ชี้ข่องศาลรธน.ตรวจสอบสรรหากต.จากศาลฏีกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307607

ชี้ข่องศาลรธน.ตรวจสอบสรรหากต.จากศาลฏีกา

สรรหากกต.ถูกต้อง, สรรหากกต., ปธ.สนช.

“ปธ.สนช.” ย้ำสรรหากกต.ถูกต้อง ระบุ ไร้อำนาจตรวจสอบสรรหากกต.จากที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา ชี้ 7 ว่าที่กกต.มีคุณสมบัติตามรธน.

           30 ธ.ค.60 –  นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึง การสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า ชณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกกต.ที่มีพล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธาน ส่วนกรณีข้อท้วงติงจากบางฝ่ายต่อการสรรหากกต.จำนวน 2 คนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหากกต.จำนวน 2 คนมายังสนช.แล้ว ซึ่งสนช.ไม่มีหน้าที่ในการไปตรวจสอบการทำงานของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในเรื่องดังกล่าว เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจสนช.ในการตรวจสอบว่าการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจตรวจสอบ

เมื่อถามว่า ในฐานะประธานสนช.ทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระได้เจอปัญหาเกี่ยวกับการสรรหาที่รัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติไว้สูงแล้วหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่อยากไปวิจารณ์ เพราะอยากให้รอดูไปเรื่อยๆก่อนจะดีกว่า ทีบอกว่าคุณสมบัติสูงเกินไปนั้นจะเป็นเฉพาะของผู้ที่เป็นเคยดำรงตำแหน่งในราชการ ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ 5 ปี ส่วนตำแหน่งทางวิชาการก็ต้องเป็นศาตราจารย์ 5 ปี ซึ่งแล้วแต่ใครจะมอง เพราะปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีจำนวนมาก

“สาเหตุที่การสรรหากกต.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาไม่ได้ใช้วิธีการเชิญบุคคลภายนอกทีมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาสมัครกกต.นอกเหนือไปจากการสมัครตามปกติ เพราะเราคิดว่าบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ เพียงพอต่อการสรรหากกต.แล้ว จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้วิธีการดังกล่าวแต่อย่างใด และทุกคนที่ผ่านการสรรหาก็เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด” ประธาน สนช.กล่าว

เล็งใข้ม.44 บรรจุคนทำงานสำนักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307566

เล็งใข้ม.44 บรรจุคนทำงานสำนักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

บิ๊กฉัตร, นักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ม.44

สำนักงานบริหารน้ำฯสะดุด หลังติดปัญหาคนทำงาน ด้าน”บิ๊กฉัตร”เผย 3 ม.ค.ถก”วิษณุ” หาทางออก

             30 ธ.ค.60- พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.)ว่า ขณะนี้โครงสร้างเบื้องต้นมี 6 หน่วยงาน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายตนดูแล โดยดูว่าจะทำอย่างไรให้สำนักงานฯ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีเพียงแค่นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฯ ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตนจึงเชิญสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพบ เพื่อให้เร่งดำเนินการในการบรรจุบุคคลเข้าหน่วยงาน ที่อาจจะต้องเอาข้าราชการจากหน่วยงานอื่นๆมาร่วมด้วย แต่ถ้าให้เป็นไปตามระเบียบราชการของก.พ.เกรงว่าจะไม่ทันการ เพราะต้องใช้เวลานาน จึงกำลังมองว่าจะทำอย่างไร จึงได้เข้าหารือและนำเรียนนายกฯ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา จะทำอย่างไรให้เกิดความรวดเร็วในการตั้งหน่วยงานดังกล่าว
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ทุกคนคงทราบว่าเรามีแผนยุทธศาสตร์น้ำอยู่แล้ว แต่แผนดังกล่าวไม่มีใครเป็นคนขับเคลื่อนจริงๆ เพราะมันกระจายไปหมด การที่จะกำกับดูแลให้เกิดขึ้นเร็วหรือปรับแผนมันไม่มีหน่วยไหนเลย วันนี้จึงต้องมีหน่วยใหม่เกิดขึ้นมา เพื่อขับเคลื่อนการทำงานจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้ได้ และต้องแก้ปัญหาได้ด้วย เช่น แผนน้ำที่เราทำบางครั้งอาจจะเอาปัจจัยเรื่องงบประมาณมารองรับด้วย เพราะทำพร้อมกันใช้งบประมาณมหาศาล อีกทั้งแผนน้ำในวันข้างหน้าอาจต้องมีการปรับ บางอย่างอาจต้องทำเร็วขึ้น ด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำฯจะเป็นผู้ดูเรื่องแผนทั้งหมด รวมถึงเรื่องงบประมาณด้วยว่าปี 62 นี้ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ หน่วยงานไหนเป็นคนทำ จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน รวมถึงการลงพื้นที่ของนายกฯที่มีแผนน้ำจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเสนอมา ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ทัน

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ดังนั้นจึงต้องให้สำนักงานทรัพยากรน้ำฯดูว่าจะสามารถทำได้เท่าไหร่และทำอะไรก่อนหลัง นี่จึงถือเป็นนโยบายของนายกฯอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นของขวัญของประเทศได้เลย เพราะจะทำให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศเกิดเป็นรูปร่างจริงจังขึ้น และสามารถแก้ปัญหาน้ำได้ทั้งหมด ทั้งน้ำดื่ม น้ำอุปโภคบริโภค น้ำท่วม น้ำแล้ง แต่ปัญหาจะทำอย่างไรจะให้สำนักงานทรัพยากรน้ำฯเกิดขึ้นได้รวดเร็ว และหลังจากนั้นคงจะต้องมีการปรับโครงสร้างอีก เพื่อให้สามารถรองรับการทำงานได้จริงๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการใช้มาตรา 44 ในการดำเนินการให้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อาจจะ ตอนนี้เป็นเพียงความคิดว่าจะทำอย่างไรให้รวดเร็วขึ้น โดยวันที่ 3 ม.ค.ตนได้นัดหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้แนะนำว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความรวดเร็ว

เมื่อถามว่า ในส่วนของการบรรจุบุคลากรในหน่วยงานสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ จะต้องใช้จำนวนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ รองนายกฯ กล่าวว่า  โดยโครงสร้างเดิมที่ทำไว้มีประมาณ 200 คน แต่ที่จะบรรจุเบื้องต้นครั้งแรกประมาณ 80 คน ซึ่งจะมาจากหลายๆหน่วยงาน

” บิ๊กฉัตร” กระตุ้นสธ.-พม.ดูแลคนแก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307561

” บิ๊กฉัตร” กระตุ้นสธ.-พม.ดูแลคนแก่

สคบ., บิ๊กฉัตรสั่งสธ-พม..ดูแลคนแก่, บิ๊กฉัตร

” บิ๊กฉัตร” กระตุ้น สธ.-พม.ดูแลคนแก่ สั่ง “สคบ.” รับเรื่องร้องเรียนปชช. หากแก้เองไม่ได้ ส่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง

                 30 ธ.ค.60 – ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า   ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล โดยเน้นย้ำไปที่การลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งกำชับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดูแลปัญหาผู้สูงวัย ซึ่งประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในอีก 5 ปีข้างหน้า จึงได้ฝากให้คิดอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ประโยชน์

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังกำชับไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่า หากมีการร้องเรียนอะไรเข้ามา แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของสคบ.โดยตรง ก็ให้รับเรื่องเอาไว้ก่อน แล้วจึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่าโยนปัญหาทิ้ง เพราะประชาชนมีความเดือดร้อน จึงมาร้องเรียน  หากโยนให้ไปที่อื่น ก็เหมือนเป็นการซ้ำเติมประชาชนอีก

สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307560

สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

กางปฏิทินงานสนช.61, ผลงานสนช., พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ, สุรชัย, สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

สนช.พอใจทำงานปี 60  กางปฏิทินงาน 61 เร่งดันกฎหมายปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ จี้ องค์กรอิสระ เร่งพิสูจน์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้สมกับไม่โดนเซตซีโร่

             นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า การทำงานสนช.ว่า ตลอดปี2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา334ฉบับ ผ่านการพิจารณา 271ฉบับ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 263ฉบับ มีผลบังคับใช้ 259ฉบับ ในจำนวน 334ฉบับนั้นเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ4ฉบับ ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นายสุรชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ดียังมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก3ฉบับ ผ่านการพิจารณาจากสนช.และอยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผ่านการพิจารณาจากสนช. ขั้นตอนต่อไป ประธานสนช. จะส่งร่างที่ผ่านวาระ3 ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และประธานปปช. ทำความเห็นกลับมาใน10วัน ว่าจะมีประเด็นโต้แย้งอะไรมาหรือไม่ หากไมมีถือว่าการพิจารณาถึงที่สุด จากนั้นส่งให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้ามีข้อโต้แย้งกลับมาจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม3ฝ่าย เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส. และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ที่ยังค้างในชั้นสนช. มีกรอบเวลาต้องพิจารณาแล้วเสร็จในวันที่ 26ม.ค.2561 เท่าที่ทราบคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับจะเรียกสมาชิกสนช.ที่เสอนคำแปรญัตติที่ขอแก้ไขกฎหมายมาชี้แจง จึงคิดว่าจะเสนอร่างกฎหมายเข้าที่ประชุมสนช.เพื่อลงมติในวาระที่ 3 และ 3 ภายในสัปดาห์ที่3 เดือนม.ค.2561 และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะเริ่มนับหนึ่ง เข้าสู่การเลือกตั้ง150วัน ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นอกเหนือไปจากผลงานด้านกฎหมายของสนช.ตลอดปี2560แล้ว สนช.ยังมีผลงานเกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสนช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 349เรื่อง แจ้งกลับไปยังหน่วยงานต่างๆ 218เรื่อง อยู่ระหว่างพิจารณา 131เรื่อง ในจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด พบว่าเป็นเรื่องการเมืองมากที่สุด เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ การทุจริต การประพฤติตนไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐมากถึง 97เรื่อง รองลงมาเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล 81เรื่อง อันดับสาม เป็นเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม 70 เรื่อง โดยเรื่องการเมือง หน่วยงานของรัฐที่ถูกร้องเรียนมีทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง มีการตรวจสอบเรื่องที่ร้องมามีมูลหรือไม่ ถ้ามีมูลจะส่งต่อให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป ถ้าไม่มีมูลก็เป็นอันยุติ

สำหรับการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ นายสุรชัย กล่าวว่า ในปี 2561 จะมีการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหลายฉบับพร้อมกันและมาเป็นชุดเดียวกัน โดยจะเป็นการพิจารณากฎหมายที่จะออกตามแผนการปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันหมด โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติต้องรองรับการปฏิรูปประเทศ และ แผนการปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 กำหนดให้ต้องมีการปฏิรูประเทศในภาพรวมภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญพ.ศ.256ประกาศใช้ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 6 เม.ย. 2561 เพราะฉะนั้น เมื่อเดือนเข้าสู่เดือนม.ค.2561 จะมีเวลา 3 เดือนในการลงมือปฏิรูปประเทศ

เมื่อถามว่า แสดงว่าก่อนเดือนเม.ย.2561 จะต้องมีการแผนยุทธศาสตร์ชาติมาให้สภาให้ความเห็นชอบ นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าควรต้องมีการเสนอเข้าสภา เพื่อที่จะรองรับให้ฝ่ายปฏิบัติการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า การที่สนช.แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยกำหนดให้กรรมการองค์อิสระบางองค์กรได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปแต่บางองค์กรต้องพ้นจากตำแหน่ง จะเป็นปัญหาในการสร้างบรรทัดฐานหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เรารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายและพยายามสอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรอิสระแต่ละฉบับและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่ามีเหตุผลอย่างไร โดยส่วนใหญ่อ้างถึงภารกิจของแต่ละองค์กร ประกอบกับ มีการตีความมาตรา 273ของรัฐธรรมนูญว่าการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นดุลพินิจของสนช. จึงทำให้กฎหมายต้องออกมาเช่นนี้

เมื่อถามว่า จะเป็นปัญหาความน่าเชื่อถือของแต่ละองค์กรหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า แม้สังคมจะตั้งคำถามกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่ส่วนตัวคิดว่าสุดท้ายปัจจัยที่จะเป็นตัวชี้ขาด คือ ผลงานการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่กฎหมายบัญญัติให้กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันได้ทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งจะต้องระวังและต้องมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้สังคมได้เห็นว่าได้ทำงานให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองจริงๆ ตามที่กฎหมายได้เปิดโอกาสให้ทำงานต่อไปแล้ว

“บิ๊กตู่” ลั่น 3 ปีทำมาเยอะแล้ว พัฒนาทุกด้าน บ้านเมืองสงบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307503

“บิ๊กตู่” ลั่น 3 ปีทำมาเยอะแล้ว พัฒนาทุกด้าน บ้านเมืองสงบ

ทุจริต, หยุด, ไม่ทะเลาะ, ไม่ปิดถนน, สงบ, บ้านเมือง, 3 ปี, ทุกด้าน, พัฒนา, ลั่น, ประยุทธ์, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” ลั่น 3 ปีทำมาเยอะแล้ว พัฒนาทุกด้าน บ้านเมืองสงบไม่มีปิดถนน-ไม่ตีกัน-ไม่ทะเลาะ-หยุดทุจริต

29 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราคงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศไม่มากก็น้อย นอกจากการพัฒนาทางโครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราพัฒนาต่อเนื่องเชื่อมโยง มีแผนงาน ปัญหาอยู่ที่ทำได้หรือไม่ได้ ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด

“ท่านอาจรับรู้ว่าบ้านเมืองสงบสันติมันเป็นยังไงไม่มีปิดถนน คนไทยไม่ตีกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่วุ่นวาย การหยุดทุจริตและสานพลังประชารัฐในแหล่งท่องเที่ยว ช่วยให้กรมอุทยานแห่งชาติ จัดเก็บรายได้มากขึ้น จาก 600 ล้าน เป็น 2,400 ล้านต่อปี แล้วบอกรัฐบาลนี้ไม่ทำอะไร ผมว่าบางเรื่องมันก็ดีอยู่เยอะ ลองรับทราบและสื่อให้เห็นว่าอะไรมันดีๆบ้างก็แล้วกัน อะไรที่ไม่ดีก็บอกมา เราจะได้แก้ไข ผมก็รับทั้งดีและไม่ดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

“นายกฯ” ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307502

“นายกฯ” ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปี

บิ๊กตู่, ปีใหม่, ประชาชน, คนไทย, ชวน, สวดมนต์, ข้ามปี, เคารพ, กฎหมาย, สังคม, สงบสุข, อวยพร, ปลอดภัย, นายกฯ

“นายกฯ” ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปี ขอให้ทำดี-คิดดี-พูดดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น เคารพกฎหมายสังคมสงบสุข อวยพรเดินทางปลอดภัย

29 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ตนขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้มาร่วมในกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มชีวิตในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และเป็นการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ เตือนใจให้ตั้งมั่นในความดี และตั้งใจหมั่นทำความดี คิดดี พูดดี ทำแต่สิ่งดีๆ ชีวิตเราก็จะได้พบเจอแต่ความสบายใจ ไม่ทุกข์ร้อนโดยเริ่มจากตัวเราเองก่อน ก็จะเป็นพื้นฐานให้สังคมของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเมื่อไม่มีการเบียดเบียนกันแล้ว ไม่มีการละเมิดสิทธิผู้อื่น ก็ย่อมจะไม่มีการละเมิดกฎหมาย สังคมก็มีแต่สงบสันติในการอยู่ร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อีกไม่กี่วันเราก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้ว สิ่งที่ตนคาดหวัง เช่นทุกคนเหมือนกันก็คือ การเห็นบ้านเมืองของเรามีความสุขมากขึ้นคนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลก็พยายามจะมองไปข้างหน้า และก็ต้องมีการประเมินสถานการณ์ คาดการณ์ล่วงหน้าถึงความเป็นไปได้ในหลายมิติ เพื่อให้คนไทยและประเทศไทยก้าวทันเทคโนโลยี และโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตนขอบคุณครับขอให้ทุกคน และครอบครัว มีความสุข ในช่วงวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่สดใส และเต็มไปด้วยความหวัง เดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยทุกคน.

“ทนาย”ย้ำไม่เคยติดต่อ”ยิ่งลักษณ์”หลังมีภาพผ่านสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307507

“ทนาย”ย้ำไม่เคยติดต่อ”ยิ่งลักษณ์”หลังมีภาพผ่านสื่อ

จำนำข้าว, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, ทนาย, ยิ่งลักษณ์

“นรวิชญ์”ทนายคดีจำนำข้าวย้ำ”ยิ่งลักษณ์”ไม่ติดต่ออีกหลังจบคดีคุก 5 ปี แค่เห็นภาพข่าวตามสื่ออ้างช้อปอยู่อังกฤษ

          29 ธ.ค. 60 จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีรายงานข่าวของสื่อไทยสำนักหนึ่ง ระบุทำนองว่า มีผู้พบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช้อปปิ้งที่ห้างแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง หนึ่งในทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า ตั้งเเต่มีการอ่านคำพิพากษาลับหลังไปแล้ว ก็ยังไม่สามารถติดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลยสักครั้ง

รูปที่บอกว่ามีการอยู่ที่ประเทศใดนั้น ก็ทราบจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ถือว่าสิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วที่ลงโทษจำคุก 5 ปี เนื่องจากอัยการ โจทก์ ก็ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ด้วย

ต่อข้อถามที่ว่า ได้ส่งคำพิพากษาฉบับเต็มไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ นายนรวิชญ์ ทนายความ กล่าวว่า ไม่ได้ส่งไป เเละไม่ได้ติดต่อ ขณะที่คำพิพากษาศาลฎีกาฯก็เผยแพร่ในเว็บไซต์ของศาลอยู่แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ย่อมสามารถเปิดดูได้เองหากประสงค์ที่จะดูคำพิพากษาศาลฎีกา

ทีมกม.ปชป.นัดถก ปมร้องศาลรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307501

ทีมกม.ปชป.นัดถก ปมร้องศาลรธน.

วิรัตน์, ปชป., คสช., รธน., ขัด, ศาลรธน., มาร์ค, พิจารณา, เจตนารมณ์, ไม่ตรง

ทีมกม.ปชป.นัดถก ปมร้องศาลรธน. 4 ม.ค.61 ก่อนส่งให้ “มาร์ค” พิจารณา ยัน คำสั่งคสช.ไม่ตรงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน

 

29 ธ.ค. 60 – นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์ในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 23/2560 อาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 26 เรื่องสิทธิของประชาชนว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายพรรคประกอบด้วย ตน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคฯ นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และ นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ผู้ช่วยเลขาผู้ว่าฯกทม. ในฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ รวม 5 คน ได้รับมอบหมายจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้รับผิดชอบและเตรียมการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะมีการนัดหารือถึงเรื่องข้อกฎหมายที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 4 ม.ค. 2561 และเมื่อคณะทีมกฎหมายหารือจนได้ข้อยุติที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ก็จะต้องนำเสนอนายอภิสิทธิ์ และหากนายอภิสิทธิ์มีความเห็นแย้ง หรือความเห็นชอบอย่างไร ก็ต้องว่ากันต่อไป ซึ่งหากความเห็นตกผลึกเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า การจะใช้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติจะต้องมีกระบวนการที่ควรเดินตามหลักนิติรัฐ และหลัก นิติธรรม คือ การแก้กฎหมายต้องแก้ด้วยกระบวนการตามหลักที่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เกิดจากหลักการยกร่างของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) มีการผ่านประชามติจากประชาชน มีคำถามพ่วงจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญก็อนุญาตให้เพิ่มคำถามพ่วงดังกล่าว จากนั้นจึงถึงขั้นตอนโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญ จึงถือว่า รัฐธรรมนูญเป็นที่สูงสุดทางกฏหมายแล้ว แต่ที่คสช.ก็ ยังใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งตนมองว่าการที่คสช.อ้างมาตรา 44 ก็ยังไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 อยู่ดี เพราะเมื่อพิจารณาตากบทบัญญัติในมาตรา 44 ทั้งหมดแล้วจะเห็นว่า การแก้กฎหมายครั้งนี้ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ไม่ตรงกับหลักการทางกฏหมายที่มาตรา 44 มีจุดประสงค์ที่จะให้คสช. ทำงานแต่อย่างใด ที่สำคัญยังไม่ตรงกับเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2560 ในเรื่องของสิทธิประชาชนเนื่องจากมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างเห็นได้ชัด จึงถือว่าเรื่องนี้ขัดหลักนิติรัฐและนิติธรรมโดยสิ้นเชิง

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน”บิ๊กบี้”รวยขึ้น 16 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307470

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน”บิ๊กบี้”รวยขึ้น 16 ล้าน

ปปช., บัญชีทรัพย์สิน, บิ๊กบี้

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน”บิ๊กบี้”พ้น”รมว.แรงงาน”รวยขึ้น 16 ล้าน กำลังปลูกบ้านใหม่”บิ๊กช้าง”ถอยเบนซ์ใหม่ 3.2 ล้านบิ๊กหมูวูบ 10.6 ล้าน

         29 ธ.ค.60  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 รายประกอบด้วย 1.พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล กรณีลาออกจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ไปรับตำแหน่ง รมช.กลาโหม และ 3.พล.อ.ธีรชัย นาควานิช กรณีพ้นจาก สนช. ครบ 1 ปี

โดยพบว่า พล.อ.ศิริชัย และคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 108,750,517 บาท ไม่มีหนี้สิน เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง แจ้งว่ามีทรัพย์สินมากว่าหนี้สิน 92,071,271 บาท ดังนั้น จึงมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 16,679,246  บาท โดยทรัพย์สินในส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีการสร้างบ้านมูลค่า 25 ล้านบาทเศษ ในพื้นที่ย่านคันนายาว กทม. โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่หนี้สินลดลงจากเดิมประมาณ 8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในส่วนของนาฬิกา มีการแจ้งไว้ 12 รายการ บางเรือนมีมูลค่าสูงถึง 1,800,000 บาท

พล.อ.ชัยชาญ และคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 30,384,578 บาท ไม่มีหนี้สิน เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง แจ้งว่ามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 26,672,147  บาท เท่ากับว่าพล.อ.ชัยชาญ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 3,712,431 บาท โดยเป็นทรัพย์สินในส่วนของยานพาหนะ ซึ่งมีการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ E350 ราคาประมาณ 3.2 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่พล.อ.ธีรชัย และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 77,663,350 บาท ไม่มีหนี้สิน เมื่อเทียบกับกรณีพ้นจากตำแหน่งที่แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 88,325,682 บาท เท่ากับว่า พล.อ.ธีรชัย มีทรัพย์สินลดลง 10,662,332 บาท โดยเป็นทรัพย์สินในส่วนของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ยังพบว่ามีทรัพย์สินที่น่าสนใจ อาทิ มีงาช้าง 2 กิ่ง มูลค่า 542,500 บาท ที่แจ้งไว้เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งว่าไม่สามารถประเมินราคาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเปิดเผยบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ ได้ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพรายละเอียดของทรัพย์สินในเอกสารประกอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่สามารถตรวจสอบด้วยตาเปล่าเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ชี้แจงว่าการห้ามดังกล่าวเป็นไปเพื่อปกปิดทรัพย์สินส่วนบุคคลของผู้ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และการขอปกปิดข้อมูลหรือรายละเอียดเอกสารในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ ป.ป.ช.ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

อุ้มคสช.ใช้ ม.44 ไม่ลิดรอนเสรีภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307367

อุ้มคสช.ใช้ ม.44 ไม่ลิดรอนเสรีภาพ

 เสรีภาพ, ไม่ลิดรอน, ม.44, การันตี, พรเพชร วิชิตชลชัย

“พรเพชร” การันตี คำสั่งคสช.รัฐธรรมนูญรับรอง หลังพรรคการเมืองเล็งยื่นร้องศาลวินิจฉัย

 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 สิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ ว่า สำหรับพรรคการเมืองมีช่องทางเดียว คือ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่อาจมีปัญหาเรื่องบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่คุ้มครองคำสั่งคสช.ซึ่งมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ประเด็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่นั้น เท่าที่ดูการออกคำสั่งคสช.เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง  คิดว่าคสช..ไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ พรรคการเมืองยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตามสิทธิ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลยพินิจรับคำร้องหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าการใช้คำสั่งคสช. มาตรา44 ถือว่าเป็นการใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรมหรือไม่ นายพรเพชร ชี้แจงว่า กฎหมายจำเป็นต้องมีการแก้ไข ถ้าเกิดความผิดพลาดหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับอื่น หรือทำให้เกิดปัญหาก็ต้องแก้ไขเป็นหลักธรรมดา หากปล่อยกฎหมายเดินไปมีปัญหาแล้วไม่ได้แก้ไขคงจะไม่ได้ ทั้งนี้ การแก้ไขพ.ร.ป.มีเวลาที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้าสนช.แก้ไขได้ทันที วันรุ่งขึ้นเราอาจจะทำเลย เรายอมรับความผิดพลาดได้ถ้าสิ่งนั้นเราออกกฎหมายไปแล้ว  แต่การแก้ไขของสนช.ในปัจจุบันก็จะถูกจำกัดระยะเวลาด้วยมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้มีการพูดกันว่าควรจะต้องมีการแก้ไขถ้าหากมีความจำเป็น เราถือว่าเมื่อทำผิดต้องยอมรับผิดและต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้เดินต่อไปได้
เมื่อถามอีกว่า หากเป็นเช่นนี้เหมือนว่าประเทศไม่ได้ปกครองตามระบบนิติรัฐ นิติธรรม แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของคนๆเดียว หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะอำนาจการทำงานได้กระจายไปทุกส่วน ฝ่ายนิติบัญญัติก็รับหน้าที่มา ยืนยันว่าไม่มีใครรับใบสั่งอะไรมา เพราะรัฐบาลสามารถออกกฎหมายได้ทางเปิดเผยอยู่แล้ว