“บิ๊กตู่” ตีความ “คำป๋า” กองหนุนหมด ต้องทำใหม่ทุกคนร่วมมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308035

“บิ๊กตู่” ตีความ “คำป๋า” กองหนุนหมด ต้องทำใหม่ทุกคนร่วมมือ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.เปรม, ป๋าเปรม, กองหนุน, ข่าวการเมือง, บิ๊กตู่, คำป๋า

“บิ๊กตู่” บอกเอาทุกคนช่วยขับเคลื่อนประเทศ กองหนุนเกือบหมด แต่ใจยังเต็มเปี่ยม อ้อนอยากได้ ปชช. เป็นกองหนุน

         3 ม.ค.61 – เมื่อเวลา 13.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ระบุว่านายกฯ
ใช้กองหนุนเกือบหมดแล้วต้องหากองหนุนเพิ่มว่า โดยส่วนตัวตนเข้าใจ และ ครม.หลายคน ที่ไปอวยพรปีใหม่ พล.อ.เปรม ในวันนั้นก็เข้าใจ คำว่า “กองหนุน” หมายความว่า เราได้เอาคนทุกคนมาช่วยขับเคลื่อนประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชารัฐ ทั้งข้าราชการ , เอกชน , ประชาชน , ภาคประชาสังคม , ภาคธุรกิจ ท่านก็บอกว่าใช้ไปหมดแล้ว แต่ทำอย่างไรมันจะมากขึ้น ตนตีความหมายแบบนี้ และคิดว่า พล.อ.เปรม คงไม่ได้มีเจตนาอะไรกับตนที่จะมองในเรื่องไม่ดี ท่านได้ให้กำลังใจรัฐบาลมาโดยตลอด คงไม่พูดอะไรที่ทำให้ตนเสียหาย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตีความอย่างไร ฉะนั้น ลองคิดดูสิ่งที่ตนพูดมันใช่หรือไม่ แต่ก่อนทุกคนมาร่วมมือกันแบบนี้หรือไม่ คือยังไม่ใช้กองหนุน แต่ตอนนี้ตนเอากองหนุนมาหมดทุกอัน เอามาช่วยกิจการที่เป็นของรัฐ ความร่วมมือเกิดมากขึ้นในกลุ่มประชารัฐ คณะทำงานประชารัฐทุกคนมาช่วยและมาทำตรงนี้ เพื่อแก้ปัญหาการเอื้อประโยชน์ต่อกัน

“ผมคิดว่าต้องคิดอย่างสร้างสรรค์กันหน่อย ถ้าหาประเด็นตีกันอยู่แบบนี้มันก็ไม่ได้ คำว่ากองหนุนของผม คือใจผมยังเต็มที่เต็มเปี่ยม กองหนุนมันต้องอยู่ที่ใจตัวเองก่อน ตราบใดที่ผมยังมีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อประชาชนของผม ของพวกเราทุกคน ผมก็คิดว่าทำได้ ทำสำเร็จ แต่ถ้าเราบอกว่าท้อแท้หมดกำลังใจหรือโมโหมากเกินไป มันก็ไม่ใช่เรื่อง มันบ่อนทำลายตัวผมเปล่าๆ สุขภาพของผมก็ไม่แข็งแรงอย่างที่สื่อเองก็เป็นห่วงผม กลัวผมป่วยเจ็บตาย ยิ้มให้กันดีกว่า” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า กองหนุนส่วนไหนที่ต้องการมากที่สุดในช่วงเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากได้ทุกพวก คือประชาชน ซึ่งต้องเข้าใจ ถ้าประชาชนไม่เข้าใจก็ลำบาก การจะทำอะไรก็ตามที่เป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศจากสิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตและเผชิญความยากจนมาตลอดชีวิต จะแก้ภายในระยะเวลาอันสั้นคงแก้ไม่ได้ อยู่ที่การสร้างการรับรู้ การเรียนรู้ ซึ่งในวันนี้เราปล่อยปละละเลยมายาวนาน จนกระทั่งไม่เข้าใจ กลายเป็นว่าทุกอย่างต้องเป็นภาระของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว และมีการตอบสนองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งบางทีไม่ใช่ นั่นคือปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้ สรุปความขัดแย้งก็เกิดขึ้นอีก

“พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะถือเป็นกองหนุนหากผลิตและสร้างคนที่มีคุณภาพจะถือเป็นกองหนุนอีกชั้น ซึ่งกองหนุนไม่ได้มีกองเดียว มันมีขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 และขั้นที่ 3 วันนี้ผ่านกองหนุนขั้นที่ 1 มาแล้ว ขั้นที่ 2 คนยังลำบากอยู่ในทุกวันนี้ เราต้องแก้ให้เขาจึงจะมีเพิ่ม ตนเข้าใจว่าสิ่งที่พล.อ.เปรมพูดหมายความว่าอย่างนี้ ตอนนี้เราเอามาทุกกลุ่ม แต่ยังมาได้ไม่มาก

“บิ๊กตู่” ไม่ว่า “ปชป.จับมือ พท.” ทวง ปชต. จากทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308033

“บิ๊กตู่” ไม่ว่า “ปชป.จับมือ พท.” ทวง ปชต. จากทหาร

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวการเมือง,  ปชต., พท., ปชป., บิ๊กตู่, ปชปจับมือ พท

บอกสังคมรับได้ถ้ามีอุดมการณ์ แขวะ ปมสมาชิกพรรคการเมือง ถ้าเชื่อมั่นอุดมการณ์จะกลัวคนหายไปไหน!! ไม่ห่วงหลัง “ปู่พิชัย” ชง ปชป.-พท.จับมือทวง ปชต.

         3 ม.ค.61- ที่ทำเนียบรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย จับมือทวงคืนประชาธิปไตยจากทหาร เพราะไม่เชื่อมั่นว่าปี 2561 จะมีการเลือกตั้งตามที่นายกฯ เคยระบุ ซึ่งหากยังมีความขัดแย้งสูงจะไม่รับประกันว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่ ว่า  “ทวงจากทหารที่ไหน ผมเคยบอกแล้วว่ารัฐบาลไม่ใช่ทหาร ถึงผมจะมาจากทหารก็ไม่ใช่ทหาร เพราะผมออกจากทหารมา 3 ปีแล้ว อย่าไปมองว่าอะไรก็ทหาร ต้องไปดูว่าเป็นการสร้างความเกลียดชังให้กับทหารหรือไม่ แล้วรัฐบาลนี้ก็ไม่ใช่ทหารทั้งหมด มีนักวิชาการด้วย ถ้าเป็นทหารก็ไปสั่งทหารด้วยกัน ผมไปสั่งอย่างนั้นไม่ได้ เรื่องใครจะไปจับมือใครเป็นสิทธิส่วนบุคคล ทุกพรรคการเมืองมีอุดมการณ์ที่ประชาชนยอมรับ มีสมาชิกพรรคที่ครบถ้วนถูกต้องก็จบ สังคมรับได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ข้อสำคัญคือ ต้องมีการทบทวนการเป็นสมาชิกพรรค เพราะที่ผ่านไม่มีการแสดงตน เรื่องการบำรุงพรรคก็ใช้วิธีการเสียภาษี ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสมาชิกพรรคไหนก็ต้องทำให้ชัดเจน แต่หากเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของตัวเอง แล้วจะกลัวทำไมว่าคนจะไปไหน ซึ่งหลายๆ เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ประชาชนและสื่อก็ต้องช่วยกันคิดว่า วันข้างหน้าเราต้องการใครเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนที่จะตัดสินด้วยการกาบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่ให้ตนไปสั่งกาบัตรให้ใครเพราะทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาเลือกตั้งกันอย่างนี้ ไม่ใช่หรือ ตนคงทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นการเลือกตั้งของประชาชน ตนไม่อยากใช้คำว่า เป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นเรื่องของทหารที่ต้องการมีอำนาจต่อ ตนบอกไปแล้วว่าเบื่อการใช้อำนาจ เพราะตนเป็นทหารมา 30-40  ปี ใช้อำนาจในการปกครองบังคับบัญชาลูกน้องมาตลอด ตนไม่ได้รู้สึกว่าอยากมีอำนาจ เพราะการมีอำนาจมีเอาไว้เพื่อปกครอง บังคับบัญชาทหาร ทั้งในยามปกติและยามศึกสงคราม นั่นเขาเรียกว่าอำนาจทางทหาร และจำเป็นต้องมีระเบียบวินัย แต่วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลการทำงานของรัฐบาลและมอบนโยบายต่างๆ ตนไม่ได้ใช้ความคิดของทหารเลย ซึ่งตนเอาความคิดของทหารมาใช้แค่เรื่องเดียวคือ การขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าประเทศเรา มีคนหลายส่วน ซึ่งบังคับเขาไม่ได้มากนัก ถึงแม้ว่าตนจะมาแบบนี้ก็ตาม ตนก็คำนึงถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ และมีแต่ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น

ส่วนการประกาศความชัดเจนในการเลือกตั้ง ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็พ ตนไปพูดกับต่างประเทศแบบนี้ และหลายประเทศที่ตนไปอธิบายเขาก็เข้าใจ เพราะตนบอกว่า อยู่ที่กฎหมายลูกที่เหลือ 2 ฉบับ หากประกาศใช้เมื่อไรก็เมื่อนั้น แต่อย่ามาบอกว่าดึงเรื่องคงทำไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขาร่างกฎหมายโดยความคิดเห็นของกรธ.เอง ตนจะไปยุ่งอะไรกับเขา เพราะที่ผ่านมาเคยบอกแล้วว่า หน้าที่ใครหน้าที่มัน แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันว่า บ้านเมืองจะสงบสุขได้อย่างไร ประชาชนก็ต้องเข้าใจตามนี้

เมื่อถามว่า ยังจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 หรือไม่ “พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวว่า “ก็ประกาศไปแล้วไง ถ้ากฎหมายลูกเสร็จก็เลือกตั้ง แต่ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของตน หรือเสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของตน แล้วไม่ใช่ไปโทษสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดึงเรื่อง มันไม่ใช่ เวลาสนช.อภิปรายกันลองไปดูเขาเถียงกันเรื่องอะไร เขาไม่ได้พูดเข้าข้างผมสักคน บางเรื่องเขาก็ไม่เห็นด้วย ถ้าบอกว่าผมมีอำนาจทับซ้อนสนช.จริงแล้วเขาจะกล้าเหรอ แสดงว่าผมก็ปล่อยเสรีเขาไม่ใช่หรือ ผมจะไปสร้างเรื่องทำไม วันนี้งานก็เยอะอยู่แล้ว ปัญหามากมาย”

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย มีความเห็นตรงกันว่าอาจยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 53/2560 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ “พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ เป็นเรื่องของกระบวนการ หากไม่ดีไม่ถูกต้อง ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่คำสั่งคสช.ที่ออกมาทั้งหมดในกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องไปดูว่าละเมิดตรงไหนอย่างไร

“ศรีสุวรรณ” ยื่นสอบ “นายกฯ” ซื้อหมาบางแก้วแจก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307873

“ศรีสุวรรณ” ยื่นสอบ “นายกฯ” ซื้อหมาบางแก้วแจก

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
ศรีสุวรรณ จรรยา, ซื้อ, หมาบางแก้ว, ป.ป.ช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศรีสุวรรณ, นายกฯ

“ศรีสุวรรณ” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ “ประยุทธ์-อนุพงษ์-ฉัตรชัย” ซื้อหมาบางแก้ว25,000บาท ผิดกฎป้องโกง จนท.รัฐห้ามรับของเกิน3,000บาท

 

วันที่ 2 มกราคม 2561  นายศรีสุวรรณ  จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 มกราคม เวลา 10.30 น. ตนจะเข้าไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)   ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กรณีมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดรับประโยชน์ หรือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ตามกฎหมายและประกาศของป.ป.ช.

กรณีรับทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดที่เจ้าหน้าที่รัฐควรได้กำหนด เพราะพฤติกรรมซื้อลูกสุนัขพันธุ์บางแก้ว จำนวน 3 ตัว ราคาตัวละ 6,000 บาท รวมเป็นเงิน 18,000 บาท  แต่นายกฯ ชำระค่าซื้อลูกสุนัข 3 ตัว เป็นเงินรวม 25,000 บาทเพื่อเป็นขวัญกำลังใจผู้เพาะเลี้่ยง จากนั้นได้มอบลูกสุนัขให้ พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ฉัตรชัย นำไปเลี้ยง คนละ 1 ตัว ระหว่างลงพื้นที่ที่จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา

“ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103 และแก้ไขเพิ่มเติมประกอบข้อ 5(2) ของประกาศกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2544 เขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์จากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ควรได้ตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่ออกตามกฎหมาย ซึ่ง กรรมการ ป.ป.ช. กำหนดไว้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะรับทรัพย์สินมูลค่าเกิน 3,000 บาทไม่ได้  ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นกรณีผ่านเลยและทำกฎหมายให้มีสภาพบังคับ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบและใช้อำนาจลงโทษบุคคลทั้ง3 ด้วย” นายศรีสุวรรณ ระบุ

 

***ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครสนใจซื้อ?? “บิ๊กตู่”ประกาศขาย “บางแก้ว”

หวั่นผิดก.ม. !! ‘บิ๊กป๊อก’ ไม่ขอรับหมา ‘บิ๊กตู่’

“มาร์ค” แนะคสช. ทำตามสัญญา เป็นของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307756

“มาร์ค” แนะคสช. ทำตามสัญญา เป็นของขวัญปีใหม่

อภิสิทธิ์ เววชาชีวะ, ประชาธิปัตย์, ปีใหม่, คสช, มาร์ค

“มาร์ค” แนะคสช. ทำตามสัญญา เป็นของขวัญปีใหม่ เชื่อ ศก. ปี61 ยังซบเซา หาก รบ. ยังใช้นโยบายหัวจักรลากขบวน เพราะหัววิ่งได้ดี ในขณะที่ขบวนยังลำบาก

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอวยพรคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ว่า อยากให้คสช.ปฏิบัติภารกิจตามที่เคยสัญญากับประชาชนในปีใหม่นี้ เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ และประชาชน แม้ว่าตนจะเห็นต่างในหลายเรื่อง แต่ก็ปรารถนาดีเพื่อให้การบริหารบ้านเมืองประสบความสำเร็จ เพราะประชาชนอยากได้สิ่งนี้เป็นของขวัญจาก คสช. เพราะถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นความมั่นคง ยั่งยืนของประเทศ และเป็นความสำเร็จของ คสช.เอง ในส่วนของประชาชนนั้น ตนขออวยพรว่า อยากให้ปี 2560 ที่กำลังผ่านพ้นไป นำสิ่งไม่ดีผ่านไปด้วย ปี 2561 ขอให้สมหวัง คิดสิ่งใดสมปรารถนา มีความเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในทุกด้าน และขอให้คนไทยมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่มีความสุข ซึ่งจะทำให้ปี 2561 เป็นปีที่ดีของทุกคน

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจในปี 2561 ว่า แม้อัตราการเจริญเติบโตเศรษฐกิจในภาพรวมจะดีขึ้น แต่ยังต่ำที่สุดในภูมิภาค ซึ่งตัวเลขที่ดีขึ้น ไม่ได้สะท้อนว่าความเป็นอยู่ของประชาชนจะดีขึ้นด้วย โดยรัฐบาลจะต้องทบทวนนโยบายและวิธี การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าไม่ลงรายละเอียดว่าผลจากนโยบายมีผลอย่างไรกับคนทั้งประเทศ ปัญหาจะแก้ยาก เพราะวันนี้รัฐบาลอยู่ใต้แนวความคิดว่า เอาหัวรถจักรซึ่งก็คือคนที่มีกำลังมากลากคนที่เหลือ แต่มีนักวิชาการบอกตนว่า คงเป็นเรื่องยากเพราะตะขอยังไม่เกี่ยวตัวขบวนรถ และเผลอ ๆ อาจดูดกำลังส่วนอื่นไปด้วย จึงกลายเป็นการวิ่งเร็วขึ้นเฉพาะหัวขบวนเท่านั้น ทั้งนี้ยังมีปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าว พืชผลการเกษตร ปัญหากฎหมายบางฉบับที่หลักการดี แต่รายละเอียดจะสร้างปัญหา เช่น กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะไม่มีคนจนในปี2561 นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าจะเป็นอย่างนั้นได้ คือต้องเปลี่ยนนิยามของคนจน เพราะเป็นไปไม่ได้ อย่าพูดแบบนี้ แต่ขอให้ไปดูว่าคนที่ลำบาก เขาลำบากเพราะอะไร อย่าดูแต่หัวขบวนต้องดูตัวขบวนจริง ๆ และเห็นว่าแม้โครงการขนาดใหญ่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ แต่ก็อย่าคาดหวังว่าโครงการใหญ่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมากได้ รัฐบาลต้องคิดให้ครบถ้วน เช่น การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกแม้จะสร้างโอกาสบ้าง แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากเงินมหาศาลที่ทุ่มไป เกิดเฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น

เลือกตั้งไม่นิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307705

เลือกตั้งไม่นิ่ง

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, โรดแม๊ปไม่นิ่ง

“จุรินทร์” ชี้ โรดแมปเลือกตั้งไม่นิ่ง เพราะแม่น้่ำ 5 สาย

              31 ธ.ค.60- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า หากสถานการณ์ยังไม่นิ่งการเลือกตั้งในเดือนพ.ย. 2561 ก็อาจจะไม่เกิดขึ้น ว่า ตนไม่ทราบว่าที่นายกฯพูดเช่นนั้น เพราะอะไร แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มี สถานการณ์อะไรแน่นอน หรือ เหนือความคาดหมายจากที่ได้ติดตาม ก่อนหน้านี้ที่เห็นได้ชัดเจนคือ โรดแมปในการเดินหน้าเลือกตั้งยังคงไม่นิ่งตามที่เคยประกาศไว้ว่า จะมีการเลือกตั้งในเดือนพ.ย. 2561 ซึ่งความไม่นิ่งนั้นก็ยืนยันว่า เป็นความไม่นิ่งจากแม่น้ำสายต่างๆโดยที่สังคมสามารถรับรู้ความไม่นิ่งนี้ได้อย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดงสัญญาณของการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการใช้มาตรา 44 เพื่อใช้ในการแก้กฎหมาย อีกทั้งยังมีสัญญาณว่า อาจจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งก็เป็นปัญหาว่า หากการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องจัดก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ก็ต้องมีเรื่องของการแก้กฎหมาย เรื่องระยะเวลาในการดำเนินการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า   คำพูดของบุคคลสำคัญต่างๆในรัฐบาลขณะนี้เริ่มเป็นการส่งสัญญาณสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ยังไม่สามารถรับประกันได้ 100% เรื่องของโรดแมปการเลือกตั้ง เพราะไม่ทราบว่า จะเกิดขึ้นอะไรในอนาคตหรือไม่ ล่าสุดที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุเช่นนี้ก็จะยิ่งชัดเจนมาก แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะเคยประกาศไว้ที่ต่างประเทศกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และยังกลับมายืนยันในประเทศไทยอีก ว่า จะมีการเลือกตั้งในเดือนพ.ย. 2561 แต่มาถึงปีใหม่นี้พอจะเริ่มต้นปี 2561 สถานการณ์ก็ยังคงไม่นิ่งเต็ม 100% ด้วยสัญญาณต่างๆจากคสช. และแม่น้ำสายต่างๆที่สะท้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็คงไม่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

สนช.จี้รัฐออกกม.รองรับ ม.77

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307668

สนช.จี้รัฐออกกม.รองรับ ม.77

ม.77, กม.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, สุรชัย, รองสนช.คนที่ 1, สนช.จี้รัฐออกกม.รองรับ ม.77

สนช.เร่งประสารนรัฐบาลออกกม.กำหนดแนวทางรับฟังความเห็นตาม รธน.ม77 ป้องกันการตีความภายหลัง ยันกม.ภาษีที่ดินไม่แท้ง แต่ต้องแก้ไขให้รอบคอบ

               31ธ.ค.60-นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 บังคับใช้ตั้งแต่เดือนเม.ย.2560 ทางสนช.พยายามประสานงานให้คณะรัฐมนตรีเร่งเสนอกฎหมายที่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ซึ่งเวลานี้มีปัญหาในการตีความ เช่น บางฝ่ายตีความว่าเพียงแค่หน่วยงานราชการนำเสนอร่างกฎหมายผ่านทางเว็บไซต์ ถือว่าเป็นการทำตามมาตรา 77 แล้ว ซึ่งส่วนตัวไม่คิดว่าจะสอดคล้องกับมาตรา 77 หรือ กรณีการตีความการเสนอกฎหมายโดยการร่วมกันเข้าชื่อของประชาชน จะต้องผ่านมาตรา 77 เช่นกัน หากตีความเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชน เนื่องจากเป็นการผลักภาระที่เป็นต้นทุนในการรับฟังความคิดเห็นไปให้กับประชาชน ซึ่งไม่มีความเหมาะสม ดังนั้น ต้องมีกฎหมายออกมารองรับให้เกิดความชัดเจน

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 77 ที่ต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ เนื้อหาของร่างกฎหมายที่ไปรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาตรา 77 ก่อนเข้าสภาเป็นอย่างหนึ่ง แต่พอกฎหมายออกจากสภาแล้วกลับแก้เนื้อหาและสาระสำคัญเป็นอีกอย่าง เป็นประเด็นที่สนช.คิดมาก่อแล้วว่าควรต้องมีการแก้ไข โดยหลักการมันแก้ไขไม่ได้ ซึ่งข้อบังคับการประชุมของสภาคุมอยู่ว่าห้ามแก้ไขหลักการของกฎหมาย ทว่ามีบางกรณีที่มีการแก้ไขถ้อยคำที่ไม่ได้แก้ไขหลักการ แต่ทำให้หลักการเดิมนั้นเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้เกิดคำถามว่าแบบนี้ต้องเอาไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอีกหรือไม่ โดยเรื่องนี้เราจะหาข้อยุติในปี 2561 ให้ได้

นายสุรชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ส่วนตัวได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายเวลาการทำงานเพิ่มเติม เพราะติดขัดเรื่องของการศึกษาผลกระทบจากการใช้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งอาจจำเป็นต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง เช่น กรณีที่ดินที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้ใช้ประโยชน์เองแต่ได้ให้ผู้อื่นเช่า ซึ่งอาจมีผลต่อตัวผู้เช่า คือ เจ้าของที่ดินจะผลักภาระภาษีให้กับผู้เช่า เป็นต้น ดังนั้น อาจต้องรับฟังความคิดเห็นให้เกิดความรอบคอบมากขึ้น

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า เรื่องการขยายเวลาการพิจารณาร่างกฎหมาย ข้อบังคับการประชุมสภากำหนดให้ขยายได้ไม่เกิน 60 วันแต่หากมีเหตุผลพิเศษและความจำเป็น หากที่ประชุมสนช.เห็นด้วยก็จะมีมติให้ขยายเวลาตามประสงค์ต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการตามปกติ

“เชื่อว่ากฎหมายไม่น่าจะตก สภารับมาแล้ว เว้นแต่ว่าสภาจะลงมติไม่ให้ผ่านในวาระที่ 3 ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของสภาแล้ว ก็ต้องทำให้เสร็จ” นายสุรชัย กล่าว

“โฆษก กห.” ยัน 3 ปี “บิ๊กป้อม” นั่ง รมว.กห. ทำงานหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307654

“โฆษก กห.” ยัน 3 ปี “บิ๊กป้อม” นั่ง รมว.กห. ทำงานหนัก

หนัก, ทำงาน,  คุย, ไม่ห้ก, ประสาน, ทุกกลุ่ม, แหวน นาฬิกา หรู, รมว.กห., ผู้จัดการ, คสช., โฆษก, ประวิตร, โฆษก กห, บิ๊กป้อม

“โฆษก กห.” ยัน 3 ปี “บิ๊กป้อม” นั่ง รมว.กห. ทำงานหนัก รับปม แหวน-นาฬิกาหรู กระทบจิตใจ แต่เข้มแข็ง ทำงานต่อได้ ปัด เป็นผู้จัดการ คสช. แต่คุยได้ทุกกลุ่ม ไม่หักใคร

31 ธ.ค. 60 – พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง การทำงานในตำแหน่ง รมว.กลาโหม 3 ปีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า ท่านทำงานหนัก ด้านนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศ ค่อนข้างจะดี ในกรอบอาเซียน จะเห็นว่าความสัมพันธ์ไทยกับประเทศรอบบ้านอาเซียน ค่อนข้างดี เพราะพล.อ.ประวิตร เปรียบเหมือนพี่ใหญ่ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ดังนั้นเมื่อมีการประชุม รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ก็ทำให้เกิดความแนบแน่นมากขึ้น ทำให้เราสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่มีปัญหาการปะทะกัน

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไว้วางใจมอบหมายงานให้ พล.อ.ประวิตร ทำค่อนข้างมาก ทั้งการแก้ไขปัญหามาตรฐานการบิน การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน (กขป. 5) โดยใช้เหล่าทัพเข้าไปผลักดัน ขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา และทำให้ระบบเกิดความเข้มแข็ง

พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อไปว่า อยากให้กลับไปทบทวนว่าในอดีตใครได้อนุมัติปล่อยให้เครื่องบินของสายการบินเอกชนได้ทำการบินโดยไม่ผ่านมาตรฐาน การอนุมัติให้เรือประมงสามารถทำการจับปลาได้อย่างอิสระ ซึ่งสังคมต้องไปดูว่าใครได้ประโยชน์จากกระบวนการอนุมัติ ส่วนที่มองว่าอาจจะเกิดจากการที่ คสช.ยึดอำนาจช่วงต้น นานาชาติจึงเข้ามาสร้างมาตรฐานเหล่านี้นั้น ตนมองว่าปัญหามันเกิดอยู่ใต้โต๊ะ จนถึงธงแดง ถ้าไม่แก้ก็ดิ่งเหว จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เพราะที่ผ่านมามีการปล่อยปละละเลย
“ถือเป็นเรื่องหลักๆ ที่ท่านทำงานหนักพอสมควร ท่านนั่งเป็นประธานคณะกรรมการฯ หลายชุด คนก็ไม่มองเรื่องที่ท่านทำ โดยเฉพาะเรื่องปราบปรามผู้มีอิทธิพล ทุกวันนี้คุณเรียกร้องสิทธิเสรีภาพกัน แต่คุณสามารถเข้าพื้นที่อื่นที่เป็นพื้นที่ของ กำนันโน่น กำนันนี่ได้หรือไม่ ภายใต้กฎหมายเดียวกันคุณก็เข้าไม่ได้ แต่ตอนนี้ คสช.เข้าไปจัดระเบียบ ทั้งอิทธิพลต่างชาติที่เข้ามาเกลื่อนกราดกันอยู่ อิทธิพลต่างประเทศ อาวุธสงคราม ยาเสพติด ที่ทำกันมา  เรื่องการจัดระเบียบสังคมถามว่าใครกล้าทำ การดำเนินการบางอย่างกระทบมวลชน ฐานเสียง” พล.ท.คงชีพ กล่าว

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า เราทุ่มเททรัพยากรไปมากพอสมควร กับการใช้กำลังทหาร กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำงานกันอย่างหนักหนาสาหัส 3 ปีเราทำอะไรที่ค่อนข้างจะเห็นผล และค่อนข้างเยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่าจากนโยบายการจัดระเบียบสังคม ย่อมมีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ มีผู้ที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ แต่ คสช.มองเรื่องประชาชนที่ใช้พื้นที่สาธารณะได้ประโยชน์เป็นหลัก

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร กังวลว่ากลุ่มผู้เสียประโยชน์จะหาช่องทางในการโค่นล้มหรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า เป็นทหารมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่กลัวอะไรแล้ว ถ้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อส่วนรวม และสังคม เสริมสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้ประเทศ ถือเป็นหน้าที่ที่เราปลูกฝังอุดมการณ์มา ดังนั้นจะไปกลัวอะไรหรือกลัวใคร เพราะเกิดมาตายครั้งเดียว

พล.ท.คงชีพ กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้กังวลอะไร ท่านทำงานต่อไป สังคมวันนี้เปิดกว้าง ได้รับข้อมูลข่าวสารรอบด้านมากขึ้น คิดเองได้ ถ้าไม่มีใคร ยุยง ปลุกปั่น สร้างความแตกแยก สร้างความเกลียดชังกัน    ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ นาฬิกาหรู ที่ตกเป็นกระแสโจมตีนั้น ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านก็ว่าไปตามกฎหมาย ก็ต้องหาทางออกในเรื่องกฎหมาย

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ส่วนจะมีผลต่อทำงานหรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ที่เวลามีคนนินทาในทางที่ดีบ้าง หรือไม่ดีบ้าง ย่อมมีผลกระทบต่อจิตใจ และ ความรู้สึกบ้าง เพราะมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ แต่ในฐานะที่ท่านเป็นทหาร ก็ต้องยืนหยัดทำหน้าที่ต่อไป ถ้าเห็นว่าสิ่งที่ทำ 80 -90 เปอร์เซ็นต์ ยังเดินหน้าเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติก็ทำไป อีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่มีปัญหา ก็ต้องแก้ไขต่อไป

“เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประวิตร เข้มแข็งพอที่จะเดินหน้า ใช้โอกาสนี้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป ส่วนสิ่งใดที่เป็นเรื่องส่วนตัวของท่านก็ต้องชี้แจงแก้ไขปัญหาต่อไป คิดว่าเป็นอุปสรรคเล็กน้อย สิ่งที่ทำมาก็ถือว่าเป็นคุโณปกรณ์กับประเทศชาติ” พล.ท.คงชีพ กล่าว

เมื่อถามว่า คิดว่าการขยายผลประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นขบวนการล้ม พล.อ.ประวิตร เพื่อทำให้คสช.อ่อนแอหรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า มีแน่นอน ในเมื่อเราเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาไปสู่งานที่เหมือนงานการเมืองที่ทำอยู่ขณะนี้  ก็ย่อมกระทบกับกลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์ เมื่อกระแสออกมาแบบนี้ ถ้าเป็นเรื่องที่โจมตีกันทางการเมือง ก็ถือเป็นเรื่องที่มาจากการเมือง

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร จะเป็นกำลังสำคัญในการตั้งพรรคทหารหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่จริง อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เป็นมิตรกับทุกคน เป็นคนที่พูดคุยได้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ไม่หักใคร โดยคำนึงถึงเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเป็นหลัก

เมื่อถามว่า จะใช้ว่าพล.อ.ประวิตรเป็นผู้จัดการ คสช.ได้หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า “ไม่มีหรอก ผู้จัดการ คสช. อย่าใช้คำนั้น แต่ประเทศไทยมีหลายกลุ่ม หลายพวก ก็ต้องดึงมาแก้ไขปัญหา ท่านก็เป็นคนที่ประสานได้.”

“ประยุทธ์”ถามกลับจะตั้งพรรคทหารทำไม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307653

“ประยุทธ์”ถามกลับจะตั้งพรรคทหารทำไม

สมศักดิ์ เทพสุทิน, พรรคทหาร, เลือกตั้ง, คสช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์

“ประยุทธ์”ถามกลับจะตั้งพรรคทหารทำไม พลิ้วหากมีคนหนุนนั่งนายกฯต่อมาถาม ส่วนจะรับหรือไม่ยังไม่ตัดสินใจ ออกตัวนายกฯคนนอกอาจจะไม่ใช่ตัวเอง

           31ธ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรวบรวมนักการเมืองเพื่อตั้งพรรคการเมือง หรือพรรคทหาร ว่า พรรคทหาร พรรคอะไร เรื่องนี้สื่อต้องให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย สมมุติจะใครก็ตามไปรวบรวมคนแล้วตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแล้วลงเลือกตั้ง ถ้าประชาชนไม่เห็นดีเห็นงามเขาจะเลือกเข้ามาหรือ ถ้าคนห่วย ๆ เขาจะเลือกไหม

“ผมถึงบอกว่าดูซินักการเมืองใหม่บ้าง คนเก่าถ้ามันดีอยู่พรรคไหนก็เลือกเข้าไป แต่ถ้าคนใหม่ดีกว่าก็เลือกคนใหม่ก็จบ ทำไมต้องมานั่งคอยระวังผม คนนั้นคนนี้ ไม่ดูว่าคนเหล่านั้นทำประโยชน์อะไรหรือไม่ดีกว่า อาจจะมีทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนเดิม ผมพูดกับทุกพรรคการเมืองว่าไปหาคนใหม่ที่สังคมยอมรับมา สังคมก็ยอมรับได้ ถ้าเป็นคนดี แต่ถ้าอยู่แบบเดิม ๆ ก็ตีกันเหมือนเดิม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วจะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมจะตั้งทำไม”

เมื่อถามต่อว่า แล้ววันนี้มีคนตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็เห็นมีหลายคนประกาศสนับสนุนผมก็ตั้งไปสิ แต่ผมจะรับหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย เรื่องนี้เขาต้องถามผม วันนี้เขายังไม่ได้ตั้ง และยังไม่เข้าสู่วันเลือกตั้งก็ยังไม่มีใครมาถามผม ก็ได้แต่พูดกันไป แล้วผมจะรับหรือเปล่าผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ สถานการณ์เป็นตัวกำหนดทุกอย่างนะอย่าลืม ผมไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาทำไม่ได้ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่ประชาชนจะร่วมมือกับใคร คนที่เขาร่วมมืออยู่แล้วผมจะเข้าไปได้อย่างไร ”

“วันนี้ผมไม่ได้ลงเลือกตั้งเอง  มากลัวผมอยู่นั่นว่าผมจะเข้าไปเป็นนายกฯคนนอก แล้วไอ้คนในต้องหาให้เจอก่อน คนนอกอาจจะไม่ใช่ผมก็ได้มันมีตั้งหลายคนเขาอาจจะหาคนอื่นเข้ามาก็ได้ ทำไมต้องมากลัวผม วันนี้ผมมาได้ทำงานเพื่อการเมืองในวันข้างหน้า ผมทำงานเพื่อประชาชนให้มีความรัก ความสามัคคี ลงพื้นที่ก็ไปพูดคุย เพื่อต้องการให้เขาคลายเครียดคลายความกังวล และมั่นใจ อีกทั้งผมก็คลายเครียดตัวเองลงด้วย ได้หัวเราะ ได้พูดคุยและได้ทำอะไรตลก ๆ ออกมา ถ้าอยู่กรุงเทพฯผมก็ไม่ตลกเท่าไหร่ พอตลกไปก็เป็นเรื่องจริงไปหมด ความจริงผมเป็นคนอารมณ์ดี ตลก ผมพูดตลกเก่งนะ”

“บิ๊กตู่”เย้ยปชป.-พท.อุดมการณ์สู้ไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307650

“บิ๊กตู่”เย้ยปชป.-พท.อุดมการณ์สู้ไม่ได้

เลือกตั้ง, ประชาธิปัตย์, เพื่อไทย, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่”เย้ยปชป.-พท. กลัวสมาชิกออกสมัครพรรคใหม่ อุดมการณ์สู้เขาไม่ได้ ซัดอยากตายกับประชาธิปไตย-พรรคการเมือง แล้วจะกลัวอะไร

         31 ธ.ค. 60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อขยายกรอบเวลาตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลา 30 วันในการรับรองการเป็นสมาชิกพรรค ว่า ตนไม่ได้สลายความเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง คนที่เป็นสมาชิกพรรคอยู่ก็สามารถมาลงใหม่ก็ได้ หากบอกว่ามีข้อแม้เรื่องระยะเวลา ก็ขอชี้แจงว่าระยะเวลาที่กำหนดให้เวลา 30 วันที่อย่างน้อยต้องมีสมาชิกพรรค 500 คน ทุกคนก็มาลงสมัครได้ แล้วที่เหลือจะไปกลัวอะไร

“ทุกคนก็สามารถมาลงสมัครเป็นสมาชิกได้ตลอด 4 ปี ไม่ใช่หรือ ถ้าคิดว่าสมาชิกเหล่านั้นยังอยู่กับคุณจริงๆ ก็ต้องมั่นใจว่าเขาจะอยู่กับคุณ แล้วที่ออกมาประกาศว่าทุกคนเกิดมาอยากตายไปกับประชาธิปไตยกับพรรคนี้พรรคนั้น แล้วจะไปกลัวอะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า อาจเป็นเพราะกลัวว่าในช่วงที่มีช่องว่างนี้สมาชิกพรรคเดิมจะย้ายไปอยู่พรรคใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเพราะตัวเองที่อุดมการณ์สู้เขาไม่ได้หรือเปล่า ที่บอกว่าตัวเองดีกว่ามีคนมาอยู่มากกว่า สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ ถ้าดีจริงสมาชิกพรรคเหล่านั้นก็ต้องอยู่ แล้ววันนี้สิ่งสำคัญตนไม่ได้ต้องการไปรีเซ็ตอะไร แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจนขึ้นว่าคำว่าสมาชิกพรรคเป็นอย่างไร แม้ว่ากฎหมายฉบับใหญ่จะมีผลบังคับใช้แล้วและตนก็ไม่ได้ไปละเมิดหรือล้มกฎหมาย และไม่ต้องการไปแก้ไข พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะเขาต้องการหวังผลระยะยาว เราต้องหาวิธีการปฏิบัติเพื่อเดินไปสู่ตรงจุดที่ไม่มีปัญหาให้ได้ ระหว่างนี้เมื่อกฎหมายยังมีปัญหา ก็ต้องมาดูว่าระยะนี้ทำแบบนี้ได้หรือไม่แกะออกมาให้ได้ว่าคนที่จะเป็นสมาชิกพรรคก็ให้ยืนยัน มีการลงชื่อและมีหลักฐานให้เห็น

“ที่ผ่านมาหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องไม่มีหลักฐานชัดเจนเพราะอยู่ที่พรรคทั้งหมด เพราะเราไม่ได้ให้เขาเก็บเงินจากสมาชิกพรรค รัฐบาลเป็นคนเก็บให้โดยการหักภาษี เมื่อคนถูกหักภาษียังไม่กาเลยว่าสนับสนุนพรรคไหน ดังนั้นต้องมีการเคลียร์เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพียงแค่นี้มันมีปัญหาอะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“บิ๊กตู่”ลั่นปีหน้าขัดแย้งไม่รับปากมีเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307649

“บิ๊กตู่”ลั่นปีหน้าขัดแย้งไม่รับปากมีเลือกตั้ง

นายกฯ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เลือกตั้ง, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่”ลั่นปีหน้าขัดแย้งไม่รับปากมีเลือกตั้งถ้า ยังตีกันอยู่จะไม่รับผิดชอบออกตัวไม่ได้เลื่อนโรดแมป แค่พูดปรามไว้ก่อน ปีใหม่อยากได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล

         31 ธ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปีใหม่ปีนี้ได้บอกกับทุกคนว่าไม่ต้องมาอวยพร และมอบของขวัญให้ตน  ขอให้ทุกคนกลับไปดูแลและอวยพรลูกน้องและคนที่รักดีกว่า อีกทั้งตนมีพรให้กับเขาเสมอ ส่งการ์ดส่งความปรารถนาดีไปให้ ซึ่งเขาก็ส่งการ์ดอวยพรกลับมาก็พอใจแล้วถือว่าเป็นการระลึกถึงกัน และขอร้องว่าอย่าไปคิดว่าตนไม่ให้ความสำคัญกับเทศกาลสำคัญเช่นนี้  สำหรับตนเทศกาลปีใหม่ถือเป็นประเพณีที่สำคัญ เราก็ส่งใจถึงกันตลอดเวลา มีการส่งการ์ดถึงกัน ตนไม่ต้องการเป็นภาระในช่วงปีนี้เพราะต้องการใช้เวลาเพื่อคิดเรื่องต่าง ๆ มากมาย

“หลายคนก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมผมไม่รับการอวยพร ผมก็บอกว่าขอเถอะสำหรับปีนี้ ขอให้ท่านไปดูแลคนอื่น ๆ ดูแลครอบครัว และผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด ของขวัญผมไม่ได้ต้องการ พอแล้ว ของขวัญก็มีดอกไม้ ผลไม้ ขอให้เอาไปให้ผู้ใหญ่ที่ตัวเองนับถือ ไม่เช่นนั้นป่านนี้ก็ต้องมายืนรออวยพรเป็นแถวผมก็กลายเป็นภาระของพวกท่าน”นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถาม ปีใหม่ปีนี้มีสิ่งใดที่ไม่อยากได้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่อยากได้ความไม่สงบสุข ผมไม่อยากได้ความขัดแย้ง ในวันข้างหน้าเมื่อผมไม่เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง อย่าไปคิดว่าผมจะเป็นอย่างอื่น ผมหมดหน้าที่ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ผมก็อยากได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ผมอยากได้นักการเมืองที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ เดินหน้าวางแผนการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้กว้าง ๆ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติรายละเอียดไม่ได้มีการบังคับอะไรกับใคร มีแต่หัวข้อว่าทำอะไรก็เพียงขอให้อยู่ในกรอบและขอให้ทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข พ้นจากความยากจนในทุก ๆ ด้าน ทั้งจนความรู้ จนที่ดิน ในปีหน้ามีเรื่องต้องทำอีกมาก เพราะถ้าเรายังทำแบบเดิมเราก็จะเป็นแบบเดิมคือการเอาเงินลงไปให้ลงไป เป็นมาตรการบรรเทาเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ยั่งยืน ถ้าจะให้ยั่งยืนต้องทำแบบที่ผมทำ ต้องมีการกำหนดเป้าหมาย ทิศทางในแต่ละกลุ่ม เพราะความต้องการของแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน และต้องไม่เป็นการผูกขาดประชาชนต้องได้รับประโยชน์ที่ดีขึ้น ก็เป็นการคาดหวังของผม”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวัง คือ 1.การลดความยากจน ลดความเดือดร้อน 2.การเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่ไม่มีความขัดแย้งอีกต่อไป  ซึ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ ตนประกาศไว้เลยสถานการณ์ถ้ายังมีความขัดแย้งสูงการเลือกตั้งได้หรือเปล่าตนไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้มันเกิดขึ้น ตนไม่ได้เป็นคนทำ

“ถ้าอยากให้มีการเลือกตั้งก็ขอให้มีความสงบสุขเรียบร้อย ถ้าไม่สงบเลือกแล้ว ถ้าเลือกตั้งไปแล้วยังมีการตีกันอยู่ผมก็รับผิดชอบไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพียงแต่พูดปรามไว้สำหรับคนที่จะสร้างความวุ่นวาย ประชาชนเองก็ต้องดู ถ้าใครทำตัวแบบนี้ก็อย่าไปยุ่งหรือสนับสนุน ไม่เช่นนั้นก็จะผิดกันไปหมด ขอร้องอย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีเส้นทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยก็ไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ทุกฝ่ายชื่นชมประเทศไทยว่ามีเสถียรภาพดี มีความสงบเรียบร้อยไม่มีความขัดแย้ง เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมือง ขอร้องว่าอย่าเอาการเมืองมาเป็นทุกอย่างของประเทศไทย เพราะถ้าทำเช่นนั้นก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ไม่มีเลิก เพราะทุกคนก็คาดหวังว่าจะเข้าสู่การเมือง ส่วนจะตีกันต่อไปอย่างไรตนก็ไม่สามารถตอบได้ วันข้างหน้าอีกพรรคหนึ่งได้อีกพรรคจะยอมรับได้หรือไม่ตนก็ไม่รู้ ตอบไม่ได้ เพราะปัญหาเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

“จำได้หรือไม่ว่าที่ผ่านมาเคยเกิดเรื่องมาแล้วจาก 2 พรรคใหญ่ แล้วอนาคตข้างหน้าจะแก้ปัญหาอย่างไร ยังไม่มีใครบอกผมเลย แต่ทุกวันนี้กลับมาตีผม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจ วันนี้ท่านต้องแสดงออกว่าท่านจะไม่ทำหรือสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นมาอีก ขอร้องว่าอย่าพูดอย่างเดียวขอให้ทำด้วยแล้วประชาชนก็ต้องไปดู ไม่ใช่ว่ากลายมารุมตีผม ๆ ยังไม่รู้ว่ามาตีผมเรื่องอะไร ผมก็พูดกับทุกคน”