ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระแก้วมรกตน้อย’ ภูมิราชสิริสักการะแห่งพระนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283278

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระแก้วมรกตน้อย’ ภูมิราชสิริสักการะแห่งพระนคร

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระแก้วมรกตน้อย’ ภูมิราชสิริสักการะแห่งพระนคร

วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระสังฆราชทรงนำการสวดมนต์

ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อวันพฤหัสบดีที่27 กรกฎาคม 2560 เวลา 17.00 น. ณ พระลานพระราชวังดุสิตที่ผ่านมานั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร) เป็นประธานสงฆ์ร่วมกับพระสงฆ์ 241 รูป ได้นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ให้กับประชาชนแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาทรงออกแบบภาพปกหนังสือสวดมนต์และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ประดิษฐานเป็นประธานในพิธี เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลในวาระสำคัญนี้เป็นครั้งแรก

พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย)องค์นี้ได้สถาปนาขึ้นด้วยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำริว่า “พระราชวังสวนดุสิตเป็นพระราชวังอันสำคัญ เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) อีกแห่งหนึ่ง สมควรจะมีเจดียฐานอันประเสริฐ ไว้เป็นที่ทรงกระทำสักการบูชา เช่นพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ซึ่งประดิษฐานอยู่ใน พระบรมมหาราชวัง ให้เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติคุณแห่งพระองค์ (รัชกาลที่ 5)ผู้เป็นพระพุทธศาสนูปถัมภกอันยิ่ง” อีกทั้งจะได้สถาปนาเจดียฐานคือพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น “เพื่อเป็นราชสิริได้ทรงสักการบูชาแลเป็นศรีแห่งพระนคร อีกทั้งประชาชนในพระราชอาณาจักรทั่วไป” เสียพร้อมกันด้วย


เจ้าฟ้าจักรพงษ์ และรัชกาลที่ 5

ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ไปว่าจ้างห้างคาร์ล ฟาแบร์เช่ (Carl Fabergé) ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย สลักพระพุทธรูปด้วยหยกสีเขียว แต่เมื่อเจียระไนแล้วเกิดการชำรุดขึ้น จึงต้องหาหยกก้อนใหม่ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเวลานั้น มาสลักเป็นพระพุทธรูปตามตัวอย่างที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งไปเป็นต้นแบบ

เมื่อสลักแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2457 ก็เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 ขึ้นในยุโรป แต่ด้วยพุทธานุภาพของพระพุทธรูป จึงดลบันดาลให้เรือเดินทาง มาถึงกรุงเทพมหานครได้โดยสวัสดิภาพ ในปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้สมโภชพระพุทธรูปและถวายพระราชพิธีพุทธาภิเษกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับ ถวายพระนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย)” พระพุทธรูปหยกองค์นี้มีพระเศียรคล้ายกับพระพุทธสิหิงค์ คือมีพระศกเป็นขมวดใหญ่ มีพระเมาลีทรงสูง และรัศมีเป็นดอกบัวตูมแต่พระวรกายและจีวรห่มดองแบบพระภิกษุมหานิกายสลักให้ดูเป็นธรรมชาติ ประทับเหนือเกสรบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย โดยเฉพาะส่วนที่เป็นพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้ก็คือใต้ฐานองค์พระ มีชื่อห้างฟาแบร์เช่สลักไว้ อันถือได้ว่าพระแก้วมรกตน้อยองค์นี้เป็นพระพุทธรูปองค์แรกของไทยที่มีชื่อผู้สร้างและปีการสร้างตามธรรมเนียมของการสร้างงานศิลปะแบบตะวันตก นับว่าเป็นแบบอย่างที่แสดงถึงค่านิยมศิลปะตะวันตกที่ได้สร้างสรรค์ในงานศิลปะอย่างไทยที่ดงามที่สุด และการอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีในวันมหามงคลจึงเป็นมหามงคลยิ่ง อันเป็นภูมิราชสิริแห่งการสักการบูชา เพื่อเป็น ศรีแห่งพระนครและอาณาประชาราษฎร์ขึ้นอีกวาระหนึ่ง


ชื่อผู้สร้างและปีที่สถาปนา


พระแก้วมรกตน้อย


พระแก้วมรกตน้อย สร้างด้วยหยกเขียว


อัญเชิญพระแก้วมรกตน้อย


อัญเชิญสู่มณฑลพิธี

โรคติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงที่มีเห็บเป็นพาหะและโรค SFTS ที่กำลังฮือฮากัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283282

โรคติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงที่มีเห็บเป็นพาหะและโรค SFTS ที่กำลังฮือฮากัน

โรคติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงที่มีเห็บเป็นพาหะและโรค SFTS ที่กำลังฮือฮากัน

วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากข่าวที่ว่า.. มีหญิงชาวญี่ปุ่นวัย 51 ปีเสียชีวิต หลังจากถูกกัดโดยแมวจรจัดที่ป่วย ซึ่งวินิจฉัยว่าเสียชีวิตด้วยโรค SFTS(Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome) หรือโรคติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงที่มีเห็บเป็นพาหะ โดยสันนิษฐานว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก “เห็บ” ในแมว

เมื่อข่าวนี้กระพือออกไป ความวิตกก็เริ่มเกิดขึ้นในหมู่คนรักแมว ความจริงจะเป็นอย่างไร วันนี้ผมมีข้อมูลดีๆ จาก รศ.น.สพ.ดร.สนธยา เตียวศิริทรัพย์ เกี่ยวกับเห็บและโรค SFTS ครับ

“เห็บ” เป็นปรสิตภายนอกที่สามารถพบได้ทั่วไปในสุนัข และอาจพบได้บ้างในแมว แต่ปรสิตภายนอกที่พบใน “แมว” นั้นมักจะเป็น “หมัด” มากกว่า

วงจรชีวิตของ “เห็บ” มี 3 ระยะต่างๆ คือ 1.ไข่ 2.ตัวอ่อน 3.ตัวกลางวัย และ 4.ตัวเต็มวัย เห็บทุกระยะต้องกิน “เลือด”เป็นอาหาร

เห็บที่พบในประเทศไทยนั้นมีหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่นั้นจะพบได้ในสัตว์ป่า ส่วนเห็บที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงนั้นมีเพียงชนิดเดียวคือ “เห็บสีน้ำตาล” หรือ “Brown dog tick” ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Rhipicephalus sanguineus

เห็บสีน้ำตาลนั้น เป็นพาหะที่นำเชื้อโรคพยาธิเม็ดเลือดหลายชนิดสู่สัตว์เลี้ยง เห็บจะได้รับเชื้อเมื่อไปดูดเลือดจากสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรค หลังจากนั้นเชื้อจะเข้าไปพัฒนาและเจริญอยู่ภายในร่างกายของเห็บ เมื่อเห็บไปดูดเลือดสัตว์เลี้ยงอีกครั้ง เห็บก็จะถ่ายทอดเชื้อผ่านทางน้ำลายของเห็บเข้าสู่ร่างกายของสัตว์ เชื้อบางชนิดก็จะติดต่อสู่สุนัขจากการที่สุนัขกินเอาเห็บติดเชื้อเข้าไป

สำหรับโรค SFTS หรือ Severe Fever with ThrombocytopeniaSyndrome นั้น “ยังไม่พบว่ามีการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ในประเทศไทย” ทว่ามีรายงานเกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่ที่เกิดจากเชื้อไวรัสนี้ใน 3 ประเทศในเอเชีย คือ “จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้” โดยมีอัตราการตายที่ร้อยละ 12-30

อาการส่วนใหญ่ที่พบในคนคือ มีไข้ อาเจียน ท้องเสีย การทำงานของอวัยวะต่างๆ เสียไป เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ ค่าของเอนไซม์ตับเพิ่มสูงขึ้น โดยพบการติดเชื้อนี้ได้ในสัตว์หลายชนิด

การติดต่อของโรค อาศัย “เห็บ” เป็นพาหะ และยังสามารถติดต่อโดยตรงจากคนสู่คนผ่านทาง “เลือดและสารคัดหลั่ง” ด้วย ล่าสุดมีรายงานการติดเชื้อจากแมวมาสู่คนผ่านทางการกัดของแมวที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ขอเน้นว่า ยัง “ไม่พบว่ามีการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ในประเทศไทย” รวมทั้ง “ยังไม่พบว่ามีรายงานการติดเชื้อไวรัสนี้ในเห็บสีน้ำตาล” (เห็บที่พบในสัตว์เลี้ยงบ้านเรา) อีกด้วย

ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยง “อย่าเพิ่งกังวล” เกี่ยวกับการติดเชื้อโรคนี้จากแมว แต่สิ่งที่ควรระวังน่าจะเป็น “โรคพิษสุนัขบ้า” (ที่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นสุนัขและแมวเป็นพาหะ) มากกว่า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะไม่มีคนตื่นตระหนกจนกระทั่งนำแมวไปปล่อยตามวัดและที่สาธารณะกันนะครับ

แต่ถึงแม้ว่ายังไม่พบว่ามีการนำเชื้อจากสัตว์เลี้ยงมาสู่คนผ่านทางเห็บในประเทศไทยก็ตาม แต่การป้องกันและกำจัดเห็บในสัตว์เลี้ยงนั้นก็ยังมีความสำคัญมากครับ เพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่ดีซึ่งจำเป็นต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การกำจัดเห็บบนสัตว์เลี้ยง การกำจัดเห็บในสิ่งแวดล้อม และการป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงได้รับเห็บเข้ามาใหม่

สำหรับยาและสารเคมีที่นำมาใช้ในการกำจัดและควบคุมเห็บในสัตว์เลี้ยงและในสิ่งแวดล้อมนั้นก็มีอยู่หลายชนิด บางอย่างก็มีอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและเจ้าของสัตว์ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนการเลือกใช้นะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จุฑาพร เริงรณอาษา’ ยึดหลักการทำงานที่เรารัก คือการพักผ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283179

‘จุฑาพร เริงรณอาษา’ ยึดหลักการทำงานที่เรารัก คือการพักผ่อน

‘จุฑาพร เริงรณอาษา’ ยึดหลักการทำงานที่เรารัก คือการพักผ่อน

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เรื่องของการท่องเที่ยวยังคงเป็นตัวทำรายได้เข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กันไป ทางรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” จะพาไปพูดคุยกับ “จุฑาพร เริงรณอาษา” ประธานคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงการเข้ามาช่วยงาน ฯพณฯ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

จุฑาพร เริงรณอาษา เล่าว่า “งานที่มาทำตรงนี้หลักๆ คงมาช่วยงานทางด้านท่องเที่ยวของท่านรัฐมนตรี เพราะท่านรัฐมนตรีก็มีบทบาททั้งทางด้านการท่องเที่ยวและก็การกีฬา แล้วก็คงจะเป็นว่าเพราะพี่เพิ่งเกษียณจากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แล้วก็มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการท่องเที่ยว ก็อยู่ ททท.มา 39 ปี ตั้งแต่จบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เกือบ 40 ปี ก็คงจะใช้พื้นฐานเรื่องประสบการณ์ในการทำงานด้าท่องเที่ยว มาช่วยงานท่านรัฐมนตรีทางด้านการท่องเที่ยว

ก็คงต้องเรียนว่าเรื่องของการท่องเที่ยว คงไม่ใช่เรื่องของการทำงานด้านการตลาดอย่างเดียว เพราะตอนนี้เรื่องท่องเที่ยวก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ปัญหาของด้านท่องเที่ยวก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะ ในเรื่องของด้านการพัฒนา ในเรื่องของการที่จะดูแลแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็รวมทั้งจริงๆ แล้วเรื่องท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญในการที่จะบูรณาการกับหน่วยงานภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและก็เอกชน

ตอนสมัยที่อยู่ ททท.ก็ผลักดันหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่คนยังจำได้อยู่คือ เรื่องเวดดิ้ง อยากจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในเรื่องแต่งงาน การฮันนีมูน ซึ่งในเรื่องนี้แน่นอนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.ก็ยังทำเรื่องนี้ต่อไป ในขณะเดียวกันในภาคที่ของท่านรัฐมนตรีหรือในด้านของกระทรวง ก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันในเรื่องของการที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเรื่องของเวดดิ้งแอนด์ฮันนีมูน

ทีนี้ปัญหาเรื่องของการแต่งงานก็คือ เราคงจะไม่ใช่ไปเจาะแค่ตลาดใดตลาดหนึ่ง ซึ่งเดิมที่ผ่านมาเราจะได้ตลาดคู่แต่งงานจากอินเดียค่อนข้างเยอะ แต่ตอนนี้ก็ขยายไปยังตลาดอื่นๆ อีก แล้วก็ในขณะเดียวกันอย่างเช่น ตลาดฮ่องกงก็เริ่มเข้ามาแต่งงานในบ้านเราเยอะ แต่ทีนี้บางทีการที่เข้ามาทำพิธีแต่งงานในบ้านเรา ก็อาจจะเจอปัญหาบ้างบางส่วน หรือว่าในเรื่องที่จะต้องไปบูรณาการ หรือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ท่านรัฐมนตรีกอบกาญจน์ ก็เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะมาช่วยผลักดัน หรือว่าช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกกับการท่องเที่ยวในการทำตลาดเวดดิ้ง ยกตัวอย่าง คู่รักชาวฮ่องกงที่ตอนนี้เราเริ่มจะเข้ามาจัดงานแต่งงานที่บ้านเรา แต่เขาต้องการให้มีการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้อง ทีนี้การจดทะเบียนสมรสบางทีก็ไปติดขัดที่ว่า ทางระเบียบหรือทางสำนักงานเขตเรา ต้องการเอกสารที่ค่อนข้างจะมากมาย

เพราะว่ากระทรวงมหาดไทย หรือทางสำนักงานเขตของเรา ไปออกกฎระเบียบเรื่องการแต่งงานในบ้านเรา จะต้องเป็นคนสัญชาติไทย ที่เขาออกกฎค่อนข้างระเบียบ เพราะว่า เป็นเรื่องของการป้องกันชาวต่างชาติที่มาแต่งงานกับคนไทย แต่พอจริงๆ เป็นเรื่องของชาวต่างชาติกับชาวต่างชาติที่เขาแต่งงานกัน มันก็สามารถที่จะแก้ไขระเบียบหรืออะไรให้เหมือนกับผ่อนปรนระเบียบเหล่านี้ได้ เป็นต้น

คู่รักที่มาใช้บ้านเราเป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน เขาคงคิดว่าหลักๆ คงเป็นเรื่องของบ้านเรามีศักยภาพค่อนข้างสูงในด้านของความสวยงามทางธรรมชาติ ขณะเดียวกันที่สำคัญสุดคือ เรื่องของการบริการ คือคนไทยเราสามารถที่จะเนรมิตทุกอย่างให้ได้ แล้วก็คนไทยเราก็มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดงานแต่งงาน เพราะเรื่องของเวดดิ้งเดสสิเนชั่น มันต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็พร้อมที่จะทำงานได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ เพราะว่าทุกคนก็คงจะต้องแบบครั้งเดียวในชีวิตนะคะ แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อเร็วๆ นี้ เราก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน เดสสิเนชั่นเวดดิ้ง คองเกรส แพลนเนอร์ โดยเลือกที่ภูเก็ต เป็นสถานที่จัดงาน เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา แล้วก็มีเวดดิ้ง แพลนเนอร์จากทั่วโลก ที่เป็นระดับดังๆ มากว่า 150 คน อาทิ คุณเพรสตัล เบนลี่ เป็นนักจัดดอกไม้ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง เวลาเขาจัดงานแต่งงานที จะเป็นแบบราคามหาศาลมาก ฉะนั้นการที่เราสามารถนำบุคคลเหล่านี้มาภูเก็ต เขาก็สามารถที่จะมาดูศักยภาพของบ้านเรา ว่าเรามีความพร้อมที่จะจัดงานแต่งงานให้กับคู่แต่งงานจากทั่วโลกได้ด้วย

ส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการที่จะประสานงานและก็บูรณาการให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการด้านกีฬามากขึ้น จะเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี้เรามีเรื่องของมาราธอน แล้วก็กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก แล้วก็ท่านรัฐมนตรีกำลังผลักดันให้ แบงคอกมาราธอน หรือเกาะสมุยมาราธอน เชียงใหม่หรือภูเก็ตเหล่านี้ ให้เป็นหนึ่งในที่ที่จะต้องเข้าไปอยู่ในซีรี่ส์มาราธอนของทั่วโลก อย่าง บอสตันมาราธอน โตเกียวมาราธอน อะไรต่างๆ เหล่านี้ ฉะนั้นถ้าเราสามารถเป็นหนึ่งในซีรี่ส์ได้ ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวหรือว่าคนต่างชาติเข้ามาร่วมวิ่งในบ้านเราเป็นหมื่นๆ คนได้

อีกส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องของการไบค์ ที่กำลังเป็นที่นิยม แล้วก็เรากำลังผลักดันเรื่องของทัวร์เดอโขง อย่างสมมุติเขามี ตูเดอฟรองต์แล้ว ทำไมเราจะมี ตูเดอโขงของเราไม่ได้ ก็คือจะเป็นเรื่องของการขี่จักรยานเลาะแม่น้ำโขง แล้วก็เป็นเรื่องที่เราสามารถจะกระตุ้นเอาคนกลุ่มซีเอ็มวีเข้ามาร่วมด้วย รวมทั้งคนไทยและก็ต่างชาติเข้ามาด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาเซียนคอนเนค ก็มีส่วนสำคัญมาก แล้วก็ในขณะเดียวกันเราก็เป็นจุดศูนย์กลางที่สามารถจะเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางทะเล หรือว่าทางอากาศได้ ฉะนั้นในการที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางซีเอ็มวี เราก็สามารถที่จะเอาประเทศไทยเรานี้ขายผนวกร่วมกับเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ตลาดจากทางยุโรป หรือตลาดจากทางสหรัฐอเมริกา หรือตลาดไกลๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหม่ เหล่านี้เวลาเขามาทางภูมิภาคเรา เขาก็คงจะไม่มาบ้านเราที่เดียว ฉะนั้นในการที่ประเทศเหล่านี้เพิ่งเปิดประเทศ แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยวหรือมีสิ่งดึงดูดน่าสนใจต่างๆ เราก็สามารถที่จะไปผนวกประเทศเรากับประเทศของเขาได้ แล้วก็เป็นการทำงานร่วมกัน เป็นบูรณาการร่วมกันในเวทีของอาเซียนด้วยกันด้วย

ท่านรัฐมนตรีก็เลยถึงมีนโยบายอย่าง ทูคันทรี่วันเดสสิเนชั่น ก็คือเราก็จะไปจับมือกับ…อย่างสมมุติว่า ประเทศไทยกับพม่า หรือประเทศไทยกับกัมพูชา ประเทศไทยกับลาวเหล่านี้ เป็นต้น ในการที่จะไปขายแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน

จริงๆ แล้วงานที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ ถามว่าแทบจะไม่ต่างจากงานตอนอยู่ททท.เลย ก็เป็นงานที่มองอีกด้านอีกมิติหนึ่งนะคะ เพราะตอนอยู่ททท. เราไปเน้นแค่เรื่องมาร์เก็ตติ้ง หรือด้านการตลาด แต่ในบทบาทอันนี้ของทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็คิดว่าเราเห็นว่าการตลาดมาแล้ว มีปัญหาทางด้านพัฒนาอย่างไร แล้วก็ทางฝ่ายด้านพัฒนาควรจะมีเรื่องของการแก้ไขปรับปรุงอย่างไร หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น หรือในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวก ที่เราจะต้องไปประสานกับกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะต้องเข้ามาเอื้ออำนวยให้นักท่องเที่ยว

เรื่องการท่องเที่ยวถามว่าเราคิดว่ายังมีศักยภาพในการทำเงินทำรายได้ให้กับประเทศไทยได้อีกมหาศาลนั้น แต่ประเด็นคือ เรื่องนโยบาย คือเราไม่อยากจะให้การท่องเที่ยวไปกระจุกตัวอยู่ที่แหล่งท่องเที่ยวใดท่องเที่ยวหนึ่ง น่าจะมีการกระจายตัวไปยังท้องถิ่นให้มากขึ้น ถึงมีเรื่องของโลโคเอ็กซ์พีเรียนซ์ขึ้นมา แล้วก็ไปยังชุมชนอะไรต่างๆ ก็คงต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทาง อพท. หรืออย่างชุมชนอะไรต่างๆ ในการที่จะไปพัฒนาชุมชน แล้วก็ให้ชุมชนเหล่านี้ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ด้วย

สำหรับเรื่องที่ว่า ที่ผ่านมาอยู่กับการท่องเที่ยวมาเกือบ 40 ปี แล้วมาอยู่ตรงนี้อีก ถามว่าพอวัย 60 ปีแล้วกับการทำงานที่ยังหนักอยู่ และมีเวลาพักผ่อนอย่างไร คงต้องบอกว่าการทำงานนี่เป็นงานพักผ่อนอยู่แล้วนะคะ เพราะความที่เราโชคดีที่ทำงานกับเรื่องของการท่องเที่ยว ในเรื่องของการทำงานท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่เรารัก แล้วเราก็ชอบอยู่แล้ว ฉะนั้นในการทำงานก็ไม่มีความรู้สึกว่าเราต้องไปทำงานหนัก แต่หมายถึงว่าเราก็ได้ท่องเที่ยวไปด้วย ได้ไปเรียนรู้ และก็ประสบการณ์ต่างๆ จากการไปท่องเที่ยว ก็นำมาพัฒนาปรับปรุงในแง่ของการทำงานของเรา”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

เปิดบ้านมอบความสุขแก่เด็กและเยาวชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283177

เปิดบ้านมอบความสุขแก่เด็กและเยาวชน

เปิดบ้านมอบความสุขแก่เด็กและเยาวชน

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สวนน้ำรามายณะ พัทยา สวนน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นสวนน้ำที่ดีที่สุดอันดับที่ 3 ของเอเชีย และอันดับที่ 19 ของโลก จัดกิจกรรม CSR เพื่อสังคม ส่งมอบความสุขแก่เด็กและเยาวชน โดยมีทีมพนักงานและไลฟ์การ์ดจากสวนน้ำรามายณะ พัทยา ต้อนรับและดูแลอย่างใกล้ชิด

สวนน้ำรามายณะพัทยาได้มีกิจกรรมให้น้องๆ ร่วมสนุกกัน ทั้งการวาดภาพระบายสี และพาน้องๆสนุกไปกับเครื่องเล่นใน โซนอควาเพลย์ (AQUA PLAY) และโซนอควาสแปลช (AQUA SPLASH) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัย ควบคู่ไปกับความสนุกสนานได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลจากพนักงานมืออาชีพ และรองรับด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

โครงการ CSR ของสวนน้ำรามายณะ พัทยา เป็นหนึ่งในพันธกิจของสวนน้ำ ที่ต้องการแบ่งปันความสุขให้แก่เด็กด้อยโอกาส ส่งเสริมการเรียนรู้ และเสริมสร้างประสบการณ์ผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทางสวนน้ำรามายณะได้จัดกิจกรรม CSR ดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน องค์กรเพื่อสังคมใดต้องการเข้าร่วมกิจกรรม CSR ของทางสวนน้ำ ติดต่อได้ที่ โทร.033-005929 เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความสุขและแบ่งปันโอกาสแก่เด็กและเยาวชนต่อไป

Fashion Update : LONGCHAMP Fall 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283173

Fashion Update : LONGCHAMP Fall 2017

Fashion Update : LONGCHAMP Fall 2017

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลองฌอมป์ (LONGCHAMP)แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำจากกรุงปารีส ร่วมสรรเสริญทุกความงดงามของอิสตรีทั่วโลก ที่มีทั้งความอิสระในการแสดงออกและทัศนคติแบบเฉพาะตัวของหญิงสาวยุคใหม่ ด้วยคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2017

โซฟี เดอลาฟองเตน (Sophie Delafontaine) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์และทายาทคนสำคัญของแบรนด์ ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากทัศนคติอันเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวปารีเซียงในยุคปฏิวัติ 1970 ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขใจในอิสรภาพและกลั่นกรองออกมาเป็นคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงอันสมบูรณ์แบบ ผ่านหลากโทนสีจัดจ้านที่เป็นตัวแทนของยุค 70 ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงอเมทิสต์หรูหรา หรือความอ่อนโยนของสีม่วงไลแลค ตัดด้วยเฉดสีสดอย่างสีแดง สีชมพู และสีคอรัล รวมถึงความหลากหลายของเนื้อผ้าที่มีความแพรวพราว แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ลองฌอมป์ ผลลัพธ์ที่ได้คือคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่พร้อมจะปลดปล่อยความอิสระของผู้หญิงออกมาได้อย่างสง่างาม

เริ่มต้นด้วย เพเนโลป อาร์ตี้ (Penelope Arty) หนึ่งชิ้นงานที่โดดเด่นด้วยเทคนิคของศิลปะลวงตา (Op Art) บ่งบอกถึงความชำนาญด้านเครื่องหนังอันเลื่องชื่อของลองฌอมป์ได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำรุ่นเพเนโลปสุดคลาสสิกมาตีความใหม่ ปรากฏให้เห็นได้ชัดผ่านลูกเล่นของเทคนิคแพทช์เวิร์กที่ผสมผสานหลากวัสดุทั้งหนังเมทัลลิก หนังเคลือบ และหนังกำมะหยี่ รวมถึงการใช้หลากโทนสีที่สะดุดตา ผ่านรูปทรงเรขาคณิต ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดเป็นผลงานที่ทั้งทันสมัยและน่าหลงใหลเฉกเช่นผลงานศิลปะของศิลปินชาวฝรั่งเศส อย่าง วิคเตอร์ วาซารีลี ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งศิลปะลวงตา

อีกหนึ่งชิ้นงานที่สะท้อนศิลปะของการเป็นผู้หญิงออกมาได้งดงาม นั่นคือ รุ่นเอฟฟรองเต้ (Effrontée) กระเป๋าที่เป็นตัวแทนของหญิงสาวขี้เล่น ผู้พร้อมจะออกนอกกฎเกณฑ์ในทุกเมื่อ ดั่งจะเห็นได้จากส่วนผสมอันลงตัวของเทคนิคการใช้พื้นที่ว่างตัดกับลวดลายอะราเบสก์ ศิลปะอิสลามที่พบเห็นได้ตามผนังของมัสยิดทั่วโลก ผลลัพท์ที่ได้คือผลงานเลิศศิลป์ที่ทั้งเก๋ไก๋ และโก้หรูในแบบที่ไม่มีใครเหมือนทันสมัย น่าหลงใหล

กราฟิก และ นามธรรม นี่คือนิยามหลักของคอลเลคชั่นเสื้อผ้าประจำฤดูใบไม้ร่วงของลองฌอมป์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดผ่านทุกชิ้นงาน ดั่งจะเห็นได้จากลายแพทเทิร์นไวเบรชั่น (Vibration) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมุมมองด้านศิลปะของวัตถุที่มีการสั่นสะเทือนแบบสามมิติ ซึ่งถูกนำมาถักทอลงบนชิ้นงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระโปรงมินิสเกิร์ตหรือเดรสยาวทรงหลวมที่มีกลิ่นอายของยุค 70 ก็ล้วนสร้างเอกลักษณ์และความสดใหม่ได้เป็นอย่างดี เสื้อโค้ทก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานหลักที่มาเติมเต็มคอลเลคชั่นนี้ ด้วยรูปทรงที่หลากหลายและถูกแต่งแต้มด้วยหลากวัสดุอย่างเสื้อโค้ทหนังแกะที่เสริมแต่งบริเวณแขนเสื้อด้วยหนังเมทัลลิกในไลน์ออฟอาร์ต รวมถึงเสื้อโค้ทขนแกะทรงหลวมทำให้คอลเลคชั่นนี้ลงตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คอลเลคชั่นรองเท้า มีทั้ง รองเท้าบู๊ททรงสูงหรือรองเท้าแฟลตรุ่นเอฟฟรองเต้ ที่นำเทคนิคเดียวกันของกระเป๋ามาดัดแปลงรวมถึงรองเท้าส้นสูงที่ครึ่งหนึ่งตกแต่งด้วยหนังลูกวัว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นหนังแพะกำมะหยี่ และรองเท้าอีกหนึ่งรุ่นที่หญิงสาวทุกคนจะต้องหลงรัก คงจะหนีไม่พ้นรองเท้าบู๊ทส้นสูงที่ประดับประดาด้วยลวดลายเรขาคณิต ซึ่งเป็นความโดดเด่นของรุ่นเพเนโลป อาร์ตี้ ที่เมื่อสวมใส่แล้วจักต้องสะกดทุกสายตาที่พบเห็น

ตามไปอัพเดท LONGCHAMP Fall 2017 ได้ที่ ลองฌอมป์ (LONGCHAMP) ทุกสาขา นะคะ

คุณแหน : 29 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283175

คุณแหน : 29 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 29 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● กลุ่มสายสกุล “คชเสนี” และชาวไทยเชื้อสายมอญขอเชิญเข้าร่วมงานประดิษฐาน อนุสาวรีย์เจ้าพระยามหาโยธา (พญาเจ่ง) ต้นตระกูลและอดีตแม่ทัพมอญผู้กล้า วันที่ 30 ก.ค.ณ วัดอัมพุวราราม จ.ปทุมธานี เวลา 09.30-13.00 น…

 

●● เป็นศิษย์โรงเรียนราชินี เมื่อตอนเป็นเด็ก สัมโพธิ์ เทียนทอง มาเข้ากลุ่ม Line กับเพื่อนๆสาว(เหลือน้อย)ราชินี 63..ถูกจัดกลุ่มเข้าพวกไปเรียบร้อยแล้ว…

●● พิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่ออาทร-คุณแม่อนงค์ นครวิชัยกุล ของ วิไลวรรณ ประกอบสันติสุข ที่วัดโสมนัสเสร็จสิ้นพร้อมกันแล้ว หลังจากที่คุณแม่จากไปก่อน 12 ปี และคุณพ่อเพิ่งตามไปในปีนี้ เหตุผลที่ลูกรอจัดเผาพร้อมกัน เพื่อยืนยันรักอมตะของบุพการีนั่นเอง…

●● สัปดาห์ที่ผ่านมา ลานทิพย์ ทวาทศิน พร้อมคณะไปมอบข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นแก่ทหารกล้าแนวหน้าที่ปัตตานี…

●● “ยิ้มสู้คาเฟ่” โดย มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เป็นอีกร้านที่น่าสนับสนุน เพราะทั้งร้านดำเนินการโดยผู้พิการทางการได้ยิน สถานที่ตั้งไปทางสะพานพระราม 8 ฝั่งธนฯ อรุณอมรินทร์ 39 ไปอุดหนุนกันแล้วได้อิ่มบุญ-อิ่มใจไปเสร็จสรรพ…

●● ลูกกตัญญู ณัฐรี สมบูรณ์สุข เป็นสปอนเซอร์พา คุณพ่อสัญชัย-คุณแม่นวรัตน์ ไปเที่ยวยุโรปกลับมาแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เพื่อนๆ บุพการีที่ได้รับทราบข่าวสารยังสรรเสริญกันไม่หยุด…

●● มีคนแอบเม้าท์ว่า ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ ปราโมทย์ ฐิติวงศ์ฤทธิ์ คือ กูรูผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางงามทั้งไทยและเทศ อะไรเป็นเหตุให้เม้าท์กันขนาดนั้น ปะหน้ากันจังๆ ต้องถามให้ได้…

●● ไปอยู่ L.A. หลายสิบปีมาทำข่าวเด็กไทยในสหรัฐเยี่ยมแผ่นดินแม่ที่เมืองไทยครั้งนี้ สันทนี วายุโชติ กับ สุรพล สุขถาวร ได้มีโอกาสแวะเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าแต่(ไม่ยอม)แก่หลายสำนัก คุยเรื่องเก่า เล่าความหลังกันสนุกสนาน โดยก่อนขึ้นเครื่องกลับ เกียรติสม กลิ่นสุวรรณ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงให้ที่วิเศษไก่ย่าง ร้านดังเก่าแก่จริงจังของเซเลบรุ่นเดอะ ได้อิ่มท้องอิ่มใจกลับเมืองนางฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว !!… ●●

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 29 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283188

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 29 กรกฎาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 29 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“Student Meal” ชวนชิมเมนูจานร้อนสไตล์ญี่ปุ่นในราคาเบาๆ ทุกชุดเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม อาทิ ชุดข้าวเปปเปอร์หมูมินิ กับเนื้อหมูนุ่มคลุกเคล้าด้วยเนยสูตรพิเศษ, ชุดข้าวเปปเปอร์เนื้อมินิ กับเนื้อพรีเมียมนำเข้าจากอเมริกา, ชุดพาสต้าซีฟู้ด ทั้งกุ้งและปลาหมึกสดใหม่, ชุดข้าวเปปเปอร์ไก่มินิ กับเนื้อไก่คุณภาพดีโปรตีนเน้นๆ, ชุดสเต๊กเปปเปอร์หมูและไข่ กับหมูหมักซอสสูตรพิเศษ, ชุดข้าวแกงกะหรี่หมูและไข่ กับเนื้อหมูนุ่มและซอสแกงกะหรี่เข้มข้น ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่ชุดละ 99-155 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โทร.02-6633888

“Seabass Katsu” ชวนชิมเมนูปลากะพงชิ้นใหญ่ นำมาชุบเกล็ดขนมปังสีทอง กรอบอร่อยเต็มคำ 2 ชิ้นเต็มอิ่ม เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะร้อนๆในราคาพิเศษเพียง 159 บาท จากปกติ 189 บาท และเพิ่มเงิน 10 บาท รับเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ หรือเพิ่มเงิน 60 บาท รับเกี๊ยวซ่าและเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ และยังมีเกี๊ยวซ่าอัดแน่นด้วยไส้หมูสับ 4 ชิ้น ในราคาพิเศษเพียง 59 บาท จากปกติ 69 บาทวันนี้-15 ส.ค. ที่ร้านคัตสึยะ ทุกสาขา

“Buta Tare Series” ชวนชิมคอหมูสไลด์ชิ้นโตคัดพิเศษ ที่นำมาผัดกับซอสสไตล์ญี่ปุ่น ในรสชาติต้นตำรับ 3 เมนูใหม่ ทั้งข้าวหน้าหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่น และไข่ออนเซ็น, อุด้งร้อนหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่น และข้าวหน้ากุ้งเทมปุระและหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่น ในราคาจานละ 99-129 บาท หรือแบบเซตเสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะและเครื่องดื่ม ในราคาเซตละ 129-159 บาท วันนี้-31 ส.ค. ที่ร้านเทนยะ สาขาสยามแสควร์วัน,เซ็นทรัลบางนา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวสต์เกต และเซ็นทรัล พระราม 9

“บุฟเฟ่ต์อาหารไทย 4 ภาค” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารไทยมื้อเที่ยง อาทิ ยำส้มโอ, ไก่ห่อใบเตย, เมี่ยงคำ, ข้าวเกรียบปากหม้อ, แกงพริกใต้ซี่โครงหมู,ไก่ห่อขมิ้น, ข้าวยำปักษ์ใต้, ข้าวซอยไก่, กุ้งผัดเต้าซี่ ฯลฯ ในราคาท่านละ 550 บาทถ้วน และบุฟเฟ่ต์ข้าวต้มมื้อค่ำ ทั้งหัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊ว, กุ้งผัดเม็ดมะม่วง,ไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบ, ปลากระพงนึ่งบ๊วย, เป็ดย่างผัดขิง,ยำกุ้งสะดุ้งไฟ ฯลฯ ในราคาท่านละ 390 บาทถ้วน พิเศษผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปทานฟรี พร้อมลุ้นรับรางวัลกลับบ้านในวันเสาร์ที่ 29 ก.ค. ที่ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“พิซซ่าเซตเมนู” ชวนชิมพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้เริ่มกันด้วยที่เมนูพิซซ่าซิกเนเจอร์อย่างพิซซ่าซาลามี่ เข้ากันได้ดีกับซอสมะเขือเทศ และมอสซาเรลล่าชีสคุณภาพเยี่ยม นอกจากนั้น ยังมีกุ้งแม่น้ำผัดน้ำมันมะกอกสไตล์สเปน และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบเนย ให้รสชาติเข้มข้นเอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน ในราคาเซตละ 650 บาท++ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มไวน์คุณภาพพรีเมียม หลากหลายเมนูค็อกเทล และเครื่องดื่มสมูทตี้ อาทิ ทรอปิคอลลิ้นจี่ เลมอนเสาวรส วินเซอร์พันช์ สุขุมวิทดีไลท์ ฯลฯ วันนี้-30 ก.ย. ที่ห้องอาหารพิซซ่า คอนเนคชั่น โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 โทร.02-2621234

“Bonjour Bangkok Sawasdee Paris” ชวนชิมช็อกโกแลตคอลเลคชั่นใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และจุดเด่น ของสองนครใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกอบไปด้วยช็อกโกแลตบอนบอนทั้งหมด 24 ชิ้น สอดไส้ด้วยรสชาติซิกเนเจอร์ของทั้งสองประเทศ อาทิ รสต้มยำ, มะพร้าว, มะลิ, แชมเปญ,เหล้าแกรนด์มาเนีย, บิตเตอร์กานาช ฯลฯ สำหรับกล่อง 5 ชิ้นในราคา 225 บาทสุทธิ และกล่อง 16 ชิ้นในราคา 720 บาทสุทธิ วันนี้-30 ก.ย. ที่ห้องช็อกโกแล็บ โรงแรมโซโซฟิเทล แบงคอก โทร.02-6240000

“Central International Watch Pre Fair 2017” ชวนช็อปนาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดส่งตรงจากงานบาเซิลเวิลด์ 2017 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลด 10-30% รับเพิ่มส่วนลด บัตรของขวัญ เงินเครดิตคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุดถึง 38% รับสิทธิ์ผ่อน 0% จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ วันนี้-21 ส.ค.ที่แผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซน

“Kids & Family” ชวนช็อปผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับแม่และเด็ก, ผลิตภัณฑ์เสริมพัฒนาการ, สถาบันดนตรี, สถาบันการศึกษา, สินค้าแฟชั่น, อาหารและเครื่องดื่ม พร้อมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษจากคุณโบว์-แวนด้า กับน้องมะลิ ระหว่างวันที่ 10-13 ส.ค. ที่อะไลฟ์พาร์คฮอลล์ ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

“หลาดสวนครัว Farmer’s Market” ชวนช็อปสินค้าจากเกษตรกรตัวจริงมาจำหน่ายในราคาถูก ทั้งผัก, ผลไม้, ต้นไม้, กุ้ง, ปลา ฯลฯ และงานเทกระจาดมังคุดกับเงาะ ลุ้นรางวัลที่พักและบัตรรับประทานอาหาร พร้อมร่วมกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ ชมการสาธิตเมนูสร้างสรรค์ด้วยมังคุดและเงาะจากเชฟชื่อดัง ชมการแสดงดนตรีจากอ้อย เดอะวอยซ์ ฯลฯ วันนี้-30 ก.ค. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1ศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิว ภูเก็ต โทร.076-682900

“McDelivery Day” ชวนใช้บริการสั่งอาหารและเครื่องดื่มจากแมคโดนัลด์ ผ่านแอพพลิเคชั่น McDelivery Thailand หรือเว็บไซต์ http://www.mcdonalds.co.th ครบ 400 บาทขึ้นไป ไม่รวมค่าจัดส่ง และพิมพ์รหัสส่วนลด JWA100 ในหน้าชำระเงิน รับฟรีส่วนลด 100 บาททันที วันนี้-31 ก.ค.

“Trio Programme” ชวนใช้โปรแกรมสปาทรีทเมนท์ครบสูตร อาทิ Bastien’s Duo (Ma-nicure & Pedicure) บำรุงดูแลสุขภาพมือและเท้า, Ultimate Skin Rejuvenation ฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และ Louis Paul Endermologie Treatment (LPG) ต้านริ้วรอยก่อนวัย ในเวลากระชับเพียง 75 นาที ในราคา 9,000 บาท++ วันนี้-15 ต.ค.ที่สปา สตูดิโอ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โทร.02-6599000

“Ochi Land” ชวนใช้บริการประกันโอชินวัตกรรมความคุ้มครองสุดน่ารักจากไทยสมุทรฯ และแบบประกันสุดคุ้มอีกมากมาย อาทิ ไทยสมุทรรักปั้นเงิน 3/2, ไทยสมุทรออมสบาย 10/5, คุ้มทวี ฯลฯ พร้อมร่วมกิจกรรม Interactive Game รับของที่ระลึก ในงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 18 วันนี้-30 ก.ค. ที่บูธไทยสมุทรฯ ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนมุสลิมถิ่นแดนไทย ในวันพุธที่2 ส.ค. และกระจกหกด้านบานใหม่ ตอนวิทยุเสน่ห์แห่งเสียง ในวันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“MBK Center Cover Dance 2017” ชวนชมและเชียร์การประกวดคัฟเวอร์แดนซ์สาย J-pop และ K-pop กว่า 100 ทีม ที่จะเข้าร่วมแข่งขันออกสเต็ปออดิชั่นสำหรับเข้าท้าชิงตำแหน่งทีมคัฟเวอร์แห่งปี ในวันเสาร์ที่ 29 ก.ค. เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 5 โซน Outlet in Town เอ็มบีเคเซ็นเตอร์

“Jungceylon Junior Soccer 2017” ชวนชมการแข่งขันฟุตบอลเด็กเล็ก และการประกวดเชียร์ลีดเดอร์ระดับชั้นอนุบาล ครั้งที่ 9 พร้อมร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย อาทิ ประกวดตั้งชื่อมาสคอต, เฟ้นหาสุดยอดนักเตะรุ่นจิ๋วดาวซัลโว, วาดภาพระบายสี, ตอบคำถามชิงรางวัล, แชะแอนด์แชร์รับของที่ระลึกฟรี ฯลฯ ระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค. ที่โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

‘ยุวพัฒน์’ เสริมรากฐานการศึกษาให้เยาวชนไทย จับมือภาคีร่วมพัฒนา พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283176

‘ยุวพัฒน์’ เสริมรากฐานการศึกษาให้เยาวชนไทย จับมือภาคีร่วมพัฒนา พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในสังคม

‘ยุวพัฒน์’ เสริมรากฐานการศึกษาให้เยาวชนไทย จับมือภาคีร่วมพัฒนา พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในสังคม

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อรัญญา ลือประดิษฐ์ รอง ผอ.มูลนิธิยุวพัฒน์

ปัจจุบันปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทยปรากฏให้เห็นในหลากหลายรูปแบบ สาเหตุนั้นมาจากหลากหลายปัจจัย อาทิ ความไม่พร้อมของสื่อการเรียนการสอน ปัญหาขาดแคลนครู ความต่างของขนาดสถาบันการศึกษาอีกทั้งเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องออกจากการเรียนกลางคัน เนื่องจากครอบครัวไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ทำให้เด็กเหล่านั้นไม่สามารถจบการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานได้ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของเยาวชนที่ได้รับโอกาสไม่เท่าเทียมกัน อันจะนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ไม่สิ้นสุด มูลนิธิยุวพัฒน์ที่มีภารกิจหลักในการมอบโอกาสทางการศึกษากับเยาวชนไทยที่ด้อยโอกาสมากว่า 24 ปี ตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงได้ยกระดับเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาในการทำงานร่วมกับภาคีด้านการศึกษา พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในสังคมด้วยการให้คนในสังคมได้เป็นอาสากับมูลนิธิฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อนและเสริมรากฐานการการศึกษาไทยตามมาตรฐานเพื่อสร้างเด็กดีสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

อรัญญา ลือประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิยุวพัฒน์ เผยว่า “จากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ มูลนิธิฯ มีเป้าหมายต้องการร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุนเพียงอย่างเดียวนั้นผู้ที่ได้รับโอกาสก็จะมีเพียงนักเรียนทุน ซึ่งอาจจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เพียงบางส่วน มูลนิธิฯ จึงต้องการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาและคุณภาพการศึกษาไทย โดยสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมของภาคีต่างๆ ผ่านเครื่องมือและกลไกที่แต่ละภาคีสร้างขึ้น ถือเป็นการยกระดับและพัฒนาการศึกษาได้อย่างรอบด้าน”


“นกยูง” ตัวแทนอาสาที่ร่วมงานกับยุวพัฒน์

การร่วมพัฒนาและยกระดับการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ต้องการแรงสนับสนุนเพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานนั้น มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงชักชวนภาคีที่มีเป้าหมายต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเช่นเดียวกัน อย่าง บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น จำกัด,ธุรกิจเพื่อสังคม a-chieve, มูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์, บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม เอ็ดวิงส์ เอ็ดยูเคชั่น จำกัด และเครือข่ายจิตอาสา เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาและเสริมรากฐานการศึกษาด้วยกัน

“หากเราได้ร่วมทำงานกับภาคีที่มีความประสงค์เดียวกัน คือการร่วมแก้ไขปัญหาและสนับสนุนเรื่องคุณภาพการศึกษาให้เด็กๆ จะได้ผลที่ทวีคูณมากขึ้น เบื้องต้นมีเป้าหมายในการพัฒนาเยาวชนขาดโอกาสในโรงเรียนประถม ขยายโอกาสและโรงเรียนมัธยมขนาดกลางจำนวน 100 โรงเรียนทั่วประเทศ ปัจจุบันมี 43 โรงเรียนจาก 25 จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ แล้ว และมีนักเรียนกว่า 12,000 คน ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง” อรัญญา กล่าวเพิ่มเติม

มูลนิธิยุวพัฒน์ยังเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ด้วยการเปิดรับสมัครอาสามาร่วมทำงานกับมูลนิธิฯ ซึ่งระบบอาสาสมัครนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่สร้างการมีส่วนร่วมของคนในสังคมที่ต้องการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย อรัญญาเล่าต่อว่า “มูลนิธิเชื่อว่ามีคนในสังคมที่เห็นปัญหาด้านการศึกษา และต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลง มูลนิธิฯ จึงเปิดให้บุคคลที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหานี้ ที่ผ่านมาเรามีอาสาแบบทั้งครั้งคราวหรือต่อเนื่องที่มาตอบจดหมายให้กำลังใจน้องนักเรียนทุน หรืออาสาเยี่ยมนักเรียนทุน โดยลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ปลายปี 2559 เริ่มทำงานกับเครือข่ายจิตอาสา และร่วมกันพัฒนางานอาสา ขึ้นมา 3โครงการ คือ อาสาอ่านสร้างโอกาสส่งน้องเรียน โครงการพี่เลี้ยงอาสาฟังน้องคุยชวนน้องคิดทางโทรศัพท์ และอาสานักสำรวจและเก็บข้อมูลโรงเรียน”


ตัวแทนอาสาสมัคร

“นกยูง” อาสาอ่านสร้างโอกาสส่งน้องเรียนเล่าว่า “ก่อนหน้านี้เคยอยู่ในสถานะของการเป็นผู้รอรับโอกาส จึงรู้ว่าการรอโอกาสจากใครสักคนหนึ่งนั้นรู้สึกอย่างไร วันนี้เราเป็นผู้ให้แก่ผู้ที่รอโอกาสบ้าง ทำให้รู้สึกภูมิใจ เห็นเด็กที่รอโอกาสมีจำนวนเยอะ จึงคิดว่าทำอย่างไรให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับโอกาสเหมือนเด็กทั่วไป จึงมองว่าการช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาสให้ได้ผลที่ยั่งยืนนั้น ไม่ใช่การยื่นเงินให้เขาไปใช้จ่ายที่วันหนึ่งเขาจะใช้หมดไป แต่หากเราให้โอกาสทางการศึกษาจะทำให้เขาต่อยอดได้ว่าอนาคตเขาอยากเป็นอะไร เดินไปสู่เป้าหมายชีวิตอย่างไร การเสียสละเวลาเล็กน้อยของเราเพื่อร่วมทำงานกับมูลนิธิฯ ด้วยการเป็นอาสาเพื่อช่วยเหลือเด็ก 1 คน แต่สามารถส่งผลต่อครอบครัวเขา คนรอบข้างเขา เราให้โอกาสเด็ก 1 คน แต่เขาจะกลับไปพัฒนาคนอีกหลายคนในครอบครัวและคนรอบข้าง ที่สำคัญที่ส่งผลต่อใจเราอย่างมาก คือเราเป็นส่วนหนึ่งที่มอบอนาคตให้กับเขาให้มีอนาคตที่ดีต่อไป”

หากเราจะสร้างรากฐานที่ดีให้กับเยาวชนไทยคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการหยิบยื่นโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มูลนิธิยุวพัฒน์ และภาคีเครือข่ายการศึกษา รวมทั้งอาสาสมัครทุกท่านที่ร่วมภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เชื่อว่าทุกโอกาสที่หยิบยื่นให้กับเยาวชนไทยที่ต้องการโอกาสทางการศึกษานั้น สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของพวกเขาให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมของเราต่อไป อีกทั้งทุกคนในสังคมก็สามารถร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้สังคมไทยได้เช่นกัน สามารถร่วมเป็นอาสาสมัครกับมูลนิธิยุวพัฒน์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.yuvabadhanafoundation.org


บรรยากาศการถอดบทเรียนอาสา

ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข ใช้เสียงเพลง…ต่อลมหายใจผู้ป่วยมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283171

ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข ใช้เสียงเพลง...ต่อลมหายใจผู้ป่วยมะเร็ง

ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข ใช้เสียงเพลง…ต่อลมหายใจผู้ป่วยมะเร็ง

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

…เราเห็นคนต้องการความช่วยเหลือ แล้วเราช่วยได้โดยที่ตัวเราไม่เดือดร้อน พี่ก็ทำ อย่างการจัดคอนเสิร์ตพี่ก็ใช้สิ่งที่พี่รัก คือการร้องเพลง แล้วก็ไปชักชวนมิตรสหาย กัลยาณมิตร มาช่วยกันทำคนที่ซื้อบัตร ก็ได้ทำบุญ พี่ก็คิดว่าเราเป็นเพียงสะพานบุญ เป็นตัวเชื่อมเล็กๆ โดยใช้เสียงเพลงของเราเป็นสิ่งตอบแทน…

เหตุเพราะทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักถึง 2 คน ทำให้อดีตนักร้องชื่อดังที่วันนี้ผันตัวมาเป็นแฮร์
สไตลิสต์มืออาชีพ ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข เข้าใจถึงความทุกข์ทรมานทั้งของตัวผู้ป่วย และผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีฐานะไม่ค่อยดีนัก โรงพยาบาลรัฐที่เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์หลักของประเทศจึงเป็นความหวังของพวกเขา เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคร้ายที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และนี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้อดีตนักร้องดังใช้สิ่งที่รัก อย่างการร้องเพลง ทำสิ่งดีๆ ที่จะมีส่วนช่วยให้คนไทยที่ขาดแคลนและป่วยเป็นโรคมะเร็งได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด กับคอนเสิร์ตการกุศล นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง

“คุณแม่พี่ป่วยเป็นมะเร็ง พี่เป็นคนรับหน้าที่พยาบาลคุณแม่ โชคดีว่าได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตลอดเวลาที่คุณแม่ป่วยก็เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล จนวาระสุดท้ายที่ต้องอยู่โรงพยาบาล 3 ปีกว่าๆ ที่คุณแม่ป่วย เวลาพี่ไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี สภาพที่เห็นคือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารอคิวรักษาเยอะมาก ซึ่งพี่รู้ดีว่าเป็นเพราะโรงพยาบาลรามาฯ เป็นโรงเรียนแพทย์ อาจารย์หมอเก่งๆ ก็อยู่ที่นี่ และเป็นโรงพยาบาลรัฐ ค่าใช้จ่ายก็ถูก ไม่เฉพาะแต่รามาธิบดี ศิริราช ก็เช่นกัน ทำให้มีข่าวว่าโรงพยาบาลขาดทุน ทั้งที่คนไข้ล้นโรงพยาบาล แล้วตัวพี่เองก็เรียกว่าได้รับความเมตตาจากอาจารย์หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลคุณแม่มาก ทำให้ตัวเราซาบซึ้ง ตรงนี้ว่า คุณหมอ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนทำงานหนักเพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาที่ดีที่สุด คือเราได้เห็นสภาพผู้ป่วย ญาติคนไข้ สภาพของโรงพยาบาลแล้วก็คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นการตอบแทนโรงพยาบาล และได้ช่วยคนไข้มะเร็งคนอื่นๆ ด้วย”

ภายหลังคุณแม่จากไปอย่างสงบ เขาก็เริ่มลงมือทำสิ่งที่คิดไว้ในใจทันที ด้วยการใช้ความสามารถและสิ่งที่รักอย่างการร้องเพลง เพื่อระดมทุนมอบให้มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง

“พี่ก็นำเรื่องไปปรึกษากับทางโรงพยาบาล ตอนแรกก็คิดว่าจะไปร้องเพลงที่โรงพยาบาลแล้วก็ตั้งกล่องรับบริจาค เพราะสถานะเราในวงการตอนนี้ไม่ใช่นักร้องดังที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่คิดว่าถ้าทำแค่นั้นมันได้เงินนิดเดียวแล้วเมื่อไหร่จะพอ ผู้ป่วยเขารอไม่ได้ จะด้วยเจตนาที่ดีของเราหรืออะไรก็ตามแต่ พอเอาเรื่องนี้ไปคุยกับพี่ๆ น้องๆ ในวงการที่สนิทเขาก็สนับสนุนเต็มที่ จากงานที่คิดว่าทำเล็กๆ ก็เริ่มไม่เล็กแล้ว พอได้ไปพบกับ พี่นฤมล ล้อมทอง แห่งศาลาเฉลิมกรุง ท่านก็ใจดีสนับสนุนในด้านสถานที่และวงดนตรีด้วย คอนเสิร์ตครั้งแรกชื่อว่า “I Will Survive ผู้ชายแบบผม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข”จัดขึ้นวันที่ 12 ตุลาคม 2557 ก็เลยเกิดขึ้น ครั้งนั้นจัดรอบเดียว รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ไม่ได้เป็นล้านนะ แต่สำหรับคนตัวเล็กๆ อย่างพี่ ทำให้เราคิดว่าเราทำได้ขนาดนี้เลยหรือ จากนั้นก็ว่างไปสองปีมาจัดอีกครั้งเมื่อปีที่แล้วชื่อคอนเสิร์ต “KRAIWIT อรชร On The Floor – แซบซ่าท้าขาแดนซ์” เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2559 ที่เอเชียทีค ก็ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน”

สำหรับครั้งที่ 3 กับคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “ขุ่นแม่ขอร้อง ต้อม ไกรวิทย์ TM มัม ลาโคนิคส์” จัดแสดงในวันที่ 27 สิงหาคม 2560 ที่ศาลาเฉลิมกรุง นี้ หัวเรือใหญ่ของงาน บอกว่า ไม่ได้คิดจะจัดในปีนี้ แต่เพราะมีเหตุแรงจูงใจทำให้เกิดคอนเสิร์ตนี้ขึ้น

“เพื่อนรุ่นน้องที่พี่รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ เขาเป็นเพื่อนรัก เพื่อนแท้ในวงการช่างผมคนหนึ่งของพี่ เขาป่วยเป็นมะเร็งเหมือนกัน พี่ก็เป็นคนดูแลเขา ทำให้เกิดความคิดว่าอยากให้เขาได้ทำบุญในวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะตอนนั้นเขายังไม่ทรุด เขาจะได้มีส่วนร่วมทำงานนี้ แต่ปรากฏว่าเขาก็อยู่ไม่ทันคอนเสิร์ตก็จากไปก่อนเมื่อต้นปี ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็ยังคงเจตนารมณ์เดิมคือ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ถึงแม้จะเป็นคอนเสิร์ตเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง แต่พี่ก็ตั้งใจมอบความสนุกสนานอย่างเต็มที่ให้กับผู้มีจิตกุศลทุกท่านที่ซื้อบัตรมาชม ยิ่งได้พี่มัม มาเป็นหลักคู่กัน แค่พี่มัมนี่ก็รับประกันความสนุกแล้ว ยังมีพี่ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, พี่เจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า, พี่ผัดไท-ดีใจ ดีดีดี, พี่เป๊กกี้-ริสา หงษ์หิรัญ ขาดไม่ได้คือ ขุ่นแม่สมศักดิ์ ชลาชล ของพี่ที่มาร่วมตั้งแต่คอนเสิร์ตแรก มีทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งทอล์ค รับรองว่าไม่มีเบื่อตั้งแต่ต้นจนจบแน่นอน”

ไม่เฉพาะแต่จัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายๆ งานการกุศลที่เธอคนนี้มีส่วนร่วมทำตามแต่โอกาสจะอำนวย แม้จะเป็นคำถามเดิม แต่เราก็ยังต้องถามว่าทำไปเพื่ออะไร

“เราเห็นคนต้องการความช่วยเหลือ แล้วเราช่วยได้โดยที่ตัวเราไม่เดือดร้อน พี่ก็ทำ อย่างการจัดคอนเสิร์ตพี่ก็ใช้สิ่งที่พี่รัก คือ การร้องเพลง แล้วก็ไปชักชวนมิตรสหาย กัลยาณมิตรมาช่วยกันทำ คนที่ซื้อบัตร ก็ได้ทำบุญ พี่ก็คิดว่าเราเป็นเพียงสะพานบุญ เป็นตัวเชื่อมเล็กๆ โดยใช้เสียงเพลงของเราเป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งพี่ต้องขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคน ทั้งในทั้งนอกวงการ แฟนคลับ คนดู ทำแล้วได้อะไรตอบแบบสวยๆ คือ ความอิ่มใจ ความสุข ที่คนตัวเล็กๆ อย่างเราได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่างศิลปินนักร้องที่มาขึ้นคอนเสิร์ตกับพี่ทั้งสามครั้งนี้ ทุกคนมาด้วยใจเพราะอยากทำบุญด้วยกัน สิ่งสำคัญคือการทำความดี การทำบุญทำให้เราได้พบกับสิ่งดีๆ กับคนดีๆ ทำให้เรารู้ว่าแม้วันนี้เราจะไม่ได้ยืนอยู่ในวงการบันเทิงแล้ว แต่ก็ยังมีคนรัก คนเมตตาเรามากแค่ไหน ดังนั้นพี่ก็อยากบอกกับทุกคนว่าถ้าคุณทำความดีโดยที่คุณไม่เดือดร้อน แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็ขอให้ทำ เพราะมันจะช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่มากขึ้นด้วย”

คอนเสิร์ตการกุศล “ขุ่นแม่ขอร้อง ต้อม ไกรวิทย์ TM มัม ลาโคนิคส์” ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, นนทิยา จิวบางป่า, ดร.สมศักดิ์ ชลาชล, ผัดไท-ดีใจ ดีดีดี, ริสา หงษ์หิรัญ บรรเลงโดย วงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร จัดแสดงในวันที่ 27 สิงหาคม 2560 ณ ศาลาเฉลิมกรุง จำนวน 2 รอบ เวลา 14.00 น. และ 19.00 น. บัตรราคา 1,000 บาท และ 700 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุน มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง ซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร.02-2623456 หรือศาลาเฉลิมกรุง 02-2528757-8, 02-6238148-9

‘สืบสานภูมิปัญญาพัฒนามาตรฐานหม่อนไหม’ ในงาน ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283178

‘สืบสานภูมิปัญญาพัฒนามาตรฐานหม่อนไหม’  ในงาน ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560

‘สืบสานภูมิปัญญาพัฒนามาตรฐานหม่อนไหม’ ในงาน ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานตรานกยูพระราชทานสืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 โดยมี จินตนา พงษ์ภักดี ผอ.สำนักงานฝ่ายสื่อสารองค์กร บจ. อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่นแมเนจเม้นท์และคณะ เฝ้าฯ รับเสด็จ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 จัดขึ้นโดย กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “สืบสานภูมิปัญญาพัฒนามาตรฐานหม่อนไหม” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงอนุรักษ์ พัฒนา และสนับสนุนผ้าไทย และเพื่อจัดแสดงผ้าไหมที่ได้รับมาตรฐานรวมทั้งผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากฝีมือเกษตรกร โดยงานนี้ จินตนา พงษ์ภักดี ผู้อำนวยการ สำนักงานฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และคณะร่วมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ อาคาร 3 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี

งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทยครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สืบสานภูมิปัญญา พัฒนามาตรฐานหม่อนไหม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงทุ่มเทเสียสละอุทิศพระวรกายในการส่งเสริมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพ และก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยจนเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์สืบสานอาชีพด้านหม่อนไหม ช่วยสนับสนุนส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรไทยต่อไป โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นิทรรศการผ้าตรานกยูงพระราชทาน จัดแสดงผลิตภัณฑ์หม่อนไหมที่ชนะการประกวด นิทรรศการพันธุ์หม่อนสกลนคร 85 นิทรรศการ “ของแปลกไหม” เช่น ผ้าไหมเหลืองสิรินธร ผ้ายีนส์ไหมไทย ชามูลไหม ผ้าย้อมมูลควาย นอกจากนี้ยังมีการสาธิตกิจกรรมหม่อนไหมและร้านจำหน่ายผ้าไหมที่ได้มาตรฐาน กว่า 200 ร้าน จากทั่วประเทศ