นิทรรศการศิลปะ ‘ลมหายใจแห่งเขาค้อ’ ประมูลภาพวาดรายได้มอบให้ชุมชนชาวม้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283473

นิทรรศการศิลปะ ‘ลมหายใจแห่งเขาค้อ’ ประมูลภาพวาดรายได้มอบให้ชุมชนชาวม้ง

นิทรรศการศิลปะ ‘ลมหายใจแห่งเขาค้อ’ ประมูลภาพวาดรายได้มอบให้ชุมชนชาวม้ง

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะกรรมการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร นำโดย ลลิสา จงบารมี ร่วมกับ บริษัท เดอะ บลูสกาย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นำโดย วิรัตน์ คุณารัตนอังกูร และ รักขิต วัลลภศิริ จัดงาน นิทรรศการศิลปะ “ลมหายใจแห่งเขาค้อ” ผลงานโดยศิลปินชื่อดัง อาทิ อ.แนบ โสตถิพันธุ์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร, อ.อุดมลักษณ์ ทรงสุวรรณ, อ.เฉลิมพล พลชนะ, อ.สกนธ์ นพนุกูลวิเศษ เป็นต้น พร้อมกิจกรรมการประมูลภาพวาด เพื่อนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับชุมชนชาวม้ง ณ เดอะ บลูสกาย รีสอร์ท เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ลลิสา จงบารมี ประธานกรรมการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร เผยว่า “นิทรรศการศิลปะ “ลมหายใจแห่งเขาค้อ” เกิดขึ้นจากคำว่า “ให้” การรู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง การที่เรามองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่มี และเราได้ให้เขาบ้าง เป็นสิ่งมหัศจรรย์ จึงร่วมกับเจ้าของ เดอะ บลูสกาย พร็อพเพอร์ตี้ ที่อยากเห็นศิลปินไทยมีพื้นที่ในการจัดแสดงผลงาน รวมถึงอยากนำเสนอความสวยงามของธรรมชาติแห่งเขาค้อในรูปแบบใหม่ ซึ่งผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นภาพวาดจากศิลปินของมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร อาทิ อ.แนบ โสตถิพันธุ์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร, อ.อุดมลักษณ์ ทรงสุวรรณ, อ.เฉลิมพล พลชนะ เป็นต้น ที่ได้ถ่ายทอดความสวยงามของเขาค้อ ผ่านจิตวิญญาณ และจินตนาการของแต่ละท่าน”

นอกจากนี้ ยังนำภาพวาดของศิลปินทั้ง 3 ท่าน อย่าง อ.แนบ โสตถิพันธุ์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร และ อ.อุดมลักษณ์ ทรงสุวรรณ มาร่วมประมูล พร้อมทั้งจัดกิจกรรมวาดภาพสดประกอบดนตรีในเวลาเพียง 20 นาที เพื่อนำมาประมูลเช่นกัน โดยยอดประมูลทั้งสองรายการรวมแล้วได้จำนวน 850,000 บาท ซึ่งจะนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายในครั้งนี้มอบให้กับชุมชนชาวม้ง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของเขาค้อที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน พร้อมมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยจะมอบเป็นทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนในอำเภอเขาค้อ และมอบให้กับหน่วยงานดับไฟป่า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คอยดูแล ควบคุม เมื่อเกิดไฟป่า ซึ่งจะเกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ป่า และเขาในอำเภอเขาค้อ ซึ่งหน่วยงานนี้จะทำงานกันอย่างหนัก แต่มีงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ค่อนข้างจำกัด

ด้าน อ.แนบ โสตถิพันธุ์ ศิลปินอาวุโส เผยถึงภาพวาดสดที่ร่วมประมูลในครั้งนี้ว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากสภาพอากาศที่เขาค้อ ในช่วงตอนเขียนฝนกำลังตกปรอยๆ จึงได้ภาพแนว Abstrast (แอ็บสแตร็กส์) หรือศิลปะนามธรรมในชื่อว่า “Rainy Day At Khao Kho” โดยใช้เทคนิค สีอะคริลิก

อ.ศุภกิจ อุตตรนคร เลขาธิการ และกรรมการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร เผยว่า มีความยินดี และดีใจที่ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมการประมูลในครั้งนี้ สำหรับภาพที่ตนเขียนมาร่วมประมูลนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องไฟป่าที่เขาค้อ ซึ่งเทคนิคที่ใช้เป็นสีน้ำมัน ส่วนวาดภาพสดนั้น แรงบันดาลใจมาจากเสียงดนตรีประกอบการวาด จึงออกมาเป็นภาพ “นักบัลเล่ต์”

เปิดสถาบันพัฒนาศักยภาพการแข่งขันระดับโลก สร้าง‘ผู้นำนวัตกรรม (ILG)’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283426

เปิดสถาบันพัฒนาศักยภาพการแข่งขันระดับโลก สร้าง‘ผู้นำนวัตกรรม (ILG)’

เปิดสถาบันพัฒนาศักยภาพการแข่งขันระดับโลก สร้าง‘ผู้นำนวัตกรรม (ILG)’

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยโลกในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสู่ยุคดิจิตอลที่เข้ามามีบทบาทในสังคมและเศรษฐกิจโลก จึงเป็นความจำเป็นที่ทุกคนต้องตื่นตัวและรับมือกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เพิ่มมูลค่าในการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันต่างๆ สู่ความเป็นผู้นำยุคใหม่ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก

มหาวิทยาลัยสยาม จึงร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จัดตั้ง สถาบันพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน ประเทศไทย (Thailand Competitiveness Institute : TCI)” เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านกลยุทธ์และวิทยาการแข่งขันและการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย โดยมี ดร.วิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานกิตติคุณ และ รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช เป็นประธานสถาบัน TCI พร้อมเปิดตัวหลักสูตร ผู้นำนวัตกรรม เพื่อการแข่งขันในระดับโลก (Innovtion Leadership for Global Competitiveness หรือILG )” รุ่นที่ 1 โดยได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญทางภาครัฐและภาคเอกชนหลากหลายองค์กรเข้าร่วมมากมาย ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช ประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน ประเทศไทย (TCI) มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า “ในการสร้างสรรค์ ผู้นำนวัตกรรม เพื่อการแข่งขันในระดับโลก นี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำ เพื่อสร้างนวัตกรรมให้เกิดมุมมองใน มิติ ได้แก่ Change (การเปลี่ยนแปลง) ผู้นำที่พร้อมรับและปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ในการเปลี่ยนแปลงของโลก , Innovation (นวัตกรรมสร้างสรรค์) : ผู้นำนวัตกรรมที่สร้างสรรค์และร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดสิ่งใหม่ เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพเชิงการแข่งขันในระดับโลก,Freedom (อิสรภาพจากพันธนาการ) ผู้นำที่เปิดโอกาสในการให้อิสระกับตัวตนและความคิด ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมสร้างเครือข่ายที่จะนำองค์กรก้าวสู่โอกาสในระดับโลก และ Idealism / Vision (วิสัยทัศน์ เป้าหมายอุดมคติ) ผู้นำทางความคิดที่มีวิสัยทัศน์ มีมุมมองใหม่ และมุ่งมั่นสร้างสรรค์องค์กรสู่ความสำเร็จในระดับโลก”

 

สถาบันพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน ประเทศไทย (Thailand Competitiveness Institute) พร้อมแล้วที่จะร่วมเติมเต็มความรู้และประสบการณ์หลากหลายโดยวิทยากรชั้นนำระดับประเทศและระดับโลก และพร้อมที่จะพัฒนาผู้นำสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้น เข้ากับทุกสถานการณ์ในการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดสิ่งใหม่ ตลอดจนสร้างเครือข่ายระหว่างผู้นำที่มาจากหลากหลายธุรกิจและองค์กร ในการสร้างความเข้มแข็งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและองค์กร สู่การแข่งขันระดับโลก

‘มะลิ อีซี่ สควีซ’ นมข้นหวานแบบหลอดบีบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283472

‘มะลิ อีซี่ สควีซ’ นมข้นหวานแบบหลอดบีบ

‘มะลิ อีซี่ สควีซ’ นมข้นหวานแบบหลอดบีบ

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานตรามะลิ โดยสองผู้บริหาร พินิจ พัวพันธ์ กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด และ สุดถนอม กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “มะลิ อีซี่ สควีซ” ชูจุดเด่นนมข้นหวานแบบหลอดบีบ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่และเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งาน แถมพกพา และจัดเก็บได้ง่าย พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ พระเอกสุดฮอต เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุด ณ ชั้น 5 เฮลิกส์การ์เด้นท์ ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

พินิจ พัวพันธ์ กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด กล่าวว่า “มะลิ” เป็นผู้ผลิตนมข้นหวานรายแรกของประเทศไทย ซึ่งยังคงได้รับความนิยมและครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมะลิเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดผลิตภัณฑ์นมข้นหวานในไทย ซึ่งการันตีด้วยยอดขายอันดับหนึ่ง  และมียอดการผลิตกว่า 300,000 ตันต่อปี และยังได้ขยายตลาดไปอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดทุ่มงบประมาณการตลาดกว่า 140 ล้านบาท เขย่าตลาดนมข้นหวานในไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “มะลิ อีซี่ สควีซ” นมข้นหวานในรูปแบบหลอดบีบ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงาน ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ มีเวลาจำกัด ชื่นชอบการทำอาหารเองแบบง่ายๆ ต้องการความสนุกในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อความเพลิดเพลินในการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น

มะลิจึงได้ออกแบบแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ ให้มีรูปทรงจับกระชับพอดีมือ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน พกพาได้ จัดเก็บง่าย เมื่อเปิดใช้แล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้โดยไม่ต้องถ่ายใส่ภาชนะ นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ เป็นพระเอกสุดฮอต อย่าง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี พร้อมภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด “มะลิ อีซี่ สควีซ”ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บีบสนุก ทุกความอร่อย” เพื่อสื่อถึงการใช้งาน ที่ง่าย และสนุก ใช้ได้กับเมนูที่หลากหลาย

“มั่นใจว่าความโดดเด่นและจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ “มะลิ อีซี่ สควีซ” ผนวกกับกลยุทธ์การตลาด ทั้งแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการขาย และช่องทางการจัดจำหน่าย ที่ครอบคลุมทั้งในร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ จะสามารถสร้างยอดขายให้บริษัทเติบโตขึ้นได้ และจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่”

‘คุกความคิด’ผลงานสะท้อนจิตใจมนุษย์คว้าชัยจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค ครั้งที่ 19

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283425

‘คุกความคิด’ผลงานสะท้อนจิตใจมนุษย์คว้าชัยจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค ครั้งที่ 19

‘คุกความคิด’ผลงานสะท้อนจิตใจมนุษย์คว้าชัยจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค ครั้งที่ 19

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“จิตใจมนุษย์ต่างเคยประสบกับความรู้สึกที่ดีและร้าย แต่การยึดติดอยู่กับความทรงจำเก่าๆ ฝังใจอยู่กับความรู้สึกในอดีตที่เป็นเรื่องเสียใจและหดหู่อยู่ตลอดเวลา ทำให้หลงลืมความสุขในปัจจุบันไป เสมือนการติดคุกทางความคิด” คือแนวคิดที่ วนาภรณ์
เตี่ยมังกรพันธุ์ ศิลปินรุ่นใหม่จาก จ.สุราษฎร์ธานี สะท้อนออกมาผ่านผลงาน “คุกความคิด” จนได้รับมติเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงศิลปินแห่งชาติ ทั้ง ท่าน คัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยมอันดับ จากการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ ครั้งที่ 19คณะกรรมการต่างเห็นพ้องกันว่าผลงานด้านจิตรกรรมของศิลปินไทยรุ่นใหม่นั้นมีการพัฒนาทั้งรูปแบบ แนวคิด และเทคนิค ให้ทรงคุณค่าทางศิลปะ ควบคู่ไปกับพัฒนาการด้านคุณภาพและมาตรฐานที่เทียบเท่าผลงานศิลปะในระดับสากล

ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง กล่าวถึงภาพที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ ว่า “การตัดสินงานศิลปะทุกแขนงใช้หลักเกณฑ์ในความเป็นเอกภาพ ความพอเหมาะ ความพอเพียง แนวคิด แรงบันดาลใจ ผลงานชิ้นนี้พิจารณาจากความงาม หลักคิดและการจัดองค์ประกอบภาพ ผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมานำเสนอเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อออกมาได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงความสมบูรณ์ในชีวิตของศิลปินเอง อาจจะอยู่บ้านแล้วถูกกักขัง มีชีวิตที่ไม่อิสระ แล้วนำเอาความคิดที่ไม่ได้รับอิสระเหล่านั้นมาแสดงออก โดยใช้ตุ๊กตาสัตว์วางซ้อนกับโครงสร้างคล้ายกรงขัง แต่ไม่ได้ถูกขังเต็มตัว ตีความได้ว่าอาจจะมีชีวิตที่ถูกกึ่งกักขังกึ่งอิสระ วิธีคิดของศิลปินเช่นนี้ดีมาก ฝีมือการวาดตุ๊กตาขนสัตว์ก็ทำให้ได้อารมณ์ที่เป็นตุ๊กตาจริงๆ กรงเหล็กดูแข็งแรง องค์ประกอบทุกอย่างนั้นลงตัวและสื่อความหมายออกมาได้ดีทั้งหมด” ศ.กิตติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก กล่าวว่า “ผลงานรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ ได้เห็นการพัฒนาฝีมือของศิลปินคนนี้มาโดยตลอด มีการพัฒนาการนำเสนอความคิดและเป้าหมายของการสื่อสารออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น ชนิดที่ว่าเห็นภาพแล้วไม่ต้องอ่านแนวคิดของการนำเสนอก็พอเดาได้แล้วว่าศิลปินต้องการสื่อถึงเรื่องอะไร ความโดดเด่นอันดับแรกคือเรื่อง สี แสงและเงาทำออกมาเสมือนจริงมาก การสื่อความหมายนั้น ปกติงานศิลปะจะยากที่จะสื่อความหมายให้คนที่มองภาพเห็นภาพแล้วเข้าใจ ภาพนี้เห็นแล้วรู้ทันทีว่าศิลปินต้องการสื่อสารอะไรมีการใช้สัญลักษณ์มาอธิบาย เป็นภาพที่มีครบทั้งแนวคิด ฝีมือ มุมมอง มีครบทุกองค์ประกอบ” อ.ธงชัย รักปทุม ให้ความเห็นว่า “ศิลปินถ่ายทอดภาพตุ๊กตาหมีที่ถูกจองจำ เปรียบเสมือนตัวศิลปินเองเคยได้รับการจองจำมา แล้วเกิดความเจ็บปวด ถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นผลงาน ซึ่งก็ไม่ได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความเจ็บปวดโดยตรงแต่กลับแสดงให้เห็นถึงความงดงามด้วยการใช้สีสันที่สื่อถึงอารมณ์ และใช้เส้นสายของกรงขังแสดงถึงสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ ” อ.สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ กล่าวว่า “คุกความคิด” นั้น เป็นงานที่มีคุณภาพ มีการนำเสนอแนวความคิดที่โดดเด่น และแสดงออกมาผ่านรูปแบบเชิงจิตรกรรมทางความคิด ที่วาดออกมาเสมือนจริง มีการเลือกใช้วัตถุคือตุ๊กตาหมีแทนที่จะใช้คนในการสื่อสาร ถูกคุมขังด้วยลูกกรงเหล็ก ที่ครอบบริเวณศรีษะ สะท้อนถึงความคิดและอารมณ์ที่ถูกจองจำจนทำให้ความน่ารักอ่อนหวานของความเป็นตุ๊กตาหมีนั้นสูญเสียไป”

ส่วน รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 2 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “Dimension W No.1” ใช้จิตรกรรมเทคนิคผสม ของ เจษฎากร แดงอร่าม อายุ 27 ปี จ.สมุทรสาคร สะท้อนถึงรูปแบบการดึงดูดใจของสื่อในยุคปัจจุบันที่มีทั้งภาพเคลื่อนไหว ความสวยงามของสี ฯลฯ ซึ่งส่งผลต่อการตีความหมายของผู้ชม และผลงานสีน้ำมันผสมอะคริลิก “สุนทรียแห่งจิตรกรรม” ของ ณัฐพงษ์ ฤคดี อายุ 30 ปี จ.ชุมพร สื่อให้เห็นว่าผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใด ล้วนมีคุณค่าและสุนทรียประจำตัวทั้งสิ้น รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 3 ทั้ง 3 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “เด็กน้อย” ที่นำเสนอด้วยเทคนิคสีอะคริลิกบนใยสังเคราะห์ โดยฝีมือของ สุรเดช วัฒนาประดิษฐชัย อายุ 46 ปี จ.กาฬสินธุ์, ผลงานสีน้ำมัน “กลเรา” โดย นภนันท์ รังสีธรรมคุณ อายุ 22 ปี จากกรุงเทพฯ และ ผลงาน “นิทานธรรม” ซึ่งใช้เทคนิคสีฝุ่นโดย นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส อายุ 42 ปี จ.สุพรรณบุรี นอกจากนี้ยังมีรางวัลดีเด่น อีกจำนวน 10 รางวัล ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับรางวัลได้ทาง www.panasonic.com/th และจะมีการจัดพิธีมอบรางวัลพร้อมงานแสดงนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 327 สิงหาคม 2560 สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.083-6344507

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จัดงานน้อมรำลึกพระคุณแม่ 5-6 สิงหาคมนี้ ‘สืบทอดพระราชปณิธานรักแม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283464

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จัดงานน้อมรำลึกพระคุณแม่ 5-6 สิงหาคมนี้ ‘สืบทอดพระราชปณิธานรักแม่’

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จัดงานน้อมรำลึกพระคุณแม่ 5-6 สิงหาคมนี้ ‘สืบทอดพระราชปณิธานรักแม่’

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปทุมธานี เตรียมจัดตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง สืบทอดพระราชปณิธานรักแม่” วันที่ 5-6 สิงหาคม 2560ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม2560 และน้อมรำลึกพระคุณแม่ ผู้หล่อเลี้ยง สร้างผืนดิน ดูแล และปกปักรักษา

นางจารุรัฐ จงพุฒิศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า งานครั้งนี้เน้นย้ำให้ตระหนักเห็นคุณค่าความสำคัญ ผู้ให้กำเนิดชีวิต แม่โพสพผู้ดูแลปกปักรักษาต้นข้าวให้เจริญงอกงาม แม่คงคาผู้ดูแลรักษาสายน้ำ แม่ธรณีผู้ให้กำเนิดหล่อเลี้ยงโลกและแผ่นดิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในวิถีเกษตรไทย เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตลอดทั้งกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านการเกษตร จากหญิงแกร่งทั่วประเทศและผู้รู้จริงที่สามารถพึ่งพาตนเองและครอบครัวได้

จารุรัฐ จงพุฒิศิริ 

ทั้งนี้ หลักสูตรถ่ายทอดความรู้ ด้านนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง และอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดทั้งวัน วิชาของแผ่นดิน ได้แก่ การปลูกและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าว เรียนรู้เทคนิค ครบกระบวนการผลิต เสริมทักษะพิเศษจากประสบการณ์ตรงการเพิ่มมูลค่าผลผลิต จากท่านอาจารย์ศิริพร อาจแย้มสรวล 1 ใน 9 ผู้กล้า โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ ทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน ผันชีวิตสาวออฟฟิศระดับผู้บริหารไปทำเกษตรเพื่อหาความสุขจากการทำงานบนแผ่นดินของแม่ที่ จ.สุพรรณบุรี อาหารสุขภาพด้วยรักจากแม่ โดยอาจารย์สุมิตตา บางบอน เครือข่ายสวนผักคนเมือง กทม. ความรัก ความปรารถนาที่มีต่อลูก ฟูมฟักใส่ใจทุกรายละเอียดในการทำอาหารสุขภาพ หลากหลายเมนูสำหรับสมาชิกในครอบครัว

ปุ๋ยอินทรีย์ฟื้นฟูชีวิตผืนดิน เทคนิคเฉพาะจากการลงมือปฏิบัติของ อาจารย์เชาว์วัช หนูทอง ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษละโว้ธานี เรียนรู้การปรับปรุงบำรุงดิน และสร้างอาหารให้พืชด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ทำเองได้ เลือกกินอย่างเข้าใจ ลูกพ้นภัยสารเคมีรู้เท่าทันสารพิษในอาหาร วิธีการตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ อาจารย์ปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน) หลักสูตร“จุลินทรีย์ในน้ำส้มควันไม้” เรียนรู้กับอาจารย์ปรีชา บุญท้วม การพึ่งตนเองในวิถีธรรมชาติ ประสบการณ์ชีวิตพึ่งตนเอง สร้างผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สร้างรายได้ อาจารย์หทัยชนก อินทรกำแหง (ไร่ดินดีใจ จ.อุทัยธานี) หลักสูตร กำจัดวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมี โดยอาจารย์ชัยพร พรหมพันธุ์ และหลักสูตร ภูมิปัญญาไทยสมุนไพรดูแลแม่ ภูมิปัญญาการใช้ยาสมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพของแม่ อาจารย์คำปุ่น กุดวงศ์แก้ว เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.สกลนคร หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ เรียนรู้เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งนำกลับไปทำได้เลยทันที การทำสบู่ธรรมชาติเพื่อลูกรัก สารพัดช่างสร้างสุขให้ครอบครัว ทำน้ำตาลมะพร้าว และการทำแยมกระท้อน

ฟังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมชมนิทรรศการมีชีวิต “วิถีเกษตรตามแม่” แม่ผู้หล่อเลี้ยงสรรพสิ่งบนโลก ผู้สร้าง ดูแล ปกปักรักษา แม่ผู้ให้กำเนิดเพื่อสร้างชีวิต และแม่ผู้เลี้ยงดู ชม และเรียนรู้นิทรรศการพิพิธภัณฑ์ในอาคาร ราคาพิเศษ พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา และชมนิทรรศการชุดพิเศษ “คิดถึงพ่อมิลืมเลือน” และพิพิธภัณฑ์กษัตริย์เกษตร ชมภาพยนตร์ตามรอยการทรงงาน 70 ปี เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ชมนิทรรศการ 4 มิติ ที่พิพิธภัณฑ์ดินดล ในห้องฉายภาพยนตร์ 360 องศา ความสำคัญของแม่ธรณีผู้ให้กำเนิดหล่อเลี้ยงโลก พลาดไม่ได้ความสนุก ซาบซึ้งกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ ขนาด 200 ที่นั่ง

ชิม ช็อป ของกิน ของใช้ อาหารพื้นบ้าน ผลผลิตตามฤดูกาล สับปะรดปัตตาเวีย มังคุด ลองกองอินทรีย์ จากภาคตะวันออก เสาวรส ฝักแม้ว จากพื้นที่สูง ปลานิลอินทรีย์แดดเดียว จากลุ่มน้ำภาคกลาง และผลผลิตสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และสินค้าอื่นๆ อีกกว่า 150 ร้านค้า

พิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น รับจุลินทรีย์ดินหอม สำหรับใช้ในการบำรุงดินปลูกพืช มีจำนวนจำกัด กติการ่วมกิจกรรม แชะ ภาพกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน หรือแชร์ หน้าเพจ แฟนคลับพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือเช็คอิน พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ติดแฮชแท็ก #มิวเซียมกษัตริย์เกษตร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตรงข้ามโรงพยาบาลการุญเวช (นวนคร)ริมถนนพหลโยธิน จ.ปทุมธานี โทร.02-5292212-13มือถือ 087-3597171, 094-6492333 คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.wisdomking.or.th และทาง facebook.com/wisdomkingfan LineID @wisdomkingfan

เปิดฉาก‘สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283471

เปิดฉาก‘สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017’

เปิดฉาก‘สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017’

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สยามพารากอน จัดงาน “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017” (Siam Paragon Watch Expo 2017) ที่สุดของงานแสดงนาฬิการะดับโลกครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยและระดับเอเชีย โดยการจัดงานครั้งนี้
เดินทางมาถึงปีที่ 11 พร้อมคอนเซ็ปต์ “The Legendary timepieces” กว่า 180 แบรนด์ดังส่งตรงจากงานระดับโลก Basel World 2017 และ SIHH 2017 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีคณะกรรมการและผู้บริหารสยามพารากอน นำโดย ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารแบรนด์นาฬิกาและเหล่าพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ มาร่วมฉลองเปิดงานอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้

ปีนี้นำเสนอไฮไลท์นวัตกรรมเรือนเวลาสุดหรูคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ส่งตรงจากงาน Basel World และ SIHH ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผ่านแฟชั่นพรีเซนเทชั่นสุดพิเศษ “Legendary timepieces” จากบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งเซเลบริตี้ นักร้อง นักแสดง นายแบบ นางแบบ อาทิ ULYSSE NARDIN รุ่น Grand Deck Marine Tourbillon สุดยอดผลงานอัจฉริยะที่หล่อหลอมทุกรายละเอียดของการออกแบบมาจากการเดินเรือ ซึ่งทั่วโลกมีเพียง 18 เรือนเท่านั้น นำมาอวดโฉมโดยพระเอกหนุ่ม ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, Montblanc รุ่น TimeWalker ExoTourbillon Minute Chronograph ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านเทคโนโลยีในการทำนาฬิกาชั้นสูง นำเสนอเรือนเวลาโดย ธนิก ภูวนัตตรัย

สำหรับ Breitling รุ่น Superocean Heritage II 46 มาพร้อมกับโฉมหน้าบริสุทธิ์ และทรงพลัง นำเสนอโดย หนุ่มสวิส เตชภูวนนท์, Maitres du Temps รุ่น C3R.00.00.161 Chapter Three Reveal สุดยอดแห่งเรือนเวลาหรูหราคลาสิกนำเสนอความสง่างามสมบูรณ์แบบโดย กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา, ถัดมา Hublot รุ่น Big Bang Sugar Skull Fluo เรือนเวลาสุดหรูดึงดูดสายตาด้วยโทนสีนีออนจัดจ้านหลากสีสัน, Ressence รุ่น Type 5 BBอีกหนึ่งคอลเลคชั่นของแบรนด์อินดิเพนเดนท์ที่มีดีไซน์เหนือจินตนาการ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่และตอบโจทย์การใช้งานใต้น้ำได้ดีเยี่ยม

TAG HEUER รุ่น New 2017 Link Lady สวยงามสำหรับผู้หญิงสมัยใหม่ มาพร้อมกับตัวเรือนเหล็ก และสายที่โค้งรับกับสรีระข้อมือ โดยนางเอกสาวฮอต จริญญา ศิริมงคลกุล, สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Grand Seiko รุ่น The Black Ceramic Collection ที่มีเพียง 3 เรือนในประเทศไทย รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปี ของ Calibre Spring Drive Chronograph GMT โดยเสริมเพิ่มความสปอร์ตด้วยสายไทเทเนียมสลับเซรามิกอย่างลงตัว

Charriol รุ่น ST-TROPEZ Glamorous อวดโฉมความงามบนหน้าปัดมุกขาวบริสุทธิ์ ประดับอัญมณีอันเลอค่า พร้อมสายเคเบิ้ลเอกลักษณ์ของแบรนด์, ORIS นาฬิกาดำน้ำรุ่น Hammerhead Limited Edition รายได้สนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุ์ฉลามของหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร Pelagios Kakunja โดยฝาหลังสลักรูปฉลามหัวค้อน ซึ่งผลิตจำนวนเพียง 2,000 เรือน ทั่วโลก มีจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 30 เรือน และนาฬิกา Limited Edition เรือนพิเศษอีกแบรนด์ SEIKO รุ่น Zimbe ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,639 เรือน เท่านั้น

งาน “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017” จะจัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2560 บริเวณพื้นที่จัดแสดง ชั้น M และชั้น 1 สยามพารากอน ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม, ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์, คริสตัล คอร์ท วอทช์ บูติก และ Watch Galleria พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M และแฟชั่น ฮอลล์,รอบวอยด์ทางเดิน, พื้นที่ฝั่งสตาร์โดม ชั้น 1 สยามพารากอน นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ที่ วอทช์ แกลอเรีย ที่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ ยังมอบโปรโมชั่นลดสูงสุด 50% จนถึงวันที่ 30 กันยายน นี้

เสริมหน้าอกใหญ่เกินไป เสี่ยงผลเสียระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283453

เสริมหน้าอกใหญ่เกินไป เสี่ยงผลเสียระยะยาว

เสริมหน้าอกใหญ่เกินไป เสี่ยงผลเสียระยะยาว

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น

อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กเรื่องใหญ่ มักเป็นคำพูดติดตลกของสาวคัพเล็กที่อยากจะเพิ่มขนาดหน้าอกให้สวยตู้ม แต่วันนี้การมีหน้าอกขนาดใหญ่ด้วยการศัลยกรรมก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะหากการเสริมหน้าอกนั้นไม่ถูกต้อง หรือไม่พอดีกับสัดส่วนสรีระร่างกายของผู้เสริมเอง สามารถก่อให้เกิดปัญหาน่าปวดหัวต่างๆ ตามมาได้เช่นกัน

นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง ผู้บริหารโรงพยาบาลและศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด มีคำแนะนำมาเตือนสติสาวๆ ก่อนตัดสินใจขึ้นเขียงอัพไซส์เพื่อความงามที่พึงปรารถนา

“ผมเข้าใจดีครับว่า หลายคนที่มาทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ก็อยากได้ขนาดที่ใหญ่ๆ เพราะคิดว่าทำทั้งทีต้องให้คุ้ม แต่ตามหลักการแพทย์แล้ว ไม่แนะนำให้เสริมขนาดที่ใหญ่มากเกินโครงสร้างร่างกายของตัวเอง เพราะการเสริมที่ใหญ่เกินไป อาจดูสวยในระยะแรก แต่ในระยะยาวมีผลเสีย และ ผลแทรกซ้อนทางการแพทย์หลายอย่างตามมา”

ทั้งนี้ การเสริมหน้าอกที่มีขนาดใหญ่มากเกินไป จะมีผลกระทบหรือผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา ได้แก่ น้ำหนักของซิลิโคนที่ใหญ่เกินไป จะถ่วงลง ทำให้เกิดหน้าอกหย่อนคล้อย (Breast ptosis) ในอนาคตได้ การเสริมที่ใหญ่เกินไป จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดมารัดรอบๆซิลิโคน (capsular contracture) ทำให้เกิดหน้าอกแข็ง และหน้าอกผิดรูปได้ง่ายในอนาคต และการเสริมที่ใหญ่เกินไป ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ มีโอกาสคลำได้ขอบของวัสดุ หรือลักษณะเป็นคลื่น (rippling) ได้ง่ายในอนาคต

“ผมมีประสบการณ์ผ่าตัดแก้ไขให้คนไข้หลายราย ที่เสริมหน้าอกขนาดใหญ่เกินไป แล้วเกิดหน้าอกแข็ง หย่อนยาน ไม่เป็นธรรมชาติจึงขอเตือนไว้ ณ ที่นี้ว่าหากต้องการเสริมหน้าอก ควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดโดยละเอียดก่อนว่า โครงสร้างร่างกายของเรา เหมาะสำหรับซิลิโคนขนาดเท่าไร จึงจะพอดีกับร่างกาย ปลอดภัย ดูเป็นธรรมชาติ ทำแล้วไม่เกิดผลแทรกซ้อน อยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องแก้ไขในอนาคต”

สำหรับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ดีนั้น คุณหมอแนะนำว่า ต้องผ่าตัดอย่างปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ รูปทรงเป็นธรรมชาติ และขนาดพอเหมาะกับโครงสร้างหน้าอกของแต่ละคน ไม่ใหญ่มากจนเกินไป ลักษณะหน้าอกสองข้างใกล้เคียงกัน (symmetry) และหน้าอกดูชิดขึ้น สัมผัสแล้วนุ่มคล้ายเนื้อเต้านมจริง ไม่แข็ง คลำไม่ได้ขอบวัสดุแผลผ่าตัดเล็กต้องมีขนาดเล็ก เรียบเนียน ไม่เป็นแผลเป็นนูน การผ่าตัดเจ็บน้อย บวมน้อย กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

รู้อย่างนี้แล้วใครที่กำลังคิดจะเสริมหน้าอก คงต้องศึกษาหาข้อมูลต่างๆ ถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบต่างๆ ในการทำศัลยกรรม ดีกว่าจะต้องเจ็บตัวอีกครั้งเพื่อแก้ไข

7 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกเรียนรู้ไว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283455

7 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกเรียนรู้ไว

7 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกเรียนรู้ไว

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มักจะให้ความสำคัญกับโภชนาการ สารอาหาร การนอนหลับ การดูแลลูกทั่วๆ ไป เพราะพัฒนาการทางร่างกายเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดที่สุด ในขณะที่พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเลี้ยงดู เป็นเรื่องที่พ่อแม่เริ่มให้ความสำคัญก็ต่อเมื่อลูกโตพอที่จะพูดคุยรู้เรื่อง จากการสำรวจขององค์กรที่ส่งเสริมพัฒนาการในเด็กในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า พ่อแม่กว่า 34% เข้าใจผิดคิดว่าสมองจะพัฒนาได้ดีที่สุดในช่วงอายุ 3-5 ปี แต่ความเป็นจริงแล้วช่วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาสมองที่ได้ผลไวที่สุดคือ ในช่วงสามปีแรกของชีวิต

S-26 Progress Gold เพราะสารอาหารและโภชนาการเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูของคุณแม่ เลือกสารสารอาหารที่มีประโยชน์ อาทิ แอลฟา-แล็คตัลบูมิน โปรตีนคุณภาพพลัส ดี (DHA), ซี (Choline), แอล (Lutein)เพื่อพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ไวในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จึงได้เชิญ พิมณัฏฐณี สุขปรีดี นักจิตวิทยาพัฒนาการผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพเด็กเล็กและการเลี้ยงลูกเชิงบวก ที่ให้คำปรึกษามาแล้วกว่า 1,000 ครอบครัว ผู้เขียนหนังสือ “เลี้ยงลูกถูกสไตล์ฉลาดได้น่ารักด้วย” มาแนะสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเป็นเด็กเรียนรู้ไว

ช่างสงสัย เด็กมีความสงสัยใคร่รู้จะชอบรื้อชอบค้น และเมื่อโตขึ้นก็เริ่มแสดงพฤติกรรมช่างซัก ช่างถาม สะท้อนให้เห็นว่าเด็กมีพัฒนาการทางด้านเชาวน์ปัญญาที่ดี มีความสามารถในการแยกแยะได้ระหว่างสิ่งที่เคยรู้แล้วกับสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีข้อมูล คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพฤติกรรมนี้ได้โดยการเปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถาม ชักชวนให้เด็กคิดและสังเกตสิ่งรอบตัว รวมทั้งการพาเด็กๆ ไปเรียนรู้โลกกว้างและสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย

จำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้เร็ว พัฒนาการทางด้านภาษา เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกได้ถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก โดยปกติ เด็กจะเริ่มสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วในช่วงวัยประมาณ 3 ปีขึ้นไป แต่ในช่วงก่อนหน้านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตได้ว่า เด็กจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้เร็วหรือไม่ หรือบางครั้งเด็กมีการจดจำคำศัพท์ที่ได้ยินด้วยตนเองโดยที่เราไม่ได้สอน เช่น ได้ยินผ่านการสนทนาของผู้ใหญ่ ได้ยินผ่านสื่อต่างๆ เป็นต้น

มีความจำแม่น เด็กที่เรียนรู้ได้เร็ว ไม่เพียงแต่จะมีความจำที่ดีในเรื่องของคำศัพท์หรือภาษาเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการจดจำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นระยะเวลานานกว่าเด็กทั่วๆ ไปอีกด้วย โดยความจำในลักษณะนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเหตุการณ์ที่เด็กประทับใจเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหตุการณ์ทั่วๆ ไป หรือเหตุการณ์ที่ผู้ปกครองไม่คิดว่าเด็กจะจดจำ เช่น สถานที่ที่ขับรถผ่าน บุคคลที่คุณพ่อคุณแม่เคยสนทนาด้วย เหล่านี้เป็นต้น

มีประสาทสัมผัสที่ดี การเรียนรู้ที่ไว เกิดจากประสาทสัมผัสที่ดี การหยิบจับสิ่งของที่คล่องแคล่วว่องไว มีความกระตือรือร้นชอบทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ มีความสามารถในการเรียนรู้จากประสาทสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งการได้ยิน การมองเห็น การสัมผัส การได้กลิ่น รวมไปถึงการลิ้มรส คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสของเด็กได้ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับเด็ก ไม่เร่งเมื่อเด็กต้องการใช้เวลาในการเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านประสาทสัมผัส รวมถึงการเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับธรรมชาติโดยตรงเช่น การเดินบนทราย บนพื้นหญ้า การเล่นดิน เป็นต้น

มีความคิดสร้างสรรค์ เกิดจากการใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี ผสมผสานกับการคิดต่อยอด และการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน การแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กนั้น อาจเป็นไปได้ทั้งการแสดงความคิดเห็น การถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะ หรือการแสดงออกในรูปแบบของท่าทางหรือพฤติกรรม เด็กที่มีการทำงานของสมองที่ดีและเรียนรู้ได้ไว มักใช้เวลาอยู่กับการเล่นและการจินตนาการมากกว่าปกติ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรที่จะมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระหรือเสียเวลา แต่ควรให้คำแนะนำและสนับสนุนเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์นี้เป็นประโยชน์ต่อเด็ก

ใส่ใจในรายละเอียด พฤติกรรมการใส่ใจในรายละเอียดนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงความฉลาดและการเรียนรู้ที่ดีของเด็ก โดยเด็กมักแสดงออกถึงการรับรู้ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ หรือสังเกตในสิ่งที่บางครั้งผู้ใหญ่อาจมองข้าม เช่น สีที่แตกต่างกัน ความยาว-สั้นของสิ่งของ หรือการมีสิ่งแปลกปลอมปนอยู่กับสิ่งอื่นๆ เป็นต้น โดยหากว่าเด็กมีพฤติกรรมในลักษณะนี้ ผู้ปกครองควรให้เวลากับเด็กในการจัดการกับความละเอียดของตนเอง และไม่ควรตำหนิจนทำให้เด็กรู้สึกผิด

อารมณ์ดีมีอารมณ์ขัน เด็กที่เรียนรู้ได้ไวมักมีอารมณ์ที่ดี มีอารมณ์ขัน รู้สึกสนุกกับการเล่นคำ ชอบเรื่องราวที่มีความตลก สนุกสนาน หรือแฟนตาซี อารมณ์ที่ดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้การสนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

การที่จะทำให้เด็กฉลาด สมองไว เรียนรู้ได้เร็วนั้น นอกจากการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จากสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูของพ่อแม่แล้ว โภชนาการก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอครบถ้วน สารอาหารจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน อาจส่งผลให้มีการเพิ่มเซลส์ประสาทในสมองและเชื่อมระหว่างเซลล์ประสาทเพิ่มมากขึ้น การส่งผ่านถ่ายทอดข้อมูลในสมองเป็นไปอย่างรวดเร็วสารอาหารอย่าง แอลฟาแล็คตัลบูมิน พบได้ในน้ำนมแม่ เป็นสารอาหารประเภทโปรตีนคุณภาพ มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างสื่อประสาทในสมองของเด็ก และเมื่อทำงานร่วมกับสารอาหารอย่าง ลูทีน (Lutein) โคลีน (Choline) และ ดีเอชเอ (DHA) จะยิ่งทำให้มีผลต่อกระบวนการสร้างความจำที่ดี

ผู้ช่วยคอกาแฟชงแก้วโปรดด้วยตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283465

ผู้ช่วยคอกาแฟชงแก้วโปรดด้วยตัวเอง

ผู้ช่วยคอกาแฟชงแก้วโปรดด้วยตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เนสกาแฟ ดอลเซ่ กุสโต้ โมเวนซ่า ได้ทั้งร้อนและเย็น

ด้วยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่แสนจะรีบเร่ง การได้มีเวลาสักเล็กน้อยนั่งดื่มด่ำกับกาแฟชั้นดีก่อนการเริ่มต้นวันใหม่ คงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแสนพิเศษ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้

เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้ (Nescafe Dolce Gusto) นำโดย เพิร์ล พอนส์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ แบรนด์เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดตัวเครื่องชงกาแฟระบบแคปซูล รุ่น โมเวนซ่า (Movenza) ตอบโจทย์สุนทรียภาพด้านการดื่มกาแฟ ราวกับเสิร์ฟอยู่ในร้านกาแฟชั้นนำ พร้อมรูปลักษณ์สวยงามประหนึ่งผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ แม้ไม่ใช่บาริสต้ามืออาชีพก็ยังสามารถชงกาแฟแก้วโปรดได้ เพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ ด้วยเวลาเพียง 1 นาที เพียงใส่แคปซูลลงในเครื่อง ปรับระดับน้ำตามที่ระบุบนแคปซูล จากนั้นเลือกชนิดเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น เพียงเท่านี้ก็สามารถเนรมิต คอฟฟี่ คัพได้หลากหลาย ทั้งแบล็ค คัพ, ไวท์ คัพหรือ วาไรตี้ คัพ อาทิ เอสเพรสโซ, คาปูชิโน, ลาเต้ มัคคิอาโต้, คาเฟ่ โอเล่ หรือแม้แต่เมนูวาไรตี้ อย่าง มอคค่า, ชอคโคชิโน่ และกรีนที

เพิร์ล พอนส์

ภายในงานยังมี 3 เซเลบริตี้คอกาแฟผู้เลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตเสมอ ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับกาแฟแก้วโปรด เริ่มจาก เปิ้ล- จริยดี สเปนเซอร์ คุณแม่และสาวทำงานคนเก่งที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการออกแบบตกแต่ง จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์ของอุปกรณ์เครื่องใช้ทั้งที่บ้าน และออฟฟิศซึ่งต้องมีทั้งคุณภาพและรูปลักษณ์ที่สวยงาม บอกว่า “ประทับใจดีไซน์ของเครื่องชงกาแฟโมเวนซ่าที่ได้แรงบันดาลใจจากวิวัฒนาการของเมล็ดกาแฟ ซึ่งเห็นแล้วว้าวเลย ตอบโจทย์ครบทั้งดีไซน์เรียบโก้ ขนาดกะทัดรัด และใช้งานง่าย ทั้งยังเพิ่มฟังก์ชั่นการประหยัดพลังงานจึงปิดเครื่องอัตโนมัติ สามารถวางได้ทุกมุมของบ้าน เป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยเลยทีเดียว”

เปิ้ล-จริยดี สเปนเซอร์, แพร วัชราภัย และ พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์

พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์ ทายาทสวนนงนุชพัทยา และดีไซเนอร์เครื่องประดับสไตล์วินเทจ เล่าถึงปัจจัยในการเลือกเครื่องชงกาแฟสักเครื่องว่า “แต่ละวันมีหลายเรื่องที่ต้องทำจึงมีเวลาช่วงเช้าสั้นมาก เครื่องชงกาแฟที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และให้รสชาติที่ดีจึงเป็นสิ่งที่มองหา ซึ่งเครื่องกาแฟระบบแคปซูล รุ่นโมเวนซ่าตอบโจทย์มาก ๆ ด้วยระบบออโตเมติกแบบทัชสกรีน การสั่งงานเปิด-ปิดและปรับระดับน้ำด้วยปลายนิ้วสัมผัส รอน้ำร้อนไม่ถึง 30 วินาทีก็ได้กาแฟแก้วโปรดที่ให้รสชาติดี แถมมีความดันที่ใช้ในการชงกาแฟสูงสุดถึง 15 บาร์ ซึ่งเป็นแรงดันระดับเดียวกับเครื่องชงกาแฟที่ใช้ในคาเฟ่ดีๆ อีกด้วย จึงไม่ต้องเสียเวลาไปรอคิวตามร้านกาแฟอีกแล้ว”

ภูภวิศ กฤตพลนารา

ภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE เผยมุมมองของการดื่มกาแฟที่เป็นเสมือนศิลปะในการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง “ก่อนเริ่มต้นลงมือทำงานต้องดื่มดับเบิ้ล เอสเพรสโซ เป็นประจำทุกวัน เพื่อปลุกความกระปรี้กระเปร่าในตนเอง เครื่องชงกาแฟดี ๆ สักเครื่องจึงถือเป็นความบันเทิงใจอย่างหนึ่งในการปรนเปรอตัวเอง แต่ด้วยความที่เป็นดีไซเนอร์ดังนั้นนอกจากเรื่องฟังก์ชั่นแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการดื่มกาแฟให้ดีขึ้นโมเวนซ่า จึงตอบโจทย์ได้อย่างตรงใจ”

ติดตามเคล็ดลับดีๆ สำหรับคนรักกาแฟ และกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ของเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้ ได้ที่ http://www.dolce-gusto.co.th และ http://www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand  หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร.02-6578601

ส่องความงาม’มารีญา’เจ้าของมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283459

ส่องความงาม'มารีญา'เจ้าของมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2017

ส่องความงาม’มารีญา’เจ้าของมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2017

วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 16.24 น.

30 ก.ค.60 ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ซึ่งสาวงามที่คว้าตำแหน่งในปีนี้ ก็คือ “มารีญา พูลเลิศลาภ” นางแบบและนักร้องสาว ลูกครึ่งไทย – สวีเดน อายุ 25 ปี เจ้าของความสูง 184 เซนติเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเต็งของการประกวดในครั้งนี้นั่นเอง

มาริญา พูลเลิศลาภ จบการศึกษาปริญาโท ด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยสต๊อกโฮล์ม สคูล ออฟ บิซิเนส ประเทศสวีเดน สามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ สวีเดน และจีนกลาง

ทั้งนี้ สาวมาริญา ได้รับรางวัลเงินสด 1 ล้านบาท มงกุฎเพชร ชุดเครื่องประดับ จากบิวตี้ เจมส์ สายสะพาย ถ้วยเกียรติยศ เงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์ฮอนด้า ซีวิก เทอร์โบ อาร์เอส มูลค่า 1.2 ล้านบาท 1 คัน ของรางวัลและผลิตภัณฑ์จากผู้สนับสนุน และจะเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้

วันนี้แนวหน้าออนไลน์ขอพามาส่องความสวยของสาวมารีญา เจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 กันแบบเต็มๆ เลยทีเดียว