กฤษฎีกาเตรียมส่งกม.เลือกตั้งท้องถิ่นเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309516

กฤษฎีกาเตรียมส่งกม.เลือกตั้งท้องถิ่นเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

กกต., กฎหมาย, เลือกตั้ง, ท้องถิ่น, ครม., ดิสทัต, กฤษฎีกา, ม.44, กติกา

กฤษฎีกา ไม่รอ กกต. เตรียมส่งกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นเข้า ครม.สัปดาห์หน้า “ดิสทัต” ยัน ม.44 ไม่สร้างกติกาใหม่

16 ม.ค. 61 – นายดิสทัต โหตระกิต เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น 6 ฉบับ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ส่งความเห็นมาที่คณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการกฤษฎีกา จะส่งร่างกฎหมายที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแก้ไขแล้วให้ ครม.รับทราบก่อน โดยไม่ต้องรอความเห็นจาก กกต.

 

“เพราะเราส่งไปที่ กกต.แล้วไม่ขยับ เราจึงไม่อยากรอ เพราะ กกต.บอกว่ามีอีกร่างหนึ่งที่จัดทำขึ้น เพื่อจะมาประกบกัน ทั้งนี้ในส่วนของคณะกรรมการกฤษฏีกา คาดว่าจะส่งให้ ครม.รับทราบในสัปดาห์หน้า เพื่อจะได้ฟังความเห็นจาก ครม.ด้วย  สำหรับ กกต.นั้น นายวิณษุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็เชิญมาคุย หลายครั้งแล้ว แต่เขาบอกว่าต้องผ่าน กกต.ที่ประชุมใหญ่ก่อน” นายดิสทัต กล่าว

 

นายดิสทัต กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งหมดเพื่อปรับให้เป็นกฎหมายปกติ รองรับการเลือกตั้งว่า คณะกรรมการกฤษฏีกา ได้จัดทำข้อมูลให้รัฐบาลได้พิจารณาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รวบรวมว่าที่ผ่านมา คสช.ได้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 กี่ฉบับ ในเรื่องใดบ้าง อย่างไรก็ตาม การออกคำสั่งมาตรา 44 ในรัฐบาลนี้ ต่างออกด้วยความระมัดระวัง เพื่อแก้ไขปัญหาอันเกิดความขัดข้องในทางปฏิบัติ มากกว่าการสร้างกติกาใหม่ในสังคม.

“บิ๊กตู่”วอนอย่าเอาพักงาน”บิ๊กป้อม”สร้างประเด็นการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309512

“บิ๊กตู่”วอนอย่าเอาพักงาน”บิ๊กป้อม”สร้างประเด็นการเมือง

นาฬิกาหรู, ประวิตร, ปปช., บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม

“บิ๊กตู่”วอนอย่าเอาปมพักงาน”บิ๊กป้อม”มาสร้างประเด็นการเมืองโยนกลไกสอบให้ชัด

           16 ม.ค.61  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึง การพักงานพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เพื่อเปิดทางสอบนาฬิกาหรูว่า ให้กลไกที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้ชัดเจน อย่าใช่วาทกรรมเหล่านี้สร้างประเด็นการเมืองและพล.อ.ประวิตร จะตอบเอง

“นายกฯ”แจงปชต.ไทยนิยม”ทำคนไทยเข้าใจปชต.ที่ถูกต้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309488

“นายกฯ”แจงปชต.ไทยนิยม”ทำคนไทยเข้าใจปชต.ที่ถูกต้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, กระทรวงศึกษาธิการ, ปชต.ไทยนิยม, ประชาธิปไตย, นายกฯ

“บิ๊กตู่”ชี้นิสัยคนไทยอารมณ์ศิลปิน “รักแรง ชอบแรง เกลียดแรง แนะครู ร่วมพัฒนาให้เข้าใจปชต.อย่างลึกซึ้ง อย่าเดินตามสิ่งที่พัฒนาแล้ว “ไทย” อาจไม่ใช่อย่างนั้น

        16 ม.ค. 61 ที่หอประชุมคุรุสภากระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 62/2561ว่า คนไทยติดนิสัยชอบอะไรก็จะชอบอยู่อย่างนั้น ค่อนข้างมีความรู้สึกเป็นอารมณ์ศิลปินรักแรงเกลียดแรงชอบแรง สิ่งเหล่านี้ผมเรียกว่าไทยนิยม เข้าใจไหม ไม่ใช่เรื่องการเมืองเรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียวเราต้องเข้าใจความเป็นไทยของเรา นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องฝากครู คนไทยจะมีส่วนร่วมพัฒนาชาติได้อย่างไร คนไทยจะเข้าใจประชาธิปไตยได้ลึกซึ้งเพียงใด วันนี้เราอย่าไปเดินตามส่ิงที่พัฒนาแล้ว ประเทศไทยอาจไม่ใช่อย่างนั้น แต่ด้วยหลักการพื้นฐานเราต้องเป็นไปตามกติกาโลก ประชาธิปไตยอะไรก็แล้วแต่ ต้องไม่ลืมพื้นฐานประชาธิปไตย

แจง”ปชต.ไทยนิยม” คือ ทำอย่างไรให้คนไทย เข้าใจปชต.ที่ถูกต้อง

“ประชาธิปไตยไทยนิยมในแบบของผม คือทำอย่างไรคนไทยจะเข้าใจประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ทำอย่างไรคนไทยจะทำในส่ิ่งที่ดีงาม ถ้าทุกคนมุ่งไปสู่สิ่งที่เป็นเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้ว นั่นแหละคือไทยนิยม คนไทยชอบทำ เราต้องทำส่ิงดีๆจะเกิดผลดีต่อบ้านเมือง อันนี้ขอโอกาสชี้แจงเพราะพาดหัวมาหลายวันแล้ว ประชาธิปไตยไทยนิยมของผม คนไทยชอบอะไรก็ชอบ รักอะไรก็รัก เกลียดอะไรก็เกลียด บางคนก็รัก ๆ เกลียด ๆ เกลียดข้างนี้บ้าง เกลียดข้างโน้นบ้าง ผมไม่เคยเกลียดใคร เพราะทุกคนคือคนไทยทั้งสิ้น เว้นแต่หลายคนเขาเกลียดผม แต่ในห้องนี้ผมว่าไม่น่ามี” นายกฯกล่าว

ตนในนามหัวหน้ารัฐบาล ในนามหัวหน้าคสช. มีตำแหน่งเยอะ แต่ตนก็คือตน มีเจตนาอันบริสุทธิ์ที่จะทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ใครคิดว่าปลอดภัยอยู่แล้วก็โอเค ใครที่คิดยังไม่ปลอดภัยตนก็ทำให้ ก็แล้วแต่คนจะคิด ห้ามความคิดคนไม่ได้

“นายกฯ”ปัดตอบพักงานประวิตรเปิดทางป.ป.ช.สอบนาฬิกาหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309469

“นายกฯ”ปัดตอบพักงานประวิตรเปิดทางป.ป.ช.สอบนาฬิกาหรู

ประวิตร, นาฬิกาหรู, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายกฯ

“บิ๊กตู่”ปัดตอบพักงาน”บิ๊กป้อม”เปิดทางป.ป.ช.สอบปมนาฬิกาหรู

          16 ม.ค.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายกฯ ปฏิเสธที่ตอบคำถามกรณีมีผู้เสนอขอให้ยุติการทำหน้าที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก่อน ในระหว่างที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูว่า “วันนี้วันครู วันครูนะ”

“วัชระ” ร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบ “บิ๊กตู่” ปล่อย รมต.ถือหุ้นเอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309429

“วัชระ” ร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบ “บิ๊กตู่” ปล่อย รมต.ถือหุ้นเอกชน

เอกชน, ถือหุ้น, รมต.,  ประยุทธ์, สนช., ป.ป.ช., วัชระ, บิ๊กตู่

“วัชระ” ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบ “บิ๊กตู่” หลังปล่อย รมต. ถือหุ้นเอกชน พร้อมจี้สอบสมาชิก สนช.ผ่านร่าง พ.ร.ป.ปราบโกง ต่ออายุ กก.ป.ป.ช.

 

15 ม.ค. 61 – ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. โดย นายวัชระ กล่าวว่า ขอให้ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ละเว้นไม่ดำเนินการกับรัฐมนตรีที่ถือหุ้นในบริษัทเอกชน โดยเฉพาะนายดอน ปรมัติวินัย รมว.ต่างประเทศ ที่เจ้าตัวยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆกับหุ้นที่ตัวเองมีส่วนรับผิดชอบ โดยเรื่องนี้ถือเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ที่จะสามารถดำเนินการได้

นายวัชระ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องคือ ขอให้ ป.ป.ช. ได้พิจารณาพฤติกรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแหล่งชาติ ที่ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. …. โดยเฉพาะการต่ออายุให้กับกรรมการ ป.ป.ช. ว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าถ้าพรรคเพื่อไทยมีความผิดในกรณีเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม สนช.จะมีความผิดแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะเป็นการอนุมัติในลักษณะเดียวกัน.

“มาร์ค” จี้ “บิ๊กป้อม” แจงนาฬิกาหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309426

“มาร์ค” จี้ “บิ๊กป้อม” แจงนาฬิกาหรู

นาฬิกา, กระทบ, ภาพลัษณ์, รัฐบาล, มาร์ค, บิ๊กป้อม

   “อภิสิทธิ์” จี้ “ประวิตร” แจงนาฬิกาหรู 20 เรือน ชี้กระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาล ยกเคส “วิทยา – วิฑูรย์” ไขก๊อก รมต. ตัดไฟต้นลมไม่อยากเป็นภาระรัฐบาล

 

15 ม.ค. 61 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงกลาโหม ที่ปัจจุบันปรากฏให้เห็นถึง 20 เรือน ว่า ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยก่อนอื่นต้องพิสูจน์ว่านาฬิกามีอยู่จริงหรือไม่ ถ้าจริงต้องอธิบายว่าเป็นของใคร และถ้ามั่นใจในคำชี้แจงก็ไม่มีอะไรเสียหายที่จะบอกต่อสาธารณชน แต่ที่น่าเป็นห่วง คือขณะนี้ประชาชนเริ่มไม่พอใจกับเรื่องที่ยืดเยื้อ จะส่งผลต่อนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะเป็นเรื่องกระทบต่อภาพลักษณ์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ถ้ายังจำกันได้ในสมัยที่ตนเป็นรัฐบาล เพียงแค่เกิดเรื่องราวขึ้นยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข หรือกรณีนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังขอลาออก เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่อยากให้เกิดปัญหา โดยตนจำคำพูดของนายวิทยาบอกได้ว่า “ผมไม่อยากเป็นภาระของรัฐบาล”

“มาร์ค”ดักคอ”บิ๊กตู่”อย่าอ้างประชาธิปไตยแบบไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309424

“มาร์ค”ดักคอ”บิ๊กตู่”อย่าอ้างประชาธิปไตยแบบไทย

ประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์, คสช., มาร์ค, บิ๊กตู่

“มาร์ค”ดักคอ”บิ๊กตู่”อย่าอ้างประชาธิปไตยแบบไทย ละเว้นไม่ทำตามหลักการ

         15 ม.ค. 61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ระบุต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ว่า ตนไม่ทราบว่าประชาธิปไตยไทยนิยมเป็นอย่างไร แต่ต้องระมัดระวัง เพราะคำดังกล่าวมีความหมายค่อนข้างชัด ความเป็นไทยในประชาธิปไตยแบบไทย ๆ อยู่ที่ไหน และมีเรื่องอะไรที่เป็นแบบไทย ๆ บ้าง ตอนนี้คงบอกได้แบบเดียวว่าไม่เป็นสากลก็เลยเป็นไทย ซึ่งตนไม่เคยปฏิเสธว่าการปรับให้เข้าสังคมวัฒนธรรมนั้นมีความจำเป็น  แต่คงไม่ใช่นำเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อยกเว้นไม่ปฏิบัติตามหลักพื้นฐาน แต่ยังอยากที่จะใช้คำที่ดูเป็นเรื่องดี เป็นสากล

“หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าสส. เกินกึ่งหนึ่งคนที่มาจากการเลือกตั้งจะจัดตั้งรัฐบาล ไม่ควรจะมีการใช้อำนาจวุฒิสภาฝืนเจตนา เพราะไม่ใช่ประชาธิปไตย หรืออย่าไปใช้คำว่าประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ผมต้องถามกลับว่าความเป็นไทยของวุฒิสภามีมากกว่าความเป็นไทยของการเลือกโดยตั้งคนไทยมากน้อยเพียงใด หากอ้างว่าทำตามรัฐธรรมนูญ ก็ขอชี้แจงว่ารัฐธรรมนูญนิยมกับประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพราะในประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็มีรัฐธรรมนูญเช่นกัน หากยังจำกันได้ในสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีคำว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งผมคิดว่าอย่างน้อยยังมีความตรงไปตรงมา  ยอมรับเป็นประชาธิปไตยครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งไม่เป็น แต่ไม่ใช่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มที่เพราะมันไม่ได้เป็น”นายอภิสิทธิ์กล่าว

“มาร์ค” อัด สนช. ไร้มาตรฐาน คกก.องค์กรอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309423

“มาร์ค” อัด สนช. ไร้มาตรฐาน คกก.องค์กรอิสระ

ศาลรธน., ป.ป.ช., องค์กรอิระ, ตีความ, คกก., สนช., มาร์ค

“มาร์ค” อัด สนช. ไม่มีมาตรฐาน คกก.องค์กรอิสระ ปมให้ศาล รธน. ตีความกฎหมาย ป.ป.ช.

 

15 ม.ค. 60 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงกรณีกระแสข่าวสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อาจจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในวันนี้แทบไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไร เพราะการให้ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อหรือไม่ของคณะกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ ไม่มีมาตรฐาน และทุกอย่างกลายเป็นดุลยพินิจของ สนช. ว่าจะทำอย่างไร แต่เมื่อมีคนติดใจและหากยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็คงจะสร้างความลำบากใจ กระอักกระอ่วนพอควร ซึ่งศาลคงต้องคิดให้ได้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะมีคนในองค์กรมีส่วนได้ส่วนเสียพัวพันไปด้วย

“เรื่องการให้อยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ ถ้ายึดหลักการมากกว่าตัวบุคคลก็จะพิจารณาได้ง่าย คนที่เขียนบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญควรตัดสินใจว่าเมื่อกำหนดมาตรฐานใหม่แล้วให้ใช้ทันทีไหม เทียบกับคนมีประสบการณ์จะให้ทำงานต่อไหม ซึ่งน่าจะกำหนดหลักให้ชัดตั้งแต่เขียนบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว.

“ไพบูลย์”ค้านผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพดึงคนช่วงหาเสียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309405

“ไพบูลย์”ค้านผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพดึงคนช่วงหาเสียง

ไพบูลย์  นิติตะวัน, พรรคการเมือง, เลือกตั้ง, คสช., ไพบูลย์

“ไพบูลย์”ค้านผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพดึงคนช่วงหาเสียง “ชี้”เสียของ”ทำลายหลักการปฏิรูป-ลดเหลื่อมล้ำ เปิดช่องโกงถอนทุน

         15 ม.ค. 61 นายไพบูลย์  นิติตะวัน  อดีตสปช. ในฐานะประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป กล่าวถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เสนอให้ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส.จัดมหรสพ รื่นเริงเพื่อจูงใจประชาชนให้มาฟังการปราศรัยหาเสียงในระหว่างการเลือกตั้งนั้นว่า  ขอคัดค้านข้อเสนอนี้เต็มที่ แม้จะอ้างว่า

ให้คิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครคนนั้น ๆ ที่ให้ใช้ได้จำนวนมากถึง 1,500,000 บาทต่อคน ซึ่งถ้าพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครทั่วประเทศทั้ง 350 เขต จะต้องหาเงินจากนายทุนพรรคมาทำ และลงทุนพรรคละไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ที่สุดพรรคการเมืองจะกลับกลายเป็นบริษัทลงทุนทางการเมืองของกลุ่มทุนเช่นเดิม แล้วเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ทุจริตจากรัฐถอนทุนคืนพร้อมแสวงหากำไรเป็นวงจรอุบาทว์ จะเป็นการทำลายการปฏิรูปการเมืองที่ตนเคยเสนอต่อกรธ.ไว้ ที่ต้องการให้ลดอิทธิพลของนายทุนพรรค กลุ่มทุนใหญ่ โดยต้องลดค่าใช้จ่ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ให้เหลือน้อยที่สุด เพราะไม่ว่าการสมัครเข้าไปสู่ตำแหน่งของรัฐใด ๆ เช่น สมัคร ส.ว.  กรรมการองค์กรอิสระ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ล้วนแต่ไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าสู่ตำแหน่ง หากปล่อยให้เริ่มต้นให้ใช้เงินเป็นปัจจัยหลักจำนวนนมากๆเพื่อสมัคร ส.ส. ก็จะมีการถอนทุน ทุจริตคอร์รัปชัน เพราะถือเป็นต้นทุนในการก้าวเข้าสู่อำนาจ หรือตำแหน่งทางการเมือง จะทำให้คนดี ๆ รังเกียจที่จะเข้าสมัครเป็น ส.ส.มีผลให้การเมืองเข้าสู่ความล้มเหลวเหมือนก่อน วันที่ 22 พ.ค. 57 ก็จะเสียของ ซ้ำรอยเดิม

ทั้งนี้จึงเสนอกรธ.ให้ผู้สมัคร และพรรคการเมือง ต้องเสียแต่เงินค่าสมัคร 10,000 บาท แต่ไม่ต้องเสียเงินค่าประชาสัมพันธ์หาเสียงเพราะรัฐโดยกกต.ต้องเป็นผู้ดำเนินการประชาสัมพันธ์หาเสียงตามหน้าที่ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองอยู่แล้ว โดยให้ผู้มีสิทธ์เลือกตั้งทุกคนได้รับข้อมูล นโยบายของผู้สมัครและพรรคการเมืองให้ครบถ้วน ทั่วถึง เท่าเทียม เพื่อประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงจะได้ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจเลือกตัวแทนด้วยข้อมูลที่เปิดเผย เท่าเทียมปราศจากการให้อามิสสินจ้างใด

หากสนช. เปิดช่องอนุญาตให้ผู้สมัคร ส.ส.ลงทุนจัดมหรสพหาเสียงได้ในวงเงิน 1,500,000 บาทต่อคนได้  เท่ากับเป็นการทำลายหลักการปฎิรูปการเมืองที่สำคัญที่สุด เพราะการจัดมหรสพให้ฟรีเพื่อหาเสียงเป็นการให้อามิสสินจ้างซื้อเสียงอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม เหลื่อมลํ้า มือใครยาวสาวได้สาวเอา สนับสนุนพรรคนายทุนการเมืองให้เอาเปรียบพรรคของประชาชนที่มีทุนน้อย และมีผลให้คำสั่ง คสช. ฉบับที่ 53/2560 ที่ต้องการปฏิรูปพรรคการเมืองที่ลดความเหลื่อมลํ้า ให้เท่าเทียมระหว่างพรรคการเมืองต้องสูญเปล่าและเสียหลักการ ทั้งยังจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สงบขึ้น เป็นห่วงคสช. จะตกเป็นที่ครหาของประชาชนว่า ไม่มีความสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่เรื่องนี้เป็นผลงานเด่นที่สุดของ คสช.ในสายตาประชาชน

พรุ่งนี้ ศรีสุวรรณ ร้อง “บิ๊กตู่” ส่งศาล รธน.ตีความร่าง ปปช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309273

พรุ่งนี้ ศรีสุวรรณ ร้อง “บิ๊กตู่” ส่งศาล รธน.ตีความร่าง ปปช.

ข่าวการเมือง, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, รธน., ป.ป.ช., พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช., สมาคมพิทักษ์ รธน.ไทย, ศรีสุวรรณ, บิ๊กตู่

“ส.พิทักษ์ รธน.ไทย” ชำแหละบทเฉพาะ ม.185 ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ไม่รีเซต ป.ป.ช. แถมขยายวาระตำแหน่งนั่งนาน 9 ปี ส่อขัด รธน.ใหม่ ม.232-233 ขู่ไม่ยื่น จะฟ้องนายก

          14 ม.ค.61 – “นายศรีสุวรรณ  จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 15 ม.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ตนในฐานะผู้แทน สมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้อง ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล ที่ตึก กพร.เดิม ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี  ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 มาตรา 148(2) ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า “ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 185 ขัดหรือแย้งต่อ รธน.มาตรา 232,233”

นายศรีสุวรรณ ระบุอีกว่า ตามที่ สนช. ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบ “ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ… ” ไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.60 โดยแก้ไขบทเฉพาะกาล ใน ม.185 โดยไม่รีเซต (Reset) กรรมการ ป.ป.ช.ให้เป็นไปตาม รธน. มาตรา 232 และยังกำหนดวาระของกรรมการ ป.ป.ช. ออกไปเป็น 9 ปี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ปี 2542 ซึ่งไม่เป็นไปตาม รธน.2560 มาตรา 233 ที่กำหนดอายุกรรมการ ป.ป.ช.ไว้เพียง 7 ปีเท่านั้น

ดังนั้น มติผ่าน ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.ฯ มาตรา 185 ดังกล่าว จึงน่าจะขัดหรือแย้งต่อ รธน.2560 มาตรา 232 และ 233 โดยชัดแจ้ง

“เป็นที่ประจักชัดว่า กรธ.และ สนช. ไม่มีมาตรการที่จะเสนอให้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเสียก่อนแต่อย่างใด สมาคมฯ จึงจะนำคำร้องไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม รธน.2560 มาตรา 148(2) ขอให้จัดส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และหาก นายกฯ ไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ สมาคมฯ ก็จะนำความฟ้องร้องต่อศาล ฐานละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ รธน.มาตรา 232 บัญญัติเกี่ยวกับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ไว้ว่า ป.ป.ช. ประกอบด้วย กรรมการจํานวน 9 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา

ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชี เศรษฐศาสตร์ การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการอื่นใดอันเป็น ประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย

(1) รับราชการหรือเคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารกลาง หรืออธิบดีอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

(2) รับราชการหรือเคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

(3) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

(4) ดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์

(5) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองการประกอบวิชาชีพโดยประกอบวิชาชีพ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ และได้รับการรับรอง การประกอบวิชาชีพจากองค์กรวิชาชีพนั้น

(6) เป็นผู้มีความรู้ความชํานาญและประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี หรือการบริหารกิจการวิสาหกิจในระดับไม่ต่ํากว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจํากัดมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 10 ปี

(7) เคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (6) รวมกันไม่น้อยกว่า 10 ปี

การนับระยะเวลาตามวรรคสอง ให้นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อหรือวันสมัครเข้ารับการสรรหา แล้วแต่กรณี

ขณะที่ ม.233 บัญญัติว่า กรรมการ ป.ป.ช.มีวาระการดํารงตําแหน่ง 7 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว

ในระหว่างที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เว้นแต่จะมีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึง 5 คน