของคนไทย เริ่มตั้งแต่การไถนาเตรียมพื้นที่ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยได้ประยุกต์ขั้นตอนเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นเกม The Farmer’s Barn ยุ้งฉางแสนรัก เพื่อให้ผู้เล่นเข้าใจถึงขั้นตอนการทำนา ด้วยวิธีการเรียนรู้ที่สนุกสนานในรูปแบบของเกม

"ยุ้งฉางแสนรัก" เกมที่จะพาไปรู้จักการทำนาทุกขั้นตอน

นายพิสุทธิ์ อูปแก้ว เล่าว่า เริ่มจากการทำโปรเจคในวิชาการพัฒนาเกม โดยมีแนวคิดอยากอนุรักษ์ความเป็นไทย ซึ่งมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญคือ ข้าว และที่สำคัญพื้นฐานครอบครัวมาจากอาชีพเกษตรกร จึงได้ศึกษาข้อมูลขั้นตอนเกี่ยวกับการทำนา เช่น การไถนา พรวนดิน เพาะต้นกล้า ดำนาปลูกข้าว ดูแลรักษาใส่ปุ๋ย และเก็บเกี่ยว นำมาประยุกต์เพื่อพัฒนาเป็นเกม เหมาะสำหรับเด็กนักเรียน เยาวชน และบุคคลทั่วไป ให้ตระหนักถึงคุณค่าของความสำคัญของการเกษตร รู้จักขั้นตอนวิธีการทำนา มีความรู้ ความเข้าใจในการทำเกษตร ก่อให้เกิดความรู้สึกหวงแหน และหันมาอนุรักษ์การเกษตรของไทย

นายพีรพันธ์ แก่นสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประกวดแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 19 (National Software Contest – NSC19)  ปี พ.ศ. 2560 และได้รับเงินรางวัลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกม 3,000 บาท  ได้รับการจดรหัสสิ่งประดิษฐ์ไทย รับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เลขที่ลิขสิทธิ์ รับรองโดยสำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดยในอนาคตตั้งใจว่าจะพัฒนาเกมให้มีรายละเอียดมากขึ้น เช่น การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อเป็นการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ข้าวให้กับผู้เล่นอีกด้วย

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ”ก้าวคนละก้าว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301749

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ”ก้าวคนละก้าว”

ตูน บอดี้สแลม, สถานะการเงิน5รพสธ, ก้าวคนละก้าวเพื่อ11รพ, ก้าวคนละก้าว

รพ.สธ.ที่อยู่ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” 5 แห่ง ได้แก่ รพ.สระบุรี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.ขอนแก่น  รพ.เจ้าพระยายมราช  และรพ.นครพิงค์ สถานะทางการเงินติดลบเมื่อปี2559

    เม็ดเงินจากศรัทธาของคนไทยและจากเม็ดเหงื่อในการออกวิ่งของ “ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องชื่อดัง จากใต้สุด อ.เบตง จ.ยะลา ถึงเหนือสุดอ.แม่สาย จ.เชียงราย ตามโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาล” ระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร เป้า 700 ล้านบาท จะนำบริจาคให้รพ. 11 แห่ง โดย 10 แห่งเป็นรพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)และ 1 แห่งสังกัดกระทรวงกลาโหม คือ รพ.พระมงกุฎเกล้า

       รพ.สังกัดสธ. 10 แห่งดังกล่าว จัดเป็นโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)หมายถึงรพ.ประจำจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง 9 แห่ง ได้แก่ รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย รพ.สระบุรี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.ยะลา รพ.ขอนแก่น รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี รพ.ราชบุรี และรพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี และโรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) หมายถึง รพ.ประจำจังหวัดที่มีขนาดเล็กกว่ารพศ. จำนวน 1 แห่ง คือ รพ.น่าน จากรพศ./รพท.ทั้งหมดราว 100 แห่ง

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

     ทั้งนี้ งบประมาณโดยหลักๆที่รพ.โดยเฉพาะในส่วนที่สังกัดสธ.จะได้รับแยกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ 1.เงินจากสธ. ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงินลงทุน เพื่อใช้ในการสร้างอาคารหรือจัดซื้อครภัณฑ์ และ2.เงินค่าใช้จ่ายในการให้บริการประชาชน จะแยกเป็นงบฯจากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองส่วนนี้จะรวมเงินเดือนบุคลากรของรพ.ด้วย สวัสดิการข้าราชการ และประกันสังคม

    ทว่า รพ.สธ.จะได้รับจากบัตรทองเป็นสัดส่วนมากที่สุด เนื่องจากประชากรที่อยู่ในสิทธิรักษาพยาบาลบัตรทองมีจำนวนมาก และเดิมมีการจัดสรรเป็นงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวตามจำนวนประชากร กล่าวคือ รพ.แต่ละแห่งมีประชากรในพื้นที่เท่าไหร่ก็นำงบฯเหมาจ่ายรายหัวคูณ กลายเป็นเงินที่รพ.จะได้รับ

      แต่ในปีงบประมาณ 2560 มีการเปลี่ยนเกณฑ์การจัดสรรใหม่จากจำนวนประชากรเป็นแบบขั้นบันได หลักสำคัญ คือ ดูจากต้นทุนค่าใช้จ่ายจริงของรพ. เนื่องจากการจัดสรรแบบเดิมนั้น ทำให้รพ.บางแห่งที่มีประชากรในพื้นที่น้อย ได้รับการจัดสรรน้อย เมื่อหักเงินเดือนบุคลากรออกแล้ว เหลือเม็ดเงินจริงไม่มาก  กลายเป็นคำพูดที่ว่า “รพ.ขาดทุนตั้งแต่เริ่ม” และสั่งสมเป็นปัญหามานานหลายปี

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

     สถานะทางการเงินของรพ.สธ.ทั้ง 10 แห่งเป็นเช่นไร? สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(สพศท.) เคยเปิดเผยสถานะทางการเงินของรพศ. 18 แห่ง ที่ติดลบเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2559 โดยเป็นรพ.ที่อยู่ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” 5 แห่ง ได้แก่ รพ.สระบุรี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.ขอนแก่น  รพ.เจ้าพระยายมราช  และรพ.นครพิงค์  นี่อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทั้ง 5 แห่งติดโผของพี่ตูน

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.สุราษฎร์ธานี

     สำหรับรพ.สุราษฎร์ธานี นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการ  กล่าวว่า รพ.มีการวางแผนจะนำเงินที่ได้รับการบริจาคจากโครงการนี้มาใช้ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ชั้นสูงที่จะสามารถทำให้ประชาชนสบายและได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น ได้แก่ 1.อุปกรณ์ในการผ่าข้อเข่าและกระดูกสันหลังผ่านกล้อง  ช่วยคนไข้นอนรักษาในรพ.5-7 วัน จากเดิม 2-3 สัปดาห์ ราคาประมาณ 6-7 ล้านบาท

        และ2.เครื่องอัลตราซาวด์ส่องผ่านทางเดินอาหารเพื่อรักษาและผ่าตัดชิ้นเนื้อหรือชี้เป้าเนื้องอกแทนที่จะต้องผ่าเปิดช่องท้องหรือทรวงอก แต่จะใช้เพียงเข็มเข้าไปตัดหรือดูดออกมาตรวจ หรือในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย จะใช้ในการฉีดยาให้ชาไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดในช่องท้อง เป็นต้น

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

     นพ.สุพจน์ บอกด้วยว่า รพ.สุราษฎร์ฯรับผิดชอบในการให้บริการการแพทย์ชั้นสูงประชาชนภาคใต้ตอนบนราว 4.5 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2560 รพ.มีรายรับจากงบประมาณภาครัฐทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาท แต่มีรายจ่าย 1,600 ล้านบาท รวมแล้วรพ.มีเงินติดลบสะสมราว 300 ล้านบาท

       ขณะที่เมื่อปีงบฯ 2560รพ.จัดทอดผ้าป่าได้เงิน 200 ล้านบาท จะนำมาใช้ในการพัฒนาอาคารผู้ป่วยในที่กำลังก่อสร้างจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2561 มีเตียงผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 500 เตียง ห้องพิเศษเพิ่ม 160  ห้อง ห้องไอซียู 40 ห้อง และห้องผ่าตัด 80 ห้อง โดยใช้ตกแต่งส่วนห้องพักผู้ป่วย 100 ล้านบาทและจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ 100 ล้านบาท

      “ทั้งหมดนี้เป็นการพัฒนารพ.เพื่อให้บริการแก่ประชาชน ลดความแออัดของรพ. และสามารถรับบริการการแพทย์ชั้นสูงได้ในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางไปรพ.ในกรุงเทพฯหรือรพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าเดินทางหรือค่ากินอยู่ระหว่างการพักรักษาจำนวนมาก  การรักษาชั้นสูง ที่ผ่านมารพ.ทำบอลลูนหัวใจให้ผู้ป่วย 300 รายต่อปี  หรือใส่สายสวนไปรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบให้กับคนไข้ หรือรักษาเส้นเลือดโป่งในช่องท้องด้วยการใส่สายขดลวดค้ำยัน ซึ่งแพทย์และบุคลากรของรพ.มีความพร้อมมาก เพียงแต่บางครั้งยังขาดเครื่องมือ”นพ.สุพจน์กล่าว

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

นพ. ไชยเวช ชนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

      ขณะที่ นพ. ไชยเวช ชนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ บอกว่า  จากการที่รพ.ได้หารือเบื้องต้นกับคุณตูน เงินที่จะได้รับบริจาคจะนำมาใช้ในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข คือ ศูนย์อุบัติเหตุและผู้ป่วยหนักที่ได้รับงบประมาณจากรัฐจำนวน 400 ล้านบาทในการก่อสร้าง

       ได้แก่ จัดซื้อครุภัณฑ์สำหรับห้องฉุกเฉินที่มีความทันสมัย ระบบรถรับส่งผู้ป่วย เครื่องติดตามสัญญาณชีพ ห้องผ่าตัดฉุกเฉิน และห้องไอซียู เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยในจ.เชียงราย ประมาณ 1.2 ล้านคนและจ.พะเยา 4.8 แสนคน เนื่องจากกว่าจะส่งต่อผู้ป่วยไปจ.เชียงใหม่ได้ต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงและเป็นพื้นที่ภูเขา นอกจากนี้ ยังให้บริการ ผู้ป่วยตามแนวชายแดนพม่า ลาว ชาวไทยภูเขาและคนไร้สัญชาติด้วย

   “แม้รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์จะไม่มีสถานะทางการเงินติดลบ แต่อยากบอกว่างบประมาณในการดูแลความเจ็บป่วยของประชาชนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เพราะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือชีวิตคน จำเป็นต้องมีการพัฒนาให้มีระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ” นพ.ไชยเวชกล่าว

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการ รพ.ขอนแก่น

       ส่วนรพ.ขอนแก่น  นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการ กล่าวว่า รพ.ขอนแก่นถือเป็นศูนย์กลางด้านการรักษาพยาบาลให้กับผู้ป่วยที่ยากไร้มาอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาจะได้รับงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยและซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

       แต่เนื่องจากปริมาณของผู้ป่วยที่มาจากหลายจังหวัดทางภาคอีสานทำให้ไม่เพียงพอในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง หากได้รับเงินบริจาคจะนำมาใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องขยายหลอดเลือด ตู้อบทารก และเครื่องมือผ่าตัด ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็น และไม่เพียงผู้ป่วยในจ.ขอนแก่นที่จะได้รับประโยชน์ แต่จะเป็นผู้ป่วยในอีสานตอนบนด้วย

เปิดสถานะการเงิน5รพ.สธ.โครงการ"ก้าวคนละก้าว"

       นอกจากนี้ รพ.ยะลา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ดูแลผู้ป่วยหลักใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  จำเป็นต้องมีอปุกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน นัยว่ายังมีความต้องกางเครื่องทีซีแสกน เครื่องช่วยหายใจสำหรับเด็กและผู้ใหญ่  เครื่องมือผ่าตัด  และเครื่องมือภายในห้องฉุกเฉิน

       รพ.น่าน เตรียมนำเงินมาใช้ในการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจในเด็กเล็ก  พัฒนาศูนย์หัวใจ  และพัฒนาห้องผ่าตัด รองรับผู้เจ็บป่วยจากอุบัติเหตุ

    และรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร แม้สถานะทางการเงินจะไม่ติดลบ และมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีชื่อเสียงออกวางจำหน่ายมากมาย แต่เมื่อจ.ปราจีนบุรีได้รับการชี้เป้าให้ต้นแบบเมืองสมุนไพร รพ.ที่อยู่ในพื้นที่ ก็อาจจะยังมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการพัฒนาอีกมากเพื่อรองรับ

     เชื่อว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากการร่วมมือร่วมใจร่วมทรัพย์ของคุณตูนและคนไทย จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะนี่คือ “การช่วยเหลือชีวิตคน”

        0 พวงชมพู ประเสริฐ รายงาน 0

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301677

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

นสวนาลี ทุนมาก และ นิราวัลย์ เชื้อบุญมี, ครูอุ้มผางสอนฟรี5เดือนไม่ได้เงินวืดบรรจุ, ครูอุ้มผาง

วันนี้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ตากจะประชุมโดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานพิจารณากรณีครู2คนสอนร.ร.อุ้มผาง5เดือนแล้วไม่ได้เงิน

  วันที่ 10 พฤศจิกายนเวลา 13.30 ที่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตาก คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตาก จะประชุม โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

     โดยมีวาระพิจารณากรณีที่ครู2คนคือ น.ส.วนาลี ทุนมาก และ นิราวัลย์ เชื้อบุญมี ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)เขต 38 (จังหวัดสุโขทัย-ตาก) บรรจุครูผู้ช่วยโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ผ่านไป 5 เดือนไม่ได้เงินเดือน

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

      หลังจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปดำเนินการดูแลให้ครูทั้ง 2 คน ให้ได้กลับบ้านมาปฏิบัติงานโดยเร็วนั้น นายสัมฤทธิ์ ไวเปีย รองศึกษาธิการจังหวัดตาก (ศธจ.) กล่าวว่าวันนี้จะมีการประชุม คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตาก จะประชุม โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อพิจารณากรณีดังกล่าวด้วย

     ทั้งนี้ตามขั้นตอนการเรียกบรรจุครูผู้ช่วยนั้น โรงเรียนจะทำเรื่องเสนอขอตำแหน่งครูที่ต้องการมายังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)เขต38(จังหวัดสุโขทัย-ตาก)ในฐานะต้นสังกัด

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

    น.ส.วนาลี ทุนมาก และ นิราวัลย์ เชื้อบุญมี

    จากนั้นสำนักงานเขตพื้นที่จะเสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)ตากพิจารณาอนุมัติ ก่อนส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่ สพม.38 เรียกบรรจุครูตามความต้องการของโรงเรียนและตามที่กศจ.อนุมัติ

      ว่ากันว่ามูลเหตุครูผู้ช่วย 2 รายไม่ได้เงินเดือน มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเด็นคือ กศจ.ตากมีมติว่าเป็นการเรียกบรรจุในบัญชีที่หมดอายุการขึ้นบัญชีไปแล้ว และเป็นการเรียกบรรจุที่ไม่ถูกต้องตามที่กศจ.ตาก มีมติอนุมัติให้ สพม.เขต 38 เรียกตำแหน่งครูผู้ช่วย วิชาเอกคณิตศาสตร์ 1 ตำแหน่ง และเอกสังคมศึกษา 1 ตำแหน่ง

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

      ซึ่ง สพม.38 แจ้งเหตุผลความจำเป็นของโรงเรียน และเสนอขอเปลี่ยนบรรจุผู้สอบแข่งขันวิชาเอกสังคมศึกษา โดยอ้างเหตุว่าไม่มีผู้สอบแข่งขันได้วิชาเอกคณิตศาสตร์ มารายงานตัวเสนอให้ออกคำสั่งบรรจุเอกสังคมศึกษา เพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง

      ขณะที่ กศจ.ตาก แจ้ง สพม.38 ให้ดำเนินการตามมติ และไม่อนุมัติการขอเปลี่ยนวิชาเอก และไม่อนุมัติการบรรจุครูผู้ช่วยทั้ง 2 คน คือ นางสาววนาลี ทุนมาก และนางสาวนิราวัลย์ เชื้อบุญมี เพราะทั้ง 2 คนเป็นผู้สอบได้ในบัญชีครบกำหนด 2 ปีไปก่อนหน้านี้แล้ว

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

    “เรื่องทั้งหมดก็เป็นไปตามมีการนำเสนอผ่านสื่อ และทราบว่าผู้บริหารได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงแล้วก็ต้องว่าไปตามนั้น แต่ยังไม่รู้เหมือนกันว่าผลจะออกมายังไง เพราะตั้งแต่รับราชการมาก็ไม่เคยเห็นกรณีแบบนี้มาก่อน ทั้งในชีวิตจริงและตามหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งในวันนี้มีการประชุมตามวาระปกติแต่ทราบว่าจะมีการนำวาระของครู 2 คนนี้เข้ามาหารือในที่ประชุมนี้ด้วยเช่นกัน”

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

     ขณะที่ นายมรกต กลัดสะอาด อดีตผู้อำนวยการเขต สพม.38 ปัจจุบันย้ายไปเป็นผอ.เขต 20 อุดรธานีเมื่อวันที่ 1 ตค.ที่ผ่านมากล่าวยอมรับ ว่าที่สพม. 38 ดำเนินการไปทั้งหมด เพราะมีเจตนาช่วยเหลือโรงเรียนอุ้มผาง ไม่ได้มีเจตนาอื่น เพราะเวลานั้น โรงเรียนมีนักเรียน 1,500 คนเป็นนักเรียนประจำ 500 คน ขณะนั้นมีครูสังคมศึกษาเพียง 3 คน ซึ่งในจำนวนนักเรียนที่มีอยู่ โรงเรียนอุ้มผางขาดครูทั้งหมด 20 คน ในจำนวนนี้ขาดครูคณิตศาสตร์ 5  และสังคมศึกษา 7 คน

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

นายมรกต กลัดสะอาด อดีตผู้อำนวยการเขต สพม.38

      “โรงเรียนอุ้มผาง ขณะนั้นขาดแคลนครูทั้งเอกคณิตศาสตร์ และสังคมศึกษา แต่ในเมื่อเอกคณิตศาสตร์ไม่มาหลายงานตัว ผมก็มองว่าถ้าขอเปลี่ยนเป็นเอกสังคมก็น่าจะทำได้เพราะโรงเรียนก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน แต่ผมก็พลาดเองที่ไม่ได้ดูให้ละเอียดคิดว่าคณิตเป็น 2 ตำแหน่ง เลยขอเพิ่มเป็นเอกสังคม 3 ตำแหน่งที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของนักเรียนอุ้มผาง และได้ชี้แจงให้กับ กศจ.แล้ว แต่ กศจ.มีมติแบบนั้นก็ว่ากันไปตามนั้น” นายมรกต กล่าว

       อย่างไรก็ตาม แม้ว่า นายมรกต จะชี้แจงว่าดำเนินการไปเพราะต้องการช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนอุ้มผางก็ตาม ทว่าหลักการการบรรจุแต่งตั้ง โดยที่ไม่ได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ที่ถือเป็นผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้งตามกำหมาย ถือว่าเป็นความผิดของรัฐ

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

     ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ที่เข้ามาดูเรื่องนี้เอง เพราะต้องการให้ราชการทำงานอย่างเป็นธรรม และหาความผิดจากทางส่วนราชการที่ทำผิด บอกว่าผู้อำนายการ สพท. ที่บรรจุแต่งตั้งโดยไม่ได้ขออนุมัติจาก กศจ. ความผิดเห็นชัดเจน แต่ต้องไปตรวจสอบว่า ทำด้วยมูลเหตุจูงใจอะไร

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

    ส่วนคำสั่งบรรจุแต่งตั้งดังกล่าว โดยทางปกครองถือว่าเป็นคำสั่งที่ถูกต้อง แม้ภาครัฐจะทำผิด ครูทั้ง 2 คน ถือว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครองของภาครัฐ ความเป็นธรรมทั้งคู่ไม่ควรได้รับผลกระทบ

     แต่จะบรรจุกลับเข้ารับราชการอย่างไร ต้องหาช่องทางที่ถูกกฎหมาย เช่น เป็นไปได้หรือไม่ว่า 5 เดือนที่ผ่านมาให้ถือว่าบรรจุเป็นครูอัตราจ้าง และให้ขอบรรจุแต่งตั้งใหม่เป็นครูผู้ช่วยอย่างถูกต้องต่อไป ต้องดูรายละเอียด

      อย่างไรก็ตามวันนี้ (10พย.)ในการประชุมกศจ.ตาก จะมีรองผอ.สมพ.38 นายวรินทร์ ชำนาญผา และเจ้าหน้าที่ ไปชี้แจงการดำเนินงานที่ผ่านมาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแทน นายมรกต กลัดสะอาด

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

      ส่วนกรณีที่ กศจ.ตาก มีมติว่า บัญชีที่ขึ้นไว้หมดอายุวันที่ 10 พค.2560 นั้น นายมรกต อธิบายว่า สพม.38 เรียกบรรจุวันที่ 4 พค.และผู้ที่ได้รับการเรียกบรรจุแต่งตั้งก็เดินทางไปที่โรงเรียนอุ้มผาง ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.ถือว่าอยู่ในเวลาที่ดำเนินการได้

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38

      “ผมอยู่พื้นที่ตลอด เป็นผอ.สพม.38มา 23 เดือนไปที่โรงเรียนอุ้มผางมา 12 ครั้งรู้ดีว่าโรงเรียนต้องการครูและขาดแคลนครูอย่างมาก เวลาเรียกคนที่สอบได้มาบรรจุมีโอกาสสละสิทธิ์ถถึง 80 % เพราะการเดินทางไป มาลำบาก บอกเลยถ้าเป็นครูที่นี่โอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านมีไม่เกินปีละ 2 ครั้ง ฉะนั้นถ้ามีโอกาสที่ผมหาครูให้โรงเรียนได้ผมก็จะทำ ถ้าสอบสวนมาผมก็จะชี้แจงไปตามที่เป็นจริงแบบนี้ จะลงโทษยังไงก็ยอม เห็นตามสื่อว่าเด็กจะฟ้องยังไงก็ได้เพราะที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของนักเรียนอุ้มผาง ผมก็ยอมรับผิดทุกอย่าง”อดีตผอ.สพม.38 กล่าว

ผมยอมรับผิดทุกอย่าง มรกต กลัดสะอาด อดีตผอ.สพม.38


ผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301393

ผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น

ในหลวงร9, วิจัยผักตบชวา, คุณภาพชีวิต

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ร่วมมือกับ ผู้วิจัยผลิตภัณฑ์ผ้าผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น สืบสานความทรงจำในหลวง ร.9

            ผักตบชวา ถือเป็นพืชที่สร้างปัญหาทางน้ำให้แก่เกษตรกรรมมาเป็นระยะเวลานาน ปัญหาที่เกิดจากผักตบชวา ผักตบชวา ก่อให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ เช่น การชลประทาน การคมนาคมทางน้ำ เพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาวัชพืชในแหล่งน้ำ จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่น

ผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สาคร  ชลสาคร อาจารย์ประจำในสาขาวิชาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคณะผู้วิจัยขอสืบสานความทรงจำในหลวงรัชกาลที่9 จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในเรื่องของ เกษตรพอเพียงในประเทศไทย

ผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น

        เปิดเผยว่า ได้นำต้นผักตบชวามาพัฒนาเป็นเส้นใย เส้นด้าย และผืนผ้า ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น  ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2560  โดยมี วิลาสินี ชูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรุ่งเรือง จำกัด สนับสนุนเข้าร่วมโครงการ Modern Thai Silk กับทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมีการให้คำปรึกษาเรื่องเส้นใยธรรมชาติ

ผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น

 

ทั้งนี้งานวิจัยการพัฒนาเส้นใยจากผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์ (The Development of Water Hyacinth fiber to Creative Textile Products)  ได้รับงบประมาณอุดหนุนการวิจัยจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ประจำปี 2558  ปรับปรุงพัฒนาผักตบชวาออกมาเป็นเส้นด้าย ผ้าผืน เสื้อผ้าสตรีที่มีรูปแบบเรียบง่าย ผสมผสานความทันสมัย ด้วยสมบัติของผักตบชวาทำให้สวมใส่สบายระบายอากาศได้ดี นั่นคือ “เส้นใยแห่งสายน้ำ”

ผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น


เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301350

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

ทัพศิลปิน, เค้กน้ำตาล, คุณภาพชีวิต

ทัพศิลปินสร้างสรรค์เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย ร่วมคว้าแชมป์อันดับ1 เวที Cake International 2017 ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ สะท้อนเอกลักษณ์ไทย

          กลุ่มน้ำตาลไทยรุ่งเรือง เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำตาลลิน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความคิดสร้างสรรค์คนไทย ไม่ได้เป็นรองใครในโลก โดยการนำทีมเค้กดีไซเนอร์ นักปั้นน้ำตาลคนไทยที่ชนะการประกวดจากงาน Lin Thailand Sweet Creation ไปคว้ารางวัลใหญ่ Best of Gold จากเวทีประกวด Cake International 2017   ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

งานนี้จัดว่าเป็นงานประกวดเค้กน้ำตาลปั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ส่งผลงานจากนานาชาติ ทั้งเอเชียและยุโรป ปีนี้มีผู้ส่งงานเข้าร่วมแข่งขันกว่า 1,800 ผลงาน และมีผู้เข้าชมงานมากกว่าสองแสนคน ซึ่งปีนี้งานจัดขึ้นในวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน2560 ที่ผ่านมา

ซึ่งทุกๆปีจะมีศิลปินสร้างสรรค์เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเสมอ และปีนี้ทีมคนไทยตัวแทนน้ำตาลลิน ประสบความสำเร็จนำความภูมิใจกลับมาด้วยการคว้ารางวัลจากการแข่งขัน ดังนี้

ทีม Lin Thailand Sweet Creation 1  ใช้ชื่อผลงานว่า ผลงานเค้ก : Ancient Temple Fair in Thailand ได้รับรางวัลเหรียญทองอันดับที่ 1 Best of Gold ในประเภท Cake Collaborations เค้กขนาดใหญ่ 180 cm x 80 cm  สมาชิกประกอบด้วย รัชต์นิดา เทาวงษ์ และ อริญรดา ปิติกุลธราวุธ

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

สมาชิกในทีม Lin Thailand Sweet Creation 1  เล่าว่า ที่มาของความคิดสร้างสรรค์ คือ การสื่อถึงวิถีชีวิตคนไทยที่เชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา ผ่านงานรื่นเริงที่มาพร้อมลมหนาว คือ “งานวัด” ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ศาสนา และวัฒนธรรมในยุคสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่มีเอกลักษณ์ให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ด้วย

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

ทีม Lin Thailand Sweet Creation 2 ใช้ชื่อผลงานว่า  ผลงานเค้ก : The Giant King Bird ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในประเภท Cake Collaborations เค้กขนาดใหญ่ 180 cm x 80 cm สมาชิกประกอบด้วย วริษฐ์ จันทวิชานุวงษ์ และ เดโชกุล สิงห์อำไพ

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

สมาชิกในทีม Lin Thailand Sweet Creation 2 เล่าว่า ที่มาของความคิดสร้างสรรค์ คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทย ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย นางฟ้าและเหล่าสัตว์เทพชั้นสูงในป่าหิมพานต์  ซึ่งเป็นป่าในตำนานไทย ร่วมส่งเสด็จพระองค์สู่สรวงสวรรค์

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

นอกจากผลงานที่ชนะการประกวดโดยทีม Lin Thailand Sweet Creation ยังมีผลงานของศิลปินนักปั้นน้ำตาลคนไทยไปกวาดรางวัลจากงานนี้ได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น

รางวัลประเภท Cake Collaborations เค้กขนาดใหญ่ 180 cm x 80 cm ได้แก่ทีม Siam โดยใช้ชื่อผลงานว่า Valedictory ceremony for the King Rama IX น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย (ปวงชนชาวไทย รวมใจส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่9 สู่สวรรคาลัย) ได้รับรางวัลชมเชย สมาชิกในทีมประกอบด้วย ไอนา เลาหวกุล,  คัมภีร์ พิศดาร, ศิริปุรพ์ แจ่มแสง, มัลลิกา เรียนรู้ และปัณฑา แบร์ริงตันบินส์

รางวัลประเภท International Class  รางวัลเหรียญทอง ได้แก่ผลงานเค้ก :  มโนราห์  ของทิวารัตน์    ศิริปุ รางวัลเหรียญเงิน ได้แก่ผลงานเค้ก : พระมหากษัตริย์ปวงชนชาวไทย  ของมัลลิกา เรียนรู้ และรางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ผลงานเค้ก : ลอยกระทง ของบุษราภรณ์ ครุธผาสุข

รางวัลประเภท Small decorative exhibit รางวัลเหรียญเงิน ได้แก่ สุภัตรา พรโชคหิรัณย์ รางวัลชมเชย ได้แก่ผลงาน Tea set for my King ชุดน้ำชา ดอกดารารัตน์ ของ เสาวณี ศังขวณิช

รางวัลประเภท Decorated cookies for Santa รางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ กานดา การไชยแสง

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

รางวัลประเภท Cup Cakes – Tasted รางวัลเหรียญทอง และประเภท Cup Cakes – Not Tasted รางวัลเหรียญเงิน ได้แก่ ชิตโสเพ็ญ ทิพย์ กรีฟ

รางวัลที่ได้รับนอกจาก Certificate และเงินรางวัล (ซึ่งคิดเป็นมูลค่าแล้วไม่มากมาย) สิ่งที่สำคัญมากยิ่งกว่า คือได้สร้างชื่อเสียงให้ศิลปินไทย และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติติดต่องานกับตัวศิลปินด้วย

เค้กน้ำตาลปั้นสัญชาติไทย

นอกจากนี้ผลงานที่นำไปประกวดสร้างสรรค์ขึ้นจาก Lin Fondant Icing ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาลปั้นของคนไทย ที่มีคุณสมบัติเด่นทั้งในด้านรสชาติและความยืดหยุ่นทรงตัวที่ดีกว่า โดยเฉพาะในสภาพภูมิอากาศ ที่มีความชื้น ซึ่งมีชาวต่างชาติ

อาทิ อินโดนีเซีย และไต้หวัน ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์หลังจากทราบผลการประกวด เพราะสนใจในผลงานที่ชนะ และอยากทราบว่าใช้น้ำตาลปั้นตัวไหน จึงเป็นโอกาสดีสำหรับผลิตภัณฑ์ไทยที่จะขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ และจะช่วยสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศไทยด้วย

ชมเค้กผลงานคนไทยที่ชนะการประกวดระดับโลกได้ในงาน Lin Thailand Sweet Creation 2017ในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560 ที่ลานแฟชั่นฮอลล์   ชั้น 1 สยามพารากอน

“สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301357

“สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน

แอปพลิเคชั่น, คุณภาพชีวิต, สมาร์ทโลคอลไกด์

วิทยาศาสตร์ฯ มธ. เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการในชุมชน

          รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวว่าคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัวหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิชาเอกเทคโนโลยีการเรียนรู้ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เพื่อสอดรับกับแผนพัฒนาจังหวัดลำปาง 4 ปี (พ.ศ.2561 – 2565) ที่มีทิศทางการพัฒนาลำปางบนพื้นฐานของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการใช้องค์ความรู้แบบผสมผสานความรู้นวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผนวกเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น

พร้อมเปิดตัวต้นแบบนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน “สมาร์ทโลคอลไกด์” (Smart Local Guide) แอปพลิเคชั่นที่จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

พร้อมด้วยเปิดตัวหลักสูตร วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิชาเอกเทคโนโลยีการเรียนรู้ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

 “สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน

ตั้งเป้าเป็น “ศูนย์รวมองค์ความรู้และแหล่งผลิตบุคลากรด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลของภาคเหนือ” เติมเต็มระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ (Ecosystem) แหล่งรวมองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นเพื่อการมุ่งหน้าสู่จังหวัดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation City)

               นายธนโชติ เฉวียงหงษ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงานแอปพลิเคชั่น “สมาร์ทโลคอลไกด์”กล่าวว่า แอปพลิเคชั่น “สมาร์ทโลคอลไกด์” เป็นแอปพลิเคชั่นที่จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยหัวใจหลักของการออกแบบแอปพลิเคชั่น คือ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

 “สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน

ธนโชติ เฉวียงหงษ์  เจ้าของแอปพลิเคชั่น “สมาร์ทโลคอลไกด์”

ขั้นตอนการใช้งาน เพียงเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่มเริ่มต้น (Start) ซึ่งจะปรากฎเป็นภาพแผนที่ที่ปักหมุดสถานที่สำคัญของจังหวัดในภาพรวม พร้อมทั้งระบุระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง และแสดงเส้นทางในการดินทางแต่ละจุดได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนแสดงข้อมูลเชิงลึกของสถานที่สำคัญ และอินไซด์ทิปส์ (Insight Tips) คำแนะนำแบบอินไซท์จากคนท้องถิ่น เพียงเลือกโหมดสแกนคิวอาร์โค้ด

ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชั่นดังกล่าว ยังมีระบบออดิโอไกด์ (Audio Guide) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลเสียงแก่ผู้ที่ไม่สะดวกในการอ่านข้อความอีกด้วย

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทีมผู้พัฒนาได้นำร่องใส่ข้อมูลสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดลำปางในแอปพลิเคชั่น อาทิ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม วัดเก่าแก่คู่เมืองลำปาง อินทราเซรามิก ศูนย์จำหน่ายเซรามิกฝีมือชาวบ้านที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปาง สะพานรัษฎาภิเศก หนึ่งในแลนด์มาร์คประจำจังหวัดลำปางที่นักท่องเที่ยวต้องเช็คอิน ฯลฯ

 “สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน

อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชั่นดังกล่าว ยังถูกออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคิวอาร์โค้ดได้ด้วยตนเอง และหากได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐหรือผู้ว่าราชการจังหวัดในการจัดทำ ป้ายสำหรับสแกนคิวอาร์โค้ด ติดตั้งบริเวณหน้าสถานที่สำคัญหรือร้านจำหน่ายสินค้าของชุมชน ก็จะยิ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้แก่ประชาชนในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

 “สมาร์ทโลคอลไกด์” ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน

ในอนาคตจะมีการเพิ่มรายละเอียดแหล่งสินค้า และร้านอาหารที่เป็นโลคอลมากขึ้น และเปิดเป็น “โอเพ่นแพลตฟอร์ม” (Open Platform) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถอัพข้อมูลได้เอง พร้อมทั้งโปรโมทแก่นักท่องเที่ยวให้สามารถเข้าถึงและรู้จักร้านค้าของตนได้มากยิ่งขึ้น

ศธ.เร่งช่วยครู2สอนฟรีอุ้มผาง5เดือนกลับทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301576

ศธ.เร่งช่วยครู2สอนฟรีอุ้มผาง5เดือนกลับทำงาน

ครูสาว, รรอุ้มผาง, กลับทำงาน

“หมอธี” สั่ง”บุญรักษ์-การุณ” ร่วมกันแก้ปัญหากรณี 2 ครูสาวร.ร.อุ้มผางได้กลับทำงานก่อนโดยเร็ว ชี้ไม่ใช่ความผิดครู เป็นข้อผิดพลาดจากภาครัฐ

     จากกรณี น.ส.วนาลี ทุนมาก (ครูแอน) และน.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี  (ครูวัลย์) ไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งตำแหน่งครูผู้ช่วยหลังจากไปสอนได้ 5 เดือน ที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก เนื่องจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดตาก มีมติไม่อนุมัติการขอปรับเปลี่ยนวิชาเอกและขอเพิ่มตำแหน่งว่างโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมและไม่อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้สาขาวิชาเอกสังคมศึกษาจากบัญชีสพม.เขต38

      ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสนใจและติดตามกรณีของครูทั้ง 2 รายดังกล่าว มาโดยตลอด และบอกว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของภาครัฐ ไม่ใช่ความผิดของครูทั้ง 2 คน จึงสั่งการให้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเร่งดำเนินการให้ครูทั้ง 2 คนกลับมาปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วที่สุด ซึ่งตนได้แจ้งเรื่องนี้กับครูทั้ง 2 คนแล้วว่ารมว.ศึกษาธิการ มีความห่วงใยและสั่งการดังกล่าว

ขณะนี้สพฐ.ได้ตั้งคณะทำงาน 3 ส่วน เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาให้ครูทั้ง 2 คนได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วที่สุด ประกอบด้วย นายวัลลพ สงวนนาม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบงานบุคคลและนิติการ(สพร.)สพฐ.และนายชูชาติ ทรัพย์มาก ที่ปรึกษาสพร.และฝ่ายกฎหมาย เพื่อไปทำงานร่วมกับนายสุรินทร์ แก้วมณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)

โดยคณะทำงานชุดนี้จะไม่เกี่ยวกับเรื่องการสืบหาข้อเท็จจริง ของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่จะเร่งช่วยให้ครูได้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ก่อน

“การสืบหาข้อเท็จจริงยังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้ต้องช่วยครูก่อน เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนเดิมได้ก่อน และต้องได้รับการดูแลเรื่องสิทธิย้อนหลังด้วย เหมือนรถชนกันแล้วมีคนเจ็บก็ต้องช่วยคนเจ็บก่อน”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว