รวบ ! “เอกชัย”บุกมอบนาฬิกาข้อมือบิ๊กป้อมหน้าบ้านสี่เสา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307357

รวบ ! “เอกชัย”บุกมอบนาฬิกาข้อมือบิ๊กป้อมหน้าบ้านสี่เสา

“เอกชัย”บุกมอบนาฬิกาข้อมือ ให้บิ๊กป้อมหน้าบ้านสี่เสาถูกรวบทันควัน ก่อนนำตัวปล่อย อนุสาวรีย์ชัย

           28 ธ.ค.60 ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่  นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้โพสต์เฟตบุ๊กส่วนตัวว่าจะมอบของขวัญที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ จากเดิมที่จะไปทำกิจกรรม มอบของขวัญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหมนั้น นายเอกชัย ได้มาตามที่ประกาศไว้ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่พบนายเอกชัย จึงได้รีบ เข้ามาพูดคุย ที่ป้อมรักษาการณ์หน้าบ้าน  เพื่อจะมอบนาฬิกาของตนเองราคาไม่กี่พันบาท ที่ใส่อยู่ให้กับพล.อ.ประวิตร ที่กำลังมีข่าวเรื่องนาฬิกาหรูราคาแพง

พ.ต.ท.ธนพรหม ธนอาภากร สว.สส.บก.น.8 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าพูดคุยกับนายเอกชัย พร้อมเชิญให้มาพูดคุยกันและจะไม่มีการควบคุมตัวหรือ จะมีการดำเนินคดีแต่อย่างไร เพียงแต่เชิญตัวไปนั่งรอเพื่อที่จะเข้ามอบนาฬิกาเท่านั้น

โดยนายเอกชัย ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัว ว่าตนเองเดินทางมาคนเดียว ไม่มีผู้ติดตาม ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้ตนเองรอ พล.อ.ประวิตร อยู่ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ ตนก็เพียงแค่จะนำของขวัญ ดังกล่าวมอบให้เท่านั้น และจากนั้นจะเดินทางกลับทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวยไม่อนุญาตให้ไปที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สามเสน ได้นำ นายเอกชัย ซ้อนจักรยานยนต์ ออกจากพื้นที่ โดยจะไปขึ้นรถโดยสารประจำทางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ป๋าเปรม”เชื่อ”ตู่”ทำได้ขอยึดมั่นอุดมการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307351

“ป๋าเปรม”เชื่อ”ตู่”ทำได้ขอยึดมั่นอุดมการณ์

“นายกฯ”นำครม.-ผบ.เหล่าทัพอวยพรปีใหม่มีสุขภาพ-จิตใจที่เข้ม”ป๋าเปรม”เชื่อ”ตู่”ทำได้แค่ขอยึดมั่นอุดมการณ์ทำคนไทยมีความสุข ชี้ถ้าทำดี ปชช.พร้อมเป็นกองหนุน

         28 ธ.ค.60 ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เปิดบ้านให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำรองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี(ครม.)บางส่วน และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าเยี่ยมคารวะและอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โอกาสนี้ พล.อ.เปรม ได้มอบหนังสือนวมินทรานุสรณียเทศนา ที่รวบรวมพระธรรมเทศนา 3 กัณฑ์ ของพระพรหมมุนี  วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม  จัดพิมพ์ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยคณะศิษยานุศิษย์พระพรหมมุนี ให้แก่ทุกคนที่มาร่วมอวยพรปีใหม่ในวันนี้

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวแทนกล่าวอวยพรปีใหม่ว่า กราบเรียนท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่เคารพรักเป็นอย่างสูง วันนี้พวกเราทุกคนมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง เนื่องในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2561 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้แทนหรือทุก ๆ คนที่มาในวันนี้มาด้วยความรู้สึกอบอุ่น และมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสมากราบอวยพรท่านองคมนตรีและรัฐบุรุษทุกครั้งเช่นที่ผ่านมา และปีนี้เป็นปีที่เราคาดหวังว่า ในปี 2561 จะเป็นปีแห่งความสำเร็จในการที่จะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองไปสู่ความสงบสุขอย่างสันติ อย่างยั่งยืนโดยการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้เป็นแบบอย่างให้พวกเราทุกคน ทั้งในราชการ

“วันนี้ทั้งผบ.เหล่าทัพและตำรวจ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)สำนักงานปลัดกระทรวงต่าง ๆ และรัฐบาล ครม. ได้มาร่วมอวยพรปีใหม่พร้อมกันในวันนี้ อย่างที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า พวกเราทุกคนนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมืองและให้เป็นไปตามที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้เคยกล่าวไว้ว่า เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม เราจะต้องทำหน้าที่นั้นเพื่อแผ่นดิน อันเป็นที่รักย่ิงของเรา รักษาไว้ซึ่งแกนหลักของประเทศคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่ของเหล่าทัพต่าง ๆ ก็คือประชาชน ซึ่งเราต้องดูแลทุกข์สุขเขาด้วยเวลานี้”นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวว่า อย่างที่พวกเราได้ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งสถานการณ์นอกประเทศและในประเทศช่วงที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือในประเทศก็ตาม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการที่เราทำงานให้ประเทศชาติของเรานั้นรุ่งเรือง สถาพรต่อไป ฉะนั้นเราจึงต้องปรับรูปแบบต่าง ๆ หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลประชาชนให้มีรายได้ที่ดีขึ้นสูงขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการกระจายรายได้ในทุกมิติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่มองดูแล้วไกลเกินไป เพราะว่าหลายอย่างเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน เราจึงเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้ทันต่อสถานการณ์ และเราก็เป็นความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ

“สิ่งที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้วางแนวทางไว้แล้ว ตั้งแต่ท่านเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งถึงวันนี้เป็นบุคคลที่เราเคารพนับถือ ยกย่องอย่างจริงใจในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ความจงรักภักดี และหน้าที่ของพวกเราทุกคนก็คือ นำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถนั้นให้ลงไปถึงประชาชนทุกคนให้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อแผ่นดินต่อประชาชนคนไทยทุกคนให้จงได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อีกประการหนึ่งนำความจงรักภักดี นำความปรารถนาดีหรือความตั้งใจของประชาชนทุกคนในการทำหน้าที่ถวายให้กับสถาบันและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ นี้เป็นสิ่งที่เรายึดมั่นเสมอมาในการสร้างความมั่นคงในเรื่องของสถาบันและทำทุกอย่างให้เกิดการยอมรับในเรื่องของการที่เราจะร่วมมือซึ่งกันและกันในการทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปข้างหน้าได้ พวกเราทุกคนนั้นเข้าใจดีว่าเฉพาะพวกเราทุกคนนั้นถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่ง หรือนอกตำแหน่งก็ตาม หรือในหน้าที่อื่น ๆ ก็ตาม ครม.ทุกคนก็คือคนไทยเหมือนกับประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งมีสิทธิมีหน้าที่ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นเราต้องยึดมั่นในแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงรับสั่งไว้ว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ

ขณะเดียวกันต้องสร้างความร่วมมือสืบสานสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีงาม อัตลักษณ์ของความเป็นธรรม ตามแนวทางพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของการสร้างจิตอาสาในการร่วมมือกันในการรักษา สืบสานและต่อยอดแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไว้ต่อไปและขยายประยุกต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในวันนี้ ตนคิดว่าสิ่งที่พวกเราทำในวันนี้ ก็ได้รับความกรุณาจากท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษตลอดมา เสมอมาในการให้กำลังใจกับพวกเราทุกคน และให้เราได้ยึดมั่นในคุณงามความดีในสิ่งที่เป็นมงคลมาโดยตลอด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นความผูกพันซึ่งกันและกัน ซึ่งผมต้องกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยในหลาย ๆ อย่างที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้กรุณากับพวกเราเสมอมา เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2561 ที่จะถึงในอีกไม่กี่วันในวันข้างหน้านี้ พวกเราขอตั้งจิตอธิฐานร่วมใจกันกราบอวยพรปีใหม่และตลอดไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและส่ิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนับถือตลอดจนเดชะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้ดลบันดาลประธานพรให้ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมีสุขภาพร่างกาย จิตใจที่เข้มแข็งและแข็งแรงตลอดไป มีอายุมั่นยืนยาวเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราตลอดไป และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ตนขอความกรุณากราบขอพรท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเพื่อให้พวกเราได้ยึดถือยึดมั่นและเป็นกำลังใจในการทำงานจากนี้ตลอดไป

จากนั้น พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และพวกเราทุกคน ที่กรุณารักษาประเพณีอันเป็นวัฒนธรรมเดิมของเรา ด้วยการมาอวยพรวันปีใหม่ที่จะมาถึงอีกใน 3 วัน ทั้งนี้คนไทยทุกคนทราบ ได้ยิน ได้อ่านว่ารัฐบาลของตู่ กองทัพต่าง ๆ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน กำลังทำอะไรกันอยู่เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ตู่ได้ให้สัญญาว่าจะนำความสุขมาให้คนไทยเท่าที่สามารถจะทำได้ ดังนั้นตู่จะต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ไว้ให้ได้ว่าเราจะทำทุกอย่างขอให้คนไทยมีความสุขมากขึ้นโดยเฉพาะคนยากคนจน

“ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเราสามารถแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนชาวไทยกองหนุนก็จะมาเอง เพราะฉะนั้นขอให้ดำรงความมุ่งหมายเพื่อเติมกองหนุนมากขึ้นให้ได้ ตนเชื่อว่าตู่ทำได้พวกเราทุกคนก็ทำได้ และกำลังทำกันอยู่ อย่างไรก็ตามข้อสำคัญที่สุดก็คือขอให้ประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีกับชาวไทยว่าคนไทยที่ดีคืออย่างไร ก็ขอแสดงความชมเชยและภูมิใจในการกระทำของคณะรัฐบาลลุงตู่และขอย้ำอีกทีว่าที่ตู่พูดว่าจะนำความสุขมาให้คนไทยจะต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ให้ได้ให้ได้แม้จะเหนื่อยยากก็ตาม” พล.อ.เปรม กล่าว

พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า โอกาสวันปีใหม่นี้ขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่พวกเราเคารพนับถือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรามุ่งมั่นปรารถนา ขอให้ประสบความสำเร็จ ในส่วนตัวผมขอให้ทุกคนมีความสุข ครอบครัวมีความสุข ประเทศชาติจะได้ความสุขไปด้วย และขอให้ตู่มีความสำเร็จนำพาชาติบ้านเมืองมอบความสุขให้คนไทยให้จงได้ ขอบคุณมาก

จากนั้นพล.อ.เปรม ได้เดินทักทายกับบรรดาคณะรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยได้เริ่มทักทายพล.อ.ประวิตรทันทีว่า “ป้อมสบายดีนะแข็งแรงดีอยู่นะ ขอบคุณมาก” พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบว่า “ครับ”พร้อมพยักหน้าก่อนตอบว่า”แข็งแรงดีอยู่ครับ”และได้ทักทายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พร้อมสอบถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยภาพรวม ซึ่งนายสมคิดกล่าวตอบว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าเข้าสู่ระบบและทิศทางที่ดี พร้อมเข้าไปทักทายและขอบคุณบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ

โดยเฉพาะพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ว่า เป็นอย่างไรบ้างตำรวจงานเยอะใช่ไหม เป็นตำรวจไม่มีวันหยุดต้องทำงานตลอด ขณะที่นายกฯอธิบายว่า ตำรวจทำงานมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีผลหลายอย่างทั้งการปราบปรามยาเสพติด และช่วยงานความมั่นคง การทำงานภาพรวมถือว่าดี ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวรายงานว่า ปีนี้ค่อนข้างที่จะหนักหน่อยโดยเฉพาะปัญหาเรื่องของยาเสพติดที่มีจำนวนมากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้

ก่อนที่พล.อ.เปรม พูดคุยและทักทายกับพล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ และพล.อ.สุรเชษฐ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะ ครม.ส่วนหน้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสรุปการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ว่าเราเน้นในเรื่องของการพัฒนาเพื่อทำให้รู้ว่าภาครัฐได้เอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่พักใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เปรมยังได้ทักทายพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยกระเซ้าว่า “เราเป็นนายกฯได้สบายเพราะทำงานใกล้ชิดอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์”

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับพล.อ.เปรม ว่างานต่าง ๆ ทำมาแล้วกว่า 3 ปี ทุกอย่างก็เริ่มที่จะออกผลมาให้เห็นเรื่องเหล่านี้เราใจร้อนไม่ได้ ทำวันนี้จะเห็นผลในวันพรุ่งนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน ทุกอย่างต้องเดินตามขั้นตอนที่ได้วางไว้  ขณะนี้ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายหลังส่งพล.อ.เปรมกลับเข้าบ้านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ว่า ขอบคุณนะ และสัญญากันแล้วนะในเรื่องการทำงาน ก็ให้ทำตามสัญญาด้วย พัฒนางานให้ดียิ่ขึ้น อย่าสร้างความขัดแย้ง

“พล.อ.ประยุทธ์”อวยพร”บิ๊กป้อม”สุขภาพ-จิตใจแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307345

“พล.อ.ประยุทธ์”อวยพร”บิ๊กป้อม”สุขภาพ-จิตใจแข็งแรง

“พล.อ.ประยุทธ์”อวยพร”บิ๊กป้อม”สุขภาพ-จิตใจแข็งแรง ร่วมทำภารกิจ วางรากฐานประเทศ ตามที่สัญญากันไว้ขณะ”พล.อ.ประวิตร”สีหน้าสดใส รับบิ๊กทหาร- ตร.

          28 ธ.ค.60 เวลา  08.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร1 รอ.)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม  พร้อมร่วมกันรับประอาหารภายในห้องรับรองในมูลนิธิฯ

พล.ประยุทธ์  กล่าวภายหลังเข้าอวยพร พล.ประวิตร ว่า ตนมาร่วมอวยพรท่าน ในฐานะที่เป็นพี่และท่านก็มาร่วมทำงานรัฐบาลด้วยตนก็ได้อวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีกำลังกายกำลังใจให้เข้มแข็งในการปฎิบัติหน้าที่ต่อไปและเราได้สัญญากันไว้ว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทั้งที่ผ่านมาและปีหน้าก็พร้อมจะวางรากฐานประเทศให้ยืนยาวต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การอวยพรในครั้งนี้เป็นการอวยพร 3. อย่าง1.ในฐานะที่ตนเป็นน้องที่มีความผูกพันมายาวนาน 2.อวยพรในฐานะนายกรัฐมนตรี และ3.ในนามคณะรัฐมนตรี ซึ่งเราได้สัญญาไว้ว่าจะร่วมไม้ร่วมมือกันทำงานให้ประเทศสืบไป ทั้งนี้ตนก็ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงต่อไปและยาวนาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าปีหน้าจะเป็นช่วงสุดท้ายของโรดแมปคสช.ที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คุณก็รู้อยู่ว่ามันคืออะไร ตนพูดหลายครั้งแล้ว
ส่วนที่ในปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นพิเศษ ได้ให้กำลังใจท่านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็ได้ให้กำลังใจท่านไปหมดแล้ว กระแสคือกระแส กฏหมายคือกฎหมายก็ทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเวลา 07.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดมูลนิธิฯให้คณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ เข้าร่วมอวยพร และรับพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวนำคณะอวยพร ว่า ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้พัฒนากระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงหน่วยงานที่อยู่ในกำกับการดูแลของท่านในแง่นโยบาย การปฏิบัติงาน การดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างบริหารราชการ รวมถึงงานสวัสดิการที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา โดยพวกเราสามารถตอบสนองภารกิจได้อย่างต่อเนื่องทั้งภารกิจความมั่นคงและสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ในการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  พวกตนภาคภูมิใจและตระหนักในอุดมการณ์ของท่านมาโดยตลอดและพร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายร่วมกันสร้างสรรค์ความเจริญให้กับกองทัพสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศชาติสืบต่อไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตลอด1 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกันอย่างหลายอย่างทั้งงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ ซึ่ง เป็นหน้าที่ของงานด้านความมั่นคงทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของตนและทุกท่านก็ได้ทำงานด้านนี้อย่างดียิ่งตลอดจนทางมูลนิธิฯ ทุกคนก็ได้ด้วยช่วยทำงานมาตลอด  ขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีที่ทุกคนมาอวยพรปีใหม่ตนในวันนี้
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่สำคัญภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.พบว่าในหนึ่งปีที่ผ่านมาท่านได้เห็นแล้วว่าเราทำงานทุกเรื่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ดีกินดี อยู่อย่างมีความสุข และสงบ แต่มีบางเรื่องเราไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก สตช. มีกำลังตำรวจน้อยขาดอัตราอยู่ 70,000 คน แต่ตำรวจก็ทำงานทุกอย่างได้ เพื่อสร้างความสงบให้กับประเทศของเรา ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า สตช.เป็นหน่วยงานที่มีความรักความสามัคคี
“ทุกหน่วยงานที่มาอยู่ในที่นี้ ผมก็ต้องขอขอบคุณที่มาอวยพรปีใหม่ และขอว่าในปีต่อไปอยากให้ทุกคนร่วมกันมีความรักความสามัคคี ทำงานให้ประเทศชาติ เพื่อประชาชนของเราให้มีความสุขมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีความกินดีอยู่ดี ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนและประเทศชาติให้ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร มีสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส่ และเป็นสังเกตว่าข้อสือด้านขวา ก่อนหน้านี้ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ บรรเทาอาการนิ้วล็อก แต่ครั้งนี้ได้ถอดออกแล้ว และสวมนาฬิกาด้านขวาได้ตามปกติ

“ผบ.ทบ.”บอกโรดแมป– เลือกตั้งเหมือนเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307293

“ผบ.ทบ.”บอกโรดแมป– เลือกตั้งเหมือนเดิม

คสช., ปลดล็อค, ผบ.ทบ., ผบทบ

“บิ๊กเจี๊ยบ”บอกโรดแมป–เลือกตั้งเหมือนเดิม หลังใช้ ม.44 แก้กฎหมายพรรคการเมือง เชื่อนักการเมืองมืออาชีพ ไม่ทำอะไรนอกกรอบ

          27 ธ.ค. 60  พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการใช้ม. 44 แก้ไข พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เป็นการเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง ว่า ขอย้ำว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม การเลือกตั้งก็เป็นไปตามโรดแมป ซึ่งการแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยของนักการเมือง ตนคิดว่าทำได้ เพราะพวกท่านเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว แต่ตนมั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกรอบและกติกาที่เราวางไว้

ส่วนการเคลื่อนไหวของนักการเมืองในช่วงนี้คสช. รับได้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นการแสดงความคิดเห็นของนักการเมือง นักการเมืองมืออาชีพ เขาจะไม่ทำอะไรนอกกรอบ ก็เป็นเรื่องปกติไม่มีปัญหาอะไร

“ไพบูลย์” เย้ย พรรคเก่ากลัวความจริงเปิดเผย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307273

“ไพบูลย์” เย้ย พรรคเก่ากลัวความจริงเปิดเผย

เปิดเผย, กลัวความจริง, พรรคเก่า, เย้ย, ไพบูลย์ นิติตะวัน, ไพบูลย์

“ไพบูลย์” ยัน ม.44 ไม่เอื้อพรรคใหม่ เย้ย พรรคเก่ากลัวความจริงเปิดเผยว่าสมาชิกพรรคคือชื่อที่หัวคะแนนรวมมา ไม่เข้าใจแค่ติดต่อสมาชิกไม่ได้จะบริหารประเทศอย่างไร

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้เตรียมก่อตั้งพรรคเครือข่ายประชาชนปฏิรูป กล่าวตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวห้น้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า คำสั่งคสช ที่53/2560 ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใหม่ได้เปรียบพรรคการเมืองเดิมแต่อย่างใดเพราะคำสั่งคสช เพียงกำหนดให้ตั้งแต่ 1 มีนาคมให้ผู้ที่จะจัดตั้งพรรคใหม่เริ่มยื่นเรื่องขอจองชื่อพรรคกับ กกต ได้และให้ขออนุญาต คสช เฉพาะเพื่อจัดประชุมคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคาดว่าประมาณปลายเดือนพฤษภาคมถึงจะได้รับอนุญาตให้เป็นพรรคการเมืองตามกฏหมายเหมือนกับพรรคเดิม จากนั้นถึงจะเริ่มนับหนึ่งรับสมัครสมาชิกพรรค  ซึ่งเปรียบเทียบกับพรรคเดิมแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าอย่างไรพรรคตั้งใหม่ก็ต้องมีขั้นตอนจัดตั้งพรรคที่มากกว่าและมีทรัพยากรต่างๆน้อยกว่าพรรคเดิมอยู่แล้วเป็นธรรมดา แต่พรรคประชาชนปฏิรูปที่จะจัดตั้งขึ้นก็เพื่อที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ประชาชนที่เบื่อหน่ายต่อพฤติกรรมเดิมๆของพรรคเดิม

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่าส่วนพรรคเดิมย่อมมีความพร้อมกว่าดังนั้นในเรื่องที่จะดำเนินการตามคำสั่ง คสช 53/2560 ก็สามารถเริ่มตั้งแต่วันที่1 มกราคม ผู้บริหารพรรคให้บอกทุกสาขาพรรค และตัวแทนพรรคนำเอาบัญชีรายชื่อสมาชิกพรรคที่อยู่ในเขตของตน ไปติดต่อกับสมาชิกพรรคในเขต ให้สมาชิกมาแจ้งยืนยันจะเป็นสมาชิกต่อไปพร้อมจ่ายเงินสนับสนุนค่าบำรุงพรรคคนละ 50 บาท และหัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรค รวบรวมนำใบแจ้งยืนยันจะเป็นสมาชิกต่อไป พร้อมเงินค่าบำรุงพรรค เดินทางมายื่นเป็นทางการต่อหัวหน้าพรรคที่กรุงเทพ ตั้งแต่1 เมษายน -30 เมษายน เท่ากับพรรคเดิมมีเวลาดำเนินการตั้ง120วัน ที่จะกระจายงานให้ตัวแทนพรรคแต่ละจังหวัดแต่ละเขตเลือกตั้งไปดำเนินการ ซึ่งย่อมสามารถจัดการติดต่อสมาชิกพรรคที่มีตัวตนอยู่และมีอุดมการณ์พร้อมให้เงินสนับสนุนพรรค 50 บาทซึ่งยืนยันเป็นสมาชิกพรรคต่อไปเพื่อร่วมเป็นเจ้าของพรรคนั้น

ส่วนสมาชิกพรรคที่ติดต่อไม่ได้หรือเขาไม่ประสงค์จะร่วมกับพรรค หรือไม่ประสงค์จะสนับสนับสนุนเงิน 50 บาทให้กับพรรค ซึ่งก็ต้องยอมรับให้บุคคลนั้นพ้นจากสถานะความเป็นสมาชิกภาพของพรรคการเมืองนั้นไปก่อน ตามเจตนารมณ์ของ พรป พรรคการเมือง 2560ที่จะปฏิรูปพรรคให้สมาชิกมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรค และช่วยให้พรรคเดิมก็จะได้เงินทุนจากค่าบำรุงจากสมาชิกพรรคจำนวนมากตามจำนวนสมาชิกของพรรคนั้นๆมาดำเนินการด้วย ทำให้ลดการที่ตกอยู่ในอิทธิพลของนายทุนพรรคการเมือง ส่วนหลังจากวันที่30เมษายน กฏหมายไม่ได้ห้ามสมาชิกเดิมที่ขาดสมาชิกภาพไปแล้ว สมัครเป็นสมาชิกใหม่ จึงจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคเดิมได้โดยไม่มีกำหนดเวลา พร้อมจ่ายเงินบำรุงพรรค 50 บาทเหมือนสมาชิกพรรคคนอื่นทุกคนและทุกพรรค ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับพรรคเดิม แต่คำสั่ง คสชยังรับรองให้สมาชิกพรรคเดิมเมื่อจ่ายค่าบำรุงพรรคครั้งแรกแล้วไม่จ่ายอีก จะยังมีสมาชิกภาพต่อไปจนถึง 4 ปี ได้เปรียบพรรคใหม่ซึ่งสมาชิกพรรคใหม่หากไม่จ่ายค่าบำรุงพรรค 2ปีก็ต้องพ้นจากสมาชิกภาพตามพรป พรรคการเมือง มาตรา 24

“ดังนั้นถ้าแค่เรื่องบริหารจัดการติดต่อกับสมาชิกของพรรคเดิม ผู้บริหารพรรคเดิมยังออกมาโวยวาย อ้างว่าทำยากมาก ไม่สะดวก ไม่สามารถทำได้ ก็ขอให้ประชาชนทั้งประเทศพิจารณาดูว่าพรรคนั้น จะเสนอตัวไปบริหารจัดการประเทศที่มีเรื่องที่ต้องจัดการสลับซับซ้อนกว่ามากมายมหาศาลได้อย่างไร”นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า คำสั่ง คสช จะทำให้พรรคเดิมง่ายต่อการตรวจสอบยืนยันสถานะภาพของสมาชิกพรรคของตน และทำให้มีเงินจากค่าบำรุงพรรคเพิ่ม แต่กลับถูกโจมตีไปประเด็นอื่นต่างๆนานา หรือว่าพรรคเดิมมีเหตุอื่นที่ต้องการปกปิดประชาชนไว้ เช่นกลัวประชาชนจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่ที่ปรากฏชื่อเป็นสมาชิกพรรคเดิมนั้น เป็นรายชื่อที่หัวคะแนนรวบรวมชื่อมาเท่านั้น

กห.ปลื้มยุค “บิ๊กป้อม” สัมพันธ์เพื่อนบ้านฟื้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307272

กห.ปลื้มยุค “บิ๊กป้อม” สัมพันธ์เพื่อนบ้านฟื้น

การทูต, มหาอำนาจ, ยุทธศาสตร์, สัมพันธ์, เพื่อนบ้าน, คสช., ต่างประเทศ, ระบบงาน, ปฏิรูป,  กห., บิ๊กป้อม

” กห.” ปลื้ม ยุค “บิ๊กป้อม” ปฏิรูปฯ ระบบงานต่างประเทศ 3 ปีคสช. สัมพันธ์เพื่อนบ้านฟื้น ไร้สถานการณ์สู้รบ วางยุทธศาสตร์สมดุลกับมหาอำนาจ ใช้การทูตเพื่อป้องปราม

 

27 ธ.ค. 60 – พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคในรูปแบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง แนวโน้มของสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงที่อาจส่งผลภูมิภาคอาเซียนและไทย เพื่อเตรียมความพร้อมกำหนดแนวทางและเสริมสร้างความร่วมมือความมั่นคงกับต่างประเทศและท่าทีของไทยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมได้ขับเคลื่อนเดินหน้างานปฏิรูปกองทัพเรื่องระบบงานต่างประเทศโดยกำหนดเป็นนโยบาย ยุทธศาสตร์ ในการเสริมสร้างความมั่นคงกับต่างประเทศ ที่เน้นงานเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างประเทศ ความร่วมมือและไว้เนื้อเชื่อใจกับมิตรประเทศ การทูตเชิงป้องกัน การสร้างเสถียรภาพ และสันติสุข การลดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การรักษาสมดุลกับประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค

“3 ปีที่ผ่านมามีพัฒนาที่คืบหน้าไปมากจะเห็นได้จากความสัมพันธ์ด้านการทหารกับทุกประเทศรอบบ้านในอาเซียนมีความแน่นแฟ้น ใกล้ชิดกันทุกระดับ ส่งผลให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้ด้วยความสงบ ไม่มีความขัดแย้งที่ต้องใช้กำลังทหารหรือความรุนแรง เกิดเสถียรภาพความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่น และพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยและ ประเทศที่มีชายแดนติดกับไทยได้ชัดเจนขึ้นตามที่ปรากฏ” พล.ท.คงชีพ กล่าว

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า กระทรวงกลาโหม ยังเดินหน้าให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลกับประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทในสำคัญในภูมิภาค จะเห็นได้จากการแลกเปลี่ยนการเยือน การจัดทำความตกลงและความร่วมมือทางการทหาร ทั้งความร่วมมือเทคนิคทหาร และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ความร่วมมือในการฝึกศึกษา

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังคงจุดยืนร่วมกันในกรอบของอาเซียน ท่ามกลางการพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นแฟ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลกับมิตรประเทศนั้นกระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้ประมาท มีความจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้านยุทธศาสตร์ และเตรียมกำลังให้มีความพร้อมทันสมัยเพียงพอให้ทันกับภัยคุกคามที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงที่พอรับได้.

ปรับโครงสร้างตำรวจถึงมือนายกฯแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307253

ปรับโครงสร้างตำรวจถึงมือนายกฯแล้ว

มหาดไทย, กลาโหม, ปฏิรูปตำรวจ, บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์

“บุญสร้าง”เซ็นปรับปรุงโครงสร้างตำรวจ ถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมจ่อแก้กฎหมายตร.

          27 ธ.ค.60  นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะกรรมการด้านสื่อสารกับสังคม ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการ ได้พิจารณาถึงเรื่องข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารบุคคลที่จะต้องเสนอให้รัฐบาล โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ซึ่งรัฐบาลต้องการให้เสร็จภายในสิ้นปี 2560  วันนี้จึงเป็นการพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. …
ส่วนเรื่องคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ให้เป็นองค์กรกำหนดหลักเกณฑ์ การบริหารงานบุคคล และตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งมีอำนาจในการพิจารณาคัดเลือกผบ.ตร. ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้เพื่อให้มีความเหมาะสมกับภารกิจของตำรวจ
นายมานิจ กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างของก.ต.ช. ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ และมีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ขณะที่ผบ.ตร.เป็นกรรมการ และเลขานุการ ส่วนโครงสร้าง ก.ตร. ประกอบด้วย ผบ.ตร. เป็นประธานกรรมการ และมีเลขาธิการ ก.พ. จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผบ.ตร. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจเข้ามาเป็นกรรมการในการพิจารณาตำแหน่งผบ.ตร. ก่อนนำเสนอให้กับนายกรัฐมนตรีด้วย
“พล.อ.บุญสร้างได้ลงนามในหนังสือเสนอให้กับรัฐบาลแล้ว เช่น การปรับปรุงโครงสร้างอำนาจคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตช.) ให้เป็นองค์กรกำหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์ตำรวจ อีกทั้งยกเลิกอำนาจการคัดเลือกแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) “นายมานิจ กล่าว

“บิ๊กป้อม” ยัน ม.44 ไม่เซ็ตซีโร่พรรคการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307234

“บิ๊กป้อม” ยัน ม.44 ไม่เซ็ตซีโร่พรรคการเมือง

ธุรการ, หาเสียง, ขั้นแรก, ปลดล็อค, พรรคการเมือง, กฎหมาย, ม.44, โรดแม็พ, เลือกตั้ง, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม” แจงใช้ ม.44 แก้กฎหมายพรรคการเมือง ไม่เซ็ตซีโร่พรรค ชี้ปลดล็อคขั้นแรกด้านธุรการให้แล้ว รออีกขั้นช่วงหาเสียง

27 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการใช้คำสั่งมาตรา 44 แก้ไขพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ว่า ตนยืนยันคำสั่งดังกล่าวไม่ได้เซ็ตซีโร่พรรคการเมืองแต่อย่างใด จะทำได้อย่างไร เพราะพรรคการเมืองก็อยู่อย่างเดิม ซึ่งการออกคำสั่งดังกล่าวจะทำให้พรรคใหม่ และเก่าเริ่มต้นพร้อมๆ กัน และขอย้ำว่าเราไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหม่เลย เพราะพรรคใหม่ก็เริ่มต้นได้เดือนเดียว
เมื่อถามว่า ส่วนพรรคเก่าที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมากจะหาสมัครชิกพรรคทันตามกรอบเวลาได้อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอย้ำอีกทีว่าไม่ได้เซ็ตซีโร่พรรค เพราะพรรคการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคก็ยังอยู่ เพียงแค่ไปหาสมาชิกพรรคทั้ง 4 ภาค จังหวัดละ100 คน และจ่ายเงินให้พรรคการเมืองเท่านั้นเอง
เมื่อถามอีกว่า แน่นอนหรือไม่หลังวันที่ 1 เม.ย. จะปลดล็อคให้พรรคการเมืองร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สำหรับการปลดล็อคพรรคการเมือง จะทำ 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรก คือ ด้านธุรการ กับการหาเสียง และย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ
เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าคำสั่งนี้มีเหตุผลต้องการเลื่อนการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯในฐานะหัวหน้าคสช.ชี้แจงแล้ว โดยตนขอย้ำว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์จะเลื่อนการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะที่ประชุม คสช.ไม่ได้หารือแบบนั้นเลย.

“บิ๊กป้อม” กำชับดูแล ปชช.ช่วงเทศกาลปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307231

“บิ๊กป้อม” กำชับดูแล ปชช.ช่วงเทศกาลปีใหม่

ประเทศ, เข้า, ทะลัก, กกล.ชายแดน,  ยาเสพติด, ปีใหม่, ปชช., ดูแล, กำชับ, ประวิตร, บิ๊กป้อม

 “ประวิตร” กำชับ ดูแลปชช.ช่วงเทศกาลปีใหม่ สั่งกกล.ชายแดน ป้องกันยาเสพติดทะลักเข้าประเทศ

 

27 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนการประชุมสภากลาโหม ว่า การประชุมครั้งนี้ตนจะสั่งการให้ดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และให้ท่องเที่ยวอย่างสนุก กลับบ้านอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ตนมีความเป็นห่วงสถิติการเกิดอุบัติเหตุ โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดเรื่องการใช้รถ บนท้องถนน รถตู้สาธารณะ อย่าขับรถเร็ว และห้ามดื่มสุรา ขณะที่มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย เราดำเนินการอยู่แล้ว โดยเน้นย้ำไม่ให้มีมาเฟีย และเข้มงวดในสถานบันเทิง อย่างไรก็ตามทางการข่าวเรายังไม่พบอะไรผิดปกติ
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อไปว่า สำหรับพื้นที่กองทัพภาคที่2 และ ภาคที่3 ที่พบการข่าวว่ามีปริมาณยาเสพติดจำนวนมากจะเข้าไทยช่วงปีใหม่นั้น ตนสั่งการตอนลงพื้นที่ให้กองกำลังทหาร ตำรวจ และพลเรือน ดูแลป้องกันการเข้ามาของยาเสพติด
“ในนามรัฐบาลมีความเป็นห่วงคนไทยที่เที่ยวช่วงปีใหม่ และการใช้รถบนท้องถนน ผมขอให้เดินทางปลอดภัย และเดินทางกลับมาอย่างเรียบร้อย รวมทั้งขอให้ทุกคนแข็งแรง เพื่อจะทำงานให้ประเทซชาติต่อไปให้ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่าปีใหม่ท่านอยากได้อะไรเป็นพิเศษ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่อยากได้.

“กฤษฎีกา”จ่อชงครม.กม.ท้องถิ่นว่าด้วยการเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307170

“กฤษฎีกา”จ่อชงครม.กม.ท้องถิ่นว่าด้วยการเลือกตั้ง

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลือกตั้งท้องถิ่น, กฤษฎีกา

“เลขาฯกฤษฎีกา”เผยเตรียมเสนอครม.แก้ไขกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าด้วยการเลือกตั้ง ม.ค.61

          26 ธ.ค.60  ที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาสุโขทัย จ.สุโขทัย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.สัญจรถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าด้วยการเลือกตั้งว่า ยังไม่ได้นำเรื่องที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณา แต่ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และกระทรวงมหาดไทยได้ทำความเห็นกลับมาแล้ว อยู่ระหว่างนำมาพิจารณาดูว่าข้อไหนที่ทักท้วงมีเหตุผลที่ต้องแก้ไข อันไหนที่เห็นไม่ถูกต้องก็ต้องยืนตามเดิม แล้วอธิบายกลับไป เมื่อทำทุกเรื่องเสร็จต้องเสนอครม.ชี้แจงข้อสังเกตของหน่วยงานเพื่อให้ครม.เข้าใจ เพราะครม.เป็นผู้ตัดสินสุดท้าย คาดส่งให้ครม.พิจารณาได้ประมาณต้นเดือนม.ค.หรือกลางเดือนม.ค.61 ส่วนข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยปรับลดจำนวนสมาชิกอบต.เหลือหมู่บ้านละ 1 คนจาก 2 คน เป็นรายละเอียดต้องไปดูกัน และต้องเชิญ 2 หน่วยงานมาพูดคุย