ปีใหม่…ในความทรงจำ ‘คนมายา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312180

ปีใหม่...ในความทรงจำ ‘คนมายา’

ปีใหม่…ในความทรงจำ ‘คนมายา’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

น้ำฝน-พัชรินทร์

“ปีที่แล้วเลยค่ะ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับพี่อาร์ม กับเพื่อนๆ พี่อาร์ม แล้วเราก็ได้อยู่ที่นั่นตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ ยาวมาจนถึงช่วงต้นปี เคานท์ดาวน์ที่นั่นกันค่ะ เป็นความรู้สึกประทับใจ เพราะเราไม่เคยไปเที่ยวแบบข้ามปี ที่ต่างประเทศมาก่อน แล้วเราก็ได้เห็นวัฒนธรรมปีใหม่ แต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป อย่างญี่ปุ่น คนเขาก็จะไปที่วัด ฉลองกันนิดๆหน่อยๆ ก็จะดูเรียบๆ ง่ายๆ สงบดี อาจจะเป็นเพราะเราไปพักที่ชานเมืองนิดหนึ่ง ก็จะไม่ได้เป็นโซนรื่นเริงมาก ทริปนั้นก็จะได้ไปไหว้พระหลายๆ วัดเลยค่ะ เป็นการเริ่มต้นปีด้วยสิ่งดีๆ อยู่ในสถานที่ดีๆ กับคนที่เขาดีด้วย ก็ทำให้เรามีความสุขค่ะ”

แต้ว-ณฐพร

“ปีใหม่ที่ประทับใจ น่าจะเป็น 4-5 ปีที่แล้วเลยค่ะ เป็นปีที่ได้ไปเที่ยวกับที่บ้าน แล้วก็อยู่กันเอง 4-5 คน รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลามีค่า อาจจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรูหรา แต่ว่าได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็มีความสุขแล้วค่ะ เพราะปกติต่างคนต่างทำงาน หาเวลาอยู่กันพร้อมหน้ายากมาก ปีนั้นเลยเป็นปีที่อยู่ในความทรงจำมาตลอด คือแค่ได้นั่งกินข้าว คุย หัวเราะ เล่นมุขกัน เป็นวันง่ายๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของช่วงปีใหม่ค่ะ”

แต้ว-ณฐพร “ปีใหม่ที่ประทับใจ น่าจะเป็น 4-5 ปีที่แล้วเลยค่ะ เป็นปีที่ได้ไปเที่ยวกับที่บ้าน แล้วก็อยู่กันเอง 4-5 คน รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลามีค่า อาจจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรูหรา แต่ว่าได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็มีความสุขแล้วค่ะ เพราะปกติต่างคนต่างทำงาน หาเวลาอยู่กันพร้อมหน้ายากมาก ปีนั้นเลยเป็นปีที่อยู่ในความทรงจำมาตลอด คือแค่ได้นั่งกินข้าว คุย หัวเราะ เล่นมุขกัน เป็นวันง่ายๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของช่วงปีใหม่ค่ะ”
นารา-เทพนุภา

“ช่วงนั้นเล่นเรื่อง “ขวัญผวา” อยู่ แล้วพอปิดกล้อง ปีใหม่พอดี พี่มาร์ช พี่ก้อย ก็ชวนไปเที่ยวคำม่วน ที่เชียงใหม่ เป็นงานปาร์ตี้คำม่วน แล้วสนุกมากค่ะ ทุกคนแต่งตัวแฟนซี เป็นธีมสวนสัตว์ หนูแต่งเป็นเสือ ที่เหมือนแมว (หัวเราะ) จำได้ว่าตอนนั้นวุ่นวายกับเรื่องคอสตูมมาก แล้วโซนที่เขาจัดเตรียมไว้ของโรงแรม ก็อากาศดีมาก ทุกคนมาสนุกเฮฮา มีกระโดดน้ำ ทีมงานก็คุ้นหน้าค่าตากันอยู่แล้ว คุณพ่อก็เลยปล่อยเต็มที่ หลังจากนั้นก็ขึ้นดอย ไปกางเต็นท์กันแต่พอถึงตอนนอนหนูไม่ได้นอนกับเขานะ คือเสียดายเงินที่จองค่าที่พักไว้ เลยลงมานอนข้างล่างค่ะ (หัวเราะ) แต่เวลาพูดถึงแล้ว บรรยากาศมันอยู่ในใจตลอดค่ะ อากาศเย็นๆ ได้อยู่กับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข”

นารา-เทพนุภา “ช่วงนั้นเล่นเรื่อง “ขวัญผวา” อยู่ แล้วพอปิดกล้อง ปีใหม่พอดี พี่มาร์ช พี่ก้อย ก็ชวนไปเที่ยวคำม่วน ที่เชียงใหม่ เป็นงานปาร์ตี้คำม่วน แล้วสนุกมากค่ะ ทุกคนแต่งตัวแฟนซี เป็นธีมสวนสัตว์ หนูแต่งเป็นเสือ ที่เหมือนแมว (หัวเราะ) จำได้ว่าตอนนั้นวุ่นวายกับเรื่องคอสตูมมาก แล้วโซนที่เขาจัดเตรียมไว้ของโรงแรม ก็อากาศดีมาก ทุกคนมาสนุกเฮฮา มีกระโดดน้ำ ทีมงานก็คุ้นหน้าค่าตากันอยู่แล้ว คุณพ่อก็เลยปล่อยเต็มที่ หลังจากนั้นก็ขึ้นดอย ไปกางเต็นท์กันแต่พอถึงตอนนอนหนูไม่ได้นอนกับเขานะ คือเสียดายเงินที่จองค่าที่พักไว้ เลยลงมานอนข้างล่างค่ะ (หัวเราะ) แต่เวลาพูดถึงแล้ว บรรยากาศมันอยู่ในใจตลอดค่ะ อากาศเย็นๆ ได้อยู่กับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข”
ปั้นจั่น-ปรมะ

“ผมจำไม่ได้ว่าปีไหน แต่ตอนนั้นเด็กมากๆ ผมนั่งรถไปเชียงใหม่ครั้งแรกกับคุณพ่อคุณแม่และน้องสาว เราไปกันที่บ้านคุณแม่ ที่ดอยสะเก็ด ไปจัดปีใหม่ที่นั่น เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของผม ที่ได้นั่งรถไกลๆ คุณพ่อผมเป็นคนชอบขับรถ เจอภูเขาลูกแรก น่าจะแถวนครสวรรค์ ก็ตื่นเต้นแล้ว ลงไปถ่ายรูปกับทุ่งหญ้าสีทอง ในชุดมิคกี้เม้าส์สีขาว มีรูปอยู่ด้วย (หัวเราะ) จำได้ว่าตื่นเต้นมาก แล้วคุณพ่อจะหยุดรถบ่อยมาก เพื่อให้ผมได้ถ่ายรูป พอไปถึงเจอธรรมชาติที่เชียงใหม่ครั้งแรก ผมทึ่งมาก คือบ้านคุณน้าอยู่ในป่าในเขาเลย ไม่ได้เข้าเมือง สังสรรค์กันหลายครอบครัว มีจับสลาก ปาร์ตี้กัน มันก็เลยประทับใจ ภาพนั้นติดตาผมมาตลอดๆ และผมเชื่อว่าตรงนั้นทำให้ผมโตมากลายเป็นคนรักธรรมชาติ”

ปั้นจั่น-ปรมะ “ผมจำไม่ได้ว่าปีไหน แต่ตอนนั้นเด็กมากๆ ผมนั่งรถไปเชียงใหม่ครั้งแรกกับคุณพ่อคุณแม่และน้องสาว เราไปกันที่บ้านคุณแม่ ที่ดอยสะเก็ด ไปจัดปีใหม่ที่นั่น เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของผม ที่ได้นั่งรถไกลๆ คุณพ่อผมเป็นคนชอบขับรถ เจอภูเขาลูกแรก น่าจะแถวนครสวรรค์ ก็ตื่นเต้นแล้ว ลงไปถ่ายรูปกับทุ่งหญ้าสีทอง ในชุดมิคกี้เม้าส์สีขาว มีรูปอยู่ด้วย (หัวเราะ) จำได้ว่าตื่นเต้นมาก แล้วคุณพ่อจะหยุดรถบ่อยมาก เพื่อให้ผมได้ถ่ายรูป พอไปถึงเจอธรรมชาติที่เชียงใหม่ครั้งแรก ผมทึ่งมาก คือบ้านคุณน้าอยู่ในป่าในเขาเลย ไม่ได้เข้าเมือง สังสรรค์กันหลายครอบครัว มีจับสลาก ปาร์ตี้กัน มันก็เลยประทับใจ ภาพนั้นติดตาผมมาตลอดๆ และผมเชื่อว่าตรงนั้นทำให้ผมโตมากลายเป็นคนรักธรรมชาติ”
เป้-อารักษ์

“จริงๆ มีหลายปีนะครับ แต่ปีที่แล้วผมได้อยู่กับพ่อแม่ครับ พาท่านไปเดินโตเกียวครับ กินเดินอย่างมีความสุขกันที่นั่น ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้ครับ คือไปกับครอบครัว พาไปเที่ยวที่แปลกๆ แล้วเป็นครั้งแรกที่ได้กินอะไรอร่อยๆ ได้เดินดูโน่นนี่กันแล้วที่ญี่ปุ่นผมว่าเหมาะที่สุดครับ ปีนี้ก็แพลนกันว่าจะไปอีก แต่ว่าเปลี่ยนเมืองครับ”

เป้-อารักษ์ “จริงๆ มีหลายปีนะครับ แต่ปีที่แล้วผมได้อยู่กับพ่อแม่ครับ พาท่านไปเดินโตเกียวครับ กินเดินอย่างมีความสุขกันที่นั่น ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้ครับ คือไปกับครอบครัว พาไปเที่ยวที่แปลกๆ แล้วเป็นครั้งแรกที่ได้กินอะไรอร่อยๆ ได้เดินดูโน่นนี่กันแล้วที่ญี่ปุ่นผมว่าเหมาะที่สุดครับ ปีนี้ก็แพลนกันว่าจะไปอีก แต่ว่าเปลี่ยนเมืองครับ”
เพ็ชร-ฐกฤต

“ปีใหม่ที่พิเศษที่สุดสำหรับผม ย้อนไปปี 2554 ครับ เป็นปีที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ และเป็นปีที่พ่อแม่เขาเลิกกัน แล้วเพ็ชรดึงกลับมาอยู่ด้วยกัน ช่วงนั้นเพ็ชรพาคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯพอดี เขาหย่ากันมาเป็นสิบกว่าปีแล้วครับ กว่าจะให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนกัน เป็นครอบครัวยากมาก ตอนนั้นผมยังอยู่คอนโดฯ อยู่เลยครับ ยังไม่ได้ซื้อบ้าน ปีนั้นเป็นปีที่ประทับใจที่สุด เพราะเราทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม มาอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีความยากตรงที่ว่าพ่อเขาทิฐิสูง แม่เขาก็มีแฟนใหม่ แล้วเลิกกันไป แล้วอย่างที่บอก เลิกกันมาเป็นสิบปี กว่าที่จะคุยกันตรงประเด็น รู้เรื่อง ค่อนข้างจะยาก เหนื่อยเหมือนกันเราก็ต้องนั่งปรับทัศนคติกันใหม่ (หัวเราะ) ตอนนั้นพูดกันในวันปีใหม่เลยครับ อยากให้เป็นการเริ่มต้นใหม่ให้ปีนั้นเป็นปีทอง ปีที่ครอบครัวเรามีความสุข ก็เลยเริ่มต้นที่วันปีใหม่ ได้มีครอบครัว กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เดี๋ยวอีกปีหนึ่งจะซื้อบ้าน ตั้งเป้าเลย แล้วก็ซื้อได้จริงๆ ปีนั้นจึงเป็นปีใหม่ที่ผมได้ยิ้มทั้งน้ำตาเลยครับ ทั้งเป็นปีที่เรียนจบมหา’ลัย และเริ่มที่จะเข้าวงการแล้ว ตอนนั้นกำลังถ่ายหนังเรื่องแรกเลยครับ “รักสุดท้ายป้ายหน้า” วันนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวในบ้านของผมครับ เหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้วครับ แต่ก็แกล้งกันบ้างตามประสาผู้ใหญ่ครับ”

เพ็ชร-ฐกฤต “ปีใหม่ที่พิเศษที่สุดสำหรับผม ย้อนไปปี 2554 ครับ เป็นปีที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ และเป็นปีที่พ่อแม่เขาเลิกกัน แล้วเพ็ชรดึงกลับมาอยู่ด้วยกัน ช่วงนั้นเพ็ชรพาคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯพอดี เขาหย่ากันมาเป็นสิบกว่าปีแล้วครับ กว่าจะให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนกัน เป็นครอบครัวยากมาก ตอนนั้นผมยังอยู่คอนโดฯ อยู่เลยครับ ยังไม่ได้ซื้อบ้าน ปีนั้นเป็นปีที่ประทับใจที่สุด เพราะเราทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม มาอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีความยากตรงที่ว่าพ่อเขาทิฐิสูง แม่เขาก็มีแฟนใหม่ แล้วเลิกกันไป แล้วอย่างที่บอก เลิกกันมาเป็นสิบปี กว่าที่จะคุยกันตรงประเด็น รู้เรื่อง ค่อนข้างจะยาก เหนื่อยเหมือนกันเราก็ต้องนั่งปรับทัศนคติกันใหม่ (หัวเราะ) ตอนนั้นพูดกันในวันปีใหม่เลยครับ อยากให้เป็นการเริ่มต้นใหม่ให้ปีนั้นเป็นปีทอง ปีที่ครอบครัวเรามีความสุข ก็เลยเริ่มต้นที่วันปีใหม่ ได้มีครอบครัว กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เดี๋ยวอีกปีหนึ่งจะซื้อบ้าน ตั้งเป้าเลย แล้วก็ซื้อได้จริงๆ ปีนั้นจึงเป็นปีใหม่ที่ผมได้ยิ้มทั้งน้ำตาเลยครับ ทั้งเป็นปีที่เรียนจบมหา’ลัย และเริ่มที่จะเข้าวงการแล้ว ตอนนั้นกำลังถ่ายหนังเรื่องแรกเลยครับ “รักสุดท้ายป้ายหน้า” วันนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวในบ้านของผมครับ เหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้วครับ แต่ก็แกล้งกันบ้างตามประสาผู้ใหญ่ครับ”
หลิน-มชณต

“ปกติเวลาปีใหม่ หลินจะไม่ค่อยได้ไปสถานที่ที่คนเขาเคานท์ดาวน์กันค่ะ เพราะมีเหตุ เป็นความทรงจำค่ะ คือหลินอยู่กับแม่ 2 คน แล้วปีหนึ่งเราก็ดูทีวีว่ามีงานเคานท์ดาวน์ที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ตอนนี้เป็นเซ็นทรัลเวิลด์) ก็มองหน้ากับแม่ 2 คน ว่าอยากไปก็นั่งแท็กซี่ไปกันเลยค่ะ ไม่เคยไปมาก่อน เคยเห็นแต่ในทีวี พอไปถึงคนเยอะมาก จนมีจังหวะหนึ่งที่คนเซกัน แล้วเหมือนเราจะล้ม เราก็ช็อกกัน 2 คนกับจำนวนคน มองหน้ากันแม่ลูกรู้เลยว่าไม่โอเค หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปตามที่ที่เขาจัดงานเคานท์ดาวน์อีกเลยค่ะ แล้วก็มีอยู่ปีหนึ่ง ไปกับแก๊งเพื่อน ก็คิดกันไว้ว่าอยากขึ้นไปดูพลุบนรถไฟฟ้าบีทีเอสชั้นบน ส่วนที่เรารอรถกันนะคะ แล้วมีเหตุการณ์เพื่อนลืมมือถือบนรถตุ๊กตุ๊ก ก็วิ่งไปวิ่งมากัน จนสุดท้ายได้เคานท์ดาวน์กันตรงที่เสียบบัตรบีทีเอสค่ะ (หัวเราะ) ตลกกันมาก เตรียมตัวตั้งนาน แต่มาลืมของกันตอนจะเคานท์ดาวน์พอดี สุดท้ายไม่ทัน แต่สนุกมากค่ะ”

หลิน-มชณต “ปกติเวลาปีใหม่ หลินจะไม่ค่อยได้ไปสถานที่ที่คนเขาเคานท์ดาวน์กันค่ะ เพราะมีเหตุ เป็นความทรงจำค่ะ คือหลินอยู่กับแม่ 2 คน แล้วปีหนึ่งเราก็ดูทีวีว่ามีงานเคานท์ดาวน์ที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ตอนนี้เป็นเซ็นทรัลเวิลด์) ก็มองหน้ากับแม่ 2 คน ว่าอยากไปก็นั่งแท็กซี่ไปกันเลยค่ะ ไม่เคยไปมาก่อน เคยเห็นแต่ในทีวี พอไปถึงคนเยอะมาก จนมีจังหวะหนึ่งที่คนเซกัน แล้วเหมือนเราจะล้ม เราก็ช็อกกัน 2 คนกับจำนวนคน มองหน้ากันแม่ลูกรู้เลยว่าไม่โอเค หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปตามที่ที่เขาจัดงานเคานท์ดาวน์อีกเลยค่ะ แล้วก็มีอยู่ปีหนึ่ง ไปกับแก๊งเพื่อน ก็คิดกันไว้ว่าอยากขึ้นไปดูพลุบนรถไฟฟ้าบีทีเอสชั้นบน ส่วนที่เรารอรถกันนะคะ แล้วมีเหตุการณ์เพื่อนลืมมือถือบนรถตุ๊กตุ๊ก ก็วิ่งไปวิ่งมากัน จนสุดท้ายได้เคานท์ดาวน์กันตรงที่เสียบบัตรบีทีเอสค่ะ (หัวเราะ) ตลกกันมาก เตรียมตัวตั้งนาน แต่มาลืมของกันตอนจะเคานท์ดาวน์พอดี สุดท้ายไม่ทัน แต่สนุกมากค่ะ”
เอส-กันต์พงษ์

“เป็นช่วงเด็กๆ ประมาณ 9-10 ขวบครับ คุณแม่พาไปเชียงใหม่ ไปกันเป็นเครือญาติทั้งหมดเลย ขึ้นไปที่บ้านที่เชียงใหม่ แล้วก็จำได้ว่าช่วงนั้นหนาวถึงขนาดที่ว่า โยนน้ำแข็งไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เช้าขึ้นมา น้ำแข็งก้อนนั้นก็อยู่เหมือนเดิม อากาศดีมากๆ เป็นช่วงวัยเรียน ไม่ได้ทำงานก็จะเที่ยวแบบไม่มีกังวลว่าต้องกลับไปทำงาน เป็นการเที่ยวที่สบายใจที่สุดแล้วครับ เงินก็เงินพ่อแม่ (หัวเราะ) ณ ตอนนั้นสนุกที่ญาติๆ อยู่กันครบด้วยมีประมาณ 20 กว่าคน พี่ๆ น้องๆก็วัยเดียวกัน วิ่งเล่นกัน ซ่อนแอบ ไล่จับ ร้องเพลงเต้นกัน ซึ่งพอโต ต่างคนต่างทำงาน แยกย้ายกันไป บรรยากาศแบบนั้นก็เลยไม่มีแล้ว”

เอส-กันต์พงษ์ “เป็นช่วงเด็กๆ ประมาณ 9-10 ขวบครับ คุณแม่พาไปเชียงใหม่ ไปกันเป็นเครือญาติทั้งหมดเลย ขึ้นไปที่บ้านที่เชียงใหม่ แล้วก็จำได้ว่าช่วงนั้นหนาวถึงขนาดที่ว่า โยนน้ำแข็งไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เช้าขึ้นมา น้ำแข็งก้อนนั้นก็อยู่เหมือนเดิม อากาศดีมากๆ เป็นช่วงวัยเรียน ไม่ได้ทำงานก็จะเที่ยวแบบไม่มีกังวลว่าต้องกลับไปทำงาน เป็นการเที่ยวที่สบายใจที่สุดแล้วครับ เงินก็เงินพ่อแม่ (หัวเราะ) ณ ตอนนั้นสนุกที่ญาติๆ อยู่กันครบด้วยมีประมาณ 20 กว่าคน พี่ๆ น้องๆก็วัยเดียวกัน วิ่งเล่นกัน ซ่อนแอบ ไล่จับ ร้องเพลงเต้นกัน ซึ่งพอโต ต่างคนต่างทำงาน แยกย้ายกันไป บรรยากาศแบบนั้นก็เลยไม่มีแล้ว”

แหม่ม-คัทลียา VS นุสบา เปิดม่าน ‘เมืองมายา Live’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312195

แหม่ม-คัทลียา VS นุสบา เปิดม่าน ‘เมืองมายา Live’

แหม่ม-คัทลียา VS นุสบา เปิดม่าน ‘เมืองมายา Live’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประเดิมจอไปแล้วเมื่อวานนี้ กับซีรี่ส์รสจัดจ้าน “เมืองมายา Live” ที่ ช่องวัน31 มาพร้อมปรากฏการณ์ใหม่ของวงการละครไทย กับการถ่ายทอดสด ให้ผู้ชมเป็นผู้กำหนด “ตอนจบ” โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราว 12 ตอน 12 ผู้กำกับ ประเดิมตอนแรก “บัลลังก์มายา” ด้วยการกลับมาพบกันอีกครั้งของ 2 นางเอกตลอดกาล แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช และ นุส-นุสบา ปุณณกันต์ การันตีโดย สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับมือทอง ร่วมด้วยนักแสดงคับคั่ง อาทิ ตุ้ย-ธีรภัทร์, ออร์แกน-ราศี, กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, เหมี่ยว-ปวัณรัตน์, ญิ๋งญิ๋ง-ศรุชา และ ตั้ม-สุธน ฯลฯ

กับเรื่องราวของ ภาวิดา (คัทลียา แมคอินทอช) ราชินีแห่งวงการบันเทิง ที่ทุกช่องต่างอยากได้เธอไปร่วมงาน จนกระทั่งวันหนึ่ง กิตติกร(ธีรภัทร์ สัจจกุล) เจ้าของช่อง Real จึงชักชวน ภาวิดาให้มาเล่นละครเรื่องบัลลังก์นางหงส์ ประกบกับอริเก่าอย่าง รัญชลี (นุสบา ปุณณกันต์) เพื่อหวังเรียกเรตติ้งให้กับช่อง ภาวิดารู้จึงรีบปฏิเสธงานนี้ทันที และเมื่อบังเอิญภาวิดาได้เจอกับรัญชลี และรัญชลีรู้สึกสำนึกผิด และขอโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง ทำให้ภาวิดาใจอ่อน โดยหารู้ไม่ว่า นั่นเป็นเพียงแค่ฉากเริ่มต้นการแก้แค้นของรัญชลีเท่านั้น!! ตามชมได้ทุกวันพุธ เวลา 21.20 น. ทางช่องวัน 31

‘โลโมโซนิค & ป๊อด-ธนชัย’ ส่งกำลังใจผ่าน ‘เพลงกลับบ้าน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312191

‘โลโมโซนิค & ป๊อด-ธนชัย’ ส่งกำลังใจผ่าน ‘เพลงกลับบ้าน’

‘โลโมโซนิค & ป๊อด-ธนชัย’ ส่งกำลังใจผ่าน ‘เพลงกลับบ้าน’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กระแสตอบรับแรงทีเดียว กับครั้งแรกของวงดนตรีโลโมโซนิค  (Lomosonic)ที่ทำงานร่วมกับ “ป๊อด-ธนชัย อุชชิน” กับผลงานที่ชื่อว่า “เพลงกลับบ้าน” (Lullaby) อีกหนึ่งเพลงในอัลบั้มเต็ม ชุดที่ 3 “Anti-Gravity”(แอนไท-กราวิตี้) ที่ถูกหยิบออกมาทำมิวสิกวีดีโอใหม่ เมโลดี้นำเข้าสู่เพลงในแบบ Post Rock บรรยากาศเวิ้งว้าง โดยที่วง Lomosonicวางไอเดียในการตั้งต้นของคำจำกัดความเพลงนี้ว่า “Lullaby” ได้เสียงร้องของ ป๊อด-ธนชัย เข้ามาเติมเต็มทุกอารมณ์ของคำร้องและทำนองที่บอกเล่าบรรยายความรู้สึกอ่อนล้า  ในวันที่ไม่เป็นดั่งใจ  ถ่ายทอดผ่านผู้กำกับ MV มากฝีมือของเมืองไทย “ผึ้ง-สาลินี เขมจรัส” โดยเธอเล่าว่า “ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้รู้สึก “เหนื่อยแต่ไม่รู้สึกว่าท้อ” รอบแรกที่ฟัง เราต้องแปลความหมายจากการสื่อสารของภาษาดนตรี  เพราะดนตรีมันมาแบบน้อยแต่มาก ในมิวสิกวีดีโอเราอยากพาคุณเดินทางไปตามจินตนาการในความฝันของใครคนหนึ่งเข้าไปสู่อีกมิติหนึ่ง ดังนั้นเราจึงไม่กำหนดบรรยากาศตายตัว ปูพื้นฐานของความฝันให้เป็นสีขาว-ดำแล้วก็พาทุกคนจินตนาการไปกับความฝันนี้ด้วยกัน”

‘รักปลอมปลอม’ ดึง ‘รถเมล์’ ถ่ายทอดอารมณ์ช้ำรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312192

‘รักปลอมปลอม’ ดึง ‘รถเมล์’  ถ่ายทอดอารมณ์ช้ำรัก

‘รักปลอมปลอม’ ดึง ‘รถเมล์’ ถ่ายทอดอารมณ์ช้ำรัก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

GMM 25 ประเดิมต้นปีกับ ซีรี่ส์ “Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย ตอน รักปลอมปลอม” ซึ่งได้นางเอกสาว รถเมล์- คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ มาถ่ายทอดอารมณ์สุดเศร้า เพราะโดนสามีอย่าง หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ นอกใจ แอบไปกิ๊ก ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์ สาวประเภทสองที่เข้ามาใกล้ชิดสนิทสนม จนเผลอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เรียกว่า ผู้กำกับ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จัดให้แบบดราม่าเจ็บปวดทุกตอน (เริ่มวันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2561 เวลา 20.30 น. ช่อง GMM25)

รถเมล์ เผยว่า “เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่รถเมล์ได้ร่วมงานกับคลับฟรายเดย์ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยค่ะ ก่อนหน้านี่ก็จะเล่นเป็นผู้หญิงน่าสงสาร เรื่องนี้ก็ยังคงมีความน่าสงสารอยู่แต่ปนมากับความพ่ายแพ้อะไรบางอย่าง ความรักจะเพศไหนก็สวยงามหมดนะคะ ปัจจุบันนี้มีโอกาสเป็นไปได้เสมอนะ ต่อให้คุณเป็นผู้หญิงที่เก่งขนาดไหน หรือสวยมากแค่ไหนก็แล้วแต่ การมีความรักที่ดูเหมือนสมบูรณ์ แต่จริงๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ อยากให้ลองติดตามกันค่ะ”

12 สาว ใหม่แกะกล่อง บนปก RUSH

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312193

12 สาว ใหม่แกะกล่อง บนปก RUSH

12 สาว ใหม่แกะกล่อง บนปก RUSH

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสดใสซาบซ่า เมื่อ “นิตยสาร RUSH” (รัช) ในเครือโมโนกรุ๊ป มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟนๆ  ด้วย 12 สาวดาวดวงใหม่สุดเซ็กซี่ จากการแคสติ้ง “RUSH Sassy Club 2018”  ที่งานนี้ได้สาวๆ ทั้ง 12 คน มาเผยความเซ็กซี่แบบไม่มีใครยอมใคร กับการถ่ายแฟชั่นสุดพิเศษในชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว ให้ทุกคนได้รู้จักกับพวกเธออย่างเป็นทางการ ในฉบับประจำเดือนมกราคมนี้

โดย 12 สาว ช่วยกันเล่าว่า “พวกเราทั้ง 12 คน เพิ่งมาเจอกันในการถ่ายแบบในครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะ ซึ่งแม้ว่าพวกเราจะเป็นน้องใหม่ แต่ก็มีการเตรียมความพร้อม ดูแลรูปร่างด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก รวมถึงการฝึกโพสท่าทางมาอย่างเต็มที่ เพื่อมาจัดเต็มในการถ่ายแบบในครั้งนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ กับคอนเซ็ปต์ชุดว่ายน้ำใสๆ สไตล์เกาหลี ที่สีชุดของแต่ละคนจะบ่งบอกคาแร็กเตอร์ ความเฟรชของทุกๆ คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเบื้องหลังการถ่ายแบบในครั้งนี้ ค่อนข้างสนุกค่ะ แต่ละคนน่ารัก อัธยาศัยดี และคอยช่วยเหลือกัน ซึ่งงานโพสต์ขอบอกเลย ไม่มีใครยอมใคร ต่างทุ่มเทเพื่อแฟชั่นเซตนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องขอบคุณ นิตยสาร RUSH (รัช) มากๆ นะคะ สำหรับโอกาส พวกเราหวังว่า หนุ่มๆ ทุกคนจะชอบผลงานนี้ และติดตามผลงานต่อๆ ไปของพวกเรากันนะคะ”

‘โอ๊ต’ นำทีม ‘เบสท์-จีน่า’ ฮากระจาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312190

‘โอ๊ต’ นำทีม ‘เบสท์-จีน่า’ ฮากระจาย

‘โอ๊ต’ นำทีม ‘เบสท์-จีน่า’ ฮากระจาย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ค่าย ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม และ เอ็ม พิคเจอร์ส จัดรอบกาลาพรีเมียร์เปิดตัวภาพยนตร์ “เปรมิกาป่าราบ” ภาพยนตร์สุดสยองปนฮาแห่งปี ที่จะเข้าไปครองใจคนดูทำให้อารมณ์ดีตลอดการชมภาพยนตร์ โดยได้ดำเนินการจัดฉายภาพยนตร์ให้แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนได้รับชมภาพยนตร์กันก่อนในช่วงเย็น หลังจากนั้นจึงมาพูดคุยกับเหล่านักแสดงนำ โดยได้ ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์ เป็นพิธีกรนำเข้าสู่ความสนุกบนเวที หลังจากที่ชมภาพยนตร์จบ โดยเชิญตัวแทนนักแสดงนำขึ้นพูดคุยบนเวที ได้แก่ โอ๊ต-ปราโมทย์, จีน่า เดอซูซ่า, เบสท์ ณัฐสิทธิ์, ซุง กิดากร, คิ้ว อนงค์นาถ และ โอ-ชูเกียรติ โปรดิวเซอร์ ร่วมพูดคุยแบบกันเอง ก่อนเชิญผู้บริหารถ่ายภาพบนเวทีร่วมกัน

‘ฮอบส์’ เปิดพื้นที่ ให้คนบันเทิงร่วมสร้างสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312189

‘ฮอบส์’ เปิดพื้นที่ ให้คนบันเทิงร่วมสร้างสุข

‘ฮอบส์’ เปิดพื้นที่ ให้คนบันเทิงร่วมสร้างสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กำลังเป็นที่สนใจของคนชอบเที่ยว ดื่ม กิน และฟังดนตรี เมื่อ “HOBS” มอบประสบการณ์แห่งความสุข ด้วยการเนรมิตสถานที่สังสรรค์ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในพื้นที่โครงการคอนโดมิเนียม “คณาพญาริเวอร์ฟรอนท์” ย่านพระราม 3 ให้ได้สัมผัสบรรยากาศความสดชื่น ท่ามกลางอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ ที่คัดสรรมาอย่างดี ภายใต้ธีม “HOBS Refreshtival” พร้อมด้วยกิจกรรมความบันเทิงและมินิคอนเสิร์ตต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองตั้งแต่วันนี้-16 เมษายน 2561 เวลา 17.00-24.00 น. เป็นต้นไป มีศิลปินคุณภาพมากมายที่หมุนเวียนมาขึ้นเวที อาทิ วิน-สควิช แอนนิมอล, เดอะพาร์กินสัน, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, นภ พรชำนิ,โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ ไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ จับจองที่ได้ที่โทร. 08-2668-6855,09-8827-8277

เผ็ดอ่ะ! ‘จ๊ะ จิตตาภา’สวมชุดว่ายน้ำเว้าลึก อวดหุ่นสวย-บั้นท้ายเซ็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312187

เผ็ดอ่ะ! 'จ๊ะ จิตตาภา'สวมชุดว่ายน้ำเว้าลึก อวดหุ่นสวย-บั้นท้ายเซ็กซี่

เผ็ดอ่ะ! ‘จ๊ะ จิตตาภา’สวมชุดว่ายน้ำเว้าลึก อวดหุ่นสวย-บั้นท้ายเซ็กซี่

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 16.05 น.

3 ม.ค.61 ก่อนแต่งว่าแซ่บแล้ว หลังแต่งแซ่บยิ่งกว่า สำหรับดาราสาว “จ๊ะ จิตตาภา” ที่ล่าสุดได้ควงสามี “เอิน นิธิภัทร์” ไปเที่ยวรับลมทะเลที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งสาวจ๊ะไม่รอช้างัดชุดว่ายน้ำสีสดดีไซน์เก๋เว้าหลังลึกถึงสะโพก ออกมาใส่อวดผิวขาวและหุ่นสุดเซ็กซี่กันสักหน่อย งานบอกเลยว่าเผ็ดสุดๆ แถมดูดีจนต้องร้องว้าว!!

ลุ้นสุดขีด’แมตต์ เดมอน’ลุยเดี่ยวหนีตายบนดาวอังคาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312182

ลุ้นสุดขีด'แมตต์ เดมอน'ลุยเดี่ยวหนีตายบนดาวอังคาร

ลุ้นสุดขีด’แมตต์ เดมอน’ลุยเดี่ยวหนีตายบนดาวอังคาร

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 16.00 น.

ไม่มีใครอยู่ไกลบ้านเท่าเขาอีกแล้ว  “MONO 29 (โมโนทเวนตี้ไนน์)” ฟรีทีวีที่มีหนังดี ซีรีส์ดังมากที่สุด  เตรียมปล่อยหนังดีแนวดราม่า ไซไฟ ผจญภัยในโปรแกรม “พรีเมี่ยม บล็อคบลัสเตอร์ (Premium Blockbuster)” เวลา 20.30 น. ในวันเสาร์ที่ 6 ม.ค.61 พบกับภาพยนตร์เรื่อง “กู้ตาย 140 ไมล์ (เดอะ มาร์เชี่ยน)” ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายแนววิทยาศาสตร์ขายดีเมื่อปี 2011 ที่ใช้ชื่อเรื่องเดียวกัน โดยผลงานของนักเขียนชาวอเมริกันชื่อดังอย่าง “แอนดี้ เวียร์” สู่ภาพยนตร์ “Survival” คุณภาพอีกหนึ่งเรื่องจากผู้กำกับฝีมือฉมัง  “ริดลีย์ สก็อตต์” (Alien : Covenant , Prometheus , Exodus : Gods and Kings) หนังดีที่ยกระดับการเอาชีวิตรอดจากเรื่องอื่นๆ แสดงให้เห็นภาพกว้างในการทำงานของหน่วยงานชื่อดังอย่าง “องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซ่า” (NASA : National Aeronautics and Space Administration) ตามด้วยทัพนักแสดงอีกมาก อาทิ “เคท มาร่า ,เจสสิก้า แชสเทน ,ชิวีเทล เอจิโอฟอร์ และ ฌอน บีน”

“กู้ตาย 140 ล้านไมล์ (The Martian)” เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของ “มาร์ค วัทนีย์” (แมตต์ เดมอน) นักบินอวกาศนาซ่า ผุู้เป็นทั้งนักพฤษศาสตร์ วิศวกรเครื่องกล และอดีตนักโบราณคดีที่ติดค้างอยู่บนดาวอังคารเพียงลำพัง ภายหลังคำสั่งยกเลิกภารกิจและอพยพทีมสำรวจทั้ง 5 ของน่าซ่ากลับสู่โลก เนื่องจากเกิดพายุครั้งใหญ่ขึ้น แต่มาร์คกลับเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวของทีมที่ไม่สามารถกลับสู่ยานลำเรียงได้สำเร็จ จนถูกสันนิษฐานว่าเขาอาจเสียชีวิตไปแล้ว มาร์คได้รับบาดเจ็บ แต่ก็รอดชีวิตมาจากความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นได้ ทว่านั่นไม่รวมไปถึงเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด จนทำให้เขาไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือกลับมายังโลกได้ มาร์คจึงจำเป็นจะต้องใช้ทุกทักษะประสบการณ์ที่มี ผสมผสานไปกับทุกองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อคิดหาหนทางขอช่วยเหลือจากโลกและหาทางกลับบ้านให้ได้

ปราศจากโชคชะตา ไม่มีปาฏิหาริย์ ความหวังสุดท้ายเหลือเพียงทักษะการอยู่รอดนอกดวงดาวบ้านเกิดตนเองเท่านั้น ติดตามภาพยนตร์คุณภาพเรื่อง “กู้ตาย 140 ล้านไมล์ (The Martian)”  ในโปรแกรม “พรีเมี่ยม บล็อคบลัสเตอร์ (PremiumBlockbuster)”ในวันเสาร์ที่ 6 ม.ค.61  เวลา 20.30 น. ทางช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์)

เปิดหมดใจ’ปีเตอร์’ฝ่ามรสุมชีวิต 2 ปีไม่มีงานถูกตราหน้าไอ้เลว เคลียร์ชัด’น้องพูม่า’เป็นลูกของผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/312173

เปิดหมดใจ'ปีเตอร์'ฝ่ามรสุมชีวิต 2 ปีไม่มีงานถูกตราหน้าไอ้เลว เคลียร์ชัด'น้องพูม่า'เป็นลูกของผม

เปิดหมดใจ’ปีเตอร์’ฝ่ามรสุมชีวิต 2 ปีไม่มีงานถูกตราหน้าไอ้เลว เคลียร์ชัด’น้องพูม่า’เป็นลูกของผม

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 14.58 น.

ฝ่ามรสุมชีวิตมา 2 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีกระแสลือว่ากำลังจะหย่าอดีตภรรยา “พลอย พลอยพรรรณ ทวีรัตน์” เรียกว่าพระเอก “ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล” ถูกโซเชียลจัดหนัก ตามด่าจนแทบจมธรณี ทั้งกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีมือที่สาม และจากที่มีข่าวกอสซิปหลุดออกมาว่า “น้องพูม่า” ไม่ใช่ลูกปีเตอร์ จนพลอยต้องโชว์ผลดีเอ็นเอ รูปภาพในไอจีถูกด่ามากกว่า 2 หมื่นคอมเมนต์  แต่ในปีนี้ หนุ่มปีเตอร์เริ่มเห็นลู่ทางที่ดีในชีวิต ซึ่งล่าสุดรายการ “โหนกระแส” ได้เชิญหนุ่มปีเตอร์มาเคลียร์ปัญหาคาใจทุกเรื่อง

คุณแยกกับคุณพลอยมา 2 ปีกว่า แต่เพิ่งมาหย่าเมื่อเดือนก.ค. ปี 60 มีเหตุผลอะไร?“มันด้วยหลายๆ เหตุผล อย่างแรกคือมีปัญหาที่บ้านเสร็จปุ๊บ ก็เป็นการตัดสินใจที่ยากที่จะเดินออกมาจากบ้านทั้งที่มีลูก แต่การอยู่ด้วยกันต้องมีอะไรมากพอ การตัดสินใจแยกกันอยู่นิดหนึ่ง น่าจะดีกว่าอยู่ด้วยกัน รายละเอียดมีอะไรบ้างตอนนี้คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว แต่ผมเชื่อและมั่นใจจนถึงตอนนี้ว่าการทิ้งช่วงตอนนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับลูก”

ทิ้งช่วงคือคุณแยกจากกัน 2 ปีแล้วค่อยมาหย่า?“อันนี้คือสเต็ปแรก ทีนี้คนแต่งงานมีลูกในใจก็ต้องมีแอบหวังว่าสักวันต้องเคลียร์ได้  เราเจอกันแล้วแต่งงานค่อนข้างเร็ว มีอะไรหลายอย่างปรับเข้าหากันไม่ทัน และต้องขอเวลามากกว่านี้  การมีระยะกันนิดหนึ่งทำให้ทุกอย่างคลี่คลายได้”

คุณกำลังจะบอกว่าระยะเวลาที่คุณแยกกับคุณพลอย  มันอาจมีการเปลี่ยนมุมมอง ปรับจูนกันได้ ถ้าดีก็ไม่ต้องหย่า ถ้าไปไม่ได้ก็หย่า?“ก็ประมาณนั้นครับ พอแยกออกมา พอผมถอยตัวออกมา จริงๆ ก็มีความหวังว่าอาจดีขึ้นก็ได้ แต่ในที่สุดก็พาไปอีกทางที่ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น การพูดคุยอะไรหลายๆ อย่างก็ส่งซิกซ์ว่าไปไม่รอด หลายๆ ประเด็น หลายๆ เหตุผล ในเมื่อมีชีวิตครอบครัวก็ควรใช้เวลาให้ถี่ถ้วน”

วันที่หย่าคุณกับคุณพลอยก็แฮปปี้?“การหย่าไม่ใช่เรื่องที่แฮปปี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องดี แต่ผมคิดว่าสำหรับใครที่โตๆ กันแล้ว ดำเนินชีวิตด้วยเหตุและผล การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นอะไรที่ต้องนึกถึงลูกเป็นหลัก การที่เราอยู่กันไม่ได้จริงๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร ทะเลาะกัน สร้างสถานการณ์ความกดดันรอบข้างตัว ที่ลูกรู้สึกแน่นอน การอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ดี มีผลร้ายกับลูก จะทำให้ลูกเป็นเด็กเก็บกด มีปมด้อย โตมาอาจไม่กล้าพูด เครียด มีปัญหา การแยกกันบางทีก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดก็ได้สำหรับบางเคส ผมไม่ได้บอกว่าทุกเคสเหมือกัน แต่สำหรับผม มันเป็นช้อยส์ที่ลงตัวที่สุดสำหรับเด็ก”

ก่อนหย่า มีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน ตกลงกันไม่ลงตัวเลยไม่มีการหย่า?“มันมีหลายๆ เหตุผลแหละ บางอย่างขอไม่พูดถึงดีกว่า เพราะเราได้มีการเซ็นข้อตกลงกัน บางอย่างเราจะไม่พูดถึง แต่เอาเป็นว่าพอตกลงทุกอย่างกันได้ ก็โอเค ช่วงแรกอาจใช้เวลาในการปรับตัวนิดหนึ่ง แต่พอถึงช่วงนี้ทุกอย่างก็ราบรื่น ก็คุยกันได้ปกติมากขึ้น เมื่อก่อนอาจคุยกันยากหน่อย ด้วยอารมณ์เก่าที่ค้างอยู่ พอคุยกันก็อยู่ในโหมดทะเลาะกันง่าย มันก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง ทุกวันนี้มีอะไรก็คุยกันง่ายขึ้น”

ทุกวันนี้คุยกันมั้ย?“มีคุยกันแต่ไม่ได้โทร.คุยเรื่อยเปื่อย มันมีเรื่องจำเป็นต้องคุย ในเมื่อเราพูดถึงลูก จะทำยังไงให้ดีที่สุด ผมก็ต้องโทร.ปรึกษาเรื่องลูก มันมีเรื่องจำเป็นต้องคุยกันอยู่แล้วเป็นพ่อเป็นแม่  ทีนี้การได้คุยกันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับลูก ลูกเขาไม่ต้องรับรู้อะไรที่เป็นเนกาทีฟ จะได้เติบโตมามีชีวิตที่สดใสร่าเริง”

ทุกวันนี้หย่าแล้วใครดูแลลูก?“ทุกวันนี้ลูกอยู่กับพลอยเป็นหลัก ผมจะพาลูกไปเล่นบ้าง ตามที่เราตกลง เราก็จะมีระบบเล็กน้อยทีเราเซ็ตกันไว้”

หนึ่งเดือนอยู่กับลูกกี่วัน?“ผมก็ต้องทำงานด้วย ก็ไม่ได้เยอะเท่าที่ควรครับ จำนวนวันกี่วันก็อยู่ในข้อตกลง แต่เรามีลูก อยู่กับลูกกี่วันมันก็ไม่พออยู่แล้ว(หัวเราะ)”

ณ วันนี้กลับมาทำงาน?“ปี 61 ถือว่าเต็มอยู่นะครับเพราะผมมีร้องเพลงประกอบละครระเริงไฟ มีรับเล่นแรงเงาภาค 2 มีรายการทีวี ที่ผมจัดเอง กำลังจะออนแอร์ต้นปี”

ชีวิตคุณพลิกชั่วข้ามคืน ก่อนหน้านี้ไม่นานคุณดังมาก คนชื่นชมประทับใจในแอบรักออนไลน์ ทางช่อง 3 ถัดจากนั้นไม่นาน กลับกลายเป็นว่าเกิดประเด็น คุณถูกด่าจมธรณี?“(หัวเราะ) จริงๆ แล้วมันมีหลายเหตุผล หลายสาเหตุ ที่ทำให้พาไปทางนั้น ถ้าผมเป็นเด็กใหม่ในวงการ ผมคงท้อตายไปแล้ว จริงๆ แล้วผมต้องบอกว่าการที่กระแสกลับเร็วขนาดนั้น มันด้วยหลายๆ อย่างที่ถูกปั่นไป สมมติข่าวออกมา อาจมีหัวข้อข่าวออกมาซึ่งมันขายข่าวอยู่แล้ว เนื้อข่าวอาจไม่มีอะไร แต่เขาตีความไปแล้วจากหัวข้อข่าว”

แต่คุณไม่ออกมาพูด?“ผมไม่ออกมาตอบเพราะมันเป็นเรื่องครอบครัว ในที่สุดถ้าผมพูดไป คนที่รับฟังและรับรู้ทั้งหมดคือลูก อาจไม่ใช่วันนี้ อาจจะอีก 5 ปี 10  ปี พอเล่นยูทูป เพื่อนก็มาล้อ การที่จะออกไปต่อยอดให้กับข่าวผมไม่เห็นด้วย แล้วการออกไปติว่าคนอื่นไม่ใช่นิสัยผม ผมว่าเป็นเรื่องครอบครัวที่ผมไม่พูดดีกว่า”

มีบางคอมเมนต์แรงมาก เป็นพ่อประสาอะไรไม่เคยรักลูก?“คือผมก็รู้อยู่แล้วด้วยเหตุผลที่ผมไม่ออกไปตอบโต้ ไม่ออกไปแก้ข่าว ข่าวมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ เดี๋ยวนี้พอเป็นเรื่องของโซเชียล เมื่อก่อนมันแค่หนังสือพิมพ์ สมัยนี้ทุกอย่างเร็วมาก และทุกคนสามารถออกความคิดเห็นได้ในโซเชียล ทุกคนสามารถเข้าไปเขียนได้ พอคนมาเขียนเสร็จปุ๊บ ช่วงแรกๆ มีคนมาคอมเมนต์เบาๆ แต่พอผ่านไปมันก็แรงขึ้นๆ จนเหมือนภูเขาไฟที่ระเบิด”

รูปสุดท้ายที่คุณถ่ายทิ้งไว้หลายเดือนมาก รูปนั้นมีคนคอมเมนต์ประมาณ 2 หมื่นข้อความ และด่าทั้งนั้น?“ครับผม ผมก็ไม่เคยเห็นใครโดนแบบนี้(หัวเราะ) จริงๆ ต้องบอกว่าผมอยู่ในวงการมานาน 20 กว่าปี ผมเข้าใจอยู่แล้วว่าการอยู่นิ่งๆ แบบนี้บางทีก็เสียเปรียบ ไม่ออกมาตอบโต้ ไม่ออกมาแก้ข่าวมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ สมัยนี้ข่าวออกปุ๊บต้องรีบแก้ให้เร็วอันนี้คือเทรนด์ แต่พอไม่ออกไปสร้างประเด็นและต่อยอดให้ข่าว ซึ่งก็ใช้เวลานานกว่าที่ผมคิด แต่ถ้าผมออกไปพูดอะไรมากกว่านี้ ผมคิดว่าหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องของคนอื่น สองแค่ทำให้ข่าวใหญ่ขึ้น สามทำให้ข่าวอยู่นานขึ้น สุดท้ายคนที่รับผลจากตรงนี้คือใคร ก็คือลูก”

คุณเตรียมแผนรับมือยังไงกับสิ่งที่คุณถูกด่าเละเทะ ลูกโตมาก็ต้องถามว่าพ่อถูกด่าทำไม?“ก็ไม่เป็นไร เพราะในที่สุดมันก็อธิบายได้ง่ายๆ พอทุกอย่างเหมือนเป็นเทรนด์ช่วงหนึ่ง วันนี้ด่าปีเตอร์ไปหรือยัง ฉันด่าแล้วนะ (หัวเราะ) แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องราวระหว่างสองคนที่มีลูก เรื่องครอบครัวก็เป็นเรื่องส่วนตัว พอออกไปข้างนอกก็มีคนเข้ามาช่วยตีความ หลายๆ เหตุผล กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา จริงๆ แล้วถ้าถูกถามผมก็อธิบายได้ ในเมื่อเขาพร้อมจะฟังผมก็พร้อมอธิบาย  แต่จริงๆ มันเป็นเรื่องที่เกิดระหว่างสองคน มันไม่ใช่เรื่องที่ลูกควรรับฟัง เพียงแต่ว่าพอเป็นคนในวงการมันก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะผมไม่อธิบายหรือแก้ตัวอะไรทั้งนั้น มันกลายเป็นตีความว่าต้องแบบนี้แน่ๆ พอเป็นเนกาทีฟ ไม่ว่าผมทำอะไรก็แล้วแต่ กลายเป็นข่าวเนกาทีฟไปหมดเลย มันเป็นคลื่นอันหนึ่งที่รวมทุกอย่างในช่วงนั้น”

“ทีนี้ผ่านมาได้ยังไง ผมว่าตอนนั้นมีท้อมีอะไร แต่อยู่ๆ จะยอมแพ้ ไม่เดินต่อไม่ได้อยู่แล้ว มีลูกยังไงก็ต้องเดินต่อเพื่อลูก ทั้งๆ ที่คนด่าว่าคุณไม่รักลูก ปัญหาระหว่างพ่อแม่ที่ทำให้เราไม่ค่อยได้เจอลูก ทำให้ผมต้องถอยออกมาจากบ้าน แต่ก็คือเรื่องราวระหว่างสองคน ถ้าลูกมาถามสักวันผมก็พร้อมอธิบาย เพราะเขามีสิทธิ์รับรู้บางอย่าง กว่าเขาจะโตและแต่งงาน โลกมันก็ต้องเปลี่ยนไปเยอะ เราก็ต้องเตรียมการให้ลูกรับรู้โลกความเป็นจริงมันไม่ใช่เหมือนนิทาน ปัญหาระหว่างพ่อแม่ก็มี ปัญหากับคนข้างนอกก็มี เขาก็ควรรับรู้และเตรียมตัวอะไรหลายๆ อย่าง”

มีเรื่องหนึ่งค่อนข้างแรง ที่บอกว่าลูกคนหนึ่งไม่ใช่ลูกคุณ?“ตอนนั้นทุกอย่างมันเป็นข่าวที่เดากันมา บางอย่างก็จะมีคนทักว่าต้องแบบนี้แน่ๆ เลย คนช่วยเดาเยอะมาก พอคนมาทักก็มีคนเข้ามาเสริม จริงๆ แล้วจังหวะนั้นเป็นเรื่องของจังหวะที่เป็นช่วงผมออกจากบ้าน แล้วคนตีความหลายๆ คนว่าต้องอย่างนี้ คนเขาก็ตีกันในข่าว ในไอจีผมก็มีการทะเลาะแบ่งพวก ซึ่งตอนนั้นทุกอย่างเป็นเรื่องใหญ่ไปหมดเลย”

คุณพลอยก็ออกมาชี้แจง?“มันมีหลายๆ อย่างที่เป็นการเดา มาเป็นข่าวเพราะสมัยนี้ใครๆ ก็เขียนให้เป็นข่าวได้ แค่เข้าไปทักในไอจีทักในโซเชียลมันก็เป็นข่าวขึ้นมาได้”

โกรธมั้ย?“มันก็เหมือนกับที่ถามว่าผมท้อมั้ย มันก็มีอารมณ์ตรงนั้นอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่อยู่ในสถานการณ์นี้แบบมีสติหน่อยก็จะรู้อยู่แล้วว่าความจริงมีอะไรยังไงบ้าง เรื่องไม่พอใจ ไม่แฮปปี้ ตรงนั้นเป็นอารมณ์ตรงนั้น ตรงไหนทำใจอธิบายเหตุผลกับตัวเองได้ มันก็ปล่อยวางได้ จริงๆ ความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญมากกับทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ข่าวที่ผ่านมา ความเป็นจริงผมรู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่ผมก็ไม่ออกไปพูดเพราะมันเป็นเรื่องระหว่างเราสองคน ข่าวก็มีเยอะแยะ ที่พี่หนุ่มทักก็เป็นอีกหนึ่งข่าว ยังมีอีกหลายๆ ข่าวที่มีการคาดเดาและตีความไปเรื่อยๆ”

คุณยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรอย่างที่ข่าวพูดไป?“ไม่หรอกครับ ผมมีลูกชาย 2 คนซึ่งน่ารักมาก อีกอย่างเวลาเราเข้าไปทัก บางคนเข้าไปคอมเมนต์ในโซเชียลคนอื่น ก็ตีความไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิด แต่บางอย่างที่เป็นอะไรที่ดูแรงๆ ถูกยกมาเป็นข่าวใหญ่แน่นอน และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้คู่นี้ได้ ใครก็ตามที่จะวิเคราะห์อะไรแบบนี้ก็อยากฝากไว้ว่าให้ลองคิดนิดหนึ่งการเข้าไปคอมเมนต์อะไรโดยที่เราไม่ได้รู้จริง ไม่มั่นใจ”

เรื่องคุณแอนนี่ ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล?“จริงๆ เป็นหนึ่งเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างถูกรวมมิตร เรื่องที่ถูกจับผิดหมวกกันน็อก ต้องอธิบายว่าเรื่องหมวกกันน็อก  หมวกมันเหมือนกัน แต่หมวกพิธีกรเหมือนกัน 4 คนนะ เป็นหมวกทีม ซึ่งหมวกใบนี้พิเศษคือคุณเปิดคางได้ คุณไม่ถอดสายไม่ต้องอะไร คุณเปิดคางมาได้เลย ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวก พอคุณจอดปุ๊บ คุณก็เปิดคางแล้วถอดได้เลย เรื่องนี้ขออธิบายย้อนหลังกลับไป พอผมออกจากบ้าน งานซา คิวแคนเซิล 2 ปีเลยนะครับที่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย  ซึ่งผมมีมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันกระเป๋าหนึ่งใบ ผมจะทำอะไรดี เรื่องของการทำรายการมอเตอร์ไซค์ ผมก็ไปเซอร์เวย์เส้นทางกับพิธีกรคนหนึ่งก่อน ซึ่งเขาก็เป็นพิธีกรในรายการด้วย เราก็วิ่งเซอร์เวย์เส้นทางแล้วก็คุยกันว่าเราจะทำรายการมอเตอร์ไซค์กันดีกว่า รอทุกอย่างนิ่งๆ ก่อน เราคุยกันอีกว่ารายการมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่คนมาดูคือผู้ชายที่ชอบมอเตอร์ไซค์ แล้วคนที่มาดูรายการมอเตอร์ไซค์คงไม่อยากมาดูเรา เราเลยหาพิธีกรผู้หญิง ผ่านไปอีกประมาณ 6 เดือน ก็ไปเจอน้องแอนนี่ตามงานมอเตอร์ไซค์ เขาขี่มารู้เลยว่าขี่เป็น ทรงตัวดีมาก”

ไม่ใช่ดูว่าหุ่นดี?“ไม่ใช่ๆ ผมดูว่าเขาขี่เป็น เสร็จปุ๊บลงจากมอเตอร์ไซค์มีคนขอถ่ายรูป เราก็เอ๊ะ ทำไมน้องคนนี้มีคนขอถ่ายรูป ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใครตอนนั้น ก็มีคนมาบอกว่าน้องคนนี้ดังมากเลยนะ น่าจะเป็นไบค์เกอร์สาวที่ดังที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ ผมก็เลยเข้าไปขอคุย ผมขอคุยเรื่องงาน เขาก็มาคุยด้วย และชอบมาก เขาขอหุ้นรายการ เราก็มีกันสามคนแล้ว พอมีเซอร์เวย์เส้นทาง ก็มีคนที่ 4 เพิ่มเข้ามา แล้วก็มีข่าวว่าเราใส่หมวกเหมือนกัน ก็ถูกตีความว่าผมอกจากบ้านมาตั้งแต่แรกเพราะคนนี้”

ทำไมตอนนั้นไม่ออกมาพูด?“ผมพูดแล้วครับ แต่ตอนนั้นไม่มีใครฟังผม รายการพี่ผมก็เคยพูด(หัวเราะ) แต่ไม่มีใครฟัง แล้วก็ด่าอย่างเดียว กลายเป็นว่าไม่ว่าผมจะพูดอะไร สุดท้ายผมก็กลายเป็นคนเลว”

รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ?“ผมรู้ว่าความจริงเป็นอะไร ผมเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็นและรอได้ ผมเข้าใจโลกดีอยู่แล้ว ผมอยู่วงการบันเทิงมานาน เพราะฉะนั้นผมรู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าใจเย็นสักวันผมจะได้พูด ตอนนั้นพูดอะไรไปไม่มีใครฟังผมแน่นอน ซึ่งพอผ่านไป 2 ปีกว่า รายการที่ออนแอร์ ที่ผมถ่ายไว้ปีสองปี เราก็ได้ออกไปพิสูจน์เราถ่ายรายการมาเกือบทุกโซนของประเทศไทยแล้ว โดยที่เราออกไป เราไปสัมผัสคนอยู่ในหมู่บ้าน คนร่วมขี่ขบวนกับผมน่าจะมีเกือบพันคัน และทุกคนที่ได้ร่วมรายการกับผมก็ได้เห็นว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นข่าว ทุกคนเห็นการถ่ายทำ ก็เห็นชัดเจนว่าไม่ได้จู๋จี๋กัน”

ยืนยันว่าไม่มีอะไร?“ตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้ว”

ปัจจุบันนี้คุณกำลังจะรีเทิร์น คุณออกมาประกาศว่า ณ วันนี้ต้องการทำงานเพื่อต้องการเงินไปดูแลลูก?“จริงๆ เป็นเรื่องปกติ เวลาคนมีลูก ความรับผิดชอบก็ต้องสูงขึ้นแน่นอน โอเคตอนนั้นมีเรื่องปัญหาหลายๆ อย่างที่ทำให้เราทำยากพอสมควร การเป็นกระแสข่าวด้านลบ ทำให้งานไม่เดิน พอทุกอย่างเริ่มซา มีความลงตัวระหว่างผมกับพลอยก็ช่วยคลี่คลายอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน ทีนี้ความรับผิดชอบ ลูก จริงๆ ผมก็ทำตั้งแต่ที่ผมทำรายการเอาไว้ตั้งแต่คราวก่อน ผมนึกตั้งแต่วันที่ผมเดินถอยออกมาจากบ้าน”

รายการนี้กำลังจะมาออนแอร์ที่ช่อง 3?ครับ ออนแอร์ช่อง 28 ทุกวันพุธ สี่ถึงห้าทุ่ม ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคมเป็นต้นไป มีหลายอยางที่กำลังจะรีเทิร์น รายการนี้กำลังจะกลับมาอีกที หลังจากที่คนเข้าใจอะไรมากขึ้น ก็ต้องขอบคุณสปอนเซอร์ที่เข้ามาสนับสนุนในรายการเพราะเป็นการสร้างอนาคตให้ลูกผมเลย ทีนี้นอกจากรายการไรด์วิชมี ขี่ตามฝัน ก็จะมีละครที่ผมเล่น แรงเงาภาค 2 ล่าสุดมีร้องเพลงระเริงไฟ มีโครงการอื่นที่ยังบอกไม่ได้(หัวเราะ) เป็นโครงการใหญ่ยักษ์มาก ปีนี้เต็มมาก”

เรื่องหัวใจเรื่องความรัก?“ก็อิ่มเอม พอเจอลูกก็อิ่มเอม”

สาวๆ มีมั้ย?“ไม่มีครับ(หัวเราะ) จริงๆ แล้วต้องบอกว่าการไม่ได้อยู่กับลูกมันคิดถึงลูกมาก ถ้าเป็นอาทิตย์ไม่ได้เจอก็คิดถึงลูกมาก แต่การคิดถึงลูกไม่ใช่ว่าเราจะทำอะไรเพื่อลูกไม่ได้ วันที่อยู่กับลูกผมจะบล็อกวันเลยไม่รับงาน วันที่ไม่ได้อยู่กับลูก ผมทำเพื่อลูกให้ดีที่สุดยังไง ผมทำงานให้เต็มที่ ผมขยันทำงาน ตื่นตีห้าหกโมง เสร็จสามสี่ห้าทุ่มทุกวัน ผมทุ่มเทกับมัน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีที่สุดที่จะทำได้เพื่อลูก”

รายการนี้ยังทำกับแอนนี่มั้ย? “ก็ยังอยู่”

ไม่ได้เปิดตัวสาวอย่างเป็นทางการ?“เปิดตัวรายการครับ ไม่ได้เปิดตัวสาวอะไรเลย”

อยากฝากอะไรมั้ย?“เรื่องที่ผ่านมา ประวัติการทำงานผม ก็มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่มันแย่ แต่ว่าความตั้งใจที่จะเดินต่อไปมันมีตลอดเวลาคือลูกนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมยังไงก็ไม่ท้อ ไม่ถอย ยังไงก็ต้องเดินต่อไป ใครที่เป็นแฟนๆ ก็ขอบคุณมากที่สนับสนุนและให้กำลังใจผมตลอดเวลา  ปีหน้าได้เห็นผมทั้งปีแน่นอนครับ”