‘กันต์-เชียร์’จับคู่ชวนหมั่นเขี้ยว เสิร์ฟละคร‘สาวน้อยร้อยหม้อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312732

‘กันต์-เชียร์’จับคู่ชวนหมั่นเขี้ยว เสิร์ฟละคร‘สาวน้อยร้อยหม้อ’

‘กันต์-เชียร์’จับคู่ชวนหมั่นเขี้ยว เสิร์ฟละคร‘สาวน้อยร้อยหม้อ’

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประเดิมจอเสาร์-อาทิตย์นี้กับละครสังกัด ช่องเวิร์คพอยท์ กดเลข 23 ที่วางโปรแกรมเวลา 21.15 -22.15 น. ให้ผู้ชมได้สนุกสดใสรับต้นปี’61 กับคู่กัดคู่จิ้น เชียร์-ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ และ กันต์ กันตถาวร ในละคร “สาวน้อยร้อยหม้อ” ภายใต้การผลิตรับประกันความฮาโดย บริษัท รฤก โปรดั๊กชั่น จำกัด

งานนี้นอกจากความสนุกสนานของละครที่พร้อมเสิร์ฟมาให้ได้ขำกันแล้ว ยิ่งได้ กันต์ และ เชียร์ มาเล่นด้วยกันอีก บอกเลยต่อมฟินของคู่จิ้นแฟนคลับคู่นี้ต้องกรี๊ดสลบ เพราะเล่นได้ธรรมชาติสมการรอคอยให้แฟนคลับ ชาว #CK ได้จิ้นฟินจิกหมอนกันไป…

กับเรื่องราวของ กะทิ (เชียร์-ทิฆัมพร) พริตตี้ระดับพรีเมียมสาว ชีวิตรันทดต้องมาชดใช้หนี้ก้อนโตที่ตัวเองไม่ได้ก่อจึงกลับมาตั้งสติที่บ้านเกิด จังหวัดนครนายก แล้วโชคชะตาก็นำพาให้กะทิได้เจอกับ ปลัดลิขิต (กันต์) ปลัดหนุ่มไฟแรงขวัญใจชาวบ้าน ยกเว้นกะทิ เพราะเคยทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็ก ปลัดลิขิตอาสาใช้หนี้ให้กะทิเพราะเห็นแก่ความดีของ ป้าแช่ม (สุนารี ราชสีมา) กะทิจึงต้องจำใจมาทำงานกับปลัดเพื่อใช้หนี้…

พร้อมเสริมทัพความฮา รวมนักแสดงขวัญใจแม่ค้าข้าวแกงทั่วประเทศ อาทิ สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ (เสนาลิง), นลิน โฮเลอร์(ซาร่า AF), บิ๊ก-ทองภูมิ สิริพิพัฒน์, มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ, ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ, แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, เอเอ-รัชเมศฐ์ ไชยพิชญารัตน์ และอีกมากมาย กำกับการแสดงโดยธนวัฒน์ แท่งทอง

‘โตโน่ แอนด์ เดอะดัสท์’ จัดเต็มแสดงสดสุดมันส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312717

‘โตโน่ แอนด์ เดอะดัสท์’ จัดเต็มแสดงสดสุดมันส์

‘โตโน่ แอนด์ เดอะดัสท์’ จัดเต็มแสดงสดสุดมันส์

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
มันส์สุดๆ กับการแสดงของกลุ่มศิลปินวงร็อก“โตโน่ แอนด์ เดอะดัสท์” ที่มีนักร้องนำสุดหล่อดีกรีพระเอก “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” จัดเต็มแสดงสดสุดมันส์ สร้างสีสันเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นตลาดนัดสุดชิค สินค้า IG สุดฮอต “Chill Park @ EmQuartier”ณ บริเวณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็วๆ นี้ ภายในงานยังมีสีสันกับการออกบูธของดาราและคนดังมากมาย อาทิ ดีเจอิ๊คคิว-พีระพล เสนาคุณ กับธุรกิจร้านกาแฟ Y-D Coffee, เกรซ เดอะสตาร์ 6-รัชย์ณมนทร์ รัชย์จิราธรรม กับธุรกิจครีมหมักผม by Gracejaa ร่วมด้วยดารานักแสดงร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าภายในงานอีกมากมาย

‘โบอิ้ง’ ปลื้ม กระแสเพลงโดนใจคนฟัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312721

‘โบอิ้ง’ ปลื้ม  กระแสเพลงโดนใจคนฟัง

‘โบอิ้ง’ ปลื้ม กระแสเพลงโดนใจคนฟัง

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จแบบฉุดไม่อยู่กันไปแล้ว สำหรับเพลง “คนบาป(Sinner)” การันตีด้วยยอดวิว 117 ล้าน ล่าสุด “Boeing Lose Holidays (โบอิ้ง ลูส ฮอลิเดย์)” เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมส่งเพลงช้าๆ เนื้อหาบาดลึกอย่าง “ละเลย (No Care)”และ “นักรบ(The Warrion)” เพลงจังหวะโดนๆ เอาใจแฟนเพลง

“ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณคนฟังทุกๆ ท่านสำหรับกระแสตอบรับเพลงคนบาป จนทำให้เกิดเพลงละเลย และเพลงนักรบนี้ต่อมา สำหรับเพลง
ละเลยปล่อยมาได้สักพัก กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ ครับมีแฟนๆ เอาไปร้อง Cover ก็รู้สึกปลื้มใจที่มีคนชอบเพลงเรา ผมรู้สึกว่าผมเป็นแค่คนโนเนมที่ชอบทำเพลง ทำเองแบบไม่มีค่ายด้วย พอมีแฟนเพลงคอยสนับสนุน ผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ ส่วนเพลงล่าสุดเพิ่งปล่อยเอ็มวีไปชื่อเพลงนักรบ เป็นเพลงร็อกสำหรับคนสู้ชีวิต เนื้อหาของเพลงพูดถึงการให้กำลัง ใครที่ท้อแท้กับชีวิตอยากให้ฟังเพลงนี้ หากเรายึดมั่นในความดี ไม่ทิ้งความฝันที่เราตั้งไว้ สักวันมันต้องสำเร็จแน่นอน ถามว่าดีใจมั้ยที่กระแสตอบรับดีขนาดนี้ มันก็ต้องดีใจอยู่แล้วล่ะ แต่เหนือความดีใจคือเราได้รับกำลังใจในการทำเพลงมากมาย ยิ่งได้อ่านคอมเม้นต์ในโซเชียลแล้วรู้สึกอบอุ่น ยังไงก็ขอบคุณและฝากทั้ง 2 เพลงนี้ด้วยนะครับ”

คอเพลงแจ๊สเตรียมเพลิดเพลินกับคอนเสิร์ตแจ๊สชั้นดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312719

คอเพลงแจ๊สเตรียมเพลิดเพลินกับคอนเสิร์ตแจ๊สชั้นดี

คอเพลงแจ๊สเตรียมเพลิดเพลินกับคอนเสิร์ตแจ๊สชั้นดี

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท หนีกรุง คอนเน็ค จำกัด ร่วมกับ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เอาใจแฟนๆ คอแจ๊สประเทศไทย ด้วยการจัดคอนเสิร์ตแจ๊สชั้นดี ที่รวมเอาสุดยอดศิลปินแจ๊สระดับโลกไว้ในเวทีเดียว พร้อมกับศิลปินแจ๊สแถวหน้าของเมืองไทยที่จะมาร่วมบรรเลงเพลงแจ๊สสุดคลาสสิกท่ามกลางธรรมชาติที่สวยที่สุดกลางขุนเขาในไร่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย ประเดิมเปิดปีด้วยเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติ “ThailandInternational Jazz Festival 2018” (ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2018) นำโดยศิลปินแจ๊สระดับมือรางวัล Brian McKnight (ไบรอัน แม็กไนต์), Joey Alexander (โจอี้ อเล็กซานเดอร์) หนุ่มน้อยนักเปียโนวัย 13 ปี ชาวอินโดนีเซีย ที่มีความอัจฉริยะในการเล่นเปียโนฝีมือระดับโลก, Alemay Fernandez นักร้องเพลงแจ๊สดาวรุ่งจากประเทศสิงคโปร์ เธอที่ได้รับเลือกให้เป็นนักร้องที่สร้างความบันเทิงได้ดีที่สุดโดยนิตยสาร ไทม์ เอ้าท์, Susan de Jong นักร้องมากประสบการณ์จากเซาท์ ออสเตรเลีย ที่สามารถร้องเพลงได้หลากหลายสไตล์ทั้งแจ๊ส บลู ป๊อป ร็อก และ อาร์ & บี, Richard Jackson (ริชาร์ด แจ็คสัน) นักร้องเพลงแจ๊สระดับตำนาน จากโอไอโอ สหรัฐอเมริกา ที่โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงแจ๊สมายาวนาน ผู้มีน้ำเสียงที่ไหลลื่นและการแสดงบนเวทีอย่างต่อเนื่องเป็นที่จับใจคนฟังมาแล้วทั่วโลก, Aya Takazawa นักทรัมเป็ตหญิงชาวญี่ปุ่น เธอเป็นสมาชิกนำวงดนตรีแจ๊สที่ขึ้นไปอยู่ในชาร์ตเพลงแจ๊สยอดนิยมในญี่ปุ่น, Jeremy Monteiro (เจเรมี มอนทโร) นักเปียโนและนักแต่งเพลงมากรางวัลชาวสิงคโปร์ นอกจากศิลปินแจ๊สระดับโลกมือรางวัลแล้ว ยังมีศิลปินแจ๊สแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมโชว์ในคอนเสิร์ตนี้ด้วย อาทิ โก้ มิสเตอร์แซกแมน มาพร้อมกับ ปุ้ย-ดวงพร The Sound of Siam และวง infinityนำโดย ศรายุทธ สุปัญโญ, เทวัญ ทรัพย์แสนยากร, ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ และ วงคีตะเสวี ผู้ที่ได้รับพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณให้ร่วมบรรเลงดนตรีในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ สำหรับคอนเสิร์ต Thailand International Jazz Festival 2018 จะมีขึ้นในวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2561 เริ่มจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

เปิดชีวิต… ผู้กำกับหนังวัยรุ่นในตำนาน ‘ต้อ-ชาติชาย แก้วสว่าง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312734

เปิดชีวิต... ผู้กำกับหนังวัยรุ่นในตำนาน  ‘ต้อ-ชาติชาย แก้วสว่าง’

เปิดชีวิต… ผู้กำกับหนังวัยรุ่นในตำนาน ‘ต้อ-ชาติชาย แก้วสว่าง’

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้ ตามไปดูชีวิตปัจจุบันของ “ต้อ-ชาติชาย แก้วสว่าง” ผู้กำกับขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 อีกหนึ่งบุคคลสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่หลายคนคุ้นเคย รวมถึงย้อนวันวานสุดประทับใจ กับช่วงเวลาปลุกปั้นพระ-นางรุ่นใหม่ จนวันนี้เติบใหญ่เป็นนักแสดงมากฝีมือ

“วันนี้เรามาพบกันที่ร้าน ณ ตลิ่งชัน เมื่อก่อนเป็นร้านกาแฟ แล้วก็เปิดขายผัดไทยด้วยซึ่งก็ขายดีมากครับ แต่ว่าเจอปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไป ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส ลูกชิ้นเราทำเอง ซึ่งก็ขายดีมากเช่นกัน แต่เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันธรรมดา ก็เลยจะมีแต่ชากาแฟเครื่องดื่ม แล้วก็ไข่กระทะ พวกอาหารเช้าครับ ถ้าวันเสาร์-อาทิตย์จะครึกครื้นมาก เพราะว่าตรงนี้คือเป็นตลาดน้ำ เราเปิดมาเข้าปีที่ 4 แล้วครับ เป็นธุรกิจเล็กๆที่ทำให้กับลูกๆ และนอกจากนี้ผมก็ยังทำบริษัททัวร์ทำรายการทีวีด้วย ด้านชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ดีครับ”

เหตุที่มาจับธุรกิจร้านอาหาร

คือเราทำงานวงการบันเทิง ซึ่งมันไม่เหมือนงานประจำ เราทำละครทำภาพยนตร์เรื่องนึง ใช่มันถ่ายติดๆ กัน แต่เวลามันจบเราก็ว่าง พอว่างเราจะทำอะไรดีล่ะ ก็ใช้เงินไปเรื่อยๆ แล้วอีกอย่างคิวถ่ายเราไม่ได้มีทุกวันก็ยังจะมีวันว่าง ก็เลยคุยกับ “ฝน” (น้ำฝน-พัชรินทร์) ว่าพี่ต้ออยากจะทำร้านกาแฟ มาทำกันไหม ฝนก็เห็นด้วย เลยมาแจมด้วยกัน

ย้อนวันวานก่อนจะมาถึงวันนี้

คือเราเป็นคนที่มาทางด้านภาพยนตร์กับทางไฟว์สตาร์ ไม่ได้เรียนมานะครับ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว (ยิ้ม) ผมเรียนช่างยนต์ แล้วก็ทำงานอยู่ที่สมุทรปราการ “คุณประยูร วงศ์ชื่น” ซึ่งเปรียบเสมือนน้ารัก เขาโทร.ชวนว่ามาทำงานกับเขาไหม ก็เลยมาทำเรื่อง “กองพันทหารเกณฑ์” โดย “คุณปัญญา นิรันดร์กุล”เป็นพระเอก เราทำทุกตำแหน่งช่วยเขาจิปาถะ เรียนรู้ไปจนได้ทำตำแหน่งและเปลี่ยนหน้าที่ไปเรื่อย จนมาเป็นผู้จัดการกองถ่าย รวมแล้วก็สิบปีที่อยู่กับคุณประยูรแล้วด้วยความที่คุณประยูรปีนึงทำหนังเรื่องหรือสองเรื่องซึ่งเราอยู่ไม่ได้ ก็เลยติดปีกออกไปอยู่ข้างนอก ไปทำให้กับ “คุณกำธร ทัพคัลไลย” เรื่อง “มาดามยี่หุบ” หลังจากนั้น“คุณกอบสุข จารุจินดา” ก็นัดคุย คือเขาอยากได้เราให้มาเป็นผู้จัดการกองถ่ายให้หน่อย ก็เลยมาทำกับคุณกอบสุข ในเรื่องแรกคือ “สมศรี 422 อาร์” แล้วพี่สุขเป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่น ชัดเจน และพูดตรง เรื่องค่าตัวไม่มีการต่อ เท่าไหนก็เท่านั้น

โอกาสที่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

พอเรารับปากทำเขา ก็ถามว่าทำได้ทุกหน้าที่หรือเปล่า เราก็บอกทำได้ ไฟก็จัดได้ ฝ่ายศิลป์ก็ทำได้ตากล้องก็เป็นได้ เขาถามว่าทำไมถึงทำได้ เราก็บอกว่าเพราะได้เรียนรู้จากคุณประยูร จนเราก็ไต่เต้าขึ้นมา หลังจากนั้นทางไฟว์สตาร์ก็เรียกเข้าไปคุย และถามเราว่าอยากกำกับภาพยนตร์ไหม เราก็ตกใจ คือเขาคงเห็นเราตอนที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้ “พี่เล็ก ณรงค์” เพราะว่ามีอยู่วันนึงผู้ช่วยเขาไม่สบาย เราเลยได้ไปทำตำแหน่งผู้ช่วยด้วย เขาก็คงจะเห็นจากตรงนั้น เราก็คิดหนักเลยนะ ทำอะไรไม่ถูก ขอกลับไปคิดที่บ้านก่อน คิดไม่ได้จะทำยังไงดี คุยกับแฟนก็แล้ว และที่สุดแล้วก็เลยโทร.หาน้องรักที่สุด “หนึ่ง-วรเชษฐ์นิ่มสุวรรณ” หนึ่งเป็นคนที่เรารักเหมือนน้องชาย และเราก็ดูแลคิวให้เขาด้วย ก็เล่าให้เขาฟัง เขาก็สนับสนุนเต็มที่ และถามเราว่าทำเรื่องอะไร เคยมีเรื่องอะไรที่คิดไว้ในหัวไหมเราก็บอกว่ามีนะ แต่ไม่มั่นใจ คือเคยเขียนเป็นพล็อตเรื่องขึ้นมา และตั้งชื่อไว้แล้ว เขาก็บอกว่าเอาเรื่องนี้แหละเสนอถ้าเขาโอเค ก็เขียนต่อให้มันจบ หนึ่งก็ให้กำลังใจ “จุ๊” ภรรยาก็ให้กำลังใจ “พี่มานะ อรรฆเดช” ช่างภาพก็เชียร์ให้ทำ และผมได้ปรึกษา “พี่หมี โชติรัตน์” ผู้กำกับ“พี่สุทัศน์” ที่เป็นตากล้อง ทุกคนก็เห็นด้วยหมดเลยหนึ่งก็บอกอีกว่าถ้าพี่ไม่มีตังค์ เอาของเขาไปก่อน คือเราต้องใช้ในการดูโลเกชั่น ออกไปนู่นนี่ ต้องมีข้อมูล กว่าจะเขียนเสร็จเอาไปให้เขาดู มันต้องใช้ค่าใช้จ่าย หนึ่งช่วยทุกอย่าง เป็นกำลังใจดีมาก จนผมเขียนเรื่องนี้เสร็จขึ้นมา แล้วก็เอาไปให้คุณกอบสุข ผมไม่รู้ว่าเขาอ่านเองหรือเปล่า และแฟนเขาก็มาอ่าน ผู้ใหญ่ไฟว์สตาร์กี่คนอ่านก็ไม่รู้ และเขาก็เรียกผมเข้าห้องประชุม เหมือนห้องเชือดเลย (หัวเราะ)พี่สุขก็แนะนำเรากับทุกคนว่านี่คือ “ต้อ-ชาติชาย แก้วสว่าง” จะมากำกับภาพยนตร์ให้สุขเรื่อง “กระโปรงบานขาสั้น” “คุณเชน” (เจริญ เอี่ยมพึ่งพร) เจ้าของไฟว์สตาร์ก็ถามว่าใครตั้งชื่อให้ คิดได้ไง พร้อมเปิดเมื่อไหร่ ผมอึ้งเลยครับ ดาราแสดงเราก็ยังไม่มี

ถึงเวลาต้องลงสนามจริง

ก็เลยขอเวลาเขา 6 เดือน เขียนบทและแคสหานักแสดง พร้อมเรียนการแสดงด้วย พอเขาอนุมัติทุกอย่างเราก็ไม่รู้เรื่องอะไร ก็ได้พี่สุขที่เป็นเหมือนแม่ให้เราว่าทำยังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็หาดาราจากแมกกาซีนวัยรุ่นมาเทสต์ และมีวันนึงเราไปหาเพื่อนที่เขาถ่ายหนังอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วมีพยาบาลเข็นเด็กผู้ชายคนนึงผ่านหน้าเราไป คือหล่อมาก วันที่สองเราก็ไปอีกอยากรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครยังไง ก็ได้เจอ และไปคุยกับเขาคือเด็กผู้ชายอายุ 19 ก็รู้สึกว่าใช่นะ แต่เขาป่วย เขาเป็นคนนัยน์ตาเศร้า คุยไปหน้าเขาก็เศร้า แต่ว่าหล่อมาก แล้วพอเราคุยเรื่องตลกเขาก็ยิ้มคือมีเสน่ห์มาก ใช่เลย ตามที่เราต้องการ ก็เลยชวนเขามาเล่นหนัง เขาก็บอกว่าต้องขอแม่ก่อน เพราะว่าแม่เป็นนักเขียน จนผมได้คุยกับแม่เขา และเชื่อไหมว่ามันเหมือนเป็นอภินิหาร พอเขารู้ว่าเราอยากได้เขามาเล่นหนัง ยังไม่บอกว่าเล่นเป็นพระเอกนะแต่มันเหมือนเป็นยาชนิดนึงที่ทำให้ลูกเขาปกติ กลับบ้านยิ้มแย้มแจ่มใส มีกำลังเหมือนคนปกติ เขาอยากเล่นมาก แล้วพอมาเจอกับคุณกอบสุขและทีมงานทุกคน ก็ชอบเขามาก ก็เลยได้ “ธรรม์ โทณะวณิก” มาเล่นเป็นพระเอก ส่วนนางเอกเราได้ “ธัญญาเรศ รามณรงค์” ผมเห็นตอนที่เขาเดินขึ้นบันไดไฟว์สตาร์มา ซึ่งตอนนั้นเขากำลังจะถ่ายอีกเรื่องนึง เราเห็นเขามันเหมือนเป็นความฝันที่เราต้องการผู้หญิงสไตล์ลูกครึ่งเด็กคนนี้ ใช่เลย พอได้คุยกันเขาก็ไปปรึกษาผู้ใหญ่ เลยโอเคหมด ได้คู่พระ-นางมาหลังจากนั้นก็ได้นักแสดงคนอื่นๆ มี “กัปตัน-ภูธเนศ, เอ๊าะ-กีรติ, แอน-อลิชา” เด็กที่มาใหม่หมด ผู้กำกับก็ใหม่ (หัวเราะ) และมันดีตรงที่ว่าเราได้พี่กอบสุขเป็นทั้งพี่เลี้ยงพี่สาวที่เก่งมาก ดูแลทุกอย่างให้เราได้ดีมาก เหมือนอาจารย์ใหญ่อยู่ในโรงเรียน เพราะนักเรียนเกือบ 20 คนอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ อย่างกะลิง เราต้องพาลูกเขาไปอยู่ที่เชียงใหม่ เหมือนเข้าค่าย สนุกก็สนุก เครียดก็เครียด ปวดหัว แต่ว่ามันส์ เราก็ไม่คิดไม่ฝันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะถล่มทลาย ภาคแรก 10 ล้านขึ้น จนทำให้ต้องทำภาค 2ต่อ เก็บภาค 2 ได้ 15 ล้าน

แรงบันดาลใจที่มาจากชีวิตจริง

กระโปรงบานขาสั้นอาจจะเป็นภาพยนตร์แนวใหม่ในยุคนั้น แล้วไม่ค่อยมีใครทำ และจะบอกว่าครึ่งนึงของเรื่องนี้เป็นชีวิตผมเอง เราก็เป็นตัวพระเอกธรรม์นี่แหละ คือผมเป็นคนที่หมัดหนัก ต่อยคนแล้วสลบตั้งแต่เด็ก แล้วมีเรื่องกับใครหมัดเดียวนี่เงียบเลย พระเอกจะโดนแกล้งจนทุกคนมองว่าเป็นเด็กเกเร แล้วก็ไปเจอผู้หญิงลูกครึ่ง สมัยเป็นนักเรียน ผมก็ไปชอบเด็กผู้หญิงลูกครึ่งคนนึง สวยน่ารัก ก็เลยหานางเอกลูกครึ่งมาเล่นจนได้ สมัยก่อนเราอยู่ต่างจังหวัดก็ต้องปั่นจักรยานไปโรงเรียน ก็เลยเอาจักรยานมาเป็นตัวช่วยพระเอก มีนักเรียนตัวแสบนั่งอยู่หลังห้องเรื่องก็มีอยู่ประมาณนี้ ก็เป็นเรื่องที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะดังอาจจะเป็นดวงและโชคของเราด้วย แต่ถ้าไม่ได้หนึ่งก็ไม่เกิดนะ หนังเรื่องนี้เขาเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากๆ นี่คือเรื่องของการทำภาพยนตร์ แต่เรื่องการให้โอกาสก็ต้องเป็นพี่กอบสุข

ฝันเล็กๆ ของหนุ่มต่างจังหวัด

ผมเคยฝันว่าอยากจะเป็นผู้กำกับ แต่คิดว่าคงไม่มีทางหรอก ใครจะเห็นเรา เราก็ได้แต่แอบขโมยบทภาพยนตร์ของคุณประยูรมาถ่ายเอกสาร และเอาไปนั่งอ่านเรียนรู้ว่าเขาเขียนยังไงและเริ่มหัดเขียนเอง นี่คือวิชาไม่เคยเรียนมาเลย ครูพักลักจำ กำกับภาพยนตร์มาทั้งหมด 6 เรื่อง เลยกลายเป็นที่รู้จักของคนมากขึ้น และเด็กนักเรียนในยุคนั้นจะรู้จักพี่ต้อดี

จากภาพยนตร์สู่การกำกับละคร

ตอนที่เศรษฐกิจฟองสบู่แตก ไฟว์สตาร์ปิด ไม่ทำภาพยนตร์เลย เราก็ต้องหยุด หลังจากนั้นทางกันตนา “คุณตุ๊กตา จิตรลดา” ก็เชิญให้ไปกำกับละครเรื่อง“สื่อสิน่หา” เป็นละครเรื่องที่แม่ของธรรม์เขียน และออกอากาศทางช่อง 7 ซึ่งทางคุณตุ๊กตาก็ได้ขอกับทางพี่กอบสุขให้เราก็เลยได้ไปกำกับให้กับทางกันตนาอยู่ประมาณ4 เรื่อง แล้วก็ออก ไม่ทำแล้ว หยุด เรารู้สึกว่าการทำละครกับภาพยนตร์มันคนละเรื่องกันเลย แต่เพราะผู้ใหญ่ได้คุยกันไว้ เราก็เลยจำต้องทำให้จบ คือเราไม่ชินกับงานละคร ด้วยความที่เราไม่รู้ศาสตร์ทางด้านนี้เลย รู้สึกว่าเราไม่ค่อยอิ่มกับมันแต่เราก็ได้วิชาละครมาโดย “พี่โต”พี่ชายคนโตของกันตนาเขาให้ความรู้เราเยอะมาก สอนให้เราสวิทภาพและเราก็มาเรียนรู้ในห้องตัดต่อ

กับหลากหลายรายการที่ทำ

พอออกมาจากกันตนา เราก็บอกทุกคนว่าเราคงไม่เหมาะที่จะทำละคร เลยมาเช่าเวลาทำรายการทีวี เป็นรายการวาไรตี้ รายการท่องเที่ยวของตัวเองขึ้นมา ซึ่งตรงนี้มันจะใช่กว่า แต่เราต้องหาโฆษณาเอง ก็ยังมีงานกำกับละครติดต่อมาให้ไปทำอยู่เรื่อยๆ “คุณแก้วพรีเมียร์” ก็ติดต่อให้ไปกำกับละครเรื่อง “สื่อรักภาษาใจ” กับทางช่อง 7 หลังจากนั้นอีกสองปี “พี่ไก่-วรายุฑ” ก็ให้มากำกับเรื่อง “นักเรียนนายร้อยครับผม” ก็งานหนักอีก เพราะว่ามีแต่เด็กใหม่ๆ ทำงานกับพี่ไก่คือดีมาก เพราะพี่ไก่เป็นคนตรงและชัดเจนมาก เหมือนพี่เหมือนน้อง ระหว่างที่ทำละครให้กับพี่ไก่ รายการเราก็กำลังฮอต สปอนเซอร์เข้า เลยทำให้เราอยากจะมาทุ่มเทให้กับรายการก็เลยทำละครให้จบ และมาทุ่มให้กับรายการของเราดีกว่า เป็นเรื่องสุดท้ายที่คิดว่าบอกลากันเลยจริงๆ เพราะมาทำรายการเราสนุกมาก ทุกวันนี้ก็ยังทำรายการอยู่มีรายการมนุษย์ป้าพาเที่ยว รายการคุยเรื่องกินกินแล้วคุยและอีกรายการจะถ่ายในปีหน้าชื่อรายการมนุษย์ป้าพากิน

และแล้วก็ต้องมากำกับละครอีกครั้ง

ก็ทำรายการมาเรื่อยๆ ทาง “หนุ่ม-คงกะพัน” ก็ให้มากำกับเรื่อง “เสือดำ” ทางช่อง 7 ด้วยความที่มันเป็นซีรี่ส์สั้นๆ ก็เลยรับทำ จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วคุณภรรยาขอให้มากำกับละครให้หน่อยได้ไหม เราก็ไม่อยากทำเพราะว่าเราเป็นคนเรื่องเยอะ (หัวเราะ) แต่ด้วยความที่เป็นภรรยาตัวเองมันก็ปฏิเสธไม่ได้ เลยจำเป็นต้องทำเรื่อง “บาปบรรพกาล” ทางช่อง 8 แล้วกลายเป็นว่า เป็นละครเรื่องเดียว และเรื่องแรกที่ทำเรตติ้งสูงที่สุดของช่อง ก็ได้รับคำชมมา เราก็ดีใจมาก “ฝน” (น้ำฝน-กุณณัฏฐ์) ผู้จัดก็ตัวลอยเลย คือจุ๊ก็เป็นหุ้นส่วนน้ำฝนด้วย ตอนแรกเราก็บอกเขาให้ไปเอาผู้กำกับคนอื่นเถอะ แต่เขาอยากได้มุมหนังสวยๆ เพราะเป็นละครผี แต่แม้ว่าจะได้การตอบรับที่ดี เรตติ้งละครจะดี ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับมาทำละครอีกนะ คือมันเหนื่อย เราอายุ 50 กว่าแล้วเวลาที่ผมนั่งปุ๊บ เขาก็จะมีกล้วยหอมมาวาง ทุกคนดูแลผมอย่างดี ผมเข้าใจนะว่ามันเป็นงานเราก็ต้องทำให้มันจบแต่มันกดดันเราทุกอย่าง ทั้งเรื่องสุขภาพที่พอตื่นเช้าจะรู้สึกไม่ไหว แต่ก็ต้องกัดฟันไป พอไปก็ไม่อยากเลิกดึกแต่ก็ต้องทำให้มันเสร็จ เลยรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยมากจนเป็นไข้หนักมากไม่ได้ทำมานานหกเดือนที่เราต้องอยู่กับมัน รายการทีวีเราก็ต้องทำตลอด ลูกยังถามเลยว่าถ้าคุณแม่ให้คุณพ่อกำกับละครอีกจะทำไหม ก็ตอบเขาไปแล้วว่าไม่ทำ (หัวเราะ) ไปเอาคนอื่นเลยไม่เอาแล้ว

ณ วันนี้

ผมสนุกกับการทำรายการและฝันว่าจะทำรายการใหม่เรื่อยๆ เราก็จะเติมความคิดของเราไปเรื่อยๆ เราอยากเดินตามไอดอลของเรา “คุณปัญญา นิรันดร์กุล”เพราะว่าเราได้รู้ชีวิตของเขาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่สมัย“กองพันทหารเกณฑ์” รู้สึกว่าชีวิตเขาก็เริ่มต้นแบบเรานี่แหละ แต่เราก็คงจะไปได้ไม่ถึงเขาหรอกเพราะว่าเราก็ห้าสิบกว่าแล้วผมอิ่มแล้วกับการกำกับภาพยนตร์และละคร อิ่มมากจนตอนนี้ลูกสาวกระโดดเข้ามาเรียนฟิล์มภาพยนตร์ และจะมาปรึกษาเราตลอด เขาสนใจเองครับเพราะว่าผมพาเขาไปกองถ่ายด้วยตั้งแต่เด็ก และเวลาเราไปถ่ายรายการเขาก็จะขอตามไปด้วยไปช่วยทำนุ่นนั่นนี่

ด้านชีวิตครอบครัว

ผมมีลูกสาว 2 คน คนโตเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะกายภาพบำบัด คนเล็กเรียนที่มศว เรียนฟิล์มภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล ส่วนภรรยาคุณจุ๊ก็เป็นคนในแวดวงนี่แหละครับ เราเจอกันที่กองถ่ายของคุณกำธร เขามาฝึกงานปีสุดท้ายเป็นฝ่ายศิลป์ ปัจจุบันเขาก็เป็นโปรดิวเซอร์และเป็นผู้จัด ซึ่งเขาก็ยังทำเรื่อยๆ เพราะว่าโตมาจากคุณกอบสุข ถ้าพี่กอบสุขให้ทำก็ยังกลับไปทำ แต่ว่าก็เป็นผู้จัดร่วมกับน้ำฝนด้วย ชีวิตผมแฮปปี้ดีครับ อาจจะเป็นเพราะว่าจิตใจดีคือลูกๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่มีปัญหา ยังไม่มีแฟนกันเลย เคยถามลูกว่ามีคนมาจีบไหมลูก เขาก็บอกว่าจะเอาเวลาที่ไหนมานั่งจีบกัน เรียนหนักจะตาย (หัวเราะ)

อนาคตของลูกๆ

เราไม่บังคับเขาจะทำอะไรก็ได้จะเข้ามาเราก็ให้เต็มที่ แต่ว่าลูกคนโตเขาไม่เอาเลยไปสายหมอ ส่วนคนเล็กตอนนี้ก็เริ่มถ่ายหนังแล้ว แต่ผมจะสอนเขาว่าอย่าไปบอกเพื่อนว่าพ่อแม่เป็นใครทำอะไร และไม่จำเป็นต้องเปิดตัวเองด้วยว่าเราทำได้ไม่ได้เรียนรู้เหมือนเริ่มนับหนึ่งกับเขาไป ถ้าเขาจะเช่าอุปกรณ์อะไรยอมเสียตังค์ให้เช่าที่อื่นเลย แต่ถ้าวันไหนที่เกิดแอคซิเดนท์ไม่ทันจริงๆ เราก็ช่วยได้ คือเราอยากให้เขาขวนขวายกันเองก่อน

มุมมองที่มีต่อภาพยนตร์จากอดีตถึงปัจจุบัน

มันเปลี่ยนไปมากเลยครับ สมัยก่อนการทำภาพยนตร์ไม่มีมอนิเตอร์ให้ดูตากล้องเห็นคนเดียวเราไม่เห็นดังนั้นต้องวัดใจกัน มันเลยทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องการใช้กล้องใช้เลนส์ แต่สมัยนี้มันเป็นดิจิตอลและใช้เลนส์ฟิกซ์ถ่าย ชีวิตของคนรุ่นใหม่เลยได้เปรียบกว่าเราแสงไฟก็ไม่ต้องใช้เยอะ ยุคนี้เลยทำงานง่ายขึ้นภาพก็สามารถบันทึกและเพลย์แบ๊กกลับได้ สมัยก่อนไม่มีใครได้เห็นในเฟรมนั้นเลยพอคัตคอนตินิวต้องจดต้องวาดทุกสิ่งอย่าง สมัยก่อนยากมากสมัยนี้ง่ายมาก

กำลังใจจากแฟนภาพยนตร์

คือเมื่อไม่นานมานี้ “ต่าย-สายธาร” เขาไลฟ์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวเราก็เข้าไปแซวต่ายและเขาก็เอ่ยขอบคุณเราก็เลยมีคนเข้ามาพิมพ์ต่อ ว่าพี่ต้อที่กำกับกระโปรงบานขาสั้นหรือเปล่า ก็รู้สึกขอบคุณเขามากที่ยังจำได้ และในนั้นที่คุยๆ คือรุ่นเดียวกัน (ยิ้ม) เวลาที่เขาจดจำเราได้ เราก็ชื่นใจนะ และจะมีแฟนคลับที่เข้ามาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คเยอะมากมาคุยทักทายมาแชร์เรื่องราวเก่าๆ กัน โดยเฉพาะแฟนๆ ที่เชียงใหม่เยอะมากเพราะว่าเราเคยไปถ่ายหนังที่นั่น แล้วพอกระโปรงบานขาสั้นเข้าฉายที่เชียงใหม่ตอนนั้นเชื่อไหมว่าโรงแตกเก้าอี้พัง แล้วก็ยังมีแฟนคลับตามมาเจอเราที่ร้านนี้ด้วย ก็รู้สึกขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กันเสมอมาครับ ว่างๆ แวะมาทักทายและทานอาหารที่ร้านนะครับ

และนี่ก็คือผู้กำกับภาพยนตร์ขวัญใจวัยขาสั้นยุค 90 “ต่อ-ชาติชาย แก้วสว่าง” ที่วันนี้เราได้ไปค้นวันวานสุดแสนประทับใจมาฝากทุกท่านกัน

กุหลาบสีเงิน

Hollywood stars : 7 มกราคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312723

Hollywood stars :  7 มกราคม 2561

Hollywood stars : 7 มกราคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

O เอเลน เพจ นักแสดงสาววัย 30 ปี ที่เคยสร้างชื่อจากภาพยนตร์เรื่อง Juno ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงหลักฐานการแต่งงานกับแฟนสาว เอ็มม่า พอร์ตเนอร์ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว ด้วยภาพแหวนแต่งงานและภาพคู่หวานๆ อีกสองรูป ทั้งยังเขียนแคปชั่นด้วยว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะได้เรียกผู้หญิงที่ไม่ธรรมดาคนนี้ว่า ภรรยา @emmaportner” คู่รักคู่นี้เริ่มเดตกันเมื่อช่วงฤดูร้อนเมื่อปีที่ผ่านมา และพากันไปออกอีเวนท์ต่างๆ ด้วยกันอย่างไม่เขินอาย แถมยังขยันลงภาพหวานๆ ในโซเชียลมีเดียของทั้งคู่อยู่บ่อยครั้งอีกด้วย

O เคท แบลนเชตต์ นักแสดง 2 รางวัลออสการ์ชาวออสเตรเลียวัย 48 ปี จะเป็นประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปีนี้ ถือเป็นสตรีคนที่ 12 ที่ได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลอันทรงเกียรติในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่ฝรั่งเศส ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ หลังจากเธอเป็นผู้นำกระแสรณรงค์ต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในวงการบันเทิงจากกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าผู้ทรงอิทธิพลฝ่ายชายหลายคนในวงการภาพยนตร์ล่วงเกินทางเพศ แบลนเชตต์เป็นหนึ่งในแกนนำฝ่ายหญิงกว่า 300 คน ในวงการฮอลลีวู้ด ร่วมด้วยเมอรีล สตรีพ และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ที่ปลุกกระแสโครงการรณรงค์ “Time’s Up”เมื่อวันจันทร์เพื่อต่อต้านวัฒนธรรมการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน

O ไฮโซสาว ปารีส ฮิลตัน วัย 36 ปี ไม่โสดแล้วจ้า เพราะหมั้นหมายกับแฟนหนุ่มนักแสดง คริส ซิลก้า วัย 32 ปีแล้ว หลังฝ่ายชายขอแต่งงานที่เมืองแอสเพน รัฐโคโลราโด เมื่อช่วงปีใหม่สดๆ ร้อนๆ ด้วยแหวนเพชรเม็ดงามหนักถึง 20 กะรัต แถมหนุ่มคริส จากซีรี่ส์ The Leftovers ยังทำให้สาวโสดทั้งหลายตาร้อนฉ่าหนักไปอีก เมื่อเขาเผยกับสื่อดังพีเพิลว่า ปารีสคือผู้หญิงน่าทึ่ง และสวยจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง จนเขารู้สึกว่าเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกเลย

O นักแสดงสาว เจสซิกา อัลบา คลอดลูกชายคนแรกให้ แคช วอร์เรน สามีโปรดิวเซอร์คนดังได้ชื่นใจ เมื่อวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยตั้งชื่อลูกชายว่า เฮย์ส อัลบา วอร์เรน พร้อมโพสต์ข้อความบอกข่าวดีกับแฟนๆ ผ่านอินสตาแกรมให้ได้ทราบกันในวันปีใหม่ 1 ม.ค. เฮย์สเป็นบุตรคนที่ 3ของอัลบากับวอร์เรน และจะได้เล่นสนุกกับพี่สาว2 คน คือเฮเว่น และออร์เนอร์

O ขณะที่นักแสดงสาวเลือดละติน เอวา ลองโกเรีย ก็ประกาศผ่านอินสตาแกรมบอกแฟนๆ ว่าตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องลูกคนแรกให้กับโฮเซ แบสตัน สามีแล้วเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา บอกว่าปีใหม่ เป็นการผจญภัยใหม่ๆ เธอดีใจกับครอบครัวที่ได้ตั้งท้องลูกคนแรก ที่เธอรักที่สุดเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นลูกคนแรกที่ลองโกเรียมีให้กับแบสตัน หลังจากที่เธอเป็นแม่บุญธรรมให้กับลูกๆ ทั้ง 4 คนของเขาจากการแต่งงานก่อนหน้านี้ โดยแบสตัน สามีของลองโกเรีย เป็นประธานบริษัทเทเลวิซ่า บริษัทด้านสื่อสารมวลชนอันดับ 1 ของละตินอเมริกา

O ลินด์ซีย์ โลฮาน โพสต์ภาพจุดแดงๆ ที่อยู่บนขา รวมถึงคลิปวีดีโอที่ระบุว่า เธอโดนงูกัด โดยแชร์สถานที่ระบุว่า เธออยู่ภูเก็ตประเทศไทย เธอบอกว่าที่นี่สวยมากเลย แต่เธอถูกงูกัดนิดหน่อยตอนไปเดินป่าเมื่อวันก่อน แต่ดีที่ฉันไม่ได้เป็นอะไร แถมยังบอกด้วยว่า จริงๆ แล้ว การโดนงูกัดมันคือโชคดี เป็นการได้รับพลังด้านบวก เมื่อต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ลินด์ซีย์ ได้ไปร่วมงาน Jingle Ball ที่นิวยอร์ก พร้อมชมคอนเสิร์ตของเทย์เลอร์ สวิฟต์อย่างสนุกสนาน ก่อนจะมาฉลองคริสต์มาสที่ประเทศไทย โดยเธอได้ถ่ายคลิปที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวแชร์ลงในสตอรีของเธอในอินสตาแกรมให้แฟนๆ ที่ติดตามได้เห็นด้วย

‘แจ๊กกี้ ชาน’ จัดเต็มแอ๊กชั่นบู๊ดุเดือดสุดลํ้ามันส์ทะลุมิติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312718

‘แจ๊กกี้ ชาน’ จัดเต็มแอ๊กชั่นบู๊ดุเดือดสุดลํ้ามันส์ทะลุมิติ

‘แจ๊กกี้ ชาน’ จัดเต็มแอ๊กชั่นบู๊ดุเดือดสุดลํ้ามันส์ทะลุมิติ

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“แจ๊กกี้ ชาน” หรือ “เฉินหลง” จัดเต็มเรื่องแอ๊กชั่นสุดล้ำบู๊ดุเดือดไม่เคยทำให้แฟนคอหนังแอ๊กชั่นต้องผิดหวัง และล่าสุดกับผลงภาพยนตร์สุดมันส์ Bleeding Steel (บลีดดิ้ง สตีล) หรือชื่อไทยว่า โคตรใหญ่ฟัดเหล็ก ที่นำเข้าภาพยนตร์โดยไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ถือได้ว่าเป็นผลงานมาสเตอร์พีซระดับพรีเมียม ปักหลักถ่ายทำอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียเกือบทั้งเรื่อง โดยโลเกชั่นทุกที่ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่อลังการ ซึ่ง แจ๊กกี้ ชาน ได้เปิดเผยถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังว่า

“มันมหัศจรรย์มากที่ผมได้กลับมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่ผมและครอบครัวคุ้นเคย ผมเคยใช้ชีวิตและเติบโตอยู่ที่ประเทศนี้ มันเป็นความประทับใจและคุ้นชินเป็นอย่างมาก และหนังเรื่องนี้นอกจากที่ผมต้องแสดงนำแล้ว ผมยังมีหน้าที่เป็น เอ็กซ์คูลทีฟ โปรดิวเซอร์ ดูแลทุกขั้นตอนในการผลิต ที่สำคัญไปกว่านั้นในฉากบู๊ต่อสู้แต่ละฉาก ผมได้มีส่วนช่วยในการดีไซน์ให้แต่ละซีนออกมาดูสมจริงที่สุด อย่างฉากที่ต้องต่อสู้กับ เทสส์ ฮาวคริช บนยอดหลังคาโอเปร่าเฮาส์ ซึ่งมีความสูงกว่า 165 ฟุต และตัวอาคารสร้างยื่นไปบริเวณปากอ่าวซิดนีย์ เป็นฉากบู๊ที่ต้องวางแผนการต่อสู้กันอย่างรัดกุม เพราะพื้นบนยอดหลังคาโอเปร่าเฮาส์มีความสูงชัน บวกกับความแรงลมและช่องระยะทางเดินที่แคบมาก ทำให้การทรงตัวและการขยับตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถือว่าเป็นความท้าทายที่ทั้งผมและเทสส์ ฮาวคริช จะต้องผ่านมันไปให้ได้ และต้องให้ภาพออกมาดูสมจริงที่สุด งานนี้ผมว่าผมได้คู่ต่อสู้ที่เก่งกาจมากๆ เธอเป็นผู้หญิงที่มีทักษะการต่อสู้ได้เฉียบคม สีหน้าท่วงท่าอารมณ์โกรธเธอส่งมาให้ผมเต็มๆ และยังมีฉากแอ๊กชั่นมันส์ๆ สุดระทึกให้ได้ชมกันตลอดทั้งเรื่อง อย่าลืมมาชม Bleeding Steel 18 มกราคมนี้แน่นอนครับ”

ดาราพาเที่ยว : ‘พิม-พิมพ์พรรณ’ ฟินสุดกับทริปทัวร์ยุโรปคนเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312733

ดาราพาเที่ยว : ‘พิม-พิมพ์พรรณ’ ฟินสุดกับทริปทัวร์ยุโรปคนเดียว

ดาราพาเที่ยว : ‘พิม-พิมพ์พรรณ’ ฟินสุดกับทริปทัวร์ยุโรปคนเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงอิสระที่มีงานแน่นตลอดปีซึ่งตอนนี้ พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ มีละครออนแอร์พร้อมกันถึง 2 เรื่อง อย่าง วังนางโหง ทางช่อง 7 และพ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ทางช่อง 3 และนอกจากนี้ยังมีถ่ายทำรอออกอากาศอีกเพียบ อาทิ นักสู้เทวดา ของผู้จัด อุ๊-พัชนี แต่แม้งานจะเยอะจนไม่มีเวลา สาวพิมก็ยังจัดสรรวันว่าง เพื่อออกไปพักผ่อนได้อย่างน่าอิจฉา โดยเฉพาะทริปทัวร์ยุโรปครั้งนี้ที่บอกเลยว่า พิมฟินสุดๆ

ว่างจากงานปุ๊บมองหาที่เที่ยวทันที “ใช่ค่ะ พิมเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว ทำงานเสร็จว่างไปเที่ยว หรือไม่ก็ทำปลาร้าลิซึ่ม ธุรกิจเล็กๆ ของพิมที่ทำมาแล้ว 4 ปี เวลาพิมเที่ยวจะชอบเที่ยวแบบลุยๆ หน่อย คนโสดน่ะ ก็จะไปคนเดียวอยากไปไหนก็ขับรถไปเลย ไปค้างที่นั่น ฉะนั้นก็จะมีเสื้อผ้าอยู่หลังรถตลอดเวลา อย่างบางทีเลิกกองถ่าย เป็นเวลาเที่ยง แล้ว อยากจะไปเที่ยว พิมก็ขับไปเลย สวนผึ้ง ราชบุรี หรือไม่ก็ทะเล ส่วนใหญ่ที่ไปอยู่ก็จะประมาณ 3 วัน เอาน้องหมาไปนกพิราบที่เราเลี้ยงก็เอาไปด้วย ก็อยู่กับเราเหมือนเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าไปกับเพื่อนก็จะนานๆ เพราะเพื่อนก็มีแฟน มีครอบครัวกันหมดแล้ว ไม่ว่าง ฉะนั้นเราคนเดียวโสดๆก็ลุย แต่ก็จะมีรุ่นน้องที่ซี้กันไปด้วย แต่เขาก็ไม่ค่อยว่างการเที่ยวคนเดียวก็สนุกได้นะคะ”

ตะลุยเดี่ยวนอกประเทศครั้งแรกในชีวิต“ไปอเมริกาค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปอเมริกา เดินทางคนเดียว เพื่อไปหาพี่สาวที่เขาอยู่ที่โน่น ชื่อพี่เหมียว เป็น Citizen อยู่ที่นั่น เขาก็จะพาเราเที่ยวแบบจัดเต็มมีความสุขมากค่ะ ก็ไปมาประมาณ 10 วัน ได้ไปทั่วเลยคุ้มมาก แลนด์มาร์คสำคัญไปเกือบทุกที่ค่ะ ไปที่ลาสเวกัส ไปเล่นกาสิโน แกรนด์แคนย่อน ยูนิเวอร์แซล”

เสน่ห์ที่ดึงดูดให้ตกหลุมรักแต่ละที่ “พิมรู้สึกว่าแตกต่างกันออกไปนะคะ ไม่มีซ้ำกันเลย เขาทำจุดขายของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน การเดินทางก็จะไกล อย่างตอนที่ไปแกรนด์แคนย่อน ตรงนี้ก็จะมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก บนแกรนด์แคนย่อนจะแคบ ไปยืนดูก็จะมีความขลังในสถานที่ด้วยความที่หิน ผา ต่างๆ งดงามมากค่ะ แต่ว่าก็จะมีภัยธรรมชาติคือมีจุดที่ฟ้าผ่า ไปยืนตรงนั้นก็ฟ้าผ่าได้ทุกเมื่อ แจ้งๆ ก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวังและรู้ข้อมูลพวกเหล่านี้ไว้บ้าง ต้องเสิร์ชกูเกิ้ลก่อนที่เราจะไปเที่ยวที่นั้นๆ บางจุดจะเป็นจุดที่รู้ในกลุ่มของเขาเราคนนอกอาจจะไม่รู้มาก่อนก็ได้ อย่างตอนพิมไปก็ไปกับพี่สาวซึ่งเป็นคนท้องถิ่น เขาก็จะรู้ว่าจุดไหนปลอดภัย จุดไหนอันตรายไม่ควรเข้าไปยืน”

ตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้นไปอีก “ลาสเวกัส เป็นเมืองแห่งแสง สี เป็นเมืองที่ศิวิไลซ์มาก อาหารการกิน เทคโนโลยี ทุกอย่างตื่นตาตื่นใจ สุดติ่ง ไม่มีคาบเกี่ยวครึ่งกึ่งกลาง เทคโนโลยีก็สุดๆ ธรรมชาติก็สุดๆ ลาสเวกัสเป็นเมืองที่เปิดไฟทั้งวันทั้งคืน กลางวันก็มีความสดใสของตึก ของอาคารต่างๆ มีชีวิตชีวาตลอด เป็นเมืองที่ไม่หลับไม่นอน เราไม่สามารถดูดาวได้ เพราะว่าไฟมันสว่างมาก แต่ถ้าเลยออกมาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นเมืองชนบท เราก็จะเห็นดวงดาวที่กระจ่าง แทบจะเอื้อมจับได้ ได้ฟีลแตกต่างกันมากๆ”

บันทึกความทรงจำด้วยภาพ “พิมเป็นคนที่ถ่ายภาพไม่ค่อยเก่งนะคะ แล้วก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเก็บภาพเท่าไหร่ ไปเพื่อดื่มด่ำ สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และได้จินตนาการกับภาพตรงนั้นนานๆ”

ความประทับใจตลอดการเดินทาง “บอกได้เต็มปากเลยว่าสิ่งที่ประทับใจในอเมริกาคือความเป็นระเบียบของเขา ถามว่าภูมิภาคเขากับบ้านเราน่ะ เราโชคดีกว่าเขาเยอะที่ทรัพยากรเราสวยมาก สมบูรณ์ทุกอย่าง เพียงแต่ว่าบ้านเราขาดระเบียบ ทำให้เสน่ห์ตรงนี้ลดลง พิมว่าถ้าเมืองไทยเป็นได้แบบเขาจะดีมากๆ เลย สวรรค์เลยล่ะค่ะ”

เรียนรู้กับทุกทริป “พิมอยากให้บ้านเรามีกฎระเบียบเหมือนบ้านเมืองเขา อยากให้เอาสิ่งดีๆ ของเขามาใช้ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองที่สมบูรณ์มากๆ ขาดแต่วินัยของคนนี่แหละ ประเทศเราน่าอยู่นะคะ แต่สิ่งที่ไม่น่าอยู่ก็คือพฤติกรรมของคนที่เริ่มจะเปลี่ยนไป คนดีก็มีคนไม่ดีก็มี คนเห็นแก่ตัวก็เยอะ มันก็เลยทำให้บ้านเมืองเราดูเละเทะไม่น่าอยู่”

เป้าหมายวันว่างปักหมุดครั้งหน้า “จริงๆพิมอยากไปทัชมาฮาลสักครั้งหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมขบวนการก็ต้องหาเพราะส่วนใหญ่ไม่ว่างกัน ไปคนเดียวก็อยากไป แต่ก็ติดอยู่ที่ว่าเราไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับประเทศเขา อาจจะต้องไปเรียนรู้เอาข้างหน้า หรืออาจจะต้องไปกับไกด์ทัวร์อย่างงั้นก็ได้ แต่การที่ไปคนเดียว ค่าทัวร์ก็จะเพิ่มขึ้น คือตอนนี้จะไปเที่ยวไหนก็ต้องวางแพลนค่ะ จะให้แบ๊กแพ็กก็คงไม่ไหว เพราะว่าเราก็รักความสบายพอตัวเหมือนกัน คือเราก็ทำงานเหนื่อยมาทุกวันแล้ว พอได้ออกไปเที่ยวก็อยากจะสบายหน่อย”

อย่ารีรอที่จะออกไปพักผ่อนเติมแบตให้ตัวเอง “การพักผ่อน พิมว่าอย่ารอให้พร้อมก่อนค่อยไปนะคะ เพราะชีวิตเราสั้น มีเวลาไปเที่ยวเถอะจะใกล้หรือไกล ขอให้ได้ไปรีแลกซ์ ไปเที่ยวเอากำไรให้กับชีวิตบ้าง ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกค่ะ ไปตามงบประมาณที่เรามี แล้วอีกอย่างเมืองไทยที่เที่ยวสวยๆ เยอะแยะ แต่ก็อยากจะฝากไว้สำหรับคนที่ไปเที่ยวก็อย่าลืมที่จะรักษาธรรมชาติ รักษาสถานที่ให้สวยงามเหมือนเดิม อย่าทิ้งขยะเรี่ยราด ปลูกฝังจากข้างในให้เราเป็นคนมีความรับผิดชอบ ถ้าคุณรักสถานที่นั่นก็ควรที่จะดูแลนิดหนึ่ง ฝากด้วยนะคะเรื่องนี้สำคัญและซีเรียสมาก เพราะธรรมชาติจะได้อยู่กับเราไปอีกนานๆ แล้วเราก็จะมีที่เที่ยวสวยๆ ไว้พักผ่อนได้เต็มที่”

เอาเป็นว่าถ้าอยากเห็นธรรมชาติที่สวยงามแบบยั่งยืน เวลาออกไปเที่ยวก็อย่าลืมใส่ใจดูแลรับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ด้วยการเที่ยวอย่างรู้คุณค่าไม่ทำลายระบบที่สมบูรณ์ของธรรมชาติ เพื่อรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบได้ตลอดไป

ส่องจ๊อบแรกของ ‘พ่อกอล์ฟ-น้องชูใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312730

ส่องจ๊อบแรกของ  ‘พ่อกอล์ฟ-น้องชูใจ’

ส่องจ๊อบแรกของ ‘พ่อกอล์ฟ-น้องชูใจ’

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ช่างเป็นคู่พ่อลูกที่ขยันแจกความสดใสจริงๆ โดยวานก่อน ป๊ะป๋ากอล์ฟ และ น้องชูใจ คู่พ่อลูกสายย่อจากรายการ “ลูกจ๋าป๊ะป๋ามาแล้ว…The Return of Superman Thailand” ควงคู่รับทรัพย์กระเป๋าตุง ร่วมถ่ายโฆษณาด้วยกันชิ้นแรก ดูแล้วซุกซนสุดๆ พาอมยิ้มหนักมาก ส่วนใครที่อยากเห็นเบื้องหลังความน่ารัก ตามส่องได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ thereturnofsupermanthailand

‘WONDERSTRUCK อัศจรรย์วันข้ามเวลา’ การเดินทางของสองนักผจญภัยรุ่นเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312794

'WONDERSTRUCK อัศจรรย์วันข้ามเวลา' การเดินทางของสองนักผจญภัยรุ่นเยาว์

‘WONDERSTRUCK อัศจรรย์วันข้ามเวลา’ การเดินทางของสองนักผจญภัยรุ่นเยาว์

วันเสาร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2561, 21.55 น.

เมื่อสองห้วงเวลาบรรจบกัน ความอัศจรรย์จึงบังเกิด เตรียมเข้าสู่โลกแห่งการเดินทางสุดอัศจรรย์ของสองนักผจญภัยรุ่นเยาว์ใน “WONDERSTRUCK” (อัศจรรย์วันข้ามเวลา)

เตรียมพบกับการเดินทางสุดอัศจรรย์ของสองนักผจญภัยรุ่นเยาว์ “เบน” และ “โรส” ใน “WONDERSTRUCK (วันเดอร์สตรัค)” (อัศจรรย์วันข้ามเวลา) ภาพยนตร์ดราม่าคุณภาพของผู้กำกับ “ทอดด์ เฮย์นส์” (จาก Carol) ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนขายดีระดับเบสท์เซลเลอร์จาก “ไบรอัน เซลสนิค” (ผู้แต่งหนังสือปริศนามนุษย์กลของ อูโก้ กาเบรต์) กับการเดินทางของเด็กสองคนที่มาจากยุคสมัยที่ต่างกันและทั้งคู่ได้ตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาสิ่งที่พวกเขาขาดหาย

“WONDERSTRUCK” เรื่องราวของ “โรส” (มิลลิเซนต์ ซิมมอนต์) เด็กหญิงผู้ออกเดินทางเพื่อมาพบกับ “ลิเลียน เมย์ฮิว” (จูลีแอนน์ มัวร์) นักแสดงชื่อดังผู้เป็นไอดอลของเธอ และ “เบน” (โอ๊ค เฟลกลีย์) เด็กชายที่หนีออกจากบ้านเพื่อตามหาเบาะแสของพ่อที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน ทั้งสองมีจุดหมายเดียวกันคือการไปยังเมืองนิวยอร์ค ก่อนที่โชคชะตาจะนำพาทั้งสองมาเชื่อมโยงกัน จนนำไปสู่ความจริงว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันมากกว่าการเป็นคนแปลกหน้า

ภาพยนตร์นำแสดงโดยหนุ่มน้อย “โอ๊ค เฟลกลีย์” จาก PETE’S DRAGON  (พีทส์ ดราก้อน) (2016) ในบทบาท “เบน” เด็กชายผู้สูญเสียการได้ยินและตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาบางอย่างที่ขาดหายไป พร้อมเตรียมแจ้งเกิดดาวรุ่งดวงใหม่ “มิลลิเซนต์ ซิมมอนด์” กับบทบาท “โรส” เด็กหญิงผู้ตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาไอดอลในดวงใจของเธอ โดยร่วมสมทบด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่สายคุณภาพแถวหน้าของวงการอย่าง “จูลี่แอนน์ มัวร์” เจ้าของรางวัลออสก้าร์จาก Still Alice (สติล อลิซ) (2015) และ มิเชลล์ วิลเลี่ยม จาก Blue Valentine (บลู วาเลนไทน์) (2010)

ต่างคน ต่างเวลา หนึ่งสายสัมพันธ์ ร่วมไขปริศนาแห่งห้วงเวลาอัศจรรย์ไปกับสองนักผจญภัยรุ่นเยาว์ “เบน”และ “โรส”  ใน “WONDERSTRUCK (วันเดอร์สตรัค) อัศจรรย์วันข้ามเวลา” 25 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์